(e-book+เปิดให้อ่านถึง 20กพ64) Fierce Set : พยัคฆ์

ตอนที่ 6 : (up 100%) พยัคฆ์ของเกี๊ยว : 05

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,259
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 157 ครั้ง
    3 ต.ค. 63



 

 


 

 

EPISODE 05

 


 


 


 

เกี๊ยว Talk

 

เหมือนพยัคฆ์เขาจะไม่เข้าใจสิ่งที่ฉันพึ่งพูดกับเขาไปก่อนหน้านี้นะ ฉันขอเข้าไปอาบน้ำก่อนได้ไหมนั้นก็คือ ฉันขอใช้ห้องนอนที่ฉันพึ่งยกให้เขาไปหยกๆ เพื่อจัดการกับตัวเองก่อนที่จะย้ายมานอนอยู่ที่โซฟาในห้องรับแขก แต่พยัคฆ์เขาไม่เข้าใจว่าฉันกำลังต้องการช่วงเวลาที่ผู้หญิงต้องการความเป็นส่วนตัว เขาถึงได้ขึ้นไปนอนบนเตียงของฉันทันทีที่ฉันขอใช้ห้องตัวเองอยู่นี่สิ อ่า มันกลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงเนี้ย ฉันต้องมาทำตัวเกรงใจกับคนที่มาขออยู่ด้วยทั้งๆ ที่นี่มันคือห้องของฉันแท้ๆ นี่ถ้าเขาไม่ใช่ตัวช่วยสุดท้ายละก็ ฉันเฉกหัวเขาออกไปจากนี่โดยไร้ซึ่งความลังเลใดๆ แน่

 

ตอนนี้ดูเหมือนว่าพยัคฆ์เขาจะหลับไปแล้ว หลับทันทีที่หัวของเขาตกถึงหมอน เฮ้อ อะไรเขาจะหลับง่ายขนาดนั้นทั้งที่นี่มันแปลกที่สำหรับคนอย่างเขาแท้ๆ แต่ก็ว่าแหละ ดูเหมือนว่าพยัคฆ์เข้าจะเมาซะด้วยสิ ก็ไม่แปลกหรอกที่เขาจะหลับไปง่ายๆ แบบนั้น แต่มันก็น่าแปลกเหมอืนกันนะที่ฉันคนนี้ยอกไว้ใจให้ผุ้ชายที่อยุ่ในอาการเมาพักด้วยแบบนี้ แถมเราสองคนยังไม่ได้รู้จักกันดีเลยด้วยซ้ำ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรทำให้ฉันยอมให้เขามาอยู่ด้วยแบบนี้ สงสัยเพราะเขาเป็นตัวช่วยสุดท้ายที่ฉันมีเหลืออยู่ละมั้ง ถึงทำให้ฉันตัดสินใจทำอะไรแบบนี้

 

ฉันมองดูพยัคฆ์ที่นอนอย่างสบายใจอยู่บนเตียงของตัวเองอยู่สักพัก ก่อนที่จะเดินให้เบาที่สุดเข้าห้องน้ำของตัวเองไป เพื่อที่ฉันจะได้อาบน้ำชำระความเหนื่อยที่ฉันเจอมาตลอดทั้งวันไปให้หมด

 

“บ้าจริง”

 

แต่หลังจากที่ฉันอาบน้ำเสร็จ ฉันก็ต้องสบถออกมาด้วยความหัวเสียนิดหน่อย เพราะฉันลืมหยิบเสื้อผ้าเข้ามาเปลี่ยนในห้องน้ำด้วยนี่สิ ส่วนชุดที่ฉันถอดก่อนอาบน้ำเมื่อกี้ตอนนี้ฉันก็เผลอทำมันหล่นลงพื้นและเปียกน้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากความเคยชินที่ฉันอยู่คนเดียวในห้องนี้มานานมันเลยทำให้ฉันหยิบแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเข้ามาในห้องน้ำ ซึ่งปกติฉันจะทำแบบนี้แล้วไปเปลี่ยนเสื้อผ้าข้างนอกทุกครั้ง แต่วันนี้มันไม่ปกตินี่สิ เพราะข้างนอกมีพยัคฆ์นอนหลับอยู่ อ่า ทำไมถึงได้โก๊ะแบบนั้นนะยัยเกี๊ยว

 

ฉันด่าตัวเองในใจก่อนที่จะจัดการเอาผ้าเช็ดตัวมาพันรอบตัวของตัวเองให้แน่นหนาที่สุดแล้วค่อยๆ ย่องออกจากห้องน้ำเพื่อที่จะรีบๆ หาเสื้อผ้าแล้วเอามันมาเปลี่ยนในห้องน้ำให้เร็วที่สุด แต่..

