(REWRITE ) MADDEN LOVE # ผู้ชายคลั่งรัก (พันแสง vs ซอล)

ตอนที่ 7 : MADDEN LOVE : 06

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,824
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    2 ก.ย. 62




6


 Drunker




“เฮีย แล้วไอ้ซอลหายไปไหน”

ไอ้เชี่ยวคนพูดมากเอ่ยขึ้นพร้อมกับกวาดสายตามองหาเพื่อนสนิทของมัน หลังจากที่ยัยเตี้ยนั่นหายไปนาน และตอนนี้ไอ้ซันก็น็อกไปแล้ว ตอนนี้มันนอนกองอยู่ข้างๆ ผมนี่แหละ อ่อนจริงเพื่อนผมคนนี้

“นอนอยู่ในห้องนู้น”

ไอ้โซลตอบด้วยใบหน้าแดงๆ ของมัน ผมเดาว่าอีกไม่นานไอ้โซลก็จะตามไอ้ซันไปแน่

“เออ เฮีย ผมมีไรจะบอกเรื่องของไอ้ซอล เวลามันเมาแล้วมันน่ากลัวนะ”

ไอ้เชี่ยวที่เริ่มพูดมากขึ้นมันพอให้ผมรู้เลยว่าปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดของมันมีมากแค่ไหน แต่ก็ไม่มีใครทักท้วงมันขึ้นมา ผมเลยหันไปตั้งใจในสิ่งที่มันจะพูดต่อจากนี้

“ถ้ามันเมาแล้วนอน อย่าเข้าไปใกล้มันเด็ดขาด อย่าหาว่าผมไม่เตือน พวกผมนี่แทบเอาตัวไม่รอด”

ไอ้เรื่องน่ากลัวที่มันว่ามันเรื่องอะไรกัน ยัยนั่นละลุกขึ้นมาเตะตีคนหรือไงผมเลยส่ายหน้าให้กับคำพูดเพ้อเจ้อของไอ้เชี่ยวก่อนที่จะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอีกครั้ง

เวลาต่อมา

ตอนนี้ดึกมากพอสมควรแล้ว และมันก็ข้ามมาอีกวันแล้วด้วย แต่สมาชิกในวงเหล้าของผมตอนนี้มันน็อกกันไปหมดแล้ว เหลือแค่ผมคนเดียวที่เหมือนจะคอแข็งสุด ก็อย่างว่าแหละเหล้าแค่นี้ทำอะไรผมไม่ได้หรอก แต่เรื่องที่ทำให้ผมหนักใจในเวลาต่อมาคือ จะจัดการกับพวกขี้เมาที่นอนตายเกลื่อนอยู่ตรงนี้ยังไงดี

“เฮ้อ ภาระกูตลอด”

ผมพึมพำออกมาก่อนที่จะแบกร่างของไอ้ซันเดินเข้าไปในห้องห้องหนึ่งที่เป็นห้องของบุหลันเก่า ของของบุหลันถูกย้ายออกไปหมดแล้วเลยเหลือแค่ห้องโล่งๆ ไม่มีใครอยู่ แล้วต่อมามันก็ผันตัวมาเป็นห้องสำหรับหลับนอนของพวกขี้เมาทั้งหลาย ผมวางร่างของไอ้ซันลงแล้วก็เดินไปแบกร่างของพวกขี้เมาทั้งหลายเข้ามานอนบนเตียงที่มีขนาดใหญ่จนครบ แต่กว่าจะครบเล่นเอาซะผมที่เริ่มๆ มึนๆ จากฤทธิ์เหล้าเมื่อกี้สร่างขึ้นทันตาเห็น ผมมองดูผลงานตัวเองบนเตียงด้วยความเหน็ดเหนื่อยแต่ก็ดูน่าขำไม่ใช่น้อย ที่ผู้ชายหน้าตาดีสี่คนมานอนกองกันที่เตียงแบบนี้แล้วอีกอย่างมันไม่ได้แค่นอนแต่กลับกอดกันอย่างกับเป็นผัวเมียกันยังไงยังงั้น ผมเลยยกโทรศัพท์ขึ้นมาเก็บภาพไว้เผื่อเป็นหลักฐาน ถ้าเกิดเช้ามาพวกมันผันตัวเป็นสายเหลืองกัน ผมจะได้ให้ดูว่าใครคู่ใคร เรื่องมันจะได้เคลียร์ๆ

