เกมร้อนมาเฟียร้าย [ลำดับที่ 1 ในซีรีย์ชุด ผู้หญิงของมาเฟีย ]

ตอนที่ 23 : ตอนที่ 10 ศึกพ่อตากับลูกเขย 10-1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8055
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    19 พ.ย. 61

ตอนที่ 10 ศึกพ่อตากับลูกเขย

 

            หนึ่งเดือนต่อมา


            วันนี้พราวฟ้ามาทำงานด้วยจิตใจสดชื่นแจ่มใสเป็นพิเศษเนื่องจากอีกสองวันจะถึงกำหนดเดินทางกลับเมืองไทยตามที่บาสเตียนเคยให้สัญญาไว้แล้ว แม้กำหนดเดินทางจะถูกเลื่อนออกไปร่วมสองอาทิตย์จากกำหนดเดิมเพราะชายหนุ่มติดภารกิจเร่งด่วนต้องบินไปประชุมที่ฝรั่งเศสร่วมอาทิตย์ หากหญิงสาวก็เข้าใจความจำเป็นของผู้บริหารหนุ่มอย่างดี จะมีก็แต่คนเป็นสามีนั่นล่ะที่พยายามหลอกล่อให้พราวฟ้ายอมบินไปกับเขาด้วย...แต่กระนั้นก็ไม่สำเร็จ


                “คุณบาสอย่าเอาแต่ใจแบบนี้สิคะ...เราต่างก็มีหน้าที่ของตัวเองนะ อีกอย่างการประชุมครั้งนี้ก็มีแต่ระดับผู้บริหารทั้งนั้น มันจะดูไม่ดีถ้ามีพราวคอยเกาะแกะอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา...อย่าปฏิเสธว่าจะปล่อยให้พราวรออยู่ในห้องหรือไปเที่ยวคนเดียวในระหว่างการประชุม” หญิงสาวว่าอย่างรู้ทันทำเอาคนติดเมียถึงกับถอนใจยาว


            “บางทีฉันก็อยากลองเป็นพนักงานต๊อกต๋อยดูบ้าง” หญิงสาวยิ้มขันเมื่อถูกตัดพ้อก่อนถูกสายตาคมคาดโทษอย่างจริงจัง “หนึ่งอาทิตย์ที่ต้องห่างกันอย่าให้ฉันได้ยินว่ามีใครมาจีบ ไม่งั้นจะให้เฟียสจับเธอแพ็คลงกระเป๋าส่งขึ้นเครื่องตามไปฝรั่งเศสทันที”


                “รับทราบค่ะ” หญิงสาวยิ้มทะเล้นเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากคนเป็นสามี


                นับตั้งแต่ตัดสินใจร่วมชีวิตคู่กับบาสเตียนพราวฟ้ามีความสุขและรู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่ได้มาพบกับเขา เพราะชายหนุ่มปฏิบัติต่อเธอราวกับหญิงสาวเป็นของล้ำค่าที่เขาแสนจะหวงแหน บาสเตียนมอบทั้งความรักและความห่วงใยให้เธออย่างไม่มีหมด มิหนำซ้ำยังชอบแสดงอาการที่คนรอบข้างเรียกว่า ติดเมีย อยู่บ่อยๆ ทำให้พราวฟ้าหัวใจพองโตทุกครั้งที่รู้ว่าเขาไม่อยากห่างจากเธอแม้แต่วันเดียว


                “ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าใกล้โรงแรมมีที่ไหนน่าเที่ยวบ้างครับ พอดีว่าผมมีเวลาจำกัดเลยไม่สามารถไปเที่ยวไกลๆ ได้” ลูกค้าหนุ่มหล่อเอ่ยถามเสียงนุ่มหากแววตากรุ้มกริ่มที่มองมาอย่างเปิดเผยก็ทำเอาพราวฟ้านึกลำบากใจเพราะไม่อยากให้บาสเตียนแสดงอภินิหารอย่างวันก่อนที่เดินทางกลับจากฝรั่งเศสแล้วพบว่ามีลูกค้ารายหนึ่งทำท่ากะลิ้มกะเหลี่ยใส่เมียรักเข้าพอดี ความไม่พอใจวิ่งขึ้นหน้าเจ้าของโรงแรมหนุ่มตรงรี่เข้ามาประกาศตนแสดงตัวเป็นสามีทันที ทำเอาคนมาจีบโดยไม่ดูตาม้าตาเรือถึงกับหน้าเจื่อน ซ้ำร้ายยังสั่งแบนลูกค้ารายนั้นอย่างไร้เหตุผลอีกต่างหาก...หากปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นบ่อยๆ มีหวังชื่อเสียงความขี้หวงของบาสเตียนคงเลื่องลือไปทั่วโรงแรมและอาจส่งผลให้เพื่อนร่วมงานที่เป็นผู้ชายไม่กล้าเข้ามาพูดคุยและใช้งานเธอเป็นแน่


