BAIT # NAVA เหยื่อของนาวา

ตอนที่ 3 : BAIT NAVA #นาวาล่าลม 2 : สายตาของนาวา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,975
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 255 ครั้ง
    17 พ.ย. 61



นาวาล่าลม 

2

สายตาของนาวา




หลายวันต่อมา

ตอนนี้ฉันกำลังเดินไปตามทางเดินของคณะหลังจากที่พึ่งเรียนในช่วงเช้าเสร็จ จะว่าไปชีวิตของนักศึกษาปีสี่ไม่ค่อยจะวุ่นวายซักเท่าไหร่ มีเรียนแค่ไม่กี่ตัว ส่วนมากก็จะวุ่นวายแค่เรื่องขอทำเรื่องจบการศึกษาก็เท่านั้น

“ลม เที่ยงแล้วไปกินข้าวกันไหม” 

ตอนนี้ฉันไม่ได้เดินอยู่คนเดียวหรอกแต่มีคนคนหนึ่งเดินตามฉันอยู่ เขาไม่ใช่โรคจิตหรืออะไรทั้งนั้น เพราะฉันรู้จักเขาดี หมอนี่เป็นเพื่อนร่วมคณะฉันเอง แต่ผิดปกติตรงที่หมอนี่กำลังตื้อจีบอยู่นี่นะสิ ให้ตายเหอะ

“เมื่อไหร่นายจะเลิกตามฉันสักที”

ฉันหันไปพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่ติดรำคาญนิดๆ แต่หมอนี่กลับยิ้มหน้าระรื่นใส่ฉันแทนนี่สิ ชอบมากหรือไงโผล่หน้ามาให้ฉันด่าแทบทุกวัน

“เธอก็รับรักฉันซะทีสิ ฉันจะได้ไม่ตามแบบนี้ แต่จะเดินข้างๆ เธอแทน”

ฉันกลอกตาขึ้นมองบนทันทีที่ผู้ชายตรงหน้าเอ่ยคำพูดที่ชวนอ้วกออกมา หมอนี่ชื่อนับสิบนะ เขาเป็นผู้ชายที่หน้าตาจัดได้ว่าดีเลยละ และเป็นที่หมายปองของสาวๆ อยู่เหมือนกัน แต่หมอนี่กลับเลือกที่จะวิ่งตามจีบฉันนี่สิ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำแบบนี้ มันเป็นแบบนี้ได้ประมาณเกือบปีได้แล้วที่เขาทำแบบนี้กับฉัน ตั้งแต่วันนั้นที่เราบังเอิญเรียนห้องเดียวกันจนถึงวันนี้ ผู้ชายคนนี้ก็เอาแต่ตามตื๊อฉันมาตลอด

“พูดอะไรบ้าๆ นายก็รู้ว่าฉันไม่ได้ชอบนาย”

ฉันบอกออกไปด้วยน้ำเสียงที่เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาหน่อยๆ ที่ถูกตามรังครวญแบบนี้ทั้งๆ ที่ตอนนี้ฉันน่าจะได้ไปกินข้าวเที่ยงแล้วนะ

“แล้วเมื่อไหร่จะชอบละ”

นอกจากเขาจะไม่สนใจคำพูดของฉันซักเท่าไหร่แล้วเขายังตีหน้ามึนถามฉันต่ออีก

“ฝันไปเหอะ”

“ปะ ไปกินข้าวกันฉันรู้ว่าเธอกำลังหิว เดี๋ยวพาไปกินข้าวเอง”

นับสิบไม่สนใจเสียงร้องห้ามของฉันเลยสักนิดแต่เขากลับลากฉันให้เดินตามเขาแทนนี่สิ ฉันขี้เกียจที่จะต้องมาต่อปากต่อคำกับเขาเลยเดินตามเขาไปอย่างง่ายๆ โดยมีสายตามองมาที่พวกเราอยู่ตลอดทาง จะไม่ให้มองได้ยังไงเมื่ออดีตเดือนคณะสถาปัตย์ควงคู่มาอดีตดาวคณะสถาปัตย์อย่างฉันเลยต้องถูกมองเป็นเรื่องธรรมดา

