หวั่นฝูหรง [] [เลือน] สนพ.รักคุณ ปิดตอน 15/2/2562

  • 200% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 469,965 Views

  • 4,504 Comments

  • 8,734 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    94,279

    Overall
    469,965

ตอนที่ 10 : บทที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1215 ครั้ง
    9 ต.ค. 61

เซี่ยวฉุนเยี่ยนไทเฮาแย้มยิ้มบางเบา นัยน์ตาดำขลับเป็นประกายยามเห็นร่างสูงใหญ่ของโอรสสวรรค์เสด็จเข้ามาภายในตำหนัก ร่างผอมบางของสตรีสูงวัยเตรียมขยับลุกขึ้นทว่ากลับชะงักไปเลือกจะนั่งนิ่งดั่งเดิม

“ถวายพระพรเสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ”

“ลุกขึ้นเถอะ”

หลี่เซวียนเงยหน้าขึ้นดวงตายังคงเรียบเฉยตามปรกติ ขณะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างมารดา ชั่วขณะหนึ่งเกิดความเงียบอันแสนน่าอึดอัดขึ้น เซี่ยวฉุนเยี่ยนสูดหายใจเข้าหมุนลูกประคำในมือไปพลาง

“ได้ยินว่าเมื่อหลายวันก่อนเสด็จแม่เรียกฮองเฮาเข้าเฝ้า”

“อ้ายเจียมีเรื่องอยากจะพูดกับนางไม่ได้หรืออย่างไร”เซี่ยวฉุนเยี่ยนไทเฮาเอ่ยเสียงเย็นชาเฉกเช่นเดียวกับดวงเนตรที่จับจ้องมองลูกชายของตน “อย่าลืมว่าฮองเฮาเองก็นับเป็นลูกสะใภ้ของอ้ายเจีย”

“ลูกยังมิได้ตำหนิท่านแม้เพียงครึ่งคำ”มือหนายื่นออกไปรินน้ำชาลงในถ้วยให้แก่มารดาและตน “ทว่าครั้งหนึ่งพวกเราเองก็เคยตกลงกันถึงเรื่องนี้แล้ว”

“ฮ่องเต้ ระยะเวลาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเจ้าพึ่งมาหาอ้ายเจียเป็นครั้งแรก มิคิดหรือว่าพวกเราควรจะพูดถึงเรื่องอื่น”

โอรสสวรรค์แค่นยิ้มเฉยชา “กระนั้นหรือ”

“ท่านน่าจะรู้ว่าลูกไม่ชอบพูดถึงเรื่องเดิม หากแต่ท่านกลับไม่ตระหนักถึงมันแม้แต่น้อย เสด็จแม่”

คล้ายกับว่าบุตรชายของนางกำลังจะจากไปไกลแสนไกล ดวงตาของสตรีสูงศักดิ์วูบไหวอย่างรุนแรง ถึงกระนั้นแล้วความเย่อหยิ่งและทิฐิมากมายยังคงสามารถทำให้สีหน้าของนางเรียบเฉยไม่มีสิ่งใดแสดงออกมา

“อ้ายเจียกำลังป่วย”

“หมอหลวงจะดูแลท่าน”

เสียงหัวเราะของไทเฮาดังลอดออกมาจากลำคอระหง ราวกับว่าหัวใจของนางกำลังถูกคมดาบบาดลึกลงไป “ฝ่าบาทไม่ไยดีอ้ายเจีย”

และบางครั้งมันก็น่าเบื่อหน่ายกับบทสนทนาอันวกวน

“ลูกไยดีท่านเสมอ ท่านแค่ไม่รู้ก็เท่านั้น”หลี่เซวียนหลบตาลงต่ำ น้ำชาในถ้วยใสสะอาดมองเห็นก้นถ้วยอันขุ่นมัว เซี่ยวฉุนเยี่ยนไทเฮาผินหน้าไปทางอื่น ความเฉยชามากมายกำลังกลืนกินพวกเขา

“หวั่นฝูหรง นางอยู่กับลูกมานาน นับตั้งแต่ที่ลูกเป็นเพียงองค์ชาย ร่วมฝ่าฟันกันมาจนกระทั่งลูกแต่งตั้งนางขึ้นเป็นฮองเฮา”น้ำเสียงของเขาแผ่นเบาทว่ากลับแฝงด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย “ตอนนี้ท่านเองก็เป็นไทเฮา ลูกอยากให้ท่านใช้ชีวิตอย่างสงบสุขมากกว่ามายุ่งวุ่นวายกับเรื่องในวังหลัง”

“ฮองเฮาอยู่กับฝ่าบาทมาสิบสองปี แต่อ้ายเจียอยู่กับฝ่าบาทมาตลอดชีวิต”

“เสด็จแม่

นัยน์ตาของเซี่ยวฉุนเยี่ยนไทเฮาวาวโรจน์ขึ้น “ไฉนฝ่าบาทจึงได้ไยดีนางมากกว่าอ้ายเจีย”

