BAIT # NAVA เหยื่อของนาวา

ตอนที่ 5 : BAIT NAVA #นาวาล่าลม 4 : แค่อยากได้ยินเสียง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,034
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 219 ครั้ง
    17 พ.ย. 61

นาวาล่าลม

4

แค่อยากได้ยินเสียง


“นายมีเบอร์ฉันได้ยังไง”

ฉันว่าหมอนี่ต้องเป็นโรคจิตแน่ๆ เลย ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ทำเรื่องแบบนี้หรอก

(มีเรื่องอะไรบ้างที่ฉันไม่รู้เกี่ยวกับเธอ ขนาดไซต์เสื้อในฉันยังรู้เลย) 

มะ หมอนี่กำลังพูดบ้าอะไรของเขา

“นาย โรคจิต”

ฉันตอบกลับไปพร้อมกับมองหน้าอกของตัวเองไปด้วยใบหน้าแดงซ่านเมื่อเผลอคิดไปต่างๆ นานาว่าหมอนั่นต้องเคยจ้องหน้าอกของฉันมาแล้วแน่ๆ ไม่งั้นเขาคงไม่พูดเรื่องบ้าๆ นั่นออกมาแน่ ฮือ ให้ตายสิหน้าอกฉันต้องแปดเปื้อนเพราะไอ้เถื่อนนี่คนเดียวเลย

(อืม ยอมรับว่าโรคจิตจริง)

ให้ตายสิ คนแบบนี้ก็มีกับเขาด้วย เชื่อหมอนี่เลยจริงๆ ทำไมเขายังทำมึนใส่ฉันอยู่ได้ทั้งๆ ที่ฉันพึ่งด่าเขาไปเองนะ ฉันเลยรีบกดวางสายเขาไปทันทีเพราะถ้าขืนพูดกับเขามากไปกว่านี้ฉันคงประสาทกินแน่ๆ

ครืด ครืด ครืด

ปรากฏว่าหมอนั่นกลับโทรมาอีกครั้งนี่สิ แต่เรื่องอะไรฉันจะรับให้โง่ละ มีปัญญาโทรทั้งคือก็โทรไป ฉันจะไม่เอาตัวเองไปเกลือกกลั้วกับคนอย่างเขาแน่ๆ

ติ๊ง

แต่ทันทีที่เสียงโทรศัพท์ของฉันหยุดสั่น สัญญาณแจ้งเตือนไลน์ของฉันก็ดังขึ้นมาทันที ฉันเลยกดเปิดดูเพื่อที่จะอ่านว่ามีใครส่งข้อความมาหาฉันในเวลานี้กันแน่ แต่ทันทีที่ฉันเห็นว่าเป็นใครส่งมาตาของฉันก็เบิกกว้างขึ้นมาด้วยความตกใจทันที

NAVA : รับโทรศัพท์เดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันบุกห้องเธอจริงๆ นี่ไม่ได้ขู่ แต่ฉันเอาจริง

หมอนี่ต้องการอะไรกับฉันกันแน่ ถึงได้มาตามตอแยฉันแบบนี้กัน

ครืด ครืด ครืด

แล้วโทรศัพท์ของฉันก็สั่นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ฉันจะเมินเฉยเหมือนครั้งที่แล้วไม่ได้เพราะข้อความที่เขาส่งมาขู่ฉันเมื่อกี้มันทำให้ฉันไม่อยากที่จะเสี่ยง เพราะหมอนั่นไม่ทำแค่ขู่แน่ เพราะขนาดที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของฉันเขายังรู้เลย เรื่องบุกห้องฉัน ฉันว่าคงเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาไปเลยละ

“นายต้องการอะไรกับฉัน”

ฉันตัดสินใจกดรับโทรศัพท์พร้อมกับเอ่ยถามเขาไปทันที

(หึ นึกว่าจะแน่)

“ทำไมต้องมาตอแยฉันด้วย ไม่คิดบ้างหรือไงว่าดึกดื่นป่านนี้คนอื่นเขาจะนอนกันแล้ว กวนไม่รู้จักเวลาล่ำเวลา”

