เกมร้อนมาเฟียร้าย [ลำดับที่ 1 ในซีรีย์ชุด ผู้หญิงของมาเฟีย ]

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 3 ข้อตกลงที่พ่อต้องยอมรับ 3-2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8525
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    6 ธ.ค. 61


สวัสดีครับ พรรณกรพูดครับ


พราวฟ้าคลี่ยิ้มทันทีที่ได้ยินเสียงบิดา ไม่ว่าพรรณกรจะรับสายใครก็มักจะมีคำขึ้นต้นด้วยการแนะนำชื่อเสมอ และหญิงสาวก็มักจะล้อเลียนท่านด้วยการเลียนเสียงกลับไป


สวัสดีค่ะพราวฟ้าพูดค่ะ


พราว...นี่พราวหรือลูก เป็นยังไงบ้างทำไมเพิ่งจะโทร. มา เมื่อทราบว่าเป็นบุตรสาวคนที่ไม่ได้ละสายตาจากการวาดการ์ตูนมาทั้งวันก็ออกอาการดีใจยกใหญ่ รีบวางทุกอย่างลงและให้ความสนใจคนปลายสายมากเป็นพิเศษ พราวฟ้ายิ้มบางก่อนจะเล่าเรื่องที่นี่ให้บิดาฟังคร่าวๆ


พอดีพราวไม่ค่อยสบายค่ะ ปรับตัวเข้ากับอากาศไม่ทันเลยเป็นไข้


แล้วอาการดีขึ้นหรือยังลูก ไปหาหมอหรือเปล่าแล้วไปยังไงพรรณกรยังคงยิงคำถามเป็นชุดๆ ตามประสาพ่อที่เป็นห่วงลูก


คุณบาสเตียนเจ้าของโรงแรมมาเห็นพราวหมดสติพอดีเลยช่วยเอาไว้ค่ะ เขาให้พราวทานยาและนอนพักผ่อนจนอาการดีขึ้นเกือบจะเป็นปกติแล้วค่ะ...เหลือแค่เพลียร่างกายนิดหน่อยเท่านั้น


เขาใจดีมากเลยนะลูก ว่าแต่คุณบาสเตียนคนนี้เป็นคนเดียวกับที่ให้โควตาพราวไปแลกเปลี่ยนงานที่อิตาลีหรือเปล่า?”


ใช่ค่ะ


เท่าที่ฟังจากพราวเขาก็ดูใจดี ทำไมพนักงานคนอื่นถึงกลัวเขานัก...หรือว่าหมอนี่เป็นมาเฟีย?” 


พรรณกรเริ่มจินตนาการตามประสาศิลปินที่ชอบคิดและวาดภาพเหตุการณ์แบบเกินจริงอยู่ในหัว พราวฟ้ายิ้มส่ายหน้าทันที เธอชินเสียแล้วกับความคิดที่ไม่เหมือนใครของบิดา พรรณกรเป็นนักวาดการ์ตูนมือทองของประเทศ ฉะนั้นก็ไม่แปลกอะไรที่เขาจะชอบคิดจินตนาการต่อยอดจากเรื่องที่บุตรสาวเล่า


ไม่ใช่หรอกค่ะพ่อ...แต่เขาก็มีบอดี้การ์ดตัวโตๆ หลายคนเหมือนกันนะคะเสียงคนเล่าแผ่วๆ ในตอนท้ายเหมือนเริ่มไม่แน่ใจ


นั่นประไร! บางทีธุรกิจโรงแรมอาจจะเป็นเพียงธุรกิจบังหน้าก็ได้นะพราว พ่อว่าลูกอย่าไปสุงสิงกับเขามากนักเลย อยู่ห่างๆ ไว้ คนธรรมดาที่ไหนเขาพกบอดี้การ์ดติดตัวหลายๆ คนแบบนี้ ไม่มีหรอก!


ก็เขาไม่ใช่คนธรรมดานี่คะพ่อ เขาเป็นนักธุรกิจร่ำรวยมีชื่อเสียง บางทีอาจมีคนมุ่งร้ายกับเขาก็ได้ แต่นั่นก็เป็นเรื่องของเขา ยังไงซะพอหายไข้พราวก็กลับไปอยู่ในที่ของพราวแล้วละค่ะท้ายประโยคเหมือนคนพูดกำลังเตือนตัวเองเสียมากกว่าเล่าให้บิดาฟัง


กลับไปอยู่ในที่ของพราว?” พรรณกรทวนคำพูดของบุตรสาวอย่างฉงน หมายความว่ายังไงหรือพราว...