“เซี่ยวฉุนเยี่ยนไทเฮา”

ริมฝีปากที่เตรียมเผยออกหุบลงทันใด เรียวนิ้วมือของสตรีสูงวัยกำเข้าหากันแน่นอย่างอดกลั้นก่อนหันไปบอกแก่นางกำนัลข้างกาย “อ้ายเจียรู้สึกเหนื่อยแล้ว อยากจะพักผ่อน”

หลี่เซวียนถอนหายใจพลางหันไปมองไห่เกาจงที่ยืนห่างออกไปไม่ไกล “นำไปให้ไทเฮา”

“พ่ะย่ะค่ะ”ร่างเล็กของมหาขันทีก้าวขาออกไปพร้อมกับกล่องหีบแล้วนำมันถวายให้แก่ไทเฮา เซี่ยวฉุนเยี่ยนไทเฮาหรี่ตาลงเล็กน้อยมองกล่องหีบสลับกับใบหน้าของบุตรชาย

โอรสสวรรค์ขยับยิ้ม “ของบรรณาการที่แคว้นเป่ยพึ่งส่งมา ลูกประคำหยก ได้ยินว่าช่วงนี้ท่านชอบสวดมนต์ที่พระอารามหลวง”

ไทเฮาเพียงแค่ปรายตามองลูกประคำนั้นก่อนจะโบกมือไปมาเป็นเชิงให้นางกำนัลนำไปเก็บ “ขอบพระทัยฝ่าบาท”

หยางหลี่เซวียนปิดเปลือกตาลงครั้ง อึดใจต่อจึงได้ปรือขึ้นมองดวงหน้าของมารดาที่เต็มไปด้วยริ้วรอยตามกาลเวลา ความเฉยชารวมถึงความเย็นชามากมายยังคงเด่นชัดกลางใจของพวกเขา

“ตระกูลเหอกำลังจะมีอำนาจในราชสำนักมากเกินไป ต่อให้ท่านไม่ชอบหวั่นฝูหรงอย่างไร แต่ท่านก็น่าจะรู้ดีว่าควรวางตัวเช่นไร”ร่างกำยำขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มไปความสูง นัยน์ตาเหม่อขึ้นมองภาพวาดที่ประดับอยู่ด้านใน “ลูกเป็นโอรสวรรค์ ใต้หล้านี้เป็นของลูก ไม่ว่าสิ่งใดล้วนแต่เป็นของลูกทั้งสิ้น”

“ทว่ามันก็มิอาจเติบเต็มความปรารถนาอันงมงายได้เลย”

 

หวั่นฝูหรงเป็นคนร้ายกาจและนางชื่นชอบการปั่นหัวผู้อื่น ทำราวกับทุกคนเป็นคนเขลาที่เดินอยู่ในกระดานหมากของนาง

เหอเหยาหวั่นแค่นยิ้มเย็นชาก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะดังลั่นไปทั่วทั้งตำหนัก ทำเอาเจินเฟยที่นั่งห่างออกไปไม่ไกลอดมิได้ที่จะหรี่ตาลงเล็กน้อยด้วยความหวาดระแวง ปรกติแล้วภายในตำหนักรุ่ยเหลียนมักจะเต็มไปด้วยเหล่าสนมน้อยใหญ่

ทว่าตอนนี้กลับไม่มีใครนอกเสียจากนางและเจ้าของตำหนัก

“ดูพวกนางจะอิจฉาท่านไม่น้อย”เจินซื่อเนียนกล่าวขึ้นอย่างเฉยชา ปรายตามองบรรดาขนมหวานและน้ำชาในถ้วยที่มิได้ลดน้อยลงกว่าครึ่งชั่วยามก่อนแต่อย่างใด “เหล่าบุปผางามก็เป็นเช่นนี้ ท่านจะคิดมากไปไย”

“เปิ่นกงแค่เจ็บใจก็เท่านั้น”

เจินเฟยเลิกคิ้วสูง “หมายความว่าอย่างไร”

“หวั่นฝูหรงนางแทบไม่ได้ลงมือทำอะไรด้วยซ้ำ แค่ประทานดอกไม้ กล่าวสรรเสริญเปิ่นกงไม่กี่คำ ทว่ากลับทำให้นางสนมที่เคยอยู่กับเปิ่นกงถอยห่างออกไป”เหอกุ้ยเฟยสูดหายใจเข้าอย่างอดกลั้น “ราวกับว่าพวกเราทุกคนเป็นเพียงตัวหมากในกระดานให้นางปั่นหัวเล่น หวั่นฝูหรง เจ้ามันคนร้ายกาจ

อย่างไรก็ตามเจินเฟยเพียงแค่หลบตาลงต่ำ ก่อนพยักหน้าครั้งหนึ่งด้วยความเฉยชา “นางก็ร้ายกาจเช่นนี้เสมอ ท่านยังไม่ชาชินอีกงั้นหรือ”

