เกมร้อนมาเฟียร้าย [ลำดับที่ 1 ในซีรีย์ชุด ผู้หญิงของมาเฟีย ]

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 พนักงานแลกเปลี่ยน 1-1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12019
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    16 ก.ย. 61

 

ตอนที่ 1 พนักงานแลกเปลี่ยน


 

            ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี


            พราวฟ้า สุธารินทร์ หญิงสาวหุ่นร่างกลมกลึง ส่วนสูงประมาณ 168 เซนติเมตร ก้าวยาวๆ ตามหัวหน้าฝ่ายบุคคลไปอย่างเงียบๆ แต่ด้วยช่วงขาที่ไม่เท่ากันทำให้เธอจำต้องเร่งฝีเท้ามากขึ้นเพื่อตามให้ทันอีกฝ่าย


                “สำหรับพนักงานโรงแรมทุกแผนก เรามีที่พักให้เป็นสัดส่วนอยู่ทางด้านหลัง ห่างจากรั้วกั้นเขตพื้นที่โรงแรมออกไปไม่ถึงสองร้อยเมตร เดี๋ยวฉันจะพาเธอเอาของไปเก็บที่ห้อง” ดิเฟสโตหันกลับมากล่าวเล็กน้อยด้วยภาษาอังกฤษขณะที่เท้าของเขายังสับเป็นจังหวะ


                “ขอบคุณค่ะ” 


      พราวฟ้าพยายามกลั่นเสียงออกมาให้เป็นปกติที่สุด เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายจับได้ว่าเธอกำลังประสบปัญหาบางอย่าง หญิงสาวไม่ชอบให้ตัวเองเป็นภาระคนอื่น ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะเงียบเสียมากกว่าโวยวายหรือแสดงความอ่อนแอออกมา แต่ขณะที่หัวหน้าฝ่ายบุคคลหนุ่มใหญ่สวมเพียงชุดยูนิฟอร์มของโรงแรมซึ่งพราวฟ้าคิดว่าเนื้อผ้าคงไม่ได้หนาอะไรมากมาย หากอากาศเย็นจัดกลับไม่เป็นอุปสรรคต่อเขาเลยแม้แต่น้อย ต่างจากเธอที่สวมโอเวอร์โค้ทตัวหนาทว่ากลับไม่ช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บเลยสักนิด หญิงสาวชักไม่แน่ใจว่าเธอจะอยู่ที่นี่ได้โดยไม่หนาวตายเสียก่อนถึงวันกำหนดกลับไทย


พยายามจำเส้นทางให้ได้นะ จากบริเวณนี้เดินต่อไปที่ตึกพักอาจจะซับซ้อนสักหน่อยหัวหน้าฝ่ายบุคคลอธิบายขณะนำทาง เมนิแกนด์ โฮเต็ลมีตึกเชื่อมกันเป็นรูปตัวเอ็มทั้งหมดห้าตึก แต่ละตึกถูกออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมร่วมสมัยดูสวยงามและคลาสสิค ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าราคาห้องพักที่นี่แพงหูฉี่ขนาดไหน ลูกค้าที่จะสามารถเข้าพักได้ต้องเงินหนาพอตัว ที่นี่จึงไม่ต่างจากเครื่องหมายการค้าที่ช่วยยกระดับทางสังคมของบรรดามหาเศรษฐีทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ เป็นสังคมระดับไฮโซที่พราวฟ้าแน่ใจว่าหากไม่ใช่เพราะสิทธิ์การเป็นพนักงานโรงแรมเธอคงไม่มีวันได้เข้ามาเหยียบ


หญิงสาวอดตื่นเต้นไม่ได้เมื่อดิเฟสโตพาเธอเดินอ้อมไปทางด้านหลังตึกแรกเข้าสู่ประตูที่มีพนักงานรักษาความปลอดภัยคอยตรวจสอบคนเข้าออกอย่างเข้มงวด ทุกครั้งที่ผ่านประตูบานนี้จะต้องแสดงบัตรพนักงานตามระเบียบ หัวหน้าฝ่าบบุคคลกล่าวอธิบายคร่าวๆ ว่าจุดนี้เป็นทางสำหรับพนักงานเท่านั้น ถัดเข้าไปเป็นห้องใต้ดิน สังคมด้านล่างระหว่างเดินผ่านทำเอาสาวชาวไทยอดตื่นตาตื่นใจไม่ได้ มีพนักงานหลายร้อยชีวิตเดินกันขวักไขว่ และที่น่าตกใจคือเส้นทางสลับซับซ้อนเหลือเกินอย่างที่ดิเฟสโตได้กล่าวเตือนเอาไว้ตั้งแต่ต้น


