(REWRITE ) MADDEN LOVE # ผู้ชายคลั่งรัก (พันแสง vs ซอล)

ตอนที่ 2 : MADDEN LOVE : 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,434
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 192 ครั้ง
    18 ม.ค. 61






Different



มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

ภายใต้ตึกคณะบริหารธุรกิจมีชายหนุ่มคนหนึ่งเจ้าของใบหน้าเจ้าเล่ห์แต่หล่อเหลากำลังนั่งมองหน้าเพื่อนผู้มีใบหน้าหล่อเหลาไม่แพ้กันแต่หล่อไปคนละแบบเพราะชายหนุ่มคนนี้มีใบหน้าที่แสนจะเย็นชาและดูโหดจนทำให้ดูเหมือนพวกผู้ชายหล่อเลว แต่ตอนนี้ใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่น จนทำให้คนที่มองเขาอยู่ถึงกับมองเขาด้วยความแปลกใจ

“กูว่ามึงเริ่มบ้าวะ”

ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าเจ้าเล่ห์เอ่ยขึ้นพร้อมกับทำสีหน้าเหมือนตัวเองพึ่งเห็นสิ่งแปลกประหลาดอยู่ต่อหน้า แต่จะว่าไปมันก็ไม่ผิดที่เขาทำสีหน้าแบบนั้นออกมาเพราะเพื่อนเจ้าของใบหน้าโหดคนนี้ไม่เคยยิ้มแบบนี้ให้เห็นซักครั้งเลย จะว่าไปเขาคนนี้แทบไม่ยิ้มให้เห็นเลยซะด้วยซ้ำ

“เรื่องของกู”

ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าโหดตอบแต่ตาเขายังคงจับจ้องหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองอยู่อย่างนั้นพร้อมกับอมยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

“มึงดูอะไรวะ กูชักจะสงสัยซะแล้วสิ”

ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าเจ้าเล่ห์กล่าวพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ออกจากมือของชายอีกคนแล้วก็ก้มมองดูที่หน้าจอโทรศัพท์ก็ปรากฏเห็นรูปหลายรูปที่ถูกส่งมาให้เมื่อไม่กี่นาทีมานี้ รูปที่ว่านั่นเป็นรูปของเด็กผู้ชายอายุไม่ถึงปีกำลังหัดเดินกำลังยิ้มให้กล้องจนตาหยี๋จนคนที่มองต้องอดที่จะยิ้มตามด้วยไม่ได้

“เป็นไง หลานกูน่ารักไหม”

ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าโหดเอ่ยถามขึ้นอย่างภูมิใจที่คนในรูปสามารถทำให้ใครต่อใครหลายคนยิ้มตามได้

“หลานมึง ลูกบุหลันเหรอ เฮ้ย โตเร็วจังวะ”

ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าเจ้าเล่ห์ถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นหลังจากที่รู้ว่าเด็กในรูปนั่นเป็นใคร และเขาก็รู้จักเด็กในรูปนั่นเป็นอย่างดี

พันแสง Talk

ผมแย่งโทรศัพท์ของตัวเองกลับมาอย่างหวงแหนหลังจากที่ไอ้ ซัน เพื่อนสนิทของผมตั้งแต่สมัยมัธยมปลายมันแย่งเอาโทรศัพท์ของผมไป ผมก็ไม่ได้หวงโทรศัพท์อะไรขนาดนั้นหรอก แต่สิ่งที่อยู่ในโทรศัพท์ต่างหากที่ผมหวง

“เออ”

ผมตอบก็อย่างที่ว่าแหละบุหลันน้องสาวฝาแฝดผมที่ผมหวงแหนตอนนี้เธอได้แต่งงานไปกับไอ้ภูเบศและก็มีลูกด้วยกันแล้วหนึ่งคนนั่นก็คือเด็กชายที่ผมนั่งดูรูปอยู่ตอนนี้ยังไงละ เด็กน้อยวัยสิบเดือนตอนนี้กำลังหัดเดินมีชื่อว่า นักล่า เด็กน้อยที่ทำให้ผมกลายเป็นคนโรคจิตที่เก็บสะสมรูปไว้เต็มโทรศัพท์ ผมก็ไม่อยากจะปฏิเสธเลยว่าผมก็เป็นอย่างนั้นแหละ ใครบอกให้หลานผมน่ารักขนาดนี้กันละ