ผมเดินออกจากห้องหลังจากที่จัดการอะไรเสร็จ ก่อนที่จะเดินไปเก็บขวดเหล้าที่อยู่เกลื่อนพื้นห้องขึ้นจนสะอาดเรียบร้อยดี แล้วผมก็เดินเข้าห้องของตัวเองมาด้วยความเคยชินโดยลืมไปว่าห้องของผมตอนนี้มีคนคนหนึ่งนอนหลับอยู่

ถ้ามันเมาแล้วนอน อย่าเข้าไปใกล้มันเด็ดขาด อย่าหาว่าผมไม่เตือน พวกผมนี่แทบเอาตัวไม่รอด’

แล้วจู่ๆ คำพูดของไอ้เชี่ยวก็ลอยเข้ามาในโสตประสาทของผม เท้าของผมเลยก้าวไปอย่างอัตโนมัติ มารู้ตัวอีกทีก็มาหยุดที่ข้างเตียงของตัวเองแล้ว ผมมองดูร่างเล็กๆ ที่ไร้สตินั่นด้วยคำถามที่ตั้งขึ้นมามากมาย ยัยเตี้ยนี่เวลานอนก็ไม่เห็นมีพิษสงอะไรแล้วไอ้เรื่องน่ากลัวที่ไอ้เชี่ยวบอกมันคืออะไรกันละ ผมยังไม่เห็นเลยว่ายัยนี่จะมีอะไรที่น่ากลัวอย่างที่ไอ้เด็กนั่นพูดเลย

พรึบ!!

จู่ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ที่น่าตกใจขึ้น มันเร็วมากจนผมตั้งตัวไม่ถูกมารู้ตัวอีกทีร่างของผมก็ถูกคนตัวเล็กที่หลับอยู่เมื่อกี้ขึ้นมานั่งคร่อมร่างผมไว้แล้วกักกันตัวผมไม่ให้ไปไหน ผมเลยได้แต่มองใบหน้านั่นด้วยความสงสัยว่าตัวเองมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้ได้ยังไงกัน มันเร็วมากจนผมเองมองตามไม่ทัน

ตาทั้งสองข้างของยัยเตี้ยนี่ยังหลับอยู่เลยทำให้ผมรู้ว่าที่เธอกำลังทำอยู่นี่คืออาการของคนที่หลับอยู่ แต่ยัยเตี้ยนี่แรงความชะมัด ผมไม่คิดเลยว่าคนตัวเล็กๆ อย่างเธอจะสามารถยึดร่างของผมให้อยู่ติดกับที่นอนได้แบบนี้ ถ้ามีใครมาเห็นผมตอนนี้คงคิดไปต่างๆ นานา ว่าผมสู้ผู้หญิงไม่ได้แน่

“เฮ้ย อืม..”

แล้วผมก็ต้องตกใจหนักกว่าเดิม เมื่อจู่ๆ ยัยเตี้ยที่ไร้สตินี่ก็ก้มลงมาปิดปากผมไว้ด้วยปากของเธอ ผมได้แต่นอนนิ่งๆ ใต้ร่างของเธอเพราะทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะผลักเธอออกไปดีไหมหรือว่าจะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปดี แต่ริมฝีปากนุ่มนั่นที่กำลังรุกล้ำริมฝีปากผมอยู่ตอนนี้มันทำให้สติผมแตกกระเจิง

ผมไม่เคยถูกผู้หญิงปล้ำจูบผมแบบนี้มาก่อนเลย แบนนี้สินะความน่ากลัวของยัยเตี้ยนี่ไอ้เชี่ยวได้บอกไว้ อย่าบอกนะว่าพวกมันก็เคยโดนยัยนี่ปล้ำจูบมาก่อน รู้แบบนี้ทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง แล้วต่อมายัยเตี้ยนี่ก็ถอนริมฝีปากออกจากปากผมก่อนที่จะใช้ปลายนิ้วของเธอลากไปทั่วริมฝีปากผมเบาๆ ผมได้แต่งงกับตัวเองว่าทำไมผมถึงไม่ขัดขืนเธอเลยสักนิด ทั้งๆ ที่มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับผมมากถ้าจะสลัดตัวเธอออกไปให้พ้น ผมได้แค่คิด แต่ร่างกายผมกลับไม่ยอมทำตาม