“ฉันไม่ได้สนใจสายตาของคนที่มองมาที่ฉันซักเท่าไหร่ เลยเลือกที่จะเดินตามนับสิบไปทั้งอย่างนั้นทั้งๆ ที่ไม่เต็มใจสักนิด แต่พอมารู้ตัวอีกทีเขาก็พาฉันเดินไกลมาถึงตึกคณะนิเทศศาสตร์นี่สิ มาทำบ้าอะไรที่นี่วะ ทั้งๆ ตึกคณะนี่ห่างจากตึกคณะฉันตั้งมาก แทบคนละซีกโลกเลยก็ว่าได้

“นายพาฉันมาที่นี่ทำไม”

ฉันเอ่ยถามคนตัวสูงที่เดินอยู่ข้างๆ ฉันด้วยความสงสัยที่จู่ๆ เขาก็พาฉันเดินไกลมาถึงขนาดนี้

“มากินข้าวไง”

“แล้วทำไมต้องมากินข้าวที่นี่ด้วย”

เออ นั่นสิ ข้าวที่คณะเราก็มี มหาลัยที่ฉันอยู่จะมีโรงอาหารประจำทุกคณะเพื่อนอำนวยความสะดวกให้นักศึกษา แต่ทำไมหมอนี่พาฉันมากินข้าวที่คณะอื่นแบบนี้ละ

“ที่นี่ข้าวอร่อย ฉันมากินหลายครั้งแล้ว เลยอยากพาเธอมากินด้วย”

นับสิบเอ่ยแล้วก็ลากฉันเข้าไปในคณะนิเทศศาสตร์ทันที

“ที่ว่ามากินบ่อยคงมากับสาวละสิ”

ฉันแขวะเขาไปเบาๆ เพราะรู้ดีว่าหมอนี่นิสัยยังไงเขาเจ้าชู้ตัวพ่อเลยละคบคนนั้นเปลี่ยนคนนี้เป็นว่าเล่น แต่ในทางกลับกันเขากลับมาตามตื๊อฉันด้วยนี่สิ

“หึงหรือไง”

“เอาสมองส่วนไหนคิด”

“ใจร้ายจังวะ ลม”

อืม ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว นี่เขายังไม่ชินอยู่อีกหรือไงรู้จักกันมาก็ตั้งนานแล้ว

“ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้”

“เพราะเธอเป็นแบบนี้ไงฉันถึงได้ชอบเธอ”

เอ่อ ฉันไม่น่าพูดกับหมอนี่เลย พูดกันทีไรวกกลับมาคุยเรื่องนี้ทุกทีเลย ให้ตายสิ ผู้ชายคนนี้

“จะกินไหมข้าว ถ้าไม่กินก็กลับ”

ฉันเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด นับสิบเลยยิ้มออกมาด้วยความพอใจก่อนที่จะลากฉันไปนั่งลงที่โต๊ะตัวหนึ่ง

“เดี๋ยวฉันมา ไปสั่งอาหารแป๊บ รอตรงนี้นะ อยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า”

“ไม่อะ ไปเหอะ”

อืม ตอนนี้ขออะไรก็ได้ฉันกินได้หมดแหละ ฉันไม่เรื่องมากเรื่องอาหารอยู่แล้ว แต่ขอเร็วๆ หน่อยก็ดี หลังจากนั้นนับสิบก็ขอตัวไปสั่งอาหารฉันเลยนั่งรอเขาที่โต๊ะคนเดียว แต่เหมือนฉันจะรู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังมองมาที่ฉันอยู่เลย ฉันเลยหันไปมองดูว่าใครมองฉันอยู่แต่ทันทีที่ฉันเห็นว่าใครกำลังมองมาที่ฉัน ฉันก็เบิกตาขึ้นมาด้วยความแปลกใจ ผู้ชายคนนี้มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน

นาวา Talk

คุณเคยรู้สึกถูกชะตากับใครตั้งแต่แรกพบหรือเปล่า มันอาจจะเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับทุกคนแต่มันไม่ใช่สำหรับผม วันนั้นเป็นวันที่ผมรู้สึกเบื่อมากๆ เหมือนกับทุกวัน และผมก็ไม่ชอบสายฝนที่กำลังตกอยู่ตอนนั้นเลย แต่จู่ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏตัวต่อหน้าผมด้วยสภาพเปียกปอน แต่มันไม่ทำให้ความสวยของเธอลดลงไปได้สักนิด เรื่องความสวยไม่เท่าไหร่เพราะทั้งชีวิตผมผ่านเรื่องพวกนี้มามาก ผู้หญิงสวยกว่าเธอผมก็เคยผ่านเคยลองมาหมดแล้ว แต่เธอคนนี้กับให้ความรู้สึกต่าง