 

“ทำอะไรของเธอ”

 

กึก!

 

ฉันตัวแข็งทื่อไปปทันทีเมื่อได้ยินเสียงเอ่ยถามดังมาเมื่อกี้ ก่อนที่ฉันจะค่อยๆ เลื่อนสายตาไปมองที่ต้นเสียงก็เห็นว่าเป็นพยัคฆ์นั่นเองที่เป็นคนถามฉันมาเมื่อกี้ และตอนนี้เขาก็กำลังมองมาที่ฉันด้วยสายตาเรียบนิ่งอยู่ เอ๊ะ นี่เขาไม่ได้หลับไปแล้วเหรอ แต่ตอนนี้ฉันไม่ควรห่วงเรื่องที่เขาจะหลับหรือไม่หลับสิ ฉันควรห่วงตัวเองตอนนี้ต่างหากเพราะสภาพฉันตอนนี้มันช่างล่อแหลมซะจริงๆ เมื่อคิดได้อย่างนั้นฉันก็รีบยกมือขึ้นมาปิดหน้าอกของตัวเองทันที

 

“ฉะ ฉัน”

 

“เหมือนเธอจะลืมว่ามีฉันนอนอยู่ตรงนี้”

 

“ฉันลืมหยิบเสื้อผ้าเข้าไปเปลี่ยนด้วยน่ะ”

 

ฉันบอกเหตุผลกับเขาไปว่าอะไรทำให้ฉันต้องออกมาจากห้องน้ำโดยมีผ้าเช็ดตัวผืนเดียวแบบนี้ หวังว่าเขาจะเข้าใจนะ แต่พอสบเข้าไปสายตาดุๆ ของเขาเท่านั้นแหละ ฉันก็รู้สึกว่าเหมือนตัวเองกำลังถูกพ่อดุอยู่ยังไงยังงั้น เขาทำให้ฉันรู้สึกแบบนั้นขึ้นมาจริงๆ แต่ฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องมองฉันมาด้วยสายตาแบบนั้นด้วย

 

“ฉันเป็นผู้ชาย เธอเป็นผู้หญิง เธอควรระวังเรื่องการแต่งตัว”

 

ก็ฉันบอกไปแล้วว่าฉันลืม หมือนี่เข้าใจคำว่าลืมไหมเนี้ย

 

“ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้คิดอะไรกับเธอ แต่ผู้ชายเวลาถูกเรื่องอย่างว่าครอบงำ ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบมันก็เอาได้หมดทุกคน วันหลังอย่าแต่งตัวแบบนี้อีก”

 

“ระ รู้แล้วน่า”

 

ทำไมเขาต้องดุฉันด้วย ที่ฉันทำก็เพราะว่าเคยชินต่างหาก และอีกอย่างเขาก็มาอยู่ที่นี่แบบที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัวแบบนี้ฉันเองก็ปรับตัวไม่ทันเหมือนกันนะ ชิ แค่นี้ทำไมต้องดุกันด้วย

 

“น่ารำคาญจริงๆ เลย”

 

เขาพึมพำพูดาแค่นั้นก่อนที่เขาจะยกผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างให้ตัวเองแล้วทำเหมือนจะหลับไปอีกครั้ง เมื่อเห็นอย่างนั้นแล้วฉันก็รีบหยิบเอาชุดนอนของตัวเองแล้วรีบเดินเข้ามาเปลี่ยนในห้องน้ำทันที

 

“อ่า ทำไมโก๊ะแบบนี้นะยัยเกี๊ยว”

 

ฉันพึมพำบ่นกับตัวเองขึ้นมา ก่อนที่จะมองดูเงาสะท้อนของตัวเองที่อยู่ในกระจกห้องน้ำก็เห็นว่ามันมีบางอย่างบนร่างกายของฉันที่ดูเหมือนจะเด่นกว่าทุกที มันคือรอยจูบสีเข้มที่พยัคฆ์เขาทำไว้เมื่อก่อนหน้านี้ ตอนแรกฉันคิดว่าเขาจะทำแค่รอยเดียวเพื่อเป็นหลังฐานหลอกตาพี่เฟลม แต่นี่ที่ซอกคอฉันมันไม่ได้มีแค่รอยเดียวนี่สิ มันมีรอยกระจายอยู่เต็มไปหมด ตั้งแต่ซอกคอ ลามลงมาตามไหปลาร้าของฉัน เวลาแค่นั้นเขาสามารถทำรอยไว้บนตัวฉันได้มากขนาดนั้นเลยอย่างนั้นเหรอ อ่า ฉันหวังว่ารอยพวกนี้มันจะสามารถหลอกตาพี่เฟลมได้นะ