“ดูเจินเฟยจะใจเย็นกว่าปรกติ”นัยน์ตาดอกท้อตวัดมองอีกฝ่าย

เจินซื่อเนียนยกยิ้มบางเบา เอื้อมมือออกไปหยิบถ้วยน้ำชาขึ้นจรดริมฝีปาก “ข้าแค่ไม่อยากถูกนางปั่นหัว ว่าแต่ท่านจะทำอย่างไรต่อ”

เหอกุ้ยเฟยถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่งก่อนผินหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าเปิดกว้างไร้หมู่เมฆ สายลมเองก็พัดผ่าน ท่ามกลางความสงบสุขเช่นนี้ ดวงตาของนางหรี่ลงอย่างครุ่นคิดพลางชำเลืองมองไปยังร่างบอบบางของเจินซื่อเหนียน “เจ้าไม่อิจฉาริษยาเปิ่นกงแม้แต่น้อยเลยหรือ”

เจินเฟยโคลงหัวลงครั้งหนึ่ง “ท่านก็รู้ว่าข้าต่างออกไปจากพวกเขา บางครั้งเราก็มีทางเลือกไม่มากนักหรอก มันอาจกลายเป็นเรื่องตลกขบขัน ถ้าเกิดหวั่นฝูหรงเกิดจำขึ้นมาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น”

“แล้วอย่างไร”เหอเหยาหวั่นกระตุกยิ้ม ทรุดตัวลงนั่งอีกฟากหนึ่ง “คนที่นางสมควรแค้นใจมากที่สุดย่อมมิใช่พวกเรา”

“ท่านคิดว่าหวั่นฝูหรงจะแยแสมันหรือ”

เหอกุ้ยเฟยทำได้เพียงนิ่งเงียบ มิอาจปฏิเสธความจริงข้อนั้นได้

“นางคงตามเก็บพวกเราแน่ น่าชังนักว่าพวกเราไม่รู้ว่าอนาคตในวันข้างหน้าจะเป็นเช่นไร ตอนนี้พวกเราอาจต้องคิดหาวิธีจะกำจัดนางหรือว่าจะทำให้นางหายไป เอาเถอะ อย่างน้อยหวั่นฝูหรงในช่วงที่เป็นไท่จื่อเฟยก็มิได้ร้ายกาจเท่ากับหวั่นฝูหรงฮองเฮาที่พวกเรารู้จัก”

“กังวลมากไปก็เท่านั้น บางทีข้าอาจควรพูดเรื่องนี้กับตวนเฟยสักหน่อย สติปัญญาอันเฉียบแหลมของนางค่อนข้างเป็นที่ต้องการสำหรับพวกเราในตอนนี้”

เหอเหยาหวั่นถอนหายใจอีกครา เนิ่นนานเท่าไหร่มิรู้ที่ความเงียบเข้ามาครอบครองทุกสิ่งทุกอย่าง จวบจนกระทั่งเสียงเล็กแหลมของขันทีหน้าตำหนักที่ขานถึงการมาเยือนของสองพระสนมขั้นผินผู้กำลังเป็นที่โปรดปราน หว่านผินและหลิงผิน เจินเฟยเหลือบมองนางด้วยความสงสัย กระนั้นแล้วก็มิได้เอ่ยถามสิ่งใดออกมา

หว่านผินและหลิงผินยกยิ้มหวาน ก่อนย่อตัวลงทำความเคารพอย่างอ่อนน้อม เจินซื่อเนียนยังคงแสดงท่วงท่าอ่อนหวานได้ดั่งเช่นปรกติ นัยน์ตาทอประกายอ่อนโยน เห็นดังนั้นแล้วนางเองอดนับถืออีกฝ่ายในใจไม่ได้ มวลบุปผางามในวังหลังต่างมีความร้ายกาจในแบบของตนเอง

“เปิ่นกงได้ยินว่าพวกเจ้าทั้งสองต่างตั้งใจถวายการรับใช้แก่ฝ่าบาทเป็นอย่างดี หลายวันก่อนเปิ่นกงมีโอกาสได้เข้าไปสวดมนต์ที่พระอารามรู้สึกว่าจิตใจของตนสงบสุขยิ่งนัก”เหอกุ้ยเฟยเอ่ยเสียงนุ่มนวล เพียงแค่นี้คนไร้ปัญญาอย่างหลิงผินก็ขยับยิ้มกว้างขึ้นมาเสียแล้ว ช่างแตกต่างจากหว่านผินสิ้นดี

“หากไม่ติดที่ว่าน้องรู้สึกไม่ค่อยดีนักก็อยากจะติดตามพี่หญิงเข้าไปสวมมนต์ที่พระอารามหลวงด้วยกัน”หว่านผินเงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่าย “กระนั้นแล้วความดีที่น้องทำเทียบมิได้เลยกับพี่หญิง เหอกุ้ยเฟยเปี่ยมไปด้วยความดีงามทั้งยังทำคุณงามความดีให้แก่แผ่นดิน พระราชดำรัสนี้ของฮองเฮาคงไม่เกินจริงหรอกกระมัง”