ฉันบ่นกลบเกลื่อนความกลัว แต่อย่างน้อยถ้าฉันบอกเขาว่าจะนอนแล้วคนอย่างเขาไม่น่าจะกวนฉันต่อนะ เพราะเขาอาจจะมีสำนึกอยู่บ้างก็ได้

(เธอคนหนึ่งไงที่ยังไม่นอน ไฟห้องเธอยังเปิดอยู่ อย่ามาโกหกซะให้ยาก)

หะ มะ เมื่อกี้หมอนั่นพูดว่าอะไรนะ เขาว่าไฟห้องฉันเปิดอยู่อย่างนั้นเหรอ หมอนี่รู้ได้ยังไงว่าไฟฉันเปิดอยู่ อย่าบอกนะว่าเขาอยู่ที่นี่ ทันทีที่ฉันคิดได้ฉันก็วิ่งไปที่ระเบียงห้องทันทีก่อนที่จะโผล่ออกไปมองข้างนอก แต่ต่อมาก็ปรากฏเห็นร่างของผู้ชายคนหนึ่งยืนพิงรถจุดบุหรี่สูบด้วยท่าทางสบายใจ พร้อมกับมืออีกข้างของเขายกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูเขาไว้อยู่ หมอนี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

“นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

ฉันเอ่ยถามแล้วคนตัวสูงที่ร่างกายเต็มไปด้วยรอยสักที่ยืนอยู่ข้างล่างก็เงยหน้าขึ้นมามองทันที และตอนนั้นเองฉันเผลอไปสบตาของเขาเข้าอีกครั้ง และทันทีที่เข้าเห็นว่าฉันอยู่มองเขาอยู่ที่ระเบียงห้องมุมปากของเขาก็ยกขึ้นมาทันที มันเหมือนกับรอยยิ้มทั่วไปนะ แต่ทำไมมันอยู่บนใบหน้าของเขาแบบนี้แล้วถึงได้ดูน่ากลัวแปลกๆ กันนะ

(ชุดนอนเธอเซ็กซี่ดี)

เดี๋ยวนะ นี่เขาไม่ได้ฟังในสิ่งที่ฉันถามไปเลยอย่างนั้นเหรอ แต่มองชุดนอนฉันเฉยเลย ฉันเลยรีบเดินเข้าห้องมาด้วยอาการหงุดหงิดเพราะเมื่อกี้ไม่น่าไปยืนอยู่ตรงนั้นเลยไอ้บ้าโรคจิตนั่นเลยได้เห็นฉันในสภาพชุดนอนแบบนั้น

(ทำไมเดินเข้าไปเร็ว ยังมองไม่ชัดเลย)

“ไอ้โรคจิต”

หมอนี่ต้องเป็นโรคจิตแน่ๆ เลย นี่ฉันกำลังคุยกับโรคจิตจริงๆ เหรอเนี้ย จะวางก็ไม่กล้าเพราะหมอนั่นดันอยู่ที่นี่อีกด้วย ถ้าเกิดเขาคลุ้มคลั่งบุกขึ้นมาฉันจะไม่โดนฆ่าที่ห้องนี่เหรอ

(นี่เธอคิดบ้าอะไรอยู่ ฉันหมายถึงหน้าเธอต่างหาก ยังมองไม่ชัดเลย)

ทำไมหมอนี่ต้องทำให้ฉันแปลกใจอยู่เรื่อย ตกลงเขาเป็นคนยังไงกันแน่นะ เดี๋ยวก็น่ากลัวเดี๋ยวก็ทำตัวมุ้งมิ้งเกินเหตุ ฉันเริ่มปรับตัวไม่ถูกแล้วนะ

“นายมีธุระอะไรถึงได้โทรมา”

ฉันเลยเปลี่ยนเรื่องคุยพร้อมกับเดินไปนั่งลงที่ปลายเตียงของตัวเอง

(ก็แค่...อยากได้ยินเสียง)

เดี๋ยวนะ ทำไมหมอนี่ถึงพูดเหมือนคนกำลังจะจีบฉันเลย ฉันไม่ได้เข้าข้างตัวเองไปนะ แต่ลักษณะของเขามันเหมือนจริงๆ และอีกอย่างคนทั่วไปเขาไม่ทำเรื่องบ้าๆ แบบนี้หรอก

“นี่นายจะจีบฉันเหรอ”