 

เช้าวันต่อมา

 

เนื่องด้วยการนอนบนโซฟามันไม่สบายเหมือนกับนอนบนเตียงมันเลยทำให้วันนี้ฉันตื่นเร็วกว่าทุกๆ วัน ไม่ใช่ฉันตื่นเร็วอะไรหรอก แต่ให้พูดง่ายๆ ก็คือฉันแทบไม่ได้นอนเลยก็ว่าได้ เฮ้อ สงสัยฉันต้องปรับตัวให้ชินกับการนอนโซฟาแล้วสินะ ไม่อย่างงั้นฉันต้องแย่แน่ๆ

 

แต่เนื่องด้วยวันนี้ฉันมีเวลาเตรียมตัวไปเรียนในช่วงเช้าค่อนข้างมาก มันเลยทำให้ฉันพอมีเวลาทำอาหารเช้าง่ายๆ ไว้ทานก่อนไปเรียน จริงๆ ฉันเป็นผู้หญิงที่ทำอาหารเป็น แต่ทำเป็นแค่ไม่กี่อย่าง ทำเป็นเฉพาะอาหารที่ทำง่ายๆ ก็เท่านั้น อย่างเช่นอาหารเช้าแบบอเมริกันสไตย์นี่ฉันทำได้ แค่ไข่ดาว ไส้กรอกและขนมปังปิ้งแค่นี้มันง่ายมากเลยๆ

 

“เธอมีเรียนเช้าหรือเปล่า ขอติดรถไปมหาลัยด้วยสิ”

 

แต่ในระหว่างที่ฉันกำลังยืนแต่งหน้าให้ตัวเองหลังจากที่ทำอาหารเช้าง่ายๆ เสร็จ เสียงของคนที่นอนออยู่บนเตียงก็เอ่ยถามฉันมาด้วยน้ำเสียงงัวเงียทันที มันเลยทำให้ฉันหันไปมองที่เขาก็เห็นว่าตอนนี้พยัคฆ์กำลังนั่งหาวออกมาด้วยความงัวเงียอยู่ ผมชอบเขาชี้ฟูไม่เป็นทรง แต่มันกลับทำให้เขาดูดีไปอีกแบบ ผู้ชายหน้าตาดีทำอะไรมันก็ดูดีไปหมดจริงๆ นั่นแหละ ข้อนี้ฉันยอมรับเพราะตอนนี้ฉันกำลังยืนมองอะไรแบบนั้นอยู่

 

“นายมีเรียนเช้าอย่างนั้นเหรอ”

 

ฉันเอ่ยถามไปเพราะฉันเองก็ไม่รู้ว่าเขาคนนี้ยังเรียนอยู่หรือเปล่า แต่คำให้การเมื่อกี้เขาคงเรียนอยู่นั่นแหละ และที่เขาถามฉันมานั้นเขาก็คงดูจากการแต่งตัวของฉันตอนนี้ที่สวมใส่ชุดนักศึกษาเรียบร้อยแล้วมันเลยทำให้รู้ว่าฉันกำลังเตรียมตัวที่จะออกไปเรียนสินะ

 

“อืม มีมั้ง”

 

เอ๊ะ คำตอบเหมือนไม่แน่ใจนี่มันอะไรกัน เขามีหรือไม่มีกันแน่

 

“อ่อ ฉันทำอาหารเช้าง่ายๆ ไว้ นายกินมื้อเช้าไหม”

 

“ก็กิน ถ้าตื่นทัน ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยทัน”

 

อ่อ เขาคงไม่ใช่คนที่ชอบตื่นเช้าๆ สินะ แล้วเมื่อกี้ฉันเป็นคนทำให้เขาตื่นหรือเปล่าเนี้ย แต่ใบหน้าที่ไร้อารมณ์นั่น ฉันมองไม่ค่อยจะออกว่าเขาอยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่ แต่ช่างเถอะ ฉันคิดกับตัวเองเพียงแค่นั้นก่อนที่จะหันมาตั้งใจแต่งหน้าให้ตัวเองต่อ ในขณะที่พยัคฆ์เองก็เดินงัวเงียหายเข้าไปในห้องน้ำของฉันในเวลาต่อมา

