BAIT # NAVA เหยื่อของนาวา

ตอนที่ 6 : BAIT NAVA #นาวาล่าลม 5 : นายชอบฉันเหรอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,196
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 167 ครั้ง
    15 พ.ย. 61


 


นาวาล่าลม

นายชอบฉันเหรอ

หลังจากที่ผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จผมก็รีบบึ่งรถมารอสายลมที่หน้าหอของเธอทันที หอพักของเธอเป็นหอพักเล็กๆ ระบบรักษาความปลอดภัยไม่ค่อยจะดีซักเท่าไหร่ มันเลยไม่ค่อยจะเหมาะกับผู้หญิงที่จะอยู่คนเดียวอย่างเธอหรอก แต่พักหลังมานี่หลังจากที่ผมคอยตามเธออยู่ห่างๆ ผมก็มาเฝ้าเธอที่หอพักของเธอแทบทุกวัน เผื่อถ้าเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมาผมจะได้ช่วยทันยังไงละ

ผมนั่งรอสายลมอยู่ในรถสักพักร่างอันทรงเสน่ห์ของเธอก็เดินออกมาจากหอพักของเธอ สายตาคมสวยของเธอตอนนี้เหมือนกำลังกวาดหาอะไรบางอย่างอยู่ แต่ผมขอเข้าข้างตัวเองหน่อยก็แล้วกันว่าเธออาจกำลังมองหาผมอยู่ก็ได้ ผมเลยเปิดประตูรถของตัวเองออกมาก่อนที่จะก้าวลงจากรถแล้วเดินตรงไปหาเธอ

แต่ก่อนที่ผมจะเดินถึงตัวเธอก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้าไปหาเธอเสียก่อน ผมได้แต่ขมวดคิ้วมองสองคนนั้นด้วยความไม่พอใจ เพราะไม่รู้ว่าไอ้ผู้ชายที่เดินเข้าไปหาเธอนั่นมันเป็นใคร ทำไมสายลมต้องมีผ้ามาพัวพันเยอะแบบนี้ด้วยวะ

ผมมองสองคนนั้นคุยกันอยู่ห่างๆ แต่ผมไม่รู้หรอกว่าพวกเขาคุยอะไรกันแต่ดูจากสถานการณ์แล้วสองคนนั้นต้องรู้จักกันแน่ และสิ่งที่ทำให้ผมต้องรู้สึกหงุดหงิดหนักกว่าเดิมนั่นก็เป็นเพราะว่าสายลมกำลังยิ้มให้ผู้ชายคนนั้น

สายลม Talk

ทำไมฉันต้องมายืนรอผู้ชายเถื่อนแบบนั้นด้วยนะทั้งๆ ที่ฉันไม่จำเป็นต้องมารอเขาแบบนี้เลย แต่จะว่าไปหมอนั่นบ้าดีเดือดกว่าที่คิดนะก็เล่นโทรหาฉันแล้วปล่อยไว้อย่างนั้นทั้งคืน ฉันนึกว่าเขาจะพูดเล่นแล้วเสียอีก แต่พอฉันตื่นขึ้นมาเมื่อเช้าก็ปรากฏว่าเขายังไม่ได้วางสายไป หนำซ้ำเขายังบอกว่าจะมารับฉันอีก ทำไมเขาต้องมาทำให้ชีวิตฉันยุ่งยากมากกว่าเดิมด้วยนะ

“เจ๊ลม”

จู่ๆ ก็มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้ฉันหันไปมองตาเสียงทันที ก็ปรากฏเห็นผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งกับการแต่งตัวที่ดูดีเหมือนกับหน้าตาของเขากำลังยิ้มร่ามาให้ฉันด้วยรอยยิ้มที่แสงจะร่าเริงอยู่ตลอดเวลา

“หมอก”

