(REWRITE ) MADDEN LOVE # ผู้ชายคลั่งรัก (พันแสง vs ซอล)

ตอนที่ 5 : MADDEN LOVE : 04

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,723
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    29 ส.ค. 62




4


Psychosis




แม่ง เดินไกลชิบ

ผมบ่นกับตัวเองอย่างหัวเสียพร้อมกับก้าวเดินไปตามทางเดินด้วยท่าทางหงุดหงิด สาเหตุของความหงุดหงิดของผมก็คือวันนี้ผมดันตื่นสายเลยมาเรียนสายอย่างที่เห็น เรื่องเรียนผมก็ไม่ได้อะไรกับมันมากหรอก ยังไงก็เทอมสุดท้ายแล้วช่างมัน แต่ที่ผมหงุดหงิดก็เป็นเพราะว่าที่จอดรถแถวหน้าตึกคณะผมมันเต็มเลยต้องมาจอดอีกที่หนึ่งที่เขาให้จอด ผมเลยต้องมาเดินหัวเสียอยู่ตอนนี้ยังไงละ

แต่ระหว่างทางที่ผมกำลังเดินไปอยู่นั้นผมก็ดันไปเห็นร่างเล็กๆ ของคนคนหนึ่งที่กำลังก้มหน้าก้มตาจิ้มโทรศัพท์ของเธอโดยไม่มองทางเดินเลย ไอ้ผมก็เป็นคนชอบก่อกวนความวุ่นวายด้วยสิ เห็นว่าเป็นคนที่เคยคุ้นเคยกันหรอก เลยอยากเข้าไปทักทายก็เท่านั้น

ผมไม่ได้ทำเพียงแค่คิดแต่ขาของผมมันก้าวไปขวางหน้าเธอไว้เสียแล้ว คนที่ผมกำลังขวางทางอยู่ตอนนี้เงยหน้ามองผมด้วยสายตาไม่พอใจ ที่จู่ๆ ผมก็เข้าไปขวางทางเดินเธอเข้า แต่ใบหน้านี่มัน แม่ง ไม่น่าเชื่อว่ายัยอ้วนขี้เหร่เมื่อตอนนั้นจะมาเป็นตัวเล็กหน้าตาน่ารักในตอนนี้ ผมยังไม่เชื่อสายตาตัวเองเลย

“เฮ้ นายขวางทางฉันอยู่ หลบหน่อย”

เธอบอกแล้วก็ชักสีหน้าไม่พอใจใส่ผม แต่สายตาที่เธอมองมาที่ผมนั้นมันเต็มไปด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย หน้าผมชาไปทั้งแถบเพราะไม่เคยเจอผู้หญิงใช้สายตามองผมแบบนี้มาก่อน

“เธอจำฉันไม่ได้เหรอ”

ผมถามแต่เธอได้แต่ขมวดคิ้วเข้าหากันเหมือนกับกำลังถามว่าผมกำลังพูดอะไร แม่ง ยัยนี่จำผมไม่ได้วะ เป็นไปได้ไงวะ ว่ายังมีพวกที่ไม่รู้จักผมอีกในมหาลัยนี้ ตอนนี้ทำเป็นไม่รู้จักผม ทีเมื่อก่อนวิ่งตามติดผมแจ แถมเธอยังเคยบอกรักผมอีก เธอยังมีหน้ามาลืมผมอีก ให้มันได้อย่างนี้สิ

“ฉันไม่รู้จักนาย ถอยไป”

เธอไม่เพียงแค่บอกแต่เธอกลับผลักผมหลบออกไปจากหน้าเธอ แม่งตัวเล็กนิดเดียวแต่กลับแรงควาย เล่นเอาซะผมตกใจเหมือนกันที่เธอทำแบบนี้กับผม แต่คิดเหรอว่าผมจะปล่อยเธอไปง่ายๆ

หมับ

ผมคว้ามือเธอไว้เพื่อไม่ให้เธอเดินหนี แต่แม่งทันทีที่ผมจับมือเธอไว้ความรู้สึกแปลกๆ ก็วิ่งเข้าสู่ร่างผม ไม่รู้ว่ามันเป็นความรู้สึกอะไร แต่มือยัยนี่ แม่ง นุ่มชะมัด

ซอล Talk

ย้อนไปเมื่อหลายนาทีก่อน

“กลับมา แม่แม่งจะบ่นให้ดู”