 

หลังจากที่ฉันแต่งหน้าเสร็จ แล้วก็จัดการกับอะไรทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พยัคฆืที่พึ่งอาบน้ำเสร็จก็เดินออกมาจากห้องน้ำของฉันทันทีด้วยสภาพการแต่งตัวที่ไม่ค่อยเรียบร้อยสักเท่าไหร่ เขาใส่ชุดนักศึกษาแล้ว แต่กระดุมเขาไม่ได้ติดมันนี่สิ และตอนนี้เขาก็เดินโชว์หน้าอกขาวๆ ของเขาล่อตาล่อใจฉันอยู่ อ่า จะว่าไป ตั้งแต่เขาอยู่ในห้องฉันมาตั้งแต่เมื่อคืน ฉันจะเห็นเขาถอดเสื้อแบบนี้อยู่ตลอดนี่นา เขาไม่หนาวบ้างเหรอ เดี๋ยวก็เป็นปอดบวมหรอก

 

แต่ต่อมาคิ้วของฉันมันก็ขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยเมื่อฉันเหลือบไปเห็นเข็มที่ติดอยู่กับเสื้อนักศึกษาของเขาเข้า เข็มที่ว่ามันคือตราสัญลักษณ์ของมหาลัยที่เขาเรียนอยู่ ทันทีที่เห็นมันก็ทำให้ฉันรู้ได้ทันทีว่าเขาเรียนที่ไหน เขาเรียนที่มหาลัย X ที่อยู่ไม่ห่างจากมหาลัยที่ฉันเรียนอยู่ ฉันเรียนอยู่ที่มหาลัยY ซึ่งเป็นมหาลัยรัฐบาลที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง ส่วนมหาลัยของพยัคฆ์มันเป็นมหาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียงไม่ต่างจากมหาลัยฉันเท่าไหร่ แต่ได้ยินว่ามหาลัยนั่นมีแต่ลูกคนมีเงินไปเรียนกันนี่นา ตอนแรกฉันก็คิดว่าจะเรียนมหาลัยนั่นนะ แต่พอดีมหาลัยฉันมันดังเรื่องของคณะนิเทศมากกว่า ฉันเลยเลือกเรียนที่นี่แทน

 

“นี่นายเรียนมหาลัย X เหรอ”

 

ฉันเอ่ยถามเขาไปทันที ในขณะที่พยัคฆ์กำลังยืนติดกระดุมเสื้อของเขาอยู่ พอเขาทำแบบนั้นเสร็จเขาก็ยกมือขึ้นมาเสยผมที่ปรกหน้าของเขาขึ้นก่อนที่เขาจะหันมามองฉัน ซึ่งยืนอยู่ไม่ห่างจากเขามากนัก

 

“อืม ไปส่งหน่อยก็ดี”

 

อ่า ฉันคงต้องไปส่งเขาสินะ หลังจากนั้นพวกเราก็นั่งทานนอาหารเช้าด้วยกันเงียบๆ พอทานมื้อเช้ากันเสร็จพวกเรก็ออกมาจากห้องของฉันทันที เช้าๆ แบบนี้มันเป็นเวลาที่ดีที่ฉันจะไม่ได้เจอพี่เฟลม ส่วนใหญ่ฉันมักจะได้เจอเขาหลังช่วงเวลาที่สายกว่านี้ เพราะแบบนี้ไงฉันถึงชอบการที่ต้องไปเรียนตั้งแต่เช้า

 

และตอนนี้ฉันก็กำลังทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้พยัคฆ์อยู่ ซึ่งวันนี้ฉันต้องไปส่งเข้าที่มหาลัยของเขาก่อน ซึ่งมหาลัยของเขาก็อย่างที่ฉันเคยบอกว่ามันอยู่ใกล้ๆ กับมหาลัยฉัน มันเลยไม่ได้ทำให้ฉันเสียงเวลาขับรถไปมามากนัก และตอนนี้ฉันก็ขับรถมาถึงมหาลัยที่เขาเรียนอยู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

“ส่งฉันที่ตึกสถาปัตย์ข้างหน้า”

 

พยัคฆ์ที่เงียบตั้งแต่ออกมาจากคอนโดของฉัน เขาเอ่ยขึ้นมาเพื่อบอกจุดให้ฉันไปส่งเขา และนั่นเลยทำให้ฉันรู้ว่าเขาเรียนสถาปัตย์นี่เอง เห็นหน้าตาเขาแบบนี้ฉันนึกว่าเขาเรียนพวกคณะบริหารซะอีก ไม่คิดเหมือนกันว่าจะเรียนสถาปัตย์

