เกมร้อนมาเฟียร้าย [ลำดับที่ 1 ในซีรีย์ชุด ผู้หญิงของมาเฟีย ]

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 2 หมอนข้างดิ้นได้ 2-2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,951
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    1 ธ.ค. 61


เช้าวันรุ่งขึ้น...


เปลือกตาบางขยับช้าๆ เมื่อรู้สึกตัวตื่นในวันใหม่ หญิงสาวเมื่อยขบไปทั้งร่าง รู้สึกเหมือนมีอะไรมารัดตัวไว้ทั้งคืน พราวฟ้าค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาเมื่อแน่ใจว่าเธอไม่ได้คิดไปเอง และภาพที่เห็นตรงหน้าก็คือแผงอกแกร่งที่มีไรขนสีน้ำตาลขึ้นจางๆ หญิงสาวมองลำแขนกำยำที่โอบตัวเธอเอาไว้อย่างตกใจ พยายามตั้งสติและค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของกายแกร่งที่กอดเธออย่างแนบแน่นอยู่ตอนนี้ แต่เมื่อรู้ว่าเขาเป็นใครก็ทำเอาพราวฟ้าแทบลมจับ


ดวงตากลมโตกระพริบถี่ๆ แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่ค่อยถูกนักหากหญิงสาวก็มีสติพอจะรู้ว่าควรต้องทำอะไรเป็นอันดับแรก คนตัวเล็กพยายามยกแขนแกร่งออกไปจากตัวอย่างเบามือ หากปล่อยให้บาสเตียนตื่นขึ้นมาเห็นสภาพเช่นนี้พราวฟ้าคงมองหน้าเขาไม่ติดเป็นแน่ ทว่าแค่ขยับลำแขนของเขาเพียงเล็กน้อยบาสเตียนกลับยิ่งกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นจนปลายจมูกของพราวฟ้าชนกับแผงอกของเขา มิหนำซ้ำชายหนุ่มยังเอาขาข้างหนึ่งพาดขึ้นมาทับขาของเธอไว้แล้วนอนต่ออย่างสบายใจ


หัวใจดวงน้อยเต้นดังโครมคราม พร้อมกันนั้นก็เกิดความสงสัยว่าเหตุใดชายหนุ่มถึงมานอนกอดเธอบนเตียงที่ไม่ใช่ห้องนอนของเขาเช่นนี้ หรือว่า...! แวบแรกพราวฟ้าตกใจแทบสิ้นสติ หากวินาทีต่อมาสัญชาตญาณบางอย่างก็ร้องเตือนว่าร่างกายของเธอยังปกติดี หญิงสาวจึงคลายใจลง...สงสัยเขาคงเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นหมอนข้างเป็นแน่ถึงได้กอดแน่นเสียขนาดนี้ พราวฟ้าสรุปอย่างคนมองโลกในแง่ดี หารู้ไม่ว่าบัดนี้คนแกล้งหลับระบายยิ้มไปทั่วหน้าจนน่าหมั่นไส้ สีหน้าและแววตาของบาสเตียนอารมณ์ดีอย่างเหลือร้าย แต่ดูเหมือนแผนแกล้งหลับจะใช้ไม่ได้เสียแล้วเมื่อคนในอ้อมกอดพินิจในใจอย่างถี่ถ้วนว่าเธอไม่ควรปล่อยให้เขาเข้าใจผิดนานไปกว่านี้


                “คุณบาสเตียนคะ...ช่วยปล่อยพราวด้วยค่ะ”


                “ฮื้อ...” บาสเตียนทำเสียงฮึดฮัดในลำคอทำเอาคนขี้เกรงใจกระตุกไปเล็กน้อย หากหญิงสาวจำต้องกลั้นใจปลุกเพราะไม่อย่างนั้นเธอจะกลายเป็นหมอนข้างให้เขากอดอยู่อย่างนี้


เป็นไงเป็นกัน!


