หวั่นฝูหรง [芙蓉] [เลือน] สนพ.รักคุณ ปิดตอน 15/2/2562

  • 200% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 475,613 Views

  • 4,516 Comments

  • 7,948 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,135

    Overall
    475,613

ตอนที่ 7 : บทที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22889
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1377 ครั้ง
    28 ก.ย. 61

ในคืนนั้นหยางหลี่เซวียนเลือกพลิกป้ายตำหนักเหอซิน แน่นอนว่ามันมิใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด เมื่อคำนวณถึงระยะเวลาที่เขาเว้นห่างไปเสียหลายวัน ร่างสูงใหญ่ของโอรสสวรรค์สวมใส่ชุดอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มปักลายมังกร หลี่เซวียนยังคงดูสง่างาม ริมฝีปากของเขาขยับยกยิ้มบางเบา

“ฝูหรง”สุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียก นางเงยหน้ามองเขาก่อนย่อตัวลงทำความเคารพชายตรงหน้า หลี่เซวียนยื่นมือออกมาประคองนางขึ้น นัยน์ตาคู่คมหรี่ลงเล็กน้อยกวาดมองใบหน้าของภรรยา

 “วันนี้เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”หลี่เซวียนถามขณะจับจูงนางเข้าไปด้านในตำหนัก “ได้ยินว่าเสด็จแม่เรียกเจ้าเข้าเฝ้า”

ฝูหรงกะพริบตาครั้งหนึ่ง ปรกติแล้วนางมักจะปดเขาถึงเรื่องของไทเฮา เลือกจะพูดถึงคุณงามความดีตามด้วยการสรรเสริญเซี่ยวฉุนเยี่ยนไทเฮาไปอีกสักสองสามประโยค จะอย่างไรไทเฮาก็เป็นมารดาผู้ให้กำเนิดพระสวามีของนาง

ริมฝีปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มอ่อนหวาน นัยน์ตาเรียวดั่งหงส์ทอประกายวาววาบ “ไทเฮาทรงเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาล้นพ้น แม้นว่าหม่อมฉันมิอาจจดจำเรื่องราวก่อนหน้าได้ ทว่าไทเฮาก็ทรงเมตตาและเอ็นดูหม่อมฉันยิ่งนักเพคะ”

ถ้าคิดจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในบ้านของสามี ปัญหาแม่สามีและลูกสะใภ้หากเลี่ยงได้ควรหลีกเลี่ยงเป็นอันดับแรก นางมิได้ต้องการจะอยู่เหนือใคร ตราบใดที่ไทเฮายังคงมอบอำนาจดูแลวังหลังให้แก่นาง หากจะทรงกลั่นแกล้งหรือจิกกัดนางสักนิด นั่นมิอาจนับเป็นเรื่องใหญ่โตแต่อย่างใด

หลี่เซวียนเพียงแค่สบเข้าไปภายในดวงตาของนาง เขาดูเฉยชาก่อนเลือกจะเมินเฉยเรื่องนี้ไปอย่างรวดเร็ว หูตานับร้อยในวังหลวง เกิดเขามิรู้ว่านางโกหกเขา นั่นคงเป็นเรื่องแปลกประหลาดยิ่ง

“เห็นเจ้ากับเสด็จแม่เป็นเช่นนี้ เจิ้นรู้สึกสบายใจ”

แน่นอนว่านั่นคือถ้อยคำหลอกลวงของเขา กระนั้นแล้วนางก็เพียงยิ้มรับ พลางขยับตัวเข้าไปในอ้อมแขนแกร่ง หลี่เซวียนชมชอบให้สาวงามเอาอกเอาใจ ทั้งต้องเป็นสาวงามที่ว่าง่าย อ่อนหวาน รวมถึงมีรอยยิ้มสดใสราวดรุณีวัยแรกแย้ม

ฝูหรงช้อนตามองเขา ฝ่ามือหนาทาบลงบนข้างแก้มของนาง หนึ่งสิ่งที่จำเป็นต้องได้มาและมิอาจสูญเสียไปได้ก็คือความโปรดปรานของเขา มิจำเป็นต้องที่สตรีที่เขาโปรดปรานที่สุด ขอเพียงแค่ฮ่องเต้ไม่ละทิ้งนางเท่านั้นก็เพียงพอ

