เสน่หาใกล้ใจ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 42,416 Views

  • 178 Comments

  • 1,001 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    30,062

    Overall
    42,416

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 1 หน้าที่ของเลขาฯ [3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2777
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    18 เม.ย. 62

                

ตอนที่ 1 หน้าที่ของเลขาฯ


               “ขออนุญาตค่ะ” เสียงหวานเอ่ยเท่านั้นเจ้าตัวก็เดินไปนั่งประจำที่โต๊ะทำงานของตัวเอง เป็นโต๊ะไม้ขนาดกำลังดี มีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องแพงวางอยู่บนนั้น กองกลางบอกกับเธอว่าที่ตรงนี้เป็นโต๊ะทำงานเก่าของเอมอร ปกติเลขาฯ ส่วนใหญ่มักจะอยู่หน้าห้องเจ้านาย แต่ในรายของฐานัสต้องมีหนึ่งคนนั่งอยู่ในนี้ คอยประสานงานกับด้านนอกและรับคำสั่งโดยตรงจากเจ้านายหนุ่ม


                “จัดการเรื่องข้าวของส่วนตัวของตัวเองหรือยัง” เสียงราบเรียบดังขึ้นท่ามกลางเสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังปล่อยความเย็นออกมาเรื่อยๆ แต่โชคดีที่ช่วงพักเที่ยงกองกลางเตือนให้เธอรีบกลับไปจัดการเก็บเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นบางส่วนมาที่นี่แล้วจึงไม่มีปัญหาอะไร


                “เรียบร้อยแล้วค่ะ”


                “เย็นนี้ฉันมีนัดกับใครอีกหรือเปล่า”


                “ไม่มีแล้วค่ะ” แพรววนิตตอบอย่างฉะฉานและรวดเร็วโดยไม่ต้องก้มเปิดดูตารางนัดที่เธอจดมาจากเลขาฯ รุ่นพี่ สายตาคมติดเย็นชาจึงเหลือบมองเธอนิ่ง จ้องอย่างนั้นไม่พูดอะไรจนคนถูกจ้องหัวใจเต้นแรงและเริ่มทำตัวไม่ถูก หากหญิงสาวพยายามควบคุมอารมณ์เต็มกำลังจนสามารถปกปิดความตื่นเต้นได้อย่างมิดชิด ก่อนสายตาคู่นั้นจะละไปแล้วลุกจากเก้าอี้


                “ฉันจะกลับเพนท์เฮ้าส์” สิ้นเสียงร่างสูงใหญ่เกินร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรก็ก้าวนำออกไป


                ร่างบางรีบดีดตัวจากเก้าอี้และเดินแกมวิ่งตามคนเป็นนายไปอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตมองแผ่นหลังกว้างสมบูรณ์แบบพลางลอบอมยิ้ม เขาหยุดคุยกับเลขาฯ ที่พ่วงตำแหน่งเพื่อนสนิททั้งสองคนเล็กน้อยก่อนจะเดินนำร่างบางไปที่ลิฟต์


                “สู้ๆ นะครับฟางข้าว” กองกลางส่งยิ้มและแอบให้กำลังใจหญิงสาว แพรววนิตจึงยิ้มตาหยีให้เขาแล้วเดินแกมวิ่งตามร่างสูงใหญ่เข้าไปในลิฟต์


                เนื่องจากเป็นลิฟต์ส่วนตัวของผู้บริหารสูงสุดจึงไม่มีคนอื่นโดยสารนอกจากเธอกับเขา แพรววนิตเผลอเป่าลมปากอย่างลืมตัว เธอถูกกลิ่นกายหอมดึงดูดจิตวิญญาณของคนข้างๆ เล่นงานเข้าเสียแล้ว หญิงสาวพยายามระงับความรู้สึกประหลาดของตัวเองให้สงบลง ก่อนจะสะดุ้งโหยงเมื่อเสียงเข้มถามขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย


                “เป็นอะไร”


