หวั่นฝูหรง [] [เลือน] สนพ.รักคุณ ปิดตอน 15/2/2562

  • 200% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 469,732 Views

  • 4,504 Comments

  • 8,762 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    94,046

    Overall
    469,732

ตอนที่ 2 : บทที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44088
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1455 ครั้ง
    26 ต.ค. 61

ฮองเฮาคือตำแหน่งที่เหล่าอิสตรีต่างฝันหาจะครอบครอง การเป็นพญาหงส์เคียงมังกรนับเป็นที่สุดของความปรารถนาเท่าที่บุปผางามจะวาดฝันเอาไว้ 

หลังจากร่วมฝ่าฝันสงครามทางการเมืองรวมถึงสงครามภายในตำหนักบูรพา

วันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งไร้หมู่เมฆก็มาถึง หวั่นฝูหรงแย้มยิ้มกว้าง เรียวขาขยับก้าวขึ้นไปตามบันไดสูงชัน ร่างสูงสง่าของโอรสสวรรค์ยืนอยู่เบื้องหน้า โดยมีมหาขันทียืนถือราชโองการอยู่ข้างกาย

แม้นว่าตำแหน่งฮองเฮาจะมิใช่สิ่งที่นางวาดฝันเอาไว้ หากทว่าก็มิอาจปฏิเสธได้ว่ามันคือสิ่งที่นางสมควรจะได้รับ นัยน์ตาเรียวดั่งหงส์เปล่งประกายวาววาบ ก้าวผ่านบรรดาขุนนางและเหล่านางสนมเพื่อไปหาเขา

บุรุษผู้อยู่สูงกว่าใครในใต้หล้า

“ฝ่าบาท”

ร่างระหงคุกเข่าลงเบื้องหน้าพระพักตร์ แผ่นหลังบอบบางเหยียดตรงอย่างสง่า ได้ยินเสียงแหลมของมหาขันทีที่ประกาศขานราชโองการจากสวรรค์ กล่าวกันว่าวันที่น่าจดจำมากที่สุดก็คือวันที่ถูกแต่งตั้งขึ้นเป็นฮองเฮา

ฮองเฮาที่ฝ่าบาทแต่งตั้งด้วยตนเอง

เสด็จพ่อ

ลูกกำลังก้าวขึ้นเป็นฮองเฮา นางพญาหงส์ผู้สูงอยู่กว่าใคร ได้รับทั้งเกียรติและความรุ่งโรจน์

 ตราประทับทองคำประจำตำแหน่งสาดส่องกระทบเข้าสู่นัยน์ตาของนาง ฝูหรงสูดหายใจเข้าเอื้อมมือออกไปน้อมรับตราประทับหงส์จากโอรสสวรรค์

“หวั่นฝูหรง นับจากนี้เจ้าคือฮองเฮา”

ในตอนนั้นทั้งที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งทว่าหยาดหิมะกลับโปรยปรายลงมาผ่านร่างของนาง ปลอกเล็บสีทอง ชายอาภรณ์ของชุดพระราชพิธีและมงกุฎหงส์ที่นางสวมใส่ ทุกอย่างย้ำเตือนถึงทุกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้

“ขอฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆปี”

หยางหลี่เซวียน

ปีนั้นท่านแต่งตั้งข้าขึ้นเป็นฮองเฮา

 

ปลอกเล็บสีทองครูดไปกับผ้าแพรชั้นดี น้ำชาในถ้วยเย็นชื้นเสียจนถามหาความอบอุ่นมิได้อีก ถึงกระนั้นมันก็ยังมิได้รับความสนใจจากนางพญาหงส์ อาหนิงผู้เป็นนางกำนัลคนสนิทของฮองเฮารีบเปลี่ยนถ้วยชาใหม่โดยไวพลางลอบมองสีพระพักตร์สลับกับใบหน้าของเจินเฟย[1]

“ฮองเฮา หม่อมฉันควรทำอย่างไรดีเพคะ”น้ำเสียงของเจินเฟยเต็มไปด้วยความทุกข์ใจมิใช่น้อย ทว่าฮองเฮาก็เพียงหมุนลูกประคำในมือเล่นอย่างใจเย็นหาได้แยแสกระไรไม่

“เจินเฟยเป็นเจ้าของตำหนัก หมายความว่าเจ้าสมควรดูแลความสงบรวมถึงควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างให้ได้ด้วยตนเอง”นัยน์ตาเรียวดั่งหงส์สบเข้าไปภายในดวงตาของอีกฝ่าย “เปิ่นกง[2]มิเห็นว่าควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว”

เจินเฟยนับเป็นสตรีรูปโฉมงดงามแม้จะมิได้งามปานล่มเมือง หากแต่ก็มีเสน่ห์เย้ายวนในแบบของตนเอง ติดเสียตรงออกจะหัวอ่อนไปบ้าง เพียงแค่เรื่องของหมิงกุ้ยเหริน[3]กับอี๋กุ้ยเหรินก็จะจัดการเองมิได้

“หม่อมฉันเพียงแค่อยากขอคำแนะนำจากฮองเฮา”

“เมื่อวันก่อนเจ้าก็มาหาเปิ่นกง มิใช่ว่าเปิ่นกงพูดกับเจ้าไปแล้วหรอกหรือ”

