(E-book เปิดให้อ่านถึง 5 มีนา)RULE SET : กฎของนักล่า (นักล่าvs ไออุ่น)

ตอนที่ 1 : [up 100%]กฎของนักล่าข้อที่ 00

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,900
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 148 ครั้ง
    26 มิ.ย. 62



EPISODE 00


“ชนแก้ว”

แกร๊ง!!

เสียงแก้วกระทบกันหลังจากที่ฉันยกมันไปชนกับเพื่อนๆร่วมแก๊ง บรรยากาศตอนนี้เหมือนกำลังมีเรื่องที่น่ายินดีเกิดขึ้น และใช่มันเป็นเรื่องที่ดีเพราะเหตุผลที่เรามารวมตัวกันในผับหรูแห่งนี้ ที่ฉันมาเป็นครั้งแรก มันเป็นเพราะว่าตอนนี้พวกฉันเป็นนักศึกษาปีสี่กันแล้วและตอนนี้ก็กำลังเป็นนักศึกษาฝึกงานที่ต้องเข้าไปฝึกงานก่อนเข้างานจริๆนั่นก็หมายความว่าหลังจากฝึกงานจบพวกฉันก็พ้นสภาพกันเป็นนักศึกษากันแล้วยังไงละ

และตอนนี้พวกฉันก็กำลังฉลองก่อนที่จะแยกย้ายกันไปฝึกงานกัน แต่ดูเหมือนว่าสถานที่แห่งนี้มันช่างไม่เหมาะกับคนอย่างฉันซะจริงๆ แบบว่าฉันไม่ค่อยถนัดเข้าพวกร้านเหล้าหรือผับบาร์อะไรแบบนี้เลยสักนิด ส่วนใหญ่ชีวิตประจำวันของฉันจะเรียบๆง่ายๆ มุ่งเรียนให้ได้เกรดออกมาให้ดีๆก็แค่นั้น

แต่ใช่ว่าฉันจะไม่เคยเข้าผับหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ฉันเคยดื่มเคยเที่ยวกลางคืน แต่เป็นที่อื่นที่ไม่ใช่ที่หรูๆแบบนี้ และก็อีกอย่างที่แนบกว่าไม่ถนัดเรื่องแบบนี้ก็เพราะว่าฉันเคยดื่มแอลกอฮอล์แล้วเมาแทบไม่มีสติ แบบว่าฉันเป็นพวกเมาง่ายดื่มไม่กี่แก้วก็เมาแล้ว บอกเลยว่าเมาครั้งนั้นทำให้ฉันจำไปจนวันตาย ตั้งแต่วันนั้นมาฉันเลยยืนกรานว่าจะไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อีก แต่วันนี้ฉันเลี่ยงไม่ได้จริงๆ

“ชนแล้วก็ดื่มสิ ยัยอุ่น”

เสียงของเพื่อนฉันคนหนึ่งเอ่ยเร่งทำให้ฉันที่เอาแต่นั่งถือแก้วที่บรรจุด้วยแหล้าแบบไม่ผสมอะไรเลยต้องหน้าเหว่อไปเลยทันที เพราะคนอื่นๆเขาดื่มมเหล้ากันหมดแก้วกันแล้ว เหลือแค่ฉันคนเดียวที่ยังมีเหล้าเหลืออยู่ครึ่งค่อนแก้วและตอนนี้สายตาของทุกคนก็กำลังจับจ้องมาที่ฉันอยู่อย่างไม่วางตา สายตาแบบนั้นทำให้ฉันรู้สึกอึดอัด นี่ฉันต้องดื่มเหล้าแก้วนี้จริงๆอย่างนั้นเหรอ

อ่อ และชื่ออุ่นที่เพื่อนฉันเรียกนั้นมันก็เป็นชื่อของฉันเองแหละ ฉันชื่อว่าไออุ่นหรืออุ่นอย่างที่เพื่อนๆเรียกกัน ฉันเป็นแค่คนธรรมดาที่กำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่สี่ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และตอนนี้เป็นช่วงที่ฉันนกำลังเข้าฝึกงานกับบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศที่มีเครือข่ายกระจัดกระจายไปตามภูมิภาคต่างๆรวมไปถึงต่างประเทศด้วย