ฉันเลยตัดสินใจถามเขาออกไปแบบนั้น เพราะอยากรู้ว่าที่เขาเข้ามาวุ่นวายกับฉันวันนี้มันเป็นเพราะสาเหตุอะไรกันแน่

(ก็..อาจจะ)

“ยังไง”

(ไม่รู้ดิ)

เขาจะไม่รู้ได้ยังไงนั่นมันความรู้สึกของเขานะ

“ช่างเหอะ ฉันวางนะ จะนอนแล้ว”

ฉันไม่รู้ว่าจะคุยอะไรกับเขาดี เพราะเราไม่คบรู้จักอะไรกันด้วยซ้ำ ให้มาคุยโทรศัพท์กันแบบนี้มันก็จะแปลกๆ หน่อย และอีกอย่างหมอนั่นก็พูดอะไรไม่ค่อยจะรู้เรื่องด้วยดิ

(จะนอนก็นอนไป แต่ห้ามวาง)

นี่มันจะเผด็จการเกินไปแล้วนะ เขามีสิทธิอะไรมาสั่งฉันแบบนี้กัน และไอ้ฉันก็ไม่กล้าที่จะขัดด้วยสิ ก็หมอนั่นยืนอยู่ข้างล่างแบบนั้น ใครมันจะกล้าขัด ยิ่งเถื่อนด้วยดิ

“คุยกันอยู่อย่างนี้ฉันจะนอนหลับได้ไง”

ยิ่งคุยกับคนน่ากลัวอย่างเข้าด้วยฉันจะข่มตาหลับลงได้ยังไง

(เดี๋ยวกล่อมเอง)

อืม กล่อมให้ฝันร้ายละสิไม่ว่า ฉันคิดภาพไม่ออกเลยจริงๆ ว่าคนหน้าโหดอย่างเขาจะกล่อมใครนอนหลับได้ อย่าว่าจะหลับเลยคงได้ผวากันทั้งคืนแน่

“ขอเหอะ ไม่ต้อง นายก็กลับไปได้แล้ว มันดึก”

ฉันเอ่ยแล้วก็ค่อยๆ คลานขึ้นเตียงของตัวเองก่อนที่จะเอนกายลงนอนบนเตียงพร้อมกับปิดไฟให้ดับลงเหลือไว้แต่ไฟหัวเตียงที่ส่องแสงสลัวๆ อยู่หน่อยๆ พอให้มองเห็นบ้าง

(ห่วงฉันเหรอ)

เขาเอาอะไรคิดวะ ที่พูดไปแบบนั้นก็เพราะรู้ว่าเขายังยืนอยู่ตรงนั้น ฉันคงไม่ได้นอนกันพอดี แค่คุยกันแค่เนี้ยยังไม่รู้เลยว่าจะข่มตาหลับลงหรือเปล่า แล้วยังมารู้ว่าเขายืนเฝ้าอีก คงไม่มีทางหลับแน่ๆ คืนนี้

“แล้วแต่จะคิด”

(อืม กลับก็ได้ แต่อย่าวางนะ)

“เออ รู้แล้ว”

ฉันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงติดรำคาญแล้วต่อมาฉันก็ได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังเปิดปิดรถก่อนที่จะได้ยินเสียงเครื่องยนต์ที่ดังขึ้นมาเบาๆ มันบอกได้เลยว่าสิ่งที่เขาพูดออกมานั้นคือเขาทำมันจริงๆ ทุกอย่าง จะว่าไปเขาเป็นคนที่พูดอะไรก็ทำแบบนั้นเลยนะ แบบว่าเป็นคนตรงๆ ตรงจนน่ากลัวเลยละ

ฉันไม่เอ่ยอะไรขึ้นมาเพราะตอนนี้กำลังฟังเสียงเครื่องยนต์ที่ดังอยู่เบาๆ กับเสียงกรุกกักๆ ที่บ่งบอกว่าคนปลายสายยังคงอยู่ แต่เขาไม่เอ่ยอะไรออกมาให้ได้ยิน สงสัยคงขับรถอยู่มั้ง แล้วทำไมฉันต้องคิดเรื่องหมอนี่กันนะ นี่ฉันคงบ้าไปแล้วแน่ๆ เลย