ได้ยินเช่นนี้ใบหน้าของเจินเฟยหม่นหมองลงไปอย่างเห็นได้ชัด อาหนิงลอบถอยหายใจก่อนรินน้ำชาลงในถ้วยชาของฮองเฮา เนื่องจากหมิงกุ้ยเหรินและอี๋กุ้ยเหรินที่อาศัยอยู่ในตำหนักร่วนอี้ที่เจินเฟยเป็นเจ้าของมิใคร่จะชอบพอกันนัก จำได้ว่าเมื่อหลายวันก่อนก็พึ่งก่อเรื่องวุ่นวายจนโดนฮองเฮาลงโทษไป

มิรู้ว่ามีสติปัญญาเท่าหมูในเล้าหรืออย่างไรถึงได้กล้าก่อเรื่องวุ่น เจินเฟยเองก็มิต่างกันนักมิสามารถจัดการดูแลเรื่องราวในตำหนักได้ เดือนร้อนถึงฮองเฮาทั้งที่เป็นเรื่องมิจำเป็นต้องรบกวนเสียด้วยซ้ำ

ทั่วทั้งวังหลัง กระทั่งฝ่าบาทยังตระหนักรู้ดีว่าฮองเฮาพึ่งฟื้นขึ้นมาได้เพียงไม่กี่เดือน เรื่องใดจัดการเองได้ ไฉนจึงต้องมารบกวนฮองเฮา

“เอาเถอะ”ฝูหรงโบกมือครั้งหนึ่งพลางกล่าวเสียงเรียบ “เปิ่นกงจะให้เจ้าเลือกระหว่างยกตำหนักร่วนอี้ให้แก่พวกนางหรือจะเป็นคนจัดการเรื่องวุ่นวายพวกนี้ด้วยตนเอง”

“ฮองเฮา”เจินเฟยคนงามสะกดกลั้นเสียงกรีดร้องมิให้ดังลอดออกมาจากลำคอ ปลายนิ้วมือเย็นเฉียบยามสบเข้าไปภายในดวงตาอันแสนเฉยชาของนางพญาหงส์ ทำได้เพียงหุบริมฝีปากลงมิอาจเอ่ยสิ่งใดออกไปได้

“เปิ่นกงมีทางเลือกให้เจ้าเพียงสองทาง หากเจ้ายังมิพอใจก็คงต้องไปทูลกับฝ่าบาทด้วยตนเอง”ถ้วยน้ำชาไร้ลวดลายถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากอวบอิ่ม “กลับไปได้แล้ว เปิ่นกงอยากพักผ่อน”

อีกครั้งที่เจินเฟยไร้ทางเลือก ร่างบอบบางย่อตัวลงอย่างอ่อนน้อม “หม่อมฉันทูลลาเพคะ”

เสียงถอนหายใจแผ่วเบาดังออกมาให้ได้ยิน ถ้วยน้ำชาถูกวางลงข้างกาย อาหนิงรีบไล่สายตาสำรวจไปตามพระพักตร์ของฮองเฮาด้วยความเป็นห่วง หยาดเหงื่อผุดพรายไหลลงมาตามไรผม

“เจินเฟยนางเป็นเช่นนี้เสมอหรืออย่างไร”หวั่นฝูหรงยกมือขึ้นเท้าคาง เรียวขาทั้งสองเหยียดตรงออกไปอย่างนึกเกียจคร้านเป็นที่สุด

หากมิใช่เพราะว่านางจดจำได้เพียงเรื่องราวก่อนหน้าจะถูกแต่งตั้งเป็นฮองเฮาคงพอรู้วิธีจัดการเจินเฟยที่ดีกว่านี้ ยอมรับว่าวิธีเช่นนี้ค่อนข้างหยาบกระด้างต่อบุปผางามแสนบอบบางไม่น้อย

“ทูลฮองเฮา แม้ว่าเจินเฟยจะค่อนข้างบอบบางมิสู้คน ทว่าเจินเฟยเองก็ให้กำเนิดองค์หญิงสามออกมา หม่อมฉันมิคิดว่านางจะยังบอบบางมิกล้าถกเถียงใครเช่นสมัยก่อนเพคะ”

ฝูหรงพยักหน้าทอดสายตามองอาหนิงที่คุกเข่าลงเบื้องหน้า ดวงตาของนางกำนัลวัยกลางคนเต็มไปด้วยความห่วงใยต่อนาง มือเรียวขาวเนียนยืนออกไปให้อีกฝ่ายได้กอบกุมเอาไว้ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นมองโคมไฟในตำหนักเหอซิน

“อาหนิง เจ้าต้องคอยช่วยเปิ่นกง”นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาพลางก้มหน้ามองนางกำนัลคนสนิท “ผ่านมาร่วมสามเดือนทว่าเปิ่นกงกลับยังจดจำอะไรมิได้เลย”

“ชั่วชีวิตของหม่อมฉันจะภักดีกับฮองเฮาแต่เพียงผู้เดียวเพคะ”

ครั้งแรกที่ลืมตาตื่นขึ้นมานางก็กลายเป็นฮองเฮา ทั้งที่จำได้ว่าตนเองดำรงตำแหน่งเป็นไท่จื่อเฟย หมอหลวงบอกว่านางสูญเสียความทรงจำไปบางส่วน จึงมิอาจจดจำช่วงระยะเวลาที่ใช้ชีวิตในฐานะฮองเฮา