                “คุณบาสเตียนตื่นเถอะค่ะ...นี่พราวเองนะคะ ไม่ใช่หมอนข้าง”


                คนมากเล่ห์ถอนหายใจเซ็งๆ ก่อนจะดันร่างหญิงสาวออกเพียงเล็กน้อยแล้วกดใบหน้าลงมองตาเธอด้วยท่าทางงัวเงียเหมือนเพิ่งตื่น


                “อ้าว...นี่เธอเองหรอกหรือพราวฟ้า ฉันคิดว่านอนกอดหมอนข้างซะอีก ถึงว่าหมอนข้างวันนี้ไม่แข็งเหมือนทุกวันแถมยังดิ้นได้อีกต่างหาก”


                บาสเตียนตอบหน้าตายทำเอาพราวฟ้าถึงกับพูดไม่ออก ครั้นจะต่อว่าก็ไม่กล้าเพราะชายหนุ่มเป็นถึงเจ้าของโรงแรมที่เธอทำงานอยู่ แถมเขายังช่วยเหลือหญิงสาวและให้ที่พักกับเธออีกต่างหาก


                “ไม่ใช่ค่ะ” หญิงสาวตอบสั้นๆ หากภายใต้ความเงียบพราวฟ้าก็คิดทบทวนไปด้วย


เมื่อคืนเธอง่วงจัดและคงผล็อยหลับไป ส่วนบาสเตียน...


            “โทษทีฉันเข้าห้องผิด”


            พราวฟ้าพยายามทบทวนเหตุการณ์หลังจากนี้เพื่อหาข้อสรุปว่าบาสเตียนขึ้นมานอนบนเตียงเธอได้อย่างไร แต่จนแล้วจนรอดหญิงสาวก็ไม่ได้คำตอบจนต้องกลั้นใจถามเจ้าตัวไปตรงๆ


                “คุณบาสเตียน...มานอนในห้องนี้ได้ยังไงคะ?” พราวฟ้าเอ่ยถามเสียงสั่น เจ้าของโรงแรมหนุ่มจึงตอบกลับมาทันทีโดยไม่ติดขัด


                “ฉันหน้ามืดเดินกลับห้องไม่ไหวเลยต้องนอนที่นี่...เธอคงไม่ว่าใช่ไหมพราวฟ้าที่ฉันขออาศัยเตียงนอนของเธอเมื่อคืนนี้”


                คุณเป็นเจ้าของเพนท์เฮ้าส์แล้วพราวจะมีสิทธิ์อะไรไปว่าละคะ...


                “ไม่ค่ะ...”


                หญิงสาวก้มหน้าลงเล็กน้อยหนีสายตาใสซื่อแต่ไม่ค่อยบริสุทธิ์ของคนถาม บาสเตียนซ่อนยิ้มในหน้าก่อนจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระแล้วลุกจากเตียงอย่างรู้หน้าที่ แต่ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะเดินออกไปก็ไม่ลืมหันกลับมาเตือนเธอ


                “อีกหน่อยพ่อครัวจะนำอาหารเช้าขึ้นมาเสิร์ฟ แต่ยังไม่ต้องอาบน้ำนะเดี๋ยวไข้จะกลับ แค่ล้างหน้าแปรงฟันแล้วออกไปทานข้าวทานยาแค่นั้นก็พอ ฉันจะรอที่ห้องอาหาร”


                พราวฟ้าพยักหน้าลงช้าๆ พลางมองตามบาสเตียนกระทั่งเขาออกไปจากห้อง เท่านั้นล่ะหญิงสาวก็ยกมือขึ้นทาบอกพ่นลมหายใจทันที ไม่มีคำจำกัดความไหนที่จะเหมาะสมกับผู้ชายคนนี้เท่าคำว่า อันตรายอีกแล้ว ผู้ชายอะไรกล้ามแน่นยิ่งกว่านักกีฬาทีมชาติเสียอีกแถมชอบถอดเสื้อโชว์โฉบไปโฉบมาไม่เกรงใจคนมองเลยสักนิด พราวฟ้าเบี่ยงเท้าลงจากเตียงก่อนจะเดินไปล็อกประตูเพื่อป้องกันไม่ให้ใครบางคนหลงเข้ามาในห้องของเธอได้อีก แต่ยังไม่ทันกดล็อกลูกบิดประตูก็ถูกหมุนก่อนที่คนด้านนอกจะออกแรงผลักเข้ามาเบาๆ พราวฟ้าที่รู้ตัวว่าประตูกำลังถูกเปิดจึงถอยออกมาก้าวหนึ่งเพื่อไม่ให้โดนบานประตูกระแทกหน้า