ดูท่าการปั่นหัวของหวั่นฝูหรงจะเริ่มส่งผลแล้ว นางเป็นถึงกุ้ยเฟยจะถ่อมตัวให้พระสนมขั้นผินไปก็เท่านั้น

“นั่นมิใช่เหตุผลที่เปิ่นกงเรียกพวกเจ้ามา สรรเสริญความดีงามของเปิ่นกงย่อมมิก่อประโยชน์อันใด”เหอกุ้ยเฟยกล่าวพลางฉีกยิ้มกว้างก่อนหันไปออกคำสั่งกับนางกำนัลของตน “หนิงซิน เจ้าไปเอาถุงหอมออกมา”

หลิงผินขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “ถุงหอมอะไรหรือพี่หญิง

“เปิ่นกงได้มันมาจากพระอารามหลวง เห็นแล้วก็อดนึกถึงน้องสาวทั้งสองขึ้นมาไม่ได้ เป็นถุงหอมปักตัวอักษรมงคลนำพาความโชคดี”

หว่านผินเพียงแค่ยื่นมือออกไปรับเอาไว้เช่นเดียวกับหลิงผิน รอยยิ้มของเหอกุ้ยเฟยยังคงฉีกกว้าง นัยน์ตาทั้งสองทอประกายอ่อนโยนเฉกมิต่างจากเจินเฟย ชั่วขณะหนึ่งหว่านผินอดที่หลบตาลงอย่างครุ่นคิดมิได้ ถึงกระนั้นแล้ว ยามเมื่อเห็นซึ่งรอยยิ้มของสองพระสนมผู้เป็นที่โปรดปราน

อย่าได้คิดสร้างเรื่องลำบากให้แก่ตนจะดีที่สุด

“ขอบคุณพระสนม”

ทว่านั่นกลับมิใช่กับหลิงผิน สตรีผู้มิได้มีสติปัญญาเฉียบแหลมมากไปกว่าหมูในเล้าตัวหนึ่ง

 

ผ่านไปหลายสิบวัน หยางหลี่เซวียนไม่โผล่หัวออกมาให้นางได้เห็นหน้าอีกเลย เขายังคงหลงระเริงไปกับเหล่าสาวงามทั้งหลาย จำได้ว่าเมื่อปีแรกของการเป็นไท่จื่อเฟย ฝูหรงก็ทำใจยอมรับพฤติกรรมนี้ของพระสวามีมิได้นัก ทว่านั่นก็ผ่านมาเนิ่น สำหรับตอนนี้นอกเหนือจากความเฉยชาก็หาได้มีสิ่งใดอีกเลย

กระทั่งองค์หญิงชิงอี้เองก็มิยอมมาให้นางได้เห็น คล้ายกับว่าอีกฝ่ายหายเข้าไปในกลีบเมฆ

เหอกุ้ยเฟย ไทเฮา กระทั่งเจินเฟยเองก็เก็บตัวเงียบ นับว่าเป็นช่วงที่วังหลังแสนจะสงบสุขและน่าเบื่อหน่าย

ฉับ !

หนึ่งกิ่งก้านของต้นไม้ในกระถางร่วงหล่นลงมา ฝูหรงวางกรรไกรลงหยิบผ้าขาวขึ้นเช็ดมือของตน จนถึงตอนนี้นางก็ยังจดจำสิ่งใดมิได้เลยแม้แต่น้อย นอกจากภาพฝันอันแสนเลือนราง ปลายนิ้วมือขาวเนียนยกขึ้นบีบไปตามขมับ ปลอกเล็บทองฉลุลายดอกเหมยกระทบแสงอาทิตย์สู่นัยน์ตาของนาง

นางยกมือข้างหนึ่งขึ้นเท้าคางก่อนปิดเปลือกตาลงอย่างเชื่องช้าจมลึกลงสู่ภวังค์ มีหลายครั้งที่นางฝันถึงเรื่องราวในอดีตและมันก็มิใช่เรื่องที่เกี่ยวกับความทรงจำที่หายไปแม้แต่น้อย ทว่ามันกลับเป็นเรื่องราวของนางกับหยางหลี่เซวียนในตอนแรกเริ่ม

ข้าหลงรักในรอยยิ้มของเจ้า

ตอนนั้นเขาเป็นเพียงท่านอ๋องและนางเองก็เป็นเพียงพระชายาของเขา

หวั่นฝูหรง ข้าต้องการตำแหน่งองค์ไท่จื่อ

องค์ไท่จื่องั้นหรือ เช่นนั้นนางคงต้องเป็นไท่จื่อเฟย

พวกนางคือฐานอำนาจของข้า

ใช่ฐานอำนาจของเขา แล้วนางล่ะคืออะไร ภรรยาหรือว่าตัวหมากในกระดาน

ฝูหรง ข้ามิใช่แค่ท่านอ๋องหรือสามีของเจ้าอีกแล้ว

หยางหลี่เซวียน เขามันก็แค่คนบัดซบ

“ฝูหรง”เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างใบหู ก่อนจะเขย่าร่างอรชรเล็กน้อย พอให้หวั่นฝูหรงได้รู้สึกตัว นางเงยหน้าขึ้นมองเขาพลางกะพริบตาถี่รัว เสมือนว่ายังมิได้สติกลับคืนมาสองมือขาวเนียนยกขึ้นสัมผัสลงบนข้างแก้มของเขา

