เกมร้อนมาเฟียร้าย [ลำดับที่ 1 ในซีรีย์ชุด ผู้หญิงของมาเฟีย ]

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 4 ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าพี่ 4-1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8031
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    5 ต.ค. 61

ตอนที่ 4 ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าพี่

 

                “อืม” บาสเตียนทำเสียงเอือมๆ เป็นคำพูดแรกที่เอ่ยขึ้นหลังกดรับสาย ยังผลให้คนที่แกล้งกวนใจพี่ชายด้วยการต่อสายถี่ยิบคลี่ยิ้มมีเสน่ห์ทันที


                “นี่เป็นคำทักทายแรกที่พี่ใช้พูดกับน้องชายสุดที่รักหรือครับพี่บาส เย็นชาชะมัด” เวย์กัสกวนประสาทผู้เป็นพี่อย่างนึกสนุก


                “ไม่ยักรู้ว่าระดับผู้นำธุรกิจอัญมณีโลกอย่างนายจะมีเวลาว่างมากขนาดนี้” บาสเตียนประชดเสียงเรียบ หากปลายสายกลับทำเพียงหัวเราะในลำคอราวกับชอบใจ ไม่ได้รู้สึกรู้สาต่อคำเหน็บของพี่ชายเลยแม้แต่น้อย


                “สำหรับพี่ผมว่างเสมอ”


บาสเตียนถอนใจยาวเมื่อฟังเสียงสดใสของคนเป็นน้อง เวย์กัสถือเป็นเจ้าของธุรกิจที่นึกอยากจะว่างเมื่อไรก็ว่างได้ตลอดโดยไม่สนหน้าอินหน้าพรหม อยากได้อะไรก็ต้องได้ทันใจเดี๋ยวนั้น หมอนี่มีความเอาแต่ใจอย่างหาตัวจับยาก และกวนประสาทได้เป็นที่หนึ่งทีเดียว ฉะนั้นจึงไม่เป็นผลดีหากเขาจะเสียเวลามานั่งเล่นสงครามประสาทกับเจ้าน้องชายในเวลานี้


                “เอาล่ะ! นายมีธุระอะไรก็ว่ามา”


                 “ธุระเหรอ...” ปลายสายทำเสียงเหมือนกำลังนึกก่อนจะตอบ “มีนิดหน่อย” เวย์กัสพูดเหมือนไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรนัก ทำเอาคนที่มีเรื่องสำคัญต้องทำรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่กระนั้นบาสเตียนก็ยังใจเย็นกับน้องชายจอมกวนเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายจับความรู้สึกได้และรู้ว่าเขากำลังคิดจะทำอะไร


                “ถ้าอย่างนั้นก็ว่าธุระของนายมาเถอะ ฉันมีงานต้องทำต่อ”


                “อย่าตลกร้ายน่าพี่บาส...ได้ข่าวว่าพี่เลิกงานตั้งแต่ห้าโมงเย็น ซึ่งถือเป็นสถิติแรกที่พี่เลิกงานเร็วนับตั้งแต่เริ่มทำงานมาเลยนา...บอกมาดีกว่าว่าจะทำงานต่อหรือจะทำอะไรต่อกันแน่? หึๆ”


                โดนคนเป็นน้องดักทางเหมือนรู้ทันทำเอาบาสเตียนถึงกับลอบถอนใจ นึกโทษทุกคนโดยเฉพาะคุณย่าบาบราล่าที่ตามใจหลานชายคนเล็กของตระกูลจนเคยตัว แถมเวย์กัสยังถูกมารดาของเขายกหางอีกรายด้วยเหตุผลที่ว่าอีกฝ่ายสูญเสียมารดาตั้งแต่ยังเล็กเลยทำให้เอาแต่ใจเข้าไปใหญ่ แม้จะมี เลย์วิล เมนิแกนด์ ผู้เป็นพ่อคอยปรามแต่อาของบาสเตียนคนนี้ก็ไม่ได้ขัดใจลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างจริงจังนัก คราวนี้ไม่ว่าเวย์กัสอยากได้อะไรแค่อ้อนนิดอ้อนหน่อยทุกคนก็ตามใจกันเป็นทิวแถวอย่างไม่ลืมหูลืมตา บาสเตียนเองยังต้องยอมแพ้ให้กับความเอาแต่ใจที่ชนะทุกสิ่งบนโลกใบนี้ของเวย์กัสอยู่บ่อยๆ อย่างน้อยๆ ก็ตอนนี้...


