(E-book) BAIT #TEVA เทวาล่าเหยือ (เทวากินเด็ก)

ตอนที่ 26 : BAIT TEVA #เทวากินเด็ก : 25

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,190
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 150 ครั้ง
    1 พ.ย. 61


เทวากินเด็ก 

25

หลังจากที่เลิกเรียนฉันก็พาตัวเองมาที่ตึกคณะที่พี่เซนเรียนอยู่ทันที เนื่องจากฉันจำได้ว่าวันนี้พี่เซนมีเรียนที่นี่ฉันถึงต้องพาตัวเองาในที่แห่งนี้เพื่อที่จะได้คุยกับพี่เซนเพราะเรื่องที่ฉันคุยมันไม่สามารถที่จะคุยผ่านทางโทรศัพท์ได้มันต้องคุยกันซึ่งๆหน้า

แต่พอมาถึงที่นี่ความกล้าที่ฉันมีก่อนหน้านี้มันก็หดหายไปซึ่งถูกความประหม่ามันมาแทนที่ เพราะเรื่องที่ฉันจะมาคุยกับพี่เซนในวันนี้มันเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคน ฉันดูเหมือนคนที่เห็นแก่ตัวไปใช่ไหมที่เลือกทำตามหัวใจของตัวเองแล้วคิดที่จะมาบอกเลิกกับพี่เซนแบบนี้ทั้งๆที่ฉันก็คบเขาเป็นแฟนมาตั้งเป็นปี ฉันรู้ว่าพี่เซนรู้สึกยังไงกับฉันแต่ฉันก็ห้ามหัวใจของตัวเองให้ไปรักพี่เทวาไม่ได้ ฉันมันเห็นแก่ตัว ฉันรู้ดี ฉันจึงมาเพื่อที่จะขอเลิกกับพี่เซนเพื่อให้พี่เซนไปพบเจอคนที่ดีกว่าฉัน ก่อนที่มันจะสายไปมากกว่านี้

“อ้าว น้องอัญมาหาไอ้เซนมันเหรอ”

พอฉันหันไปที่ต้นเสียงก็เจอเข้ากับผู้ชายคหนึ่งที่ฉันจำได้ว่าเป็นเพื่อนของพี่เซนเพราะเห็นพวกเขาสองคนอยู่ด้วยกันบ่อยๆ เพื่อนพี่เซนอยู่ที่นี่แลวพี่เซนละ ทำไมฉันไม่เห็นเขา

“ค่ะ แล้วพี่เซนไปไหนคะ อ่ะ”

หมับ!

ระหว่างที่ฉันถามเพื่อนพี่เซนอยู่นั้นร่างของฉันก็ถูกใครบางคนดึงเข้าไปกอดไว้แน่น กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆลอยมาให้แนได้กลิ่นบวกกับร่างกายที่มีขนาดใหญ่กว่าฉันมัน มันทำให้แนจำได้ทันทีว่าคนคนนี้คือใคร

“อัญ”

“พี่เซน”

ใช่ เป็นพี่เซนที่กระชากฉันไปกอดไว้นั่นเอง และการที่เขากระชากฉันมากอดไว้แบบนี้ท่ามกลางสายตาของเพื่อนของเขาทำให้บริเวณนี้เต็มไปด้วยเสียงโห่แซวขึ้นมาทันที อ่า เป็นแบบนี้ฉันจะกล้าบอกเลิกพี่เซนได้อย่างนั้นเหรอ

“โห่ ไอ้เซนทำอะไรก็เกรงใจคนโสดอย่างพวกกูด้วย”

“พวกนี้นี่ขี้เสือกจริงๆ”

พี่เวฯเอ่ยก่อนที่จะดันฉันออกจากอ้อมกอดของเขาแล้วมองมาที่ใบหน้าของฉันด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งแต่สายตาที่เขาใช้มองมานั้นมันเต็มได้วยความอ่อนโยนและสื่อถึงความโหยหาออกมาอย่างเห็นได้ชัด พอมามองใบหน้าของพี่เซนแบบนี้แล้วยิ่งทำให้ฉันรู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นทันที ที่ฉันทำเรื่องแบบนั้นลงไปฉันคงผิดมากสินะ พี่เซนคงต้องเกลียดฉันมากแน่ๆเลย