“หลี่เซวียน”เสียงหวานดังลอดออกมา ฝูหรงหรี่ตาลงแล้วผละมือออกอย่างรวดเร็วยามเมื่อได้สติกลับคืนมา “ฝ่าบาท”

ร่างสูงสง่าของเขายืนอยู่ตรงหน้าของนาง หยางหลี่เซวียนสวมอาภรณ์สีทองปักลายมังกร ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของเขาดูจะแข็งค้างไปเล็กน้อยกับคำเรียกขานนั้น ครั้นเมื่อกวาดมองไปโดยรอบท้องฟ้าได้เปลี่ยนเป็นสีของราตรี หลังจากหายหน้าไปกว่าสิบวัน พระสวามีของนางก็โผล่มาให้เห็นเสียที

“ทานมื้อเย็นกันเถอะ เจิ้นให้พวกเขาจัดสำรับเอาไว้แล้ว”หลี่เซวียนยื่นมือออกมาพยุงนางเข้าไปยังห้องอาหารด้านใน คล้ายกับว่าภาพตรงหน้าเริ่มเลือนรางฝูหรงหยุดนิ่งไปชั่วครู่

“ไหวหรือไม่”

นางเพียงพยักหน้าเป็นคำตอบก่อนสูดหายใจเข้าแล้วก้าวเดินต่อไป การแสดงเป็นสาวน้อยผู้แสนอ่อนแอมิใช่ตัวตนของนางแม้แต่น้อย หวั่นฝูหรงคือสตรีที่เข้มแข็ง หยิ่งทะนงและนางสง่างามยิ่งกว่าใครเมื่ออยู่บนหลังม้าในทุ่งหญ้ากว้างใหญ่

ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่หยางหลี่เซวียนกลายเป็นคนจัดการทุกอย่างให้นาง ทั้งที่ตลอดมาจะเป็นนางที่คอยรินน้ำชาให้เขา คีบอาหารใส่ปากเขา หรือกระทั่งแกะเปลือกส้มให้แก่เขา ความหวาดระแวงมากมายก่อตัวขึ้น ฝูหรงหรี่ตาลงลอบชำเลืองมองใบหน้าของพระสวามีอย่างไม่ไว้ใจ

“เจ้าแปลกใจหรืออย่างไร”หลี่เซวียนเอ่ยถามคล้ายกับรู้ทันความคิดของนาง

“ปรกติพระองค์ไม่เคยปฏิบัติกับหม่อมฉันเช่นนี้”

อาจเป็นเพราะว่านางพึ่งจะตื่นนอน จึงได้เหนื่อยหน่ายจะคิดหาบทละครมาหยอกล้อเขา หากทว่าเมื่อตอบออกไปตามความเป็นจริง บุรุษแสนบัดซบตรงหน้ากลับเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยราวคาดไม่ถึง พริบต่อมารอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่เซวียนขยับกว้างกว่า

“ต่อจากนี้มันจะมิใช่เรื่องน่าแปลกใจ”

สาบานได้ว่านางมิได้หลงเชื่อในถ้อยคำนั้นของเขาแม้แต่น้อย ฝูหรงฉีกยิ้มรับด้วยความเฉยชารู้สึกได้ถึงความหิวโหยของตนเอง หยางหลี่เซวียนยังคงพูดมาก ไม่สิ เขายังคงพูดไม่หยุด กระทั่งเรื่องของฟ้าดินก็ยังสามารถนำมากล่าวได้

“เจิ้นได้ยินมาว่าเจ้าประทานดอกไม้ให้แก่หลิงผินมากมาย

 

“ทั้งยังสรรเสริญนางจนตอนนี้นางกลายเป็นที่อิจฉาริษยาของสนมอื่น”

“สนมอื่นที่ว่าก็ภรรยาของพระองค์มิใช่หรือเพคะ”

หลี่เซวียนหยุดชะงักริมฝีปากของตน นัยน์ตาหม่นลงราวกับครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ท้ายที่สุดเขาโบกมือไปมาเป็นเชิงปฏิเสธ และฝูหรงคิดว่าเขากำลังจงใจเอาอกเอาใจนาง เพื่อหลอกใช้นางทำอะไรบางอย่าง

“เจิ้นมิอยากให้เจ้ากลั่นแกล้งหลิงผิน”ในที่สุดเขาก็เอ่ยความต้องการของตนออกมา “เจิ้นอนุญาตให้เจ้ากลั่นแกล้งทุกคนได้เว้นหลิงผินกับหว่านผินเอาไว้”