คราแรกฝูหรงเพียงเลิกคิ้วแปลกใจ กวาดมองรอบด้านโดยเฉพาะพระพักตร์ของพระสวามีด้วยความฉงน ระยะเวลาเพียงชั่วข้ามคืนนางกลายเป็นฮองเฮา หากมิใช่เพราะความช่วยเหลือจากอาหนิงและหวังกงกงคง เห็นทีคงรับมือกับเหล่านางสนมได้ยากกว่านี้

ถึงแม้นว่าในตำหนักบูรพาจะมีนางสนมหลายคนทว่ากลับเทียบมิได้เลยกับในวังหลวง

หวั่นฝูหรงฮองเฮา

 

การตื่นขึ้นมาเป็นฮองเฮาในชั่วข้ามคืน ยังมิน่ากังวลใจเท่ากับการสายสัมพันธ์ระหว่างนางกับฝ่าบาท ความทรงจำที่ขาดหายไปกว่าหกปี ยอมรับว่ามันค่อนข้างเป็นเรื่องยากพอตัว หากแต่หยางหลี่เซวียนหาได้แสดงท่าทีแปลกประหลาดอะไรไม่ ราวกับว่าทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมมิแปรเปลี่ยนไปเลย

“ฝูหรง วันนี้เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”สุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม หลี่เซวียนนั่งอยู่ด้านหน้า นัยน์ตาทอดมองใบหน้าของนางด้วยสายตาลุ่มลึกยากจะหยั่งถึง

อาหนิงบอกกับนางว่าหยางหลี่เซวียนยังคงโปรดปรานนางเช่นเดียวกับสมัยตอนเป็นไท่จื่อเฟย ในเจ็ดวันต้องมีสักวันหนึ่งที่โอรสสวรรค์จะเสด็จมาค้างที่ตำหนักเหอซินก่อนเวียนไปยังตำหนักของเหล่านางสนมตามความเหมาะสม

“หม่อมฉันยังจดจำอะไรมิได้เช่นเดิมเพคะ”ฝูหรงตอบเสียงเรียบ เรือนผมดำขลับถูกปล่อยยาวสลวยคลอเคลียไปกับใบหน้า นางยกมือขึ้นเท้าคางก่อนช้อนมองเขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความซุกซน

แม้นว่าจะตอบออกไปเช่นนั้น หลี่เซวียนก็หาได้แสดงสีหน้าผิดหวังอะไรไม่ ใบหน้าของเขายังคงประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา ถ้วยข้าวต้มเม็ดบัวถูกเลื่อนออกมาตรงหน้านาง

“จำมิได้ก็ไม่เป็นไร มิต้องหักโหมให้มากนักหรอก”เขากล่าวเพียงเท่านั้นพลางเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว “ว่าแต่ยามบ่ายเจินเฟยมาหาเจ้าด้วยงั้นหรือ”

“เพคะ นางมาหาหม่อมฉันด้วยเรื่องเดิม”เสียงหวานกล่าวอย่างไม่แยแส ลอบสังเกตสีหน้าของพระสวามีเป็นระยะ “หม่อมฉันจึงแนะนำนางเท่าที่เห็นสมควร”

ถึงเจินเฟยจะมิได้รับความโปรดปรานขนาดเทียบเคียงกับเหอกุ้ยเฟย[4]ได้ หากแต่นางก็ให้กำเนิดองค์หญิงสามออกมา อีกทั้งหลี่เซวียนเองก็หาได้ละเลยอีกฝ่ายไม่ ประสบการณ์หลายปีที่ตำหนักบูรพาก็พอจะสอนฝูหรงได้ว่าความกระทำตัวอย่างไร

“แม้นว่าฮองเฮามีหน้าที่ดูแลหกตำหนัก แต่เจ้ามิจำเป็นต้องใส่ใจเรื่องเล็กน้อยทุกเรื่องเกินความจำเป็น”หลี่เซวียนโน้มตัวมาใกล้ ปลายนิ้วสัมผัสลงบนข้างแก้มของนาง “เจิ้น[5]มิอยากให้เจ้าเหน็ดเหนื่อยเท่าใดนัก”

ฝูหรงอมยิ้มแลดูสดใสมิแตกต่างจากดรุณีน้อย “ฝ่าบาท”

“มิใช่ว่าสมัยเป็นไท่จื่อเฟย[6] เจ้าเรียกเจิ้นว่าหลี่เซวียน”

“หม่อมฉันคิดว่ามันดูมิค่อยเหมาะสมเท่าใดนัก”ว่าพลางยกมือขึ้นทาบลงบนฝ่ามือของเขา “แต่หากพระองค์ต้องการ หม่อมฉันย่อมมิขัดขืน”

หลี่เซวียนเป็นบุรุษที่มีรอยยิ้มน่าหลงใหล ดังนั้นยามเมื่อเขาขยับยิ้มกว้างขึ้นอีกหน่อย ฝูหรงอดมิได้เลยจะขยับยิ้มตาม และก่อนที่ข้าวต้มเม็ดบัวจะถูกทิ้งให้เย็นชื้นไปมากว่านี้ เขาผละมือออกจากใบหน้าของนาง คว้าเอาถ้วยข้าวต้มเม็ดบัวไปถือไว้