                “ฉันลืมเอาของใช้ส่วนตัวมาให้ เมื่อวานออกไปซื้อมาตอนเธอนอนหลับในช่วงกลางวัน...คิดว่าตัวแค่นี้ไม่น่าจะพลาด”


                บาสเตียนกล่าวเสียงเรียบพลางมองสำรวจรูปร่างของเธอ พราวฟ้าหน้าแดงซ่านรีบรับของในมือชายหนุ่มมาปิดหน้าอกทันทีเพราะของที่เขาซื้อมาคือ...ชุดชั้นใน!


                “ฉันไม่รู้ว่าเธอชอบใส่เสื้อผ้าแบบไหนเลยไม่ได้ซื้อมาให้ ตอนนี้ก็ใส่เสื้อเชิ้ตของฉันไปก่อนแล้วกัน”


                “ขอบคุณค่ะ”


                พราวฟ้าค้อมศีรษะเล็กน้อยแล้วทำท่าจะปิดประตู แต่คนขวางอยู่กลับไม่ยอมถอยออกไปง่ายๆ จนหญิงสาวต้องเงยหน้าขึ้นมอง บาสเตียนเหมือนจะรู้ตัวจึงผละจากไป เมื่อประตูปิดลงคราวนี้พราวฟ้าจึงถือโอกาสล็อกเอาไว้อย่างแน่นหนา หญิงสาวหมุนตัวกลับมาที่เตียงแล้วมองชุดที่เขาเตรียมให้อย่างฉงน


                “ซื้อชุดชั้นในได้...แต่ซื้อชุดลำลองไม่ได้?”


                พราวฟ้าฉวยบราเซียร์ตัวสวยขึ้นมาพินิจใกล้ๆ พลันใบหน้าเรียวเล็กก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ นึกหมั่นไส้คนจิตใจดีที่อุตส่าห์สละเวลาออกไปซื้อชุดชั้นในมาให้เธอ เขาไม่กระดากบ้างหรือไงที่ต้องซื้อของแบบนี้ให้สตรี ขนาดบิดาของเธอท่านยังไม่เคยแม้แต่จะไปเดินในร้านขายชุดชั้นในสตรีกับพราวฟ้าเลยสักครั้ง...หากไม่ใช่บาสเตียนเป็นคนซื้อหญิงสาวคงคิดว่าคนให้มีเจตนาอะไรแอบแฝงอยู่เป็นแน่


                มือเล็กพลิกดูขนาดรอบอกและรอบตัว เมื่อเห็นว่ามันเล็กกว่าตัวที่เธอใส่อยู่หนึ่งไซด์พราวฟ้าก็ส่ายหน้าขันๆ ทันที ดูเหมือนบาสเตียนจะไม่ค่อยชำนาญเรื่องพวกนี้สักเท่าไร แต่ชายหนุ่มก็มั่นใจเหลือเกินว่าเขาไม่มีทางคะเนพลาด...หารู้ไม่ว่าพราวฟ้าเป็นคนซ่อนรูป จริงอยู่ว่ามองภายนอกอาจจะดูว่าเธอเหมือนกระดานโต้คลื่นเพราะหญิงสาวชอบใส่เสื้อผ้าหนาโคร่งเพื่ออำพราง แต่ความจริงแล้วพราวฟ้าก็เป็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่มีรูปร่างตรึงใจไม่น้อย หากไม่ใช่เรื่องที่เธอจะเอาไปโพนทะนา และหญิงสาวก็คงไม่บอกบาสเตียนหรอกว่าชั้นในที่เขาซื้อมามันไม่พอดี แต่สำหรับเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งที่ชายหนุ่มนำมาให้ใส่เห็นทีพราวฟ้าคงต้องคิดหนัก เพราะเธอไม่อยากล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของเจ้านายมากจนเกินไป และที่สำคัญ...มันบาง!