ดวงตาคู่คมกำลังสบเข้ามาภายใน เรียวนิ้วมือเองก็สัมผัสลงบนข้างแก้มของนาง หวั่นฝูหรงเหยียดยิ้มเฉยชา ทาบมือของตนลงบนหลังมือหนากว่า ท้ายที่สุดแล้วมันก็เหมือนกับทุกครั้ง หยางหลี่เซวียนคนนั้นกลายเป็นเพียงแค่ภาพฝันอันเลือนรางจนแทบมองไม่เห็น

“หม่อมฉันไม่เคยขัดพระองค์อยู่แล้ว หากพระองค์ต้องการหม่อมฉันจะไม่ยุ่งกับนางอีก”

หากเป็นทุกครั้งหลี่เซวียนจะเปลี่ยนเรื่องอื่น ทว่าครั้งนี้พระสวามีผู้พัฒนาแล้วของนางกลับเอ่ยต่ออีกหนึ่งประโยคเพื่อปลอบโยนนาง ฝ่ามือของเขาเองก็สัมผัสไปตามข้างแก้ม ฝูหรงโคลงหัวลงครั้งหนึ่งก่อนผละมือออกปล่อยให้มันร่วงหล่นลงบนหน้าขาของเขา

“เจิ้นเอ็นดูเจ้าเสมอ”

 มิใช่ว่าท่านเองก็เอ็นดูทุกคนหรืออย่างไร

“หวั่นฝูหรงเจ้าเป็นฮองเฮาที่เจิ้นแต่งตั้งด้วยตนเอง”

เช่นนั้นแล้วเหอกุ้ยเฟย เจินเฟย ตวนเฟยหรือกระทั่งเจียเฟย ท่านมิใช่คนแต่งตั้งพวกนางงั้นหรือ

บทละครลวงโลกอันแสนน่าเบื่อหน่ายเริ่มขึ้นอีกแล้ว

ริมฝีปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มอ่อนหวาน นัยน์ตาเรียวดั่งหงส์ช้อนขึ้นมองเขาพลางกล่าวเสียงนุ่มนวล “หม่อมฉันเข้าใจดีเพคะ”

หยางหลี่เซวียนเขามันก็เพียงแค่พระสวามีผู้แสนบัดซบของนาง

.

.

.

และสองเดือนต่อมา หลิงผินตั้งครรภ์

 

สวัสดีค่ะ วันนี้เรามาพูดคุยกันเล็กน้อย

ก่อนอื่นเลยเรื่องนี้ไม่ใช่การชิงดีชิงเด่นของนางเอกกับนางสนมสักเท่าไหร่ นางเอกของเราแตะถึงจุดสูงสุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะได้รับแล้ว ทั้งนางก็ไม่มีความทรงจำในช่วงนี้เหลืออยู่เลย ไม่ต้องแปลกใจที่คล้ายวนเวียนในอ่าง  ดังนั้นเนื้อเรื่องจึงดูช้า เรื่องนี้คือความสัมพันธ์ของคู่สามีภรรยาผสมกับการชิงดีชิงเด่น ตอนนี้เรายังอยู่ที่พาร์ทวางลำดับความสัมพันธ์ แต่ว่าตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปก็จะเร็วแล้วค่ะ

มีคนถามไม่เคยได้ยินว่าองค์หญิงบรรณาการจะได้เป็นฮองเฮา

ไรท์ขอตอบก่อนว่าเรื่องนี้ไม่ได้อิงทุกอย่างตามความจริงในประวัติศาสตร์ รวมไปถึงประเพณีหรืออะไรก็ตาม ไรท์แค่หยิบยกมาบางส่วนเท่านั้น จากนั้นก็จะใส่สีตีไข่ อย่าได้ไปซีเรียสในจุดนี้มาก อีกทั้งนางเอกแต่แรกก็ไม่ได้เป็นฮองเฮา เริ่มแรกนางก็เป็นเพียงพระชายา ไล่มาเป็นไท่จื่อเฟย ก่อนจะเป็นฮองเฮา

จริงๆในหน้าประวัติศาสตร์เองก็มีให้เห็นผู้หญิงที่ไม่มีสิทธิ์เป็นฮองเฮาแต่ก็ได้เป็น ขอยกตัวอย่างเป็นมารดาของเจียซิ่งฮ่องเต้หรือก็คือลิ่งหวงกุ้ยเฟย (ยศสุดท้ายที่ได้รับตอนมีชีวิตอยู่) ลิ่งหวงกุ้ยเฟยนั้นเป็นชาวฮั่น แน่นอนว่าตามกฎแล้วชาวฮั่นไม่มีสิทธิ์ขึ้นเป็นฮองเฮา

