หวั่นฝูหรง [芙蓉] [เลือน] สนพ.รักคุณ ปิดตอน 15/2/2562

  • 200% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 469,290 Views

  • 4,503 Comments

  • 8,804 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    93,604

    Overall
    469,290

ตอนที่ 5 : บทที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24343
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1507 ครั้ง
    25 ก.ย. 61

ราวกับว่ามีคนโยนก้อนหินลงไปในน่านน้ำที่ดิ่งสงบ การที่หวั่นฝูหรงฮองเฮาประทานดอกไม้ให้แก่สองนางสนมขั้นเฟย สร้างความหวาดระแวงให้แก่ผู้เฝ้ามองมิใช่น้อย ด้านตวนเฟยนั้นค่อนข้างจะนิ่งสงบไร้การเคลื่อนไหวใด ยังคงทำตัวจืดจางได้อย่างเหลือเชื่อ ส่วนทางด้านของเจินเฟย ดูท่าแล้วอีกฝ่ายจะตื่นตกใจอยู่มิใช่น้อย

ดังนั้นในรุ่งเช้าวันถัดมาจึงได้มาขอบพระทัยฮองเฮาด้วยตนเอง

อาหนิงมิรู้ว่านี่นับเป็นการกลั่นแกล้งนางสนมของฮองเฮาหรือไม่ จะอย่างไรก็ตามหน้าที่ของนางคือการรับใช้ฮองเฮา นอกเหนือจากนั้นย่อมมิใช่เรื่องควรเก็บมาใส่ใจ

อาภรณ์สีทองปักลายนกยูงถูกสวมลงบนร่างอรชร ตามด้วยปิ่นระย้าที่ปักลงบนเรือนผมดำขลับ ริมฝีปากอวบอิ่มแต่งแต้มสีแดงชาด ช่วยขับให้สตรีที่เห็นในกระจกทองเหลืองแลดูสง่างามยิ่งขึ้นกว่าเดิม นัยน์ตาเรียวดั่งหงส์ชำเลืองมองเหล่านางกำนัล

“พวกนางมาพร้อมกันหรือยัง”

“กราบทูลฮองเฮาเพคะ เหล่าพระสนมมากันครบแล้ว ขาดเพียงแค่เจียเฟยที่ร่างกายอ่อนแอกับเหอกุ้ยเฟยที่ยังเสด็จมาไม่ถึงเพคะ”อาหนิงกราบทูลเสียงเรียบ ไล่สายตาสำรวจความเรียบร้อยของฮองเฮาครั้งหนึ่งก่อนจะช่วยพยุงพระนางขึ้น

ฝูหรงพยักหน้า ในกรณีของเจียเฟยนางมิได้แปลกใจนัก อาหนิงเคยบอกว่าเจียเฟยนั้นมีร่างกายอ่อนแอ มิอาจออกมาพบปะผู้ใดได้ อีกทั้งฝ่าบาทเองก็เมตตาเจียเฟยพอสมควร เนื่องจากอีกฝ่ายได้ให้กำเนิดองค์ชายรองออกมา หากมินับตวนเฟย เจียเฟยเองก็นับเป็นสตรีจืดจางคนหนึ่ง

คงจะมีแค่เพียงเหอกุ้ยเฟยกระมังที่จงใจทำตัวแข็งข้อต่อนาง แต่ก็คงมิใช่เรื่องแปลกอะไรนัก ในเมื่อเหอเหยาหวั่นนั้นให้กำเนิดทั้งโอรสและธิดาแก่ฝ่าบาท ยังมินับรวมถึงอำนาจของตระกูลเหอ

อวี้กงกงขันทีประจำกายของฮองเฮารีบเปล่งเสียงประกาศกร้าว ยามเมื่อเห็นฮองเฮาเสด็จออกมา “ฮองเฮาเสด็จแล้ว”

“ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ”