ฉันบ่นกับโทรศัพท์ตัวเองพร้อมกับกดส่งข้อความทางไลน์ไปหาคนที่กำลังบ่นถึง

SAUL : 10 นาที ไม่ถึงพวกมึงตาย

ฉันส่งข้อความเข้าไปในไลน์กลุ่ม เพราะวันนี้ฉันมามหาลัยเองเพราะพวกแฝดมันไม่ว่างมารับ ไอ้เชี่ยวติดหญิง ไอ้วนตื่นสาย เลยเป็นอย่างที่เห็นละฉันเลยได้มารอพวกมันอยู่แบบนี้ยังไงละ

NUM CHEIYW HANDSOME : กำลังไปจ้า อย่าพึ่งองค์ลง

NUM WON WON : หาที่จอดรถอยู่

SAUL : ให้ว่อง

ฉันพิมพ์ตอบกลับไปทั้งๆ ที่เดินไปยังจุดนัดหมาย แต่ระหว่างที่ฉันกำลังเดินอยู่นั้นก็มีใครก็ไม่รู้มาขวางทางฉันไว้เสียก่อน ฉันเลยมองเขาไปด้วยความไม่พอใจ เพราะทางออกจะกว้างยังมายืนขวางกันอีก

“เฮ้ นายขวางทางฉันอยู่ หลบหน่อย”

ฉันบอกเขา แต่เขากลับตีหน้านิ่งใส่ฉัน อะไรของเขากัน แต่หมอนี่หน้าตามันคุ้นๆนะ แต่ฉันมั่นใจว่าฉันไม่เคยเห็นเขามาก่อน แต่มันคุ้นๆ ยังไงชอบกล

“เธอจำฉันไม่ได้เหรอ”

ก็คุ้นอยู่หรอก แต่แม่งไม่รู้จักไง

“ฉันไม่รู้จักนาย ถอยไป”

ฉันบอกแล้วก็ผลักเขาออกไปจากทางที่ฉันจะเดิน เขาดูอึ้งๆ กับการกระทำของฉันอยู่เมื่อกี้ไม่น้อยแล้วต่อมาใบหน้าของเขาก็กลับมานิ่งเหมือนเดิม ฉันไม่สนใจแล้วเดินผ่านร่างเขาไป

หมับ

แต่แล้วมือของฉันก็ถูกคว้าไว้จากคนที่ฉันพึ่งผลักไปเมื่อกี้ ฉันเลยหันกลับไปมองเขาด้วยสายตาหงุดหงิด หมอนี่กล้าดียังไงมาจับมือฉัน

“ปล่อย”

ฉันบอกเสียงเข้มพยายามทำใจให้เย็นที่สุด เพราะฉันไม่อยากที่จะมีเรื่องกับใครตอนนี้ มันยังเช้าอยู่ ถ้าเกิดมีเรื่องตอนนี้ฉันอารมณ์ไม่ดีทั้งวันแน่

“ไม่ปล่อย จะทำไม”

แต่หมอนี่กลับทำหน้าตายียวนใส่ฉัน เห็นแล้วคิ้วชักกระตุกขึ้นมาแฮะ แล้วไอ้ที่ยิ้มมุมปากนั่นอีก หมอนี่กำลังกวนประสาทฉันอยู่

“มือเธอนุ่มวะ”

หมอนั่นพูดแล้วใช้มือลูบมือฉันเล่นทั้งๆ ที่ยังจับมือฉันอยู่ หมอนี่โรคจิตหรือเปล่าวะ ฮึ่ย มือฉันจะเป็นราคีหรือเปล่าเนี้ย ฉันจึงรีบชักมือกลับระหว่างที่เขากำลังเผลอ

“โรคจิต”

ฉันบอกแค่นั้นก่อนที่จะรีบเดินออกมาด้วยความเร็วแสง ฉันเคยเจอผู้ชายมาหลายประเภทแล้วนะ แต่ฉันไม่เคยเห็นใครโรคจิตเท่านี้มาก่อนเลย คิดแล้วขนลุกวะ

“เฮ้ย ไอ้ซอลเป็นไรรีบเดินมาแบบนั้น”

ไอ้เชี่ยวกับไอ้วนที่เดินมาเจอฉันพอดีถามขึ้นด้วยความสงสัย

“กูเจอคนโรคจิตวะ คิดแล้วขนลุก”