“มึงเห่อหลานขนาดนี้ มีเป็นของตัวเองจะไม่ดีกว่าเหรอ”

ไอ้ซันยังพูดมากตามนิสัยของผมเหมือนเดิมซึ่งขัดกับผมที่เป็นคนพูดน้อย แต่ผมก็ชินแล้วละเพราะผมกับมันคบกันมาก็เจ็ดปีแล้วตั้งแต่ผมอยู่มอสี่ตอนนี้พวกเราก็อยู่ปีสี่เทอมสองกันแล้วถือว่าคบกันนานพอสมควร

“กูยังหาแม่พันธุ์ยังไม่ได้วะ”

ผมตอบแต่ตายังคงมองดูรูปของนักล่าต่อไปเรื่อยๆวันนี้บุหลันส่งรูปนักล่ามาให้เยอะเลยแต่มีอย่างหนึ่งที่ผมไม่ค่อยชอบใจซักเท่าไหร่ ก็คือว่าหน้าตาของหลานผมมันดันเหมือนไอ้ภูเบศเข้าไปทุกที เชื้อพ่อมันแรงจริงๆ

“คนอย่างมึงหาง่ายอยู่แล้ว”

“มันยังไม่ใช่วะ ที่ผ่านมาก็แค่คู่นอนเล่น กูไม่เอามาเป็นแม่ของลูกกูหรอก”

ผมตอบ ก็อย่างว่าแหละชีวิตของผมมีผู้หญิงเข้ามามากหน้าหลายตาแต่เธอพวกนั้นก็เป็นได้แค่คู่นอนเพราะคนอย่างผมมันรักใครไม่เป็น เอาแค่ไม่กี่ครั้งผมก็เบื่อพวกหล่อนแล้วแบบนี้มันต้องพึ่งความรักด้วยเหรอ ไม่จะเป็นหรอก

“เออ กูยอม แล้วมึงจะไปไหนต่อเปล่า”

ไอ้ซันถามเพราะตอนนี้เราไม่มีเรียนกันแล้วพวกผมเลยมานั่งเล่นใต้ตึกคณะกัน เพราะปีสี่เทอมสองไม่มีอะไรให้ต้องเรียนมากเพราะพวกผมเตรียมตัวจะจบกันแล้ว เก็บแค่อีกวิชาเดียวพวกผมก็จบกันแล้วละ และวันนี้ก็เป็นวันที่พวกผมต้องมาเรียนกัน เรียนแค่อาทิตย์ละครั้งเลยทำให้ช่วงนี้มีเวลาว่างมากไปหน่อย

“ไม่วะ กูว่าจะเข้าไปหาหลานกูซักหน่อย มึงจะไปกับกูไหม”

“เออๆกูไปด้วย กูก็อยากเจอหลานเหมือนกันละ”

หลังจากสิ้นประโยคพวกเราก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกันทันที แต่ระหว่างทางที่ผมกำลังดินไปที่รถของผมนั้นผมก็เจอเข้ากับเหตุการณ์น่าสะอิดสะเอียนเข้า นั่นก็คือผู้ชายคนหนึ่งกำลังสารภาพรักกับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ ความรักเหรอ มันเป็นเรื่องที่ไม่มีวันเกิดขึ้นกับผมแน่

“มึงว่าผู้หญิงจะรับรักไหมวะ”

ไอ้ซันถามพร้อมกับมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาสนุกสนาน

“ช่างแม่ง ไปเหอะ”

ผมตอบก่อนที่จะลากไอ้ซันออกมาด้วยเพราะสถานการณ์ตรงนั้นมันน่าเบื่อเกินไปสำหรับผม

อีกทางด้านหนึ่ง

“พี่ซอล ผมแอบชอบพี่ซอลมานานแล้ว ได้โปรดคบกับผมด้วยครับ”

ฉันกรอกตามองบฟ้าด้วยความเบื่อหน่ายที่จู่ๆก็มีหนุ่มหล่อที่ไหนก็ไม่รู้มายื่นช่อดอกกุหลาบให้ฉันระหว่างทางพร้อมกับสารภาพความในใจให้ฉันและคนที่มองเหตุการณ์อยู่ได้รู้ และซอลก็คือชื่อของฉันเอง

“นายชื่ออะไร”