.

.

.

. 

                บาสเตียนนั่งรอที่โต๊ะอาหารในชุดสูทสีดำสนิทเตรียมพร้อมสำหรับทำงานโดยมีสองบอดี้การ์ดคนสนิทยืนตัวตรงรอผู้เป็นนายอย่างเงียบๆ อยู่ไม่ห่าง พ่อครัวเสิร์ฟอาหารไทยบนโต๊ะเรียบร้อยก็ออกไปยืนต่อจากสองบอดี้การ์ดร่างยักษ์เผื่อชายหนุ่มจะเรียกใช้เพิ่มเติม


                “ระหว่างวันให้พยาบาลมาอยู่เป็นเพื่อนพราวฟ้าด้วยนะ เผื่อไข้ขึ้นอีก”


                “ครับ” เฟียสเป็นคนขานรับก่อนจะเรียกชื่อผู้เป็นนายเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาเพิ่งได้รับแจ้งจากบอดี้การ์ดส่วนตัวของ อังเดรย์ เมนิแกนด์ บิดาของบาสเตียนเมื่อตอนเช้ามืด


                “คุณบาสเตียนครับ ฟรานซิสโทร. มาแจ้งว่าบ่ายนี้นายท่านจะเข้ามาพบครับ”


                “เรื่องแต่งงานอีกละสิ” บาสเตียนกล่าวเสียงเรียบ เฟียสค้อมศีรษะให้อย่างนอบน้อมหากไม่ได้ตอบรับความเห็นของผู้เป็นนาย แม้ในใจจะแอบคิดเหมือนกันว่าบาสเตียนคงเดาไม่ผิด แต่ยังไม่ทันที่เจ้าของโรงแรมหนุ่มจะพูดอะไรบุคคลที่เขารออยู่ก็เดินเข้ามาเงียบๆ บาสเตียนรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเห็นพราวฟ้ายังใส่ชุดเดิม


                “ทำไมไม่เปลี่ยนชุด?” ชายหนุ่มเอ่ยถามเมื่อเธอเดินมานั่งลงข้างๆ ตามที่พ่อบ้านจัดไว้ให้ พราวฟ้าก้มลงมองชุดตัวเองเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยกับเจ้าของโรงแรมหนุ่มด้วยสีหน้าเกรงใจ


                “พราวใส่ชุดนี้ได้ค่ะ...อีกอย่างตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้วเลยอยากจะขอไปพักต่อที่ห้องพักพนักงานค่ะ แต่พราวสัญญาว่าจะไม่ออกไปเพ่นพ่านข้างนอกให้คนอื่นติดไข้นะคะ”


                “ดื้อ! กลับไปเปลี่ยนชุดเลย ฉันไม่ชอบเห็นใครใส่ชุดซ้ำ ถึงไม่ได้อาบน้ำก็ควรเปลี่ยนเสื้อผ้า”


                พราวฟ้าถึงกับหน้าจ๋อยจำต้องกลับไปเปลี่ยนชุดที่ชายหนุ่มยื่นให้ในตอนแรกออกมา ทว่าพอหญิงสาวใส่เสื้อเชิ้ตออกมาจริงๆ กลับเป็นบาสเตียนเองที่ต้องเป็นฝ่ายนั่งไม่ติดเก้าอี้


