(e-book+เปิดให้อ่านถึง 20กพ64) Fierce Set : พยัคฆ์

ตอนที่ 3 : (up 100%) พยัคฆ์ของเกี๊ยว : 02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,357
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    11 ก.ย. 63

 


 

 


 

 

EPISODE 02

 

 


 


 

“อึก อ่า”

 

เสียงครางกระเส่าของคนที่ผมกำลังขับเคลื่อนอยู่เหนือร่างของเธอดังขึ้นมาราวกับสัตว์ป่าที่กำลังทรมานด้วยอาการบาดเจ็บ แต่ในความเป็นจริงที่เธอต้องเปล่งเสียงครางแบบนั้นออกมามันเป็นเพราะเธอกำลังสุขสมกับสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่กับผมตอนนี้ต่างหากล่ะ สะโพกของผมที่กำลังโหมกระหน่ำเข้าใส่เธอไปอย่างไม่ออมแรงจนทำให้ร่างกายของเธอเคลื่อนขึ้นลงไปตามแรงส่งของผม นอกเหนือจากนั้นแรงขับเคลื่อนของผมก็ยังทำให้เตียงที่มีร่างของเราสองคนอยู่เกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดขึ้นมา

 

“อื้อ ไม่ไหวแล้วพยัคฆ์ เร็วขึ้นอีก”

 

เสียงแหบพร่านั่นเอ่ยเร่งขึ้นมา มันเลยทำให้ผมโหมสะโพกเข้าใส่เธอด้วยจังหวะที่เร็วขึ้นกว่าเดิมและไม่ได้ออมแรงเลยสักนิด จนในที่สุดร่างของเธอคนนั้นก็กระตุกขึ้นมาพร้อมกับหวีดเสียงร้องออกมาเมื่อผมส่งให้เธอไปถึงปลายทาง เมื่อผมเห็นแบบนั้นได้ผมก็ถอนตัวตนออกมาจากช่องทางรักของเธอทันทีก่อนที่จะถอดเอาเครื่องป้องกันที่สวมอยู่บนแก่นกายของตัวเองออกแล้วโยนทิ้งลงบนถังขยะที่อยู่ข้างเตียงทันที

 

“ดะ เดี๋ยว”

 

เสียงของเธอคนนั้นร้องเรียกผมขึ้นมาทันทีเมื่อผมผละร่างถอยออกห่างจากเดิน ก่อนที่ผมจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำเพื่อที่จะทำความสะอาดแก่นกายของตัวเองให้สะอาดแล้วสวมกางเกงให้กับตัวเองในเวลาต่อมา

 

“นี่คุณจะไปไหน”

 

เสียงนั่นเอ่ยถามผมมาทันทีเมื่อผมหยิบเอาเสื้อที่ผมถอดทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ขึ้นมาสวมให้กับตัวเอง แต่ผมไม่ได้ทำเพียงแค่นั้นหรอกเพราะตอนนี้ผมกำลังสวมรองเท้าและเตรียมพร้อมที่จะเดินออกไปจากห้องนี้แล้ว

 

“กลับ”

 

ผมพึมพำตอบเธอกลับไปเสียงเรียบแล้วหยิบเอาบุหรี่ตัวหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกงของตัวเองแล้วจุดสูบทันที โดยไม่ได้สนใจท่าทีของเธอคนนั้นเลยสักนิดที่กำลังรู้สึกกระวนกระวายกับการที่ผมจะกลับในเวลานี้มากแค่ไหน

 

“แต่คุณยัง..”

 

“ใช่ ยังไม่เสร็จ”

 

ผมพูดสวนไปทันทีก่อนที่เธอคนนั้นจะเอ่ยจบประโยค และสิ่งที่ผมพูดออกไปเมื่อกี้นั้นคือความจริง ผมยังไม่ได้รับการปลดปล่อย ถ้าให้เรียกง่ายๆ ก็คือยังไม่เสร็จนั่นแหละ และผมก็ไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่ฝืนทำต่อเพราะผมรู้ตัวดีว่าต่อผมฝืนมีอะไรกับเธอคนนี้ต่อไปผมก็ไม่มีทางเสร็จอยู่ดี ในเมื่อเอาแล้วไม่เสร็จผมจะอยู่ต่ออีกทำไม ก็ต้องกลับสิ

 

“ฉันทำให้คุณได้นะ”

 

“ไม่ดีกว่า”

 

“ทำไมค่ะ”

 

“ขี้เกียจฝืน”

 