ความรู้ต่างที่ว่า คือเธอคนนี้ไม่แม้แต่จะมองหน้าผมเลยสักนิด เอทำตัวเหมือนกับผมไม่มีตัวตนอยู่เลยทั้งๆ ที่ผมก็ยืนอยู่ข้างๆ เธอ แต่การกระทำทุกอย่างของเธอตกอยู่ในสายตาของผมทั้งหมด ไม่ว่าจะตอนที่เธอสะบัดผมตัวเองจากความเปียกชื้นหรือตอนที่ริมฝีปากของเธอกำลังขยับขึ้นลงนั่น มันอยู่ในสายตาของผมหมด

พรืด

ผมสูดลมหายใจเข้าปอดเต็มที่เมื่อจู่ๆ ก็มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมากระทบกับจมูกของผม กลิ่นหอมนั่นออกมาจากร่างกายของผู้หญิงคนนั้น กลิ่นหอมนั่นทำให้ผมรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง กลิ่นหอมนั่นมันทำให้ผมอยากเข้าไปดมใกล้ๆ และกลิ่นหอมนั่นมันกำลังทำให้ผมเกิดความต้องการ ผมต้องเอาเธอมาเป็นของผมให้ได้

ตอนนั้นเธอจากไปโดยไม่มีคำล่ำลาใดๆ เอ่ยกับผมเลย แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมรู้เกี่ยวกับเธอคือชื่อของเธอ ที่เธอแทนตัวเองว่า ลม

หลังจากวันนั้นผ่านไปผมก็สืบเรื่องของเธอโดยให้ลูกน้องคนสนิทหาข้อมูลมาให้ ผมรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเธอทั้งที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์และอีกมากมาย แต่ผมไม่คิดที่จะเข้าหาเธอตรงๆ แต่ผมกลับทำแค่คอยตามเธออยู่ห่างๆ แทน ผมเองก็ไม่รู้ว่าทำแบบนั้นไปทำไมทั้งๆ ที่มีโอกาสเข้าหาเธอได้อยู่ตลอด แต่ผมกลับไม่เลือกที่จะทำมัน เพราะสิ่งที่ผมทำอยู่ตอนนี้มันคือความสุขของผม

“คืนนี้ไปผับกันไหม กูอยากดื่มวะ”

ไอ้เทวาเอ่ยขึ้นแต่ผมก็ทำเป็นไม่สนใจเสียงของมันเหมือนกับทุกครั้งนั่นแหละ เพราะตอนนี้ทุกลมหายใจของผมมันสนใจแค่อย่างเดี๋ยวคือผู้หญิงที่ชื่อว่าสายลม และตอนนี้ผมก็ตามติดชีวิตของเธอผ่านไอจีของเธอ ผู้หญิงคนนี้ชอบถ่ายรูปสิ่งรอบตัวของเธอแทนรูปตัวเองลงไอ้จี แต่รูปภาพที่เธอลงมันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย จนทำให้ผมคนที่ไม่ค่อยชอบโลกโซเชียวนั่นกลายเป็นคนติดโทรศัพท์งอมแงม และตอนนี้ผมก็มองดูไอจีเธออยู่ ถึงเธอจะไม่อัพรูปหรืออะไรซักอย่าตอนนี้ ขอแค่ได้มองผู้ก็รู้สึกดีแล้ว

“ไอ้นาวา มึงจะไปกับพวกกูไหม”

อ่า นาวา นี่มันชื่อผมนี่นา อ่อลืมแนะนำตัวไปสินะ ผมชื่อนาวา ปีสี่คณะนิเทศ รู้แค่นี้ก็แล้วกันขี้เกียจพูดอะไรมากความ

“ไปไหน”

ผมเอ่ยถามเสียงเรียบ

“ผับนะผับ มึงไม่ได้ฟังที่พวกกูพูดเลยหรือไง สนใจแต่โทรศัพท์ แม่งมีอะไรดีวะ”

อืม ดี ดีมากเลยละ

“จะไปไม่ไป”