ฉันเอ่ยขึ้นมาด้วยความตกใจก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแห่งความดีใจเข้ามาแทน ผู้ชายคนนี้น้องชายแท้ๆ ฉันเองแหละ ชื่อสายหมอก แต่เราต้องแยกกันอยู่เลยไม่ค่อยได้เจอกันซักเท่าไหร่ แบบว่าสายหมอกอยู่กับพ่อที่บ้านหลังใหญ่ของพ่อแบบว่าพ่อฉันเป็นคนที่ค่อนข้างฐานะดีนะ สายหมอกเลยดูเหมือนลูกคุณหนูมากกว่าฉัน ฉันกับสายหมอกเราติดต่อกันอยู่ตลอดอย่างไม่ขาดสาย และแต่ละเดือนพ่อฉันก็ส่งเงินมาให้ฉันใช้อยู่ประจำ เพราะท่านรู้นิสัยแม่ของฉันดีว่าท่านเป็นยังไง และท่านก็อยากให้ฉันกลับไปอยู่กับท่าน แต่ฉันทำแบบนั้นไม่ได้ ฉันทิ้งแม่ฉันไปสบายคนเดียวไม่ได้ยังไงละ อย่างน้อยท่านก็เป็นแม่ฉันอยู่ ฉันทิ้งไม่ลงหรอก

“มาได้ไง”

ฉันเอ่ยถามพร้อมกับร่างสูงของน้องชายของฉันเดินเข้ามาใกล้ๆ

“หมอกคิดถึงเจ๊ เลยแวะมาหาก่อนไปมหาลัย”

สายหมอกเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ พร้อมกับทำหน้าตาน่ารักส่งมาให้ฉัน ให้ตายสิ ถ้าไม่หน้าตาดีจริงทำแบบนี้ไม่รอดหรอก สายหมอกเป็นผู้ชายหน้าตาน่ารัก นิสัยก็น่ารักสำหรับฉันชอบทำตัวมุ้งมิ้งใส่ฉันอยู่ตลอดเวลา เราอายุห่างกันอยู่แค่สองปี สายหมอกอยู่ปีสองนะ แต่อยู่คนละมหาลัยกับฉัน เลยไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นน้องชายของฉันเลยสักคน

“อืม แล้วพ่อเป็นไงบ้าง”

ฉันเอ่ยถามถึงบุพการีซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดฉันอีกคน

“ก็สบายดี บ่นถึงเจ๊ด้วย ไว้วันหลังไปนอนที่บ้านบ้างนะ”

ถึงพ่อกับแม่ฉันจะแยกทางกันก็เถอะ แต่พ่อของฉันก็คอยดูแลฉันอยู่ห่างๆ เพราะฉันยังเป็นลูกของท่านอีกคนหนึ่ง บ่อยครั้งฉันจะแวะไปเยี่ยมท่านจะค้างกับท่านที่นั่นเป็นบางครั้งเพราะบ้านหลังนั้นมีแต่ผู้ชายอยู่กันเลยทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูไม่ค่อยครึกครื้นซักเท่าไหร่

“อืม ไว้ว่างๆ เจ๊จะแวะไป”

“แล้วเจ๊จะไปมหาลัยแล้วเหรอ ให้หมอกไปส่งไหม”

สายหมอกอาสา แต่ฉันก็ส่ายหน้าปฏิเสธเขาไปเพราะว่ามหาลัยของเราอยู่คนละทางกัน ฉันไม่อยากให้เขาเสียเวลาไปขับรถกลับไปกลับมาแบบนั้น เดี๋ยวเขาได้ไปเรียนสายกันพอดี

“เจ๊ไปเองได้ หมอกไปเรียนเถอะ เดี๋ยวสายนะ”

“หึย ทำไมเจ๊ชอบปฏิเสธหมอกอยู่เรื่อยเลย ไอ้ความเกรงใจนะลดๆ ลงบ้าง เราเป็นพี่น้องกันนะ ถ้าพี่น้องไม่ช่วยกันหมอกจะไปช่วยใคร จริงไหม”

ฉันได้แต่ส่ายหัวให้กับความน่ารักของน้องชายตัวเองด้วยความเอือมระอา เพราะผู้ชายที่อยู่ต่อหน้าฉันตอนนี้ชอบงอแงใส่ฉันอยู่เรื่อยเลยตั้งแต่เด็กจนโต สงสัยเป็นนิสัยที่แก้ไม่หายมั้ง แต่เขาจะงอแงก็งอแงแบบมีเหตุผลอยู่นะ

“เอาน่า เจ๊มีน้องชายคนเดียวเจ๊เป็นห่วง ไม่อยากให้น้องต้องไปเรียนสาย เข้าใจนะ”