ฉันเอ่ยถามคนตรงหน้าเสียงเรียบ ท่าทางและหน้าตาเขาก็ดีออกไม่น่ามาทำแบบนี้กับฉันเลย เล่นผิดคนแล้วไอ้น้อง

“แทนครับ”

คนตรงหน้าตอบพร้อมกับส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้ฉัน ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะชอบที่มีหนุ่มหล่อยิ้มให้แบบนี้แต่บังเอิญว่าคนคนนี้เป็นฉัน

“ฉันจะพูดถนอมน้ำใจนายที่สุดนะ”

ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงใจดีพร้อมกับส่งยิ้มให้เขาครั้งหนึ่งก่อนที่จะเปลี่ยนสีหน้ามาเป็นเย็นชาเหมือนเดิมแล้วก็พูดขึ้นมาว่า

“ไสหัวไปให้พ้น”

ผู้ชายคนนั้นมองหน้าฉันครั้งหนึ่งก่อนที่จะเดินคอตกออกไป หึ นี่แหละฉัน ซอล หญิงแสบแห่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ผู้ที่หักอกผู้ชายมานักต่อนัก จริงๆฉันก็ไม่ได้เกลียดอะไรพวกเขานักหรอกเพียงแค่ฉันเกลียดความรักต่างหากละ

ความรักหลายคนอาจจะมองว่ามันเป็นสิ่งสวยงาม แต่สำหรับฉันมันไม่ใช่แบบนั้น ฉันเห็นมานักต่อนักแล้วว่าความรักทำให้คนเป็นบ้า ที่ฉันพูดมันไม่ผิดหรอก เพราะคนที่มีความรักมันมีหลายอารมณ์เหมือนคนบ้ายังไงละ ช่วงแรกๆก็ดีกันอย่างนู้นอย่างนี้แต่พอนานไปก็เปลี่ยนเป็นอีกแบบจนสุดท้ายก็ต้องแยกทางกันอยู่ดีและฉันก็ไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นกับฉันแน่

“ฉันชักจะสงสารไอ้หนุ่มนั่นแล้วสิ”

น้ำเชี่ยว เพื่อนสนิทของฉันเดินเข้ามาใช้แขนโอบคอฉันและฉันก็ต้องเซเข้าไปใกล้มันจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่มันชอบพรมมาทุกวันอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะขนาดร่างกายที่ต่างกันของเราฉันเลยเสียเปรียบมันอย่างมาก ฉันเป็นผู้หญิงค่อนข้างตัวเล็กเลยมักถูกพวกเพื่อนตัวแสบทำแบบนี้บ่อยๆ

“พูดมาก”

ฉันเอ่ยแล้วใช้มือทุบอกของไอ้น้ำเชี่ยวด้วยแรงที่สามารถทำให้มันปล่อยฉันออกจากอกมันได้ยังไงละ น้ำเชี่ยวเป็นผู้ชายหน้าตาดีมากคนหนึ่ง แต่มันมีนิสัยเจ้าชู้ ขี้เล่นจนบางครั้งฉันก็รำคาญมันอยู่บ้างผิดกับอีกคน น้ำวน แฝดผู้พี่ของไอ้น้ำเชี่ยวมีนิสัยเป็นคนเงียบๆไม่ค่อยพูดซึ่งต่างจากน้องชายของมันมาก ถ้าใครไม่สนิทกับสองคนนี่จริงๆก็ไม่สามารถแยกสองคนนี้ได้เพราะพวกมันน่าตาเหมือนกันจนบางครั้งฉันยังทักคนผิดเลย ตอนนี้ก็แยกได้ตรงที่ไอ้น้ำเชี่ยวมันพูดมากนี่แหละ

“สมน้ำหน้า”

น้ำวนเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาหาฉันแล้ววางมือไว้บนหัวฉันอย่างกับว่าฉันเป็นเด็ก เอิ่ม ถึงหมอนี่จะเป็นคนเงียบๆแต่กวนประสาทใช่ย่อยเลยละ 

“เดี่ยวโดนทั้งสองคนเลย”