เหล่านางสนมทั้งหลายต่างย่อตัวลงอย่างพร้อมเพรียง ช่างแลดูเป็นภาพที่มิแตกต่างจากตำหนักบูรพามากนัก ฝูหรงกวาดตามองบรรดาบุปผางามที่แข่งกันประทินโฉม เด่นสะดุดตาที่สุดคงไม่พ้นหลิงผินที่พึ่งถวายการรับใช้ฝ่าบาทไปเมื่อคืน

ตามธรรมเนียมแล้วสนมที่ถวายการรับใช้ วันต่อมาต้องเข้าเฝ้าฮองเฮา แต่ก็มีบ้างเป็นบางกรณีที่ฝ่าบาทจะให้การงดเว้น การที่หลิงผินปรากฏกายในวันนี้ค่อนข้างน่าแปลกใจและก็น่าพึงพอใจในคราเดียวกัน

ขอเพียงเหล่านางสนมทั้งหลายรู้จักหน้าที่ของตน นางย่อมปล่อยให้อีกฝ่ายได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข

“ลุกขึ้นเถอะ”ฝูหรงกล่าวเสียงนุ่มนวลก่อนทิ้งตัวลงนั่งบนบัลลังก์หงส์ โดยมีอาหนิงยืนขนาบอยู่ข้างกายมิออกห่างไปไหน

“ขอบพระทัยฮองเฮาเพคะ”

เจินซื่อเหนียนหันมาชำเลืองมองบนใบหน้าของนางก่อนจะหลบตาหนีอย่างรวดเร็ว ทำราวกับว่าหวั่นฝูหรงเป็นปีศาจที่น่าหวาดกลัว ทั่วทั้งตำหนักคล้ายตกอยู่ในความเงียบ หาได้มีใครกล้าเป็นคนเปิดบทสนทนา

เจินเฟย ตวนเฟยนั่งอยู่ด้านหน้า ในขณะที่หว่านผิน หลิงผินและพระสนมขั้นผินรวมถึงกุ้ยเหรินบางส่วนที่นางไม่คุ้นหน้านั่งถัดออกไป

อาจเพราะว่าหลี่เซวียนพึ่งขึ้นครองราชย์มาเพียงห้าปี อีกทั้งเขายังมัวหมกมุ่นกับราชกิจมากมาย จึงทำให้เหล่านางสนมในวังหลังค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับรัชสมัยของหลี่หงเยี่ยนผู้เป็นพระราชบิดา

“หลายเดือนที่ผ่านมาเปิ่นกงมิได้มีโอกาสได้พบพวกเจ้า มาวันนี้ได้พานพบทว่ากลับขาดเหอกุ้ยเฟยและเจียเฟยไป ช่างน่าเสียดายนัก”นางเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “เปิ่นกงหลับไปหลายเดือน หวังว่าพวกเจ้าจะยังสุขสบายดี”

“เหอกุ้ยเฟยดูแลพวกหม่อมฉันเป็นอย่างดี ขอฮองเฮาโปรดวางพระทัยเพคะ”หลิงผินกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ริมฝีปากขยับยิ้มกว้าง “เห็นฮองเฮาทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงเช่นนี้ นับว่าที่หม่อมฉันเพียรสวดมนต์อ้อนวอนขอต่อพระพุทธบังเกิดผลแล้ว”

หลิงผิน หลิงเจียหยูเป็นสตรีร่างน้อยเอวบาง แลดูมิค่อยแตกต่างจากเจินเฟยนัก ทว่ากลับมีดวงตาที่เป็นประกายสดใสยิ่งกว่า อีกทั้งยังมีนิสัยอาจหาญมิหวั่นเกรงต่อผู้ใด ราวกับเป็นดรุณีน้อยจอมพยศ ดูเหมือนว่ารสนิยมเรื่องบนเตียงของหลี่เซวียนจะเปลี่ยนไป

เขานึกชมชอบการฟาดฟันกับบุปผางามแสนพยศตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

ตวนเฟยเพียงแค่ยกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปากมิต่างจากเจินเฟยที่นิ่งเงียบนั่งรอชมเรื่องสนุกสนาน ยิ่งมิต้องพูดถึงสนมคนอื่น