“บอกแล้วไงว่าอย่ามาแถวนี้ มันมีแต่พวกเถื่อนๆทั้งนั้น ไปที่อื่นกันเถอะ”

พี่เซนบอกแล้วลากฉันออกมาจากตรงนั้นทันที ซึ่งสถานที่ที่พี่เซนพาฉันมานั้นมันเป็นม้านั่งในสวนของมหาลัยนะค่อนข้างปลอดคนและสงบเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อยใจ ถ้าในเวลาอื่นฉันคงจะเพลิดเพลินกับบรรยากาศแบบนี้แล้วแต่ตอนนี้ฉันมีเรื่องต้องคิด และต้องคุยกับพี่เซนอยู่เต็มไปหมด เลยไม่มีเวลาทำอะไรแบบนั้นได้

“พี่โทรหาทำไมไม่รับสายพี่”

ทันทีที่นั่งบนม้านั่งได้พี่เซนก็ถามคำถามฉันมาทันที และคำถามที่พี่เซนถามมานั้นทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดใจขึ้นมาอยู่ไม่น้อย เพราะสาเหตุที่ฉันไม่รับสายพี่เซนและขาดการติดต่อไปจากเขามันเนื่องมจากความรู้สึกที่ฉันมีต่อเขา

“...”

ฉันไม่รู้ว่าจะตอบพี่เซนไปยังไงดีเลยเลือกที่จะก้มหน้ามองมือของตัวเองที่กำลังบีบกันไว้แน่นอยู่ที่ตักของตัวเองแทน

“อัญ”

“..คะ”

เมื่อเห็นว่าฉันเงียบพี่เซนเลยต้องเรียกฉันอีกคครั้ง ฉันรู้ว่าพี่เซนเป็นคนยังไง เขาไม่ชอบที่มีคนเงียบใส่เขาแบบนี้ เขาเป็นคนที่ค่อนข้างเผด็จการแต่เพราะพี่เซนเป็นแบบนี้เราถึงได้เปิดใจคุยกันตรงๆทุกครั้ง

“อัญรู้ใช่ไหมว่าพี่ไม่ชอบให้ใครมาเงียบใส่”

“รู้ค่ะ”

ฉันตอบไปด้วยน้ำเสียงเบาหวิวและไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นไปสบตากับพี่เซนตรงๆ เพราะการแสดงท่าทางแบบนี้ของฉันทำให้ฉันได้ยินเสียงถอนหายใจของพี่เซนดังตามมาก่อนที่เจ้าของลมหายใจเมือี้จะยื่นมือมาจับใบหน้าของฉันไว้ด้วยความอ่อนโยนให้หันไปมองหน้าเขาตรงๆ

“เพราะมันใช่ไหมอัญถึงไม่รับสายพี่”

คนที่พี่เซนหมายถึงคงเป็นพี่เทวาสินะ แต่พี่เทวาก็เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้ฉันไม่ติดต่อกับเขาแต่สาเหตุหลักมันคือตัวฉันต่างหากที่มันเลวและเห็นแก่ตัวเกินไป

“คือ..”

“พี่เข้าใจว่ามันเลยทำให้อัญลำบากใจกับพี่แบบนี้ แต่อัญรู้ใช่ว่าไหมว่าพี่รักอัญมาก”

คำว่ารักที่ออกจากปากของพี่เซนเมื่อกี้ทำให้น้ำตาของฉันมันไหลลงมาอาบแก้มทันที นี่ฉันทำเรื่องเลวๆกับผู้ชายที่รักฉันไปได้ยังไงกัน ฉันควรปล่อยให้พี่ซนเป็นอิสระจากฉันสักที ปล่อยให้เขาไปเจอกับคนที่ดีกว่านี้เพราะความรักของเขาที่เขามีให้ฉัน แต่ฉันไม่สามารถรับมันไว้ได้จริงๆ

“ฮึก พี่เซน”