 

“นายเรียนปีไหนแล้ว ฉันจะได้เรียกนายถูก”

 

ฉันพึมพำถามเขาไปในขณะที่รถของเขากำลังจะจอดเทียบที่หน้าตึกที่เขาพึ่งบอกทางฉันมาเมื่อกี้ ซึ่งตอนนี้ฉันไม่สามารถเดาได้ว่าพยัคฆ์เขาอยู่รุ่นเดียวกันหรือเปล่า แต่เราก็ทำตัวเหมือนอายุเท่ากันมาตั้งแต่ต้นเลยนี่นา

 

“สาม”

 

คำตอบของพยัคฆ์ที่เขาตอบมานั้นทำให้ฉันกระจ่างทันทีว่าที่จริงแล้วหมอนี่เป็นรุ่นน้องฉันนี่เอง ถ้าอย่างนั้นเขาก็ควรเรียกฉันว่าพี่สิ ฉันอายุมากกว่าเขาตั้งปีหนึ่ง

 

“ถ้าอย่างนั้นนายก็ควรเรียกฉันว่าพี่นะ เพราะฉันอยู่ปีสี่”

 

คำพูดของฉันเมื่อกี้ทำให้พยัคฆ์ตวัดสายตาดุๆ ของเขามามองที่ฉันทันที แต่ทำไมเขาต้องมองฉันมาด้วยสายตาแบบนั้นกัน ฉันพูดอะไรผิดไปอย่างนั้นเหรอ

 

“ก็พี่เป็นพี่”

 

ฉันแทนตัวเองว่าพี่กับเขาไปทันที ส่วนพยัคฆ์นั้นดูเหมือนจะไม่พอใจกับเรื่องนี้ขึ้นมาทันที

 

“ไร้สาระ ฉันไม่เรียก”

 

อ้าว แบบนี้ก็ได้เหรอ

 

“วันนี้กลับเย็นหน่อย ขอกุญแจห้องด้วย”

 

เขาเอ่ยแล้วก็แบมือเพื่อที่จะขอกุญแจห้องกับฉัน

 

“นายจะไปไหนเหรอ”

 

ฉันเอ่ยถามเขาไปด้วยความสงสัยทันที

 

“ทำงาน”

 

หืม ทำงาน เขาทำงานด้วยอย่างนั้นเหรอ แล้วงานที่ทำมันคืออะไร

 

“งาน?”

 

“...”

 

“งานอะไร”

 

“ซ่อมรถ”

 

“นายซ่อมรถเป็นด้วยอย่างนั้นเหรอ”

 

ว้าว ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเขคนนีจะทำงานเป็นช่างซ่อมรถ บอกเลยว่าฉันตกใจเหมือนกันนะเนี้ย ถ้าเขาม่บอกฉันคงคิดว่าเขาต้องเป็นพวกเน็ตไอดอลแน่ๆ อ่า จริงสิ หน้าตาและหุ่นของเขาดีมากแบบนี้ ฉันควรทาบทามเขาไปอยู่ในสังกัดของพ่อฉันดีไหมนะ ท่าทางคงรุ่งน่าดู

 

“ไม่เป็นแล้วจะทำ แล้วนี่ทำไมเธอต้องทำหน้าแปลกใจแบบนั้นด้วยวะ”

 

วะ อย่างนั้นเหรอ นี่เขาใช้คำพูดนั้นพูดกับคนที่มีอายุมากกว่าเขาได้อย่างนั้นเหรอ

 

“ก็แค่แปลกใจนิดหน่อยน่ะ พี่คิดว่านายจะเป็นพวกเน็ตไอดอลหรือว่าพวกนายแบบอะไรแบบนี้”

 

ฉันเอ่ยบอกเขาในขณะที่มือของฉันก็หยิบเอากุญแจสำรองที่ใช้เข้าห้องของฉันส่งไปให้พยัคฆ์ที่แบมือของฉันมาตั้งนานแล้วทันที

 

“ฉันไม่ชอบหากินกับหน้าตา”

 

หืม แต่หน้าตานี่เป็นหนทางที่หาเงินได้ง่ายๆ เลยนะ คนอย่างเขาสามารถดังได้อย่างสบายๆ เลยล่ะ เชื่อสิ ฉันมองคนออกว่าคนไหนจะดังคนไหนจะร่วง

