เกมร้อนมาเฟียร้าย [ลำดับที่ 1 ในซีรีย์ชุด ผู้หญิงของมาเฟีย ]

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 5 รวบหัวรวบหาง 5-2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,746
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 95 ครั้ง
    18 ต.ค. 61



คนคุมเกมยกมุมปากยิ้มอย่างพอใจก่อนจะกดจูบลงบนกลีบปากบางอย่างแผ่วเบา บาสเตียนมอบจูบให้เธออย่างไม่รีบร้อน เขาอยากมอบความประทับใจแรกให้กับหญิงสาวมากกว่า เปลือกตาบางหลับลงโดยไม่รู้ตัว พราวฟ้าไม่มีแรงต่อต้าน สมองขาวโพลนเมื่อถูกชายหนุ่มร่ายมนต์ ครั้นบาสเตียนขยับริมฝีปาก ความนุ่มชื้นก็ค่อยๆ แทรกตัวเข้ามาเล่นงานหัวใจดวงน้อยจนเต้นแรงแทบระเบิด ร่างกายกระตุกเกร็งราวกับถูกกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านทุกครั้งที่ความอุ่นชื้นลามเลียเข้ามา


หญิงสาวรู้สึกเหมือนลอยอยู่ในความฝัน หอบหายใจรุนแรงโดยไม่รู้ตัวเมื่อใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้ซอกคอระหงอย่างอ้อยอิ่งหยอกเย้า ริมฝีปากได้รูปขบเม้มผิวบางเป็นระยะทำเอาคนอ่อนประสบการณ์สั่นสะท้านไปทั้งร่าง บาสเตียนค่อยๆ สัมผัสนวลเนื้อบางอย่างอ่อนโยน เล้าโลมความรู้สึกจนอีกฝ่ายกลายเป็นทาสแห่งอารมณ์ปรารถนา ก่อนวนขึ้นไปมอบรสจูบดูดดื่มและทวีความเร่าร้อนขึ้นตามลำดับ พราวฟ้าไม่รู้ตัวเลยว่ากระดุมเสื้อโค้ดโดนสะกิดออกทีละเม็ด...ทีละเม็ดเผยให้เห็นความงดงามที่ซ่อนอยู่ใต้สาบเสื้อ


ดวงตาฉ่ำปรือพิศมองร่องอกขาวใสอย่างปรารถนา แหวกชายเสื้อออกหมายจะซุกปลายจมูกลงไปเคล้าคลึง แต่ยังไม่ทันได้ทำดังคิดเสียงกริ่งหน้าประตูเพนท์เฮ้าส์ก็ส่งสัญญาณเตือนให้รู้ว่ามีผู้มาเยือน บาสเตียนทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างขัดใจ กัดกรามแน่นสะกดกลั้นอารมณ์พลุกพล่าน จำใจคืนอิสรภาพให้สมันน้อยเนื้อนุ่มเพราะทราบดีว่าเสียงกริ่งดังขึ้นเพียงครั้งเดียวบ่งบอกให้รู้ว่าคนมาเยือนคือบอดี้การ์ดของเขา และหลังจากส่งสัญญาณเตือนให้รู้ถึงการมาเหล่าบอดี้การ์ดก็จะเปิดประตูเข้ามาหาบาสเตียนทันที


ชายหนุ่มพรูลมหายใจ จำต้องติดกระดุมที่ตัวเองเป็นคนปลดให้หญิงสาวใหม่ แต่เมื่อเห็นพราวฟ้าลืมตาขึ้นมามองเขาด้วยแววตาฉ่ำปรือ เรียกร้องสิ่งที่ชายหนุ่มเพิ่งทำกับเธอเมื่อสักครู่นี้โดยไม่รู้ตัวก็ทำเอาบาสเตียนคลี่ยิ้มอย่างพอใจทันที นิ้วเรียวยาวเขี่ยปลายจมูกเล็กรั้นและเช็ดคราบน้ำลายที่เลอะมุมปากเล็กออกให้อย่างเอ็นดูก่อนจะเอ่ย


“มีคนมา...”