ฉันขู่ก่อนจะสะบัดตัวออกมาแล้วเดินนำหน้าเพื่อนไป บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมฉันถึงมีแต่เพื่อนผู้ชายแหตุผลมันก็เป็นเพราะว่าคบเพื่อนผู้ชายดีกว่าผู้หญิงหลายเท่า เพราะวันๆผู้หญิงเอาแต่นินทาคนอื่นไปวันๆไม่ก็นั่งเพ้อ ฉันมันเป็นคนรักสงบไม่ค่อยชอบเรื่องพวกนี้ซักเท่าไหร่ จะคบใครทังทีก็คบคนที่ชอบอะไรเหมือนๆเรามันจะไม่ดีกว่าหรอ ที่ฉันเป็นเพื่อนกับคู่แฝดนี้ได้ก็คงเป็นเพราะว่าเราอะไรหลายๆอย่างเหมือนกันมั้ง

จะว่าฉันมีเพื่อนผู้หญิงไหมก็มีบ้างแต่ไม่ได้อยู่ที่นี่ เพื่อนฉันส่วนมากก็อยู่ที่ต่างประเทศกันหมด เพื่อนที่ไทยก็มีแค่คู่แฝดนี่แหละ หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมเพื่อนฉันอยู่ที่ต่างประเทศกันหมดก็เป็นเพราะว่าฉันย้ายตามพ่อแม่ไปอยู่ต่างประเทศตั้งแต่ยังเด็ก ตอนนั้นพ่อแม่ฉันทำงานเป็นข้าราชทูตของประเทศสวีเดนเลยต้องย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่นั่นทั้งครอบครัว ส่วนฉันก็หนีมาเรียนที่ไทยได้สามปีกว่าแล้ว นี่ละมั้งอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันดูร้ายๆไม่แคร์ใครแบบนี้ ก็คงเป็นเพราะว่าสังคมที่ฉันเคยอยู่มันรุนแรงกว่าที่นี่เลยทำให้ฉันทันคนและมั่นใจขนาดนี้

“จะกินไหมข้าว ฉันหิว”

ฉันหันไปตะโกนเรียกไอ้แฝดที่ยืนเก๊กหล่ออยู่ตรงนั้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“กินดิวะ ทำเป็นงอน”

ไอ้เชี่ยวรีบวิ่งมาส่วนไอ้วนก็เดินเอื่อยๆตามนิสัยมันนั่นแหละ แต่มันก็ตามฉันมาอยู่ดี และระหว่างทางที่เดินกันอยู่นั้นก็มีสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่พวกฉัน สายตาพวกผู้ชายมันไม่เท่าไหร่หรอกแต่พวกผู้หญิงนี่สิมันจิกมาที่ฉันเหมือนกับกำลังด่าฉันทางสายตายังไงยังงั้น แต่คนอย่างไอ้ซอลไม่เคยสนใจสายตาพวกนี้หรอก ฉันรู้ว่าพวกหล่อนกำลังอิจฉาฉันอยู่แต่คิดเหรอว่าฉันจะอยู่เฉยๆให้พวกหล่อนด่าฉันในใจ คนอย่างฉันบุกอย่างเดียว

“เธอมันร้าย”

ไอ้เชี่ยวเอ่ยขึ้นเมื่อฉันเริ่มทำอะไรบางอย่าง นั่นก็คือ ตอนนี้ฉันกำลังโอบผู้ชายทั้งสองคนไว้ยังไงละ

“ไม่ร้ายก็อยู่ไม่รอดหรอก”

 ฉันตอบ ถึงไอ้เชี่ยวจะบ่นไปอย่างนั่นแต่มันก็ให้ความรวมมือฉันดีโดยการโอบไหล่ฉันไว้เบาๆ ส่วนไอ้วนก็ใช้มือของมันโอบเอวฉันไว้เงียบๆแต่การกระทำมันไม่เคยเงียบเลย ต่อมาฉันเลยมองไปทางกลุ่มผู้หญิงพวกนั้นพร้อมกับส่งสายตาท้าทายไปให้จนพวกหล่อนต้องดิ้นเร้าเหมือนปลาถูกน้ำร้อนไปอย่างพ่ายแพ้ เพราะฉันเหนือกว่าพวกเธอเป็นไหนๆ

