เกมร้อนมาเฟียร้าย [ลำดับที่ 1 ในซีรีย์ชุด ผู้หญิงของมาเฟีย ]

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 หมอนข้างดิ้นได้ 2-1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,847
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    24 ก.ย. 61

ตอนที่ 2 หมอนข้างดิ้นได้

 

                อาการของพราวฟ้าเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ ปวดหัวน้อยลง ไข้เริ่มลดลง แต่กระนั้นบาสเตียนก็ไม่ยอมให้เธอย้ายออกไปนอนห้องอื่นจนกระทั่งได้เวลาอาหารเย็น เขาพยุงเธอมาที่ห้องอาหาร ไม่นานพ่อครัวก็นำอาหารมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะหากพราวฟ้ากลับยังไม่ชินกับการถูกดูแลเอาใจใส่สักเท่าไร ครั้นพอเจ้าของโรงแรมหนุ่มทำท่าจะป้อนข้าวต้มให้เธอจึงรีบแย่งช้อนมาไว้ในมือด้วยความเกรงใจ หญิงสาวทันเห็นเขายิ้มในหน้านิดๆ ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะเปลี่ยนเป็นราบเรียบเมื่อบอดี้การ์ดของเขาเดินเข้ามา


                “ลงไปแจ้งดิเฟสโตว่าพราวฟ้าเธอไม่สบายคงเริ่มงานในวันพรุ่งนี้ไม่ได้”


                “ผมไปเองครับคุณบาสเตียน” ดิออล์จอมอาสารีบเสนอตัวแต่คนเป็นนายกลับโบกมือไล่


                “ออกไปทั้งหมดนั่นแหละ”


                สองบอดี้การ์ดคู่หูหันมองหน้ากันเลิกลั่กแต่ก็ไม่กล้าคัดค้านอะไร เมื่อเป็นคำสั่งเด็ดขาดจากเจ้านายมีหรือบอดี้การ์ดมือซ้ายและขวาอย่างพวกเขาจะกล้าขัด เฟียสและดิออล์ค้อมศีรษะอย่างนอบน้อมก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับพยักหน้าเรียกลูกน้องสองสามคนออกไปด้วย


                “ความจริงดิฉัน...เอ่อ พราวกลับไปพักที่ห้องพักพนักงานน่าจะสะดวกกว่านะคะ...ตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้ว จะได้ไม่ต้องรบกวนคนของคุณด้วยค่ะ”


                “ถ้าเธอไม่ยอมทานเองฉันคงต้องเป็นคนป้อนแล้วนะ”


                ไม่รับฟังอะไรเลย...


                พราวฟ้าเผลอทำหน้างอโดยไม่รู้ตัว รีบตักข้าวต้มกุ้งเข้าปากก่อนจะถูกเขาแย่งช้อนกลับไปแล้วทำหน้าที่ป้อนข้าวให้กับเธอ หญิงสาวทานไปสักครู่ก็เริ่มอิ่ม บาสเตียนเหลือบตามอง เมื่อเห็นว่าอาหารยังไม่หมดชายหนุ่มจึงเอ่ยขึ้น


                “อย่าทานเหลือสงสารชาวนา”


                “ขอโทษค่ะ” หญิงสาวก้มหน้าแล้วกลั้นใจทานต่อจนหมด เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าเขายื่นยาพร้อมแก้วน้ำมาให้


                “ยาพวกนี้กัดกระเพาะต้องทานหลังอาหารทันที”


                “ขอบคุณค่ะ” พราวฟ้ารู้สึกเกรงใจเจ้าของโรงแรมหนุ่มขึ้นเป็นกำลัง เขาช่วยเหลือเธอนับตั้งแต่อุ้มขึ้นมาบนนี้กระทั่งคอยดูแลเอาใจใส่จนหญิงสาวแทบไม่กล้าขัดใจเมื่อชายหนุ่มเอ่ยอะไรขึ้นมา แต่พราวฟ้าก็แอบสงสัยนิดๆ เหมือนกันว่าเจ้าของโรงแรมผู้ร่ำรวยอย่างเขาเอาใจใส่พนักงานแบบนี้ทุกคนเลยหรือเปล่า?