พราวฟ้าพยายามมองหาจุดเด่นที่จะทำให้เธอจดจำเส้นทางไปยังตึกพักพนักงานให้ได้แม้ว่าแผนผังชั้นใต้ดินที่เพิ่งมีโอกาสสัมผัสเป็นครั้งแรกจะไม่ต่างจากเขาวงกตก็ตามที เพราะหญิงสาวแน่ใจว่าหลังจากดิเฟสโตส่งเธอถึงห้องพักแล้ว ครั้งต่อไปเขาคงไม่ใจดีเดินมารับมาส่งเธออีกเป็นแน่ และหากพรุ่งนี้หญิงสาวเข้างานสายเพราะเหตุหลงทาง ชีวิตการทำงานที่เมนิแกนด์คงจบลงแต่เพียงเท่านี้


ฟิ้ว...


สิ้นระยะความอบอุ่นของชั้นใต้ดินแล้ว หญิงสาวแทบจำไม่ได้ว่าดิเฟสโตพาเธอทะลุออกมาจากประตูไหนเพราะเมื่อมองกลับไปประตูทุกบานช่างเหมือนกันไปหมดจนน่าใจหาย ริมฝีปากอิ่มสั่นระริกทุกครั้งที่ลมเย็นๆ พัดเข้าหาตัว กลีบปากสวยที่เคยเป็นสีชมพูระเรื่อบัดนี้กลับไร้สีสันตรงกันข้ามกับใบหน้ารูปไข่ที่แดงก่ำปานจะหลั่งเลือด


                “ที่นี่เป็นสาขาใหญ่ เป็นจุดเริ่มต้นของเมนิแกนด์ โฮเต็ล ทั่วทุกมุมโลก แต่ในขณะที่ทุกโรงแรมในเครือพัฒนาตัวเองจนเป็นมาตรฐานเดียวกัน ที่นี่ต้องก้าวนำทุกสาขาให้ได้อย่างน้อยหนึ่งก้าวในทุกๆ เรื่อง ดังนั้นเราจึงต้องเข้มงวดและเคร่งครัดในกฎระเบียบ ทุกอย่างต้องอยู่เหนือคำว่ามาตรฐาน ห้ามบกพร่องแม้แต่จุดเล็กๆ ฉะนั้นที่นี่จึงเต็มไปด้วยคนที่สมบูรณ์แบบ...ถ้าอยากเป็นพนักงานของเมนิแกนด์ต่อไปก็จงเตือนตัวเองเสมอว่าเธอต้องสมบูรณ์แบบ!


คำแนะนำที่เหมือนคนพูดกำลังบอกบอกกรายๆ ว่าถ้าพราวฟ้าบกพร่องแม้แต่นิดเดียวเธอจะกลายเป็นจุดอ่อนที่ต้องถูกกำจัดออกไปทันที หากหญิงสาวก็รับคำเงียบๆ ตามแบบฉบับของเธอ แม้ความสามารถในการจดจำรายละเอียดต่างๆ จะเริ่มลดลงเรื่อยๆ ก็ตาม


                “อ่ะ ถึงแล้ว...นี่เป็นห้องพักของเธอ เธอมีเวลาพักผ่อนเกือบสิบเจ็ดชั่วโมง รีบพักผ่อนซะก่อนที่ร่างกายของเธอจะทนไม่ไหวจนกระทบกับงานในวันพรุ่งนี้ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าเธอมีเวลาทำงานที่นี่เพียงสามเดือนเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์กลับไปให้มากที่สุด คงไม่อยากให้สุขภาพเป็นปัญหาในการทำงานหรอกใช่ไหม?”


                “ค่ะ”


                หญิงสาวรับกุญแจห้องมาด้วยความนอบน้อม พราวฟ้ารู้สึกไม่ค่อยดีนักที่เผลอแสดงอาการจนอีกฝ่ายจับได้ว่าเธอกำลังไม่สบาย แต่ก่อนที่ดิเฟสโตจะผละจากไปก็ไม่วายหันมากำชับอีกว่า...