(เฮ้ หลับยัง)

ฉันสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆ หมอนั่นก็เอ่ยขึ้นมาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง เฮ้อ ตกใจหมดเลย ทำไมฉันกลายเป็นคนขวัญอ่อนแบบนี้ไปได้นะ

“ฉันจะหลับได้ไง ในเมื่อนายยังพูดอยู่แบบนี้”

(อ้าวเหรอ โทษที)

เหอะ ผู้ชายอย่างเขาเอ่ยคำขอโทษได้ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ หมอนี่เป็นคนโหดที่มุ้งมิ้งอย่างนั้นเหรอ ดูไม่เหมาะกับใบหน้าของเขาเลยจริงๆ

“อืม”

ฉันครางรับเบาๆ แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีใครเอ่ยอะไรขึ้นมาอีกเลย ฉันจึงเริ่มที่จะหาวออกมาด้วยความอ่อนเพลียก่อนที่หนังตาของฉันค่อยๆ หนักขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองไม่ควรที่จะหลับทั้งๆ ที่ยังคุยกับคนน่ากลัวอย่างเขาอยู่ แต่ความง่วงไม่เคยปรานีใคร และมันก็ไม่ปรานีฉันเหมือนกัน แล้วต่อมาฉันก็เข้าไปสู่ห้องนิทรา

นาวา Talk

ถ้ามีใครถามผมว่าตอนนี้ผมกำลังทำบ้าอะไรอยู่ ผมบอกได้เลยว่าไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองทำอะไรอยู่กันแน่ รู้แต่ว่ารู้สึกอยากทำขึ้นมาก็ทำมันเลย พอมารู้ตัวอีกทีมือผมมันก็กดโทรออกไปเบอร์ที่ผมเอาแต่นั่งจ้องมาเป็นเวลามากกว่าสองเดือนนั่นแล้ว

การพบเจอกับสายลมในวันนี้มันทำให้ผมรู้สึกอยากรุกเธอขึ้นมาอย่างจริงจังแล้ว ไม่อยากแค่คอยตามอยู่ห่างๆ เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว ผมอยากให้เป็นของผม ของผมคนเดียวเท่านั้น ผมคงไม่เอาแต่ใจมากไปใช่ไหม

ตอนนี้ผมกำลังขับรถกลับคอนโดของผมอยู่หูของผมก็เสียงลมหายใจแผ่วๆ ที่ดังสม่ำเสมอนั่นไปด้วย ตอนนี้สายลมหลับไปแล้วนะ ผมรู้ได้ยังไงนะเหรอ ก็เพราะเสียงหายใจของเธอตอนนี้มันบอกผมได้ยังไงละ ผมไม่คิดมาก่อนเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะมีอิทธิพลกับผมได้มากถึงขนาดนี้ ไม่รู้สิ อยากได้ยินเสียงก็โทรไป แต่พออยากเจอหน้าผมก็ขับรถไปหาเธอถึงห้อง อย่างน้อยวันนี้ผมก็ได้เห็นได้คุยกับเธอก่อนนอนละวะ แค่นี้ก็ถือว่าคุ้มมากสำหรับผม

“นายน้อยครับ”

ระหว่างที่ผมกำลังเดินเข้าไปในคอนโดของผมก็มีผู้ชายคนหนึ่งที่แต่งกายด้วยชุดดำทั้งตัวเดินเข้ามาเอ่ยกับผมด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสุภาพ อ่อ หมอนี่เป็นลูกน้องผมเองแหละ และคอนโดที่ผมอยู่ตอนนี้ก็เป็นของพ่อผมด้วยเลยมีบรรดาชายชุดดำเพ่นพ่านอยู่เต็มไปหมด

“....”