                “หน้าฉันมีอะไรติดอยู่งั้นหรือ?” บาสเตียนเลิกคิ้วเข้มๆ ขึ้นพลางยกมือจับแก้มสากที่เต็มไปด้วยเคราสีน้ำตาลจางๆ เมื่อเห็นหญิงสาวนั่งจ้องหน้าเขาอยู่นาน แต่พอถูกถามพราวฟ้ากลับรีบส่ายหน้าเร็วๆ ปฏิเสธ


                “ปะ...เปล่าค่ะ”


                “งั้นก็รีบทานยาซะสิฉันจะได้พาไปดูห้องพักของเธอ”


                “ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าก่อนจะป้อนยาเข้าปากแล้วตามด้วยน้ำกว่าครึ่งแก้ว


                บาสเตียนเข้ามาพยุงพราวฟ้าเดินราวกับเธอเป็นผู้ป่วยอาการหนัก แม้หญิงสาวจะยืนยันว่าเธอเดินเองได้แต่ชายหนุ่มก็หาได้ฟังไม่จนพราวฟ้าชักอ่อนใจจำต้องยอมให้เขาช่วยเหลือในที่สุด ขณะเดินไปที่ห้องนอนซึ่งอยู่คนละปีกกับห้องของบาสเตียน ชายหนุ่มอธิบายให้ฟังราวกับพราวฟ้าจะเข้ามาอยู่ที่นี่เป็นการถาวรอย่างไรอย่างนั้น


                “เพนท์เฮ้าส์นี้มีทั้งหมดสามห้องนอน ทุกห้องมีห้องน้ำในตัว และมีห้องครัว ห้องฟิตเนส ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ค่อนข้างเป็นสัดส่วน...อธิบายเพราะกลัวเธอหลงกลับเข้าไปนอนห้องของฉัน”


                “คงไม่หลงมั้งคะ” หญิงสาวรีบแย้งอย่างลืมตัว บาสเตียนไม่ได้ตอบโต้ในทันที ชายหนุ่มพาเธอเดินมาหยุดตรงหน้าประตูห้องก่อนจะผลักเข้าไปด้านใน


                “ว่าไม่ได้หรอกขนาดฉันอยู่ที่นี่มาตั้งหลายปีจนบัดนี้ยังเดินเข้าห้องนอนผิดๆ ถูกๆ อยู่เลย” ชายหนุ่มว่าพลางพยุงหญิงสาวไปนั่งบนเตียงกว้าง พราวฟ้ามองคนพูดเหมือนไม่ค่อยอยากเชื่อ...จะให้เธอเชื่องั้นหรือว่าคนที่พักอาศัยอยู่ที่นี่มาหลายปีดีดักเช่นเขาจะหลงทางเข้าห้องนอนตัวเองอย่างที่พูดจริงๆ ทั้งที่แต่ละห้องเป็นสัดส่วนชัดเจนและไม่ได้ซับซ้อนถึงเศษเสี้ยวของผังโรงแรมเสียด้วยซ้ำ ตรงกันข้ามหญิงสาวคิดว่าเขาชำนาญจนสามารถหลับตาเดินได้เลยด้วยซ้ำ พราวฟ้าคิดในใจแต่ไม่กล้าแย้ง บาสเตียนยิ้มเล็กน้อยเหมือนรู้ทันแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากบอกให้เธอนอนพักผ่อน


                “หมอบอกให้เธอพักผ่อนให้เพียงพอ ฉันเองก็ต้องกลับไปอาบน้ำนอนเหมือนกัน”


                “ขอบคุณมากนะคะ” พราวฟ้ายกมือขึ้นไหว้ด้วยความเคยชินแต่กลับถูกมือหนาจับแยกแล้ววางลงข้างลำตัวทำเอาคนไหว้มองมือที่ยังจับมือทั้งสองข้างของเธอไว้หลวมๆ อย่างงงๆ


                “บอกกี่ทีแล้วว่าอย่าไหว้ ฉันยังไม่แก่”


                บาสเตียนมองแก้มเนียนที่เริ่มกลับมามีเลือดฝาดแล้วยิ้มในหน้า ครั้นพอพราวฟ้าเงยหน้าขึ้นมาก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าใบหน้าหล่อเหลาอยู่ใกล้แค่คืบจนเธอเผลอกลั้นลมหายใจโดยไม่รู้ตัว หญิงสาวกระพริบตาถี่ๆ อย่างเริ่มทำตัวไม่ถูก และเมื่อได้มองชายหนุ่มใกล้ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะสำรวจรายละเอียดบนใบหน้าหล่อเหลา...ดวงตาคู่คมที่เคยเห็นผ่านๆ ในเว็บไซต์ของโรงแรมมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างบอกไม่ถูก แพขนตาสีน้ำตาลเข้มไม่ยาวมากหากแต่งอนเหมือนขนตาสตรี ผิวที่ถูกเคราสีน้ำตาลจางๆ ปกคลุมขาวใสดูมีสุขภาพ...