ทว่าเมื่อลูกชายของนาง เจียซิ่งฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ เขาได้ทำการเปลี่ยนสกุลของมารดาจากเว่ย(สกุลฮั่น) เป็นเว่ยจียา จากนั้นก็ทำการเลื่อนยศมารดาขึ้นเป็นฮองเฮา

ดังนั้นไรท์คิดว่าทั้งหมดทั้งมวลย่อมขึ้นอยู่กับความต้องการของฮ่องเต้เป็นหลักมากกว่าค่ะ มันมีหลายกรณีให้เห็นที่ฮ่องเต้เองก็ทำตัวเอาแต่ใจ

ขอบคุณมากสำหรับการติดตาม

 

 

 

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.215K ครั้ง

63 ความคิดเห็น

  1. #3874 sone9Pp (@sone9Pp) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:28
    พี่เต้บัดซบจริงๆนั่นแหละค่ะ...
    #3874
    0
  2. #2889 kulyasalin2 (@kulyasalin2) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 22:01
    ยิ่งอ่านยิ่งหน่วง ......ถึงแม้จะทำใจไว้แล้วว่าชีวิตฮองเฮาจะประมาณไหน ......ยิ่งอ่านตอนนี้หน่วงหนึบๆ
    #2889
    0
  3. #2268 ismepound (@ismepound) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 00:19
    ไรท์จากที่รีดพึ่งเข้ามาอ่านวันแรกรวดเดียวถึงตอนนี้บอกได้คำเดียวว่าอิเต้เป็นหลัวชั่วมากกกกก
    #2268
    0
  4. #1853 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 04:23
    บ้าเอ้ยย รู้สึกสงสารฝูหรัน ตอนนั้นคงรักกันจริงๆแต่ตอนนี้คิดว่าคงปกป้องแต่ไม่รู้ว่าจะยังรักเท่าเดิมมั้ย
    #1853
    0
  5. #1818 kusachi shiga (@shiga123) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 14:57
    คิดว่าอย่าให้นางเอกท้องเลย กลัวจะดราม่ายิ่งกว่าเดิม
    #1818
    0
  6. #1687 @การะเกด@ (@55354754) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 22:13

    อิผัวเลววว

    #1687
    0
  7. #1652 p_ple2 (@P_ple) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 17:42
    ชอบแบบนี้ค่ะ ร้ายกว่านี้อีกได้นะ5555
    #1652
    0
  8. #1486 porporjb (@porporjb) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 10:45
    อ่านมาถึงบรรทัดสุดท้ายของตอนนี้ น้ำตามาเลยอ่าา ทำไม่สนมท้องดีจัง ฮองเฮาเมื่อไรจะท้องเพคะ สงสาร #ทีมฮองเฮา เหมือนนางอยู่ตัวคนเดียวเลย
    #1486
    1
  9. #1485 porporjb (@porporjb) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 10:34
    ชอบตอนที่ฮองเต้บอกว่า รวมฝ่าฟันมากับนางตั้งแต่เป็นองค์ชาย จนมาเป็นฮองเต้
    #1485
    0
  10. #1087 A~B~C~ (@dragonfablez) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 23:02
    เรารู้สึกได้ว่าไรท์ชอบเขียนแนวมีรักลึกซึ้งต่อกัน แต่มิอาจรักได้ดังปรารถนา แอบสัมผัสได้ว่าความจริฃพระเอกก็รักนางเอกมาก แต่เพราะเขาหลอกลวงเลยต้องหลอกแม้แต่ตัวเอง?
    #1087
    0
  11. #905 Earn Nuttanun Setwipattanachai (@earnniestar) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 06:11
    แอบรู้สึกว่าเรื่องนี้อ่านยากมากไม่รู้ทำไม อาจจะด้วยเนื้อเรื่องยังอืดๆอยู่ด้วย แต่รู้สึกได้เลยว่ามีกลิ่นอายของลู่เอินอยู่ในนี้ อาจจะตรงที่นางเอกดูไม่สนใจโลกเท่าไร
    #905
    0
  12. #788 Japan21 (@Japan21) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 11:27
    แนวนี้ชอบมากค่ะสนุกมากชอบนางเอกเทพๆ
    #788
    0
  13. #596 b10_wnw (@b10_wnw) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 07:32
    ผู้เขียนมักใช้หมูกับสตรี นังหมูตัวเมีย อ่านแล้วกระชุมกระชวยนักแล
    #596
    0
  14. #394 จิล (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 19:00

    ก็มีนะบางเรื่องที่ได้เป็นฮองเฮา ลูกชายมีสิทธิ์ขึ้นครองราชย์ด้วยแต่เป็นแคว้นที่มีสัมพันธ์แน่นแคว้นกันมาตลอดก็เป็นไปได้ ยกเว้นเมืองขึ้นที่ต้องส่งบรณาการตลอดถ้าแบบนั้นเค้าไม่นิยมกันเพราะมันเหมือนยกเมืองให้ชาติอื่นแต่เรื่องนี้ไม่ได้กล่าวถึงว่าเป็นแบบนั้นนี่นา