                “พรุ่งนี้อย่าเข้างานสายเด็ดขาดนะ คุณบาสเตียนไม่ชอบคนไม่ตรงต่อเวลา เธอเริ่มงานตอนหกโมงเช้า เลิกงานประมาณสี่โมงเย็น ถ้าจะให้ดีต้องไปก่อนเวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง แล้วก็...ว่างๆ ระหว่างพักผ่อนในวันนี้ก็ดูหนังสือทะเบียนแนะนำผู้บริหารและแขกคนสำคัญไปพลางๆ ล่ะ คุณบาสเตียนชอบคนใส่ใจงาน อย่าจำชื่อลูกค้าหรือแม้แต่ชื่อผู้บริหารทุกระดับผิดเชียว มีสิทธิ์โดนไล่ออก อยู่ที่นี่ทุกอย่างต้องเพอร์เฟค! ส่วนรายละเอียดงานพรุ่งนี้หัวหน้าแผนกของเธอจะเป็นคนจัดการต่อ”


                “ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณดิเฟสโต”


                พราวฟ้าค้อมศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อแสดงถึงคำขอบคุณ แต่จู่ๆ ก็รู้สึกหน้ามืดคล้ายสวิทไฟทุกดวงบนโลกถูกดับพร้อมๆ กัน ก่อนจะมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงตามหลังมาติดๆ


                “ถ้าเธอต้องการอาหารที่นี่จะมีศูนย์อาหารสำหรับพนักงานแยกต่างหากอยู่ระหว่างทางเชื่อมไปยังโรงแรม บริเวณที่เราเดินผ่านมานั่นล่ะ และถ้าอยากได้ยาก็ไปขอได้ที่ห้องพยาบาลตึกเดียวกับศูนย์อาหารอยู่ที่ชั้นสอง แต่อย่าลืมพกบัตรพนักงานแสดงต่อพนักงานรักษาความปลอดภัยทุกครั้งเพราะเราจะไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าโดยเด็ดขาด...และที่สำคัญเธอคงรู้ดีอยู่แล้วว่าเราไม่อนุญาตให้พนักงานใส่ชุดลำรองไปเดินเพ่นพ่านบริเวณหน้าโรงแรม ดังนั้นเราจึงบังคับทุกคนให้เข้าออกได้แค่ประตูฝั่งทางตะวันตกเท่านั้น เพราะด้านหลังตึกศูนย์อาหารค่อนข้างใกล้กับส่วนหน้าของตึกสาม...ระมัดระวังอย่าเดินไปทางนั้นเด็ดขาด” ดิเฟสโตแนะนำให้พร้อมสรรพจากนั้นเขาก็เดินจากไปเหมือนหมดหน้าที่


หญิงสาวยืนโงนเงนอยู่เป็นนาทีกว่าจะไขกุญแจแล้วลากกระเป๋าเดินทางขนาดกลางเข้าห้องพักได้ พราวฟ้ารู้สึกเมื่อยขบไปทั้งร่าง แขนขาไร้เรี่ยวแรงราวกับคนขาดสารอาหารทั้งที่ก่อนเครื่องบินลงจอดหญิงสาวทานขนมปังเบอร์เกอร์จนอิ่มท้องไปแล้ว ในเวลานี้เห็นจะมีแต่ยาลดไข้เท่านั้นล่ะที่สาวไทยวัย 25 ปี กำลังต้องการ นึกถึงเรื่องนี้พราวฟ้าก็อดตำหนิตัวเองไม่ได้ที่เตรียมหยูกยาไว้อย่างดิบดีแต่กลับลืมยัดใส่กระเป๋าเสียสนิท


     ห้องพักพนักงานไม่ได้กว้างขวางมากนักแต่ก็ไม่แคบจนรู้สึกอึดอัด ภายในห้องมีเฟอร์นิเจอร์ครบครันรวมถึงฮิตเตอร์ทำความร้อน หญิงสาวเดินตรงเข้าไปสำรวจเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนี้เป็นอันดับแรกก่อนจะเปิดใช้งานทันที ร่างกายของเธอกำลังต้องการไออุ่น แต่ด้วยนิสัยเป็นคนเรียบร้อยพราวฟ้าจึงกลั้นใจเดินกลับไปเปิดกระเป๋าเดินทางแล้วเริ่มจัดข้าวของส่วนตัวเข้าตู้ ทว่าสุดท้ายแล้วหญิงสาวก็ทำไม่เสร็จเพราะโดนพิษไข้เล่นงานหนักขึ้นเรื่อยๆ


                “พรุ่งนี้จะไหวไหมเนี่ยเรา...”