                “เปล่าค่ะ” ยิ้มให้คนถามเล็กน้อยก่อนจะเก็บอาการต่ออย่างแนบเนียน แต่เมื่อลองเหลือบมองเขากลับพบว่าสายตาคมของคนที่ตัวสูงกว่าเธออย่างชัดเจนกำลังจ้องร่างบางเขม็ง บ่งบอกว่าเขาไม่เชื่อและเริ่มไม่ถูกใจคำตอบของเธอจนแพรววนิตต้องยอมรับออกมาตามตรง


                “ฟางแค่ตื่นเต้นค่ะ ไม่เคยทำงานจริงจังขนาดนี้มาก่อน”


                “กลัวหรือ เปลี่ยนใจได้นะ” รูปประโยคคล้ายเอื้ออาทร แต่ตีความดีๆ กลับไม่ต่างจากการไล่ให้กลับไปนอนซุกตัวอยู่ที่บ้านและไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีก คนรู้ความหมายอมลมจนแก้มพองเป็นพุงปักเป้าแต่ก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรจนกระทั่งลิฟต์เลื่อนลงไปยังชั้นล่างสุด


                ร่างสูงก้าวนำไปก่อนอีกตามเคย เขาเดินหลังตรงไม่ต่างจากตอนนั่ง แต่กลับไม่รู้สึกขัดตาสักนิด ฐานัสเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่พกพาความน่าเกรงขามติดตัวตลอดเวลา ทำให้คนรอบข้างต่างเกร็งไปกับบุคลิกเงียบขรึมเย็นชาของเขา ไม่เว้นแม้แต่แพรววนิตที่คิดว่าสนิทกับบุคลิกของเขาที่สุดเพราะติดตามมาหลายปี ทว่าคราวที่ต้องเผชิญหน้าและใกล้ชิดกันกลับเกร็งไม่แตกต่างจากพนักงานประชาสัมพันธ์และพนักงานต้อนรับหน้าบริษัทที่ต่างพากันทำความเคารพเจ้าของบริษัทกันเป็นทิวแถว


                หน้าบริษัทมีรถยุโรปสีขาววาววับจอดรออยู่ ออสตินเปิดประตูให้เจ้านายหนุ่ม ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปนั่งประจำที่ แต่แพรววนิตไม่รู้ว่าเธอควรนั่งตรงไหนเพราะเบาะนั่งด้านหน้าเหลือว่างเพียงที่เดียว นั่นหมายความว่าระหว่างเธอกับออสตินต้องมีหนึ่งคนเข้าไปนั่งข้างหลังคู่กับเจ้านาย เธอจึงละล้าละลังไม่แน่ใจว่าควรเข้าข้างหน้าหรือข้างหลังดี ครั้นหันไปขอความเห็นทางสายตากับบอดี้การ์ดหนุ่มก็ต้องเจอกับสายตาไม่เป็นมิตร


                “เชิญครับ” ออสตินพูดสั้นตามแบบฉบับของเขา ท่าทางเหมือนเริ่มหงุดหงิดแพรววนิตอีกแล้วที่ไม่ยอมขึ้นรถเสียที หญิงสาวจึงรีบแทรกตัวเข้าไปนั่ง ทั้งรถตกอยู่ในความเงียบครู่หนึ่งก่อนที่คนตำแหน่งใหญ่สุดจะเอ่ยขึ้น


                “แวะกลับเข้าบ้านก่อน”


                “ครับ”


                ไม่มีการถามเหตุผลและไม่มีเสียงพูดคุยอีกหลังจากนั้น รถเบนซ์สีขาวแล่นออกไปยังถนนใหญ่ที่การจราจรกำลังหนาแน่น แต่เมื่อขึ้นทางด่วนไปยังชานเมืองรถก็ไม่ค่อยติดเท่าไรแล้ว ไม่นานก็มาถึง บ้าน ของฐานัส เป็นครั้งแรกที่แพรววนิตได้มีโอกาสเห็นคฤหาสน์ฐิติสวัสดิ์ ขอบรั้วสูงจนมองเข้าไปไม่เห็นรายละเอียดด้านใน มีเพียงความสูงของหลังคาคฤหาสน์หลังใหญ่เท่านั้นที่โผล่ออกมาให้เห็น ครั้นเมื่อประตูหนาทึบเปิดออกโดยอัตโนมัติ ดวงตากลมโตก็ค่อยๆ เป็นประกาย