“อย่าร้องไห้สิ มมันทำให้พี่รู้สึกไม่ดี”

พี่เซนไม่เพียงแค่พูดแต่เขากลับดึงฉันเข้าไปกอดไว้แน่นก่อนที่จะปลอบฉันด้วยน้ำเสียงอบอุ่น แต่การกระทำของพี่เซนที่ทำกับฉันตอนนี้มันไม่ทำให้ฉันสามารถหยุดร้องไห้ได้เลยสักนิด แต่ตรงกันข้ามฉันยิ่งร้องไห้หนักเข้าไปกว่าเดิมซะอีก พี่เซนเขาดีกับฉันมาโดยตลอด แต่ฉันกลับตอบทนเขาไปด้วยการหักหลังแบบนี้ ฉันมันไม่คู่ควรกับเขาเลยสักนิด

“พี่เซนอัญขอโทษ”

ฉันเอ่ยคำขอโทษออกไปแล้วซุกใบหน้าลงบนหน้าอกของพี่เซนก่อนที่จะปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาอย่างนั้น

“อัญขอโทษ”

“ขอโทษทำไม หยุดร้องได้แล้ว อัญไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”

เปล่า ฉันทำผิดร้ายแรงเลยละ ฉันมีเรื่องที่อยากจะสารภาพบาปกับเขาตั้งมากมายแต่ทำไมกันนะทำปากของฉันมันไม่ขยับ ทำไมฉันไม่สามารถเปล่งคำพูดนั้นออกมาได้เลย ทำไมกันนะ

เซน Talk

ผมมองผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมกอดของตัวเองตอนนี้ด้วยความรู้สึกสับสนปนกันไปหมด เธอคนนี้กำลังร้องไห้ด้วยความเสียใจผมไม่รู้ว่าอะไรทำให้เธอร้องไห้ต่อหน้าผมได้มากขนาดนี้ ผมไม่ได้กล่าวโทษที่เธอขาดการติดต่อไปจากผมแบบนั้น คนที่ผมโทษคือไอ้เหี้ยเทวานั่นต่างหาก ผมไม่รู้ว่ามันทำอะไรอัญหรือเปล่าในระหว่างที่อัยอยู่กับมัน มันคิดไม่ซื่อกับอัญอันนี้ผมรู้ดี แต่อัญเป็นแฟนผมและผมรักอัญมาก ผมไม่อยมปล่อยให้ไอ้เทวาแย่งเธอไปจากผมหรอก ไม่มีวัน

“ฮึก ดาเกลียดพี่”

เสียงสะอื้นของอัญทำให้ผมนึกเห็นภาพซ้อนขึ้นมาทันที ภาพนั่นมันเป็นภาพของดาที่นอนอยู่ใต้ร่างของผม ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา สายตาที่เธอมองมาที่ผมเต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างเห็นได้ชัด ทำไมกันนะทำไมผมถึงเห็นภาพนี้ซ้อนขึ้นมาทั้งๆที่ผมกอดอัญไว้อยู่ในอ้อมแขนแบบนี้ แขนของผมมันกำลังกอดผูฆ็ยิงที่ได้ชื่อว่าแฟนและเป็นผู้หญิงที่ครอบครองหัวใจของผมแต่ทำไมหัวของผมถึงได้คิดถึงผู้หญิงอื่นได้ ไม่ดีแล้ว ผมต้องจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยถึงจะมาจัดการกับไอ้เทวาต่อ จุดอ่อนของผมตอนนี้ผมต้องรีบเคลียให้เสร็จก่อนทีไอ้เทวามันจะรู้แล้วนำมันมาโจมตีผม ในภายภาคหน้า

“ร้องไห้จนตาบวมไปหมดแล้ว ปะ เดี๋ยวพี่ไปส่งที่คอนโด”

ผมเอ่ยขึ้นเพราะเห็นว่าคนที่อยู่ในอ้อมกอดของผมเริ่มหยุดร้องไห้ไปแล้ว แต่คำเสนอของผมก็ต้องถูกปฏิเสธเมื่ออัญชันส่ายหน้ามาแทนคำตอบส่งมาให้ผม