ความสัมพันธ์ระหว่างนางและหลี่เซวียนค่อนข้างเรียบง่าย นางแต่งเข้ามาในตำหนักบูรพาในฐานะองค์หญิงบรรณาการจากต่างแคว้น เพื่อเป็นองค์ประกันหลังจากแคว้นหวั่นแพ้สงคราม โชคดีที่หยางหลี่เซวียนมิใช่คนเลวร้ายอะไร แม้จะเย็นชาไปบ้างสักหน่อยแต่เขาก็เกียรตินางในฐานะภรรยา

ริมฝีปากอวบอิ่มเผยออกก่อนจะจัดการกับข้าวต้นเม็ดบัวที่พระสวามีป้อนให้ กระทั่งท่วงท่าการเคลื่อนไหวของบุรุษตรงหน้าก็ยังคงดูน่าลุ่มหลงเป็นอย่างยิ่ง

“พรุ่งนี้จะมีนักแสดงเข้ามาในวัง เจ้าอยากชมงิ้วหรือไม่”

นางเลิกคิ้วสูง ตลอดสามเดือนที่ผ่านมาจะว่าไปแล้วก็ยังมิได้มีโอกาสชมงิ้วเลยแม้แต่ครั้งเดียว เนื่องจากต้องใช้เวลาไปกับการปรับตัว รับมือกับเรื่องน่าปวดหัวของเหล่านางสนมทั้งหลาย

“หม่อมฉันมิได้ชมงิ้วมาระยะหนึ่งแล้ว”

“เจ้าจะชวนเหอกุ้ยเฟยหรือเจินเฟยไปดูเป็นเพื่อนด้วยก็ได้”หลี่เซวียนวางถ้วยข้าวต้มลง ปล่อยให้อาหนิงจัดการเก็บถ้วยข้าวต้มกลับไป ฝูหรงหันไปส่งสายตาให้แก่ข้ารับใช้ภายในตำหนัก ก่อนพวกเขาจะเดินออกไปจากห้องทันใด

เพียงชั่วพริบตาห้องกว้างใหญ่เหลือเพียงแค่นางและพระสวามี ฝูหรงเหยียดตัวขึ้นเต็มความสูงก่อนจะรินน้ำชาลงในด้วยให้แก่หลี่เซวียน อาภรณ์สีฟ้าครามปักลายมังกรห้ากรงเล็บของเขาสะท้อนเข้าสู่นัยน์ตา

หลี่เซวียนเอื้อมมือออกมาคว้าเรียวแขนของนางเอาไว้ ท่ามกลางความไม่เข้าใจมากมาย ฝูหรงทำได้เพียงหรี่ตาจ้องมองเขาด้วยความฉงน อาจเป็นเพราะนางจดจำอะไรมิได้เลย สีหน้าของเขาจึงแลดูกระอักกระอ่วนมิใช่น้อย

“เจิ้นอยากเล่นหมากล้อม”หลี่เซวียนบอก เรียวนิ้วสอดเข้าไปตามซอกนิ้วของนาง “กับเจ้า”

จะว่าไปหลี่เซวียนเองก็ชอบชวนนางเล่นหมากล้อมอยู่หลายครั้ง ทว่ามิใช่เพราะเพื่อความสำราญแต่เป็นการอ่านความคิดรวมถึงจิตใจของนางจากกระดานหมาก ฝูหรงฉีกยิ้มหวาน

“ความสัมพันธ์ของหม่อมฉันกับพระองค์ ในเวลานี้เป็นเช่นไรหรือเพคะ”

ณ ช่วงเวลานั้น รอยยิ้มของเขาเด่นชัดมากที่สุด หลี่เซวียนขยับตัวลุกขึ้นก่อนจะยกมือโอบกอดนางเอาไว้ น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยกระซิบข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดบริเวณลำคอระหง

“เจิ้นกับเจ้า พวกเรายังเหมือนเดิม โอบกอดอะไรมากมายเอาไว้แล้วก้าวเดินออกไปด้วยกัน”

ปลอกเล็บสีทองครูดไปกับอาภรณ์ของเขา อาหนิงบอกว่าเขามีพระโอรสและพระธิดารวมกันราวหกพระองค์ได้แล้ว ทั้งที่ตอนนั้นเขาพึ่งจะมีเพียงองค์ชายใหญ่และองค์หญิงใหญ่ที่เกิดจากเหลียงตี้ผู้หนึ่งในตำหนักบูรพา ซึ่งตอนนี้ก็คือเหอกุ้ยเฟย

“หลี่เซวียน หม่อมฉันกลายเป็นฮองเฮาในระยะเวลาชั่วข้ามคืน จากหญิงสาววัยเพียงยี่สิบเอ็ดตื่นขึ้นมาก็กลายเป็นหญิงสาววัยยี่สิบเจ็ด”ฝูหรงแหงนหน้าขึ้นมองเขา “เหล่านางสนมในตำหนักบูรพาเองมิได้เยอะเท่าวังหลัง หากหม่อมฉันทำอะไรผิดพลาด พระองค์ช่วยเอ็นดูหม่อมฉันได้หรือไม่เพคะ”

อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยการร้องขอคำสัญญาจากบุรุษผู้อยู่เหนือใครในใต้หล้านับเป็นหนทางของคนมีสติปัญญา เพราะโอรสสวรรค์ตรัสแล้วไม่คืนคำ