เพียงประโยคสั้นๆ ที่ดังออกมาจากปากคนตัวโตก็ทำเอาพราวฟ้ารู้สึกอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนี เพราะแทนที่เธอจะเป็นฝ่ายห้ามแต่กลับเป็นชายหนุ่มที่ดูมีสติมากกว่า เพียงแค่เห็นใบหน้าแหวานแดงก่ำและทำท่าเหมือนอยากจะร้องไห้เพราะความอับอายก็ทำให้บาสเตียนหยักยิ้มมุมปากก่อนจะผละออกไปยืนข้างเตียงเพื่อไม่ให้พราวฟ้ารู้สึกอับอายมากเกินไปจนกลายเป็นความอึดอัด ทว่าทันทีที่ชายหนุ่มลุกออกไปร่างบางก็รีบกระเด้งตัวลุกขึ้นจากที่นอนโดยเร็ว


“พะ...พราวขอทำความสะอาดต่อนะคะ” ว่าแล้วหญิงสาวก็รีบลนลานคว้าอุปกรณ์ทำความสะอาดที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมา แต่ยังไม่ทันทำอะไรก็ถูกชายหนุ่มปลดอุปกรณ์เหล่านั้นออกจากมือจนหมดสิ้น


“สะอาดแล้วไม่ต้องทำหรอก ออกไปข้างนอกด้วยกันเถอะ” น้ำเสียงอ่อนโยนของชายหนุ่มทำเอาพราวฟ้าใจเต้นตุบตับ ซ้ำวงแขนแกร่งยังถือวิสาสะเกี่ยวเอวคอดของหญิงสาวเข้าไปชิดกายราวกับเป็นเจ้าของอย่างไรอย่างนั้น แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าการกระอันไร้เหตุผลรองรับของบาสเตียนก็คือร่างกายที่ไร้การควบคุมของหญิงสาวที่ไม่ว่าเขาจะสั่งอะไรเธอก็ทำตามอย่างว่าง่ายราวกับหุ่นยนต์ไร้สมอง พราวฟ้าไม่แม้แต่จะพยายามขัดขืนชายหนุ่มเลยด้วยซ้ำจนหญิงสาวนึกกลัวหัวใจตัวเองขึ้นมาครามครัน


สองบอดี้การ์ดค้อมศีรษะให้ผู้เป็นนายสีหน้าเคร่งขรึม ด้านพราวฟ้าเมื่อได้สติและสำเหนียกได้ว่าเวลานี้เธอและเขาไม่ได้อยู่กันเพียงลำพัง หากแต่มีอีกสองชีวิตที่กำลังมองมาอย่างเงียบๆ มือเล็กจึงรีบปลดแขนแกร่งออกจากเอวก่อนจะขยับห่างร่างหนาออกไปเล็กน้อย ทว่าเป็นอิสระเพียงเสี้ยววินาทีก็ถูกวงแขนแกร่งเกี่ยวเอวไว้ใหม่ และดูเหมือนครั้งนี้เขาจะไม่ยอมปล่อยง่ายๆ เล่นเอาพราวฟ้าถึงกับตีสีหน้าไม่ถูกเลยทีเดียว


“มีอะไรหรือเปล่า?” บาสเตียนเอ่ยถามคนมาใหม่เสียงเรียบ


“คุณ...เอ่อ” เฟียสเหลือบมองพราวฟ้าอย่างไม่แน่ใจว่าควรพูดดีหรือไม่ แต่เมื่อบาสเตียนพยักหน้าให้พูดบอดี้การ์ดหนุ่มจึงเอ่ยธุระเร่งด่วนของตนทันที


“คุณซิดนีย์โทร. มาครับ” ว่าแล้วเฟียสก็ยื่นโทรศัพท์ที่คนตรงหน้าลืมไว้บนโต๊ะห้องทำงานให้ไป...สีหน้าของบาสเตียนเปลี่ยนไปทันทีที่ได้ยินชื่อคู่หมั้นสาว ชายหนุ่มเหลือบมองคนข้างกายอย่างชั่งใจ แต่อึดใจต่อมาก็ตัดสินใจรับโทรศัพท์มือถือจากเฟียสก่อนจะเดินหายขึ้นไปบนดาดฟ้าของเพนท์เฮ้าส์โดยไร้ซึ่งคำพูด