“เอ่อ...คุณพราวฟ้าคะคุณบาสเตียนเรียกพบค่ะ ส่วนทางนี้เดี๋ยวดิฉันจัดการเอง” อเลตต้าหัวหน้าฟร้อนออฟฟิศสาวใหญ่รีบเข้ามาช่วยให้บริการเมื่อเห็นว่าลูกค้าหนุ่มทำท่าจะสนใจภรรยาเจ้าของโรงแรมอย่างเปิดเผย ด้วยรู้ดีถึงกิตติศัพท์ความหวงเมียของใครบางคน หากปล่อยไว้โดยไม่คิดกีดกันมีหวังพนักงานฟร้อนออฟฟิศที่ทำหน้าที่วันนี้คงถูกไล่ออกยกแผง และไม่ต้องแปลกใจว่าเหตุใดท่าทีที่เธอมีต่อพราวฟ้าถึงเปลี่ยนไปชนิดพลิกฝ่ามือเช่นนี้ และทุกคนในโรงแรมก็ไม่ได้ต่างกันนักเมื่อทราบว่าหญิงสาวมีตำแหน่งเป็นถึงภรรยาเจ้าของโรงแรม...เผลอๆ ตำแหน่งนี้อาจจะเป็นตำแหน่งที่สูงที่สุดในโรงแรมเมนิแกนด์ก็เป็นได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่ทำให้อเลตต้าและเพื่อนร่วมแผนกคนอื่นชื่นชมในตัวพราวฟ้าเห็นจะไม่ใช่เพียงตำแหน่งพิเศษที่หญิงสาวได้รับ หากแต่เป็นตัวตนที่น่ารักและทัศนคติที่ดีงามของพราวฟ้าเองต่างหาก


“ขอบคุณนะคะอเลตต้า” หญิงสาวส่งยิ้มสวยให้กับคนเป็นหัวหน้าก่อนจะค้อมศีรษะให้ลูกค้าหนุ่มแล้วปลีกตัวออกมาอย่างนุ่มนวล เพื่อนร่วมงานที่เคยกระแนะกระแหนพราวฟ้าเมื่อครั้งมาทำงานวันแรกต่างมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด หากหญิงสาวก็สัมผัสได้ว่าแววตาที่พวกเขามองมานั้นเป็นมิตรจากใจจริง หาใช่เพราะตำแหน่งภรรยาของผู้บริหารสูงสุดของโรงแรมไม่


“ฉันนับถือน้ำใจเธอจริงๆ ถ้าเป็นฉันได้เป็นถึงเมียเจ้าของโรงแรมรวยระดับโลกขนาดนี้ จ้างให้ฉันก็ไม่มาทำงานให้เหนื่อยแบบนี้หรอก” นั่นเป็นเหตุผลที่โอเลตหนึ่งในเพื่อนร่วมงานเคยให้ไว้ หากมันก็ทำให้พราวฟ้ารู้สึกดีกับการตัดสินใจของตัวเองอย่างบอกไม่ถูก และคงจะมีเพียงโอเลตคนเดียวเท่านั้นกระมังที่ยอมเรียกขานหญิงสาวด้วยสรรพนามเช่นเดิมที่เคยเรียก นอกจากนั้นทุกคนจะใช้ถ้อยคำที่แสนสุภาพนอบน้อมเสียจนพราวฟ้าแทบทำตัวไม่ถูกในหลายๆ ครั้งเลยทีเดียว


                “เธอถูกคุณบาสเตียนลงโทษแน่” โอเลตกระซิบเย้าพราวฟ้าจึงย่นจมูกใส่อย่างไม่จริงจังก่อนจะขึ้นไปพบชายหนุ่มที่ห้องทำงานส่วนตัว