“เรื่องที่นายน้อยสั่งให้ผมไปสืบเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ”

ลูกน้องผมเอ่ยก่อนที่จะยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลส่งมาให้ผม ผมรับมันมาก่อนที่จะเดินเข้าไปในลิฟต์ส่วนตัวของตัวเองพร้อมกับมืออีกข้างของผมยกโทรศัพท์ขึ้นไว้แนบหูอยู่ตลอด แต่สายตาของผมก็ยังคงเพ่งมองไปที่ซองสีน้ำตาลที่อยู่ในมือของผมด้วยสายตาเรียบนิ่ง

ติ๊ง

ลิฟต์เดินทางมาถึงชั้นที่ผมอยู่ในเวลาอันรวดเร็วผมเลยเดินมุ่งหน้าไปที่ห้องของตัวเองทันทีก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปในห้องแล้วก็นั่งลงบนโซฟาแล้วเปิดดูของที่อยู่ในซองนั่นออกมาดู

สิ่งที่อยู่ในมือของผมคือข้อมูลทุกอย่างของผู้ชายคนหนึ่งที่ผมให้ลูกน้องผมไปสืบมา ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก มันคือไอ้เหี้ยที่อยู่กับสายลมเมื่อตอนเที่ยงยังไงละ ผมอยากรู้ว่ามันเป็นใครเลยให้ลูกน้องไปตามสืบมา

ชื่อมันคือนับสิบ แค่ชื่อก็น่าหมั่นไส้แล้ว มันเป็นเดือนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์คณะเดียวกันกับสายลม อยู่ชั้นปีเดียวกันกับสายลมและอีกอย่างดูเหมือนว่ามันจะชอบไปวอกแวกกับสายลมอยู่ด้วย และมีข้อมูลอันหนึ่งที่ทำให้ผมขมวดคิ้วออกมาเป็นปม นั่นก็คือ ไอ้เหี้ยนี่กำลังจีบสายลมอยู่ และดูเหมือนว่ามันจะสนิทกับสายลมอยู่ไม่น้อย แบบนี้ไม่ได้การละ ผมต้องรีบรุกให้หนักมากกว่านี้แล้ว

ถึงจะเห็นผมจะเป็นคนโหดแบบนี้แต่ผมก็ไม่ใช้วิธีสกปรกแบบส่งคนไปเล่นงานคู่แข่งหรอก คนอย่างผมมันต้องปะทะกันตรงๆ แบบว่าใครดีใครได้ แบบนั้นค่อยคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้มา ไม่ใช่หรือไง

พรึบ

ผมโยนซองนั้นทิ้งไปในถังขยะก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องนอนก่อนที่จะรีบอาบน้ำแล้วเดินกลับมายกโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาแนบหูตัวเองอีกครั้ง ไม่รู้สิ แค่ได้ยินแค่เสียงลมหายใจของเธอผมก็รู้สึกดีแล้ว เหี้ย ผมว่าผมเริ่มทำตัวเหมือนคนโรคจิตเข้าไปทุกทีแล้วนะ หรือว่าผมจะเป็นโรคจิตไปแล้วจริงๆ วะ

(อืม พ่อแม่อย่าทะเลาะกัน)

จู่ๆ ผมก็ได้ยินเสียงละเมอหวานๆ ดังออกมาตามสาย แต่น้ำเสียงของเธอตอนนี้มันกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดผมเลยขมวดคิ้วออกมาด้วยความงุนงง เพราะไม่รู้ว่าสายลมกำลังละเมอเรื่องอะไรอยู่กันแน่แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่เรื่องดีเลย

(ฮึก แม่ แม่ไม่รักลมเหรอ)

เหี้ย ยัยนั่นร้องไห้อยู่เหรอวะ เฮ้ยตกลงเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่ ผมไม่ค่อยรู้เรื่องครอบครัวของเธอซักเท่าไหร่เพราะจะชอบใครทั้งทีทำไมต้องสนเรื่องครอบครัวด้วย ไม่ว่าเธอจะมาจากครอบครัวแบบไหนผมก็ไม่สนอยู่ดี ของแค่เธอเป็นเธอแค่นั้นผมก็พอใจแล้ว

แล้วต่อมาทางปลายสายก็เงียบไปอีกครั้ง ผมเลยได้แต่นอนคิดทบทวนกับตัวเองว่าพรุ่งนี้ผมควรที่จะเริ่มทำอะไรก่อนเป็นอย่างแรกดี เพราะว่าวันนี้ดูเหมือนว่าผมจะรุกเธอหนักแล้วด้วยและดูเหมือนว่าสายลมจะกลัวผมเอามากๆ อีก