ไอ้เมืองเหนือเอ่ยถาม ส่วนไอ้เจ้าทัพก็มองมาที่ผมด้วยสีหน้านิ่งๆ เพื่อนของผมมีแค่นี้แหละ อ่อขาดไปหนึ่งคน คือวาโย ผู้หญิงเพียงคนเดียวของกลุ่ม ตอนนี้ยัยนั่นดรอปเรียนไปแล้วเพราะว่าเธอกำลังท้องนะ ตอนนี้ก็ใกล้คลอดแล้วเลยดรอปเรียนไปคลอดลูก และอีกย่างสามีของเธอ ไอ้ปักษานะ หวงเธอมากเลยไม่ยอมให้มาเรียนซะงั้น ไอ้คนเห่อเมีย ทีเมื่อก่อนผลักไสวาโยเป็นว่าเล่น แต่ตอนนี้ตัวติดกันอย่างกับตังเม เห็นแล้วอยากมีกับเขาบ้างคงจะดี

“ไป”

ผมตอบสั่นๆ ก่อนที่จะละสายตาไปมองทางอื่น แต่ผมก็ต้องหยุดนิ่งไปทันทีเมื่อสายตาของผมไปหยุดอยู่ที่ร่างที่คุ้นตาของผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมเฝ้าคิดถึงเธออยู่ตลอดเวลา เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง สายลม

ผมมองไปที่เธอนิ่งๆ แต่ผมก็ต้องรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้งเพราะเธอไม่ได้มาคนเดียวแต่มีตัวผู้เดินตามมาด้วย ไอ้เหี้ยนั่นไปเป็นใครวะ

สายลมเธอเรียนอยู่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ชั้นปีเดียวกันกับผม เธอเป็นผู้หญิงที่สวยและดูมั่นใจในตัวเองมาก แต่นั่นเป็นเพียงหน้ากากของเธอ เพราะจริงๆ แล้วผู้หญิงคนนี้บอบบางมาก ผมรู้เพราะผมตามติดชีวิตเธอมาเกือบจะสามเดือนอยู่แล้ว ถึงจะไม่รู้ดีไปซะทุกอย่างแต่พอรับรู้ได้ว่าเธอคนนี้ใช้ชีวิตมาด้วยความลำบาก

แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมไม่รู้คือ ไอ้เหี้ยนั่นที่อยู่กับเธอนั่นมันเป็นใครกัน ผมไม่เคยเห็นมันมาก่อน ไม่สิ ผมไม่เคยสนใจใครหน้าไหนอยู่แล้ว เพราะมันไม่จำเป็นไง ทำไมต้องสน ผมจ้องไปที่ที่สายลมนั่งอยู่ไม่วางตาจนไอ้เหี้ยนั่นเดินหายไป แล้วต่อมาร่างกายของผมก็ถูกแช่แข็งไว้อีกครั้งเมื่อเราสองคนบังเอิญสบตากันเข้า

สายลมดูตกใจไม่น้อยที่เห็นผมเข้า เพราะปกติเธอจะเห็นผมที่ร้านเบเกอรี่ที่เธอทำงานอยู่ทุกๆ วันศุกร์ อ่อ ที่ผมไปวันทุกวันศุกร์ก็เพราะว่าวันนั้นเป็นวันที่เธอทำงานนะ แต่ถ้าให้ไปบ่อยๆ ละก็ผมกลัวว่าเธอจะสงสัยผมนี่สิ เลยไปอาทิตย์ละครั้งก็พอ ส่วนวันที่เหลือแค่คอยตามอยู่ห่างๆ ก็พอใจแล้ว

“มองเหี้ยอะไรวะ ไอ้นาวา”

ไอ้เทวาเอ่ยขึ้นแต่ผมไม่สนใจเสียงของมันหรอก เพราะตอนนี้ผมสนใจสายลมเพียงคนเดียวเท่านั้น

“เหี้ย ผู้หญิงคนนั้นสวยจังวะ ทำไมเทวาคนนี้ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”

อย่าว่าแต่มันเลยผมก็พึ่งจะมารู้จักเธอแค่ไม่กี่เดือนนี่เอง มันอาจจะเป็นเพราะว่าคณะเราอยู่คนละส่วนกัน แบบว่ามันห่างกันมาก ผมมันพวกไม่สนใจอะไรด้วยสิ เลยไม่สนใจสิ่งอื่นนอกเหนือไปจากนี้

