(REWRITE ) MADDEN LOVE # ผู้ชายคลั่งรัก (พันแสง vs ซอล)

ตอนที่ 6 : MADDEN LOVE : 05

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,992
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    31 ส.ค. 62




5


Salvation War




ฉันไม่รู้ว่าฉันกับพันแสงจ้องหน้ากันนานแค่ไหน แต่พอฉันมารู้สึกตัวอีกทีฉันก็สะบัดหน้าไปทางอื่นเพราะไม่อยากที่จะมองหน้าเขาอีกต่อไป ยิ่งมองยิ่งเกลียด แถมหน้าตาของเขาก็น่าหมั่นไส้อีก ไม่คิดเลยว่าจะโตมาเป็นคนแบบนี้

“เออ ไอ้พัน จะมีเพื่อนของซอลมาเพิ่มอีกสองคนนะ”

โซลหันไปบอกกับพันแสงเหมือนกับขออนุญาต

“อืม คนเยอะยิ่งดี”

พันแสงกล่าวแล้วเดินเข้ามาหาพวกฉันแล้วย้ายโต๊ะที่อยู่หน้าโซฟาที่ฉันนั่งอยู่ออกกับเพื่อนของเขา พร้อมกับเคลียร์สถานที่อย่างงเสร็จสรรพ

ติ่ง!

เสียงโทรศัพท์ของฉันแจ้งเตือนขึ้นมาฉันเลยก้มดูโทรศัพท์แล้วก็เห็นข้อความของไอ้เชี่ยวส่งมาพอดี

NUM CHEIYW HANDSOME : ถึงแล้ว

SAUL : ห้อง 1205

ฉันตอบไปแค่นั้นก่อนที่จะวางโทรศัพท์ของตัวเองไว้ข้างตัวแล้วก็มองไปทั่วห้องเพราะไม่มีอะไรทำ ส่วนพวกพี่ฉันก็เริ่มล้อมวงเป็นวงกลมอยู่กับพื้นแล้วก็เริ่มชงเหล้าให้กันกินโดยมีฉันนั่งอยู่บนโซฟาคนเดียว เฮ้ย ทำไมไม่มีใครส่งเหล้าให้ฉันเลย

“โซล เข้มๆ แก้วหนึ่ง”

ฉันบอกกับโซลที่นั่งอยู่ใกล้ฉันสุด แต่ทำไมทุกคนถึงมองมาที่ฉันกันหมดละ นี่ฉันพูดอะไรผิดไปเหรอ ก็แค่ขอกินเหล้าเอง แปลกตรงไหน

“โหย ไอ้ขี้เมา”

โซลบ่นอุบอิบแต่ก็ยังส่งแก้วเหล้ามาให้ฉันอยู่ดี ฉันเลยส่งยิ้มหวานไปให้พี่ชายเป็นคำขอบคุณ แต่คนที่นั่งข้างๆ พี่ชายฉันกลับจ้องหน้าฉันเขม่ง

“มองไร”

ฉันถามออกไปด้วยน้ำเสียงห้วนๆ แล้วก็ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม

“ใครมองเธอ”

พันแสงตอบกลับมาพร้อมกับทำหน้ากวนๆ ใส่ฉัน ฉันเลยขยับปากพูดแบบไม่มีเสียงไปว่า ‘ไอ้โรคจิต’ และมันก็ทำให้ใบหน้ากวนๆ ของพันแสงเมื่อกี้เปลี่ยนไปเป็นนิ่งเหมือนเดิม แต่ฉันสังเกตว่าคิ้วของเขากระตุกนะเมื่อกี้

ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง

อ่า ดูเหมือนว่าพวกแฝดจะมาถึงกันแล้วสินะ มาได้ซะทีฉันไม่มีเพื่อนคุยอยู่พอดี พันแสงน่าจะเป็นเจ้าของห้องเลยลุกขึ้นไปเปิดประตู ฉันเลยมองตามหลังเขาไป พอพันแสงเปิดประตูก็เจอไอ้แฝดยื่นอยู่หน้าห้องพอดี

“เข้ามาสิ”

พันแสงเอ่ยนิ่งๆ ก่อนที่จะบอกให้พวกนั้นเข้ามา

“รบกวนด้วยนะครับ”

