ภรรยาของตัวร้าย [ลวง] สนพ.เฟยฮุ่ย

  • 200% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 693,534 Views

  • 6,337 Comments

  • 14,112 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    72,541

    Overall
    693,534

ตอนที่ 7 : บทที่หก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47647
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2886 ครั้ง
    5 ธ.ค. 61

เมื่อเข้าถึงช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ภายในจวนอ๋องถูกประดับด้วยผ้าสีมงคล ทั้งยังมีการทำความสะอาดครั้งใหญ่เกิดขึ้น แน่นอนว่าเรื่องพวกนี้หลี่กงกงเป็นผู้จัดการ ส่วนอวี้หลันมีหน้าที่เพียงคอยควบคุมอยู่ห่าง ๆ เรียกให้ถูกนางก็แค่รับฟังคำรายงานจากหลี่กงกง สลับกับการใช้ชีวิตนั่งกินนอนกิน

 

ช่างแตกต่างจากตัวร้ายผู้มีงานรัดตัวโดยสิ้นเชิง ไป๋อวี้หลันปรือตาขึ้นภายในอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นของสามี เป็นอีกหนึ่งแรกเช้าเรียบง่ายของพวกเขา เยี่ยนหลงเยี่ยเป็นคนมีระเบียบวินัยในตนเอง สังเกตได้จากเวลาตื่นนอนของเขา หากมิใช่เพราะวันนี้นางตื่นเช้ากว่าทุกวัน ลืมตาขึ้นมาคงไม่เห็นแม้แต่เงาของเขาแล้วกระมัง

 

นางกะพริบตา ก่อนผละมือออกจากร่างของสามีแล้วตวัดปลายเท้าลงบนพื้นเพื่อขยับลุกขึ้น หลงเยี่ยยังคงหลับสนิทและคาดว่าน่าจะอีกสักครึ่งชั่วยามได้ ตัวร้ายถึงจะตื่นขึ้นมาจัดการตนเอง อวี้หลันคว้าเสื้อคลุมขนสัตว์มาสวมไว้อีกชั้นหนึ่ง พลางทิ้งตัวลงนั่งข้างขอบหน้าต่าง นัยน์ตาดอกท้อทอดมองออกไปไกลแสนไกล

 

ข้อเท้าเปลือยเปล่าโผล่พ้นชายอาภรณ์ นางยกมือเท้าคาง ร่างอรชรเอนพิงไปกับพนักด้านหลัง เรือนผมดำขลับลู่ตกลงมาคลอเคลียกับดวงหน้ารูปไข่ เมื่อผ่านพ้นวันนี้ไปก็จะเข้าสู่ปีที่สามของการแต่งงานโดยสมบูรณ์แบบ ตามเนื้อเรื่องที่บอกเล่าผ่าน ๆ ไป๋อวี้หลัน ภรรยาของตัวร้ายล้มป่วยและจากไปอย่างสงบในปีนี้ ท่ามกลางความโศกเศร้ามากมาย

 

อย่างไรก็ตามนั่นเป็นเพียงคำบอกเล่าในเนื้อเรื่อง เมื่อเกิดทฤษฎีการขยับปีกของผีเสื้อมย่อมต้องมีบางอย่างเปลี่ยนแปลง ทั้งนางเองใช่ว่าจะเชื่อถือลิขิตสวรรค์ นางเติบโตขึ้นท่ามกลางความเป็นไปได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ ตามข้อเท็จจริงที่ควรจำเป็น

 

ไป๋อวี้หลันจะตายหรือไม่ย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างในอนาคต

 

เอาเถอะ เรื่องเหล่านั้นหวั่นใจไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา

 