ต้องนับว่าหลิงผินมีสติปัญญามิใช่น้อย จงใจตบหน้านางด้วยประโยคก่อนหน้า แล้วค่อยปลอบประโลมนางด้วยประโยคถัดมา

“กระนั้นหรือ”ฝูหรงยกยิ้มบางเบา “ได้ยินเจ้าพูดเยี่ยงนี้ เปิ่นกงรู้สึกซาบซึ้งยิ่ง สนมมีใจกตัญญู มิแปลกใจเลยว่าทำไมฝ่าบาทจึงได้โปรดปรานเจ้านัก”

หลิงผินยังคงยิ้มรับคล้ายกับว่ามิรู้ถึงความนัย เห็นทีคงมีเพียงตวนเฟยกระมังที่ชำเลืองมองนางครั้งหนึ่งก่อนวางถ้วยชาลง

“หามิได้เพคะ”

หลากหลายสายตาเริ่มมองมายังหลิงผิน หากเป็นผู้มีปัญญาคงมิถูกนางล่อลวง แต่ถ้าไม่พวกนางเหล่านั้นจะรุมกลั่นแกล้งหลิงผินในภายหลังอย่างแน่นอน ถ้อยคำของนางมิแตกต่างจากตัวชักนำความริษยาของอิสตรี

ถ้านางสนมทำตัวเหมาะสม นางย่อมมิเข้าไปยุ่งเกี่ยว

 “อ่อนน้อมถ่อมตนอีกทั้งยังมีใจกตัญญู นับว่าเป็นโชคของเปิ่นกงที่มีนางสนมเช่นเจ้า”น้ำเสียงของฝูหรงแผ่วเบาลงหันไปรับถ้วยชาจากอาหนิง เจินเฟยที่เงียบอยู่นานเริ่มวาดลวดลาย

“กราบทูลฮองเฮา หลิงผินไม่เพียงแต่มีใจกตัญญู ทว่าจิตใจของนางกลับใสสะอาดมิต่างจากกลีบของดอกบัว หม่อมฉันเห็นนางแล้วยังรู้สึกละอายยิ่งนัก”เสียงหวานเอ่ยก่อนหลบตาลงต่ำ “หากเป็นไปได้หม่อมฉันจะพยายามเอาอย่างหลิงผินนะเพคะ”

และนั่นก็เสมือนกับว่าเป็นการราดน้ำมันลงบนกองเพลิง หลิงเจียหยูยังคงมิได้ตระหนักถึงภัยร้ายที่นางกับเจินเฟยหว่านเอาไว้ รอยยิ้มของอีกฝ่ายฉีกขึ้นไปถึงดวงตาแล้วกระมัง

ฝูหรงยกมือข้างขึ้นเท้าคาง “ช่างน่าเอ็นดูเสียจริง”

“ขอบพระทัยฮองเฮาเพคะ”

ริมฝีปากอวบอิ่มขยับยิ้ม ก่อนจะยื่นมือออกไปเป็นเชิงให้หลิงเจียหยูเดินมาหาตน ทว่าในชั่วพริบตานั้น ร่างระหงของเหอกุ้ยเฟยก็เดินเข้ามาภายในตำหนักพร้อมกับเสียงแหลมของขันทีที่ประกาศถึงการมาเยือน

“เหอกุ้ยเฟยเสด็จแล้ว”

ดวงตาของบรรดาบุปผางามเปล่งประกายวาววาบราวกับได้พบพระพุทธองค์ พวกนางต่างลุกขึ้นก่อนย่อตัวลงเพื่อทำความเคารพต่อเหอกุ้ยเฟย ในวันนี้เหอเหยาหวั่นสวมใส่อาภรณ์สีส้มปักลายดอกโบตั๋น เรือนผมเกล้าขึ้นเป็นมวยสูงปักด้วยปิ่นระย้าและปิ่นนกยูงสีทองอร่าม

“ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ”เหอเหยาหวั่นย่อตัวลงตรงหน้านาง นัยน์ตาเรียวดั่งหงส์หรี่ลงพลางส่งถ้วยน้ำชาคืนให้แก่อาหนิง

“เจ้ามาช้าไปครึ่งชั่วยาม”