“นุ่ม”

ยัยเตี้ยเอ่ยขึ้นทั้งๆ ที่ตาเธอยังปิดอยู่ อย่าบอกนะว่ายัยนี่กำลังฝันอยู่ เฮ้ย กำลังฝันบ้าอะไรของเธออยู่วะ ผมได้แต่ทักท้วงในใจแล้วต่อมายัยเตี้ยก็ก้มลงมางับที่ริมฝีปากล่างของผมไว้ก่อนที่จะลากริมฝีปากไปตามริมฝีปากผมเบาๆ แต่ไม่ยอมลุกล้ำเข้ามาอยู่ดี เธอได้แค่เพียงแตะริมฝีปากของเธอกับผมแค่นั้น แต่แค่เพียงแค่แตะมันยังทำให้ผมสติกระเจิงเลย แต่นี่มันไม่พอสำหรับผมวะ

“อื้อ”

ยัยเตี้ยครางประท้วงในลำคอเมื่อผมเอื้อมมือไปคว้าที่ท้ายทอยเธอแล้วกดลงมาผมเลยเป็นฝ่ายรุกล้ำริมฝีปากเธอแทน แค่แตะกันเฉยๆ มันไม่เรียกว่าจูบหรอก มันต้องแบบนี้ ผมคิดในใจก่อนที่จะใช้ลิ้นของตัวเองรุกล้ำเข้าไปในโพรงปากของยัยเตี้ยนั่นอย่างเอาแต่ใจ ผมไล่ต้อนลิ้นเล็กของเธออย่างหื่นกระหายจนไม่คิดเลยว่าตัวเองจะเป็นมากถึงขนาดนี้เพียงแค่จูบเดียวเท่านั้น มันไม่น่าจะทำให้ผมควบคุมตัวเองไม่อยู่แบบนี้

ทันทีที่ผมสัมผัสกับลิ้นเล็กของเธอผมก็เกี่ยวตวัดกับลิ้นเล็กนั่นอย่างหยอกเย้า หวาน ผมไม่เชื่อว่าจูบจะหวานขนาดนี้ ที่ผ่านมาผมก็จูบกับผู้หญิงก็มากแต่ไม่มีใครสามารถให้ความรู้สึกแบบนี้กับผมได้ ยัยนี่ทำให้ผมไม่อยากที่จะถอนจูบออกเลย แต่ผมจำเป็นต้องถอนออกเพราะดูเหมือนว่ายัยเตี้ยนี่จะขาดอากาศหายใจ

ปากของเธอบวมเบ่งขึ้นมาหลังจากที่โดนผมรุกล้ำไปเมื่อกี้ ผมเลยลากริมฝีปากไปทั่วหน้าของเธอแทนเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ร้อนๆ ของตัวเองที่เริ่มปะทุขึ้นมา ผมรู้สึกว่าร่างกายท่อนล่างของผมเริ่มเกร็งขึ้นมาจนรู้สึกเจ็บ ผมได้แต่กัดฟันตัวเองไว้แน่แล้วฝั่งหน้าตัวเองลงบนซอกคอหอมๆ นั่น แต่มันกลับยิ่งแย่ไปกว่าเดิม ให้ตายสิไอ้พัน มึงเป็นบ้าอะไรของมึงวะ น้องเพื่อน ท่องไว้ น้องเพื่อน

ผมกลั้นใจก่อนที่จะผลักร่างที่ไร้สติของยัยเตี้ยนั่นออกห่างก่อนที่จะลุกออกมายืนข้างเตียงแล้วห่มผ้าให้เธอเสร็จสรรพหลังจากที่เห็นว่าเธอยอมลงไปนอนที่เตียงดีๆ ผมรีบเดินออกมาสงบจิตใจข้างนอกห้องทันทีเพราะถ้าเกิดอยู่ตรงนั้นนานผมกลัวว่าจะเกิดเรื่องแย่ๆ ขึ้นนะสิ