พราวฟ้ามองตามร่างสูงใหญ่ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่...อะไรบางอย่างบอกให้รู้ว่าเจ้าของชื่อ ซิดนีย์ ไม่ใช่เพียงคนรู้จักธรรมดาทั่วไป หากแต่เป็นอะไรที่พิเศษมากเกินกว่านั้น อาจจะเป็นญาติ...หรือคนรัก เมื่อคิดมาถึงตรงนี้พลันหัวใจดวงน้อยก็ปวดหนึบอย่างไม่ทราบสาเหตุ สองบอดี้การ์ดเหมือนจะดูออกว่าหญิงสาวกำลังรู้สึกอย่างไร แต่ก็ทำได้เพียงมองเจ้าของร่างเล็กด้วยความเห็นใจ เพราะพวกเขาต่างก็ไม่มีสิทธิ์ออกเสียงนอกจากรับคำสั่งจากผู้เป็นนายเท่านั้น


“คุณพราวฟ้าสบายดีไหมครับ” ดิออล์เอ่ยถามหวังทำลายความเงียบ และก็ได้ผลเมื่อหญิงสาวหันมายิ้มและตอบเขา


“สบายดีค่ะ...พราวขอตัวกลับก่อนนะคะ” หญิงสาวค้อมศีรษะให้คนทั้งคู่อย่างนอบน้อมทำเอาสองบอดี้การ์ดค้อมกลับแทบไม่ทัน แต่ก่อนพราวฟ้าจะกลับเฟียสก็รีบเอ่ยขึ้น


“คุณพราวฟ้าไม่รอคุณบาสเตียนกลับเข้ามาก่อนหรือครับ”


“ไม่ค่ะ...พราวแค่เข้ามาทำความสะอาดเท่านั้น จริงสิ! พราวยังไม่ได้เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดเลย” หญิงสาวทำท่าจะกลับเข้าไปแต่ดิออล์รีบขันอาสาเพราะเห็นใจเธอ


“ไม่ต้องหรอกครับคุณพราวฟ้า ผมเก็บให้เองครับ เชิญคุณพราวฟ้ากลับไปพักผ่อนเถอะครับ”


“ดิออล์...” รุ่นพี่หนุ่มหันมาเอ็ดเมื่อบอดี้การ์ดรุ่นน้องส่งเสริมให้พราวฟ้ากลับไปก่อนที่คนเป็นนายจะกลับเข้ามา หากคนขี้สงสารกลับไม่สนใจหันไปถามหญิงสาวอย่างกระตือรือร้น


“ว่าแต่อุปกรณ์อยู่ที่ไหนครับ”


“ในห้องนอนคุณบาสเตียนค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงแผ่วด้วยความเกรงใจ แต่เธอไม่อยากอยู่รอจนบาสเตียนกลับมา ไม่รู้อะไรทำให้พราวฟ้ารู้สึกเช่นนั้น “รบกวนด้วยนะคะ” หญิงสาวยังคงยิ้มบางๆ ให้อีกฝ่ายก่อนจะค้อมศีรษะอีกครั้งแล้วเดินจากไป


“ดิออล์...มันไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะเข้าไปยุ่งเรื่องของเจ้านาย” เฟียสตำหนิรุ่นน้องหนุ่ม


“ก็ผมสงสารเธอนี่พี่...แต่พี่อย่าบอกคุณบาสเตียนนะว่าผมสนับสนุนให้คุณพราวฟ้ากลับไปก่อน ไม่งั้นผมโดนทุบกะโหลกยุบแน่” ดิออล์ทำหน้าอ้อนวอนเฟียส ทำเอารุ่นพี่หนุ่มถึงกับอ่อนใจ ความจริงเขาเองก็เห็นใจพราวฟ้า แต่อย่างไรเรื่องนี้ก็ไม่ใช่หน้าที่ของบอดี้การ์ดที่จะเข้าไปเจ้ากี้เจ้าการ ทว่าในเมื่อเผลอยุ่งไปแล้วคงมีทางเดียวที่เฟียสจะทำได้นั่นคือทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

 .