                “พวกนายออกไปรอข้างนอกก่อนไป” ชายหนุ่มออกคำสั่งเมื่อเห็นสองหนุ่มและพ่อครัววัยกลางคนต่างมองพราวฟ้าด้วยสายตาทึ่งๆ จะไม่ให้สามคนนั้นมองได้อย่างไรกัน อะไรที่เขาคิดว่าเล็กๆ มันไม่ได้เล็กอย่างที่คิดไว้ แถมพราวฟ้ายังใส่เสื้อเชิ้ตของเขาได้เซ็กซี่อย่างหาตัวจับได้ยากเสียอีก บาสเตียนไม่ปฏิเสธหรอกว่าเขาชอบและรู้สึกร้อนวูบวาบอยากจับสาวเจ้ามาฟัดก่อนออกไปทำงาน แต่ชายหนุ่มไม่ชอบเอาเสียเลยที่คนอื่นมาร่วมเห็นสิ่งที่เขาหวงแหนไว้ดูคนเดียวด้วยแบบนี้!


                “เดี๋ยวฉันจะให้คนเอาชุดของเธอไปซัก วันนี้ก็ใส่แบบนี้ไปก่อน”


                “ขอบคุณค่ะ”


                “รีบทานข้าวจะได้ทานยา”


                พราวฟ้าพยักหน้าเบาๆ แล้วเริ่มทานอาหารเงียบๆ บาสเตียนลอบมองหญิงสาวแล้วยิ้มออกมาอย่างพอใจ เวลาเธอใส่เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งๆ แบบนี้ก็ดูน่ารักไปอีกแบบ ต่อไปเห็นทีว่าเขาคงต้องเอาเสื้อเชิ้ตตัวเองมาทำเป็นชุดนอนให้เธอแล้วกระมัง เจ้าของโรงแรมหนุ่มคิดอย่างครึ้มอกครึ้มใจ แต่เมื่อเห็นหญิงสาวตั้งหน้าตั้งตาทานอาหารโดยไม่มองหน้าเขาสักนิดบาสเตียนจึงเริ่มชวนคุย


                “ปกติเวลาทานข้าวกับเพื่อนหรือคนในครอบครัวเธอเป็นแบบไหน?”


                “คะ?” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาเหมือนไม่เข้าใจคำถาม บาสเตียนจึงอธิบายอย่างใจเย็น


                “ฉันหมายถึงเธอชอบพูดคุยไหม หรือชอบทานเงียบๆ แบบนี้ ถ้าคุยเธอชอบพูดถึงอะไรมากที่สุด”


                “ไม่ชอบคุยค่ะ ส่วนมากก็จะตั้งใจทานให้เสร็จเพื่อไปทำอย่างอื่น” ว่าแล้วพราวฟ้าก็ก้มหน้าก้มตาทานอาหารต่อไป ปล่อยให้บาสเตียนหมดคำถามไปหลายนาที หากชายหนุ่มก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่เขาจะขนเล่ห์เหลี่ยมมาหลอกล่อให้เธอเงยหน้าขึ้นมาคุย


                “ปกติฉันก็ไม่ค่อยชอบพูด แต่อยู่กับเธอแค่วันเดียวฉันกลายเป็นคนพูดมากไปโดยปริยาย”


                พราวฟ้าเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง หากครั้งนี้หญิงสาวเริ่มมีสีหน้าลำบากใจ ความจริงเธอเกรงใจเขามากกว่าที่ทำให้ชายหนุ่มสูญเสียความเป็นตัวเองเพราะเธอ เมื่อรู้สึกเหมือนโดนตำหนิกรายๆ หญิงสาวจึงพยายามนึกหาเรื่องมาคุยกับเขาบ้าง แต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก พอเห็นหน้าบาสเตียนก็พานให้นึกถึงชุดชั้นในที่เขาซื้อมาให้ พลันพวงแก้มขาวก็แดงปลั่งขึ้นทันควัน


                “ปวดหัวหรือเปล่า?”