คงแปลกใจกันใช่ไหมละว่าคนธรรมดาที่เหมือนไม่มีอะไรเลยอย่างฉันทำไมถึงได้เข้าทำงานในบริษัทใหญ่ๆแบบนั้นได้ บอกเลยว่ากว่าฉันจะเข้าไปยื่นสมัครเป็นเด้กฝึกงานที่นั่นได้ ฉันต้องเรียนและอ่านหนังสือหนักแค่ไหน มันเลยทำให้ฉันรู้สึกภูมิใจที่คนธรรมดาอย่างฉันก็มีคนมองเห็นความสามารถของฉันอยู่

“อย่ามัวแต่มองแก้วสิยัยอุ่น คนอื่นๆเขารออยู่นะ”

เพื่อนของฉันอีกคนเอ่ยเร่งและมันก็ทำให้ฉันต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงลำคอด้วยความยากลำบาก ท้องของฉันรู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุหลังจากที่ฉันเผลอนึกถึงช่องที่เหล้าที่อยู่ในแก้วไหลเข้าสู่ท้องฉัน

“พวกแกก็รู้ว่าฉันคออ่อนยังจะให้ฉันดื่มอีก”

ฉันตอบโต้กลับไปเผื่อว่าเพื่อนของฉันจะเห็นใจว่าฉันอาจจะเมาเพราะเหล้าแก้วนี้ก็ได้ ขอแค่สักคนก็ได้ที่เห็นใจฉัน

“เพราะแกคออ่อนแบบนี้ไงเลยยิ่งต้องดื่ม ผู้ชายมันจะได้ไม่มามอมแกได้ง่ายๆ”

แล้วผู้ชายที่ไหนจะมามองฉันกันละ

“ถ้าฉันเมาแล้วพวกแกจะลำบากกันนะ”

“เอาน่า ถ้าเมาเดี๋ยวพวกฉันดูแลเอง”

แบบนี้ฉันก็ปฏิเสธไม่ได้แล้วสิ ฉันลากสายตามองหน้าเพื่อนของตัวเองทุกคนก่อนที่สายตาของฉันจะมาหยุดที่แก้วเหล้าในมืออีกครั้งก่อนที่ฉันจะตัดสินใจยกมันขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแก้วทันที

“เห็นไหม ดื่มง่ายๆแบบนี้ตั้งแต่แรกก็จบ”

รสชาติขมฝืดคอที่กำลังไหลผ่านไปตามลำคอของฉันทำให้ฉันหลับตาไว้แน่นเพื่อไม่ให้อะไรๆที่อยู่ในกระเพาะมันขย้อนออกมา ฉันรับรู้ได้ตลอดว่าของเหลวนั่นมันไหลไปตามส่วนไหนของร่างกายบ้าง จนกระทั้งมันไหลลงมาจนสู่กระเพาะของฉันความรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วท้องก็จู่โจมฉันมาอีกครั้ง อ่า ฉันไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลยจริงๆ ให้ตายสิ อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมคนอื่นๆถึงชอบดื่มกันนักทั้งที่รสชาติมันไมม่อร่อยเอาซะเลย  บอกเลยว่าไออุ่นคนนี้ขอผ่าน

“เฮ้ย อุ่นเป็นไงบ้าง”

เพื่อนฉันคนหนึ่งที่นั่งข้างๆกับฉันหันมาถามไถ่อาการเมื่อเห็นว่าฉันนั่งเงียบไปทันทีหลังจากที่ดื่มเหล้าแก้วนั้นไปฉันเลยหันไปมองหน้าเธอ ปรากฏว่าภาพที่ฉันมองเห็นมันเริ่มหมุนขึ้นาบ้างแล้ว อ่า อาการแบบนี้ฉันรับรู้ไดทันทีว่าฉันกำลังเมา

“นี่แกเมาแล้วเหรอ”

“อืม ฉันว่าหัวฉันมันเริ่มหมุนอีกแล้วแหละ”