เวลาต่อมา

หลังจากที่ทานข้าวเที่ยงเสร็จฉันก็แบกสังขารกับมาบ้านโดยมีไอ้เชี่ยวกับไอ้วนขับรถมาส่ง บ้านที่ฉันอยู่มาตั้งแต่เด็ก ดีที่พ่อกับแม่ฉันไม่ได้ขายมันไปฉันเลยไม่จำเป็นต้องหาที่อยู่ใหม่ตอนที่กลับมายังไงละ เหมือนพวกท่านจะรู้ว่าฉันจะหนีกลับมาอยู่ที่นี่ยังไงละ

โซล กลับมาแล้ว”

ฉันเอ่ยขึ้นหลังจากที่เข้ามาในบ้านแล้วก็เห็นพี่ชายของตัวเองนั่งเล่นอยู่ที่ห้องรับแขก ตอนแรกฉันก็อยู่บ้านหลังนี้คนเดียวอยู่หรอกแต่สองสามอาทิตย์มานี้พี่ชายฉันกลับมาอยู่ด้วย เพราะเขาพึ่งเรียนจบมาหมาดๆแล้วก็รีบบินตามฉันมาทันที ที่นั่นเขาเรียนเร็วกว่าประเทศเราพี่ชายฉันเลยจบก่อนตั้งหลายเดือน และโซลก็อายุมากกว่าฉันแค่ปีเดียวฉันเลยเห็นเขาเป็นเพื่อนมากกว่าพี่ชายเสียอีก

“อืม ใครมาส่ง”

โซลขานตอบก่อนที่จะหันมามองหน้าฉันด้วยสายตานิ่งๆ

“ไอ้เชี่ยวไอ้วน”

ฉันตอบก่อนจะเดินไปนั่งลงข้างๆพี่ชายของตัวเอง ไม่อยากจะบอกเลยเมื่อก่อนพี่ชายฉันใจร้ายกับฉันมาก ทำตัวเย็นชากับฉันจนฉันคิดว่าตัวเองไม่ใช่น้องสาวของเขาแท้ๆยังไงยังงั้น แต่หลังจากที่เราย้ายไปอยู่ที่สวีเดนโซลก็ตัวติดฉันแจเลย ไม่ยอมให้ฉันไปเล่นกับเพื่อนคนอื่นเลยจนในที่สุดฉันก็มีเพื่อนกับเขาซะทีแต่เพื่อนที่ว่าก็เป็นเพื่อนโซลด้วย เอาเป็นว่าเรามีเพื่อนกลุ่มเดียวกันนั่นแหละ

“เมื่อไหร่จะมีหนุ่มๆมาส่งเราซะที หืม”

โซลถามพร้อมกับมองหน้าฉันด้วยสายตาล้อเลียน

“ก็หนุ่มๆปะที่มาส่ง”

ฉันรู้ว่าโซลต้องการที่จะสื่ออะไรกับฉัน ฉันก็ตอบกวนๆไปงั้นแหละ

“ไม่รวมไอ้พวกนั้นดิ”

โซลรู้จักกับเพื่อนของฉันเป็นอย่างดีและไอ้พวกนั้นก็นับถือพี่ชายฉันเหมือนกัน

“โซล พี่ก็รู้ว่าฉันไม่อยากมีความรักกับใคร”

“แค้นฝั่งหุ่นจริง”

แค้นที่ว่า ก็เป็นเพราะว่าตอนเด็กๆฉันดันไปเผลอชอบใครบางคนเข้ายังไงละ ตอนนั้นฉันทั้งอ้วนทั้งขี้เหล่ เขาเลยเกลียดฉันและชอบด่าฉันอยู่เป็นประจำ จนความรู้สึกของฉันแปรเปลี่ยนเป็นคำว่าเกลียดแทนยังไงละ เพราะเหตุการณ์นั้นมันเลยกลายเป็นความแค้นฝั่งใจฉันมาถึงตอนนี้ยังไงละ มันก็มีส่วนบ้างที่ทำให้ฉันไม่อยากรักใครแต่เรื่องความรักของฉันมันมีมากกว่านี้ยังไงละ

“...”