                “ฉันเกลียดพวกที่ชอบทำเหมือนรู้อะไรแต่ไม่รู้อะไรอย่างนายที่สุดเวย์...ว่าธุระมา!” เจ้าของโรงแรมหนุ่มแกล้งทำเสียงขรึมลง


                “ตกลงทำงานหรือทำอะไร?” ปลายสายยังไม่ยอมแพ้จนบาสเตียนต้องส่งเสียงคำรามเตือน


                “เวย์กัส...”


                “โอเคๆ ไม่รู้ก็ได้ครับคุณพี่ชาย” เวย์กัสยอมยกธงขาวเมื่อพี่ชายทำเสียงไม่พอใจ ถึงเขาจะเอาแต่ใจแค่ไหน แต่เมื่อมันเป็นเหตุผลส่วนตัวที่อีกฝ่ายไม่อยากบอกชายหนุ่มก็ไม่คิดล้ำเส้น...ถ้าไม่จำเป็น!


“ผมแค่จะโทร. มาบอกว่าอีกห้าหกวันจะพาเพื่อนไปพักที่โรงแรมสักอาทิตย์”


                “ทุกทีก็ไม่เห็นเคยโทร. มาบอกล่วงหน้า?” บาสเตียนตั้งข้อสังเกต มืออีกข้างก็ควานหากุญแจในลิ้นชักที่นานๆ จะเอาออกมาใช้สักที พอพบสิ่งที่ต้องการก็คลี่ยิ้มออกมาทันควัน ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะเลือนหายไปเมื่อคนเป็นน้องบอกเหตุผลอีกข้อที่ทำให้ต้องโทรศัพท์มาหาญาติผู้พี่กลางดึก


                “ลุงอังเดรย์สั่งให้ผมโทร. มาคุยกับพี่เรื่องยายแม่มดซิดนีย์”


                บิดาของเขานี่กัดไม่ปล่อยจริงๆ ขยันหาวิธีทำให้ชายหนุ่มยอมแต่งงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ครั้งตอนหมั้นก็ทีหนึ่งแล้ว ใช้เวย์กัสมาเป็นทูตหว่านล้อมให้เขายอมหมั้น...หารู้ไม่ว่านอกจากเจ้าหมอนี่จะไม่ได้ช่วยพูดอะไรแถมยังยุส่งไม่ให้บาสเตียนเข้าพิธีหมั้นกับซิดนีย์อีกต่างหาก แต่ไม่ว่าบิดาของเขาจะลงทุนโน้มน้าวบาสเตียนเองหรือใช้เวย์กัสมาสักสิบรอบก็เปลี่ยนความคิดชายหนุ่มไม่ได้ 


บาสเตียนไม่ชอบให้ใครมาบงการหรือจูงจมูก แต่เขาชอบเป็นผู้นำเกมเองมากกว่า ในเมื่อทุกคนอยากให้มีการหมั้นนี้นักเขาก็จัดให้ตามคำขอ...หากแต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของชายหนุ่มเท่านั้น! เมื่อเวย์กัสรู้เงื่อนไขดังกล่าวหมอนี่ก็หัวเราะลั่นออกมาอย่างชอบใจ รีบสนับสนุนเป็นการใหญ่ ก่อนจะกลับไปขอรางวัลจากบิดาของบาสเตียนอย่างหน้าตาเฉย โดยอ้างว่าทุกอย่างเป็นผลงานของตัวเอง มาคราวนี้อังเดรย์จึงมั่นใจว่าใช้หลานชายเป็นตัวช่วยแล้วจะสำเร็จอีกหน บาสเตียนหยักยิ้มมุมปาก...บิดาของเขายังไม่ร้ายกาจเท่าเวย์กัสเลยด้วยซ้ำไป แล้วจะให้เขาเครียดกับเรื่องพวกนี้ไปทำไมกัน