หลี่เซวียนมิได้นิ่งเงียบไปในทางกลับกันแล้วนั้นสุรเสียงของเขาตอบกลับมาในทันที “เจิ้นเอ็นดูเจ้าเสมอ หวั่นฝูหรง”

และนางเพียงแค่พยายามมองหาอะไรบางอย่างภายในดวงตาของเขา ถึงจะมิรู้ว่าตอนนี้หลี่เซวียนเป็นคนเช่นไร หากแต่ในความทรงจำของนาง เขายังคงเป็นองค์ไท่จื่อ[7]ผู้สง่างามบนหลังอาชาทมิฬ

“หยางหลี่เซวียน

 

แม้นว่าการใช้ชีวิตในตำแหน่งฮองเฮานั้นจะเต็มไปด้วยกฎระเบียบมากมายกว่าตำหนักบูรพา แต่มันก็มิได้ยากเกินจะปรับตัวใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เสวยสุขกับสิ่งที่ได้รับอยู่ในขณะนี้ ร่างอรชรในชุดอาภรณ์สีฟ้ากระจ่างเหยียดตัวออกไปอย่างเกียจคร้าน ปิ่นระย้าบนหัวสั่นไหวตามการขยับ

ด้านข้างถูกขนาบด้วยหนึ่งในสตรีผู้ได้รับความโปรดปรานอย่างเหอกุ้ยเฟย ทางด้านหลังเองก็มีสนมขั้นผินขึ้นไปหลายนางที่มาร่วมชมงิ้วกับฮองเฮา ผลไม้หลากหลายชนิดรวมถึงขนมกินเล่นมากมายวางอยู่ข้างกาย

อาหนิงยังคงเป็นนางกำนัลคนสนิมผู้รู้หน้าที่จัดการแกะส้มผลเล็กถวายแก่ฮองเฮา ได้ซึ่งน้ำเสียงหวานของนางพญาหงส์กล่าวขึ้นอย่างแผ่วเบา

“น่าเสียดายที่มันมิใช่งิ้วเรื่องโปรดของเปิ่นกง”

เหอกุ้ยเฟยขมวดคิ้วชำเลืองใบหน้าเรียบนิ่งของฮองเฮาพลางเอ่ย “ให้หม่อมฉันจัดการให้ไหมเพคะ”

“มิต้องหรอก”นางโบกมือครั้งหนึ่งเปลี่ยนมาใช้มือซ้ายเท้าคางทอดมองงิ้วที่กำลังเล่นอยู่ เหล่านางสนมทั้งหลายต่างสงบปากสงบคำชมงิ้วอย่างไร้เสียง

ถึงจะน่าแปลกใจ เพราะที่ตำหนักบูรพาเสียงของพวกนางช่างเจื้อยแจ้วจนน่ารำคาญ ทว่าเงียบสงบเช่นนี้ก็ดีมิใช่น้อย

“ได้ยินว่าเจ้ามีลูกสามคน ดูท่าแล้วฝ่าบาทคงโปรดปรานเจ้ามิใช่น้อยเลย”

เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้สีหน้าของเหอกุ้ยเฟยเปลี่ยนเป็นมิสู้ดีทันใด หากแต่อีกฝ่ายก็ยังคงพยายามแย้มยิ้มบางเบา นางสนมด้านหลังทั้งหลายเริ่มอยู่มิสุขสาดส่องสายตาให้ความสนใจแก่พวกนาง

“หาไม่เพคะ หม่อมฉันไฉนเลยจะเทียบเคียงกับบารมีและวาสนาของฮองเฮาได้”

หวั่นฝูหรงเพียงฉีกยิ้มมิเอ่ยสิ่งใดออกมา มันก็เพียงแค่การทดสอบเพื่อตรวจดูว่าใครคือพักพวกของเหอกุ้ยเฟย มิเชื่อหรอกว่าสนมที่ได้รับความโปรดอีกทั้งยังมีพระโอรสพระธิดาในฮ่องเต้จะมิได้สร้างฐานอำนาจให้แก่ตนเอง

อย่างไรเสีย วันนี้ร่วมชมงิ้วด้วยกันไหนเลยจะปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอย ทั่วทั้งวังหลวงต่างรู้ดีถึงเรื่องที่ฮองเฮาสกุลหวั่นจดจำสิ่งใดมิได้ ตำหนักบูรพาสอนอะไรให้แก่นางมากมาย เหอกุ้ยเฟยสมัยเป็นเหลียงตี้[8]ครั้งหนึ่งเองก็เคยต่อกรกับนางมามิใช่น้อย

“กระนั้นหรือ เจ้ามีพระโอรสและพระธิดาให้แก่ฮ่องเต้ถึงสามคน ยังมิอาจเทียบเคียงได้กับวาสนาของเปิ่นกง ดูท่าแล้วถ้อยคำนี้นับว่าเกินจริงไม่น้อยเลย”

“หม่อมฉันมิได้หมายความเช่นนั้นเพคะ”เหอกุ้ยเฟยรีบตอบกลับมาอย่างร้อนร้น นัยน์ตาวูบไหวถึงขนาดลุกออกจากเก้าอี้คุกเข่าลงเบื้องหน้าของนาง ฝูหรงปรายตามองอีกฝ่ายอย่างเฉยชา

“เปิ่นกงอยากรู้นักว่าเจ้าหมายความเช่นไร”