“ฝ่าบาท หม่อมฉันได้ยินเรื่องของอุทกภัยทางใต้มาบ้าง ประจวบเหมาะกับที่ไทเฮาทรงตรัสว่าเหอกุ้ยเฟยเปี่ยมด้วยคุณงามความดี หม่อมฉันจึงคิดว่าจะให้นางไปสวดมนต์ที่พระอารามหลวง หม่อมฉันเชื่อว่าฟ้าดินย่อมเมตตาแคว้นหยางของเราแน่นอนเพคะ”

เพื่อกีดกันมิให้เหอเหยาหวั่นคิดจะตลบหลังนางกลับ นางต้องรีบบอกหยางหลี่เซวียนในตอนที่มีโอกาส หวั่นฝูหรงเป็นฮองเฮา นางยอมให้โอรสสวรรค์โปรดปรานสตรีอื่นมากกว่านางได้ แต่จะไม่มีวันยอมให้เหล่าสนมขึ้นมามีอำนาจทัดเทียมนาง

“เสด็จแม่เป็นคนตรัสด้วยพระองค์เอง อีกทั้งเจ้ายังคำนึงถึงความเป็นอยู่ของแว่นแคว้น”ปลายนิ้วมือขาวเนียนปัดเส้นผมดำขลับออกจากดวงหน้างดงาม “หาได้มีสิ่งใดที่เจิ้นต้องปฏิเสธ”

นางขยับยิ้มกว้างพลางวางมือลงบนแผ่นอกแล้วจูบลงบนข้างแก้มของเขาครั้งหนึ่ง หลี่เซวียนเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนกลับมาเป็นปรกติอย่างรวดเร็ว ตอนนั้นเขาบอกว่ายินยอมให้นางปฏิบัติกับเขาเหมือนสมัยยังเป็นเพียงไท่จื่อเฟย

“หลี่เซวียน

และบางทีมันอาจมีข้อผิดพลาดเล็กน้อย ดวงตาของหยางหลี่เซวียนวูบไหวอย่างรุนแรง ยามเมื่อทอดมองเขาจากตรงนั้น คล้ายกับว่าตัวตนภายในของเขากำลังแตกสลาย สิ่งที่นางรู้เกี่ยวกับเขา

หยางหลี่เซวียนเป็นเพียงบุรุษเลวระยำ ผู้มองอิสตรีเป็นตัวหมากในกระดานของเขา

ฝูหรงยกมือโอบกอดเขาเอาไว้ สัมผัสได้ถึงร่างกายที่สั่นระริกคล้ายกับเด็กน้อย พระสวามีของนางไม่เคยเป็นเช่นนี้ เขาไม่เคยแสดงความหวาดกลัวให้ใครได้เห็น หรือว่านี่อาจนับเป็นหนึ่งในพัฒนาการของหยางหลี่เซวียน

“หวั่นฝูหรง”

มือขาวเนียนลูบไปตามแผ่นหลังของพระสวามี ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ไม่เป็นไรทั้งนั้น”

ใช่แล้ว ท่านไม่เป็นอะไรหรอก

 

ยามลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางก็เห็นเพียงความวุ่นวายตรงหน้า เหล่านางกำนัลทั้งหลายกำลังช่วยกันแต่งตัวให้เขา หลี่เซวียนยืนห่างออกไปไม่ไกล ทว่านางคร้านจะขยับตัว ทั้งรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว

หยางหลี่เซวียน เขาไม่เพียงแต่เลวระยำซ้ำยังไม่เห็นอกเห็นใจภรรยาเช่นนางแม้แต่น้อย สาบานได้ว่าการละเล่นใต้ผืนผ้าห่มยังมิรู้สึกปวดเมื่อยเท่ากับการที่เขาซบลงบนร่างอันแสนบอบบางของนางทั้งคืน

“เจ้ากำลังคิดด่าเจิ้นในใจใช่หรือไม่”

หากข้าไม่ด่าท่าน ปัญญาคงเท่าหมูในเล่าเต็มที

ฝูหรงอยากจะกลอกตา ทว่านางกลับทำได้เพียงเท้าคางมองเขาด้วยสายตาเป็นประกาย น้ำเสียงอ่อนหวานหลุดลอดออกมาจากลำคอระหง “หม่อมฉันนึกชื่นชมพระวรกายของพระองค์อยู่เพคะ ทรงน่าหลงใหลยิ่งนัก”

“น่าหลงใหลอย่างไรกัน”หลี่เซวียนโบกมือไปมาให้นางกำนัลทั้งหลายออกไป ก่อนจะก้าวขาเข้ามาใกล้นาง “เจ้าหลงใหลเจิ้นตรงไหน”