ตุบ

ผมกระแทกตัวเองนอนลงบนโซฟาพร้อมกับคว้าหมอนอิงมากอดไว้แน่น ความหวานของริมฝีปากนั่นยังคงติดอยู่ที่ปลายลิ้นของผมอยู่เลย และอารมณ์ร้อนๆ วูบวาบของผมมันก็ไม่ยอมลงง่ายๆ ผมได้แต่กัดฟันตัวเองไว้แน่นเมื่อร่างกายผมมันไม่เป็นไปอย่างที่ใจคิด ให้ตายเหอะ มึงจะมามีอารมณ์อะไรตอนนี้

เช้าวันต่อมา

ซอล Talk

อ่า ฉันมานอนตรงนี้ได้ยังไงกันเนี่ย ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียก่อนที่จะกวาดสายตาไปทั่วห้องที่แปลกหูแปลกตาสำหรับฉัน นี่มันห้องของใครกัน เมื่อคืนฉันจำไม่ได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง จำได้คร่าวๆ ว่านั่งดื่มกับพวกโซลอยู่แล้วก็รู้สึกปวดฉี่เลยเดินมาหาห้องน้ำในห้องห้องหนึ่ง แล้วทุกอย่างก็วูบไปแต่ฉันมาอยู่ที่เตียงนี่ได้ยังไงกัน หรือว่าโซลอุ้มฉันมานอนนี่ อาจจะเป็นไปได้ ฉันสะบัดหัวที่ปวดหนึบของตัวเองก่อนที่จะลุกขึ้นออกไปจากเตียงแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำที่อยู่ห่างจากที่นี่ซักเท่าไหร่

ฉันล้างหน้าตัวเองลวกๆ ก่อนที่จะมองเงาที่สะท้อนของตัวเองอยู่กระจก ปรากฏว่าปากของฉันมันดูบวมๆ ผิดปกติ ฉันยกมือขึ้นจับปากตัวเองไว้ด้วยความสงสัยเพราะรู้ดีว่าตัวเองเวลาเมาแล้วจะเป็นแบบไหน ฉันเมาแล้วฉันจะชอบทำอะไรแผลงๆ อย่างที่คนอื่นเขาไม่ทำกัน อย่างเช่นปล้ำคนอะไรแบบนี้ พวกไอ้แฝดนี่จะเจอบ่อยแต่พวกมันไหวตัวทันเลยรู้วิธีรับมือกับฉันไว้อย่างดี แต่คงไม่มีใครเข้ามามั้งเพราะก่อนที่ฉันวูบเหมือนฉันจะวูบลงกับพื้นปากของฉันอาจจะไปกระแทกพื้นก็ได้ ช่างมัน ไม่คิดแล้วโว๊ย ปวดหัว

ฉันเดินออกจากห้องนอนห้องหนึ่งที่น่าจะเป็นห้องนอนของเจ้าของห้องก็เจอเข้ากับบรรดาสมาชิกวงเหล้าเมื่อคืนนั่งทำหน้าตาไม่สร่างเมาอยู่ที่โซฟา

“ไอ้ซอลตื่นแล้วเหรอวะ”

ไอ้เชี่ยวที่พูดมากขึ้นกว่าเดิมเอ่ยถามหลังจากที่หันมาเจอฉันเข้า

“อืม เมื่อคืนมีใครเข้าห้องที่กูนอนปะวะ”

ฉันถามออกไปเพื่อให้มันแน่ใจกว่าเดิม แล้วตอนนั้นสายตาฉันก็เผลอไปสบเข้ากับสายตาของพันแสงพอดี หมอนั่นก็มองมาที่ฉันอยู่ก่อนแล้ว แล้วเขาก็หันหน้าหนีไปทันทีที่ฉันหันไปมองเขา หมอนี่เป็นบ้าอะไรของเขา

“ไม่มีนี่ เมื่อคืนกูบอกเองแหละว่าไม่ให้ใครเข้าใกล้มึงตอนเมา มึงน่ากลัว”

ฉันเลยคราง อ่อ ในใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยเมาครั้งนี้ฉันไม่ไปวิ่งปล้ำใครเข้า

“เออ ดี”