ไอ้เชี่ยวผู้ไม่เคยมีมารยาทก็มีมารยาทขึ้นมาทันที ก็อย่างว่าแหละที่นี่ไม่มีใครที่พวกมันสนิทด้วยเลยนอกจากพี่ชายของฉัน ฉันเห็นว่าเพื่อนของฉันดูเกร็งๆ เลยรีบกวักมือเรียกพวกนั้นมาหา แล้วพวกมันก็เดินมาหาฉันด้วยความเร็วแสง

“หวัดดี เฮียโซล”

ไอ้เชี่ยวเอ่ยทักทายพี่ชายฉันก่อนที่จะเดินเข้าไปนั่งร่วมวงทันที มันรีบเหรอ

“หวัดดีครับ”

“อืม”

ไอ้วนผู้ไม่ค่อยเอ่ยทักทายพี่ชายฉันนิ่งๆ แล้วก็เดินไปนั่งข้างไอ้เชี่ยว อ้าว พวกนี้เห็นเหล้าแล้วลืมฉันตลอด ให้มันได้อย่างนี้สิ ฉันเลยตามลงไปร่วมวงด้วยโดยเดินเข้าไปแทรกกลางระหว่างไอ้เชี่ยวและโซล

“นี่ไอ้พันแสง กับไอ้ซันเพื่อนเฮีย”

โซลเอ่ยแนะนำให้พวกไอ้แฝดได้รู้จัก ส่วนคนที่กำลังถูกแนะนำตัวก็ได้แต่ทำหน้านิ่งๆ มีแค่ซันคนเดียวที่ยิ้มให้พวกแฝด

“ผมน้ำเชี่ยว ส่วนไอ้นั่นน้ำวน เรียกเชี่ยวกับวนก็ได้ เป็นเพื่อนสนิทซอล”

“เป็นแฝดกันเหรอ”

ซันเอ่ยถามด้วยความสนอกสนใจ เลยทำให้บรรยากาศตอนนี้เริ่มผ่อนคลายลง

“ครับ”

“วันนั้นก็เจอกัน ไม่รู้ว่าเป็นคนไหน”

เจอกันก็มีวันเดียวนี่แหละวันที่เมาเป็นเมาวันนั้นไง ก็จะเจอก็คงเป็นไอ้วนมั้งเพราะมันไม่เมาคนเดียว

“น่าจะเป็นไอ้วนแหละ ผมไม่เคยเจอพวกเฮียมาก่อน ขอเรียกว่าเฮียนะครับ สนไอ้วนมันเป็นพวกไม่ค่อยพูดอย่าไปถือสามันเลย”

ไอ้เชี่ยวพูดอย่างน้ำไหลไฟไหม้เหมือนกับรู้จักคนพวกนี้มานาน ทั้งๆ ที่พึ่งรู้จักไปเมื่อกี้เอง นี่แหละนะพวกผู้ชายกินเหล้าด้วยกันแค่ครั้งเดียวก็สนิทกันแล้ว

“เอาที่สบายใจไอ้น้อง”

ซันตอบแล้วก็ยกแก้วเหล้าไปให้พวกไอ้แฝด แล้วก็หันมายิ้มให้ฉัน ฉันเลยส่งยิ้มบางๆ ไปให้เขา แต่ก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าทำไมเขาถึงยิ้มให้ฉันบ่อยนักละ

“เป็นผู้หญิงมานั่งกินเหล้าแบบนี้กับผู้ชายได้ไง”

คนที่เงียบไปนานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกวนประสาทเพราะว่าตอนนี้เขากำลังจิกฉันอยู่

“หนักหัวนายหรือไง”

ฉันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงห้วนๆ

“โหย ยัยเด็กพูดไม่เพราะ ทีเมื่อก่อนเรียกพี่พันจ๊ะ พี่พันจ๋าอยู่เลย”

แล้วทำไมหมอนี่ต้องเอาเรื่องในอดีตมาพูดในวงเหล้าด้วยล่ะ นั่นมันเมื่อก่อนปะวะ ใครจะไปรู้ว่าโตมาเขาจะเป็นคนแบบนี้