นางหลับตาลงก่อนตกลงสู่ห้วงนิทราโดยสมบูรณ์ รู้ตัวอีกทีร่างกายของตนลอยหวือกลางอากาศด้วยฝีมือของหลงเยี่ย ช่างเป็นเหมือนฉากรักหวือหวาของพระนางในนิยาย อวี้หลันลอบเหยียดยิ้ม ตั้งใจตีเนียนตบตาตัวร้ายต่อไป ทว่าสติปัญญาเฉียบแหลบของเยี่ยนหลงเยี่ยหรือจะดูไม่ออก

 

ดังนั้นเพื่อกีดกันไม่ให้ถูกตัวร้ายกลั่นแกล้งกลับ ไป๋อวี้หลันล้มเลิกการเล่นบทบาทของนางเอกนิยายชั่วคราว ภรรยาของตัวร้ายย่อมมีบทบาทอันสมควรและแตกต่างออกไป นางคิดเช่นนั้นแล้วปรือตาขึ้นสบตาหลงเยี่ย ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากนางไม่ถึงคืบ

 

“อวี้หลัน”เจ้าของฝ่ามืออุ่นร้อนเรียก พลางทาบฝ่ามือลงบนข้างแก้มขาวเนียน หลงเยี่ยขยับยิ้มอ่อนโยน “สุขสันต์วันสิ้นปี”

 

นานเท่าไหร่แล้ว สำหรับการอยู่ฉลองวันสิ้นปีเพียงลำพัง ปรกตินางควรขลุกตัวอยู่ในห้อง เริ่มปีใหม่ไปพร้อมกับกองงานมากมาย และนี่น่าแปลกไม่น้อยเลยที่ได้มีโอกาสอยู่ร่วมฉลองกับตัวร้ายในนิยายชื่อดัง ในฐานะนักเขียนนางสมควรภาคภูมิใจเสียหน่อย

 

คิดได้ดังนี้อวี้หลันแย้มยิ้มอ่อนหวาน ขนาบฝ่ามือลงบนใบหน้าของหลงเยี่ยเป็นการเอาอกเอาใจ “สุขสันต์วันสิ้นปี หลงเยี่ย”

 

เยี่ยนหลงเยี่ยอมยิ้มก่อนประทับจูบลงบนกลางผากของภรรยา และอาจนับว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ดีในช่วงส่งท้ายปีเก่าของตัวร้ายรวมถึงภรรยา ไป๋อวี้หลันโคลงหัวลงครั้งหนึ่ง ตัดสินใจแสดงบทบาทของสาวน้อยโดยแสดงสีหน้าเอินอาย ใบหน้างดงามขึ้นสีแดงระเรื่อ พลางหลบตาลงต่ำ แล้วขบริมฝีปากอวบอิ่มของตนด้วยความประหม่า

 

ช่างเป็นอากัปกิริยาแสนน่าเอ็นดู

 

.

.

.

 

โดยปรกติแล้วเหล่าเชื้อพระวงศ์รวมถึงบรรดาชายาอ๋องทั้งหลายต้องเข้าเฝ้าโอรสสวรรค์ เพื่อร่วมงานเลี้ยงฉลองอันแสนสิ้นเปลือง ทว่าเยี่ยนหลงเยี่ยนและพระชายาอวี้หลันกลับทำตัวนอกคอกอย่างถึงที่สุด ตัวร้ายปฏิเสธเทียบเชิญจากวังหลวงพร้อมใช้อาการล้มป่วยของภรรยามาเป็นข้ออ้าง แม้นจะดูไม่เหมาะสมไปบ้าง หากองค์จักพรรดิกลับมิได้ตรัสสิ่งใดออกมา

 

พระชายาอวี้หลันสวมอาภรณ์สีแดงฉูดฉาน เรือนผมประดับด้วยปิ่นหยกและปิ่นระย้า ริมฝีปากอวบอิ่มแต่งแต้มด้วยสีแดงฉาน ช่างเป็นสีสันที่ตัดกับหยาดหิมะขาวโพลนได้อย่างลงตัว นางสูดหายใจเข้า พลางชำเลืองมองสามีผู้สวมใส่อาภรณ์สีสันโทนเดียวกัน