ฉันตอบเพื่อนของฉันไปพร้อมกับพยายามปรือตาขึ้นมองหน้าเธอไปด้วย เพื่อนของฉันคนนั้นเลยส่ายหน้าให้ฉันด้วยความเอือมระอา

และดูเหมือนว่าทุกอย่างมันจะเป็นเหมือนในละครน้ำเน่าที่มันฉายหลังข่าวภาคค่ำ ฉากที่นางเอกเมาแล้วชอบลุกไปห้องน้ำคนเดียวแล้วไปบังเอิญเจอพระเอกที่ห้องน้ำเข้า แล้วทั้งสองก็ลงเอยกันตอนนั้น ใช่ ตอนนี้ฉันกำลังทำตัวหมือนนางเองคนนั้นที่กำลังเมา ตอนนีเหลือแค่ฉันต้องลุกไปเข้าห้องน้ำคนเดียว แต่บังเอิญว่านี่ชีวิตจริง ฉันคงไม่กล้าไปเข้าห้องน้ำคนเดียวเหมือนนางเองในละครแน่

“ปวดฉี่จัง พาฉันไปเข้าห้องน้ำหน่อยสิ เหมือนจะเดินไม่ไหว”

ฉันหันไปบอกเพื่อนที่นั่งข้างๆแล้วเพื่อนฉันก็พยักหน้าเป็นเชิงตอบรับแล้วเธอก็เข้ามาช่วยพยุงฉันให้ลุกขึ้นยืน เพราะลำพังแรงฉันตอนนี้ก็ไม่สามารถทำอะไรสักอย่าง เลยต้องขอแรงให้เพื่อนฉันช่วย ซึ่งเพื่อนฉันรับรู้สึกสถานการณ์แบบนี้ของฉันดีเพราะมันไม่ใช่ครั้งแรกที่แนต้องเมาแบบนี้ พวกเธอเลยเตรียมพร้อมรับกับสถานการณ์แบบนี้ได้เป็นอย่างดียังไงล่ะ

“ไหวไหมเนี้ยอุ่น”

“ไม่ไหวแล้วอะ ฉันไม่ดื่มอีกแล้วนะ”

“จ้าๆ”

แล้วหลังจากนั้นเพื่อนของฉันก็ช่วยพยุงฉันเดินไปที่ห้องน้ำทันที และทันทีที่เราเดินทางมาถึงห้องน้ำหญิงเพื่อนฉันก็ปล่อยให้ฉันจัดการกับตัวเองคนเดียวอยู่ในห้องน้ำห้องหนึ่ง ฉันที่มึนๆอึนๆด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปบวกกับสติที่เริ่มเลือนลางเลยทำอะไรช้าไปหมดซะทุกอย่าง กว่าจะจัดการทำธุระให้เสร็จเรียบร้อยฉันก็กินเวลาไปนานพอสมควรเหมือนกัน

และตอนนี้ก็เหมือนกับซิทคอม เพราะทันทีที่ฉันเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วกวาดสายตามองหาเพื่อนของฉันที่เดินมาด้วยกัน แต่ฉันก็ไม่พบว่าเพื่อนของฉันอยู่บริเวณนี้เลย นี่ฉันถูกทิ้งหรือว่าฉันเข้าห้องน้ำนานไปแล้วเพื่อนลืมฉันไว้ที่ห้องน้ำอย่างนั้นเหรอ  ให้ตายสิ แบบนี้ก็เข้าข่ายละครหลังข่าวแล้วสิ ไม่ได้ๆสติต้องมีสิไออุ่น แกแค่เดินเพียงแค่ไม่กี่ก้าวก็กลับไปถึงโต๊ะที่มีเพื่อนๆนั่องยยู่แล้ว แค่นี้แกต้องทำได้สิ

ฉันเอ่ยให้กำลังใจตัวเองในใจก่อนที่จะรวบรวมสติที่เหลือน้อยนิดของตัวเองให้กลับคืนมา แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเรื่องที่ยากไปสำหรับคนที่เมาอยู่อย่างฉันเพราะภาพตรงหน้าที่ฉันเห็นมันเริ่มเบลอจนฉันมองเห็นอะไรไม่ชัด แถมเหมือนโลกมันหมุนขึ้นมาซะดื้อ และตอนนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะล้ม

“อะ”

ตุบ!