เหอกุ้ยเฟยมิได้เกรงต่อถ้อยคำของนางแม้แต่น้อย อีกฝ่ายแหงนหน้าขึ้นมองนาง ริมฝีปากที่แต่งแต้มด้วยสีแดงชาดฉีกยิ้มกว้าง “กราบทูลฮองเฮา หม่อมฉันมิรู้ว่าวันนี้จะต้องเข้าเฝ้าพระองค์จึงมิทันได้ตระเตรียมตัว ขอฮองเฮาโปรดอภัยให้หม่อมฉันด้วยเพคะ”

หวั่นฝูหรงเพียงแย้มยิ้มมิต่อความใด ชั่วอึดใจต่อมาหว่านผินหนึ่งในคนของเหอกุ้ยเฟยรีบก้าวออกมาย่อตัวลงเบื้องหน้าของนาง “ฮองเฮาเพคะ เหอกุ้ยเฟยมีความประพฤติเรียบร้อยมาโดยตลอด หม่อมฉันคิดว่าเหอกุ้ยเฟยคงมิได้ต้องตั้งใจ”

เมื่อหว่านผินเป็นผู้นำ มีหรือว่าจะไม่มีผู้ตาม เจินเฟยและนางสนมกุ้ยเหรินบางส่วนต่างย่อตัวลงอย่างพร้อมเพรียงราวกับว่าจงใจบีบบังคับนาง

“ฮองเฮาเพคะ”

ฝูหรงเมินเฉยต่อพวกนางโดยสิ้นเชิง ก่อนจะยื่นมือออกไปด้านหน้า “หลิงผินเดินมาหาเปิ่นกง”

คิดหรือว่าที่นางยังสามารถครอบครองตำแหน่งไท่จื่อเฟยมาได้เป็นเพียงแค่โชคลาภ เล่ห์กลอุบายมากมายก็พบเจอมานักต่อนัก ถึงแม้นว่าจะมิอาจเทียบชั้นได้กับมวลบุปผางามในวังหลวงก็ตาม

นัยน์ตาดำขลับมองนางด้วยความหวาดระแวงแต่ก็มิอาจขัดขืนได้ ร่างเล็กทรุดตัวลงนั่งก่อนวางมือลงบนฝ่ามือที่ยื่นออกไปของนาง พริบตาต่อมาหลิงเจียหยูเบิกตากว้างขึ้นยามสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของปลอกเล็บสีทอง

“กระทั่งหลิงผินที่รับใช้ฝ่าบาทเมื่อคืนยังตระหนักรู้ถึงหน้าที่ของตนเป็นอย่างดี ทว่าเจ้าเป็นถึงกุ้ยเฟยกลับละเลยทั้งยังมิรู้ความ ดูท่าแล้วเปิ่นกงอาจจะต้องให้หลิงผินไปสั่งสอนเจ้าถึงธรรมเนียมปฏิบัติ”

“พวกเจ้าทั้งหลายมิควรเข้าข้างคนผิด กฏระเบียบทั้งหลายคือข้อปฏิบัติที่เหล่านางสนมมิสมควรละเลย”น้ำเสียงของนางเรียบเฉย รับรู้ได้ถึงฝ่ามือที่สั่นระริกของหลิงผิน “ถือว่านี่เป็นครั้งแรกเปิ่นกงจะมิเอาความ แต่ปล่อยไปเลยก็คงน่าละอายนัก”

“ฮองเฮา”

“เหอกุ้ยเฟย เจ้าจงกลับไปคัดธรรมเนียมปฏิบัติในวังหลวงมาส่งให้หลิงผินหนึ่งร้อยจบ”

เหอเหยาหวั่นเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกตะลึง จะให้นางลดตัวต่ำกว่าสนมขั้นผินได้อย่างไรกัน

“ฮองเฮาเพคะ !