ผีดิบเต็มบริษัทเลยจ้ะ ฮ่าๆๆ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ

ฝากติดตาม คอมเม้น และกดกำลังใจกันด้วยน้าา

วันนี้ว่าจะมาเร็ว นั่งอ่านทวนแล้วมีแก้นิดหน่อยเลยช้าอีกตามเคย ฮ่าๆ

ไปปั่นคุณเลขาฯ กับคุณเจ้านายให้จบก่อนค่ะ เส้นตายของปัณฑารีย์คือวันที่ 20 

แต่ ณ ตอนนี้ปัณฑารีย์เพิ่งมาได้ครึ่งทางเอง ตายแน่!!!!

============================================

ปล. ฝากอุดหนุนผลงานเรื่องเก่านำมาเล่าใหม่ด้วยนะคะ


เสน่ห์เล่ร้าย ราคา ปกหนังสือ 259 บาท สามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์และเฟสบุ๊ค ไลต์อฟเลิฟ บุ๊คส์ 

และรูปแบบ e book ราคา ปกติ 209 แต่ตอนนี้มีโปรโมชั่น 179 บาทนะคะ รีบๆ น้า มีแค่สี่วันเท่านั้นนน

โปรยปราย

            เมื่อมารดาของเขาพร้อมกับหญิงสาวรายหนึ่งและทนายความบุกเข้ามาในบ้านของ วีรวิทย์ กลางดึกหวังกำราบลูกชายจอมเจ้าชู้ด้วยการมัดมืดชกเขา จดทะเบียนสมรสกับหญิงสาวที่พามาด้วย แต่เรื่องนี้มันจะไม่เกี่ยวกับอะไรกับ นันท์นภัส เลย ถ้าคืนนั้นหญิงสาวไม่ได้บังเอิญอยู่ในที่เกิดเหตุจนเกิดเรื่องขึ้น 
          “แกล้งเป็นเมียผมตบตาคุณแม่”
          มันคือประโยคคำสั่ง ไม่ใช่ประโยคขอร้อง และเธอกับเขามีข้อตกลงบางอย่างร่วมกันจึงต้องยอมตกเป็นเมียกำมะลอตบตามารดาของเขา ทว่าคุณแม่มีทนายพร้อมทะเบียนสมรสมาพร้อมสรรพ เมื่อลูกชายยืนยันว่ามีเมียจริง สองหนุ่มสาวจึงต้องเซ็นชื่อลงในหนังสือราชการที่มีหัวข้าด้านบนว่า ‘ใบสำคัญสมรส’ อย่างไม่มีทางเลี่ยง จากนั้นเสือบางตัวก็เริ่มเชื่องเป็นแมวและกลายร่างเป็นลูกไก่โดยไม่รู้ตัว

-------------------------
นิยายชุด เสน่ห์รัก เสน่ห์ร้าย มีทั้งหมด 4 เรื่องค่ะ
1. เสน่ห์น้ำผึ้ง
2. เสน่ห์แสนรัก
3. เสน่ห์เล่ห์ร้าย
4. เสน่หามาธาดา
------------------------

**เรื่องนี้เคยตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ ไลต์ ออฟ เลิฟ ค่ะ เนื้อหาในเรื่องยังคงเหมือนในเล่ม มีปรับปรุงเล็กน้อยเพื่ออรรถรสในการอ่านเท่านั้น ท่านใดเคยซื้อรูปเล่มและ ebook ที่ขึ้นขายในนามสำนักพิมพ์ ไม่จำเป็นต้องซื้อเรื่องนี้จ้า
ฝากอุดหนุนด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนจากทุกท่านค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #15 silk19 (@silk19) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 12:03
    หน้าจะนิ่งไปถิงไหนนะเจ้านาย
    #15
    1
  2. #14 chaichana01 (@chaichana01) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 10:22
    มายาวๆหน่อยนะ
    #14
    1
  3. #13 Berli pops (@--noojoy---) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 07:57
    รอติดตามค่า
    #13
    1