เอ่อ...


พราวฟ้ายิ้มแหยเมื่อเผลอพูดเรื่องนี้ขึ้นมา ครั้งแรกเธอตั้งใจเพียงแค่เล่าความดีของชายหนุ่มให้บิดาฟังเท่านั้น ทว่าไม่ได้ตั้งใจจะพูดถึงเรื่องที่เขาให้เธอมาอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์ส่วนตัวนี้หรอก แต่เมื่อเผลอหลุดปากไปแล้วพราวฟ้าก็ไม่อยากโกหก หญิงสาวจึงตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้บิดาฟังโดยละเอียด...ยกเว้นเหตุการณ์ที่บาสเตียนเข้าห้องผิดและถือวิสาสะนอนบนเตียงกับเธอเมื่อคืนนี้ไว้หนึ่งเรื่อง


พ่อว่ามันชักจะยังไงๆ แล้วนะพราว ไอ้เจ้านายของลูกคนนี้


                ยังไงที่ว่าหมายถึงอะไรคะพ่อ...หญิงสาวเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ


                พ่อว่าหมอนี่มันหาเรื่องอยู่กับลูก


คงไม่ใช่หรอกค่ะพ่อ คุณบาสเตียนเป็นคนใจดี เขาดูเป็นผู้ใหญ่เกินกว่าจะมาทำเรื่องแบบที่พ่อคิดนะคะ


อย่าไว้ใจทางอย่าวางใจผู้ชายเกินไปนะพราว พ่อเป็นผู้ชายทำไมพ่อจะดูไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร ถึงจะอยู่กันคนละห้องแต่ก็ได้ชื่อว่าอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน ทางที่ดีลูกรีบขอกลับไปพักต่อที่ตึกพนักงานดีกว่า...เกิดหมอนั่นแกล้งเข้าห้องผิดกลางดึกจะว่ายังไง...เป็นผู้หญิงยังไงก็เสียเปรียบอยู่วันยังค่ำ


คำเตือนของบิดาทำเอาพราวฟ้าถึงกับพูดไม่ออก ยิ่งพินิจก็ยิ่งเห็นด้วยกับความคิดของผู้เป็นพ่อ...คนหุ่นร่างกำยำตัวสูงใหญ่ท่าทางแข็งแรงอย่างบาสเตียนนะหรือจะหน้ามืดจนเดินกลับห้องไม่ไหว...เป็นไปไม่ได้!


โอ้ยยายพราว ทำไมความรู้สึกช้าแบบนี้


หญิงสาวตำหนิตัวเองในใจ แต่ถึงให้ย้อนเวลากลับไปเธอก็คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ทุกครั้งที่ต้องใกล้ชิดกับบาสเตียนสมองของพราวฟ้าก็ขาวโพลน ไม่เพียงแค่เธอหรอกหากหญิงสาวยังมั่นใจว่าสุภาพสตรีทุกคนที่ได้ใกล้ชิดผู้ชายทรงเสน่ห์อย่างเขาคงยากที่จะครองสติได้ครบถ้วน...แต่พราวฟ้าจะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกแน่นอน!


พราว...ได้ยินที่พ่อพูดไหมลูกพรรณกรเอ่ยเรียกเมื่อบุตรสาวเงียบไป พราวฟ้าเหมือนถูกกระชากออกจากความคิด


ค่ะพ่อ...พราวจะพยายามขอกลับไปอยู่ที่ตึกพักพนักงานนะคะ


ถ้าหมอนั่นไม่ยอมก็ลาออกกลับบ้านเลยนะพราว ลูกสาวคนเดียวพ่อเลี้ยงได้!