ฝูหรงกระตุกยิ้มเย็นพลางกล่าวกับหลิงเจียหยูที่กำลังหวาดกลัวด้วยเสียงอ่อนโยน “ลำบากเจ้าแล้ว หลิงผิน”

“หม่อมฉันมิกล้า”หลิงผินเอ่ยเสียงสั่น

ทว่าฮองเฮาก็เพียงเมินเฉยต่อมันโดยสิ้นเชิง ร่างอรชรเหยียดตัวขึ้นเต็มความสูงก่อนวางมือลงไปให้อาหนิงประคอง เรียวขาขยับก้าวผ่านร่างของบรรดาสนมน้อยใหญ่ โดยไม่ลืมหยุดชะงักลงด้านหน้าของเจินเฟย

“เจ้ายังมิได้คัดคุณธรรมของสนมมาส่งให้เปิ่นกง อย่าได้ลืมเสียล่ะ”

ตวนเฟยเหยียดยิ้มกว้าง หวั่นฝูหรงช่างร้ายกาจเสียจริง จงใจหยิบยกหลิงผินที่สรรเสริญเหอกุ้ยเฟยจนออกนอกหน้า ขึ้นมาตบหน้าอีกฝ่ายกลับไป ใช้สนมขั้นผินตบหน้าสนมขั้นกุ้ยเฟย หากมิรู้สึกอะไรหนังหนาคงหนาเกินไปเสียแล้วกระมัง

ดูท่าแล้วต่อจากนี้ความเป็นอยู่ของหลิงผินน่ากลัวว่าจะลำบากมิใช่น้อย เพราะเหอกุ้ยเฟยเองก็เป็นบุปผางามที่ทะนงตนยิ่งกว่าใคร

ช่างน่าสงสารเสียจริง

 

หลังจากที่ฝ่าบาทมิได้เสด็จมาตำหนักเหอซินเสียหลายวัน บ่ายวันเดียวกันนั้นพระองค์ก็เสด็จมา และมันช่างน่าเสียดายนักที่ฮองเฮาทรงบรรทมอยู่ มิได้มีโอกาสออกมาต้อนรับฝ่าบาทด้วยพระองค์เอง ข้ารับใช้ของตำหนักเหอซินต่างย่อตัวลงถวายความเคารพต่อโอรสสวรรค์

“ฮองเฮาเป็นอย่างไรบ้าง”หลี่เซวียนเอ่ยถามพลางทิ้งตัวลงนั่งข้างเตียง ทอดสายตามองหวั่นฝูหรงที่หลับสนิท

“กราบทูลฝ่าบาท หลังจากทรงเสวยมื้อเที่ยงเสร็จ ฮองเฮาก็ทรงเข้าบรรทมเลยเพคะ ฮองเฮาบอกว่าทรงรู้สึกเหนื่อย หากไม่มีสิ่งใดสำคัญก็อย่าให้ใครเข้ามารบกวน”

หลี่เซวียนพยักหน้าก่อนโบกมือให้นางกำนัลวัยกลางคนออกไปได้

“ฝูหรง เจิ้นนับถือความร้ายกาจของเจ้ายิ่งนัก”เขากล่าวเสียงแผ่วเบา ก่อนยกมือขึ้นสัมผัสไปตามเรือนผมยาวสลวยของนาง เปลือกตาบางปิดสนิทไร้ท่าทีว่านางจะตื่นขึ้นมา

หนึ่งในความสามารถของหวั่นฝูหรงคือความร้ายกาจและความคิดสร้างสรรในการกลั่นแกล้งเหล่านางสนมของเขา นางมีความสามารถในด้านพวกนี้เป็นเลิศกว่าใคร หากมิใช่เพราะว่าหวั่นฝูหรงเป็นคนมีเหตุผล รู้จักความพอดี ความสามารถพวกนี้คงรั้งแต่เป็นภัย

ดูท่าแล้วคืนนี้อาจต้องไปปลอบประโลมพวกนางเสียหน่อย

หลี่เซวียนแหงนหน้าขึ้นก่อนปิดเปลือกตาลงอย่างเชื่องช้า ฝ่ามือยังคงลูบไล้ไปตามเส้นผมของภรรยา เรียวขาทั้งสองข้างเหยียดกว้างออกไป แล้วยกมืออีกข้างขึ้นก่ายหน้าผาก