 

“แล้วอีกอย่างเลิกแทนตัวเองว่าพี่กับฉันได้แล้ว ฟังแล้วขัดใจฉิบ”

 

พยัคฆ์เอ่ยเพียงแค่นั้นแล้วเขาก็เปิดประตูรถของฉันแล้วก็ออกไปจากรถของฉันทันทีโดยไม่ได้หันมามองที่ฉันอีกเลย แต่สิ่งที่เขาพูดกับฉันมาก่อนที่เขาจะจากไปนั้นมันไม่ดีอย่างนั้นเหรอ ฉันแทนตัวเองว่าพี่กับเขามันก็เป็นสิ่งที่ควรแล้วไม่ใช่เหรอ ก็ฉันเป็นรุ่นพี่เขานี่นา แล้วทำเขาต้องให้ฉันเลิกแทนตัวเองว่าพี่ด้วย อ่า ไม่เข้าใจเขาเลยจริงๆ นั่นแหละ

 

พยัคฆ์ Talk

 

พี่อย่างนั้นเหรอ อยากเรียกตายล่ะ คิดว่คนอย่างผมจะยอมเรียกยัยนั่นว่าพี่อย่างนั้นเหรอ ไม่มีทาง อายุมากกว่าแล้วไง ผมไม่ไม่เรียกก็ไม่เรียก จบปะ แต่ไม่คิดเหมือนกันว่ายัยนั่นหน้าตาเด็กและอ่อนต่อโลกขนาดนั้น ผมนึกว่าเธอจะเป็นเด็กปีหนึ่งซะอีก แต่ทีไหนได้ ยัยนั่นเป็นพี่ผมว่ะ ตกใจเหมือนกันที่รู้ว่ายัยนั่นเป็นพี่ แต่ที่อาการรู้สึกขัดใจมันมีมากกว่า ยิ่งตอนที่ยัยนั่นแทนตัวเองว่าพี่กับผมแล้วมันยิ่งทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นเด็กตัวเล็กๆ ในสายตายัยนั่นขึ้นมายังไงยังงั้น ผมไม่ชอบให้ใครมองว่าผมเป็นเด็ก ยิ่งยัยนั่นแล้ว ผมยิ่งไม่ชอบ

 

“เมื่อกี้กูเห็นมึงลงมาจากรถไม่คุ้นตา บอกกูมาว่าใครมาส่งมึง”

 

แต่ทันทีที่ผมเดินไปถึงโต๊ะประจำที่กลุ่มเพื่อนของผมชอบนั่ง เสียงของไอ้เสี่ยจอมพูดมากและขี้เสือกก็เอ่ยถามขึ้นมาทันที ผมเลยตวัดสายตาดุๆ ของผมไปมองหน้ามันทันที ก่อนที่จะพูดกับมันไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า...

 

“เสือก”

 

“เรื่องนี้ไม่เสือกไม่ได้ว่ะเพื่อน”

 

“ไอ้ห่า”

 

“นี่พวกมึง เมื่อคืนไอ้พยัคฆ์มันเทกูไปนอนกับคนอื่นว่ะ”

 

อ่า ไอ้ห่านี่ ทำไมมันถึงได้เป็นคนพูดมากแบบนี้วะ มันหัดเงียบๆ เหมือนไอ้พายุบ้างไม่ได้หรือไง แต่เงียบอย่างไอ้พายุมันก็ไม่ดี ไอ้ห่านี้ก็ใบ้กิน พูดห่าอะไรไม่เคยจะรู้เรื่องเลยสักครั้ง

 

“เมื่อคืนโดนไอ้เสี่ยมอมขนาดนั้นมึงยังมีแรงไปเอากับคนอื่นได้เหรอวะ”

 

ไอ้เทวินทร์เอ่ยถามผมมาด้วยน้ำเสียงขี้เล่นของมัน แต่ผมไม่ใช่พวกอ่อนปวกเปียกอะไรขนาดนั้น ต่อให้เมามากแค่ไหนก็มีแรงเอาอยู่ดีนั่นแหละ เพียงแค่ว่าจะเอาเสร็จหรือเปล่ามันก็อีกเรื่อง

 

“แค่นอนไม่ได้เอา”

 

ผมพึมพำตอบกลับไป

 

“นั่นไงกูว่าแล้วมึงต้องไปนอนกับหญิง”

 

อ่า นี่ผมเผลอหลุดปากบอกความจริงออกไปสินะ

 

“ผู้หญิงคนไหนวะที่ทำให้คนอย่างมึงเทกูได้”

 

เฮ้อ ไอ้เสี่ยนี่มันเริ่มอาการหนักขึ้นทุกวันแล้วนะ มันที่ชอบระรานและเสือกเรื่องของคนอื่นไปทั่วแบบนี้สงสัยมันคงเหงา

 

“มึงคงเหงาสินะช่วยนี้”

 

ผมพึมพำถามมันไป แล้วไอ้เสี่ยมันพ็พยักหน้ามาให้ผมก่อนที่มันจะถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งแล้วตอบผมมาว่า...