ย่อมต้องเป็นความเลวระยำ รวมถึงความบัดซบของท่าน

“หม่อมฉันมิอาจตอบได้ว่าหลงใหลสิ่งใดเป็นพิเศษ”ฝูหรงขยับตัวลุกขึ้น “หลี่-ฝ่าบาท สำหรับหม่อมฉันแล้วพระองค์ทรงน่าหลงใหล เกินกว่าจะหาคำตอบว่าส่วนใดของพระองค์ทำให้หม่อมฉันหลงใหลมากที่สุด”

อย่างไรก็ตามฝูหรงตัดสินใจว่าจะไม่เรียกอีกฝ่ายว่าหลี่เซวียนอีก เกิดเขาทำตัวเหมือนเมื่อคืนขึ้นมา หยางหลี่เซวียนผู้แสนรับมืออยากคนนั้น แค่ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว

หลี่เซวียนยกยิ้มขึ้นราวรู้ทันนาง เขาออกแรงดึงรั้งนางเข้าไปใกล้ก่อนจะกดจูบลงบนหน้าผากเกลี้ยงเกลา “เจิ้นต้องออกว่าราชการแล้ว”

“น้อมส่งฝ่าบาทเพคะ”

“วันนี้เจ้าจะได้พบองค์หญิงรอง”

นางเลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัย “องค์หญิงรองหรือเพคะ”

เขาพยักหน้า “มารดาของนางคือฮุ่ยหวงกุ้ยเฟย หรือก็คือฉุนเหลียงตี้ที่เจ้ารู้จัก หลังจากมารดาของนางจากไป เจิ้นได้ยกนางให้แก่เจ้า ดังนั้นตอนนี้เจ้าคือมารดาของนาง”

“คราแรกเจิ้นคิดจะให้เจ้าพบกับนางตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อน ทว่าเจ้ายังไม่พร้อม ตอนนี้เจ้าเองก็ดีขึ้นแล้ว ชิงอี้เองก็คิดถึงเจ้า”ยามเห็นนัยน์ตาของนางหม่นลงด้วยความกังวล หลี่เซวียนจึงได้กล่าวเสริมอีกหนึ่งประโยค “มิต้องกังวล อาหนิงจะคอยช่วยเจ้า”

ฝูหรงทำได้เพียงพยักหน้า นางเคยแต่วางแผนการกลั่นแกล้งนางสนมทั้งหลาย เคยต้องเป็นมารดาของใครที่ไหนกัน แต่ก็อย่างว่าสิ่งใดล้วนเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

หลี่เซวียนโอบกอดนางแน่นขึ้น หากมิได้หูฝาดไป นางได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วเบาของเขา “ฝูหรง เจ้าน่ะรักชิงอี้มากกว่าเจิ้นด้วยซ้ำ”

หยางหลี่เซวียน กระทั่งหมูในเล้า ข้ายังรักมันมากกว่าท่าน

มอบหัวใจให้แก่โอรสสวรรค์นอกเหนือหายนะก็คงเป็นความฉิบหายที่ตามกันมา

 

อย่างไรก็ตามหน้าที่ของฮองเฮานั้นมีมากกว่าที่ใครจะคาดคิดเอาไว้ ฝูหรงฉีกกว้างจนถึงดวงตาก็มิปาน ทอดมองแผ่นหลังบอบบางของเหอกุ้ยเฟยที่หายเข้าไปในพระอาราม สลับกับชำเลืองเหล่านางสนมผู้ว่างงานทั้งหลายที่มาส่งเหอกุ้ยเฟย

แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นย่อมต้องมีเจินเฟย หลิงผินและหว่านผิน ทว่ากลับไร้เงาของตวนเฟย

“ดูท่าแล้วพวกเจ้าเองคงอยากจะเข้าไปร่วมสวดมนต์บำเพ็ญกุศลกับเหอกุ้ยเฟย”นางหันมากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย นัยน์ตาเรียวดั่งหงส์เปล่งประกายวาววาบ เจินเฟยเห็นดังนั้นรีบส่ายหน้าโดยไว

หลิงผินยังคงคิดได้ไม่เท่านั้น บุปผาแสนพยศพยักหน้า ขณะที่หว่านผินรีบหลบตานางอย่างรวดเร็ว