                “มองอะไร” บาสเตียนถามขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำเอาคนลอบสำรวจถึงกับสะดุ้งรีบหลุบดวงตาลงทันที


                “ปะ...เปล่าค่ะ”


                “เปล่าอีกแล้วก็เห็นอยู่ว่าเธอมอง” ชายหนุ่มไล่ต้อนคนปากแข็งด้วยสายตา พราวฟ้าเงยหน้าขึ้นสั่นหัวปฏิเสธ


                “ไม่ได้มองจริงๆ ค่ะ ดิ เอ่อ...พราวนั่งอยู่ตรงนี้ และ...คุณก็อยู่ตรงหน้าจะให้พราวหันไปทางไหนหรือคะ”


                หึๆ เฉไฉเก่งใช้ได้เลยนะแม่คุณ


                บาสเตียนยิ้มนิดๆ อย่างอารมณ์ดีหากชายหนุ่มก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากยืดตัวขึ้นเต็มความสูงแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้อง แต่ก่อนออกไปก็ไม่ลืมหันกลับมากำชับกับคนป่วยว่า...


                “ห้ามล็อกประตูนะ เผื่อเป็นอะไรกลางดึกฉันจะได้เข้ามาช่วยทัน”


                “ค่ะ”


                พราวฟ้ารับคำอย่างว่าง่ายและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ดวงตากลมโตของสมันน้อยมองตามร่างแกร่งจนกระทั่งเขาหายออกไปจากห้องด้วยความตื้นตันใจ บาสเตียนช่างเป็นคนดีเหลือเกิน แม้แต่ยามหลับนอนเขายังเป็นห่วงความเจ็บไข้ของพนักงานระดับล่างอย่างเธอ พราวฟ้าคงไม่โชคดีได้เจอเจ้านายใจดีเช่นนี้อีกแล้ว...

.

.

.

.
     

                ขณะที่พราวฟ้าเทิดทูลเจ้าของโรงแรมผู้มีจิตใจเมตตาอย่างสุดหัวใจ บาสเตียนก็เดินกลับห้องนอนตัวเองเพื่ออาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า ทว่าครั้นพอสวมเสื้อนอนที่ชอบใส่เป็นประจำได้ไม่ถึงห้านาทีชายหนุ่มก็ตัดสินใจถอดออกแล้วโยนไปที่เตียง ใบหน้าหล่อเหลาระบายยิ้มออกมาอย่างยากจะคาดเดาก่อนที่เจ้าของโรงแรมหนุ่มจะสวมเพียงกางเกงนอนตัวเดียวเดินออกจากห้องนอนตัวเองมุ่งหน้าไปยังห้องทางฝั่งตรงข้าม


                พราวฟ้ากำลังจะหลับตาลงด้วยความง่วงจัดเพราะฤทธิ์ยา แต่หญิงสาวต้องฝืนตัวใช้ศอกยันกายขึ้นมาเมื่อประตูห้องถูกเปิดโดยไร้สัญญาณเตือน บาสเตียนรีบเก็บอาการลิงโลดของตัวเองลงทันทีที่เห็นว่าเจ้าของห้องกำลังมองเขาด้วยตาฉ่ำปรือ...หากไม่รู้ว่าเธอเพิ่งทานยาเข้าไปชายหนุ่มคงเข้าใจผิดคิดว่าพราวฟ้ากำลังพิศวาสหุ่นของเขาอยู่เป็นแน่