ผมขอถามหน่อยว่าผมมันน่ากลัวตรงไหน ก็แค่เป็นลูกมาเฟีย มีรอยสักเต็มตัวแถมชอบทำหน้าไร้อารมณ์ แต่ผมก็ไม่ได้ไปเหวี่ยงใส่ใครนี่นา ก็หน้าผมมันเป็นแบบนี้ ถามจริงมีอะไรน่ากลัววะ

เช้าวันต่อมา

(เฮ้ นายยังไม่วางเหรอ)

ผมสะดุ้งขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นมาแบบว่าผมเป็นคนมีประสาทหูที่ดีนะ แค่เสียงเล็กๆ น้อยๆ ก็ทำให้ผมรู้สึกตัวแล้ว แบบว่าถูกฝึกมาตั้งแต่เด็กแล้วนะ แต่เดี๋ยวก่อนอย่างพึ่งสนใจเรื่องนี้เลย เมื่อกี้เสียงใครวะ ผมคิดกับตัวเองในใจก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ที่ผมนอนทับอยู่ขึ้นมา มันอยู่ที่หูของผมมาตลอดทั้งคืนมันเลยทำให้ผมได้ยินทุกอย่างจากคนปลายสาย อ่า เมื่อกี้เสียงสายลมนี่นา เธอตื่นแล้วเหรอ

(สงสัยจะยังไม่ตื่น วางเลยละกัน)

เธอพึมพำเหมือนกับกำลังพูดอยู่คนเดียว มันเลยทำให้ผมเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

“เดี๋ยวไปมหาลัยพร้อมกัน”

ผมเอ่ยขึ้นก่อนที่เธอจะกดตัดสายผมไปเสียก่อน

(อ้าว นายตื่นแล้วเหรอ)

“คงหลับอยู่มั้ง”

เอ่อ ปากผมมันก็เสียแบบนี้แหละ อย่างว่ากันนะ

(ฉันวางได้ยังอะ)

เธอถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะเกร็งๆ สักนิด ทำไมต้องเกร็งกับผมด้วยวะ ทำตัวตามสบายไม่ได้หรือไง

“เดี๋ยวไปรับ”

ผมบอก

(เฮ้ยไม่ต้อง ฉันจะไปเอง)

“เคยบอกแล้วว่าอย่าขัด ทำไมต้องให้ดุ”

ยัยนี่ต้องให้ผมขู่ทุกครั้งหรือไงถึงจะยอมทำตามที่ผมบอกดีๆ

(เออ ก็ได้ แค่นี้นะ จะไปอาบน้ำ)

“อืม”

ผมครางรับแค่นั้นก่อนที่ปลายสายจะถูกตัดไป ก่อนที่ผมจะรีบลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำเพราะผมต้องไปรับสายลมที่หอของเธออีก เลยต้องรีบซะหน่อย เดี๋ยวยัยนั่นหนีไปก่อนผมขึ้นมา จะทำยังไง








นาวาทำไมน่ารักแบบนี้ลูก

นางหน้าโหดแต่มุ้งมิ้งนะเออ

สายลมจะรับมือไหวหรือเปล่า 

โปรดติดตามตอนต่อไปคะ


 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 219 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

833 ความคิดเห็น

  1. #738 150221 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 19:05
    น่ารักจังนาวา
    #738
    0
  2. #532 faaipattira (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 08:40
    ไรท์จ๋าาาา เปิดเถอะนะ ปิ๊งๆ
    #532
    0
  3. #530 Khunaiko (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 17:52
    เปิดตอนต่อไปให้อ่านหน่อยค่ะไรท์
    please TT
    #530
    0
  4. #525 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:43
    มีข่มขู่นะ
    #525
    0
  5. #507 songsaenkom8 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 22:07
    อยากอ่าน..ทำงัยดี
    #507
    0
  6. #410 NUT (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 00:39
    อ่าน่ารัก
    #410
    0
  7. #392 NivMin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 22:30
    สนุกมากค่ะ ชอบนาวาอะ????????
    #392
    0
  8. #7 SopapornPogpoon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 04:47
    สนุกมากค่ะ ติดตามๆๆ มาอัพต่อนะคะ นาวารุกได้ใจมาก ชอบนาง อิอิ
    #7
    0