ผมเอ่ยเพียงแค่นั้นแล้วก็เปิดประตูห้องแล้วเดินออกมาจากตรงนั้นทันทีโดยที่ปากของผมยังคงคาบบุหรี่เอาไว้อยู่เหมือนเดิม เหตุการณ์แบบนี้มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นกับผมหรอก เรียกว่ายังไงดีล่ะ ผมมันเป็นพวกที่ค่อนข้างเสร็จยากน่ะ ผมว่าผมจะนอนกับผู้หญิงมาแล้วกี่คนต่อกี่คน ผมก็หาคนที่คลิกได้ยาก นานๆ ทีถึงจะโผล่มาที ไม่ใช่ว่าผมบกพร่องทางเพศหรอกนะ ผมคนนี้น่ะขึ้นชื่อเรื่องพวกนี้เลยก็ว่าได้ แต่มันขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผมต่างหากล่ะที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้ ผมจะเสร็จก็ต่อเมื่อผมได้นอนกับผู้หญิงที่ผมถูกใจเท่านั้น ส่วนผู้หญิงคนอื่นก็คงเป็นการเอาแค่ฆ่าเวลาล่ะมั้ง

 

หลายวันต่อมา

 

ชีวิตของผมช่วงนี้มันค่อนข้างน่าเบื่อ วันๆ ผมก็จะทำแค่ไม่กี่อย่างนั้นก็คือ กิน นอน เรียน แล้วก็ซ่อมรถ อ่อ ผมบอกไปหรือยังน่ะว่าผมชื่อพยัคฆ์ อายุ 21 ปี ตอนนี้ก็เรียนอยู่ปีสามแล้ว ชื่อของผมมีความหมายว่าเสือ เสือที่ว่ามันก็มีที่มาที่ไป เพราะพ่อผมชื่อว่าเสือสมิง ผมถึงได้มีชื่อที่มีความหมายเหมือนท่านยังไงล่ะ แต่ไม่ใช่แค่ผมหรอกที่มีชื่อความหมายแบบนั้น แต่น้องสาวผมก็ด้วยที่มีชื่อเป็นความหมายเดียวกัน น้องสาวผมชื่อชีต้าร์ อายุน้อยกว่าผมปีหนึ่ง ครอบครัวของผมเลยมีชื่อความหมายเป็นสัตว์ที่ดุร้ายแบบนี้กันหมด แต่ยกเว้นแม่ผมไว้คนหนึ่งที่มีชื่อเป็นสัตว์กันพืชแค่คนเดียว แม่ผมชื่อลูกกวาง แต่เชื่อเถอะว่าถึงแม่ผมจะมีชื่อเหมือนสัตว์ที่กินพืชอ่อนแอแบบนั้น แต่คนที่คุมอำนาจของบ้านก็คือแม่ของผมนั่นแหละ

 

เรียกง่ายๆ เธอกวางน้อยๆ ที่ปกครองเหล่าเสือทั้งหลาย

 

อ่า ช่างเรื่องครอบครัวของผมดีกว่าตอนนี้มาสนใจชีวิตที่แสนน่าเบื่อของผมกันดีกว่า ถึงชีวิตของผมมันจะน่าเบื่อก็จริงแต่ผมก็ชอบความน่าเบื่อแบบนี้นะ มันดูไม่วุ่นวายดีและสาเหตุที่ผมชอบอะไรแบบนี้มันคงเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้ชีวิตผมค่อนข้างที่จะวุ่นวายเอามากๆ เพราะน้องสาวตัวดีของผมดันเล่นอะไรที่ไม่ควรเล่นเข้านะสิ

 

ยัยชีต้าร์ น้องสาวคนเดียวของผมที่มีนิสัยชอบเล่นแปลกๆ เล่นแปลกๆ ที่ว่ก็คือเล่นกับความรู้สึกของชาวบ้านไปเรื่อย จนสุดท้ายเป็นไงล่ะ ซวยเพราะเรื่องที่ตัวเองชอบเล่นสนุกพวกนั้น จนผมต้องวุ่นวายตามแก้ปัญหาให้ ทุกคนรู้ดีว่าผมหวงน้องสาวคนนี้มากแค่ไหน แต่สุดท้าย ตอนนี้น้องสาวผมก็ดันไปลงเอ่ยกับไอ้คนที่สร้างความวุ่นวายให้กับเธอนั่นแหละ ไอ้ยักษ์ นั่น มันแย่งน้องสาวที่ผมหวงนักหวงหนาไปแล้ว เมื่อชีวิตผมไม่มีน้องสาวผมมาวุ่นวาย มันเลยน่าเบื่ออย่างที่เห็นนี่แหละ ยัยต้าร์มีคนดูแลแทนผมได้มันก็ดี แต่นานๆ ทีมาให้พี่ชายคนนี้เจอหน้าหน่อยก็ดี ไม่ใช่หายหัวไปแบบนี้ น้องสาวผมหลังเหี้ยนั่นแค่ไหนก็ดูเอาเองก็แล้วกัน