                “คราวนี้พ่อฉันเอาอะไรมาล่อใจนายอีกล่ะ” บาสเตียนว่าอย่างรู้ทัน


                “ทุกอย่างที่ผมต้องการ แลกกับการเจรจากับพี่ให้สำเร็จ...แต่พูดก็พูดเถอะ! ให้ผมมีเมียเป็นปีศาจผมกลั้นใจตายตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ยังดีซะกว่า ผมว่าพี่รีบๆ หาแม่ของลูกคนใหม่ซะเถอะ ก่อนจะตายด้านเพราะต้องตกเป็นของยายแม่มดนั่น!


                บาสเตียนส่ายหน้าขันๆ เมื่อน้องชายพูดถึงคู่หมั้นของเขาด้วยอคติอย่างชัดเจน เวย์กัสไม่ถูกกับซิดนีย์แต่ไหนแต่ไรมา ชายหนุ่มยังสงสัยอยู่เลยว่าหมอนี่ไปพูดอีท่าไหนบิดาของเขาถึงยอมให้เวย์กัสมาเป็นทูตเจรจาเรื่องนี้ถึงสองรอบ


“นายก็พูดเกินไป”


                “หึๆ ปกป้องแบบนี้อย่าบอกนะว่าชอบยายนั่นเข้าแล้ว” เวย์กัสแกล้งแหย่ เขารู้ดีว่าไม่มีทางที่บาสเตียนจะชอบผู้หญิงร้ายกาจอย่างซิดนีย์แน่นอน


                “เลอะเทอะน่าเวย์ เอาเป็นว่าฉันรับรู้ทุกอย่างที่นายพูดมา เท่านี้ใช่ไหมธุระของนาย”


                “อะไรกันครับพี่ชาย เพิ่งคุยได้แป๊บๆ ก็ทำท่าจะวางซะแล้ว...อยากรู้จริงอะไรที่ทำให้มาเฟียหัวใจเย็นชาอย่างพี่รีบร้อนขนาดนี้” คนสงสัยว่าพลางเดาเล่นๆ ในใจ จากความช่ำชองของเสือผู้หญิงตัวพ่อทำให้เวย์กัสเดาได้ไม่ยากว่าอะไรที่มีผลต่อพฤติกรรมของผู้ชาย และสิ่งที่ทำให้ญาติผู้พี่เร่งวางสายเขาก็มีอยู่ไม่กี่อย่าง...หนึ่งในนั้นคือเรื่องผู้หญิง!


                “เดี๋ยวนายก็รู้เอง” บาสเตียนยิ้มบางๆ เมื่อนึกถึงใครบางคน


                คำรับสารภาพกรายๆ ของคนเป็นพี่ส่งผลให้เวย์กัสคลี่ยิ้มมีเสน่ห์ออกมา   


                “ถ้าเดาไม่ผิดคู่แข่งของยายป้าซิดนีย์ต้องนอนอยู่บนเตียงของพี่แน่ๆ”


                “อืม...”