 

หลี่กงกงรวมถึงเหล่านางกำนัลต่างช่วยกันตระเตรียมอาหารและสุราชั้นดีเอาไว้ อวี้หลันกระตุกยิ้ม มองน้ำเมาสีใสที่ถูกเทลงในจอก แน่นอนว่านางไม่ได้รับอนุญาตให้ดื่มของมึนเมาพวกนี้ ทว่ามีหรือว่าไป๋อวี้หลันจะเชื่อฟัง การดื่มสุรานั้นอยู่ในสายเลือดของนาง เมื่อตัวร้ายเผลอตัว เจ้าของร่างอรชรก็ได้ทำการช่วงชิงกาสุรามาทันใด

 

“มันไม่ดีต่อสุขภาพของเจ้า”หลงเยี่ยเอ่ยเสียงเข้ม นัยน์ตาคู่คมปรากฏร่องรอยความไม่พอใจ กระนั้นแล้วก็ยังไม่ได้ทำให้ไป๋อวี้หลันตื่นกลัวขึ้นมาได้ หญิงสาวไหวไหล่ก่อนเรียวขางามจะเหยียดตรงออกไป ท่ามกลางสายตาอันแสนเรียบเฉยของตัวร้าย

 

“ราวกับว่ามันดีต่อสุขภาพของท่าน หลงเยี่ย”

 

ตัวร้ายไม่ตอบ เขาคล้ายอยากจะพูดอะไรบางอย่าง หากเมื่อสบเข้ากับความเอาแต่ใจของไป๋อวี้หลัน เยี่ยนหลงเยี่ยได้แต่เงียบ อย่างไรก็ตามภรรยาของเขาไม่ใช่ดรุณีน้อยวัยแรกแย้ม วันมงคลเช่นนี้ ให้ดื่มสักหน่อยก็คงพอยอมกันได้ 

 

“เพียงเล็กน้อยเท่านั้น”

 

อวี้หลันฉีกยิ้มกว้าง จากนั้นจึงเอื้อมมือออกไปคว้าจอกสุรา “ว่าแต่ทำไมท่านถึงไม่ยอมไปร่วมงานฉลองกับฝ่าบาท”

 

ไม่เสียเวลาคิดแม้แต่น้อย หลงเยี่ยตอบกลับมาอย่างรวดเร็วด้วยน้ำเสียงเฉยชาไม่ต่างจากดวงเนตรดำขลับ “งานเลี้ยงอันน่าเบื่อหน่ายกับการสวมหน้ากากรวมถึงการเลียแข้งเลียขา เปิ่นหวางดีพร้อมถึงเพียงนี้จำต้องไปแยแสด้วยงั้นหรือ”

 

โอ้นี่นับว่าเป็นการเยินยอตนเองอย่างแนบเนียนใช่หรือไม่ ?

 

“อีกอย่างที่แห่งนั้นมิมีคนที่ไยดีในตัวของเปิ่นหวาง”หลงเยี่ยชำเลืองมองนาง อะไรบางอย่างฉายชัดอยู่ภายในนั้น ความรู้สึกอันหลากหลาย “ก่อนหน้านี้เจ้าเคยบอกมิใช่หรือว่าไยดีเพียงคนไยดีเรา คนอื่นจะเป็นเช่นไรย่อมมิสำคัญ”

 

อวี้หลันโคลงหัวลง ก่อนยกจอกสุราจรดริมฝีปากแล้วกลืนลงไป “ท่านเป็นคนฉลาด ทั้งยังเรียนรู้ไว”

 

เยี่ยนหลงเยี่ยเปล่งเสียงหัวเราะ เขายกมือข้างหนึ่งขึ้นเท้าคางจดจ้องมองนางอย่างลุ่มลึก “ทว่าเหตุผลทั้งหมดนั่นเทียบไม่ได้กับความจริงข้อสุดท้าย บางครั้งความเหมาะสมหรือว่าวิธีการชาญฉลาดมากที่สุดก็มิใช่คำตอบสำหรับทุกอย่าง”