“พี่เทวาจะมารับอัญค่ะ”

เธอตอบแล้วจ้องมาที่ผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดอย่างเห็นได้ชัด เด็กคนนี้ไม่ว่าจำรู้สึกยังไงอยู่เธอก็จะแสดงออกมาทางสีหน้าอย่างเห็นไดชัด ผมสัมผัสได้ว่าเธอต้องมาเรื่องอะไรที่กลุ้มใจอยู่แน่ๆและเรื่องนั้นเธอยังไม่ได้บอกผม และผมก็ยงไม่คิดที่จะถามไว้รอให้เธอพร้อมเมื่อไหร่เธอก็บอกผมเองแหละ

“เอ่อ..”

“มันจะมารับตอนไหน”

“อีกประมาณครึ่งชั่วโมงค่ะ”

“งั้นพี่ไปนั่งรอด้วย”

ผมเสนอเพราะผมไม่ยากปล่อยให้อัญชันนั่งรอไอ้เหี้ยนั่นคนเดียว ผมรู้ว่าเธอโตแล้วและโตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว แต่ผมก็ไม่ไว้ใจให้เธออยู่เดียวอยู่ดี

“พี่เทวาเห็นพี่เซนอยู่กับอัญต้องมีเรื่องกันอีกแน่เลย อัญไม่อยากให้พวกพี่มีเรื่องกัน อัญรอคนเดียวได้ค่ะ”

“ไม่ได้พี่จะรอเป็นเพื่อน”

“อัญขอ”

ทุกครั้งที่เธอขอร้อผมมีเหรือที่มคนนี้จะไม่ใจอ่อนยอมให้เด็กคนนี้ทำตามใจตัวเอง เฮ้อ ผมก็เป็นแบบนี้ทุกทีเลยสินะ แต่จะว่าไปวันนี้อัญมาเรียนคนเดียวอย่างนั้นเหรอปกติเห็นพ่วงเพื่อนสนิทเธอมาด้วยนี่ แต่วันนี้ไม่เห็นหรือว่ายัยนั่นจะเป็นอะไรไป

“แล้วเพื่อนเราละทำไมวันนี้ไม่เห็น”

ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมถามออกไปแบบนั้นทั้งที่ตลอดหนึ่งปีที่คบกับอัญมาผมไม่เคยเอ่ยถามหาคนคนนี้เลยสักครั้ง แต่ทำไมวันนี้ผมถึงถาม แปลกไหม ผมเองก็รู้สึกแปลกใจไม่แพ้กันหรอก

“ยัยดาไม่สบายค่ะ เลยไม่มาเรียน”

ไม่สบาย ยังไม่หายอย่างนั้นเหรอ มันหลายวันแล้วนะ ยัยนั่นยังไม่หายป่วยอีกอย่างนั้นเหรอ เป็นเพราะผมหรือเปล่านะที่ทำให้เธอต้องป่วยจนมาเรียนไม่ได้แบบนี้

“อ่อ”

“พี่เซนไปทำธุระก่อนเถอะค่ะพี่ดูรีบๆนะ อัญรอพี่เทวาคนเดียวได้”

ผมดูรีบเหรอ เปล่านะ และอีกอย่างผมก็ไม่ได้มีธุระอะไรด้วยผมว่างทั้งวันวันนี้ ทำไมอัญชันถึงมองว่าผมเป็นแบบนั้นไปได้

“แต่..”

“ไปเถอะค่ะ พี่ดูใจลอยๆไว้วันหลังเราค่อยมาคุยกันนะคะ”

“อืม มีอะไรรีบโทรมาบอกพี่นะ”

“ค่ะ”

ผมมองหน้าผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนของผมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนท่ะตัดสินใจเดินออกมาจากตรงนั้นทันที รู้ตัวอีกทีผมก็มายืนอยู่ที่หน้าห้องของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะว่าไปผมยืนอยู่ตรงนี้มาได้สักพักแล้วละ และตอนนี้ผมกำลังตั้งคำถามกับตัวเองอยู่ว่าผมมายืนอยู่ตรงนี้ทำไม ทำไมผมไม่เดินเข้าห้องของตัวเองสักที คิดเท่าไหร่ผมก็คิดไม่ออกว่าตอนนี้มกำลังทำเรื่องบ้าอะไรอยู่กันแน่ วุ่นวายฉิบหาย