.

.

.

เมื่อขึ้นมาถึงดาดฟ้าบาสเตียนก็กรอกเสียงใส่โทรศัพท์มือถือทันที น้ำเสียงราบเรียบเย็นชาที่ปลายสายคุ้นเคยเป็นอย่างดีทำให้เธอคลี่ยิ้มออกมาอย่างทีความสุข แต่แน่นอนว่ามันตรงกันข้ามกับความรู้สึกของบาสเตียนอย่างสิ้นเชิง


“คุณมีธุระอะไรซิดนีย์”


“ฉันอยากคุยกับคุณเรื่องการแต่งงานของเราค่ะบาสเตียน” เสียงราบเรียบไม่แพ้กันของซิดนีย์ตอบกลับมาทำให้คนฟังแสยะยิ้มมุมปากอย่างแคลนๆ


“ยังอีกหลายเดือนกว่าจะสิ้นสุดเงื่อนไข...ไม่คิดว่าคุณจะรีบขนาดนี้”


“หึ! ต่อให้เหลือเวลาอีกเป็นปีฉันก็มั่นใจว่าเราต้องได้แต่งงานกันแน่นอน”


“คุณมั่นใจเกินไปหรือเปล่าซิดนีย์?” คำถามของบาสเตียนทำให้ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น


“ไม่มีใครเหมาะสมกับคุณเท่าฉันอีกแล้วบาสเตียน”


“หึๆ คุณคงลืมไปว่าผมหาความรักไม่ใช่ความเหมาะสม...ซึ่งสิ่งที่ผมกำลังตามหาคงไม่มีวันมีอยู่ในตัวคุณ” คำพูดราบเรียบ ทว่าแทงเข้ากลางใจคนฟังของชายหนุ่มทำเอาซิดนีย์ถึงกับกัดฟันกรอดอย่างสะกดกลั้น แต่ถึงจะโกรธคู่หมั้นหนุ่มสักแค่ไหนหากหญิงสาวก็ไม่คิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมา เพราะเธอรู้ดีว่าการเอาชนะผู้ชายเย็นชาอย่างบาสเตียนมีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น นั่นคือวางตัวนิ่งเฉยอย่างไร้ความรู้สึก! เมื่อคิดได้ดังนั้นซิดนีย์จึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างไม่ทุกข์ร้อนแม้ภายในใจจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและพายุลูกใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นและพร้อมจะทำลายทุกสิ่งรอบกายอยู่รอมร่อก็ตามที


                “อีกสองสามวันฉันจะเดินทางไปโรมเพื่อลองชุดแต่งงาน...หวังว่าคุณจะทำหน้าที่คู่หมั้นที่ดีนะคะบาสเตียน”


                “ผมทำหน้าที่ไม่เคยขาดตกบกพร่องเสมอ...”


                บาสเตียนตอบเสียงเย็นทำเอาสติที่คนปลายสายควบคุมมาโดยตลอดแทบแตกกระเจิง เพราะมันไม่แตกต่างจากการปฏิเสธซึ่งๆ หน้าเลยสักนิด ทุกครั้งที่ซิดนีย์เดินทางไปหาชายหนุ่มที่โรม บาสเตียนก็มักจะหายเข้ากลีบเมฆและไม่เคยอยู่เจอหน้าหญิงสาวแม้แต่ครั้งเดียว


                “ถ้าครั้งนี้คุณหนีหน้าฉันอีก...เราได้เห็นดีกันแน่บาสเตียน!”