คนเป็นพ่อกางปีกรอรับลูกกลับสู่อก หากพราวฟ้ากลับส่ายหน้าเนือยๆ เธอทราบดีว่าบิดามีความตั้งใจจริงที่จะทำเช่นนั้น แต่ในความเป็นจริงท่านไม่มีเวลามากพอจะดูแลเธอด้วยซ้ำ พราวฟ้าไม่ปฏิเสธเลยว่าเธอถูกคนข้างบ้านอบรมสั่งสอนเสียเป็นส่วนใหญ่ ส่วนบิดานั้นทำงานจนแทบไม่มีเวลามาพูดคุยกับหญิงสาว พอเหงาๆ ไม่มีเพื่อนคุยเธอจึงเดินไปนั่งเล่นกับยายข้างบ้านและหลานชายของท่านที่ตอนนี้ทำงานอยู่ต่างจังหวัด คุณยายท่านใจดีและสั่งสอนพราวฟ้าในหลายๆ อย่าง...นิสัยขี้เกรงใจก็คงจะติดมาจากคุณยายมาลีนั่นล่ะ


พราวจะพยายามค่ะพ่อ แต่ตอนนี้ต้องรีบวางแล้ว พราวเกรงใจคุณบาสเตียนค่ะ ใช้โทรศัพท์โทร. ทางไกลนานๆ คงเสียเงินมาก...ยังไงฝากพ่อบอกยายด้วยนะคะว่าพราวสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ไว้ครบสามเดือนจะรีบกลับไปหาค่ะ


ดูแลตัวเองนะพราว


เช่นกันค่ะพ่อหญิงสาวยิ้มอ่อนโยนก่อนจะจบบทสนทนากับบิดาลงเพียงเท่านั้น

.

.

.

.

หลังวางสายบิดาได้ไม่นานเจ้าของเพนท์เฮ้าส์ก็กลับเข้ามาตามที่พูดไว้ พราวฟ้ารีบดึงหมอนอิงมากอดไว้แน่น ปกปิดทรวงอกซ่อนรูปที่โดดเด่นด้วยบราเซียร์สีดำสนิทภายใต้เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งสีขาวของชายหนุ่ม บาสเตียนวางถุงกระดาษลงบนโต๊ะพร้อมทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ทว่าความชิดใกล้ที่มากเกินความจำเป็นกลับทำให้พราวฟ้าสะดุ้งตกใจ รีบกระถดกายออกราวกับต้องของร้อน ท่าทีระแวดระวังเป็นพิเศษของเธอไม่รอดพ้นสายตาชั่งสังเกต หากบาสเตียนไม่ได้ทักท้วงอะไรนอกจากมองเงียบๆ


“ชุดใหม่ของเธอ เอาไปลองดูสิว่าใส่ได้ไหม”


“ขอบคุณค่ะ...”


หญิงสาวเกือบจะยกมือไหว้แต่นึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ชอบจึงลดมือลงแล้วรีบคว้าถุงกระดาษสีสวยสองสามถุงเดินหายเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง ขณะที่พราวฟ้าเข้าไปลองชุดบาสเตียนก็เดินเข้าไปที่ห้องนอนตัวเองแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าบ้างเช่นกัน โดยชายหนุ่มเลือกใส่ชุดลำลองสบายๆ เป็นกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดเรียบๆ เมื่อหญิงสาวเดินกลับออกมาก็รู้สึกแปลกตาทันที ภาพลักษณ์ใหม่ของชายหนุ่มทำให้พราวฟ้าเผลอทิ้งความระแวงไปโดยไม่รู้ตัว


“ชอบไหม?” ชายหนุ่มถามกว้างๆ แต่กลับทำให้คนถูกถามเข้าใจว่าเขาหมายถึงชุดที่ซื้อให้เธอ


“ชอบค่ะ ใส่ได้พอดีเลย” ว่าแล้วก็ก้มลงมอง บาสเตียนส่ายหน้ายิ้มๆ


“ฉันหมายถึงเธอ...ชอบฉันไหม?”


“คะ?” พราวฟ้าถึงกับอึ้งเงยหน้าขึ้นมองคนพูดอย่างตกใจ หญิงสาวพยายามส่ายหน้าแดงๆ ของตัวเองเพื่อปฏิเสธ ทว่าการปั้นสีหน้าให้อีกฝ่ายคิดว่าเธอไม่ได้รู้สึกอะไรมันช่างยากยิ่งยวด


“ไม่ชอบหรือ?” ชายหนุ่มแสร้งก้มลงมองชุดตัวเองแล้วทำหน้าหงอยๆ ทำท่าจะกลับไปเปลี่ยนชุดใหม่ “ถ้าไม่ชอบฉันกลับไปใส่สูทตามเดิมก็ได้ แบบนี้มันคงไม่เข้ากับฉันสินะ”


“เอ่อ...หมายถึงเสื้อหรือคะ?”