ฉันบอกแล้วเอื้อมมือไปลูบแก้มสายหมอกด้วยท่าทางปนเอ็นดู พร้อมกับระบายยิ้มหวานส่งไปให้เขาไปด้วย

“ก็ได้เจ๊ งั้นหมอกไปนะ แต่ขอกอดหน่อย เขาคิดถึง”

เรื่องนี้ขอให้บอกเลย เชื่อเขาเลยจริงๆ ฉันเลยเดินเข้าไปสวมกอดน้องชายของตัวเองไว้แน่นส่วนสายหมอกก็กอดตอบฉันไว้เช่นกัน เรากอดกันสักพัก สายหมอกก็ผละออกก่อนที่จะขอตัวไปเรียน ฉันยืนมองจนรถของน้องชายฉันหายออกไปจากสายตา ก่อนที่จะระบายยิ้มออกมาเบาๆ เพราะอย่างน้อยคนที่ทำให้ฉันยิ้มได้ก็มีแค่สายหมอกคนเดียวนี่แหละ

กึก

เหมือนมีเสียงอะไรบางอย่าง ฉันเลยหันไปมองตาเสียงก็เจอร่างสูงของผู้ชายอีกคนที่เดินเข้ามาหาฉันพร้อมกับปากของเขากำลังคาบบุหรี่อยู่ด้วยท่าทางเถื่อนๆ และนัยน์ตาคมดุของเขาก็มองมาที่ฉันนิ่งๆ

“ผู้ชายคนนั้นใคร”

ฉันขมวดคิ้วออกมาด้วยความมึนงงไม่ค่อยจะเข้าใจกับคำพูดของเขาซักเท่าไหร่

“ใคร”

“ไอ้ผู้ชายคนนั้น”

อ่อ สายหมอกนะเหรอ แสดงว่าเมื่อกี้เขาเห็นฉันกับสายหมอกสินะ ถ้างั้นเขาก็มานานแล้วสิ เพราะฉันยืนคุยกับสายหมอกก็นานพอสมควร แล้วทำไมเขาไม่เข้ามาทักฉันละ ฉันไม่ชอบให้ใครมารอฉันนานแบบนี้หรอก ถึงฉันไม่ค่อยอยากจะให้เขามารับก็เถอะ แต่ความเกรงใจของมันมีกับทุกคน ไม่มีข้อยกเว้นหรอก

“แล้วทำไมนายต้องรู้”

เรื่องของสายหมอกคนอย่างเขาไม่ต้องรู้น่าจะดีกว่า เพราะเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตฉันซะหน่อย ไม่เห็นจำเป็นต้องบอกเขาเลย

“ไม่บอกก็ไม่เป็นไร ฉันสืบเองก็ได้”

หมอนี่ ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยนะ ทำไมเขาต้องอยากรู้เรื่องทุกอย่างที่เป็นของฉันด้วย

“อย่าไปยุ่งกับเขา”

“ทำไม หวง”

ใช่ ฉันหวงสายหมอกมาก เด็กคนนั้นเป็นคนสำคัญของฉัน ฉันไม่อยากให้ใครไปยุ่งกับเขา

“ยิ่งหวงฉันยิ่งอยากยุ่ง”

เขาบอกเสียงเรียบแต่นัยน์ตาของเขากลับเต็มไปด้วยความท้าทาย

“อย่ายุ่งกับน้องชายฉัน”

ฉันบอกเสียงเข้มพร้อมกับจ้องไปที่หน้าของเขาอย่างไม่เกรงตัว ถ้าเขาแตะต้องกับของรักของห่วงฉันดูสิ ถึงจะเป็นเขาก็เถอะ ฉันไม่เอาเขาไว้แน่

“น้อง”

นาวาเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความแปลกใจ สีหน้าเมื่อกี้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง แบบว่าเมื่อกี้เขาดูเหมือนคนที่กำลังรู้สึกหงุดหงิดแต่ตอนนี้มันเหมือนคนที่กำลังโล่งใจอะไรออกมาแทน ถึงใบหน้าของเขาจะเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดๆ แต่สายตาของเขามันฟ้องทุกอย่างได้ชัดเลยละ