“ตอนนั้นมันเด็ก ตอนนี้ไม่ ให้ตายยังไงก็ไม่เรียก”

“อย่าพูดใจร้ายแบบนี้ซิน้องซอล เมื่อก่อนน้องซอลยังบอกรักพี่อยู่เลย”

“นี่นาย”

สิ้นเสียงคำพูดจีบปากจีบคอของพันแสงฉันแทบจะกระโจนเข้าใส่หมอนั่นด้วยความหงุดหงิด ที่เขาเอาเรื่องที่ไม่น่าพูดออกมาพูดแบบนี้ ดีที่โซลนั่งคั่นกลางฉันกับหมอนั่นห้ามฉันไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นฉันกระโดดเข้าไปกัดคอหมอนั่นแน่

“เฮ้ย หยุดทะเลาะกันได้แล้ว เมื่อไหร่จะพูดกันดีๆ สักทีวะสองคนนี้”

โซลพูดขึ้นพร้อมกับทำสีหน้าเอือมระอาใส่ฉันกับพันแสง

“ก็หมอนั่นมันเริ่มก่อน”

“ก็เธอพูดไม่เพราะกับฉันก่อน”

“ก็นายโรคจิตแบบนั้น ทำไมต้องพูดเพราะด้วยละ”

“เธอว่าใครโรคจิตฮ่ะยัยเตี้ย”

“ฉันไม่ได้เตี้ยนะ”

“พอ! กูจะแดกเหล้า”

หลังจากที่โซลพูดแบบนั้นออกมาฉันกับพันแสงก็สะบัดหน้าใส่กันทันที ฉันเลยคว้าแก้วเหล้ามาดื่มด้วยความหงุดหงิด วันนี้เขาจะปล่อยให้ฉันกินเหล้าดีๆ ไม่ได้หรือไง

พันแสง Talk

ผมยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอย่างหัวเสียหลังจากที่พึ่งปะทะฝีปากกับยัยเตี้ยนั่น ผู้หญิงอะไรเถียงคำไม่ตกฟาก ถึงเมื่อก่อนเธอจะขี้เหร่แต่ก็ดูน่ารักกว่าตอนนี้มาก ตอนที่เธอเรียกพี่พันอย่างนู้นอย่านี้ผมยังรู้สึกดีกว่าสรรพนามที่เธอใช้เรียกผมตอนนี้

‘โรคจิต’ คำคำนี้ยังลอยอยู่ในหูของผมอยู่เลย ก็เมื่อเช้าที่ผมเจอกับเธอผมดันทำเรื่องที่น่าอายเข้าไปยังไงละ ใครรู้ว่าผมทำเรื่องแบบนั้นลงไปก็คงหาว่าผมเป็นโรคจิตอย่างที่ยัยเตี้ยนั่นบอกจริงๆ ตอนนั้นที่ผมจับมือเธอผมดันเผลอไปลูบมือเธอเข้าแล้วเผลอคิดดังไปหน่อย เรื่องมันเลยกลายเป็นแบบนี้ไป

แต่ผมก็ต้องมาเจออีกครั้งในวันเดียวกัน เมื่อวันนี้ผมชวนไอ้โซลพี่ชายของเธอมาดื่มเหล้าที่ห้องแต่ไม่คิดว่ามันจะพาน้องสาวมันมาด้วย ตอนแรกที่ผมเห็นเธออยู่หน้าประตูห้อง ก็เล่นเอาซะผมตกใจเหมือนกัน แต่ผมก็ต้องเก๊กฟอร์มไว้ก่อน แต่หลังจากที่ยัยเตี้ยรู้ว่าผมเป็นใครเราก็มาทะเลาะกันอย่างที่เห็นนั่นแหละ

“ไอ้พัน มึงยังจำเรื่องที่กูพูดวันนั้นได้หรือเปล่าวะ”

ไอ้ซันที่นั่งอยู่ข้างๆ ผมหันมากระซิบผมเสียงเบาเพื่อไม่ให้ใครได้ยิน ทำไมต้องกระซิบด้วยวะ

“อะไรของมึง”

“ที่กูบอกว่าเจอเนื้อคู่นั่นนะ”

“เออ แล้วมันเกี่ยวอะไร”