“อื้อ...แล้วเธอคิดว่าฉันหมายถึงอะไร?” บาสเตียนถามกลับยิ้มๆ แววตาขบขัน เล่นเอาคนเข้าใจผิดจังเบ้อเร่อหน้าม้านทันที พราวฟ้ายิ้มแหยนิดๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว


คนอะไรชอบพูดไม่เคลียร์ ทำให้เข้าใจผิดอยู่เรื่อย


“แบบนี้ก็ดูดีไปอีกแบบค่ะ”


“แล้วชอบไหม?” คนเอาแต่ใจต้อนจะเอาคำตอบให้ได้พราวฟ้าจึงเผลอทำหน้าเง้าอย่างลืมตัว


“ค่ะ”


ชายหนุ่มระบายยิ้มเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น ระหว่างที่หญิงสาวหน้างอนิดๆ เหมือนไม่รู้จะพูดอะไรเขาจึงฉวยมือเธอมาจับแล้วพาเดินขึ้นบันไดไปชั้นดาดฟ้า


“คุณบาสเตียนจะไปไหนคะ” หญิงสาวถามอย่างงุนงงพลางบิดมือออกแต่ไม่สำเร็จ


“พาเธอขึ้นไปพักผ่อนบนดาดฟ้าไง” บาสเตียนว่าพลางจูงมือเธอขึ้นบันได พราวฟ้าไม่ค่อยเข้าใจว่าดาดฟ้ามีอะไรดีเจ้าของโรงแรมหนุ่มถึงนำเสนอนักหนา ทว่าพอเปิดประตูออกไปก็ทำเอาหญิงสาวถึงกับยืนทึ่งอยู่พักใหญ่


บาสเตียนยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจเมื่อเห็นอากัปกิริยาของหญิงสาว ชั้นสุดท้ายของเมนิแกนด์ โฮเต็ล เป็นจุดชมวิวส่วนตัวที่เขาทำขึ้นมาเพื่อผ่อนคลายสมองในยามเครียดๆ ผนังเกือบรอบกรุด้วยกระจกใสชั้นดี หลังคาเว้านูนขึ้นเป็นโดมให้ความรู้สึกปลอดโปร่งเหมาะแก่การผ่อนคลายอย่างมาก และมีจุดเล็กๆ สำหรับเดินออกไปรับลมธรรมชาติซึ่งเป็นมุมที่บาสเตียนโปรดปรานที่สุด


                “สวยไหม?” บาสเตียนใช้ภาษาไทยเอ่ยถามหญิงสาวเป็นครั้งแรก แต่ดูเหมือนคนฟังจะยังไม่ทันสังเกตชายหนุ่มจึงอมยิ้มนิดๆ ก่อนจะรอดูอากัปกิริยาของหญิงสาว


                “ค่ะ...”


                พราวฟ้าใช้ภาษาเดียวกันตอบรับคนถามด้วยความเคยชิน ก่อนจะเบิกตากว้างอย่างตกใจในวินาทีต่อมา หญิงสาวหันขวับมองเจ้าของโรงแรมหนุ่มอย่างไม่แน่ใจ...เมื่อสักครู่นี้บาสเตียนใช้ภาษาไทยถามเธออย่างชัดถ้อยชัดคำ พราวฟ้ามั่นใจว่าเธอไม่ได้หูฝาด


บาสเตียนระบายยิ้มอย่างขบขันท่าทางตกตะลึงเกินเหตุของหญิงสาว ก่อนจะพูดกับเธอด้วยภาษาไทยอีกครั้งเพื่อย้ำให้คนตัวเล็กแน่ใจว่าเธอไม่ได้หูฝาดจริงๆ


                “หึๆ เป็นอะไร...ทำหน้าตกใจเหมือนเห็นผี?”