“แบบนี้ต้องเข้าไปรู้จัก”

พรึบ

ทันทีที่ไอ้เทวาพูดจบผมก็หันไปมองหน้าในด้วยสายตาดุดันจนไอ้เทวาสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ เพราะพวกมันรู้ดีว่าผมมันเป็นคนที่ไม่ควรมาต่อกรด้วย มันไม่ใช่แค่นิสัยของผมหรอก แต่มันรวมไปทั้งบุคลิกภายนอกของผมด้วย แบบว่าผมมีรอยสักแทบจะเต็มตัวทั้งแขน ขา คอ ใบหน้าบางส่วน และตัวผมแทบทั้งหมด มันเต็มไปด้วยรอยสัก ก็เป็นเพราะว่าผมชอบสักด้วยและ แต่นั่นมันก็ส่วนหนึ่ง แต่จริงๆ แล้วที่ผมสักก็เพราะว่าผมเป็นลูกชายคนเดียวของมาเฟียชื่อดังนี่สิ เลยต้องสักเป็นเรื่องธรรมดา

“มองกูแบบนั้น หมายความว่าไงวะ ไอ้นาวา”

ไอ้เทวาจอมพูดมากเอ่ยถามผมด้วยสีหน้าของมันที่เริ่มที่จะงอแงขึ้นมา ไอ้คนนิสัยปัญญาอ่อน

“อย่าเสือก”

ผมเอ่ยพร้อมกับจ้องหน้ามันเขม่ง

“พูดอะไรของมึง ช่วยพูดอะไรที่เข้าใจง่ายๆ หน่อยได้ไหม”

“กูบอกว่าอย่าเสือก ก็คืออย่าเสือก”

ผมเอ่ยเสียงเย็นก่อนที่จะหันกลับไปมองที่ที่สายลมนั่งอยู่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไอ้เหี้ยนั่นกลับนั่งอยู่ด้วยนิสี จู่ๆ ผมก็รู้สึกอยากมีเรื่องขึ้นมาวะ

“มันหมายถึงผู้หญิงที่มึงพูดถึงเมื่อกี้ มันเล่งอยู่ อย่าไปยุ่งกับของของมัน”

เสียงของไอ้เมืองเหนือเอ่ยแก้แทนผม เพราะมีแค่มันคนเดียวมั้งที่รู้สิ่งที่ผมกำลังคิดอยู่ดี

“บอกกูดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องมองแรงแบบนั้นเลย รู้เปล่าว่ากูตกใจ”

ตอแหลละซิไม่ว่า คิดว่าผมรู้ไม่ทันมันเหรอว่าทั้งหมดที่มันทำนั่นเป็นแค่การแสดงละครเล็กฉากหนึ่งก็เท่านั้น

“จะว่าไปผู้หญิงคนนั้นสวยจริงๆ วะ มึงรู้จักเธอเหรอ”

สงสัยไอ้เทวาคงอยากกินตีนผมจริงสินะ ถึงได้สงสัยแบบนี้

“...”

ผมไม่ตอบแต่ส่งสายตาดุๆ ไปมองมันแทน ไอ้เทวาเลยรีบรูดซิปปากตัวเองไปทันที ผมเลยหันไปมองทางที่สายลมนั่งอยู่อีกครั้งตรงที่เธอนั่งอยู่ทำให้เราสองคนเห็นหน้ากันได้อย่างชัดเจนเพราะเธอหันหน้ามาทางผมพอดี ส่วนไอ้เหี้ยนั่นก็หน้าตาดีอยู่นะ แต่ไม่รู้สิ ผมไม่ชอบมันเอาซะเลย ทำไมต้องไปนั่งด้วยกันด้วยวะ

ผมนั่งมองสองคนนั้นทานข้าวด้วยกันจนเสร็จด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดแต่ไม่ได้แสดงออกมาทางสีหน้าหรอก เพราะผมเป็นคนเก็บอารมณ์เก่ง แต่ใครจะรู้ละว่าภายใต้ใบหน้าที่เรียบนิ่งของผมตอนนี้มันกำลังปะทุแค่ไหน

“กูไปละ”

ผมเอ่ยขึ้นแล้วลุกทันทีเมื่อเห็นว่าสองคนนั้นกำลังเดินออกไปจากโรงอาหาร ผมเลยรีบลุกตามไปทันทีโดยไม่สนใจเสียงเรียกของเพื่อนตัวเองเลย