ไอ้เพื่อนคนนี้ทำตัวมีพิรุธแล้วยังทำท่าทีอ้ำอึ้งจนผมชักรำคาญ

“ก็ผู้หญิงคนนั้นคือน้องซอลคนนี้ยังไงละวะ”

มันพูดแล้วหันไปมองยัยเตี้ยนั่นด้วยสีหน้าเพ้อฝัน

“มึงต้องช่วยกูจีบน้องเขานะ มึงสนิทกับพี่น้องเขาไม่ใช่เหรอ”

ทำไมมันต้องทำให้ผมยุ่งยากด้วยวะ จีบผู้หญิงแค่นี้ต้องให้ผมไปช่วยอีก มันใช่เรื่องที่ผมต้องทำด้วยเหรอ แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาแปลกๆ แบบนี้วะ

“ถือว่าช่วยกูสักครั้ง”

ไอ้ซันพูดออกมาด้วยความจริงจัง

“เออๆ”

ผมเลยตอบรับไปเพราะอย่างน้อยมันก็เพื่อนผมช่วยๆ มันหน่อยก็แล้วกัน ผมยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอีกครั้งแต่สายตาผมมันดันไปมองที่ยัยเตี้ยนั่นอีกครั้งอยู่ดี ผู้หญิงอะไรวะมานั่งกินเหล้ากับพวกผู้ชาย ไม่คิดกลัวอะไรเลยหรือไงที่อยู่เป็นผู้หญิงคนเดียวในห้องแบบนี้ แล้วไอ้กางเกงที่เธอใส่อีก มันจะสั้นไปไหนไม่คิดบ้างหรือไงว่าพวกผู้ชายมันมองขาอ่อนเธออยู่ ไอ้โซลมันไม่เตือนน้องมันบ้างหรือไงกัน

“ไอ้ซอล นี่มันเสื้อไอ้วนไม่ใช่หรือไงวะ”

ไอ้เด็กแฝดหน้าตาทะเล้นที่นั่งข้างยัยเตี้ยพูดขึ้นพร้อมกับจับเสื้อยืดตัวใหญ่ที่ยัยเตี้ยนั่นใส่ ที่ผมเรียกเธอว่ายัยเตี้ยก็ไม่ใช่เพราะอะไรยัยนี่มันเตี้ยจริงๆ สูงไม่ถึงไหล่ของผมด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าตอนเด็กยัยนี่กินนมกับเขาบ้างหรือเปล่าวะ ใส่เสื้อแบบนั้นไปยิ่งทำให้ดูตัวเล็กเข้าไปอีก แต่ที่ว่าเป็นเสื้อของไอ้วนนี่คือเสื้อของไอ้แฝดหน้านิ่งนั่นเหรอ

“มึงอย่าพูด กูแอบขโมยมันมา”

แล้วก็เป็นเสื้อของไอ้นั่นจริงๆ แล้วยัยนั่นเอาไปใส่ได้ไงไหนว่าเป็นเพื่อนกันไง ทำตัวเหมือนไม่ใช่เพื่อนกันแหละ

“ว่าแล้วทำไมเสื้อกูมันน้อยๆ”

ไอ้แฝดวนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเอื่อยๆ ตั้งแต่มันเข้าห้องผมมาผมนับคำพูดของมันได้เลยละ ผมไม่แปลกใจหรอกว่าทำไมแฝดกันถึงต่างกันขนาดนี้คนหนึ่งพูดมากคนหนึ่งเงียบเหมือนไม่มีตัวตน ผมกับบุหลันก็เป็นเหมือนกัน ยัยนั่นซื่อบื้อจนน่ารำคาญเลยละ

ผลัวะ!