หวั่นฝูหรง

 

ฝูหรงกะพริบตาหลายครั้ง นางกวาดตามองไปรอบด้านก่อนพบว่าท้องฟ้ากำลังแปรเปลี่ยนเป็นสีส้ม แสงตะวันรอนกำลังสาดส่องลงมา อาหนิงเกล้าผมให้นางเป็นครั้งที่สองของวัน คราวนี้เปลี่ยนเป็นทรงผมฉีปักด้วยปิ่นหยก

“ระหว่างที่เปิ่นกงหลับไป มีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่”

อาหนิงส่ายหน้า “ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเพคะ เพียงแต่ฝ่าบาททรงเสด็จมาเมื่อยามเซิน[15.00-16.59] แต่ทรงเห็นฮองเฮาบรรทมอยู่จึงมิให้หม่อมฉันปลุกพระองค์เพคะ”

เรียวคิ้วขมวดเข้าหากัน หลี่เซวียนมาหานาง ปรกติแล้วเขาควรพระราชทานสิ่งของปลอบประโลมนางสนมทั้งหลายก่อนเป็นอันดับแรก แต่ก็ช่างเถอะ หยางหลี่เซวียนเองก็พัฒนาขึ้นหลายขั้น จะอย่างไรก็ตามย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลง

“ว่าแต่ตำหนักรุ่ยเหลียนของเหอกุ้ยเฟยเป็นเช่นไรบ้าง”

“กราบทูลฮองเฮา เหอกุ้ยเฟยมีรับสั่งเรียกหลิงผินเข้าพบเมื่อยามเว่ย[13.00-14.59]เพคะ”อาหนิงตอบพลางช่วยประคองนางขึ้น นัยน์ตาของนางกำนัลคนสนิทหลบต่ำลง

คำกล่าวที่ว่าอ่อนน้อมต่อฮองเฮา ย้ำเกรงต่อกุ้ยเฟย เห็นทีคงไร้น้ำหนักเสียแล้วกระมัง

ฝูหรงก้าวออกไปนอกตำหนักก่อนแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้ากว้างใหญ่สลับกับดอกไม้ที่ประดับตกแต่งอยู่รวมตำหนักเหอซิน การสร้างพรรคพวกออกไปตบตีกับเหอกุ้ยเฟยย่อมมิใช่วิธีการของนาง เพราะมั่นค่อนข้างจะยุ่งยาก

การปั่นหัวสร้างความฉิบหายให้ชาวบ้านต่างหาก จึงนับเป็นวิธีการของหวั่นฝูหรง

“ให้คนนำดอกกล้วยไม้[1]ไปมอบให้หลิงผินที่ตำหนัก”นัยน์ตาเรียวดั่งหงส์หรี่ลง “แล้วก็บอกด้วยว่า หลิงผิน อ่อนน้อมถ่อมตนพรั่งพร้อมด้วยความดีงาม สมควรเป็นแบบอย่างให้แก่นางสนมด้วยกัน”

อาหนิงกลืนน้ำลายลงไปในลำคอที่พลันแห้งเหือดขึ้นมา “เพคะ”

ตราบเท่าพวกเจ้าไม่ยอมเป็นบุปผางามที่อ่อนน้อม เปิ่นกงก็จะไม่ยินยอมให้พวกเจ้านั่งกินนอนกินสุขสบายอย่างที่ควรเป็น

 

[1] เผาหยวนหมิง นักกวีจีน ได้เขียนกวีบทหนึ่งว่า ดอกกล้วยหมายเปรียบเสมือนวิญญูชนที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตน มีความดีที่บริสุทธิ์ ไม่โกงกินและไม่ทำร้ายผู้ใด


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.507K ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #2018 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 20:30
    ฝ่าบาทร้ายกาจจริงๆ
    #2018
    0
  2. #1848 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 03:27
    ฝ่าบาท เป็นคนทำร้ายนางเองป่ะเนี้บ
    #1848
    0
  3. #1476 Patly (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 02:29