                คำขู่ทิ้งท้ายของคู่หมั้นสาวก่อนที่จะตัดสายไปไม่ได้ทำให้บาสเตียนสะทกสะท้านแม้แต่น้อย หากเวลานี้ในหัวของเขากลับเต็มไปด้วยจินตนาการใบหน้าหวานซึ้งที่เพิ่งผละจากมา...พราวฟ้าจะรู้สึกอย่างไรต่อการกระทำของชายหนุ่มในวันนี้ โดยเฉพาะการตัดสินใจรับสายของซิดนีย์อย่างไม่คิดเหลียวหลังกลับไปมองหรือแม้แต่จะอธิบายให้คนตัวเล็กฟังว่าเจ้าของสายปริศนานี้เป็นใครกันแน่


                เมื่อร่างสูงใหญ่เดินกลับเข้าไปในเพนท์เฮ้าส์อีกครั้ง เสียงราบเรียบก็เอ่ยถามถึงเจ้าของร่างบางที่อยู่ด้วยกันก่อนหน้านี้เป็นอันดับแรก


“พราวฟ้าล่ะ?”


“กะ...กลับไปแล้วครับ” ดิออล์ตอบเสียงติดขัด เกรงว่าเจ้านายจะจับพิรุธได้ว่าตนเป็นคนยุส่งให้หญิงสาวกลับไป คนเป็นนายทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาก่อนจะถามขึ้นอีก


“พราวถามอะไรเกี่ยวกับซิดนีย์ไหม?”


“ไม่ได้ถามครับ...แต่แววตาดูเศร้าๆ นะครับ” เฟียสตอบเสียงเป็นกังวลหากคนถามกลับพยักหน้ายิ้มๆ ทำเอาสองบอดี้การ์ดต่างมองหน้ากันอย่างประหลาดใจ


“เหรอ” บาสเตียนยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดีเมื่อรู้ว่าเรื่องของตนมีผลต่อความรู้สึกของหญิงสาว


“เอ่อ...คุณบาสเตียนครับ ไม่กลัวคุณพราวฟ้าเธอเข้าใจผิดหรือครับ” เฟียสกลั้นใจถามหากบาสเตียนกลับทำเพียงยิ้มกริ่มอย่างสบายอารมณ์


เขาก็คิดอยู่แล้วว่าคนขี้เกรงใจอย่างพราวฟ้าไม่มีทางถามอะไรที่ดูเป็นการเสียมารยาทเด็ดขาด...บาสเตียนยิ้มกริ่มอย่างพอใจ...ตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ ที่รับสายซิดนีย์แทนการปฏิเสธการสนทนากับอีกฝ่ายเหมือนทุกครั้ง เพราะเดิมพันครั้งนี้มันทำให้เขาได้รู้ว่าพราวฟ้ารู้สึกเช่นไร

.

.

.

.

 

วันต่อมา


หลังเกิดเรื่องราวมากมายขึ้นที่เพนท์เฮ้าส์ของบาสเตียนเมื่อวานนี้ทำให้พราวฟ้าต้องกลับมาคิดทบทวนอย่างหนัก ความใกล้ชิดระหว่างเธอกับเขาทำให้หัวใจเต้นแรงอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่หญิงสาวก็ต้องยอมรับเช่นกันว่าชื่อปริศนาที่ทำให้บาสเตียนทิ้งเธอไว้ข้างหลังโดยไม่เหลียวกลับมามองหรือแม้แต่พูดอะไรสักคำทำให้เธอรู้สึกห่อเหี่ยวและหนักอึ้งอยู่ในอก เมื่อคิดทบทวนมาอย่างดีพราวฟ้าจึงได้คำตอบว่าเธอควรหยุดความรู้สึกของตัวเองลงเสีย และถอยห่างออกมาจากคนที่เธอไม่มีวันเอื้อมถึง


ทว่าเพียงแค่บาสเตียนเดินผ่านและมองมาทางนี้ก็ทำเอาหัวใจที่คิดว่าแข็งแกร่งเต้นแรงไม่เป็นส่ำ หญิงสาวพยายามทำเป็นมองไม่เห็นและทำหน้าที่ของเธออย่างเข้มงวด โชคดีเหลือเกินที่คาลเดลล์เข้ามาทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และร่างสูงใหญ่ของเขาก็บังสายตาของบาสเตียนมิด ทำให้หญิงสาวไม่มีโอกาสได้เห็นว่าเบื้องหลังดาราหนุ่มสายตาของคนที่มองอยู่กำลังดุดันเพียงใด


“สวัสดีครับคุณพราวฟ้า”