“ทำไมไม่บอกว่าเป็นน้องตั้งแต่แรก”

“แล้วทำไมต้องบอก ไม่เห็นสำคัญ”

ใช่ ทำไมฉันต้องบอกเรื่องส่วนตัวให้กับคนแปลกหน้าอย่างเขาให้รู้ด้วยละ

“พี่น้องแน่เหรอ ทำไมต้องกอดกันกลม”

อ้าว พี่น้องบ้านไหนเขากอดกันไม่ได้วะ หมอนี่ก็แปลก

“ถ้าฉันไม่กอดกับน้องตัวเอง จะให้ไปกอดกับหมาตัวไหน พูดอะไรไม่คิด”

ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเหวี่ยงใส่เขานะ แต่เพราะเขานั่นแหละทำให้อารมณ์ฉันขึ้น หน้าตาเรียบนิ่งนั่นอีกฉันละเกลียดจริงๆ พวกทำตัวไม่รู้สึกรู้สาอะไรอย่างเขา

“ใครมันจะไปรู้ ก็ไม่เคยมีน้อง”

ฉันได้ยินเหมือนเขากำลังบ่นอะไรสักอย่าง แต่มันไม่ค่อยชัดไง

“จะไปไหมเรียน ถ้าไม่ฉันจะไปเอง”

ฉันบอกแล้วยกมือขึ้นมาเท้าเอวของตัวเองไว้แล้วมองหน้าเขาไปด้วยสายตาหาเรื่อง อาการที่เคยกลัวเขาก่อนหน้านั้นหายไปหมดแล้ว เพราะฉันไม่มีเหตุจำเป็นต้องกลัวอะไรเขาเลยแล้วตอนนี้ ผู้ชายคนนี้โหดแต่หน้า แต่นิสัยจริงๆ ของเขาบอกเลยว่าโคตรปัญญาอ่อน

“ไปดิ”

เขาบอกก่อนที่จะเดินนำไปที่รถของเขาจอดอยู่ ฉันเลยเดินตามเขาไปด้วยท่าทางที่ยังคงหงุดหงิดอยู่ แต่หลังจากที่ฉันนั่งรถมากับเขาได้สักพักแล้วก็ไม่มีใครเอ่ยอะไรขึ้นมาเลย ในรถคันหรูนี้เลยตกอยู่ในความเงียบ ส่วนฉันก็มองไปที่วิวข้างทางด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง แต่ในหัวของฉันกำลังคิดทบทวนกับตัวเองอยู่ว่าทำไมฉันถึงตกอยู่ในสถานการณ์นี้ได้นะ

“วันนี้เลิกเรียนกี่โมง”

จู่ๆ คนที่นั่งเงียบอยู่ตลอดก็เอ่ยขึ้น ฉันเลยใช้หางตามองไปที่เขา

“ไม่ต้องรู้หรอก”

ฉันตอบกลับไปแล้วก็หันไปมองวิวข้างทางต่อ

“ตอบดีๆ สักครั้งหน่อยไม่ได้เหรอ”

“ทำไมต้องตอบดีๆ นายไม่ใช่คนที่ฉันต้องทำดีด้วยซะหน่อย”

ฉันเอ่ยเสียงเรียบแล้วก็ยกมือขึ้นมาเท้าคางมองไปที่นอกกระจกอยู่อย่างนั้น โดยไม่สนใจเลยว่าผู้ชายที่กำลังนั่งขับรถอยู่ข้างๆ ฉันจะทำสีหน้าแบบไหน แต่ถ้าให้เดา หมอนั่นก็ทำหน้านิ่งเหมือนเดิมนั่นแหละ ผู้ชายอะไรหน้าตายเป็นบ้า

“ฉันมันไม่ดีตรงไหน”

“ไม่รู้สิ นายกับฉันมันอยู่คนละเส้นทางกัน ฉันว่าเราอย่ามารู้จักกันเลยน่าจะดีกว่า”

ฉันตอบไป

“ถ้าทำได้ง่ายแบบนั้น ฉันคงทำไปนานแล้ว”