                “ปะ...เปล่าค่ะ”


                “หน้าเธอแดงๆ นะ หรือว่าไข้ขึ้นอีก ไหนดูซิ” ว่าแล้วคนเป็นห่วงก็เอื้อมมืออังหน้าผากหญิงสาวทันที พราวฟ้ากระพริบตาปริบๆ บาสเตียนชักจะอันตรายต่อหัวใจเธอเกินไปแล้ว...


                “ตัวก็ไม่ร้อนมากทำไมหน้าแดงขนาดนี้”


                ชายหนุ่มพึมพำเสียงเครียด หลังจากนั้นพราวฟ้าก็เห็นเขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทร. หาใครสักคน แต่เมื่อหญิงสาวได้ยินบทสนทนาก็ทำเอาคนรู้ตัวว่าเป็นอะไรถึงกับนั่งไม่ติดเก้าอี้


                “หมอครับ คนไข้เมื่อวานเธอตัวไม่ร้อนมากแต่หน้าแดงจัดจนผมตกใจ หมอช่วยเข้ามาดูให้หน่อยว่าเป็นอะไรจะได้รีบรักษา...ขอบคุณมาก เดี๋ยวผมให้คนไปรับ”


                บาสเตียนวางสายลงพร้อมกับมองหน้าหญิงสาวอย่างพินิจ สีหน้าของเขาบ่งบอกว่าไม่สบายใจมากจนพราวฟ้าเริ่มรู้สึกผิด หญิงสาวชั่งใจอยู่นานว่าควรจะบอกความจริงกับเขาดีไหม แต่เมื่อตรองดูแล้วเห็นว่าหากไม่พูดคงต้องมีคนมาเดือดร้อนกับเธออีกหลายคนจึงตัดสินใจสารภาพออกไป...


                “คุณบาสเตียนคะ...”


                “ว่าไง...เริ่มปวดหัวแล้วหรือ?”


                “ปะ...เปล่าค่ะ ความจริงพราวไม่ได้เป็นอะไร ไม่ต้องให้หมอมาดูอาการหรอกค่ะ” ยิ่งพูดก็ยิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่


                “นี่ไม่ใช่เวลาที่เธอต้องมานั่งเกรงใจนะพราวฟ้า บางทีไข้อาจจะสูงก็ได้เพียงแต่ตัวเธอไม่ได้ร้อนเท่านั้น”


                “พราวไม่มีไข้แล้วจริงๆ ค่ะคุณบาสเตียน...แต่ว่า...” หญิงสาวหน้าแดงก่ำก้มหน้างุดกลั้นใจสารภาพเสียงอ่อย “พราวแค่รู้สึกเขินเมื่อนึกถึง...”


                “นึกถึงอะไร?” บาสเตียนถามเสียงเครียดหรี่ตามองคนสารภาพอย่างรอฟัง แต่พอพราวฟ้าตอบเสียงแผ่วก็ทำเอาชายหนุ่มหลุดขำออกมาทันที


                “นึกถึงชุดชั้นในที่คุณซื้อมาให้...”


                “หึๆ แล้วนึกยังไงไปคิดถึงเรื่องนั้นล่ะ” ใบหน้าหล่อเหลาระบายยิ้มอย่างอารมณ์ดี


“ก็คิดหาเรื่องคุยกับคุณบาสเตียน...แต่ไม่ค่อยมีเรื่องจะคุย ล่าสุดที่คิดออกก็เห็นจะมีแต่เรื่องนี้...”


“งั้นเหรอ...แล้วเป็นไงบ้าง ฉันเลือกพอดีไหม?” บาสเตียนถามต่ออย่างนึกสนุกเมื่อรู้สาเหตุที่ทำให้พราวฟ้าหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก หญิงสาวค้อนเล็กๆ ตามนิสัยผู้หญิงก่อนจะตอบเสียงอ่อย


“พอดีค่ะ” พราวฟ้าหลบสายตาวูบ นึกอยากต่อว่าคนมองนักทำไมต้องมาถามย้ำ เธออายจนแทบแทรกแผ่นดินอยู่แล้ว