 

 

“วันนี้เปิ่นหวางเพียงอยากอยู่ร่วมฉลองกับภรรยาของตนก็เท่านั้น”

 

นัยน์ตาดอกท้อวูบไหวเล็กน้อย ยิ่งพอเห็นรอยยิ้มจากหลงเยี่ย คล้ายกับว่าตัวร้ายได้สร้างดาเมจรุนแรงแก่นาง ไป๋อวี้หลันก้มหน้าลงต่ำ ก่อนยกมือขึ้นปิดบังดวงหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อมาตามลำดับ นางกัดปาก พยายามมองลอดผ่านช่องว่างระหว่างนิ้ว แลเห็นแรกยิ้มอ่อนโยนของเขา

 

หลงเยี่ยสูดหายใจเข้า ก่อนยกมือโอบกอดนางเอาไว้แน่น ความอบอุ่นจากกายแกร่งแทรกซึมผ่านผิวเนื้อ อวี้หลันเอนตัวพิงไปกับร่างของสามี ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดใบหู ก่อนนัยน์ตาของพวกเขาจะทอดมองออกไปนอกบานหน้าต่าง หยาดหิมะขาวเนียนโปรยปรายลงมา

 

“หิมะเริ่มตกหนักอีกแล้ว”

 

และนั่นคือการข้ามผ่านวันคืนไปอย่างเรียบง่าย

 

นางหลับตาลงส่งเสียงครางอื้ออึง “อือ”

 

ทั้งที่เรียบง่ายถึงเพียงนี้ ทว่ากลับดีไม่น้อยเลยทีเดียว มิจำเป็นต้องหวือหวาเช่นพระนาง ตัวร้ายและภรรยาของเขาเป็นเพียงพวกหลงใหลในความสุขสงบ

 

อวี้หลันแหงนหน้าขึ้นสบตาเขา กล่าวเสียงนุ่มนวล “หลงเยี่ย ปีหน้าหม่อมฉันอยากจะดูหิมะแรกไปพร้อมกับท่าน”

 

“ตามใจเจ้าอวี้หลัน”

 

.

.

.

 

นอกจากวุ่นวายกับการประดับตกแต่งและทำความสะอาดจวน เมื่อก้าวเข้าสู่ปีใหม่ พระชายาอวี้หลันยังต้องวุ่นอยู่กับการตระเตรียมของขวัญให้แก่บรรดาญาติพี่น้อง ทั้งของตนเองรวมถึงของหลงเยี่ย แน่นอนว่านั่นเป็นเรื่องปรกติ จะสบายหน่อยก็ตรงที่พระสนมเสียนเฟย มารดาของตัวร้ายจากไปแล้ว ทำให้นางไม่ต้องเข้าวังเพื่อไปถวายพระพรดั่งเช่นคนอื่น

 

งานของหลงเยี่ยยังคงรัดตัวเช่นเดิม และเหมือนว่าจะเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนไม่ใช่น้อย เขาเข้าออกวังหลวงบ่อยครั้งมิต่างจากหลังบ้าน กว่าจะกลับมาก็ผ่านไปครึ่งค่อนวัน อีกทั้งเวลาที่เหลืออยู่เหล่านั้นถูกมอบให้แก่กองงานมากมาย ไป๋อวี้หลันทำได้แค่ยกยิ้มบางเบา ก่อนจะยืนฝนแท่งหมึกให้แก่ตัวร้ายตลอดทั้งคืน

 