    จนตอนนี้ก็สงสัยในฮ่องเต้

    #1476
    0
  4. #1008 Jacky Pan (@Alice1089) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 03:19
    ชอบตอนที่นางเอกบรรยายถึงเฮียเต้555+>~<
    #1008
    0
  5. #808 Woolpink (@Woolpink) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 17:44
    ชอบการบรรยาย สำนวนในการเขียนของๆรท์มาก หวังว่าไรท์จะทำเป็นเล่มหรือตีพิมพ์นะคะ
    #808
    0
  6. #752 meri94 (@Aimeaop) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 23:53
    ขอส่งกำลังใจไปให้ฝูหรง ผู้ใดกระทำตัวไม่สมควรก็ควรที่จะถูกลงโทษ รักในตัวนาง<3
    #752
    0
  7. #599 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 09:08
    วงวารการเล่นงิ้วแต่ละคน
    #599
    0
  8. #369 winanya19 (@winanya19) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 11:39
    มวยยกนี้ใครจิเป็นผู้ชนะ
    #369
    0
  9. #343 Piszerel (@manaki-ne) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 21:01
    ชอบอ่ะ ชอบ ชอบบ
    ..
    เรื่องเรื่อยๆ น่าติดตาม มีปมให้อยากรู้แต่ก็ไม่ได้รีบเร่งเกินไป ดีงามมาก~
    #343
    0
  10. #330 bhuii2505 (@bhuii2505) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 23:17
    เธอมันร้าย
    #330
    0
  11. #39 c_nattrisia (@c_nattrisia) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 05:29

    ชอบมากค่ะ
    #39
    0
  12. #37 chatchaomn (@chatchaomn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 21:07
    5555 ร้ายดีค่ะ ชอบๆ
    #37
    0
  13. #36 waavaa (@waavaa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 23:49
    ช่างร้ายกาจยิ่งนัก รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ ขอความร้ายกาจจงเจริญ
    #36
    0
  14. #35 RungarunSch (@RungarunSch) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 22:57

    ชอบๆๆๆ ติดตามๆ

    #35
    0
  15. #34 นักอ่านสมัครเล่น (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 21:28

    อ่านทุกตอนสนุก่ น่าติดตาม ดื่มด่ำในความคิด การกระทำของนางเอกมาก

    แตอ่านช่วงเกี่ยวกับความคิด การกระทำของฮ่องเต้

    ทีไร จะหน่วงๆลึกๆในอกทุกครั้งแต่ชอบ ขอบคุณ

    #34
    0
  16. #33 Kung 11906 (@kung11906) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 19:04

    ฝูหรงร้ายกาจ แต่ฮ่องเต้ร้ายกาจยิ่งกว่า เอาใจช่วยนะฝูหรง
    #33
    1
    • #33-1 นักอ่านสมัครเล่น (จากตอนที่ 5)
      25 กันยายน 2561 / 21:21
      +++like
      #33-1
  17. #32 My'z Biscuit (@nuutgamol) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 18:56
    โอ๊ยยยย ควรอันเฟรบ แล้วรอหนึ่งเดือนค่อยมาอ่านทีเดียวววว ค้างกับช่วงควาททรงจำของนางที่หายไป ค้างกับท่าทีของฝ่าบาททท งื้ออออิ
    #32
    0
  18. #31 GTuiar (@maybe-shop) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 17:50

    อย่างเผ็ชชชชชชช

    #31
    0
  19. #30 lupang137 (@lupang137) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 16:41
    โอ้ยยย ชอบบบ ด่าในด่าในด่าอีกที
    #30
    0
  20. #29 Dream in Dream (@Ployly2020) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 16:34
    สนมแต่ละคนดูแล้วไม่ธรรมดาๆ ทั้งนั้น เหอกุ้ยเฟยนี่ดูจะชัดสุด รองลงมาก็เจินเฟย ดูหงิมๆ แต่ร้ายลึก ตวนเฟยก็ไว้ใจไม่ได้ แต่อยากให้หลิงผินอยู่ฝ่ายฝูหรงอ่ะ นางดูน่ารักดี
    #29
    0
เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น