 

“ไปกินข้าวกันต่อไหมวะ”

 

เสียงของไอ้เสี่ยเอ่ยถามขึ้นมาในขณะที่พวกเรากำลังเดินออกมาจากห้องเรียนหลังจากที่เรียนคาบเช้าจบไปแล้ว วันนี้มีเรียนแค่ครึ่งวัน ช่วงบ่ายผมเลยว่างและแน่นอนมีเวลาว่างแบบนี้ทีไร ไอ้คนที่พูดมากอย่างไอ้เสี่ยย่อมชอบชวนเพื่อนในกลุ่มไปทำอะไรสักอย่างแน่ ทุกวันผมจะไป แต่วันนี้คงไม่

 

“กูไม่ว่าง”

 

ผมตอบกลับไปเพราะวันนี้ผมต้องไปทำธุระอะไรบางอย่างสักหน่อย

 

“หืม มึงไม่ว่างกับเขาเป็นด้วยเหรอ”

 

อ้าว ไอ้นี่ ผมก็ต้องมีธุระไปทำเหมือนคนอื่นๆ บ้าง ไม่ใช่จะว่างตลอดเวลาเหมือนกัน และอีกอย่างมันก็รู้ดีแก่ใจว่าผมมีกิจการเป็นของตัวเองที่ต้องดูแล ที่ผมไปกับมันตลอดได้ ไม่ใช่ว่าผมเป็นพวกว่างงานนะโว๊ย แค่เฉียดเวลาไปด้วยได้ก็แค่นั้น แต่วันนี้คงเฉียดไม่ได้จริงๆ ว่ะ

 

อ่อ ผมลืมบอกไปว่าผมมีกิจการที่ต้องดูแลก็คืออู่ซ่อมรถนะ ซึ่งผมได้รับตกทอดมาจากพ่อผม มันเป็นอู่ซ่อมรถที่ไม่ค่อยใหญ่มาก เรียกว่าเป็นงานอดิเรกที่ผมชอบทำแทนก็แล้วกัน

 

“กูมีเรื่องต้องทำที่อู่ พอดีนัดช่างไว้”

 

“หืม ช่างที่อู่มึงก็เยอะ มึงนัดช่างมาอีกทำไม”

 

คนละช่างกันไอ้ห่า

 

“กูนักช่างมาทำห้อง”

 

“ห้องมึงเป็นอะไรวะ”

 

“มันไม่ได้เป็นอะไร กูแค่จะตกแต่งใหม่”

 

นั่นแหละคือธุระที่ผมจะต้องไปจัดการในวันนี้ พอดีด้านหลังอู่ที่ผมดูแลอยู่จะมีห้องไว้สำหรับผมและน้องสาวผมสำหรับหลับนอน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีแค่ผมเท่านั้นที่นอนอยู่ที่นั่นแทบทุกวัน เพราะที่นั่นเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของผม แต่ห้องที่อยู่ที่นั่นมันไม่ใช่ห้องโทรมๆ หรอกนะ เหมือนผมยกเอาห้องนอนหรูๆ ของคอนโดไว้หลังอู่นั่นแหละ แต่พอดีมีปัญหานิดหน่อย ปัญหาที่ว่าก็คือผมนั่นแหละ ผมอยากจะเปลี่ยนสีพื้นห้องใหม่น่ะ เลยนัดช่างให้เข้ามาทำวันนี้

 

“อ่อ”

 

“กลับล่ะ”

 

ผมเอ่ยเพียงแค่นั้นก่อนที่จะเดินจากมาแล้วขับรถกลับไปที่อู่ของตัวเองทันที ผมใช้เวลาไม่นานก็ขับรถมาถึงอู่ที่ผมดูแลอยู่ ภายนอกของผมอาจจะเหมือนพวกลูกคุณหนูคุณชายก็จริง แต่ผมเป็นคนค่อนข้างติดดิด อู่ที่ดูแลอยู่ผมก็เป็นหนึ่งในช่างที่ทำงานของที่นี่ ผมนอนซ่อมรถทุกวัน มือผมเปื้อนน้ำมันเครื่องทุกวัน และตัวผมก็มีกลิ่นเหงื่อติดตัวทุกวัน แต่เพราะมันคือความชอบของผม ผมเลยไม่ได้รังเกียจอะไรแบบนี้เลยสักนิด