                “สวยหรือเปล่า เธอเป็นใครมาจากไหน” น้ำเสียงตื่นเต้นเกินกว่าเหตุของญาติผู้น้องทำให้บาสเตียนยิ้มในหน้า


                “สวยกว่าที่นายควงอยู่ก็แล้วกัน”


                “ขนาดนั้นเชียว...ชักอยากเห็นหน้าว่าที่พี่สะใภ้ซะแล้วสิ จะสวยสมคำร่ำรือหรือเปล่า”


                “ไว้นายมาก็เจอเองนั่นแหละ”


                “พี่ร้ายกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีกนะเนี่ย กล้าพาผู้หญิงอื่นเข้ามาอยู่ในเพนท์เฮ้าส์ตัดหน้าคู่หมั้นตัวเอง...ระวังยายแม่มดจะฉีกอกเอาล่ะ ยายนั่นรู้เรื่องนี้เมื่อไรพี่เตรียมการ์ดไว้เป็นกำแพงกันกระสุนให้เมียได้เลย”


                “ขอบใจที่เตือน แต่เวลานี้ฉันควรกันนายออกไปมากกว่า...”


                บาสเตียนว่านิ่งๆ ก่อนจะตัดสายคนรู้มากอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทว่าไม่คิดจะแก้ไขความเข้าใจของเวย์กัสสักนิด เพราะอีกไม่นานเขามั่นใจว่าจะต้องได้ใช้คำว่า เมีย กับพราวฟ้าอย่างแน่นอน ว่าแล้วก็ถือกุญแจเดินไปที่ห้องของคนป่วย ก่อนจะไขเข้าไปอย่างชำนาญ ปลายเท้าเรียวยาวที่สวมรองเท้าสลิปเปอร์สีขาวครีมทิ้งน้ำหนักลงพื้นเบาๆ ตรงเข้าไปหาคนหลับ เอื้อมมืออังหน้าผากมน เมื่อพบว่าเธอตัวไม่ร้อน หายใจปกติและสม่ำเสมอก็คลายใจ


พวงกุญแจถูกวางลงข้างหัวเตียงอย่างเบามือก่อนที่เจ้าของเพนท์เฮ้าส์หนุ่มจะคลานขึ้นที่นอนแล้วสอดตัวเข้าไปอยู่ใต้ผ้าห่มในตำแหน่งเดียวกับเมื่อวานเป๊ะ! วงแขนแกร่งกระชับอ้อมกอดและค่อยๆ หมุนกายเธอหันกลับมา บาสเตียนจัดท่านอนให้พราวฟ้าเสร็จสรรพ ศีรษะเล็กหนุนแขนเขาต่างหมอน มืออีกข้างโอบกอดกายแกร่งราวกับเป็นหมอนข้าง จากนั้นจมูกโด่งก็ก้มลงเล็กน้อยเพื่อสูดกลิ่นหอมจากซอกคออุ่น


“ลักหลับ...โทษฐานที่ขัดคำสั่ง”


ว่าแล้วคนลักหลับโดยไม่รู้สึกผิดก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ก่อนจะกอดกระชับคนหลับแล้วเข้าสู่นิทรารมบ้าง

 .

.

.

.

พราวฟ้ารู้สึกตัวตื่นในตอนเช้า หญิงสาวหนักอึ้งไปทั้งร่าง...บริเวณเอวคอดเหมือนมีท่อนไม้แข็งๆ วางทับตลอดทั้งคืน พอลืมตาตื่นก็พบว่าเป็นลำแขนแข็งแกร่งกำยำของบาสเตียนนั่นเอง พราวฟ้าแน่ใจว่าเธอล็อกประตูอย่างแน่นหนาก่อนเข้านอน แล้วเขามานอนบนเตียงเธอได้อย่างไร? หญิงสาวเบิกตากว้าง พลันคำเตือนของบิดาก็แล่นเข้าหัว


                “อย่าไว้ใจทางอย่าวางใจผู้ชายเกินไปนะพราว พ่อเป็นผู้ชายทำไมพ่อจะดูไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร ถึงจะอยู่กันคนละห้องแต่ก็ได้ชื่อว่าอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน ทางที่ดีลูกรีบขอกลับไปพักต่อที่ตึกพนักงานดีกว่า...เกิดหมอนั่นแกล้งเข้าห้องผิดกลางดึกจะว่ายังไง...เป็นผู้หญิงยังไงก็เสียเปรียบอยู่วันยังค่ำ”