                “โทษทีฉันเข้าห้องผิด” บาสเตียนพูดเรียบๆ เหมือนเป็นเรื่องปกติ


                พราวฟ้าหรี่ตามองคนเข้าห้องผิดอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก...ถ้าเขาไม่ใช่บาสเตียน เมนิแกนด์ที่ใครๆ ต่างยำเกรงในความเคร่งขรึมละก็ หญิงสาวคงคิดว่าที่เขาสั่งห้ามล็อกประตูเพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองแกล้งหลงเข้ามาเป็นแน่ แต่ก็นั่นล่ะ...เขาเป็นถึงผู้บริหารสูงสุดของเมนิแกนด์จะมาสนใจอะไรกับพนักงานตัวเล็กๆ อย่างเธอ อีกอย่างบาสเตียนก็เคยบอกเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าเขาเดินหลงเข้าห้องนอนผิดอยู่บ่อยๆ เมื่อหมดข้อสงสัยพราวฟ้าจึงเอ่ยขึ้น


                “ไม่เป็นไรค่ะ”


หญิงสาวมองใบหน้าหล่อเหลาเหมือนรอว่าคนหลงทางจะกลับออกไปเมื่อไรเธอจะได้นอนเสียที แต่แทนที่รู้ตัวว่าเข้าห้องผิดแล้วจะถอยออกไป บาสเตียนกลับเดินเข้ามาชวนเธอคุยอย่างหน้าตาเฉยราวกับว่าตั้งใจจะเดินเข้ามาอยู่แล้วอย่างไรอย่างนั้น ครั้นจะไล่เขาออกไปก็นึกขึ้นได้ว่าที่นี่คือเพนท์เฮ้าส์ของชายหนุ่ม พราวฟ้าจึงทำท่าจะลุกขึ้นนั่งด้วยความเกรงใจ


                “นอนลงไปเถอะฉันไม่กวนเวลาพักผ่อนของเธอนานเท่าไรหรอก”


                หญิงสาวไม่ค่อยแน่ใจแต่ก็ยอมทำตามที่เขาบอกแม้จะรู้สึกกระดากอย่างไรชอบกลที่ต้องมานอนบนเตียงในขณะที่เจ้าของเพนท์เฮ้าส์เดินไปพิงสะโพกกับขอบโต๊ะเครื่องแป้งที่อยู่ไม่ไกลนักแล้วกอดอกมองเธอโดยที่เขาสวมเพียงกางเกงนอนตัวเดียวเท่านั้น หากแผงอกกำยำที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามกลับไม่มีผลต่อจิตใจของพราวฟ้าเลยแม้แต่น้อยเพราะหญิงสาวง่วงเสียจนไม่มีอารมณ์มาพินิจอะไรทั้งสิ้น


                “คุณบาสเตียนมีอะไรหรือเปล่าคะ...”


                “เธอเป็นยังไงบ้าง ยังปวดหัวอยู่ไหม” บาสเตียนยิงคำถามแทนคำตอบ


                “ยังรู้สึกหนักๆ หัวนิดหน่อยแต่ก็ไม่รุนแรงเท่าเมื่อตอนกลางวันค่ะ”


                “ดีแล้ว...แล้วพรุ่งนี้อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหม?”


                “ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันทานได้ทุกอย่าง ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ” คนป่วยกล่าวอย่างเกรงใจตามวิสัย


                “ดิฉัน!” บาสเตียนทำหน้าไม่ชอบใจ


พราวฟ้าตกใจที่เผลอเรียกแทนตัวแบบนั้นด้วยความเคยชิน ครั้นจะให้เธอสนทนาอย่างเป็นกันเองกับเจ้านายก็กระดากปากเหลือเกิน แต่ที่สุดแล้วก็ยอมเปลี่ยนสรรพนามทำให้แววตาเอาแต่ใจนิดๆ คลายลงไป


                “พราวทานได้ทุกอย่างค่ะ...”


                “ถ้าอย่างนั้นทานอาหารไทยแล้วกันนะ พรุ่งนี้ฉันจะให้พ่อครัวทำต้มยำกุ้ง...อาหารรสจัดทานแล้วน่าจะคล่องคอ”


                “ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้ รู้สึกง่วงจัดและอยากตัดบทสนทนาลงเหลือเกิน แต่บาสเตียนกลับไม่มีทีท่าว่าจะออกไปง่ายๆ พราวฟ้าจึงจำเป็นต้องฝืนฤทธิ์ยาคุยกับเขาต่อ


                “เธอตัดสินใจมาทำงานที่นี่หรือหัวหน้าคัดเลือกเธอมา?”