 

“ลูกพี่ครับ ช่างมารอแล้วครับ”

 

“อืม”

 

เมื่อลูกน้องผมเดินมาบอกแบบนั้น ผมเลยเดินทะลุอู่ซ่อมรถไปยังด้านหลังของอู่ทันที ทางด้านหลังของอู่มันก็จะค่อนข้างที่จะแตกต่างจากด้านหน้าลิบลับ ด้านหลังจะมีอ่างเก็บน้ำขนาดกลางตั้งอยู่ มีต้นไม้ที่พ่อผมปลูกไว้เพื่อให้ร่มเงาและความร่มรื่น และสวนหย่อมเล็กๆ ที่แม่ผมปลูกดอกไม้เอาไว้ตั้งอยู่ด้วย อืม ถ้าให้พูดให้เข้าใจ ด้านหลังของอู่เป็นเหมือนรีสอร์ตสวยๆ แถวต่างจังหวัดนั่นแหละ

 

“ใช้เวลาทำนานแค่ไหน”

 

ผมเอ่ยถามไปทันทีที่เดินมาถึงจุดที่ช่างกำลังยืนอยู่

 

“สิบวันน่าจะเสร็จครับ”

 

จริงๆ แล้วผมไม่ได้ทำแค่พื้นห้องหรอก แต่ผมรีโนเวทห้องใหม่ตามความชอบของผมน่ะ แต่เวลาสิบวันนี่มันนานเกินไปไหมวะ

 

“นานเอาเรื่อง”

 

“พวกผมเร่งทำให้แล้วครับ”

 

“อืม”

 

แต่ผมรีโนเวทห้องใหม่แบบนี้ก็เท่ากับว่าผมต้องไปนอนที่อื่นสินะ ฉิบหาย ผมลืมคิดเรื่องหาที่อยู่ใหม่ไปเลยว่ะ

 

“เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ผมให้ช่างเริ่มทำเลยก็แล้วกันนะครับ”

 

“ฝากด้วยก็แล้วกัน”

 

ผมเอ่ยบอกเพียงแค่นั้นก่อนที่จะเดินกลับมาที่อู่อีกครั้ง อืม หรือว่าผมจะนอนที่ห้องทำงานผมดีวะ นอนโซฟาอย่างนั้นเหรอ ชิ ไม่เอา ปวดหลัง หรือว่ากลับไปนอนที่บ้าน แต่บ้านผมก็อยู่แถวชานเมืองแบบนั้นผมขี้เกียจขับรถไปกลับว่ะ ไกลซะด้วยสิ หรือไปนอนห้องน้องสาวผมดีนะ แต่ถ้าไปนอนที่นั่งผมคงต้องได้เจอกับไอ้ยักษ์เขาแน่ๆ ไม่ดี ผมขี้เกียจอารมณ์เสียเพราะมันอีก เฮ้อ แล้วนี่ผมจะไปนอนที่ไหนตั้งสิบกว่าวันดีวะ

 

เกี๊ยว Talk

 

หลายวันผ่านไปดูเหมือนว่าวิธีที่ฉันใช้วันนั้นมันจะได้ผล เพราะหลายวันมานี้ฉันไม่เห็นพี่เฟลมมาวนเวียนใกล้ตัวฉันอีกเลย เรียกได้ว่าเขาหายเข้ากลีบเมฆเลยก็ว่า นอกจากไม่โผล่หน้ามาให้เห็นฉันยังไม่ได้ยินข่าวเรื่องของเขาเลย สงสัยพี่เฟลมคงคิดว่าพยัคฆ์เป็นแฟนฉันจริงๆ สินะ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงเขาก็คงตัดใจจากฉันแล้วไม่ตามมาตอแยฉันอีกสินะ อ่า นี่นะเหรอ อิสระที่ฉันโหยหามาตลอด

 

“ดูเหมือนวันนี้แกจะอารมณ์ดีกว่าทุกวันนะยัยเกี๊ยว”

 

เสียงของเพื่อนสนิทฉันเอ่ยทักฉันขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่าฉันกำลังนั่งอมยิ้มกับตัวเองอยู่

 

“ฉันก็ต้องอารมณ์ดีสิก็ในเมื่อพี่เฟลมเขาเลิกตามตื๊อฉันแล้วนี่นา”