                เสียงหวานพึมพำกับตัวเอง ในเมื่อร่างกายเริ่มไม่ไหวจึงจำเป็นต้องวางทุกอย่างลงแล้วเลือกที่จะนอนพักผ่อนเพื่อรักษาตัวให้หายทันเริ่มงานในวันพรุ่งนี้ แต่จนแล้วจนรอดพราวฟ้าก็ไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ หากเธอไม่ทำอะไรสักอย่างหญิงสาวคงเส้นเลือดในสมองแตกตายเป็นแน่ ในที่สุดก็กัดฟันลุกจากที่นอนลากสังขารออกจากห้องพักโดยมีเป้าหมายคือ ห้องพยาบาล


หญิงสาวพยายามเดินอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้สลบวูบไปก่อนจะถึงที่หมาย แต่ร่างกายของเธอกลับไม่เป็นใจเอาเสียเลย ม่านตาจะปิดให้ได้ทั้งที่พราวฟ้าไม่ได้ง่วงเลยสักนิด หญิงสาววัยเบญจเพสยืนคว้างอยู่หลายนาที เธอไม่แน่ใจว่าเดินอย่างไรถึงมาหยุดตรงหน้าโรงแรมเสียได้ ด้วยความตกใจทำให้พราวฟ้าพยายามมองหาทางเดินเพื่อหนีไปให้พ้นจากบริเวณนี้ เพราะอย่างที่ดิเฟสโตได้แจ้งไว้ว่าเมนิแกนด์ โฮเต็ลมีกฎห้ามพนักงานที่ไม่ได้สวมชุดยูนิฟอร์มเข้ามาป้วนเปี้ยนในบริเวณโรงแรมโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะจุดสำคัญเช่นหน้าโรงแรมและบริเวณล็อบบี้ หากฝ่ายบุคคลซึ่งเป็นผู้คุมกฎของโรงแรมทราบเรื่องเข้าหญิงสาวอาจจะโดนทำโทษสถานหนัก ครั้นจะเดินกลับทางเดิมพราวฟ้าก็เห็นดิเฟสโตกำลังเดินนำพนักงานอีกสองคนมาทางนี้พอดี


หญิงสาวรีบหลบอยู่หลังเสาโรมันขนาดสองคนโอบ ความเครียดกระตุ้นให้เส้นเลือดในสมองทำงานหนักขึ้น มือเล็กกุมศีรษะและเริ่มยืนโงนเงนเหมือนโลกกำลังหมุนเคว้งจนต้องใช้เสาโรมันขนาดใหญ่เป็นที่พำนักชั่วครู่ เปลือกตาบางค่อยๆ ปิดลงโดยไม่รู้ตัว...หญิงสาวไม่อาจรู้เลยว่าชีวิตของเธอหลังจากนี้จะเป็นไปในทิศทางไหน แต่ก่อนสัมปชัญญะสุดท้ายจะหมดลงพราวฟ้าก็เหมือนได้ยินเสียงใครคนหนึ่งตะโกนชื่อเธอ หญิงสาวพยายามฝืนตัวลืมตาขึ้นมาแต่ก็ได้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ใครคนนั้นตรงดิ่งเข้ามาหาเธอก่อนที่ภาพตรงหน้าจะค่อยๆ เลือนหายไปจากการมองเห็น...


“พราว!”

.

.

.

.

เพนท์เฮ้าส์สุดหรูบนชั้นสูงสุดของเมนิแกน โฮเต็ลเต็มไปด้วยความประหลาดใจของบรรดาบอดี้การ์ดส่วนตัวของ บาสเตียน เมนิแกนด์ พวกเขาต่างมองชายหนุ่มวัย 35 ปี ด้วยความรู้สึกเดียวกัน ดิออล์และเฟียสซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งเลขาและบอดี้การ์ดไม่เคยเห็นเจ้านายผู้เงียบขรึมแสดงความห่วงใยต่ออิสตรีคนไหนอย่างออกนอกหน้าเช่นนี้มาก่อน โดยเฉพาะกับผู้หญิงแปลกหน้าที่เป็นเพียงพนักงานใต้บัญชาของเขา บาสเตียนไม่มีทางพาขึ้นมารักษาตัวในเพนท์เฮ้าส์แห่งนี้แน่นอน เต็มที่ชายหนุ่มก็แค่สั่งบอดี้การ์ดอย่างพวกเขาพาเธอไปส่งโรงพยาบาลเท่านั้น


“คงติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มาก่อนเดินทาง พอมาเจออากาศหนาวเลยยิ่งทำให้ไข้ขึ้นสูงครับ”


“แล้วต้องนอนโรงพยาบาลไหมครับหมอ” น้ำเสียงเจือความเป็นห่วงสอบถามจากหมอประจำตระกูล


“ไม่ต้องนอนก็ได้ครับ หมอฉีดยาและตรวจดูอาการแล้วไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แค่ทานยาให้ครบและพักผ่อนให้เพียงพอสักสองสามวันก็จะดีขึ้นครับ”


“ขอบคุณครับ”


“ครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวนะครับ”


“เชิญครับ”


บาสเตียนพยักหน้าเล็กน้อยเชิงเรียกให้บอดี้การ์ดไปส่งคุณหมอ ดิออล์เป็นคนขันอาสาไปส่งหากคนเป็นเจ้านายกลับสั่งให้พวกเขาออกไปทั้งหมดทำเอาเหล่าบอดี้การ์ดร่างยักษ์ต่างงงไปตามๆ กัน ทว่าก็ไม่มีใครกล้าปฏิเสธนอกจากค้อมศีรษะและทำตามคำสั่ง ใบหน้าหล่อเหลาที่มีไรหนวดขึ้นจางๆ ส่งให้บาสเตียนดูเป็นผู้ชายหน้าเข้มแต่ไม่เหี้ยม แววตาเจ้าของโรงแรมหนุ่มทอดมองสาวน้อยเจ้าของดวงตากลมโตที่บัดนี้นอนซมเพราะพิษไข้ด้วยความเป็นห่วง


“ถ้าฉันไม่เดินดูความเรียบร้อยตรงนั้นพอดีป่านนี้เธอจะเป็นยังไงกันนะพราวฟ้า...” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยขึ้นพร้อมกับเลื่อนมือไปลูบเบาๆ บริเวณแก้มเนียนที่แดงก่ำเพราะพิษไข้ สายตาอาทรทอดมองหญิงสาวอย่างพินิจนิ่งนานเป็นครั้งแรก...ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างบาสเตียน เมนิแกนด์ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้เงียบขรึมและเฉยชาต่ออิสตรีจะตกหลุมรักสาวน้อยคนนี้ตั้งแต่แรกเห็นจนต้องวางแผนเพื่อทำให้เธอมาอยู่ที่นี่อย่างที่ใจต้องการ


“พ่อจ๋า...”


เสียงพึมพำเล็กๆ ดังขึ้นในลำคอคนนอนหลับทำเอาบาสเตียนถึงกับสะดุ้งเพราะเกรงว่าเจ้าตัวจะรู้ว่ามือของเขากำลังลวนลามแก้มนุ่มๆ ของเธออยู่ แต่พอพ้นเสียงละเมอไม่กี่อึดใจหญิงสาวก็จับมือจอมสำรวจของชายหนุ่มมากอดแนบแก้มไว้อย่างออดอ้อนราวกับลูกแมว เล่นเอาหัวใจที่แอบปองเธออยู่แล้วแทบหลอมละลาย


“นี่ละเมอหรือรู้ตัวว่ามีคนแอบมองอยู่กันนี่แม่คุณ หึๆ” บาสเตียนประชดเบาๆ ด้วยความเอ็นดูแต่ก็ไม่ได้ชักมือกลับแต่อย่างใด ใบหน้าราบเรียบที่น้อยครั้งนักจะแย้มยิ้มหากบัดนี้กลับดูอ่อนโยนและเผยรอยยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย


เขากำลังนึกถึงวันแรกที่ได้เจอกับเธอเมื่อสามเดือนก่อน บาสเตียนมีโครงการเดินทางประชุมหารือและฟังรายงานผลการบริหารงานกับผู้บริหารทั่วทุกภาคพื้นทวีป ชายหนุ่มเริ่มต้นจากเรียกประชุมผู้บริหารในทวีปยุโรปและสิ้นสุดลงที่ทวีปเอเชีย ซึ่งครั้งนี้เมนิแกนด์สาขาเมืองไทยอาสาเป็นผู้จัดการประชุมและให้การต้อนรับผู้บริหารจากทุกประเทศ และการไปเมืองไทยครั้งนี้ก็ทำให้เขาได้พบกับเธอ พราวฟ้า สุธารินทร์ พนักงานฟร้อนออฟฟิศสาวสวยผู้มีดวงตากลมโตราวกับลูกกวางน้อย