                “เชิญเข้าไปได้เลยครับ คุณบาสเตียนรออยู่” เฟียสกล่าวยิ้มๆ เมื่อเห็นภรรยาของเจ้านายเดินมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงาน


                “ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวกล่าวกับอีกฝ่ายและส่งยิ้มให้สองหนุ่มที่ทำหน้าที่เลขาหน้าห้องก่อนเปิดประตูเข้าไปอย่างคุ้นชินเพราะตลอดเวลาที่ตัดสินใจกลับมาทำงาน พนักงานพร้อนออฟฟิศสาวก็ถูกผู้บริหารหนุ่มเรียกหาแทบทุกชั่วโมงอย่างที่เคยประกาศกร้าวเอาไว้จริงๆ


                “ก๊อก ก๊อก ก๊อก” หญิงสาวแกล้งทำเสียงเคาะประตูเมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้วพบว่าคนเป็นสามีนั่งหน้าเครียดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก


                “มาให้ลงโทษซะดีๆ ใจคอจะมีหนุ่มเข้ามาจีบทุกชั่วโมงเลยหรือไงแม่คุณ” บาสเตียนว่าเสียงขรึมพราวฟ้าจึงยอมเดินเข้าไปหาร่างหนาตามคำสั่ง


                “เขาแค่เข้ามาสอบถามข้อมูลเองค่ะ...คุณบาสคิดมาก” หญิงสาวว่ายิ้มๆ หากแต่เป็นยิ้มที่น่ารักเหลือเกินในสายตาคนมองจนชายหนุ่มอดใจไม่ไหวต้องดึงร่างบางลงมานั่งบนตักแล้วระดมหอมแก้มนุ่มให้หนำใจ


                “ฮื้อ...คุณบาส อื้อ...” เสียงประท้วงเล็กๆ ถูกกลืนหายกลับเข้าไปในลำคอเมื่อริมฝีปากหนาทาบทับลงมา ใบหน้าเล็กถูกมือหนาจับตรึงไว้ไม่ให้ขยับหนี เมื่อกลีบปากบางถูกฟันที่เรียงตัวสวยของอีกฝ่ายขบเม้มเบาๆ อย่างลงโทษก็ทำเอาคนบนตักถึงกับอ่อนระทวยอย่างไร้เหตุผล แต่ขณะที่หญิงสาวเริ่มให้ความร่วมมือบาสเตียนกลับหยุดการกระทำลงเสียดื้อๆ ใบหน้าหล่อเหลาถอนจูบออกมามองคนเป็นภรรยาอย่างชอบใจ


                “ลงโทษ” คำกล่าวสั้นๆ ของสามีทำเอาพราวฟ้าทั้งงงทั้งงอนในเวลาเดียวกัน


                คนใจร้าย...มาทำให้เธอแสดงสีหน้าน่าอายอีกแล้ว


                “หึๆ ขี้งอนเก่งจริงนะพักหลังๆ มานี้” นิ้วยาวบีบจมูกเล็กรั้นอย่างมันเขี้ยว และที่เขาพูดมาก็ไม่ผิดนัก ชายหนุ่มไม่ได้ใส่ร้ายเธอแม้แต่น้อย ทว่าบาสเตียนพอจะสังเกตได้ว่าหลายวันมานี้คนเป็นภรรยาอารมณ์อ่อนไหวง่ายกว่าปกติ หากหญิงสาวก็ไม่ได้โกรธอะไรจริงจังเพียงแต่ทำหน้ากระเง้ากระงอดเล็กๆ ใส่ชั่ววินาทีเท่านั้นก่อนจะเลือนหายไปแล้วกลับมาเป็นปกติ


                “ก็คุณบาสชอบแกล้ง...”


                “รักดอกจึงหยอกเล่น...” ชายหนุ่มแกล้งพูดสำนวนไทยทำเอาคนฟังอดยิ้มตามไม่ได้ สายตาคมมองดวงหน้าหวานซึ้งด้วยความรักเต็มเปี่ยมก่อนเลื่อนมือขึ้นลูบแก้มบางแผ่วเบา


                “อีกสองวันก็จะได้กลับไทยแล้ว...ตื่นเต้นหรือเปล่า?”