แล้วบอกแล้วเดินไปนั่งลงข้างๆ ไอ้วนที่เอาแต่นั่งทำหน้าง่วงๆ เงียบๆ คนเดียว

“กูปวดหัววะ ไม่เคยกินเหล้าแล้วตื่นเช้าแบบนี้มาก่อนเลย”

ฉันบ่นแล้วเอียงหัวที่หนักอึ้งของตัวเองไปซบที่ไหล่ของไอ้วนอย่างที่เคยทำประจำ แต่ทำไมทุกคนมองฉันแปลกๆ ยกเว้นไอ้เชี่ยวที่เห็นจนชินตาแล้ว มันเลยมีท่าทีเฉยๆ ไม่รู้สึกอะไร

“เฮ้ย ซอลถ้าจะซบมาซบไหล่พี่”

โซลที่นั่งอีกฝากหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดพร้อมกับตบไปที่ไหล่ของตัวเองเป็นการบอกว่าให้ฉันไปซบไหล่เขา เรื่องอะไรต้องไปละ

“ไม่ ไหลโซลมันแข็งมีแต่กระดูก ไหล่ไอ้วนเนื้อเน้นๆ สบายกว่าเยอะ”

ฉันพูดแล้วกอดแขนไอ้วนไว้ข้างหนึ่งพร้อมกับยักคิ้วให้กับโซลด้วยท่าทางกวนประสาท โซลก็ได้แต่ทำหน้ามุ่ยใส่ฉันเพราะทำอะไรไม่ได้ แต่ไอ้โรคจิตพันแสงที่นั่งข้างโซลนี่สิ มันจ้องมาที่ฉันอย่างกับว่าไม่พอใจอะไรบางอย่าง เป็นบ้าอะไรของเขา ฉันเลยไม่สนใจว่าเขาจะมองมาที่ฉันหรือมองไปที่ไหนแต่อาการเมาค้างตอนนี้มันกำลังเล่นงานฉันอยู่ ฉันไม่สนใจอะไรอื่นแล้วละ ปวดหัว

“กลับตอนไหนอะโซล หิวข้าว”

ฉันหันไปถามพี่ชายตัวเองอีกครั้งเพราะไม่รู้ว่าจะนั่งต่อไปทำไม ไม่เห็นมีอะไรทำเลย

“เออๆ กลับตอนนี้แหละ ลุกสิอย่าไปเกาะแกะไอ้วนให้มาก เป็นเมียมันหรือไง”

โซลพูดขึ้นห้วนๆ พร้อมกับจิกกัดฉันเบาๆ แต่คนอย่างไอ้ซอลคนนี้ไม่ยอมให้กัดฝ่ายเดียวหรอก

“ไปก่อนนะคะ ผัวขา เดี๋ยวว่างๆ เมียโทรไปเล่นด้วย”

“อืม”

ไอ้วนก็เล่นไปกับเขาด้วยวะ ฉันเลยหันไปยิ้มให้พวกเพื่อนของฉันก่อนที่จะเดินกระแทกเท้าออกไปรอโซลที่หน้าประตู

“กูไปก่อนนะ”

โซลหันไปบอกพันแสงก่อนที่จะเดินมาประกบฉัน

“อืม”

แล้วต่อมาฉันก็โดนโซลลากออกจากห้องมา ฉันเลยเอื้อมมือไปเกาะแขนพี่ชายของตัวเองไว้แล้วเดินไปพร้อมกัน

น้ำวน Talk

หลังจากที่ซอลกลับไปห้องห้องนี้ที่เหลือผู้ชายอยู่แค่สี่คนก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง มันคงเป็นเพราะพวกเราพึ่งได้รู้จักกันมั้งเลยทำให้สถานการณ์แบบนี้น่าอึดอัดไปหน่อย แต่คงไม่ใช่กับผมคนที่เงียบตลอดเวลา ถึงแม้ว่าห้องนี้จะตกอยู่ในความเงียบแต่มีสายตาของคนคนหนึ่งกำลังจับจ้องมาที่ผมอยู่ไม่วางตา คนคนนั้นคือเฮียพันแสง เจ้าของห้องนี้นี่แหละ

“นี่คบกับน้องซอลเป็นเพื่อนนานแล้วเหรอ”

เฮียซันเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับจ้องมาทางพวกผมด้วยความสนใจกับเรื่องที่พึ่งถาม ผู้ชายคนนี้ผมเคยเจอเมื่อครั้งก่อนตอนที่ซอลเมา ตอนนั้นเขากำลังพยุงซอลไปที่ไหนสักทีแต่ผมเดินกลับเข้าไปรับซอลไว้ก่อน เลยไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมไม่รู้ว่าเฮียซันคิดอะไรกับซอลหรือเปล่า แต่สายตาที่เอาแต่มองซอลบ่อยๆ นั่น มันทำให้ผมรู้ว่าเฮียซันต้องคิดแน่ๆ

“ก็ตั้งแต่ปีหนึ่งครับ”

ไอ้เชี่ยวผู้ชายหน้าตาเหมือนผมอย่างกับแกะตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริงตามแบบของมัน ก็อย่างว่าเราเป็นแฝดกันจะไม่ให้หน้าเหมือนได้ไง และมันมีสถานะเป็นพี่ชายของผม แต่ผมไม่อยากเป็นน้องมันหรอก

“งั้นเหรอ แต่ดูไม่เหมือนเพื่อนกันเลยนะ”

ถ้าพวกเราไม่เหมือนเพื่อนแล้วมันจะเหมือนอะไรวะ เพื่อนกันก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ ถึงไอ้ซอลจะเป็นผู้หญิงก็ตามแต่พวกผมก็ทำกับมันเหมือนเพื่อนทั่วๆ ไปนั่นแหละ อาจจะถึงเนื้อถึงตัวกันบ้างถ้าไม่ได้คิดอะไรที่มันเกินเลยก็ไม่เป็นอะไรนี่น่า

“เพื่อนกันมันส์ดีพี่”

ไอ้นี่ก็ตอบอะไรไม่เคยคิดสักครั้ง คนอื่นเขาฟังคงเข้าใจผิดกันใหญ่แล้วมั้ง ดูจากสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเฮียซันผมรู้เลยว่าเขาเข้าใจผิดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ล้อเล่นครับ พวกผมก็คิดไอ้ซอลเหมือนเพื่อนผู้ชายด้วยกัน ไม่มีอะไรหรอก”

ไอ้เชี่ยวแก้คำพูดใหม่เฮียซันก็ทำสีหน้าเหมือนโล่งใจอะไรสักอย่างออกมา

“เอ่อ แต่มีใครสังเกตเหมือนผมไหมว่าปากไอ้ซอลมันบวมๆ”

ไอ้เชี่ยวผู้พูดมากซึ่งมันต่างจากผมโดยสิ้นเชิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสงสัย แต่ผมสังเกตเห็นว่าคนที่นั่งตรงข้ามกับผมสะดุ้งขึ้นมาแปลกๆ

“เหรอ เฮียไม่ทันมอง”

“สงสัยมันคงล้มแล้วปากไปกระแทกกับอะไรสักอย่าง”

ไอ้เชี่ยวแก้ต่างไปต่างๆ นานา แล้วก็พูดถึงเรื่องอื่นกันต่อ แต่มีคนหนึ่งที่นั่งเงียบไม่ต่างกับผมนั่นก็คือเฮียพันแสง ผมเลยจ้องหน้าเฮียเขาไปด้วยความสงสัย เพราะเมื่อคืนผมดันไปเห็นอะไรบางอย่างเข้ายังไงละ