นี่เขากำลังหมายความว่ายังไงกันแน่ ก็อีแค่ทำเป็นไม่รู้จักกันเฉยๆ แค่นั้นก็จบแล้ว แถมเราก็ไม่ได้รู้จักอะไรกันมากเลยด้วยซ้ำ เรื่องแค่นี้ง่ายจะตายไป

“นายหมายความว่าไง”

“ให้ฉันไปตายซะยังดีกว่า ห้ามฉันไม่ให้ยุ่งกับเธอ”

ฉันว่าหมอนี่ต้องบ้าไปแล้วจริงๆ ที่พูดอะไรแบบนั้นออกมา เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ทำไมต้องพูดเหมือนกับว่าเราเป็นอะไรกันด้วยนะ

“ทำไมนายถึงอยากยุ่งกับฉันนักละ”

ฉันเอ่ยถามไปด้วยความสงสัย

กึก

แล้วจู่ๆ รถของเขาก็หยุดลงพร้อมกับนัยน์ตาคมดุหันมามองฉัน ฉันเลยหันไปมองข้างนอกก็ปรากฏว่าเราเดินทางมาถึงมหาลัยกันแล้วและตอนนี้รถของเขาก็มาจอดที่หน้าตึกคณะของฉัน ทั้งๆ ที่ฉันก็ยังไม่บอกเขาเลยว่าฉันเรียนอยู่คณะไหน ทำไมหมอนี่ถึงได้รู้เรื่องของฉันไปหมดซะทุกอย่างแบบนี้นะ

“คิดว่าฉันไปกินกาแฟที่ร้านเธอเพราะว่าฉันอยากกินเหรอ คิดว่าฉันเอาร่มให้เธอตอนนั้นคิดว่าฉันบังเอิญเหรอ ไม่หรอก ทั้งหมดที่ฉันทำไปก็เพราะเธอ ถ้าไม่มีเธอที่ร้านกาแฟ ฉันก็ไม่ไปหรอกและฉันก็ไปเฝ้าที่เธอหอพักเธอทุกวันไม่รู้ตัวบ้างเหรอ”

ดะ เดี๋ยวนะ ที่เขาทำทั้งหมดไปก็เป็นเพราะฉันเหรอ ฉันนึกว่าที่เขาไปกินกาแฟทุกวันศุกร์ก็เพราะว่าเขาว่างวันนั้นพอดี ที่เขาไปเจอกันตอนฝนตกเมื่อวันนั้นฉันก็นึกว่าเขาบังเอิญมาเจอ แต่นี่มันคือความตั้งใจของเขาล้วนๆ ผู้ชายคนนี้ทำแบบนั้นไปทำไมกันนะ

“นายทำแบบนั้นทำไม” 

ฉันเอ่ยถามเสียงเบาแผ่ว

“ไม่รู้วะ ชอบมั้ง”

นาวาเอ่ยตอบเสียงเรียบแล้วกันหน้าไปทางอื่น แต่รู้สึกเหมือนหูของเขาจะแดงขึ้นมาหน่อยๆ นะ เอ๊ะ นี่เขากำลังเขินอยู่เหรอ ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายอย่างเขาจะมีพฤติกรรมแบบนี้

“นี่นายกำลังบอกว่าชอบฉันเหรอ”

ฉันทวนคำตอบเขาอีกครั้ง

“เออ ยังจะถามอีก”

เดี๋ยวนะ ผู้ชายอย่างเขานี่นะเหรอจะมาชอบฉัน เป็นไปไม่ได้หรอก

“ทำไมนายต้องมาชอบฉัน ผู้หญิงที่สวยกว่าฉันมีตั้งเยอะแยะ”

และคนอย่างเขาก็คงหาได้ง่ายๆ แน่ เพราะเขาออกจะหน้าตาดีซะขนาดนั้น ฉันว่าผู้หญิงพวกนั้นคงไม่ปฏิเสธเขาหรอก

“ทำไมต้องไล่ให้ไปชอบคนอื่นด้วย”

นาวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดแต่เขาก็ไม่ยอมหันหน้ามามองฉันอยู่ดี

“ก็คนอย่างนายไม่น่าจะมาชอบฉัน นายออกจะหน้าตาดีขนาดนี้ น่าจะไปชอบคนที่สวยๆ นะ”