ฉันบอกแล้วทำท่าทางประกอบ ไอ้เชี่ยวก็ทำท่าเหมือนจะขนลุกตามฉัน

“มันทำอะไรเธอหรือเปล่า แม่ง เป็นใครวะ จะไปล่อมันให้”

ไอ้เชี่ยวเอ่ยถามพร้อมกับเอามือมาแตะไหล่ฉัน ฉันเลยส่ายหน้าแทนคำตอบ

“ไม่ต้องหรอก ไปเรียนกันเถอะ”

ฉันตัดปัญหาไปเพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ แต่ตอนนี้ไปเรียนกันก่อนดีกว่าเดี๋ยวอาจารย์แม่ให้เอฟรับประทานกันพอดี ฉันเลยเดินนำพวกแฝดแล้วมุ่งหน้าไปห้องเรียนทันทีเพราะนี่มันสายมากแล้ว

เวลาต่อมา

ตอนนี้ฉันกำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ด้วยใบหน้าเซ็งๆ พรุ่งนี้ไม่มีเรียนแต่คืนนี้ฉันกลับไม่ได้ออกไปเที่ยวที่ไหนทั้งๆ ที่ควรออกไปเที่ยว ก็มันไม่มีใครชวนฉันออกไปไหนเลยอะ เบื่อ แต่ระหว่างที่ฉันกำลังทำหน้าเบื่อหน่ายอยู่นั้น พี่ชายฉันก็เดินลงมาจากบันไดพร้อมกับแต่งตัวเต็มยศเหมือนจะออกไปแรดที่ไหนยังไงยังงั้น

“โซล ไปไหน”

ฉันเอ่ยเรียกพี่ชายที่กำลังตั้งท่าจะออกไปข้างนอก

“ไปกกเหล้าห้องเพื่อน”

คำตอบของโซลเล่นเอาซะฉันที่นั่งฟังอยู่ถึงกับหูผึ่งทันทีที่ได้ยินคำว่า เหล้า

“ไปด้วยดิ ไม่อยากอยู่บ้านคนเดียว”

ฉันบอก แต่โซลทำหน้าตกใจไม่น้อยที่จู่ๆ ฉันก็ขอไปด้วยกับเขาทั้งๆ ที่ฉันไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน ทำไงได้ละวันนี้อยากออกไปเที่ยวจริงๆ ไม่อยากอยู่บ้าน มันไม่ใช่แนวฉัน

“เฮ้ย มีแต่ผู้ชายนะ”

“ไม่ถือๆ ซอลไปกินทุกครั้งก็กินแต่กับผู้ชาย แค่นี้จิ๊บๆ”

ฉันบอกพร้อมกับลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาโซลที่ยืนอยู่ไม่ห่าง แล้วก็ส่งสายตาอ้อนๆ ไปให้ ทั้งๆ ที่นานๆ จะทำที ฉันรู้ว่ามันได้ผลทุกครั้ง ครั้งนี้ก็เช่นกัน

“เธอไปอาจเจอคนที่เธอไม่อยากเจอก็ได้นะ”

โซล พูดอะไรแปลกๆ ใครกันคนที่ฉันไม่อยากเจอ ไม่เห็นจะมี

“เถอะน่า ไม่อยากอยู่บ้าน”

โซลถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งก่อนที่จะพยักหน้าตอบตกลงฉัน ฉันเลยยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจโซลเลยยกมือมาขยี้ผมฉันอย่างมันเขี้ยว

“ชวนไอ้แฝดไปด้วยได้ปะ”

ฉันไปพวกได้คืบจะเอาศอก ก็ไปกินเหล้าคนเดียวไม่ได้ เดี๋ยวเพื่อนงอนหาว่าไม่ชวนมันอีก

“ได้ คนเยอะๆ ยิ่งดี”

ฉันรักโซลก็วันนี้แหละ

“ไปกัน”

ฉันบอกแล้วเดินควงแขนโซลไปสวมรองเท้าผ้าใบคู่โปรดอย่างกระตือรือร้น

“เฮ้ย อย่าบอกนะ จะไปชุดนี้ ไม่ไปเปลี่ยนชุดก่อนอะ”

โซลพูดแล้วมองดูฉันตั้งแต่หัวจรดไปเท้า ทำไมอะ ไปชุดนี้ไม่ได้หรือไง อีกอย่างฉันก็อาบน้ำแล้วด้วย

“กินในห้องไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องแต่งสวย”