เหอกุ้ยเฟยขบริมฝีปากแน่น เหล่านางสนมชั้นเฟยด้านหลังเริ่มมีปฏิกิริยาโต้ตอบกลับมา นำโดยตวนเฟยหนึ่งที่ทุกคนกล่าวขานถึงความสงบเสงี่ยมเรียบร้อย ด้านหลังของตวนเฟยคือสนมขั้นผิน[9] หวานผินและหลิงผิน ยังมินำรวมสนมขั้นกุ้ยเหรินบางส่วน

 “ฮองเฮาเพคะ แต่ไหนแต่ไรมาเหอกุ้ยเฟยมิเคยทำตัวเหนือกว่าหรือข่มเหงใคร หม่อมฉันเชื่อว่าเหอกุ้ยเฟยมิได้หมายอยากจะหมิ่นพระเกียรติของฮองเฮาแน่นอนเพคะ”ตวนเฟย กล่าวเสียงหนักแน่นก่อนย่อตัวลงตรงหน้า การแสดงงิ้วยังคงดำเนินต่อไปเช่นเดียวกับบทละครที่เริ่มขึ้น

“พวกเจ้าก็รู้ว่าเปิ่นกงจำสิ่งใดมิได้ ประโยคนั้นของเจ้านับว่าไร้ความหมายแล้วกระมัง”

ฝูหรงเหลือบมองไปด้านหลังพบว่านางสนมส่วนใหญ่ก้าวเดินออกมาเพื่อคุกเข่าลง แต่ก็ยังมีบางส่วนที่นิ่งเฉยชมงิ้วต่อไปอย่างมิรู้สึกอะไรเลย ตวนเฟย หวานผิน หลิงผินรวมถึงกุ้ยเหรินบางส่วน

พรรคพวกของเหอกุ้ยเฟยมากพอสมควร

นางสลบไสลไปกว่าครึ่งปี ระหว่างนั้นวังหลังถูกมอบให้แก่เหอกุ้ยเฟยเป็นผู้ดูแล กระทั่งงิ้วที่แสดงในวันนี้ยังเป็นเรื่องโปรดของอีกฝ่าย หาใช่ของฮองเฮาเช่นนาง ได้ประจักษ์แจ้งก็เวลานี้

เหอกุ้ยเฟยกำลังคุกคามอำนาจของนาง

“ฮองเฮา หม่อมฉันเชื่อว่าเหอกุ้ยเฟยมิได้หมายความเยี่ยงนั้น ขอฮองเฮาโปรดไตร่ตรองด้วยเพคะ”

“เปิ่นกงก็ยังมิได้กล่าวสิ่งใดออกไป”

เหอกุ้ยเฟยนิ่งเงียบปล่อยให้หวานผินและหลิงผินเป็นคนดำเนินละครฉากนี้ หากใครมาพบเห็นเข้าย่อมต้องคิดว่าฮองเฮากำลังรังแกเหล่านางสนมอย่างไร้ความเป็นธรรม

“ฮองเฮา”

แค่กุ้ยเหรินบางส่วนหรือว่าอย่างไรกันแน่

ฝูหรงกะพริบตาก่อนยื่นมือออกไปด้านหน้าของเหอกุ้ยเฟยแล้วกล่าวเสียงนุ่มนวลเปี่ยมเมตตา “ลุกขึ้นเถอะ เปิ่นกงรู้ดีว่าเจ้าเป็นเช่นไร”

“ขอบพระทัยฮองเฮาเพคะ”

ชั่วขณะหนึ่งนางกำนัลประจำตัวของเจินเฟยเดินเข้ามาอย่างร้อนรน อาหนิงยังคงทำหน้าที่ของตนได้อย่างดีเยี่ยมก้าวเดินออกไปถามความจากอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ฝูหรงชักมือกลับมาก่อนยกขึ้นเท้าคางดังเดิมลอบปรายตามองตวนเฟยรวมถึงบรรดาเหล่าสนมด้านหน้าครั้งหนึ่ง

“พวกเจ้าเองก็ลุกขึ้นเถอะ”

“ขอบพระทัยฮองเฮาเพคะ”พวกนางตอบก่อนจะเคลื่อนตัวกลับเข้าที่เดิม

อาหนิงเดินกลับมาหานางด้วยสีหน้ามิค่อยสู้ดีนักพลางโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาหมายให้ได้ยินกันเพียงสองคน

“ทูลฮองเฮา หมิงกุ้ยเหรินและอี๋กุ้ยเหรินก่อเรื่องวิวาทกันแถวตำหนักไท่หยางเพคะ เจินเฟยเองก็อยู่ด้วยแต่มิรู้ว่าควรทำเช่นไร”

มือที่กำลังเอื้อมหยิบผลส้มของนางหยุดชะงัก ตำหนักไท่หยางที่ประทับของไทเฮา

ต่อให้มิกล้าสู้คนมากเพียงใดแต่สนมร่วมตำหนักก่อเรื่องแถวตำหนักไท่หยาง เจินเฟยเองก็ควรจัดการได้ ดูท่าแล้วคำกล่าวที่ว่ามิสู้คนแลดูจะเป็นการโป้ปดเสียมากกว่ากระมัง เกิดไทเฮาเท้าความถึงเรื่องนี้ขึ้นมาคนแรกที่ถูกตำหนิมิว่าเรื่องจะเป็นเช่นไรก็คือนาง