“สวัสดีค่ะคุณคาลเดลล์” หญิงสาวเอ่ยชื่อเขาโดยที่อีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องแนะนำตัวสร้างความประหลาดใจให้ดาราหนุ่มเป็นอย่างมาก 


“ดีใจจังคุณรู้จักผมด้วย”


พราวฟ้ายิ้มละมุน เธอรู้สึกคุ้นหน้าตั้งแต่เขาเดินเข้ามาในโรงแรมครั้งแรกแล้ว หากหญิงสาวก็ใช้เวลาคิดอยู่นานกว่าจะนึกออกว่าเคยเห็นเขาที่ไหน ความจริงพราวฟ้าไม่ใช่คนชอบดูหนังดูละคร ทว่าบิดาของเธอชอบดูหนังเป็นอย่างมากโดยเฉพาะหนังฮอลลีวูด หญิงสาวจึงพลอยรู้จักชื่อนักแสดงไปด้วย


“พ่อของดิฉันท่านชอบดูหนังค่ะ ท่านเป็นแฟนคลับคุณด้วยนะคะ”


“ว้าว...เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ แล้วคุณพราวฟ้าล่ะครับ เป็นแฟนคลับของผมด้วยหรือเปล่า?” ดวงตาซุกซนเป็นประกายแวววาวมองพราวฟ้าอย่างลุ้นๆ หากหญิงสาวกลับยิ้มแหยและตอบตามตรง


“ความจริงดิฉันไม่ค่อยชอบดูหนังค่ะ พ่อท่านชอบดู บางครั้งเลยนั่งดูเป็นเพื่อน”


“ว้า...เสียใจจัง นึกว่าคุณพราวฟ้าจะชอบผมเหมือนคุณพ่อของคุณเสียอีก” ดาราหนุ่มทำเสียงสลด หากแววตาของเขากลับไม่ได้บอกว่าเสียใจแม้แต่น้อย พราวฟ้าทำเพียงยิ้มบางๆ เมื่อไม่รู้จะชวนอีกฝ่ายคุยเรื่องอะไรจึงเอ่ยถามเขาไปตามหน้าที่


“คุณคาลเดลล์มีอะไรให้ดิฉันรับใช้หรือเปล่าคะ”


“มีครับ” คาลเดลล์ตอบทันทีราวกับรอให้อีกฝ่ายถามอยู่เหมือนกัน ก่อนจะบอกเจตนารมณ์ที่ทำให้เขาเดินลงมาหาเธอที่เคาน์เตอร์ด้านล่าง “เย็นนี้คุณพราวฟ้าว่างไหมครับ...”


พราวฟ้าเลิกคิ้วอย่างแปลกใจก่อนตอบและส่งคำถาม


“ดิฉันไม่ได้ไปไหนค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?”


“วันนี้ผมโดนเพื่อนทิ้ง เวย์กัสมีนัดดินเนอร์กับสาว ผมเลยไม่มีเพื่อนเดินชมโรม...ถ้าคุณพราวฟ้าจะกรุณาเที่ยวเป็นเพื่อนผมสักครั้งจะเป็นเกียรติมากเลยครับ”


“เอ่อ...”


หญิงสาวอ้ำอึ้ง เธอไม่ได้รู้จักมักจี่กับเขาจู่ๆ จะให้ไปเที่ยวด้วยกันคงประหลาดน่าดู แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะปิดทางปฏิเสธเธอไว้หมดแล้ว พราวฟ้าลอบถอนใจเบาๆ ให้กับความโง่เขลาของตัวเองที่ตอบออกไปว่าไม่ได้ไปไหน ครั้นจะปฏิเสธก็เกรงจะเสียมารยาท ระหว่างที่หญิงสาวกำลังครุ่นคิดบุคคลที่ถูกคาลเดลล์พาดพิงถึงก็เดินเข้ามาเกี่ยวคอเพื่อนรักจากทางด้านหลัง


“ไงเพื่อน...ลงมาแต่เช้าเลยนะ”


“เวย์กัส...นายมาก็ดีแล้ว โทษฐานที่นายเบี้ยวนัดไม่ยอมไปเที่ยวกับฉัน ช่วยพูดให้คุณพราวฟ้ารับนัดฉันทีสิเพื่อน”