“กราบทูลฮองเฮา หม่อมฉันอยากอยู่ปรนนิบัติฮองเฮาและฝ่าบาทมากกว่าเพคะ”เจินซื่อเหนียนตอบเสียงนุ่มนวล “หากหม่อมฉันเข้าไปแล้ว ใครเล่าจะคอยปรนนิบัติฮองเฮาล่ะเพคะ”

ฝูหรงเลิกคิ้วสูงตอบกลับมาโดยไม่เสียเวลาคิดแม้แต่น้อย “ย่อมเป็นอาหนิงที่คอยปรนนิบัติเปิ่นกง หรือเจินเฟยอยากจะผันตัวจากนางสนมมาเป็นนางกำนัลของเปิ่นกง”

สีหน้าของเจินซื่อเนียนมืดครึ้มลงทันใด หากนางตอบกลับไปมา ไม่ฮองเฮาต้องหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาตำหนินาง แล้วถ้าเกิดนางยอมรับ

เจินเฟยเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าเรียบนิ่งของอีกฝ่าย คนอย่างหวั่นฝูหรง อะไรก็ย่อมเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น เมื่อคิดได้ดังนี้ นางมิหลงเหลือทางเรื่องอื่นนอกเสียจากผงกหัวไปมาด้วยความอับอาย ท่ามกลางความงุนงงของบรรดาสนมทั้งหลายรวมถึงฮองเฮา

หวั่นฝูหรงกะพริบตาก่อนหันไปเอ่ยกับอาหนิง “ไปตามหมอหลวงมาดูอาการของเจินเฟย เปิ่นกงคิดว่านางใกล้จะไม่ไหวแล้ว”

“ฮองเฮา

คาดเดาได้เลยว่าเรื่องของเจินเฟยวันนี้คงตกเป็นหัวข้อสนทนาอันน่าขบขันไปอีกนาน

“ฮองเฮาเพคะหม่อมฉันอะฮองเฮา”

อะไรคือความหมายของการผงกหัวไปมาแล้วส่งเสียงครางเรียกนาง

บัดซบเถอะ

หยุดทำเสียงเหมือนข้าขืนใจเจ้าได้แล้ว !

 

บ่ายวันนั้นเพื่อเป็นการปลอบใจสนมทั้งหลายของหลี่เซวียน หวั่นฝูหรงได้แสดงความเมตตาโดยการประทานดอกกล้วยไม้ให้แก่พวกนาง กล่าวยกย่องเหอกุ้ยเฟยไปสักหน่อย และนั่นคงมากพอที่จะทำให้หลายคนเริ่มฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าควรจะทำตัวอย่างไร ให้รอดพ้นจากการกลั่นแกล้งของฮองเฮา

จะอย่างไรนางก็มิได้มีความคิดจะทำลายเหล่าบุปผางาม พวกนางต่างเป็นเพียงอิสตรีน่าสงสารในกระดานหมากของหยางหลี่เซวียน มิต่างจากนางแม้แต่น้อย ขอเพียงว่าง่ายไม่ทำตัวดื้อรั้น นางย่อมไม่ลงมือกระทำสิ่งใด

“เจ้าว่าแต่งตัวเช่นนี้เป็นอย่างไร”ฝูหรงเอ่ยถามพลางหมุนตัวให้อาหนิงดูเป็นรอบที่สาม

อาหนิงเพียงตอบกลับมาเช่นทุกครั้งไป “งดงามมากเพคะ”

องค์หญิงรองเป็นเพียงเด็กหญิงวัยหกปีที่สูญเสียมารดาไปตั้งแต่อายุเพียงสองปี อาหนิงบอกว่า หลี่เซวียนเป็นคนมอบองค์หญิงรองให้นางดูแลนับแต่นั้นเป็นต้นมา ระหว่างที่นางหลับไปก็ได้ไทเฮาคอยดูแลบ้างเป็นครั้งคราว

ฝูหรงกะพริบตามองเงาสะท้อนของตนในกระจกทองเหลือง นางสวมอาภรณ์สีครามปักด้วยหลายดอกเบญจมาศ ปิ่นระย้าบนศีรษะเองก็ทำจากอัญมณี ริมฝีปากแต่งแต้มด้วยสีแดงชาด แลดูสง่างามทว่าก็อ่อนหวาน

“องค์หญิงรองโปรดสิ่งใด เจ้ารู้หรือไม่”

นางกำนัลวัยกลางคนพยักหน้า “องค์หญิงรองทรงโปรดปรานขนมฉาทัง[1]มากเพคะ ทั้งยังทรงซุกซนยิ่งนัก”