อีกทั้งไทเฮาเองสมัยนางเป็นไท่จื่อเฟยก็มิได้โปรดปรานนางอยู่เป็นทุนเดิม ผนวกกับหลายวันที่ผ่านมาเจินเฟยพยายามมาขอคำแนะนำ

“ถ่ายทอดคำสั่งโบยหมิงกุ้ยเหรินและอี๋กุ้ยเหรินคนละยี่สิบไม้ หักเบี้ยหวัดไปสามเดือน ส่วนเจินเฟยให้คุกเข่าสำนึกผิดหน้าตำหนักเหอซิน”

อาหนิงหมายอยากจะทูลทักท้วง อย่างไรก็ตามฮองเฮาจะมิได้เท้าความถึงเรื่องนี้ก็ทรงตัดสินพระทัยไปแล้ว หากฝ่าบาทสนพระทัยขึ้นมาปัญหาอาจจะตามมาภายหลังได้

 นัยน์ตาเรียวดั่งหงส์ของฮองเฮาชำเลืองมองมาที่นาง

“มิว่าเหตุผลจะเป็นเช่นไรก่อเรื่องวิวาทในวังหลวงนับเป็นความผิด เปิ่นกงอยากจะชมงิ้วหากมิใช่เรื่องสลักสำคัญอย่าให้ใครมารบกวน”

“เพคะ หม่อมฉันเข้าใจแล้ว”

ฝูหรงยกยิ้มพึงพอใจ คาดว่าในเวลานี้สนมชายาคงได้ตระหนักแล้วว่าควรกระทำตัวเช่นไร แม้นฮองเฮาสกุลหวั่นจะจดจำอะไรมิได้ ทว่าอำนาจแท้จริงก็ยังอยู่ในมือ หาใช่เหอกุ้ยเฟยไม่

หลี่เซวียน

ท่านเป็นคนบอกเองว่าจะเอ็นดูข้า

 

[1] เฟย พระราชชายา

[2] เปิ่นกง ตัวข้าผู้เป็นเจ้าของตำหนัก

[3] กุ้ยเหริน พระสนม

[4] กุ้ยเฟย พระอัครเทวีผู้ล้ำค่า

[5] เจิ้น คำแทนตัวขององค์จักรพรรดิ

[6] ไท่จื่อเฟย พระชายาขององค์รัชทายาท

[7] ไท่จื่อ องค์รัชทายาท

[8] เหลียงตี้ สนมขององค์รัชทายาท

[9] ผิน พระสนมเอก

 

อิงยศตามราชวงศ์ชิง [วังหลัง]

1 ไทเฮา

2 ฮองเฮา

3 หวงกุ้ยเฟย

4 กุ้ยเฟย

5 เฟย

6 ผิน

7 กุ้ยเหริน

8 ฉางจ้าย

9 ตาอิ้ง

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.455K ครั้ง

22 ความคิดเห็น

  1. #2581 SlowlifeSloth (@SlowlifeSloth) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 15:45
    นางอาจมีเรืาองให้ตรอมใจ จนไม่อยากจำแน่ๆ. ฮ่องเต้ก็ดูทำดีกันางเหมือนคนสำนึกผิด ที่สำคัญ นางไม่มีลูกเลยเหรอ แต่งตั้งหลายปี. ก่อนเป็นฮองเฮาด้วยซ้ำ
    #2581
    0
  2. #2108 Cafe'Mint (@mymini) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 17:44
    รู้สึกหน่วงลึกๆ กลัวใจไรท์
    #2108
    0
  3. #1845 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 02:43
    ชอบความนิ่ง นึกถึงหิมะอ่ะ แต่กลัวภัยมาหานางจริงๆ
    #1845
    0
  4. #1684 babebyB (@babebyB) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 16:49
    อ่านละนึกถึงตงกงTT คงจะไม่ดราม่าเท่าใช่มั้ย (;__;)
    #1684
    0
  5. #1659 kulchari (@kulchari) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 20:24
    แสดงว่าระหว่างนี้นางอาจจะแย่ก็ได้ใช่มั้ย พอเป็นฮองเฮาแล้วเปลี่ยนไป
    #1659
    0
  6. #1507 THEJlovely (@michigolovely) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 11:26

    อ่านแล้วสบายตาดี ดูเรื่อยๆ ยังไม่หวือหวา อ่านง่าย ชอบมากค่ะ
    #1507
    0
  7. #1472 Patly (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 00:55

    สสงสัยว่าฮ่องเต่รักนางไหม

    #1472
    0
  8. #1470 porporjb (@porporjb) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 23:55
    บรรยายดี อ่านเข้าใจง่าย
    #1470
    0
  9. #1078 Chðrღing_Døll (@princess-france) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 22:50
    บรรยายดี น่าติดตามมาก ชอบมากเลยค่ะ
    #1078
    0
  10. #748 meri94 (@Aimeaop) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 23:21
    แค่บทที่1 ก็ประทับใจมากๆแล้ว เนื้อเรื่องต้องแซ่บมากๆแน่ ชื่นชมในตัวไรท์ค่ะ <3
    #748
    0
  11. #684 nropadkoom (@nropadkoom-mook) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 20:24
    รู้ว่านิยายไรท์แต่ละเรื่องชวนหน่วงในใจมาก แต่ก็ยังตามอ่าน T_T คราวก่อนร้องไห้ข้ามวัน คราวนี้จะจบแบบsad sad อีกมั้ย แต่ก็ชอบอยู่ดีนะ
    #684
    0
  12. #582 Honery (@Miramarin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 22:39