ใช่ ฉันล้มแต่มันไม่ได้เจ็บอย่างที่ฉันคิดไว้ตั้งแต่แรกหรือมันอาจเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์กันนะที่ทำให้ฉันไม่รู้สึกอะไรเลยแบบนี้

“หืมมม”

เมื่อกี้ฉันเหมือนได้ยินเสียงของใครสักคนเหมือนจะเป็นเสียงอขงผู้ชาย ฉันเลยพยายามปรือตาขึ้นมาอีกครั้งด้วยความยากลำบาก ก่อนที่ฉันจะขมวดคิ้วแล้วจ้องหน้าของผู้ชายที่เป็นเจ้าของเสียงนั่นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมึนงงและสับสนไปหมด เขายื่นหน้ามาใกล้ฉันแบบนี้ได้ยังไง อ่อ ที่ฉันล้มแล้วไม่รู้สึกเจ็บเมื่อกี้ฉันคงล้มไปนั่งทับตักเขาสินะ อ่า ฉันต้องลุกแล้วสิ มานั่งตักผู้ชายแปลกหน้าแบบนี้ได้ทีไหนกันยัยไออุ่น

“ขอโทษค่ะ ฉันเมา”

ฉันบอกเหตุผลที่ฉันต้องมาล้มแล้วนั่งทับเขาแบบนี้ไปเผื่อเขาจะได้ไม่เอาเรื่องฉัน

“ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ชอบพูดแบบนี้กัน”

“เอ๊ะ”

เมื่อกี้เขาหมายความว่ายังไงกัน ฉันก็บอกไปตามความจริงแล้วนี่นา เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกเมาจริงๆ แต่ยังพอมีสติอยู่บ้าง รู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ ทำไมเขาถึงเอาฉันไปเหมารวมกับผู้หญิงคนอื่นๆแบบนั้นกันละ ฉันไม่ได้แกล้งเมาสักหน่อย ฉันเมาจริงๆ

“แต่ก็ไม่ได้แย่”

“หะ อื้อ”

ฉันไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นหมายความว่ายังไง แต่ฉักน็ต้องรู้สึกหัวหมุนอีกครั้งเมื่อจู่ๆเขาก็ห้มหน้าลงมาแล้วจรดริมฝีปากของเขาเข้ากับริมฝีปากของฉันมาแบบที่ฉันไม่ได้ตั้งตัวอะไรเลย ฉันได้แต่เบิกตากว้างขึ้นมาด้วยความตกใจเพราะไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาตกอยู่ในสถาการณ์เหมือนในละครหลังข่าวแบบนี้

เสียงของฉันถูกกลืนหายไปในลำคอ ฉันรู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังถูกคนแปลกหน้าจูบอยู่อย่างจาบจ้วง คนแปลกหน้าคนนั้นที่ฉันยังมองหน้าเขาได้ไม่ชัด ตอนนี้เขากำลังจูบฉัน และเขาก็กำลังชักจูงฉันให้คล้อยตามเขาอยู่  ฉันรู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่แต่ทำไมร่างกายของฉันมันถึงไม่ขยับ ฉันควรต่อต้านและขัดขืนเขาสิ ไม่ใช่นั่งนิ่งให้เขาปล้นจูบอยู่แบบนี้






[โปรดติดตามตอนต่อไป]

555 อัพตอนแรกแล้วน่าาาา

ตอนแรกก็แซ่บเชียว

คนแปลกหน้าใช่อีพี่่ล่าของเราหรือเปล่า

ใช่หรือไม่ใช่ก็รออ่านกันนะคะ

หนึ่งคอมเม้นหนึ่งกำลังใจ เม้นให้กำลังใจมาเยอะๆหน่อยเน้ออออ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 148 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

250 ความคิดเห็น

  1. #248 KIVI_V (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:52
    ชอบค่ะ
    #248
    0
  2. #247 KIVI_V (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:52
    ชอบค่ะ
    #247
    0
  3. #1 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 00:28
    รอจ้าาาาาาาา
    #1
    0