หญิงสาวขืนตัวออกจากวงแขนแกร่งจนสำเร็จ ก่อนจะถอยกรูดไปจนติดขอบเตียงด้วยความไม่ไว้วางใจ ขณะที่บาสเตียนยังหลับตาสนิทอย่างแนบเนียน พราวฟ้ากระพริบตาถี่ๆ เธอควรทำอะไรสักอย่างก่อนที่คำเตือนของพ่อจะกลายเป็นจริง ว่าแล้วหญิงสาวก็กลั้นใจเอื้อมมือไปเขย่าแขนแกร่งปลุกคนหลับให้ตื่นขึ้นมาคุยกันทันที


                “คุณบาสเตียนตื่นค่ะ คุณบาสเตียน” พราวฟ้าเขย่าคนหลับแรงๆ วันนี้เธอไม่สนใจแล้วว่าเขาเป็นใคร ไม่สนแล้วว่าจะมองหน้าเขาติดหรือไม่ หญิงสาวจะต้องรู้ความจริงให้ได้ว่าเขาทำแบบนี้ทำไม!


                “คุณบาสเตียน ตื่นสิคะ”


                บาสเตียนที่ตื่นนานแล้วแต่แกล้งทำเป็นหลับค่อยๆ ลืมตาขึ้นทีละข้าง...หากประโยคที่เธอใช้ปลุกเขาเมื่อสักครู่จะเป็นน้ำเสียงที่นุ่มนวลเหมือนพราวฟ้าผู้แสนบอบบางในยามปกติคงทำให้การตื่นนอนเป็นอะไรที่เพอร์เฟคสุดๆ ทว่าดูสีหน้าเจ้าหล่อนในตอนนี้แล้วบาสเตียนแทบอยากเขย่าร่างเธอให้พราวฟ้าผู้แสนหัวอ่อนของเขาคืนมา แต่ถึงหญิงสาวจะจ้องเขาเขม็งหากคนถูกคาดคั้นทางสายตากลับหาได้กลัวไม่ ตรงกันข้ามบาสเตียนกลับอยากจะดึงผ้าห่มมาคลุมเราสองคนเอาไว้จากนั้นก็จับเธอกดลงใต้ร่างแล้วปราบพยศเล็กๆ นี้ซะ แต่ยังก่อน! มันยังไม่ถึงเวลา...ตอนนี้เขากำลังสนุกกับการล่อเหยื่อในแบบของเขาอยู่...ปลาติดเบ็ดเมื่อไรเมื่อนั้นแหละที่บาสเตียนจะคิดบัญชีทบต้นทบดอก


                “ขอโทษทีนะพราวฟ้า พอดีเตียงที่ห้องฉันมีปัญหาฉันเลยต้องย้ายมานอนกับเธอที่นี่” บาสเตียนชันศอกขึ้นใช้มือค้ำศีรษะนอนตะแคงคุยกับหญิงสาวอย่างไม่ทุกข์ร้อน พราวฟ้ามองเขาอย่างไม่ค่อยแน่ใจ


                “ที่นี่มีห้องนอนถึงสามห้อง...ในเมื่อเตียงที่ห้องคุณบาสเตียนนอนไม่ได้แล้วอีกห้องละคะ มันคงไม่เสียพร้อมกันใช่ไหม?”