“เช่นนั้นบอกโรงครัวให้ทำขนมฉาทัง”

“เพคะ”

สิ่งที่ฝูหรงรู้เกี่ยวกับองค์หญิงรองหรือหยางชิงอี้นั้นมีไม่มากนัก เพราะสมัยนางเป็นไท่จื่อเฟย ชิงอี้ยังไม่เกิด แม้นว่าจะเคยหยอกล้อกับองค์หญิงใหญ่ของเหอกุ้ยเฟยอยู่บ้าง แต่นั่นก็ช่างเลือนรางนัก

 

หวั่นฝูหรงตัดสินใจฉีกยิ้มบางเบาแลดูอ่อนโยนยิ่งกว่าครั้งไหน ขนมฉาทังและอะไรต่างๆถูกตระเตรียมเอาไว้พรั่งพร้อมสำหรับการหยอกล้อกับเด็กหญิง หลี่เซวียนบอกว่านางรักชิงอี้มาก นั่นย่อมหมายความว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางกับองค์หญิงรองย่อมต้องดีมากในระดับหนึ่ง

“องค์หญิงรองเสด็จ”เสียงแหลมของขันทีภายในตำหนักขานถึงการมาเยือน ฝูหรงรีบขยับตัวลุกออกจากที่นั่ง

รอยยิ้มของนางขยับกว้างขึ้น ปรากฏให้เห็นร่างเล็กในชุดอาภรณ์สีสดใสปักลายดอกพุดตาน เรือนผมดำขลับเกล้าขึ้นสูงปักด้วยปิ่นหยกเพียงเล็กน้อย ช่างดูน่ารักน่าชัง ใบหน้าจิ้มลิ้มแหงนขึ้นมองนาง

แม่นมข้างกายขององค์หญิงรองหันไปกระซิบข้างใบหู เป็นเชิงบอกให้ชิงอี้ตัวน้อยรีบทำความเคารพฮองเฮา ทว่าเด็กหญิงกลับยืนนิ่ง นัยน์ตากลมโตจับจ้องมองสตรีนาง

“ชิงอี้”ฝูหรงลองเรียกชื่อของอีกฝ่าย พลางโบกมือไปมาไม่ถือสาในท่าทีขององค์หญิงตัวน้อย

ชั่วขณะนางเกิดอาการลังเลก่อนหันไปหยิบขนมฉาทังออกมายื่นให้องค์หญิงรอง อย่างน้อยเด็กๆย่อมชมชอบขนมหวาน

“เจ้าอยากกินขนมไหม”

หยางชิงอี้ถอนหายใจ เมินเฉยนางโดยสิ้นเชิงแล้วผินหน้าไปทางแม่นม กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “นี่มิใช่เสด็จแม่ของเปิ่นกงจู่[2] หวั่นฝูหรงฮองเฮา เสด็จแม่ของเปิ่นกงจู่ หาใช่สตรีที่มีท่าทางโง่งมเช่นนี้ไม่ !

ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งตำหนักเหอซิน อาหนิงที่ยืนอยู่ข้างกายฮองเฮา เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย มองขนมฉาทังในมือของฮองเฮาที่ตกลงไปกระทบกับพื้น

“ต่อให้เสด็จแม่จดจำเปิ่นกงจู่มิได้ แต่นางไม่มีทางทำท่าทางโง่งมเยี่ยงนี้ พวกเจ้าเอาเสด็จแม่ของเปิ่นกงจู่ไปไว้ที่ไหน ฮือ !”สิ้นเสียงนั้นร่างเล็กวิ่งหายออกไปจากตำหนักเหอซินทันที

ฝูหรงกะพริบตาพลันสีหน้ามืดครึ้มลงทันใด

หยางหลี่เซวียน เจ้าคนบัดซบ!

นี่มันหมายความว่าอย่างไร !