                “คุณบาสเตียนพูดไทยได้?” หญิงสาวไม่ได้ตอบแต่ถามกลับอย่างประหลาดใจ แม้จะพอทราบประวัติเจ้าของโรงแรมหนุ่มมาคร่าวๆ ว่าเขาเป็นลูกครึ่งไทย - ตาเลียน แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่บาสเตียนใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร...หรือแม้แต่ตอนที่ชายหนุ่มเดินทางไปประชุมที่เมืองไทย เจ้าของโรงแรมหนุ่มก็เลือกใช้ภาษาอังกฤษพูดคุยกับพนักงานเป็นส่วนใหญ่


                “แม่ฉันเป็นคนไทย แล้วมันแปลกตรงไหนถ้าฉันจะเรียนรู้จากท่าน” บาสเตียนเลิกคิ้วยิ้มๆ


                “ก็...ในประวัติผู้บริหารบอกว่าคุณเติมโตที่โรมและในความสามารถด้านภาษาก็ไม่มีภาษาไทยอยู่ในนั้นเลย...พราวเลยคิดว่าคุณคงพูดไม่ได้”พราวฟ้าสารภาพเสียงอ่อย


บาสเตียนยิ้มส่ายหน้าก่อนจะจูงมือหญิงสาวพาไปยังม้านั่งสีขาวสะอาดตา ทรุดกายนั่งพร้อมร่างบางก่อนจะเอนแล้วหลังพาดแขนทั้งสองข้างไว้บนพนักไม้ด้วยท่าทางผ่อนคลาย ขายาวๆ เหยียดตรง ปลายเท้าเรียวยาวสวมเพียงรองเท้าแตะสบายๆ เท่านั้น หากบาสเตียนไม่หยุดสร้างความประหลาดใจแต่เพียงเท่านี้ ชายหนุ่มพาเธอขึ้นมานั่งชมวิวบนชั้นสูงสุดของตึกด้วยท่าทีที่แตกต่างไปจากเดิมมาก มากจนพราวฟ้าอดรู้สึกไม่ได้ว่า...เหมือนเธอกำลังมาเที่ยวพักผ่อน...กับแฟน!


“ข้อมูลที่เธอและพนักงานทุกคนพากันท่องจำจนเป็นนกแก้วนกขุนทองมันเป็นแค่เศษเสี้ยวหนึ่งของเรื่องราวทั้งหมดเท่านั้นล่ะ...ยังมีอะไรหลายอย่างที่เธอยังไม่รู้” ว่าแล้วสายตาคมก็หันมาจ้องดวงตากลมใสที่มองเขาอย่างสนใจใคร่รู้ก่อนจะเล่าประวัติคร่าวๆ ให้หญิงสาวฟังอย่างสบายๆ “พ่อฉันเป็นลูกครึ่งอังกฤษ อิตาเลียน ส่วนแม่เป็นคนไทย แต่ตอนนี้ฉันไม่มีญาติอยู่ที่เมืองไทยแล้วเพราะแม่ไม่มีญาติที่ไหนนอกจากตากับยาย ซึ่งพวกท่านก็เสียกันไปหมดแล้ว เพราะงั้นฉันเลยสงวนภาษาไทยไว้ใช้กับแม่แค่คนเดียว...แล้วเธอล่ะ...อยู่ที่บ้านกับใครบ้าง?”


คนเล่าพูดไทยคล่องปรื๋อจนพราวฟ้าฟังเพลินเลยทีเดียว หญิงสาวเผลอใช้สายตาชื่นชมมองชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว เพราะท่าทางผ่อนคลายของบาสเตียนที่แตกต่างจากทุกครั้งทำให้พราวฟ้ารู้สึกหายเกร็งและเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น


“พราวฟ้า...ได้ยินที่ฉันถามไหม?” บาสเตียนถามย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นคนตัวเล็กมองเขาอยู่นานแต่กลับไม่ยอมตอบคำถามสักที ทางด้านคนถูกเรียกก็เหมือนจะเพิ่งรู้ตัว หญิงสาวยกมือขึ้นเกาท้ายทอยแก้เก้อก่อนจะถามกลับเสียงแผ่ว


“คุณบาสเตียนว่ายังไงนะคะ? พะ...พราวไม่ฟังไม่ถนัน”


“ถามว่าเธออยู่ที่บ้านกับใครบ้าง” ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงกลั้วหัวเราะ ทอดมองคนเขินด้วยสายตาเอื้อเอ็นดู หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ ก่อนตอบ


“พราวอยู่กับพ่อสองคนค่ะ แม่เสียไปหลายปีแล้ว...แต่พ่อไม่ค่อยมีเวลาให้พราวหรอกค่ะ ท่านทำงานตลอดเวลา”


“พ่อเธอทำงานอะไรหรือ?”