                “ขอโทษด้วยนะ...เผชิญว่ามันเสียพร้อมกันจริงๆ” บาสเตียนตอบนิ่งๆ ซ่อนรอยยิ้มขบขันไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย พราวฟ้าถึงกับอ้าปากค้าง หญิงสาวเริ่มฉลาดขึ้นมาบ้างแล้ว เป็นไปไม่ได้เด็ดขาดที่เตียงนอนใหญ่เขื่องและมั่นคงแบบนั้นจะชำรุดจนใช้งานไม่ได้ และเป็นไปไม่ได้ที่มันจะพร้อมใจกันพังอย่างที่เขาว่า เธอจะไม่ยอมโดนหลอกอีกต่อไป ว่าแล้วพราวฟ้าก็ลนลานลงจากเตียง


                “พราวขออนุญาตพิสูจน์ค่ะ”


                “อื้อ...ไปสิ” บาสเตียนพยักหน้าอนุญาตจากนั้นคนขอพิสูจน์ก็วิ่งทักๆ ออกไปดู เท่านั้นล่ะรอยยิ้มชอบใจก็ระบายไปทั่วหน้าทันที


                “จะคอยดูซิถ้าเตียงไม่พังแล้วจะทำยังไงต่อ หึๆ” ว่าแล้วคนเจ้าเล่ห์ก็ดึงหมอนสองใบวางทับกันก่อนขยับกายพิงหลังในท่านั่งกึ่งนอน ใบหน้าหล่อเหลาที่ปกคลุมด้วยเคราสีน้ำตาลอ่อนยังคงระบายยิ้ม ไม่นานคนขอพิสูจน์ก็วิ่งทักๆ กลับเข้ามาด้วยสีหน้าบูดบึ้ง หากนั่นกลับไม่ทำให้ความนิยมในตัวเธอลดลงแม้แต่นิด ในทางตรงกันข้ามมันกลับทำให้คนมองอารมณ์ดีขึ้นเป็นลำดับ เพราะการแสดงอารมณ์ความรู้สึกเบื้องลึกออกมาโดยไม่ผ่านการไตร่ตรองย่อมหมายถึงกำแพงที่ขวางกั้นกำลังทลายลง และมันเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการเตรียมตัวใช้ชีวิตคู่


                “เตียงก็ปกติดีทุกอย่างนี่คะ”


                “ปกติยังไง?” บาสเตียนเลิกคิ้วขึ้นถามนิ่งๆ ในขณะที่พราวฟ้ามีสีหน้าจริงจังอย่างมาก


                “ก็ยังนอนได้ แล้วก็ไม่มีตรงไหนบุบสลายค่ะ”


                “แต่เตียงสองห้องนั้นมันนอนไม่สบายเหมือนเตียงห้องนี้”


                พราวฟ้าถึงกับอ้าปากหวอ หญิงสาวหมดข้อซักถามในบัดดล จะให้เธอถามต่อว่าอย่างไรกันล่ะในเมื่อเขาอ้างขึ้นมาแบบนี้อย่างหน้าตาเฉย หญิงสาวได้แต่มองคนหน้ามึนอย่างอธิบายไม่ถูก จะว่าหงุดหงิดก็ไม่ใช่ จะว่าโกรธก็ไม่เชิง พราวฟ้าจึงสรุปแบบกลางๆ ว่าเธอคงโมโหเขาอยู่นั่นแหละ


                “ถ้าอย่างนั้นพราวขออนุญาตกลับไปพักที่ตึกพนักงานนะคะ...” หญิงสาวเริ่มต่อรองอีกครั้ง


                “ฉันเป็นเจ้าของโรงแรมจำเป็นต้องฟังคำสั่งพนักงานหรือเปล่า?” บาสเตียนเลิกคิ้วขึ้นถาม สายตาคมจ้องดวงตากลมโตอย่างจริงจัง คราวนี้พราวฟ้าถึงได้รู้สึกตัวว่าเธอเป็นใครและเขาเป็นใคร หญิงสาวตกใจตัวเองไม่น้อยที่เผลอแสดงความเอาแต่ใจทั้งที่ไม่มีสิทธิ์ทำ เธอเป็นเพียงพนักงานระดับล่าง แต่อาจหาญไปต่อรองและขึ้นเสียงกับเจ้าของโรงแรมเชียวหรือ? เมื่อคิดได้เช่นนั้นหญิงสาวก็รู้สึกห่อเหี่ยวลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ พราวฟ้าก้มหน้าลงและขอโทษ หญิงสาวยอมรับว่าเธอไม่เคยรู้สึกต่ำต้อยขนาดนี้มาก่อนในชีวิต