                บาสเตียนยิ้มขัน สายตากรุ้มกริ่มมองหญิงสาวอย่างรู้ทัน ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าเธอกำลังโกหกในเมื่อชายหนุ่มเลือกบราเซียร์สีดำเพื่อให้เธอใส่กับเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาโดยเฉพาะ แถมบาสเตียนยังตั้งใจเลือกเสื้อตัวที่บางที่สุดในตู้ให้กับหญิงสาวอีกต่างหาก...มีหรือจะมองอะไรไม่เห็น แต่ที่เขาพลาดก็มีแค่เรื่องลืมไล่คนอื่นออกไปก่อนที่พราวฟ้าจะปรากฏตัวในชุดนี้เท่านั้นล่ะ!


                “ฉันก็คิดว่าเป็นไข้...เวลาเธออายนี่เล่นเอาฉันใจหายใจคว่ำ”


                “ก็ไม่ได้อยากจะเป็นแบบนั้นหรอกค่ะแต่มันเป็นของมันเอง...” หญิงสาวตอบเสียงงอนๆ ยิ่งทำให้คนมองอารมณ์ดีเข้าไปใหญ่


                “เธองอนเป็นกับเขาด้วยเหรอพราวฟ้า”


                “เปล่าค่ะ”


                “ปากแข็ง”


                พราวฟ้าช้อนสายตาขึ้นมองอย่างลืมตัว ก่อนจะหลุบลงอีกครั้งเมื่อนึกขึ้นได้ว่าไม่ควร ชายหนุ่มเป็นเจ้านายของเธอ ต่อให้เขากวนประสาทแค่ไหนหญิงสาวก็ต้องให้ความเคารพและควรเว้นระยะห่าง พราวฟ้าเลือกที่จะตักอาหารเข้าปากเป็นการหยุดบทสนทนา กระนั้นก็ไม่ช่วยทำให้สายตากรุ้มกริ่มของบาสเตียนจางหายไปแม้แต่น้อย ชายหนุ่มมองอย่างอารมณ์ดี ตลอดหนึ่งวันที่ผ่านมาไม่มีช่วงเวลาไหนเลยที่เขาอยู่กับเธอแล้วไม่รู้สึกดี แต่บาสเตียนคงจะทำอะไรบุ่มบ่ามไม่ได้ เพราะดูเหมือนยังมีเส้นบางๆ ขวางกั้นเขากับเธออยู่ และหากเดาไม่ผิดก็คงจะเป็นคำว่า เจ้านายกับลูกน้อง นี่กระมัง...


                “คุณบาสเตียนคะ...อย่าลืมโทร. บอกหมอนะคะว่าไม่ต้องมา” พราวฟ้ากลั้นใจเอ่ยย้ำก่อนเจ้าของโรงแรมหนุ่มจะออกไปทำงาน


                “อื้ม” บาสเตียนพยักหน้ารับสั้นๆ ก่อนจะยื่นกระดาษแผ่นเล็กๆ ให้ “นี่เป็นเบอร์ส่วนตัวของฉัน ถ้ามีอะไรก็โทร. เข้ามาได้ตลอด”


                “ขอบคุณค่ะ...”             


                แต่พราวคงไม่รบกวนเวลาทำงานคุณบาสเตียนหรอกค่ะ หญิงสาวพูดต่อในใจ


                “วันนี้ทั้งวันฉันอาจจะไม่ได้เข้ามานะ แต่ฉันจะให้พยาบาลมาอยู่เป็นเพื่อน”


                “ขอบคุณค่ะ” พราวฟ้าเอ่ยขึ้นอีก เธอรู้สึกเกรงใจบาสเตียนจนบรรยายไม่ถูกทีเดียว เมื่อเห็นเขาลุกขึ้นทำท่าจะเดินไปหยิบกระเป๋าเอกสารพราวฟ้าจึงเดินเร็วๆ ไปหยิบมาให้