 

ฉันบอกไป ส่วนเพื่อนฉันก็รู้เรื่องที่พี่เฟลมคอยตามฉันอยู่แล้ว เพราะนอกจากพี่เฟลมจะตามตื๊อฉันแล้ว เขายังพยายามยัดเยียดตัวเองเข้ามาในชีวิตฉันด้วยการมาทำความรู้จักกับเพื่อนๆ ของฉันอีก แต่มันไม่ใช่เพียงแค่นั้นหรอกที่เขาทำ เพราะนอกจากเขาจะมาตีซี้กับเพื่อนฉันแล้ว เขายังคอยตามหึงหวงฉันเวลาที่มีผู้ชายเข้ามาคุยกับฉันอีก เพราะแบบนั้นไงมันเลยทำให้ฉันทนไม่ไหวเลยอยากที่จะกำจัดเขาไปจากชีวิตยังไงล่ะ

 

อ่อ ฉันว่าฉันยังไม่ได้แนะนำตัวเองให้รู้จักสินะ ฉันชื่อว่าเกี๊ยว อายุ 22 ปีแล้ว และตอนนี้ฉันก็เรียนอยู่ปีสี่คณะนิเทศศาสตร์ของมหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ปีนี้ก็เป็นปีสุดท้ายแล้วที่ฉันต้องอยู่ในสภาพนักศึกษาและหลังจากนี้ไปฉันก็ต้องไปเป็นมนุษย์เงินเดือนแล้ว แต่จะฉันจะเป็นมนุษย์เงินเดือนก็คงไม่ถูกเพราะดูเหมือนว่าฉันจบไปแล้วฉันจะต้องดูแลกิจการของทางครอบครัวทันที พอดีครอบครัวของฉันทำกิจการเกี่ยวกับพวกเอเจนซี่ให้พวกดารานางแบบน่ะ ที่ฉันเรียนนิเทศก็เพราะว่าฉันต้องสืบทอดกิจการของทางครอบครัวด้วยนี่แหละ แต่มันไม่ใช่เพียงแค่นั้นหรอก เพราะมันเป็นความชอบของฉันด้วย มันเลยทำให้ฉันเลือกที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ

 

และตอนนี้ฉันก็กำลังนั่งทานเค้กอยู่กับเพื่อนสนิทของฉันอย่างยัยหอมอยู่ที่คาเฟ่แห่งหนึ่งหลังจากที่เลิกเรียน และหัวข้อที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่ตอนนี้ก็เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พี่เฟลมเลิกตามตอแยฉันแล้วนั่นแหละ

 

“พี่เฟลมเขาก็ไม่ได้แย่นะ เขาดูชอบแกมากขนาดนั้น ทำไมแกไม่ลองเปิดใจดูบ้างวะ”

 

ถ้ามันสามารถเปิดใจได้ง่ายๆ ฉันคงไม่หนีเขามาตลอดแบบนี้หรอก เพราะเพื่อนของฉันไม่เจอเหมือนกับที่ฉันเจอมันเลยทำให้เธอคิดเข้าข้างพี่เฟลมไปแบบนั้น

 

“แกลองมาเจอแบบฉันดู แล้วแกจะรู้ว่ามันน่าอึดอัดใจมากแค่ไหน”

 

ฉันพึมพำบอกไปก่อนที่จะตักเค้กเข้าปากของตัวเองอีกหนึ่งคำ

 

“ดีแค่ไหนแล้วที่มีผู้ชายหล่อคอยตามจีบ ถ้าฉันเป็นแกคงฟินน่าดู”

 

จริงอยู่ที่พี่เฟลมเป็นคนที่หน้าตาดี แต่คนหน้าตาดีใช่ว่าจะต้องดีเสมอไป เพราะนานวันเข้าเขาทำตัวเหมือนโรคจิตเข้าไปมากทุกที ถึงฉันจะรู้จักเขามานานแต่มันก็ทำให้ฉันกลัวที่เขาทำกับฉันแบบนั้นเหมือนกันนะ คงไม่ฟินอย่างที่ยัยหอมเพ้อฝันตอนนี้หรอก

 

หลังจากนั้นฉันก็ใช้เวลานั่งคุยเล่นกับยัยหอมอยู่สักพักก่อนที่เราสองคนจะแยกย้ายกันกลับ ฉันกลับมาที่คอนโดของตัวเองทันทีโดยไม่ได้แวะที่ไหนอีกเลย หลังจากที่ฉันมาถึงห้องฉันก็จัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าของตัวเองเป็นชุดใหม่แล้วมานั่งดูทีวีที่ห้องนั่งเล่นของพร้อมกับในหัวของฉันก็คิดไปด้วยว่าเย็นนี้ฉันจะทานมื้อเย็นอะไรดีไปด้วย