ผมเดินตามสองคนนั้นอยู่ห่าง แต่เนื่องด้วยผมเป็นคนหูดีมาตั้งแต่เด็กเลยทำให้ได้ยินสิ่งที่สองคนนั้นพูดทั้งๆ ที่ยืนอยู่ห่างแค่ไหน

“ลม ไปเดินห้างต่อไหม ไม่มีเรียนแล้วนี่”

ไอ้เหี้ยนั่นพูดพร้อมกับเอื้อมมือของมันไปจับมือของสายลมไว้ แต่เธอกลับรีบดึงมือของตัวเองออกทันที

“นับสิบ ฉันมาทานข้าวกับนายก็ถือว่ามากพอแล้ว พอแค่นี้เหอะ”

สายลมพูดน้ำเสียงติดเหวี่ยง ส่วนไอ้เหี้ยนั่นก็ทำหน้าตาระรื่นทั้งๆ ที่สายลมพึ่งเหวี่ยงใส่

“งั้นก็ได้ แต่พรุ่งนี้ฉันจะเริ่มใหม่ก็แล้วกัน”

ฝันไปเหอะว่าพรุ่งนี้มึงจะได้เข้าใกล้สายลม ตราบใดที่ผมคนนี้ยังอยู่

“จื๊”

“ไปน่า สายลมสุดที่รัก”

ไอ้เหี้ยนั่นเอ่ยก่อนที่จะเดินจากไปด้วยใบหน้าระรื่นวอนถูกตีน เหลือแต่สายลมที่ยืนอยู่คนเดียวด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ก่อนที่จะหมุนตัวเดินไปตามตึกคณะต่างๆ โดยมีผมคอยเดินตามอยู่ห่างๆ

“ระวัง”

และตอนนั้นเองที่เธอกำลังเดินผ่านช่วงตึกของคณะก็มีกระถางดอกไม้ร่วงลงมาจากทางหน้าตาของห้องเรียน ผมเลยรีบเข้าไปดึงตัวเธอออกมาอย่างอัตโนมัติ

เพล้ง!!

“อ๊าย”

สายลมร้องออกมาด้วยความตกใจพร้อมกับมองไปที่กระถางดอกไม้ที่ตกอยู่ต่อหน้าเธอ

“ขอโทษนะ เป็นไรหรือเปล่า”

เสียงคนที่ทำกระถางตกเมื่อกี้เอ่ยถามขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรค่ะ”

สายลมตอบก่อนที่จะเลื่อนสายตาของเธอมามองหน้าผมที่อยู่ห่างจากเธอไม่กี่คืบเพราะว่าตอนนี้ผมกอดเธอไว้อยู่ อ่า กลิ่นหอมนี่มัน ผมชอบกลิ่นเธอจัง




นาวาแอบจิตหรือเปล่าเนี้ย

555 นางน่ารักนะเอออ 

โปรดติดตามตอนต่อไป 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 255 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

833 ความคิดเห็น

  1. #523 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:26
    ดูแอบจิตเล็กๆๆ
    #523
    0
  2. #197 dreamptk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 13:34
    มีความจิตอ่อนๆ555
    #197
    0
  3. #126 Papaya80 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 22:04
    ชอบบบบบ? รุกเบาๆค่อยๆมีตัวตนในสายตาเขา
    #126
    0
  4. #115 TThangme (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 22:05
    คำที่เขียนผิดค่ะ
    *รำคาญ
    *อีกอย่าง
    *เล็งไว้
    สู้สู้นะค่ะ
    #115
    0
  5. #67 HVKDS (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 15:18
    อย่าโกรธกันนะคะไรท์ แต่ "คะ" กับ "ค่ะ" ใช้แบบนี้นะคะ...
    1. "คะ"----->เช่น รักนะคะ, สบายดีไหมคะ, มีอะไรรึเปล่าคะ
    2. "ค่ะ"------>เช่น สวัสดีค่ะ,ไม่เป็นไรค่ะ,ขอบคุณค่ะ

    ไรท์ใช้ผิดไปหมดเลยมันทำให้เสียอารมณ์ใรการอ่านมากๆ
    #67
    0
  6. #3 Valensia1234 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 20:48
    อยากอ่านตอนต่อไปแล้วๆ สู้ๆนะค้ะไรท์
    #3
    0