 

“มึงจะไม่ให้กูเหงาได้ไง ไอ้วินทรก็เอาแต่จู๋จี๋กับด์ ไอ้พายุก็เอาแต่นั่งเหม่อคิดถึงเมีย ไอ้ป๋าก็ไม่ยอมพูดกับกู เลยเหลือแค่มึงนี่แหละเพื่อที่ทำให้กูหายเหงาได้บ้าง”

 

“ถ้ามึงเหงาก็รีบหาเมีย”

 

“เออว่ะ หรือกูควรมีเมียเหมือนไอ้พวกเหี้ยนี่”

 

“รีบหา แล้วเลิกยุ่งกับกู”

 

แล้วไอ้เสี่ยก็เลิกระรานกับผมไปแล้วมันก็หันไปตั้งใจเล่นโทรศัพท์ของมันแทน มองก็ใช้ห่างตามองไปที่เพื่อนของตัวเองด้วยความรู้สึกเอือมระอาทันทีเมื่อเห็นว่าไอ้เสี่ยมันกำลังกดไลค์รูปผู้หญิงในไอจีอยู่ อ่า ท่าทางไอ้นี่มันจะไม่เข้าใจคำว่าหาเมียสินะ ไปทำแบบนั้นจะได้ไหมเมีย ผมว่ามันน่าจะได้คู่นอนมากกว่า

 

แต่ต่อมาสายตาของผมมันก็สะดุดเข้ากับรูปของผู้หญิงคนหนึ่งที่ไอ้เสี่ยกำลังนั่งกดไลค์และส่องไอจีผู้หญิงคนนั้นอยู่ มือกดไลค์ไป ปากของมันก็พึมพำพูดขึ้นมาว่า...

 

“คนนี้แม่งแจ่ม กูชอบคนตะมุตะมิแบบนี้แหละ สเปกไอ้เสี่ย”

 

ปากมันพึมพำพูดไป มือของมันก็กดไลค์รูปของผู้หญิงคนนั้นรัวๆ

 

“ทักไดเรกไปคุยดีกว่า คนนี้ควรแก่การเก็บเข้าสต็อกเด็กไอ้เสี่ย ไม่สิ ควรเป็นเมียเสี่ย”

 

“กูว่าคนนี้ไม่ดี”

 

ผมพึมพำพูดกับมันไป แล้วมันก็ทำให้ไอ้เสี่ยลายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ของมันแล้วเลื่อนสายตามามองหน้าผมทันที ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้ผมมานั่งส่องโทรศัพท์ของมันตั้งแต่ตอนไหน รู้แค่ว่าเมื่อกี้ผมพึ่งเผลอเสือกเรื่องของไอ้เสี่ยไปหยกๆ ทั้งที่พึ่งด่าว่ามันขี้เสือกไปเมื่อกี้แท้ๆ

 

“อะไรที่มึงบอกว่าไม่ดี คนนี้ดีกรีเป็นถึงนางแบบเลยนะโว๊ย ถึงจะนานๆ จะอกกมาถ่ายแบบที่ก็เถอะ ของหายากเลยนะมึง”

 

นางแบบเหรอ พึ่งรู้ว่ายัยนั่นทำงานอะไรแบบนี้ด้วย ใช่ ผู้หญิงที่ไอ้เสี่ยมันจะทักไปจีบเมื่อกี้ก็คือผู้หญิงคนเดียวกันกับที่ทำให้ชีวิตของผมต้องวุ่นวายในตอนนี้ยังไงล่ะ ว่าแต่ว่าไอ้เสี่ยรู้จักเธอได้ยังไงกันวะ

 

“มึงรู้จักเขา”

 

“รู้สิ ชื่อเกี๊ยว เป็นลูกสาวคนเดียวของเจ้าของสังกัดดารานางแบบชื่อดังของประเทศเลยนะ”

 

ไอ้เหี้ยนี่รู้ลึกจริง

 