จะว่าไปแล้ว อีกเพียงไม่นานเยี่ยนหลงเยี่ยก็น่าจะถูกแต่งตั้งเป็นองค์ไท่จื่อ อย่างเร็วปีหน้า ช้าหน่อยอาจจะสักสองปี ตัวร้ายคือองค์ไท่จื่อของเรื่องที่ภายหลังถูกพระเอก น้องชายต่างมารดาอันเกิดจากฮองเฮาแย่งชิงตำแหน่งไป เนื่องจากภายหลังหลงเยี่ยจะใช้อำนาจที่มีก่อกบฏขึ้นบัลลังก์ ส่วนพวกตัวเอกจะผลึกกำลังกันเพื่อโค่นตัวร้าย

 

และแล้วนิยายก็จบอย่างสุขนิยม พระนางรักกันให้กำเนิดทายาท ขณะที่ตัวร้ายและพักพวกจะโดนห้าม้าแยกร่าง ไร้ผืนแผ่นดินกลบหน้า ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือไม่ นับตั้งแต่ใช้ชีวิตในฐานะไป๋อวี้หลัน นางยังไม่เคยพบเจอพระเอกของเรื่องเลยสักครั้ง บางทีอาจเป็นเพราะหลงเยี่ยไม่ยินยอมให้นางได้ออกไปไหน ทั้งงานเฉลิมฉลองต่าง ๆ ล้วนถูกตัวร้ายปฏิเสธจะเข้าร่วม

 

อวี้หลันกะพริบตา วงแขนแกร่งของเขาโอบรอบเอวบางดึงรั้งให้นางนั่งลงบนตักอุ่น ส่วนมืออีกข้างนั้นขยับปลายพู่กันลากลงบนกระดาษขาว เรียวคิ้วงามขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย ครั้นเริ่มเห็นรูปร่างของมัน นางอดไม่ได้เลยที่จะแหงนหน้าขึ้นสบตาเขา “ดอกเบญจมาศงั้นหรือเพคะ”

 

หลงเยี่ยพยักหน้า “เสด็จแม่ของเปิ่นหวางชอบดอกเบญจมาศ ครั้งหนึ่งเจ้าเองก็เคยบอกว่าชื่นชอบมัน”

 

นางนิ่งเงียบ นัยน์ตาดอกท้อหม่นแสงลงกำลังครุ่นคิดถึงข้อเท็จจริงที่พอเป็นไปได้บางอย่าง คำถามข้อนั้นตกค้างในใจนางอยู่นาน กระนั้นแล้วเพื่อความแนบเนียน อวี้หลันขยับยิ้มกว้างขึ้นทำสีหน้าคล้ายเข้าใจสิ่งที่ตัวร้ายกำลังพลั่งพลูอออกมา ทั้งที่ภายในใจกลับไม่ได้ใส่ใจเยี่ยนหลงเยี่ยแม้แต่น้อย

 

พริบตาต่อมาน้ำเสียงของเขาขาดหายไป ถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าของหลี่กงกงผู้ ขันทีวัยกลางคนกวาดมองเจ้านายทั้งสอง ก่อนก้มหน้าต่ำลงกล่าวเสียงเล็กแหลม “ท่านอ๋อง รองแม่ทัพหมิงมาพ่ะย่ะค่ะ”

 

ไป๋อวี้หลันแหงนหน้าขึ้นมองเขา ข้อจำกัดในยุคโบราณของสตรีมีมากมาย แน่นอนว่างานของสามีภรรยาไม่ควรยุ่งเกี่ยว หลงเยี่ยเหมือนจะเข้าใจเรื่องนี้ดี เขากดจูบลงบนหน้าผากเนียนเรียบ วงแขนผละออกจากร่างอรชร “เจ้าออกไปก่อน”

 

นางพยักหน้า ย่อตัวลงครั้งหนึ่งแล้วถอยตัวออกไปอย่างว่องไว เป็นจังหวะเดียวกันที่เผลอสบเข้าไปภายในดวงตาแสนเฉยชาของหมิงอี้เหอ สหายตัวร้ายคล้ายลังเลอะไรบางอย่าง ก่อนกระตุกยิ้มสูงที่มุมปาก อวี้หลันเหยียดยิ้ม จงใจเมินเฉยต่อรองแม่ทัพหนุ่มโดยสิ้นเชิง

 

วีรกรรมขโมยแมว คิดหรือว่านางจะหลงลืม

 

.