 

ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง

 

และในตอนนั้นเองเสียงออดหน้าห้องของฉันมันก็ดังขึ้นมา มันเลยทำให้ฉันละสายตาไปจากจอทีวีที่ตัวเองกำลังนั่งดูอยู่ทันทีแล้วหันไปมองที่ต้นเสียงด้วยความสงสัยว่าใครกันที่มากดออดหน้าห้องฉัน และด้วยความสงสัยนั้นทำให้ฉันลุกขึ้นจากโซฟาทันทีแล้วเดินตรงไปยังประตูห้องก่อนที่ฉันจะเปิดประตูห้องของตัวเองทันที

 

กึก

 

แต่ฉันก็ต้องชะงักไปด้วยความตกใจทันทีเมื่อฉันเปิดประตูห้องแล้วเห็นว่าเป็นใครที่ยืนอยู่หน้าห้องของฉันตอนนี้

 

“พี่เฟลม”

 

“สบายดีไหมเกี๊ยว ไม่ได้เจอหน้าหลายวันเลย”

 

เป็นพี่เฟลมนั่นเองที่เป็นคนมากดออดหน้าห้องฉันเมื่อกี้ แต่เขามายืนอยู่ที่หน้าห้องของฉันแบบนี้ได้ยังไงกัน ฉันคิดว่าเขาจะเลิกตามตอแยฉันแล้วซะอีก และตอนนี้พี่เฟลมก็กำลังยืนส่งยิ้มมาให้ฉัน ส่วนฉันนั้นก็ยังคงตกอยู่ในอาการตกใจที่จู่ๆ ก็ได้เจอเขาแบบนี้อีกครั้ง

 

“พี่แค่มาทักน่ะ ถามประสาเพื่อนบ้านที่พึ่งย้ายมาใหม่”

 

นี่คือความน่ากลัวของผู้ชายคนนี้ที่ฉันเคยบอกไปก่อนหน้านี้ว่าจริงๆ แล้วว่าเหมือนคนโรคจิตเข้าไปทุกที ความโรคจิตที่ว่าเขาลงทุนย้ายมาอยู่คอนโดเดียวกันกับที่ฉันอยู่ ถึงก่อนหน้านี้เขาจะอยู่คนละชั้นกับฉันแต่มันก็ทำให้ฉันต้องได้เจอหน้าเขาแทบทุกวัน แต่คำว่าเพื่อนบ้านที่พึ่งหลุดออกมาจากปากของพี่เฟลมเมื่อกี้ทำให้ฉันเข้าใจได้ทันทีว่าเข้าได้ย้ายมาอยู่ชั้นเดียวกันกับฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และดูเหมือนว่าจะย้ายมาอยู่ห้องข้างๆ ฉันซะด้วยสิ ฉันรู้ได้ยังไงนะเหรอ ก็ตอนที่ฉันจะเข้าห้องของตัวเองมาฉันเห็นว่าห้องข้างๆ ฉันกำลังขอย้ายเฟอร์นิเจอร์เข้าห้องอยู่ยังไงล่ะ อ่า แย่แล้วสิยัยเกี๊ยว

 

“พี่ย้ายมาอยู่ห้องข้างๆ เกี๊ยวนี่เอง ฝากตัวด้วยนะ”

 

และความน่ากลัวของพี่เฟลมอีกอย่างก็คือ เขาเป็นคนที่มีฐานะเลยทำให้อะไรๆ มันดูง่ายสำหรับเขาไปหมด อย่างเช่นเรื่องที่เขาสามารถย้ายมาอยู่ห้องข้างๆ ฉันเหมือนตอนนี้ได้ยังไงล่ะ

 

“ได้อยู่ใกล้ๆ กันแบบนี้แล้ว พี่จะได้จับตาดูเกี๊ยวได้ถนัดยังไงล่ะ”

 

อ่า ที่หายไปหลายวันนี่ไม่ใช่เพราะเขาเลิกตามตอแยฉันแล้วสินะ แต่เขาหายไปเพื่อที่จะเตรียมการสำหรับเรื่องย้ายห้องสินะ ก็ว่าทำไมตอนนั้นเขาถึงได้ยอมไปง่ายๆ ที่แท้เขาก็มีแผนการอย่างนี่เอง แย่แล้ว ตอนนี้ฉันซวยของจริงแล้ว