“เพราะมึงเลยไอ้เชี่ยว มันเลยรู้ตัว”

ยัยเตี้ยนั่นยกมือตบหัวคนที่นั่งข้างๆ อย่างไม่ออมแรง ผมนี่ใบ้กินเลยครับ พึ่งเคยเห็นผู้หญิงตบหัวผู้ชายก็วันนี่แหละ

“ไอ้ซอล มึงแม่งเป็นผู้หญิงคนเดียวที่กล้าตบหัวกู”

“ก็มึงวอนเอง”

“เพราะแบบนี้ไงมึงถึงไม่มีผัวกับเขาซะที”

“ไอ้นี่เดี๋ยวกูโบกอีกครั้งหรอก”

ผมเลยได้แต่นั่งมองดูพวกเขาทะเลาะกันไป แต่แม่งยิ่งดูผมก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด กูเป็นบ้าอะไรของกูวะ ผมเลยเลิกสนใจหันมานั่งซดเหล้าต่อคนเดียวไม่พูดคุยกับใครเผื่อว่าเหล้านี่จะไปดับความร้อนที่กลางอกผมได้บ้าง แต่ผมดันมาตาดีไปเหลือบเห็นว่าไอ้ซันกำลังจ้องไปที่ขาอ่อนของยัยเตี้ยนั่นอยู่ ผู้ชายด้วยกับผมรู้เมื่อมีของล่อตาล่อใจแบบนี้ก็มองกันเป็นธรรมดา ผมเองยังมองเลย แต่ก็ไม่อยากให้ใครวะ ผมเลยเอื้อมมือไปหยิบแจ็กเกต ของผมแล้วโยนไปที่หน้าตักของยัยเตี้ยนั่น

“อะไรของนาย”

ยัยนั่นหันมาถามผมด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ยัยนี่เป็นคนแรกเลยที่กล้าขึ้นเสียงใส่ผม

“กางเกงในเธอโผล่”

ผมก็พูดไปแบบนั้นแหละ มันไม่ได้โผล่ออกมาอย่างที่พูดหรอก

“ไอ้โรคจิต”

นั่นไง มันมาอีกละคำนี้ คนอุตส่าห์หวังดียังจะมาด่าผมอีก แต่ใบหน้าที่กำลังด่าผมอยู่ตอนนี้มันกำลังแดงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ยัยนั่นเขินผมเหรอ ที่ผมพูดไปแบบนั้น เด็กน้อยเอ๊ย พูดแค่นี้ก็เขิน

“ขอร้องละ พวกมึงหยุดเถียงกันซะที”

ไอ้โซลที่อยู่คั่นกลางระหว่างผมกับยัยเตี้ยนั่นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงรำคาญ ผมเลยหันมาให้ความสนใจกับแก้วเหล้าผมต่อ ส่วนยัยเตี้ยนั่นก็รีบเอาเสื้อผมไปคลุมขาของตัวเองไว้หลังจากที่ผมพูดแบบนั้นออกไป

เวลาต่อมา

เหล้าหมดไปหลายกลมแต่สมาชิกในวงยังไม่มีใครน็อก รวมทั้งผู้หญิงคนเดียวที่นั่งในวงนี้ด้วย ยัยนั่นกินเข้าไปมากแล้ว แต่ผมยังไม่เห็นทีท่าว่าเธอจะเมาขึ้นมาเลยสักนิดแต่หน้าเธอก็เริ่มแดงขึ้นมาให้เห็นบ้างแล้ว ซึ่งแตกต่างจากพี่ชายของเธอที่เริ่มเมาขึ้นมาให้เห็น ยัยนี่คอแข็งวะ

“ซอลคอแข็งจัง”

ไอ้ซันที่ได้โอกาสก็หันไปพูดกับยัยเตี้ยนั่น ผมเห็นแล้วหมั่นไส้วะ

“แบบนี้แหละ ผู้ชายค่อยมอมไม่ได้”

ยัยเตี้ยตอบแล้วยกเหล้าขึ้นดื่มจนหมดแก้ว แล้วยื่นไปให้ไอ้คู่แฝดชงให้เธอใหม่

“อย่าไปเชื่อมันเฮีย ไอ้ซอลมันเมาแล้วมันไม่แสดงอาการ อย่าให้มันลุกเดินตอนนี้ มีเซอะ”

ไอ้แฝดเชี่ยวพูดขึ้น อ่า ถ้ามันไม่บอกก็ไม่มีใครรู้นะเนี่ยว่ายัยนี่กำลังเมา

“งั้นเหรอ”

“แต่มันก็แกร่งเกินผู้หญิงทั่วไปนั่นแหละ”