    รออออออ
    #582
    0
  13. #581 Honery (@Miramarin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 22:39
    พระเอกแปลกๆ ดูใจดีแบบหลอนๆ
    #581
    0
  14. #579 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 22:23
    แลดูฮองเฮากับฮ่องเต้เล่นเกมส์กันอยู่ฃ
    #579
    0
  15. #402 iowatrumpet (@iowatrumpet) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 10:34
    ถ้านางเอกเป็นองค์หญิงบรรณาการจากต่างแคว้น ก็ยากอยู่นะที่จะขึ้นเป็นฮองเฮาได้ และถึงจะขึ้นได้ ก็ยากที่โอรสจะมีโอกาสขึ้นครองราชย์ต่อ ยกเว้นไม่เหลือใครแล้วจริงๆ
    ว่าแต่นางเอกยังไม่มีลูกเลยนี่นะ โดนยาห้ามครรภ์รึเปล่า???
    #402
    0
  16. #262 dmadly (@dmadly) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 01:35
    พรรคพวก คำผิดนะคะ
    #262
    0
  17. #151 emma_kc (@emma_kc) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 11:44
    อยากถามนิดนึงนะจ๊ะไรท์ คือว่าปกติเราไม่เห็นว่าองค์หญิงบรรณาการจากแคว้นอื่นจะมีสิทธิขึ้นเป็นฮองเฮาได้ จะมีแจ้งรายละเอียดตัวละครนี้เพิ่มไหมจ๊ะ มีความงุนงงเล็กน้อย เพิ่งตามมาอ่านจ้า ^^
    #151
    1
    • #151-1 Ta.ti.sa (@0831352513) (จากตอนที่ 2)
      1 ตุลาคม 2561 / 11:54
      ส่วนตัวไรท์เลือกอิงประวัติศาสตร์มาบางส่วนค่ะ ไม่ใช่ทั้งหมดจากนั้นก็ดัดแปลงใส่สีตีไข่ขึ้นมา อ่านไปเรื่อยๆจะพบว่านางเอกไม่ได้ถูกแต่งตั้งเป็นฮองเฮาแต่แรก นางแต่งกับพระเอกตั้งแต่ที่เขายังเป็นเพียงท่านอ๋อง อีกทั้งในประวัติศาสตร์จีน เราจะเห็นว่าบางครั้งฮ่องเต้เองก็ทำตัวนอกกรอบขนบประเพณี ยกตัวอย่างเช่น สมัยของเจี่ยซิ่งฮ่องเต้ มารดาของพระองค์ นั่นเป็นชาวฮั่น แน่นอนว่าไม่มีสิทธิ์ขึ้นเป็นฮองเฮา ทว่าเมื่อพระองค์ขึ้นครองราชย์ได้ทำการเปลี่ยนสกุลของพระมารดาจากเว่ย(สกุลฮั่น)เป็นเว่ยจียาแล้วเลื่อนพระมารดาขึ้นเป็นฮองเฮา ดังนั้นไรท์คิดว่าทั้งหมดทั้งมวลขึ้นอยู่กับความพึงพอใจขององค์จักรพรรดิ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นค่ะ
      #151-1
  18. #9 Dream in Dream (@Ployly2020) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 19:11
    ติดตามจ้าา ชอบนิยายของไรท์ทุกเรื่องเลยย
    #9
    0
  19. #8 มอมิ้ม (@mmimmyy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 15:06
    สนุกมากเลยย ชอบอ่านนิยายจีนที่ไรท์แต่งมากที่สุดแล้วพูดเลยยย หนึ่งในจายยยย<3
    #8
    0
  20. #6 IM280409 (@IM280409) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 22:52
    พรรคพวก เขียนแบบนี้นะคะ&#128591;(คิดว่าถูกน้าาาา)&#8203;
    #6
    2
    • #6-1 Ta.ti.sa (@0831352513) (จากตอนที่ 2)
      16 กันยายน 2561 / 23:08
      ขอบคุณมากค่ะ บางทีไรท์ก็สับสนมึนงง
      #6-1
  21. #5 chatchaomn (@chatchaomn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 18:12
    สนุกค่ะ อ่านง่ายและเนื้อเรื่องน่าสนใจ จะติดตามอ่านต่อไปนะคะ
    #5
    0
  22. #4 นักอ่านสมัครเล่น (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 12:43

    เพียงบทที่1 ก็เต็มอิ่ม อ่านเพลินพอจบเกิดความอยากจะอ่านต่อ

    ลื่นไหลไปตามตัวอักษร แต่อัดแน่นไปด้วยปมเนื้อหามากมาย

    กลับไม่รู้สึกถึงความมาม่าซึ่งชอบมาก ขนาดความจำขาดช่วง

    ยังแซ่บได้ขนาดนี้ ถ้าฟื้นความจำมาจะจัดแสดงออเคสตร้าขุดใหญ

    ขนาดไหน หวังว่าจะอัพต่อเนื่องถ่ีๆแน่นๆ เพื่อสุนทรีย์ในอารมณ์

    บรรเจิดไม่ถูกขัด ตั้งหน้าตั้งตารอตอนต่อไป ขอบคุณ

    #4
    0
เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น