 

“นี่เกี๊ยวอยู่คนเดียวเหรอ”

 

พี่เฟลมไม่ได้ทำเพียงแค่พูดแต่ตอนนี้เขากำลังชะโงกหน้าเข้าไปมองภายในห้องฉันด้วยสายตาเหมือนคนกำลังตื่นเต้นกับสิ่งที่เขากำลังมองอยู่ เมื่อฉันเห็นท่าทีของพี่เฟลมแบบนั้นแล้วฉันเลยแง้มประตูให้แคบลงกว่าเดิมเพื่อไม่ให้เขามองเข้าไปในห้องฉันได้

 

“แฟนเกี๊ยวคนนั้นไปไหนซะแล้วล่ะ”

 

นี่ไงที่ฉันบอกว่าซวย เพราะก่อนหน้านี้ฉันโกหกเขาไปว่าฉันมีแฟน ซึ่งในความเป็นจริงฉันไม่ได้มีแฟนอย่างที่โกหกเขาไปเลยสักนิด

 

“อย่าบอกนะว่าเกี๊ยวโกหกพี่ว่ามีแฟน”

 

“ไม่ใช่ค่ะ เกี๊ยวมีแฟนแล้วจริงๆ แค่ตอนนี้เขายังไม่มาก็แค่นั้น”

 

“งั้นเหรอ หึ”

 

พี่เฟลมพึมพำพูดมากเพียงแค่นั้นก่อนที่เขาจะยกยิ้มที่มุมปากด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าเขารู้ทันฉันทุกอย่าง

 

“โอเค ถ้าอย่างนั้นวันนี้พี่ไม่กวนเกี๊ยวแล้วดีกว่า ไว้คุยกันใหม่ครับ”

 

พูดจบพี่เฟลมก็เดินหายไปยังห้องข้างๆ ฉันทันที ฉันเลยรีบปิดประตูพร้อมกับล็อกห้องของตัวเองไว้อย่างแน่นหนา ก่อนที่ฉันจะยกมือขึ้นมาทาบหน้าอกของตัวเองก็รับรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้หัวใจของฉันกำลังเต้นแรงมากแค่ไหน มันไม่ได้เต้นแรงเพราะฉันรู้สึกดีๆ หรอกนะ แต่มันเต้นแรงเพราะฉันกำลังรู้สึกกลัวมากต่างหากล่ะ

 

ซวยแน่ แกได้ซวยจริงๆ แน่ยัยเกี๊ยว พี่เฟลมเล่นย้ายมาอยู่ข้างห้องแกแบบนี้ แกจะทำยังไงต่อไปดีล่ะทีนี้

 

พยัคฆ์ Talk

 

วันต่อมา

 

“ห้องมึงว่างไหมไอ้ยุ กูขอไปอยู่ด้วยสักสิบวันสิ”

 

ผมพึมพำถามไอ้มนุษย์ใบ้ประจำกลุ่ม ซึ่งตอนนี้มันกำลังนั่งเล่นเกมในโทรศัพท์ของมันอยู่โดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาให้ความสนใจผมเลยสักนิด ส่วนเกมที่มันเอาแต่นั่งเล่นทั้งวันนั้นผมเองก็ไม่เข้าใจว่ามันเล่นไปทำไมในเมื่อเล่นกี่ครั้งมันก็แพ้ทุกครั้ง เป็นผมเลิกเล่นไปแล้วนะ ถ้าเอาแต่เล่นแพ้แบบมัน

 

“ไม่ว่าง อยู่กับเมีย”

 

มันพึมพำตอบผมมาโดยที่ตาของมันยังคงจ้องไปที่หน้าจอโทรศัพท์ของมันอยู่อย่างไม่วางตา อ่า ผมลืมไปซะสนิทว่าไอ้พายุมันมีเมียแล้วนี่นา ถ้าอย่างนั้นก็เหลือแค่ไอ้พวกแฝดนรกสินะที่ยังไม่มีคู่ครองเหมือนคนอื่นๆ อ่อ ผมด้วยอีกคนนี่หว่า

 

“แฝดนรก ห้องพวกมึงว่างไหม รับกูไปอยู่ด้วยได้ปะ”

 

ผมหันไปเอ่ยถามพวกมันทันที และคำตอบที่ผมได้มานั้นกลับไม่เป็นที่น่าพอใจเลยสักนิด

 

“ไม่ว่าง กูเอาไว้เล่นจ้ำจี้กับหญิง”