เออ อันนี้ผมเห็นด้วย ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นป่านนี้น็อกไปแล้ว แต่ยัยนี่ถือว่าสูสี

“กูไปดูดบุหรี่แป๊บ”

ผมบอกแล้วก็ลุกเดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเองแล้วไปยืนสูบบุหรี่ตรงระเบียงห้อง ที่ลุกมาแบบนี้ก็เพราะผมติดเป็นนิสัยเพราะเมื่อก่อนบุหลันมันอยู่กับผมไง ยัยนั่นไม่ชอบบุหรี่ผมเลยต้องมายืนสูบที่ระเบียงแบบนี้จนติดเป็นนิสัย ส่วนคนอื่นๆ ดูเหมือนจะยังเกรงใจผมอยู่เลยไม่มีใครกล้าที่จะสูบในห้อง

“อ่า ห้องน้ำอยู่ไหนวะ”

ระหว่างที่ผมกำลังสูบบุหรี่เพลินๆ อยู่นั้นก็มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมาขัดจังหวะผมเสียก่อน พร้อมกับร่างบางๆ เดินเซๆ หาอะไรสักอย่าง เออ อย่างที่ไอ้เชี่ยวมันบอก ยัยนี่เมาจริงๆ

ยัยเตี้ยเดินเซๆ จนเจอห้องน้ำ แล้วเข้าห้องน้ำไปผ่านไปสักพักเธอก็เดินเซๆ ออกมา โดยไม่ทันสังเกตเห็นผม แต่แล้วผมก็ต้องรีบถลาเข้าไปเมื่อร่างกายเตี้ยๆ นั่นกำลังจะล้มลงจูบกับพื้น

“x”

ผมสบถออกมาอย่างหัวเสีย ดีที่ผมวิ่งเข้ามารับทันไม่งั้นยัยเตี้ยนี้ได้หน้าแหกแน่ แต่สัมผัสที่อยู่บนมือผมมันทำให้ใบหน้าผมเริ่มรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมา ก็ไอ้ที่ผมจับอยู่ตอนนี้มันคือก้อนเนื้อนุ่มๆ เต็มกำมือยังไงละ เหี้ย ยัยนี่ตัวเล็กนิดเดียวทำไมหน้าอกถึงใหญ่จังวะ เฮ้ย ไอ้พันมึงคิดบ้าอะไรวะ

ผมด่าตัวเองในใจก่อนที่จะอุ้มร่างเล็กๆ นั่นไปนอนบนเตียงขนาดใหญ่ของผม หลังจากที่ผมรู้ว่ายัยเตี้ยนี่เมาจนหลับไปแล้ว ผมมองร่างที่ไร้สตินั่นพร้อมกับท่องกับตัวเองในใจว่า น้องเพื่อน น้องของเพื่อน ผมบอกตัวเองจนใจผมเย็นลงแล้วก็เดินออกจากห้องมา

“ไอ้โซล น้องมึงน็อกหลับอยู่ในห้องกู”

ผมหันไปบอกไอ้โซลที่เริ่มจะเมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ในใจผมกลับว้าวุ่นแปลกๆ

“แล้วมึงได้ทำอะไรน้องกูปะวะ”

ไอ้โซลถามพร้อมกับจ้องหน้าผมเขม่ง ทำอะไรเหรอ เมื่อกี้ก็จับหน้าอกไปครั้งหนึ่ง แต่เฮ้ย นั่นมันอุบัติเหตุ

“กูทำอะไร เตี้ยแบบนั้นไม่ใช่สเป็ก”

ผมบอกพร้อมกับรีบยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม

“กูก็ยังไม่ได้ว่าอะไร ร้อนตัวนะมึง”

“ร้อนตัวเหี้ยอะไร”

ผมหันไปพูดกับไอ้โซลด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ใช่ ผมไม่ได้ร้อนตัวเลย จริงๆ









นางเอกเรื่องนี้แหกทุกอย่างที่ผู้หญิงมี 

นางขี้เมาหน่อย เตะตีผู้ชายเป็นว่าเล่น

เข้าใจความแสบของซอลหน่อยนะคะ

อีพันแอบคิดอะไรหรือเปล่า

ติดตามได้ในตอนต่อไป


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

376 ความคิดเห็น