                “นิดหน่อยค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงเบาหากความจริงแล้วเธอตื่นเต้นมากต่างหาก ร่วมสองเดือนที่จากบ้านมามีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นจนชีวิตพลิกผันอย่างไม่น่าเชื่อ แต่เหนือความยินดีที่จะได้กลับบ้านพราวฟ้ารู้สึกหนักหน่วงในอกราวกับมีหินก้อนใหญ่มัดถ่วงเอาไว้...บิดาของเธอจะว่าอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตหญิงสาวตอนนี้


                “แต่งงานแล้วมาอยู่ด้วยกันที่นี่นะ” คำชวนเรียบๆ สร้างความเต็มตื้นขึ้นในหัวใจคนฟัง แต่เมื่อหวนคิดถึงบิดาหัวใจที่พองโตกลับห่อเหี่ยวลงฉับพลัน หญิงสาวเดาสถานการณ์ไม่ออกเลยว่าหลังจากบิดาของเธอทราบเรื่องแล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป


                “พ่อคงโกรธมาก...ไม่รู้ท่านจะว่ายังไง ทั้งเรื่องจดทะเบียนสมรส ทั้งเรื่องย้ายมาอยู่โรม...” หญิงสาวบอกสามีเสียงเครียด มือหนาจึงลูบผมนุ่มแผ่วเบา 


                “อย่าเพิ่งคิดมากเลย ฉันจะจัดการทุกอย่างให้ดีที่สุด...ฉันสัญญา” คำสัญญาหนักแน่นของคนเป็นสามีทำให้พราวฟ้าพยักหน้ารับเบาๆ แล้วพยายามปัดเรื่องนี้ทิ้งไป แต่ก็ไม่วายแอบหวังลึกๆ ว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดี


                “จะโทรไปบอกท่านไว้ก่อนไหมว่าจะกลับไปก่อนกำหนด” หญิงสาวส่ายหน้าทันที


                “ไม่อยากให้พ่อเป็นห่วงค่ะ ถ้าบอกว่าจะกลับบ้านตอนนี้ท่านคงคิดจินตนาการไปไกลแน่...พ่อเป็นพวกชอบคิดจินตนาการเหตุการณ์ซะด้วย” บาสเตียนพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนโน้มใบหน้าลงจูบหน้าผากมนอย่างอ่อนโยน...พราวฟ้ารู้จักบิดาของเธอดีกว่าใคร ดังนั้นชายหนุ่มจึงตามใจหญิงสาวเพื่อให้คนตัวเล็กสบายใจมากที่สุด

.

.

.


  กรุงเทพมหานคร  


“อ้าว! พ่อพรรณจะไปไหนหรือจ๊ะ สะพายกระเป๋าใบโตเชียว” คุณยายมาลีวัย 79 ปี ซึ่งกำลังยืนเก็บดอกมะลิที่ปลูกไว้ใต้ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ที่อยู่หน้าบ้านเอ่ยถามเพื่อนบ้านรุ่นลูกทำให้คนกำลังตั้งท่าออกจากบ้านเดินเข้ามาหาและตอบคำถามคนอาวุโสกว่าอย่างให้ความเคารพ


“จะไปสนามบินครับยาย ว่าจะขึ้นเหนือออกไปหาแรงบันดาลใจสักหน่อย”


“แล้วทำไมเดินทางเสียเย็นเลยล่ะพ่อคุณ กว่าจะไปถึงที่พักไม่ดึกดื่นค่อนคืนเลยรึ?” คุณยายกล่าวอย่างเป็นห่วงพรรณกรจึงยิ้มรับบางๆ


“กว่าจะไปถึงก็ราวๆ สองทุ่ม...สำหรับคนต่างจังหวัดคงดึกนิดหน่อยล่ะครับ แต่ผมอยากลองเดินทางกลางคืนดูบ้าง นั่งรถกินลมชมดาวระหว่างทางคงบรรยากาศดีทีเดียว”


“แล้วจะมีรถเข้าที่พักรึ ต่างจังหวัดยิ่งไม่เหมือนเมืองกรุง เจ้าชลยังพูดบ่อยๆ เลยว่าทุ่มสองทุ่มคนต่างจังหวัดเขาปิดบ้านนอนกันแล้ว” คุณยายกล่าวถึงหลานชายเพียงคนเดียวที่ไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด พรรณกรคลี่ยิ้มอย่างไม่ทุกข์ร้อน


“เรื่องนั้นไม่น่าเป็นห่วงหรอกครับ ผมให้เพื่อนมันขับกระบะออกมารับ”


“จ้ะๆ แล้วนี่เครื่องออกกี่โมงล่ะ”