 

ไอ้เสี่ย

 

“กูโลกส่วนตัวสูง มึงก็รู้”

 

ไอ้ป๋า ให้มันได้อย่างนี้สิไอ้พวกเพื่อนเวร

 

“ไปนอนห้องไอ้วินทร์สิ”

 

เดย์เสนอขึ้นมาเพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าไอ้วินทร์จะไปย้ายไปอยู่ที่ห้องของเดย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนห้องของมันก็คงปล่อยว่าง อ่า ห้องไอ้วินทร์ก็เข้าท่า

 

“ฉันขายทอดตลาดไปแล้ว”

 

และนั่นคือเสียงของไอ้วินทร์ที่พึ่งพูดขึ้นมา และทันทีที่มันพูดมาแบบนั้นสายตาของเดย์ก็ตวัดไปมองหน้ามันทันทีด้วยสายตาดุๆ ก่อนที่เธอจะถามมันไปว่า...

 

“ขาย? ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่รู้”

 

อ้าว คงไม่ทะเลาะกันอีกแล้วนะคู่นี้

 

“ก็ขายมาซื้อรถนั่นแหละ แฮ่ๆ ขอโทษ เค้าผิดไปแล้ว”

 

อ่า จริงสิ ไอ้วินทร์มันพึ่งถอยรถใหม่เมื่อสามอาทิตย์ก่อนนี่นา ก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่ามันได้รถใหม่จากไหน ไอ้เราก็นึกว่าพ่อมันซื้อให้ซะอีก ที่ไหนได้มันแอบขายคอนโดนี่เอง ไอ้นี่ร้ายเอาเรื่องแฮะ

 

“ไอ้วินทร์!”

 

แล้วหลังจากนั้นคู่รักประจำกลุ่มก็ทะเลาะกันทันที ส่วนผมนั้นก็มองภาพตรงนั้นด้วยความรู้สึกเอือมระอาก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งและมันก็เป็นจังหวะเดียวกันที่ไอ้เสี่ยเสนอผมมาว่า...

 

“มึงก็หาหญิงสักคนแล้วไปอยู่กับหญิงสิ ง่ายจะตาย”

 

อืม มันง่าย แต่มันไม่ใช่ทางเลือกสำหรับผม ผมขี้รำคาญแค่ไหนพวกมันก็รู้กันดีนี่นา

 

“เรื่องน่ารำคาญแบบนั้นกูไม่สนใจหรอก”

 

“เออ ถ้างั้นมึงกูไปนอนข้างถนนเถอะ”

 

คำพูดของไอ้เสี่ยดูเหมือนจะเป็นจริงทันที เพราะกลางดึกวันเดียวกันนั้นผมก็ได้มานอนค้างถนนอย่างที่ไอ้เสี่ยพูดไว้จริงๆ แต่สาเหตุที่ผมต้องมานอนอยู่ตรงนี้มันไม่ใช่เพราะผมไม่มีที่นอนจริงๆ หรอกนะ ที่นอนผมน่ะมี ผมก็คิดที่จะไปค้างกับไอ้เสี่ยนั่นแหละ แต่ที่ผมต้องมานอนข้างถนนแบบนี้เป็นเพราะว่าผมเมา และผมก็รอให้ไอ้เสี่ยไปเคลียร์ห้องของมันแล้วกลับลงมารับผมที่หน้าคอนโดของมันยังไงล่ะ


 


 


 


 


 

[โปรดติดตามตอนต่อไป]

สงสัยเฮียพยัคฆ์ไม่มีที่นอน 5555

ทำไมไม่ไปนอนโรงแรมล่ะลูก ถ้าเฮียไปนอนโรงแรมก็ไม่สนุกน่ะสิ อิอิ

แต่อีพี่เฟลมแอบโรคจิตเด้อ ตามอะไรขนาดนั้นกันพ่อคุณ

กลัวแทนพี่เกี๊ยวเค้าเลย

หนึ่งคอมเม้นเท่ากับหนึ่งกำลังใจงับ

 

error loaded


 

 

 

 


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

339 ความคิดเห็น

  1. #9 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 00:02

    รอพี่เกี้ยวมารับ

    #9
    0
  2. #5 ฟหกด (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 19:19

    รวยก็รวย นอนรร.10วันเองขุ่นพี๊ 😂

    #5
    0
  3. #4 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 22:58

    เจิมมมมม

    #4
    0
  4. #3 Pimwade-bpb (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 15:37
    เจิมมม
    #3
    0