“กูเคยเห็นเขาตัวเป็นๆ สองสามครั้ง แม่งตัวจริงโคตรน่าขย้ำ กูว่าคนนี้คือคนที่ใช่สำหรับกูแน่”

 

น่าขย้ำอย่างนั้นเหรอ อืม มันก็จริงของไอ้เสี่ย ข้อนี้ผมเห็นด้วย แต่ประโยคสุดท้ายผมไม่เห็นด้วยอย่างแรงเลยว่ะ

 

“กูว่าไม่”

 

“อ้าว แล้วทำไมมึงต้องขัดกูทุกครั้งด้วยว่าไอ้พยัคฆ์ มึงแม่งทำตัวแปลกๆ ว่ะ”

 

แปลกอะไรของมัน ผมก็ทำตัวแบบนี้ของผมมาตั้งนานแล้ว พวกมันพึ่งจะรู้ตัวกันอย่างนั้นเหรอ

 

“กูไม่ได้แปลก”

 

“ไม่ มึงแปลก แปลกตั้งแต่มาส่องโทรศัพท์กูแล้ว มึงมีอะไรกับกูอย่างนั้นเหรอ”

 

“เปล่า ไม่มี”

 

“ไม่มีก็ไม่มี กูจะได้ทำการหาเมียกูต่อ ทักไปจีบแม่งเลย กูใจร้อน”

 

“คนนี้ไม่ได้”

 

พรึบ!

 

ครั้งนี้ผมไม่ได้ทำเพียงแค่พูด แต่ผมเอื้อมมือไปดึงเอาโทรศัพท์ของไอ้เสี่ยออกไปจากมือของมันทันที และแน่นอนว่าสิ่งที่ผมพึ่งทำลงไปเมื่อกี้มันสร้างความแปลกใจให้เพื่อนๆ ของผมได้เป็นอย่างมาก แต่ไม่ใช่แค่ไอ้พวกนี้ที่ตกใจหรอก ผมเองก็ตกใจเหมือนกัน ไม่คิดว่าผมจะทำตัวแปลกๆ แบบนี้ออกมา มันแปลก แปลกตั้งแต่ผมเห็นว่าไอ้เสี่ยมันกดไลค์รูปของยัยนั่นแล้ว

 

“มึงพูดเหมือนมึงหวงของกับกู”

 

หวงอย่างนั้นเหรอ ผมหวงยัยนั่นอย่างนั้นเหรอ อ่า..ไม่รู้ว่ะ หวงไหมวะ ช่างแม่ง

 

“กูไม่ได้หวง”

 

“แล้วมึงห้ามกูเพื่อ”

 

“คนนี้...ของกู”


 


 


 


 

[โปรดติดตามตอนต่อไป]

แบบนี้เขาเรียกว่าหวงค่ะเฮีย

แต่เฮียไปหวงพี่เก๊ียวทำไม หวงในสิทธิ์อะไรคะ

ไรต์ว่าไรต์ควรรีบหาเมียไอ้เสี่ยสักคน นางเล็งใครไว้ก็เป็นเมียเพื่อนหมด

สงสารนางงง

หนึ่งคอมเม้นเท่ากับหนึ่งกำลังใจงับ


 

error loaded
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 157 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

339 ความคิดเห็น

  1. #199 kulisara-k (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 15:30
    ไรท์แกงเสี่ยแหละดูออก ไอต้าวเสี่ยตะเร็กตะน้อย555
    #199
    0
  2. #44 Memew888 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 20:37
    สงสารพี่เสียเขานะคะคนนี้ของกูพยัคฆ์จอง
    #44
    0
  3. #24 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 15:05

    น่าสงสาร

    #24
    0
  4. #23 Nanana- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 08:34
    รอนะคะะ
    #23
    0
  5. #22 Kanijang_1630 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 20:56
    555ไม่หวงแต่ของกู

    นี้คือหวงชัดๆ
    #22
    0
  6. #21 Kanijang_1630 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กันยายน 2563 / 18:58
    555เรื่องจริงเกี้ยวแก่กว่าต้องเรียกพี่..อิอิอิ
    #21
    0
  7. #20 Pimwade-bpb (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กันยายน 2563 / 00:51
    เจิมมมม
    #20
    0
  8. #19 yeenyyn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 23:23
    เจิมมมมม
    #19
    0
  9. #18 Kanijang_1630 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 21:33
    #เจิมมมม
    #18
    0
  10. #17 sangbombeast (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 20:42
    อย่าทะเลาะกานนนนนน
    #17
    0