ฉันบอกแล้วก้มมองดูชุดของตัวเอง ชุดที่ฉันใส่ก็มาได้แย่อะไรก็แค่ใส่เสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงยีนขาสั้นที่แทบจะมองไม่เห็นเพราะเสื้อของฉันมันตัวใหญ่จนคลุมกางเกงฉันมิดเลยทำให้ฉันดูตัวเล็กลงเข้าไปอีก แต่ที่ว่าเป็นเสื้อฉันก็ไม่ใช่หรอก เสื้อของไอ้วนมันนะ ฉันแอบจิ๊กมาเป็นของตัวเองเห็นมันสวยดี อยากใส่ อีกอย่างใส่สบายด้วย

“เออ ตามใจ นี่กูมีน้องสาวหรือน้องชายวะ”

โซลพูดเหนื่อยๆ พร้อมกับบ่นงุบงิบใส่ฉัน ทำเป็นบ่นก็แค่มีน้องสาวนิสัยเหมือนผู้ชายก็เท่านั้น ถึงฉันจะนิสัยเหมือนผู้ชายแต่เวลาไปเที่ยวฉันก็แต่งตัวเซ็กซี่ขยี้ใจนะคะ ขอบอก แต่วันนี้ขี้เกียจแต่งก็เห็นว่าไม่ได้ไปกินที่ไหนไกลแล้วไม่ได้ให้ใครเห็นด้วย ก็เลยชิวซะ

SAUL: มึงไปก๊กเหล้า ห้องเพื่อนพี่กูกัน

ฉันทักเข้าไปในไลน์กลุ่มทันทีที่ขึ้นรถพี่โซลมาได้แล้ว

NUM CHEIYW HANDSOME : เอาดิ กูก็เบื่ออยู่พอดี

ไอ้เชี่ยวอ่านเป็นคนแรกแล้วก็รีบตอบมาทันที เห็นไหมเพื่อนกัน มันใจตรงกัน

NUM WON WON : อืม

แล้วไอ้วนก็ตอบกลับมาตามแบบฉบับของมัน เอาเป็นว่าตอนนี้อะไรอะไรก็ลงตัวแล้ว คืนนี้ขอเมาอีกคืนก็แล้วกัน

SAUL: ถึงแล้วเดี๋ยวส่งโลเคชันไปให้

ฉันตอบแล้วเก็บโทรศัพท์ของตัวเองไว้ แล้วหันไปยิ้มให้กับโซลที่กำลังตั้งใจขับรถอยู่ วันนี้หายห่วงมีพี่ชายไปด้วยทั้งคน ใครจะกล้าทำอะไรฉันได้

เราใช้เวลาไม่นานรถของโซลก็มาจอดที่หน้าคอนโดหรูแห่งหนึ่ง และระหว่างทางก่อนที่จะมาถึงที่นี่เราก็แวะไปซื้อเหล้ากัน ปริมาณของเหล้าในวันนี้บอกได้เลยว่ามีเละ โซลพาฉันขึ้นมาที่คอนโดหรูนี้ด้วยท่าทางคุ้นเคยก่อนที่จะไปหยุดที่หน้าห้องห้องหนึ่ง

ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง

เรากดออดได้สักพักประตูห้องก็ถูกเปิดออกจากคนข้างใน แต่ทันทีที่ฉันเห็นว่าใครเป็นคนมาเปิด ตาของฉันก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ ใบหน้านี้มัน ไอ้โรคจิต

“มึงจะให้กูเข้าห้องได้ยัง”

โซลเอ่ยขึ้นหลังจากที่คนตรงหน้าฉันเอาแต่มองมาที่ฉันนิ่ง ไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน ฉันเลยเดินไปหลบหลังโซลเพราะไม่คิดว่าจะมาเจอไอ้โรคจิตอยู่ที่นี่ แล้วเขารู้จักกับพี่ชายฉันได้ไงหรือว่าพี่ชายฉันจะเป็นโรคจิตไปด้วยคน

“เออ เข้ามา”

เขาหลบแล้วโซลก็เดินนำหน้าฉันเข้าไปก่อน ฉันก็เลยเดินตามโซลเข้าไปโดยมีสายตาของไอ้โรคจิตมองตามหลังฉันอยู่ตลอด รู้อย่างนี้ไม่มาซะยังดีกว่า จะกลับตอนนี้ก็ไม่ได้กลัวเสียหน้าอีก ฉันเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับกวาดสายตาไปทั่วห้องแล้วไปสะดุดเข้ากับสายตาของผู้ชายอีกคนที่กำลังมองมาที่ฉันด้วยสายตาตกตะลึงอยู่ ผู้ชายคนนี้