                “ถ้าคุณบาสเตียนชอบเตียงห้องนี้...พราวขออนุญาตไปนอนอีกห้องก็ได้ค่ะ พราวนอนได้ทุกที่”


                “ถ้านอนได้ทุกที่แล้วทำไมต้องปฏิเสธนอนกับฉัน”


                หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองคนพูดอย่างตกใจ ดูเหมือนบาสเตียนจะเพิ่งรู้ตัวเช่นกันว่าใช้คำพูดผิดไปหน่อย ชายหนุ่มไหวไหล่เบาๆ แล้วเปลี่ยนรูปประโยคเสียใหม่


                “ฉันหมายถึงนอนในห้องนี้”


                ก็เพราะว่าคุณเป็นผู้ชายไงคะพราวถึงต้องรีบเปลี่ยนห้อง


                “ประเพณีไทยห้ามผู้ชายกับผู้หญิงที่ไม่ใช่สามีภรรยานอนห้องเดียวกันค่ะ...คุณมีแม่เป็นชาวไทยน่าจะพอทราบ”


                “แต่ตอนนี้เธออยู่ที่โรม ที่นี่ไม่ได้เคร่งเรื่องพวกนี้” บาสเตียนยังเถียงต่ออย่างเอาแต่ใจ ในที่สุดพราวฟ้าก็ต้องเป็นฝ่ายยอมยกธงขาว หญิงสาวเดินไปนั่งจุ้มปุกลงที่โซฟานั่งเล่นและไม่ยอมขึ้นไปนอนบนเตียงอีก คนแกล้งจึงหมดสนุกเมื่อหญิงสาวไม่ตอบโต้ใดๆ ในสมองของพราวฟ้าตอนนี้มีเพียงความรู้สึกหดหู่อย่างไม่ทราบสาเหตุ หญิงสาวไม่อาจรู้ได้ว่าเธอเป็นอะไรกันแน่ รู้แต่เพียงว่ายิ่งเขาพูดก็ยิ่งทำให้เธอดูไร้ค่าไร้ราคาลงทุกที





รีบอัพไว้ เน็ตมือถือกาก ใช้เน็ตที่ทำงานนี่ล่ะ ดีสุด ฮ่าๆๆ 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้าาา

ฝากติดตามต่อด้วยนะคะ อิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

344 ความคิดเห็น

  1. #341 Pradtana2232 (@Pradtana2232) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 01:25
    เด่วนี้วิธีจีบเค๊าพัฒนาไปไกลมาก หากอยากรู้มาอ่านเรื่องนี้ได้5555
    #341
    1
  2. #310 ปลากระป๋อง (@plamaszaboh) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 18:54
    รออ่านต่อนะคะ
    #310
    0
  3. #37 แอล (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 17:40
    สรุปอิบาสมันต้องแต่งงาน เป็นผู้หญิงที่พ่อจัดหาให้ แล้วแกเอาพราวมายุ่งด้วยทำไมอิบาสไม่สงสารชะตาชีวิตพราวเหรอ
    #37
    1
    • #37-1 สิริรฉัตร (@0849559567) (จากตอนที่ 7)
      15 ธันวาคม 2559 / 08:51
      ฮ่าๆ บาสก็อยากเลือกเองอะไรเองบ้างงง
      #37-1
  4. #36 agronomy36 (@agronomy36) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 17:39
    อยากจะเป็นพราวแทน อิอิ
    #36
    1