“น้องพี่ออกจะสวยขนาดนี้ไม่มีคนมาจีบบ้างเหรอ”

โซลเลยเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นว่าฉันเงียบไป เขารู้ดีว่าฉันกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่

“วันนี้พึ่งหักอกไปคน”

ฉันตอบแบบไม่ค่อยใส่ใจซักเท่าไหร่

“อยากรู้จริง เอาเชื้อร้ายนี่มาจากไหน”

หึ อยากรู้เหรอก็พี่นั่นแหละที่เป็นคนสอนเรื่องแบบนี้กับฉัน ก็อย่างที่บอกว่าฉันกับโซลมีเพื่อนกลุ่มเดียวกันและส่วนมากเพื่อนก็มีแต่ผู้ชายฉันเลยได้นิสัยผู้ชายมาด้วยไง รวมทั้งเรื่องต่อยตี ฉันก็ไม่แพ้ใครนะเออ

“จะใครละ”

ฉันสวนกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ฮ่าๆ”

“แล้วพี่จะกลับวันไหน”

ฉันเอ่ยถามเพราะว่าโซลมาอยู่ที่นี่นานแล้วเลยอดสงสัยไม่ได้ ปกติช่วงปิดเทอมฉันจะเป็นฝ่ายบินไปหาเสียมากกว่า แต่ครั้งนี้โซลกลับบินมาหา มันเลยให้ฉันอดที่จะสงสัยไม่ได้

“พึ่งมาไม่กี่วันก็ไล่กลับละ”

โซลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงงอนๆ

“ถามเพราะสงสัยหรอก”

“ไม่มีกำหนดจ๊ะ คนสวย”

โซลตอบแล้วขยิบตาให้ฉันอย่างเจ้าเล่ห์ ให้ตายสิ เขากำลังคิดจะทำอะไรอยู่กันแน่ แต่ขออย่างเดียวเรื่องที่เขาจะทำขออย่าให้เป็นเรื่องนั้นเลย เรื่องนั่นก็คืออยู่ที่นี่ถาวรยังไงละ

“พี่ออกไปแอ๊วสาวก่อนนะ คืนนี้อาจไม่กลับ”

โซลบอก นิสัยเจ้าชู้ของเขาคงแก้ไม่หายหรอกฉันว่า

“ไปเหอะๆ”

ฉันเอ่ยปากไล่

“ไม่ห้ามหน่อยเหรอ”

“ห้ามก็ไม่เคยฟัง ขี้เกียจห้ามละ”

ฉันเอ่ยด้วยท่าทางเหนื่อยๆส่วนโซลก็ได้แต่หัวเราะออกมาด้วยความชอบใจที่สามารถทำให้ฉันคนนี้หงุดหงิดขึ้นมาได้ สาบานเลยซักวันหนึ่งฉันจะแก้เผ็ดเขาบ้าง 





มาแว๊ววววว สำหรับแฟนคลับเฮียพัน

​ชอบไม่ชอบ ติชมกันได้นะคะ

ขอบคุณคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 192 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

376 ความคิดเห็น

  1. #342 Rinne-A (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 23:37
    สนุกค่ะ เพิ่งมาตาม แต่ยังบางจุดยังใช้ วะ ว่ะ ละ ล่ะ ไม่ถูกนะคะ (ซึ่งที่เห็นจะมีแค่ วะ กับ ละ ล่ะ กับ ว่ะไม่มีทั้งที่ควรใช้ 5555)
    #342
    0
  2. #198 fahrugnam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 09:18
    สนุกค่ะไรท์ แต่มีตรงข้อความที่เริ่มว่า แค้นที่ว่ามันมีคำว่ายังไงล่ะตั้งสี่ครั้งอ่านแล้วมันแปลกๆ อ่ะค่ะ
    #198
    0
  3. #197 jjpp5678 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 23:41
    ชอบพี่น้องคู่นี้จริงๆ
    #197
    0
  4. #196 Mildly0303 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 19:28
    รออออออ
    #196
    0
  5. #195 09590 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 19:11
    รอออออ
    #195
    0
  6. #194 Mein Schatz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 18:44
    เจิมมมมม
    #194
    0
  7. #156 0847846578 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 14:30
    อยากให้ลดคำว่า ยังไงละ ลงบ้างนะค่ะ คำมันซ้ำกันเกินไป
    #156
    0
  8. #82 noodao (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 10:16
    พี่น้องรักกันจริงๆ....
    #82
    0
  9. #28 ปางลี่ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 18:45
    ชอบพล็อตกับอิมเมจมากค่ะ กรี๊ดดดดด แต่อยากให้ปรับปรุงคำว่า วะ ว่ะ จ้ะ จ๊ะ หน่อยนะค่า เยิฟๆ
    #28
    0