ฉันแนะนะ แต่เขากลับหันหน้ามาชักสีหน้าใส่ฉันเฉยเลย นี่ฉันพูดอะไรผิดไปอย่างนั้นเหรอ

“ฟังให้ดีๆ นะลม ความชอบของฉันมันบังคับกันไม่ได้ละตอนนี้ฉันก็ชอบเธอ เธอก็รับๆ ไปจบไหม”

ฉันว่ามันไม่ง่ายอย่างที่เขาพูดหรอก ก็ฉันไม่ได้ชอบเขานี่นา มาทำตัวแบบนี้กับฉัน ฉันก็อึดอัดสิ

“แต่ฉันไม่ได้ชอบนาย”

“เดี๋ยวเธอก็ชอบ”

เขาหันมามองหน้าฉันด้วยสายตาจริงจัง ดูเหมือนจะจริงมากจนน่ากลัวเลยละ

“ต่อไปนี้ฉันจะจีบเธอ”

วะ ว่าไงนะ เขาจะจีบฉันเหรอ นี่ฉันกำลังจะถูกผู้ชายหน้าโหดคนนี้จีบเหรอ แบบนี้มันเรียกว่าเป็นหายนะไหมนะ

“และเธอก็ต้องให้ฉันจีบ”

เขาเอาแต่ใจเกินไปแล้ว

“นายจีบไม่ติดหรอก”

“ก็ไม่แน่ คอยดูละกันว่าฉันจีบเธอไม่เหมือนใครแน่”

แบบนี้เขาเรียกว่าขู่กันมากกว่านะ อะไรกันไม่มีเค้าโครงที่ผู้ชายจีบผู้หญิงเลย ปกติเวลาที่พวกผู้ชายจีบผู้หญิงเขาจะพูดจาหวานๆ พาไปดูหนังทานข้าวและดูแลเอาใจใส่อย่างดี แต่หมอนี่ตรงข้ามกับสิ่งพวกนั้นโดยสิ้นเชิง ชอบพูดจาขู่ฉัน แถมยังพูดไม่เพราะอีก เอะอะก็จะบุกห้อง แถมยังเอาแต่ใจแบบไม่มีเหตุผล แบบนี้เขาเรียกว่าการจีบกันอยู่อีกเหรอ

“เตรียมรับมือฉันดีๆ ละสายลม”

เหมือนดังคำพูดของยมทูตที่กำลังจะกระชากวิญญาณเลย นี่ฉันคงเปรียบเทียบถูกแล้วใช่ไหม เพราะตอนนี้เขาเหมือนแบบนั้นจริงๆ

“นายอย่าคิดทำอะไรบ้าๆ นะ”

“ฉันบ้าได้มากกว่าที่เธอคิดอีก”

ฉันจะทำยังไงกับผู้ชายคนนี้ดี ทำยังไงฉันถึงจะหนีจากเขาได้พ้น ทำไมเขาต้องคอยมาวุ่นวายกับชีวิตฉันด้วย ขอฉันอยู่แบบสงบๆ เหมือนเดิมไม่ได้หรือไง





ไรต์รีไรต์ให้อ่านอีกครั้งนะคะ เนื่องจากไม่สามารถตีพิมพ์ได้อีกรอบเลย 

เปิดให้อ่านอีกครั้งสำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านนะคะ

ปล.นาวานางจะจีบลมยังไง

โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ


 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 167 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

833 ความคิดเห็น

  1. #674 ZYLVES (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 15:49
    เค้าจะจีบกันแล้วจ้าา
    #674
    0
  2. #533 PPSAY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 22:37

    อ่านไม่ได้แล้ว ปิดการอ่านทำไมอ่ะะะ

    #533
    0
  3. #411 NUT (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 00:50
    เอาแล้ว5555 ชอบผช.แบบนี้อะ ตรงๆดี
    #411
    0
  4. #393 NivMin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 22:42
    อยากมีโมเม้นแบบนี้บ้างอะ
    คงฟินน่าดู
    #393
    0
  5. #10 SopapornPogpoon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 20:59
    ผช.ชัดเจนแบบนาวาน่าสนใจ อิอิ
    #10
    0
  6. #8 Chakriya_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 20:04
    รุกแรงงงงงไปอีกกก
    #8
    0