“หกโมงสี่สิบห้าครับ” คุณยายพยักหน้า มองดูแสงแดดอ่อนๆ ที่กำลังจะลับขอบฟ้าอย่างประเมิน เมื่อเห็นว่าคงไม่ทำให้คนตรงหน้าเสียเวลามากนักจึงเอ่ยปากถาม


“แล้วน้องพราวเป็นยังไงบ้างล่ะพ่อพรรณ ได้ส่งข่าวมาบ้างหรือเปล่า”


“ล่าสุดที่คุยกันเมื่ออาทิตย์ก่อนก็สบายดีครับ แต่พราวดูยุ่งๆ ไม่ค่อยมีเวลาโทรมาเท่าไร...ครั้นผมจะโทรไปหาก็กลัวจะรบกวนเวลาพักผ่อนของลูกเพราะเวลาประเทศเรากับประเทศทางโน้นไม่เหมือนกัน เลยได้แต่รอให้พราวว่างแล้วโทรมาเองนั่นล่ะครับ”


                “อย่างนั้นหรือ...ถ้าน้องพราวติดต่อกลับมาอีกฝากบอกด้วยว่ายายคิดถึง” คุณยายมาลีพูดเสียงอ่อนนุ่มตามนิสัย รักและเอ็นดูพราวฟ้าเหมือนลูกหลานแท้ๆ เพราะหญิงสาวมักจะมาหาที่บ้านบ่อยๆ พรรณกรยิ้มบางๆ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพราวฟ้าซึมซับเอาความน่ารักอ่อนหวานมาจากคุณยายมาลีมากพอสมควร โชคดีที่เขามีเพื่อนบ้านดี คอยอบรมสั่งสอนบุตรสาวแทนตนจนสมบูรณ์แบบ เป็นกุลสตรีครบเครื่องได้เช่นนี้


                “รายนั้นก็ฝากความคิดถึงมาให้ยายทุกครั้งที่โทรมานั่นล่ะครับ บอกว่าจะรีบกลับมาหา...ผมมัวแต่ขลุกตัวอยู่ในบ้านไม่ค่อยเจอยายเลยไม่ได้บอก”


                “หึๆ กลัวจะติดใจหนุ่มๆ ที่นั่นแล้วไม่ยอมกลับมากกว่า”


      คุณยายว่ายิ้มๆ ไม่ได้จริงจังกับคำพูดนัก หากคนเป็นพ่อกลับเครียดขึ้นมาทันควันเพราะเป็นห่วงบุตรสาวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พราวฟ้าไม่ใช่ผู้หญิงก๋ากั่นทว่าสวยงามน่ารักจนใครๆ ต่างก็ชื่นชม เธอใสซื่อเสียจนบางครั้งไม่ค่อยทันใคร พรรณกรกลัวเหลือเกินว่าลูกสาวจะไม่ทันคนจนถูกหลอกและทำให้เสียใจ ที่ผ่านมาถึงเขาจะทุ่มเวลาให้กับงานศิลปะ หากคนเป็นพ่อก็ไม่เคยปล่อยปละละเลย คอยดูแลสอดส่องเรื่องความรักของบุตรสาวอยู่ไม่ขาด ใครที่คิดเข้ามาหลอกจึงถูกพรรณกรจัดการจนสิ้น ทว่าห่างหูห่างตาแบบนี้ไม่รู้ว่าพราวฟ้าจะเอาตัวรอดได้เช่นไร แต่หากมีใครมาทำให้ลูกของเขาเสียใจจริงๆ ละก็...พรรณกรคนนี้แหละจะเอาเลือดหัวมันออกมาสังเวยความเสียใจของเธอให้ดู!




มาแล้วววววว

ตอนนี้ลงตอนสุดท้ายแล้วนะคะ

แต่เนื่องจากเนื้อหาตอนนี้ยาวกว่าตอนอื่นๆ ขอแบ่งย่อยเป็น 4 ตอนน้าา  ฝากติดตามและสนับสนุน เกมร้อนมาเฟียร้าย ด้วยนะคะ พรุ่งนี้เริ่มวางแผงเป็นวันแรกเด้อรู้ยังงง

 


และฝากติดตาม เรื่องเสน่ห์น้ำผึ้งด้วยนะคะ 

คลิ๊กลิ้งนี้เลยยย



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

344 ความคิดเห็น