ผมสบถด่าตัวเองในใจก่อนที่จะหมุนตัวเดินตรงไปทีห้องฝั่งตรงข้ามทันทีก่อนที่ผมจะยกมือขึ้นไปเตรียมที่จะเคาะประตูห้องนั้น แต่ผมก็ต้องชะงักมือของตัวเองค้างไว้อยู่อย่างนั้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าทำไมผมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย ทำไมผมต้องไปคุยกับเธอคนนั้นทั้งๆที่เธอบอกว่าให้ผมลืมมันไปซะ มันบางบอกได้ว่าเธอไม่ต้องการที่จะเจารจากับผมอีก ทำไมผมต้องสนใจด้วยวะ

“เหี้ย”

ผมมสบถออกมาเสียงเบาแล้วชักมือตัวเองกลับคืนมาแล้วเตรียมท่าจะเดินกลับห้องของตัวเองเพราะในเมือ่เจ้าตัวยืนหรานไว้แบบนั้นผมคงต้องปล่อยให้มันผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่...

แกรก!

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความบังเอิญหรือเปล่าที่จู่ๆประตูห้องก็เปิดออกมาในระหว่างที่ผมกำลังหมุนตัวเดินกลับห้องของตัวเอง ผมสบตากับเจ้าของใบหน้าซีดเวียวที่ดูไร้ชีวิตชีวาที่เป็นคนเปิดประตูห้องออกมาเมื่อกี้ด้วยสายตาเรียบนิ่ง ตรงข้ามกับเธอคนนั้นที่กำลังมองมาที่ผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกใจ

เราสบตากับอยู่ในท่านั้นไม่มีใครพูดไม่มีใครขยับตัวเลยไม่แต่นิดเดียว จนเจ้าของห้องที่เป็นคนเปิดประตูออกมาเมื่อกี้จะปเนฝ่ายขยับตัวก่อนแล้วมือของเธอทำท่าเหือนจะกระชากประตูห้องกลับไปแต่มือของผมมันเร็วกว่าผมดันเอื้อมไปจับลูกบิดฝั่งตรงข้าวที่เธอจับไว้ทันแล้วเป็นฝ่ายออกแรงกระชากทำให้ประตูห้องมันเปิดกว้างออกมาอีกครั้ง

“พี่จะทำอะไรของพี่”

เธอเอ่ยถามผมมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆที่บ่งบอกถึงความตกใจและหวาดกลัวผมไปพร้อมๆกัน ผมเองก็ตกใจกับการกระทำของตัวเองเหมือนกันแต่ไม่ได้แสดงออกมาทางสีหน้าเหมือนกับเธอ แต่..ยังไงก็เจอแล้วผมก็พูดเรื่องที่มันยังคงค้างงคาอยู่ตอนนี้ให้จบไปเลยคงน่าจะดีกว่า

“เธอจงใจหลบหน้าฉัน”

ถึงมันจะไม่ชัดแต่ผมก็สังเกตเห็นว่าเธอหลับหน้าผม ขนาดยืนอยู่ตรงหน้ากันแบบนี้แล้วแท้ๆแต่เธอกลับได้มองหน้าผมเลยสักนิด และผมก็เป็นพวกที่ไม่ชอบให้ใครทำแบบนี้กับผมด้วยสิ ถึงที่ผ่านมาผมจะไม่เคยสังเกตเห็นว่าเธอคนนี้มีนิสัยยังไงเพราะตอนนี้ผมสนใจแค่อัญชันคนเดียวและอีกอย่างเธอคนนี้ยังพยายามไม่เข้าใกล้ผมอีกด้วยมันเลยทำให้เราสองคนเหมือนคนแปลกหน้ากันไปโดยปริยาย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว

“ดาเปล่า”

คนตัวเล็กที่ยืนอยู่ต่อหน้าผมเอ่ยปฏิเสธเสียงแข็ง ตาของเธอไมได้มองที่ผมแต่มองที่เท้าของผมต่างหาก ถามจริงเท้าผมมีอะไรน่ามองงั้นเหรอ

“ถ้าเธอไม่ได้หลบหน้าฉันทำไมเธอถึงไม่ไปเรียนวันนี้”

“...”