“หวัดดี”

เขาเอ่ยทักพร้อมกับยิ้มกว้างให้ฉัน ฉันเลยยิ้มให้เขากลับไป แต่ก็ยังรู้สึกว่าถูกจ้องอยู่แต่เป็นสายตาที่มาจากอีกคนที่ยืนทำหน้านิ่งอยู่ สายตาของคนโรคจิต

“หวัดดี”

“บังเอิญจังนะ”

ผู้ชายคนนั้นที่ฉันเคยไปเจอกับเขาที่ผับวันที่ฉันเมามากๆ วันนั้นนั่นแหละ ฉันเลยพอจำหน้าได้ แต่ว่าชื่ออะไรนะ ชื่อซันหรือเปล่าวะ ไม่แน่ใจ

“อืม ไม่คิดว่าจะเจอ”

ฉันเลยหันไปคุยกับเข้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ ส่วนโซลก็ได้แต่มองหน้าฉันกับเขาสลับกันด้วยสายตางงๆ

“รู้จักกันด้วยเหรอ”

โซลถาม

“ก็เจอกันที่ผับ เมื่อไม่นานมานี้แหละ”

ฉันตอบก่อนที่จะเดินไปนั่งที่โซฟาตัวหนึ่ง

“แล้ววันนั้นเป็นไง เห็นเมามากไม่ใช่เหรอ”

อ่า วันนั้นเมาเหมือนหมาเลยละ จำไม่ได้ด้วยดิว่าทำอะไรลงไปบ้าง ฉันเลยยิ้มแหย่ๆ ให้เขาแทนคำตอบ แล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลือนๆ เล่นไปอย่างนั้น แล้วโซลก็เดินมานั่งลงข้างๆ ฉัน ฉันเลยได้โอกาสหันหน้าไปกระซิบข้างหูโซลเบาๆ ว่า

“โซล รู้จักไอ้โรคจิตนั่นได้ไง”

“พูดอะไร ใครโรคจิต”

โซลพูดพร้อมกับยิ้มขำๆ เหมือนเรื่องที่ฉันกำลังพูดเป็นเรื่องตลก แต่มันไม่ตลกสำหรับฉันเลย ฉันยังจำตอนที่เขาลูบมือฉันเมื่อตอนนั้นได้อยู่เลย คิดแล้วขนลุก

“คนนั้นไง โรคจิต”

ฉันบอกพร้อมกับส่งสายตาให้โซลมองตามฉันไปยังผู้ชายที่กำลังเดินไปหยิบแก้วอยู่

“ฮ่าฮ่าฮ่า”

โซลหัวเราะออกมาเสียงดังจนคนในห้องนี้หันมามองเขาด้วยความสงสัย

“ไม่ตลกนะโซล”

“ก็มันขำนี่ซอล ซอลจำมันไม่ได้หรือไง”

“อะไร”

พี่ชายฉันต้องการที่จะสื่ออะไรกับฉันกันเนี้ย แล้วมันมีอะไรน่าขำนัก

“นั่นนะ ไอ้พันแสง”

คำพูดของโซลเมื่อกี้ทำเอาใบ้รับประทานฉันเลย ฉันเลยหันไปมองเจ้าของชื่อที่ชื่อพันแสงด้วยความตกใจ ส่วนหมอนั่นก็มองมาที่ฉันพร้อมกับยักคิ้วข้างหนึ่งให้ฉันด้วยท่าทางกวนประสาท ไอ้โรคจิตนี่คือพันแสงคนนั้นเหรอ คนที่หักอกฉันตอนเด็กๆ แล้วหาว่าฉันทั้งอ้วนทั้งขี้เหร่ คนที่ฉันเกลียดเข้ากระดูก ว่าแล้วทำไมฉันถึงรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าเขาตั้งแต่แรกเจอ

“ไง”

เขาเอ่ยทักพร้อมกับกระตุกยิ้มให้ฉัน วันนี้วันซวยของฉันหรือไง ฮือ ว่าแล้วทำไมโซลถึงพูดแปลกๆ ตั้งแต่ตอนนั้น ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกว่าจะมาห้องของหมอนี่











เฮียพันแอบจิต เจอกันได้ซะที

พระนางเราจะเป็นยังไง

ติดตามได้ในตอนต่อไปนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

376 ความคิดเห็น