พราวฟ้าสวยโดดเด่นจากทุกคนทั้งที่หญิงสาวเพียงแต่งหน้าบางๆ เท่านั้น เธอไม่ใช่คนตัวสูงโดดแต่ก็ไม่เตี้ยเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ด้วยความสวยที่โดดเด่นทำให้เธอได้รับเลือกเป็นตัวแทนติดเข็มกลัดดอกกล้วยไม้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของเมนิแกนด์ โฮเต็ลสาขาเมืองไทยให้กับเจ้าของโรงแรมหนุ่ม และนั่นก็ทำให้เขาได้ใกล้ชิดกับหญิงสาวเป็นครั้งแรก เส้นผมที่เกล้าเป็นระเบียบของเธอส่งกลิ่นหอมรัญจวนใจอย่างที่บาสเตียนไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน ผิวของเธอละเอียดอ่อนราวกับผิวทารก ใบหน้าขาวใสไร้ไฝฝ้า มองแล้วสบายตาสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงตรงหน้าจะทำให้เขารู้สึกดีได้ถึงเพียงนี้


บาสเตียนรู้ดีว่าเขากำลังหลงเสน่ห์เธอเข้าอย่างจัง ชายหนุ่มไม่เคยอยากทำความรู้จักกับผู้หญิงคนไหนเท่านี้มาก่อน แต่ด้วยสถานะเจ้าของโรงแรมทำให้เขาจำเป็นต้องทำนิ่งเฉย เรื่องแบบนี้ละเอียดอ่อนมากสำหรับผู้ชายเย็นชาที่เกือบจะไม่รู้จักเสียแล้วว่าความรักเป็นอย่างไรเช่นเขา บาสเตียนจึงต้องการเวลาเรียนรู้เธออย่างเงียบๆ เพื่อเก็บข้อมูล เขาไม่ใช่เด็กวัยรุ่นที่จะรักใครอย่างไม่ลืมหูลืมตา หากผู้หญิงที่จะมายืนเคียงข้างชายหนุ่มจะต้องมีดีไม่แพ้ผู้หญิงที่พ่อเขาเลือก


เมื่อเจ้าของโรงแรมหนุ่มมีแผนบางอย่างในหัว หลังจากการประชุมใหญ่ระดับภาคพื้นทวีปผ่านพ้นไปบาสเตียนจึงเปลี่ยนแผนการเดินทางกลับอิตาลีอย่างกะทันหัน สร้างความแปลกใจให้ทุกคนเป็นอย่างมากโดยเฉพาะบอดี้การ์ดคนสนิทอย่างดิออล์และเฟียส โดยปกติแล้วบาสเตียนเป็นคนที่ทำอะไรมีแบบแผน เขาไม่ใช่คนโลเลที่จะเปลี่ยนคำพูดไปมา ทว่าพอจบการประชุมเจ้าของโรงแรมหนุ่มกลับเลือกที่จะพักผ่อนต่อในกรุงเทพฯ นานถึงสามวันโดยที่ชายหนุ่มแทบไม่ได้ไปไหนไกลจากโรงแรมเลย หากการกระทำในครั้งนี้กลับมีเพียงบาสเตียนคนเดียวเท่านั้นที่รู้เหตุผลที่แท้จริง





สวัสดีค่ะ หายไปนานมากๆ 

เรื่องนี้ดองเค็มเมื่อปีที่แล้ว เพิ่งจะมาเขียนจบเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา 

ต้องขอโทษนักอ่านด้วยนะคะ กลับมารอบนี้ อาจจะลงไม่เต็มเรื่อง แต่ก็สามารถติดตามอ่านได้ในเล่ม (ถ้าผ่านพิจารณา) ฮ่าๆๆ 

ปล. จะอัพวันเว้นวันเด้อ ฝากติดตามด้วยนะคะ 

ขอบคุณมากๆ ค่ะ ^_^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

344 ความคิดเห็น

  1. #322 Kwanta Lorliam (@kwantal) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 06:17

    ที่แท้ก็ถูกใจสาวไทยนี่เอง

    #322
    0
  2. #4 k_56 (@yalinee) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 06:31
    รอนะค่ะ
    #4
    1