                “เดินเร็วขนาดนั้นเดี๋ยวก็หน้ามืดหรอก”


                “ไม่เป็นไรค่ะพราวอยากช่วย” หญิงสาวยิ้มให้ด้วยความเต็มใจ และนี่คงเป็นยิ้มแรกที่บาสเตียนได้รับจากเธอหลังมาอยู่ที่นี่กับเขา ชายหนุ่มมองรอยยิ้มนั้นอย่างรู้สึกดี เป็นยิ้มที่ทำให้เขาประทับใจตั้งแต่แรกเห็นมาจนบัดนี้ ใบหน้าหล่อเหลาเหมือนจะคลี่ยิ้ม แต่กลับเลือนหายไปในบัดดลเมื่อบอดี้การ์ดร่างยักษ์เดินเข้ามาด้วยความรีบร้อน


                “ขอโทษครับคุณบาสเตียน ตอนนี้นายท่านมารอที่ห้องทำงานแล้วครับ” เฟียสกล่าวพร้อมค้อมศีรษะ


                “ไหนบอกจะเข้ามาตอนบ่าย”


                “ไม่ทราบเหมือนกันครับ”


                บาสเตียนมีสีหน้าเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อทราบว่าบิดามาเยือน เขายังไม่อยากพูดเรื่องแต่งงานในเวลานี้เพราะไม่อยากปะทะคารมกับท่าน ชายหนุ่มรู้ดีว่าตอนนี้แผนครอบครัวของเขามันเปลี่ยนไปหมดแล้ว แต่เมื่อผู้เป็นบิดาเร่งเร้านักบาสเตียนคงต้องพูดกับท่านตามตรง เฟียสรับกระเป๋ามาถือก่อนที่เจ้านายหนุ่มจะเดินนำออกไป แต่จนแล้วจนรอดบาสเตียนก็ไม่เห็นบอดี้การ์ดของเขาเดินตามออกมา ชายหนุ่มจึงถอยหลังกลับมาดู เมื่อพบว่าเฟียสกำลังยืนส่งยิ้มให้กับพราวฟ้าก็ทำเอาใบหน้าที่เครียดขรึมกลายเป็นบึ้งตึงทันที


                “เพียส!”


                “เอ่อ....คะ ครับๆ คุณบาสเตียน”


                พราวฟ้าหลบสายตาวูบเมื่อบาสเตียนส่งสายตาดุๆ มาให้ หญิงสาวรู้สึกผิดนิดๆ ที่พอมีแรงก็อยากจะส่งยิ้มให้คนรอบข้าง เธอทำงานบริการและยิ้มจนชิน หากแต่ยิ้มของพราวฟ้าไม่ได้ปรุงแต่ง หญิงสาวยิ้มออกมาจากหัวใจ และเธอก็ยิ้มให้บอดี้การ์ดของเขาอย่างผูกมิตร ไม่มีเจตนาทำให้อีกฝ่ายบกพร่องต่อหน้าที่แม้แต่นิด...แต่หญิงสาวไม่รู้หรอกว่าใครบางคนกำลังหวงรอยยิ้มของเธออยู่




ไถ่โทษที่ลืมอัพน้าาา อิอิ

ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ

แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้าจ้าา วันนี้ขอตัวไปรีไรท์ก่อน ยังรีไรท์ไม่เสร็จเบย Y_Y

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

344 ความคิดเห็น

  1. #309 Nanase33 (@HikariJung8893) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 17:17
    สนุกค่ะ รออ่านต่อนะคะ
    #309
    0
  2. #20 agronomy36 (@agronomy36) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 18:51
    บาสเตียน นางอ่อยแรง แต่เนียนมาก พราวฟ้าจะรู้ไหมนะ อิอิ
    #20
    1
    • #20-1 สิริรฉัตร (@0849559567) (จากตอนที่ 4)
      3 ธันวาคม 2559 / 07:58
      ฮีอ่อยแรงขึ้นทุกวัน กลัวไม่ได้เมีย 555555
      #20-1