“เป็นนักวาดการ์ตูนค่ะ ท่านชอบออกไปหาแรงบันดาลใจ บางครั้งก็ชอบอยู่คนเดียวเงียบๆ นานๆ ทีเราจะได้คุยกันสักครั้ง แต่พราวก็เข้าใจนะคะ เพราะทุกครั้งที่พ่อว่างท่านก็จะมานั่งคุยเล่นกับพราว เลยไม่ได้ทำให้เราห่างเหินกันนัก”


“เล่าอีกสิ ฉันชอบฟัง” บาสเตียนมองคนพูดอย่างตั้งใจฟัง หากหญิงสาวกลับส่ายหน้าแล้วยิ้มบางๆ


“เรื่องของพราวไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอกค่ะ ชีวิตพราวไม่ค่อยมีเรื่องราว”


“งั้นคุยเรื่องตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยสิ...เธอบอกว่ายังไม่มีแฟน แปลว่าไม่มีคนมาจีบเลยเหรอ?” บาสเตียนถามนิ่งๆ ท่าทางใคร่รู้เรื่องนี้เสียเหลือเกินจนหญิงสาวเริ่มสงสัย พราวฟ้าหรี่ตามองชายหนุ่มและเริ่มระวังตัวอีกครั้ง


“ขอไม่คุยเรื่องนี้ได้ไหมคะ” หญิงสาวมองหน้าคนถามอย่างไม่สะดวกใจที่จะพูด หากบาสเตียนก็ไม่ได้ทู่ซี้อะไร ชายหนุ่มไหวไหล่เบาๆ ราวกับหมดความสนใจ ทว่าในใจนั้นทั้งว้าวุ่นและเต็มไปด้วยความอยากรู้!


เรื่องแค่นี้ทำไมต้องทำเป็นลับลมคมใน


“แล้วคุณบาสเตียนละคะมีแฟนหรือยัง?” พราวฟ้าทำหน้านิ่งบ้าง หญิงสาวก็ไม่รู้ว่าเธอไปเอาความกล้าพวกนี้มาจากไหน เธอเพียงแค่อยากถามให้เขารู้สึกอึดอัดบ้าง ทว่าพอเห็นบาสเตียนนิ่งไปหลายนาทีก็ทำเอาคนตั้งคำถามรู้สึกเครียดขึ้นมาทันควัน แต่ก่อนที่พราวฟ้าจะเอ่ยคำขอโทษที่ถามเรื่องส่วนตัวของเขา ชายหนุ่มก็ตอบกลับมาเสียงราบเรียบ แต่ไม่ทราบว่าหญิงสาวคิดไปเองหรือไม่ บาสเตียนในเวลานี้ไม่กล้ามองตาเธอสักเท่าไร...หรือพราวฟ้าคิดไปเอง?


“ยัง...ยังไม่มีแฟน”


มีแต่คู่หมั้น


บาสเตียนตอบประโยคนี้ในใจ รู้สึกอึดอัดชะมัดที่ถูกถามเรื่องนี้กลับบ้าง ไม่ได้อยากพูดถึงเลยสักนิด เมื่อเห็นหญิงสาวเงียบไปชายหนุ่มจึงลุกขึ้นเต็มความสูง มือหนาเลิกชายเสื้อยืดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำเอาคนข้างๆ ถึงกับตกใจ


“คะ...คุณบาสเตียนจะทำอะไรคะ?” พราวฟ้าถามเสียงสะดุด


“อาบน้ำ” คนจะอาบน้ำตอบหน้าตายก่อนถอดเสื้อโยนใส่ตักเธอ พราวฟ้าสะดุ้งโหยง หน้าร้อนเห่อทันควันเมื่อบาสเตียนทำท่าจะถอดกางเกงด้วย


“จะ...จะถอดหมดเลยหรือคะ?” คนถามหัวใจเต้นแรงจนแทบช็อก บาสเตียนหัวเราะออกมาอย่างชอบใจเมื่อเห็นหญิงสาวทำหน้าแบบนั้น