    #394
    0
  15. #259 NattitaSonsom (@NattitaSonsom) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 00:23
    ชอบมากค่ะ รอติดตามตอนต่อๆๆไปนะคะ
    #259
    0
  16. #206 岭飞 (@Potae-kamui) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 20:17
    หนีกันเถอะ หนีไปให้ไกล//จะพีคมากถ้าหนีได้
    #206
    0
  17. #205 Panchanok_pan (@Panchanok_pan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 19:44
    มาต่อได้ไหมคะ จะลงแดงตายแล้ว ชอบแนวนี้มากๆเลย
    #205
    0
  18. #202 N_ing (@Ninging28335) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 17:49
    ทำไมเรารู้สึกเกลียดฮ่องเต้ล่วงหน้าแบบนี้เหมือนว่าฮ่องเต้บัดซบนี่จะทำร้ายฮองเฮาไว้หนักหนาจนยากจะอภัย
    #202
    0
  19. #201 Air002 (@Air002) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 17:37
    รู้สึกเหมือนนางเอกจะมีชะตากรรมเหมือนแม่ผัวเลยอ่ะ. น่าสงสารเหมือนหุ่นเชิดที่รอเวลาทิ้งหมดประโยนช์ ยิ่งฮ่องเต้ยิ่งบัดสบกับนางเอกมากเลย. นางเอกหนีก็ไม่ได้กลายเป็นตุ๊กตาให้ทำตามที่สั่ง
    #201
    0
  20. #200 Barbara13 (@paning13) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 17:24
    การต่อสู้ของ สามีภรรยา และเหล่าเมียน้อย กับแม่ผัว มันดีมากเลยค่ะ ขอบอก
    #200
    0
  21. #199 imbellz29 (@imbellz29) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 16:18
    หม่อมฉันจะกอดฮองเฮาไว้เองเพคะ
    #199
    0
  22. #197 emmy1568 (@emmy1568) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 16:04
    อยากรู้เรื่องราวก่อนความจำหายไปมากเลยค่ะ รอติดตามนะคะ ว่าแต่ ไรท์อธิบายอิมเมจรปลักษณ์ตัวละครบ้างซิคะ เค้าจินตนาการหน้าตาไม่ถูกเลย
    #197
    0
  23. #196 _victory_88 (@varinthon) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 14:54
    ทำไมนางเอกเราไม่ท้องอ่ะ. มันยังมีปมไรอีกป่าวนิ แล้วก้ออยากรู้เรื่องที่ความทรงจำหายไปด้วยอ่ะ. อยากรู้ๆๆๆๆๆ!!
    #196
    0
  24. #195 sarunpron (@gee123456) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 14:13
    ท่านช่างเล่นงิ้วเก่งจริงฝ่าบาท
    #195
    0
  25. #193 WannisaHKing9 (@WannisaHKing9) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 12:48
    นางน่าจะใจแข็งบางนะ อ่อนแอเกินนางเอก
    #193
    0
  26. วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 00:10
    นี่เริ่มคล้อยตามว่าเต้ห่วงฝูหรงจริงๆ คือเรามองว่าการที่ฝูหรงไม่ได้ท้องมันคือการปกป้องในแบบของเต้อ่ะ และการที่เต้ไปหาสนมคนที่ฝูหรงลงโทษมันอาจดูเหมือนหักหน้านะ แต่อีกแง่คือการป้องกันไม่ให้ฝูหรงโดนไหน้ำส้มหล่นทับมากไปอ่ะ คือสถานะเต้ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในจุดที่สามารถทำอะไรตามใจได้อ่ะ จะไม่เข้าวังหลังก็ทำไม่ได้ หลิงผินจะไม่เอาใจก็ไม่ได้เพราะยังต้องใช้ในการคานอำนาจการเมืองกับตระกูลเหออยู่ สิ่งที่เต้ทำได้ในตอนนี้คือปกป้องฮองเฮากับมอบอำนาจให้เท่านั้นจริงๆ เพราะงี้อะไรหลายๆอย่างที่เต้ทำมันเลยดูเป็นการปกป้องฝูหรงทั้งทางตรงและทางอ้อมยังไงไม่รู้สิ แต่ก็เชื่ออะไรมากไม่ได้ ไรท์ยิ่งชอบหักมุมอยู่ ฮือออ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 ตุลาคม 2561 / 00:17
    #172
    3
    • #172-2 Ladda Pt (@starz48312) (จากตอนที่ 10)
      2 ตุลาคม 2561 / 00:53
      เราก็คิดเหมือนคุณเลยค่ะ แต่ยังคาดเดาได้ไม่มากนักกลัวเลี้ยวโค้งหักมุมโคร๊ม
      #172-2
    • #172-3 Akayashi (@knowfilm) (จากตอนที่ 10)
      2 ตุลาคม 2561 / 20:51
      ฮองเต้ผู้ไม่มีอำนาจเป็นเพียงหุ่นเชิดของเหล่าขุนนาง
      #172-3
เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น