                “สมัครใจมาค่ะ” คนป่วยรีบตอบด้วยกลัวคนถามจะสงสัยว่าเธอถูกโหวดจากคนในแผนกให้เป็นตัวแทนมาที่นี่ เพราะหากบาสเตียนจับได้ว่าหญิงสาวไม่ได้เต็มใจมานักคงได้มีคนเดือดร้อนอีกหลายคนเป็นแน่


                “อืม...แล้วคนที่บ้านไม่เป็นห่วงหรือ ฉันหมายถึงพ่อแม่แล้วก็...แฟนของเธอ”


                พราวฟ้ามองคนกอดอกสัมภาษณ์นิ่งก่อนจะตอบเสียงแผ่วลง


                “พ่อเข้าใจดีค่ะ ส่วนแฟน...” หญิงสาวนิ่งเงียบไปพักใหญ่เพราะรู้สึกโหวงๆ เหมือนจะวูบหลับ แต่กลับทำให้คนตั้งคำถามใจหายวาบเพราะคิดว่าข้อมูลที่เขาได้มาอาจจะผิด แต่พอพราวฟ้าเอ่ยเสียงแผ่วในวินาทีต่อมาก็ทำให้คนรอฟังถึงกับลอบพ่นลมหายใจ


                “พราวยังไม่มีแฟนค่ะ...”


                “หึๆ เธอเพิ่งเรียนจบหรือทำไมถึงยังไม่มีแฟน” บาสเตียนหัวเราะในลำคอเหมือนชอบใจมากกว่าเห็นใจที่รู้ว่าพราวฟ้ายังไร้พันธะจนหญิงสาวเริ่มสงสัย เพราะรู้สึกว่าเขาจะเน้นสัมภาษณ์เรื่อง แฟน เป็นหลัก


                “จบมาหลายปีแล้วค่ะ...แต่ยังไม่มี...มันแปลกหรือคะ?” หญิงสาวสงสัยว่าเขาตลกอะไรนักหนา ดวงตาที่ฉ่ำปรือส่อแววไม่พอใจ ทว่าพราวฟ้าก็ไม่ได้ต่อว่าอะไรอีกเพราะเธอเริ่มฝืนตัวเองไม่ไหวแล้ว


                “อ๋อ...อันที่จริงมันก็ไม่แปลกหรอก ออกจะดี” บาสเตียนพูดเสียงเบาในท้ายประโยค แต่ดูเหมือนหญิงสาวจะไม่สนใจถามตอบกับเขาอีกแล้ว เปลือกตาบางค่อยๆ หลับสนิทลงเพราะฤทธิ์ยา คนชวนคุยจึงเดินเข้าไปหาใกล้ๆ แล้วเรียกเธอเบาๆ เพื่อความแน่ใจ


                “พราว...หลับแล้วหรือ?”


                ไม่มีเสียงตอบกลับมาจากคนบนเตียง เสียงหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเธอเข้าสู่ห้วงนิทรารมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวหลับสนิทคนเจ้าเล่ห์จึงยิ้มกริ่มทันทีก่อนจะคลานขึ้นเตียงแล้วสอดตัวเข้าไปอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับเธอ ลำแขนแกร่งสอดเข้าใต้ซอกคอระหงอย่างแผ่วเบา ค่อยๆ กระชับวงแขนและดึงเธอเข้ามากอดแนบกายอย่างคล่องแคล่ว ริมฝีปากได้รูปแอบกดจูบลงบนหน้าผากมนเป็นครั้งแรก และมันก็ทำให้เขาได้ค้นพบว่าความสดชื่นที่แท้จริงมันอยู่ตรงนี้ต่างหาก...




ขอสารภาพบาป T_T เค้าลืมอัพนิยาย

เค้าลืมอย่างจริงจัง ช่วงนี้ปลายปีงบประมาณ ยุ่งมากจนลืมเสาอาทิตย์ไปเลย เร่งปิดงานทุกอย่างให้ทันสิ้น ก.ย.

ขอโทษจากใจจริงเลยค่ะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

344 ความคิดเห็น

  1. #308 เด็กบัวลาย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 16:01

    รอรอคร้าาาา

    #308
    0
  2. #16 Paiky Klongluang (@paiky2557) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2559 / 07:36
    พี่รอมาขนาดนี้..พี่จะรุกๆๆๆ
    #16
    1
    • #16-1 สิริรฉัตร (@0849559567) (จากตอนที่ 3)
      1 ธันวาคม 2559 / 21:40
      พรุ่งนี้พี่จะรุกยิ่งกว่านี้ๆๆ >O<'''
      #16-1