เธอไม่ตอบแต่กลับเม้มปากของตัวเองไว้แน่นแทน ผมมองการกระทำของคนตรงหน้าด้วยสายตาเรียบนิ่งแต่ใช่ว่าผมจะนิ่งได้อีกต่อไปเรื่อยๆ ผมคนนี้มีอารมณ์ มีโกรธ มีโมโหและมีความอยาก

“อัญบอกว่าเธอป่วย สงสัยจะป่วยการเมืองมั้ง”

ทันทีที่ผมเอ่ยประโยคต่อมาเธอก็เงยหน้าขึ้นมามองหน้าผมทันที มันเป็นครั้งแรกที่เธอมองหน้าผมตรงๆแบบนี้แต่สายตาแดงก่ำที่เอ่อไปด้วยน้ำตาที่กำลังมองมาที่ผมมันคืออะไร

“มันเรื่องของดา ถ้ามีพี่จะมาพูดแค่เรื่องนี้ ดาขอตัว”

เธอเอ่ยแล้วดึงประตูห้องเธอกลับไปแต่ผมยังยื้อไว้มันเลยทำให้เธอทำอย่างที่เธอตั้งใจไม่ได้

“พี่ต้องการอะไรอีก”

ดูเหมือนว่าการกระทำของผมจะทำให้คนตรงหน้าโกรธไม่ใช่น้อย เธอถึงได้ตะโกนพูดกับผมมาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างดังพอสมควรมาแบบนั้น ผมมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าเธอจะมายืนร้องไห้ต่อหน้าผมแบบนี้ ทำตาที่กำลังไหลลงมาตามแก้มของเธอทำให้ผมพูดอะไรไม่ออก

“แค่นี้มันไม่พอหรือไง นี้ดาก็รู้สึกผิดกับยัยอัญจะแย่อยู่แล้ว พอเถอะค่ะ อย่ามาเจอดาอีกเลย”

แปลก เธอคนนี้ไม่ใช่แฟนผมแท้ๆแต่ทำไมมันกลับทำให้ผมรู้สึกว่าผมควรดึงเธอเข้ามากอดและดูเหมือนว่าร่างกายของผมมันจะเชื่อฟังความคิดผมมากเกินไปรู้อีกทีผมก็กระชากร่างของดาเข้ามาไว้ในอ้อมกอดของตัวเองซะแล้ว

หมับ!

“อ่ะ” 

บ้าจริง นี่ผมกำลังทำอะไรของผมกันเนี้ย ทำไมร่างกายของผมมันถึงไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งผมเลย ผมทำเรื่องแบบนี้ไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้ของเพื่อนสนิทของแฟนผม แต่ทำไมผมต้องมายืนกอดเธอแบบนี้ด้วยวะ

“นี่พี่เซน นี่พี่ทำบ้าอะไรของพี่ ปล่อยดานะ”

คนที่อยู่ในอ้อมกอดผมดิ้นขลุกขลักไปมาด้วยความขัดขืน แต่ทำไมผมถึงไม่ยอมปล่อยเอทั้งๆที่ไม่ได้เต็มใจให้ผมกอดเลยสักนิด ผู้หญิงคนนี้เกลียดผม แต่ทำไมผมยังต้องกอดเธอ ทำไมวะ

“ปล่อยนะพี่เซน พี่ทำแบบนี้กับดาไม่ได้ ดาเป็นเพื่อนยัยอัญนะ”

คำพูดต่อมาทำให้ผมปล่อยแขนของผมที่กอดรัดร่างของเธอเมื่อกี้ออกไปทันที พร้อมๆกับสติของผมมันค่อยๆกับคืนมา และทันทีที่เธอคนนั้นเป็นอิสระเธอก็รีบถอยออกห่างจากผมทันทีเหมือนว่าผมเป็นสิ่งของอันตรายที่ไม่ควรอยู่ใกล้