“เวลาอาบน้ำใครเขาใส่เสื้อผ้าอาบกันล่ะ”


“ถะ...ถ้าอย่างนั้นพราวขอลงไปรอข้างล่างนะคะ” หญิงสาวทำท่าจะลุกแต่ถูกชายหนุ่มคว้ามือเอาไว้เสียก่อน


“ไม่ได้! มาด้วยกันก็ต้องลงไปพร้อมกันสิ...อยู่เป็นเพื่อนฉันก่อน”


“ตะ...แต่ว่า...” พราวฟ้าในเวลานี้กลายเป็นคนพูดติดอ่างไปเสียแล้ว คนขี้แกล้งยิ้มขันก่อนจะถอดกางเกงแล้วยัดใส่มือให้เธอช่วยถือ พราวฟ้าหลับตาปี๋ อายหน้าดำหน้าแดงจึงไม่รู้ว่าชายหนุ่มใส่กางเกงว่ายน้ำเอาไว้อีกชั้น บาสเตียนระบายยิ้มทั่วหน้า


หึๆ ยายบ๊อง! ใครเขาจะมาอาบน้ำกันบนนี้ มันมีห้องอาบน้ำให้เสียที่ไหน


ใบหน้าหล่อเหลาส่ายไปมาอย่างขันๆ ไม่อยากแกล้งเธอไปมากกว่านี้ด้วยเกรงว่าหญิงสาวจะช็อกหมดสติไปเสียก่อน ร่างสูงใหญ่เดินไปที่สระว่ายน้ำสุดหรูแล้วกระโดดตูมลงไป พราวฟ้าค่อยๆ ลืมตาขึ้นหรี่มองเขาแบบแอบๆ แต่พอเห็นว่าบาสเตียนไม่ได้อาบน้ำหากกำลังออกกำลังกายในสระว่ายน้ำก็ทำเอาหญิงสาวมองค้อนคนในสระวงใหญ่ ร่างบางนั่งรอกระทั่งคนกวนประสาทว่ายน้ำจนพอใจถึงได้กลับลงไปที่เพนท์เฮ้าส์พร้อมกัน...ครั้นพอทานข้าวทานยาเรียบร้อยพราวฟ้าก็กลับเข้าไปนอนในห้องของเธอโดยที่คืนนี้หญิงสาวไม่ลืมล็อกประตูเอาไว้อย่างแน่นหนา จากนั้นก็เข้าสู่นิทรารมอย่างรวดเร็วด้วยฤทธิ์ยา ใครบางคนจึงไม่สามารถใช้มุกหลงห้องได้อย่างเมื่อวานนี้อีก


“พราวฟ้า...พราว เปิดประตูให้ฉันหน่อย”


เสียงเคาะเรียกจากด้านนอกไม่ได้กระทบความรู้สึกของคนหลับเลยแม้แต่น้อย บาสเตียนเริ่มร้อนใจเมื่อหญิงสาวเงียบไปนาน ชายหนุ่มเดินกลับไปค้นกุญแจห้องในลิ้นชักหัวเตียง แต่ยังหาไม่เจอเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นเสียก่อน


“เวย์กัส”


ชายหนุ่มลังเลเล็กน้อยว่าควรจะเลือกใครดีระหว่างลูกพี่ลูกน้องตัวแสบอย่าง เวย์กัส เมนิแกนด์ กับผู้หญิงที่กุมหัวใจของเขาอย่างพราวฟ้าซึ่งไม่รู้ว่าเธอหลับไปเพราะฤทธิ์ยาหรือช็อกหมดสติเพราะไข้ขึ้นกลางดึก เมื่อชั่งน้ำหนักดูก็พบว่าคนในห้องสำคัญที่สุดในเวลานี้บาสเตียนจึงกดตัดสายแล้วหากุญแจง่วน แต่ไม่นานเสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นอีกอย่างไม่ยอมแพ้ คนมีศักดิ์เป็นพี่ถึงกับกรอกสายตาอย่างระอาใจ ความเอาแต่ใจของหมอนี่ชนะทุกอย่างจริงๆ





โปรดติดตามตอนต่อไปปปปปปปปปปปปปปปปป

^O^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

344 ความคิดเห็น