 

          [1] ขนมที่ทำจากแป้งข้าวฟ่างคั่ว เป็นที่นิยมรับประทานในกรุงปักกิ่ง

          [2] ตัวข้าผู้เป็นองค์หญิง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.377K ครั้ง

24 ความคิดเห็น

  1. #2020 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 20:40
    อือหือ
    #2020
    0
  2. #1850 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 03:48
    555 กะแล้วว่าต้องโดนนนน
    #1850
    0
  3. #758 meri94 (@Aimeaop) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 00:11
    ขำฝูหรงเวลาอยู่กับฝ่าบาท มันเป็นการพูพคุยกันที่สนุกและเด็ดมากๆไปพร้อมกัน55555
    #758
    0
  4. #601 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 09:24
    หมูในเล้าคงงงว่าตรูผิดอะไร5555
    #601
    0
  5. #120 Lis33 (@Lis33) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 14:33
    ทำไมมีหมูและ ตัวบัดซบเยอะจัง555ชอบๆๆๆ
    #120
    0
  6. #100 โดเรมีพันตัน (@-Deatiny-) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 15:29
    เจินเฟย5555555555555555555555
    #100
    2
    • #100-1 pchacha (@praewachanojuti) (จากตอนที่ 7)
      29 กันยายน 2561 / 17:26
      พระเอกของเรื่องนี้คือหมูในเล้า 555555555
      #100-1
    • #100-2 pchacha (@praewachanojuti) (จากตอนที่ 7)
      29 กันยายน 2561 / 17:27
      อุ้ยยยยพิมผิดที่ค่ะ ขอโทษน้าาาตัวเองงงง แฮ่ๆ
      #100-2
  7. #99 chanUnZ (@chanunz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 14:10
    นี้สินะคือเรื่องที่หัวเราะ
    #99
    0
  8. #98 Parcenet (@yokosan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 12:49
    สงสารนางเอก 5555
    เรื่องนี้พระเอกเลย- และบัดซบ​จริง ตั้งแต่ที่อ่านของไรท์มารู้สึกเกลียดพระเอกเรื่องนี้สุดแล้ว แต่เกลียดแค่ไหนก็ตามอ่านเหมือนเดิม ถอนตัวไม่ได้แล้วว
    #98
    0
  9. #97 Nantanat_neung (@Nantanat_neung) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 10:56
    รีบมาต่อนะไรท์
    #97
    0
  10. #96 N_ing (@Ninging28335) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 09:19
    เว่อชั่นหวานๆไม่ชอบงั้นจัดเว่อชั่นร้ายๆซะหน่อยแล้วกันนะเพคะ
    #96
    0
  11. #95 Miying.UT (@SansLOVEfrisk) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 07:59
    องค์หญิงนี่ เดี๋ยวเจอฮองเฮาเกรี้ยวกราดขึ้นมาจะรู้สึก55555
    #95
    0
  12. #94 นุช นุชติยา (@455524021) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 02:28
    ชอบค่ะ
    #94
    0
  13. #93 ohjesus (@rhmourwa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 00:02
    ว้อย5555555555
    #93
    0
  14. #91 นักอ่านสมัครเล่น (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 22:50

    ชอบต้องมีทุกตอนที่นางเอกย้ำว่า พระเอกเลว- รวมถึงความบัดซบด้วย

    ตอนนี้มีเพิ่มแม้กระทั่งหมูในเล้า นางยังรักมากกว่า555 ในทุกตอนของความหน่วงลึกๆ

    จะต้องแทรกตลกร้ายเบาๆไว้ รอติดตาม ขอบคุณ

    #91
    1
  15. #90 Millez (@sora-kaze) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 22:40
    ว้อทททท 55555555555
    #90
    0
  16. #89 AlKePh (@AlKePh) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 22:23
    ขำเจินเฟยหนักมาก 555555
    #89
    0
  17. #88 Pesosy (@Pesosy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 21:41
    เอิ่ม..จะสงสารใครดี ระหว่างองค์หญิง กับ

    ฮองเฮา😂
    #88
    0
  18. #87 IM280409 (@IM280409) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 21:29
    โอ้ยยยยย วงวารนางเอก55555555
    #87
    0
  19. #86 Pize Pizz (@999876) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 21:20
    55555ขำ รอนะค้าา
    #86
    0
  20. #84 I Ange I (@Kettipa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 20:57

    โอ๊ย! ฮา!! องค์หญิงช่างน่ารักน่าชัง
    #84
    0
  21. #83 f_firujug (@F-27) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 20:48

    ค้างงงงงงง
    #83
    0
  22. #81 Brink Pitt (@bpitt) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 20:43
    ขำทุกครั้งที่ด่าฮ่องเต้ในใจ555555
    #81
    0
  23. #80 Mimfito.F (@fddrt) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 20:43
    ค้างงงงง
    #80
    0
  24. #79 Dream in Dream (@Ployly2020) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 20:40
    เหตุใดเล่าน้องชิงอี้ถึงว่าเสด็จแม่เช่นนี้กัน
    #79
    0
เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น