เมื่อคืนหลังจากที่ผมรู้สึกว่าโลกทั้งใบมันหมุนไปหมด ผมก็นอนพักสายตาเมื่อรู้ว่าตัวเองเริ่มเมาได้ที่แล้ว พอมารู้สึกตัวอีกทีผมก็มานอนกองกับคนอื่นๆ ที่ห้องห้องหนึ่งแล้ว ตอนนั้นผมเกิดคอแห้งขึ้นมาเลยเดินออกมาหาน้ำดื่ม ก็รู้ว่านี่ไม่ใช่ห้องของตัวเองแต่ตอนนี้มีใครตื่นบ้างละ ผมเลยถือวิสาสะออกไปหาดื่มเอง แต่หลังจากที่ผมกำลังเปิดประตูห้องออกไปนั้น ผมก็เห็นว่ามีคนคนหนึ่งกำลังเดินเข้าห้องที่ซอลนอนอยู่ คนคนนั้นก็คือเฮียพันแสง ผมไม่รู้ว่าเฮียเขาเข้าไปทำไม แต่นี่ก็ห้องของเฮียเขา เขาอาจจะเข้าไปเอาของก็ได้ ผมก็ไม่ได้เอะใจอะไร แต่ก็ห่วงเฮียเขาหน่อยๆ ว่าจะโดนไอ้ซอลทำอะไรเข้าให้ ยิ่งเวลาที่ไอ้ซอลเมาก็อย่างที่เคยบอกไว้ว่ามันอันตราย เราต้องคอยอยู่ห่างๆ มันเข้าไว้ ตอนมันยังไม่น็อกมันก็ยังโอเคอยู่ แต่ถ้ามันได้นอนแล้วมันจะกลายเป็นคนเมาที่ชอบละเมอแล้วทำอะไรแผลงๆ ผมกับไอ้เชี่ยวที่รู้จักมันมานานก็โดนบ่อยอยู่ไม่น้อย ตอนแรกที่เห็นผมเกือบโดนไอ้ซอลข่มขืนไปเป็นผัวมันแล้ว ใครๆ ก็รู้ว่ามันนะแรงความเห็นตัวเล็กอย่างนั้นอย่าดูถูกมันเชียวมันสามารถล้มผู้ชายได้เลยนะ แต่ดีที่ตอนนั้นไอ้เชี่ยวเข้ามาเห็นเสียก่อนแล้วช่วยผมไว้ทัน แต่มันเองก็เกือบโดนเหมือนกันแต่ก็ไหวตัวทันตลอด ก็เพื่อนปะวะถ้าเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นได้จบกันพอดี ตอนนี้วิธีรับมือเวลาไอ้ซอลเมาก็คือถ้ามันเมาแล้วหลับก็คือขังมันไว้อย่างนั้นไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับมัน มันก็ไม่ทำอะไรเราแล้ว

แต่ผมไม่รู้ว่าเมื่อคืนเฮียพันแสงโดนอะไรหรือเปล่า แต่เฮียเขาดูนิ่งมากเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ไอ้ปากที่ดูบวมๆ ของไอ้ซอลมันทำให้ผมสงสัยนะสิ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

“เอาเป็นว่าพวกผมขอตัวกลับก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยววันหลังมาเล่นด้วยใหม่”

ไอ้เชี่ยวพูดขึ้นก่อนที่จะลุกขึ้นยืน ผมก็ลุกตามมันอย่างเสียไม่ได้

“เออ ได้ๆ”

เฮียพันแสงพูดพร้อมกับยกมือตบไหล่ไอ้เชี่ยวเบาๆ ก่อนที่จะกวาดสายตามามองผมนิ่งๆ

“แล้วเจอกันไอ้น้อง”

เฮียหันมาพูดกับผม ผมเลยตอบกลับไปเรียบๆ ว่า

“เมื่อคืนผมเห็นนะว่าเฮียทำไร”

ผมกระซิบบอกให้ได้ยินกันสองคน และดูเหมือนว่าเฮียพันจะตกใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

“แต่ผมไม่บอกใครหรอก รับรองได้”

ผมเอ่ยนิ่งๆ ก่อนที่จะเดินออกจากห้องของเฮียพันตามไอ้เชี่ยวไปติดๆ ถ้าให้ผมพูดว่าระหว่างเฮียพันกับเฮียซัน ผมชอบเฮียพันมากกว่า ไม่รู้ทำไมเห็นว่าเฮียเป็นคนตรงๆ ดี และน่าไว้วางใจกว่า










เฮียอย่าพึ่งตบะแตกละ

อีวนนี่ร้ายเงียบนะเออ แต่นางเชียร์เฮียพันนะ

ติดตามได้ในตอนต่อไป



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

376 ความคิดเห็น

  1. #353 25390217 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 11:11

    สรุปเรื่องนี้ผู้ชายร้ายทุกคนแต่ร้ายคนละแบบ????????????

    #353
    0
  2. #6 thipfyzz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 22:47
    รอติดตามอยู่เด้อ ชอบ
    #6
    0