“หืม...” เวย์กัสเลิกคิ้วอย่างงงๆ เขาไปเบี้ยวนัดหมอนี่ตั้งแต่เมื่อไร? แต่พอดาราหนุ่มฉีกยิ้มแฉ่งอย่างเอาใจก็ทำให้รู้ทันทีว่าคาลเดลล์กำลังหาข้ออ้างนัดสาวไปเที่ยว ชายหนุ่มส่ายหน้ายิ้มๆ ออกไปอย่างระอานิดๆ เบื่อพวกติดผู้หญิง พี่ชายเขาก็คนหนึ่ง ติดเมียจนไม่อยากคบค้าสมาคมกับใคร คาลเดลล์ก็คงตกอยู่ในสภาพเดียวกัน


เจ้าของเมนิแกนด์ แกรนด์ ไดมอล เสือผู้หญิงผู้ไม่เคยตกเป็นเบี้ยล่างของอิสตรีหันหน้ามาทางพราวฟ้าและยิ้มมีเสน่ห์ให้กับเธอ ทว่าไร้แววกรุ้มกริ่ม


“ไปเที่ยวเป็นเพื่อนหมอนี่เถอะครับคุณพราวฟ้า ผมรับประกันด้วยเกียรติของทายาทเมนิแกนด์ว่าคาลเดลล์ไม่มีทางทำมิดีมิร้ายกับคุณแน่นอน” เวย์กัสพูดยิ้มๆ เหมือนอ่านใจหญิงสาวออกอย่างทะลุปรุโปร่ง พราวฟ้ายิ้มอ่อนๆ ใบหน้าแดงซ่านอย่างอายๆ เมื่อถูกรู้ทัน หากภาพนี้กลับทำให้คนที่ทำเป็นเดินตรวจงานอยู่แถวล็อบบี้ร้อนรุ่มหัวใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


“ก็ได้ค่ะ”


yes!!” คาลเดลล์ออกอาการลิงโลดอย่างไม่ปิดบัง ชายหนุ่มยิ้มสดใสให้หญิงสาวก่อนจะเอ่ยอย่างอารมณ์ดี


“ผมไม่กวนเวลาทำงานคุณพราวฟ้าแล้วครับ...แล้วเจอกัน” ว่าแล้วคาลเดลล์ก็เกี่ยวคอเพื่อนรักออกไปอย่างสบายอารมณ์




กลับมาแล้ววววว

เห็นคอมเม้นจากคนอ่านแล้วชื่นใจจจ 

ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ

บาสเตียนคนขี้อ่อยมีกำลังใจคิดแผนเผด็จศึก (ว่าที่) เมียแล้วววว


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 95 ครั้ง

344 ความคิดเห็น

  1. #319 Toktak_Jp (@Toktak_Jp) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 06:56
    รออ่านต่อค่ะ
    #319
    0
  2. #318 รออ่าน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 19:41

    รออ่านต่อจ้า มาเร็วๆ

    #318
    0
  3. #317 Bamdy_NK (@Bamdy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 17:22
    ตายๆๆๆๆ เดี๋ยวถ้าบาสเตียนมาเจอได้หึงขึ้นหน้าแน่555555
    #317
    0
  4. #58 paesunflowerpn (@paesunflowerpn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 21:42
    คิดถึงขนาดนี้รีบกลับเพนท์เฮ้าท์เลยจ้า
    #58
    1
    • #58-1 สิริรฉัตร (@0849559567) (จากตอนที่ 10)
      21 ธันวาคม 2559 / 18:35
      ความคิดถึงห้ามไม่ไหว ถึงตัวอยู่ไกลแต่ใจอยู่กับเธอ ก๊ากกกก
      #58-1
  5. #57 s.mai (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 21:06
    ถ้าคิดถึง ก็รีบกลับห้องไปค่ะ><
    #57
    0
  6. #56 Paiky Klongluang (@paiky2557) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 20:49
    จะเอายังไงกับหนูพราวจ๊ะ.พ่อคนแผนเยอะ
    #56
    0