“พี่ทำแบบนี้ทำไม พี่ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ”

ใช่ ผมคงบ้า ที่ทิ้งแฟนตัวเองให้นั่งอยู่ที่มหาลัยแล้วตัวเองมากอดเพื่อนสนิทของเธออยู่แบบนี้

“ขอโทษ”

มันเป็นคำพูดแรกหลังจากที่ผมหาเสียงของตัวเองเจอ

“ดายกโทษให้ แต่พี่ห้ามทำอะไรแบบนี้อีก อ่อ แล้วต่อไปจากนี้ช่วยทำเหมือนไม่รู้จักดาด้วยและดาก็จะทำเป็นไม่รู้จักพี่เหมือนกัน เรื่องของเราพี่ลืมมันไปเถอะนะคะ”

ลืมเหรอ ถ้าผมทำแบบนั้นได้ผมคงทำนานแล้วมันปล่อยให้ตัวเองรู้สึกค้างคาอยู่แบบนี้หรอก ผมเป็นอะไรของผมไปแล้วนะ แต่เรื่องที่เธอขอมันคงยากไปเพราะเราอยู่ห้องตรงข้ามกันแบบนี้มันก็ต้องเจอหน้ากันแทบทุกวันอยู่แล้วมันจะทำให้ผมลืมเรื่องแบบนั้นไปได้ยังไงกัน

“ฉัน..ลืมมันไปไม่ได้ ฉันผิดที่ทำกับเธอแบบนั้น เธอจะให้ฉันรับผิดชอบยังไงก็บอก”

“ดาไม่ต้องการค่ะ พี่ไม่ต้องรับผิดชอบดา เธอเป็นแฟนอัญพี่ควรไปสนใจยัยอัญมากกว่า อย่ามาสนใจคนอย่างดาเลยค่ะ ทำเหมือนกับเมื่อก่อนที่เราเป็นเถอะ ถือว่าดาขอ”

ในเมื่อเธอขอมาแบบนั้นผมคงต้องยอมทำตามคำขอของเธอสินะ ก็ได้ แบบนี้ก็ได้ ต่อไปผมจะลืมเรื่องคืนนั้นให้หมด  

“ก็ได้”

“ขอบคุณค่ะ”

เธอพูดเพียงแค่นั้นแล้วก็ปิดประตูห้องของเธอไปโดยปล่อยให้ผมยืนอยู่ข้างนอกเหมือนเดิม เฮ้อ ในเมื่อเธอต้องการแบบนั้นผมก็ทำอะไรไม่ได้ ในเมื่อปัญหาหมดไปแล้วแบบนี้ผมก็ควรไปสนใจเรื่องของอัญชันต่อแล้ว ผมควรยังไงกับไอ้พี่ชายที่คิดไม่ซื่อกับแฟนของผมดีนะ 



​อัญก็ไม่ได้เคลียร์กับพี่เซน

ส่วนพี่เซนกับดาก็ โอ๊ยยยย บอกชอบกันก็จบ

555 โปรดติดตามต่อในรูปเล่มนะคะ ไรต์อัพมากสุดได้เท่านี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 150 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

367 ความคิดเห็น

  1. #344 kwan1911 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 23:16
    ดีเทวากับอัญ
    #344
    0
  2. #340 kaekae2526 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 22:54

    ........
    #340
    0
  3. #339 ✨•P•u•y•z•Zii•✨ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 22:31
    ขอบคุณค่ะ//ลุ้นดากะพี่เซนนี้แหละ
    #339
    0
  4. #338 lookkai044 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 09:48
    เจิมมมม
    #338
    0
  5. #337 Water33 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 09:13
    เจิมมมมค่ะมาต่อเถอะค่ะ
    #337
    0
  6. #336 boomslsk (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 01:03

    เจิมมม
    #336
    0
  7. #335 ✨•P•u•y•z•Zii•✨ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 00:48
    เจิมจ้าาาาาา
    #335
    0
  8. #334 firstzy93 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 00:17
    เจิมมมม
    #334
    0