.

.

 

ร่างอรชรของพระชายาอวี้หลันทิ้งตัวลงนั่งตรงระเบียง ดวงหน้างดงามเงยขึ้นมองท้องฟ้าซึ่งเต็มไปด้วยเกล็ดหิมะโปรย ริมฝีปากแห้งแตกขบเข้าหากัน เฉียวฮุ่ยหยุดปลายเท้าลงตรงหน้านาง นางกำนัลร่างอวบปัดมือไปมากลางอากาศในระยะสายตา นางกะพริบตาก่อนสูดหายใจเข้าช้า ๆ

 

“เข้าไปด้านในกันเถอะเพคะ”เฉียวฮุ่ยเอ่ยด้วยความเป็นห่วง ทว่านายหญิงของตนกลับส่ายหน้า นัยน์ตาดอกท้อทอดมองออกไปอย่างเลื่อนลอย “พระชายา

 

“ด้วยนิสัยของรองแม่ทัพหมิง เขาย่อมตอบแทนเปิ่นหวางเฟยเรื่องเสี่ยวมาวอย่างแน่นอน”ไป๋อวี้หลันกล่าวเสียงเรียบเฉย พลางยกมือขึ้นเท้าคาง ปิ่นระย้าบนหัวส่งเสียงจากการกระทบกัน “ส่วนจะตอบแทนแบบไหนนั้น เดี๋ยวคงได้รู้กัน”

 

ยังไม่ทันขาดคำร่างสัดทันของรองแม่ทัพหมิงก็ก้าวขาออกมาจากห้องอักษร ชายหนุ่มดูไม่แปลกใจที่เห็นนางรั้งรออยู่ อาจเพราะว่ารอบตัวของเยี่ยนหลงเยี่ย รายล้อมไปด้วยคนมากสติปัญญา เป็นเรื่องปรกติอยู่แล้วที่ตัวร้ายจะเก็บคนมีประโยชน์ไว้ข้างกาย

 

หมิงอี้เหอไม่ยอมกล่าวอะไรออกมา ชายหนุ่มสาวเท้าตรงไปยังเรือนหลักเล็กซึ่งเป็นที่เก็บม้วนคัมภีร์และตำรามากมาย เรียวขางามขยับตาม โดยมีเฉียวฮุ่ยก้าวประชิดอยู่ไม่ห่าง บางทีมันอาจดีกว่านี้หากนางได้ความทรงจำของไป๋อวี้หลันมาด้วย

 

ความสงสัยภายใจคงกระจ่างแจ้งตั้งแต่แรก

 

“กระหม่อมบอกท่านอ๋องแล้วว่าของต้องการตอบแทนพระชายาเรื่องแมว”ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เมื่อได้ยินว่าหลงเยี่ยรู้เรื่องแล้ว เฉียวฮุ่ยเหมือนโล่งใจไปพอสมควร เจ้าของร่างอวบถอนหายใจเสียงดัง เห็นดังนี้ไป๋อวี้หลันส่ายหน้า ขยับยิ้มอย่างขบขัน

 

การที่หลี่กงกงหรือหลงเยี่ยไม่ได้เรียกนางเข้าไป ย่อมหมายความว่าหมิงอี้เหอบอกเรื่องพวกนี้แก่เขาแล้ว ระดับความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นอะไรที่ซับซ้อนและยุ่งยากเกินกว่าจะเข้าใจ ในนิยายรองแม่ทัพหมิงเป็นดั่งอสูรร้าย เขาเทิดทูนรวมถึงบูชาตัวร้ายยิ่งกว่าใคร

 

ขณะที่กองทัพนับหมื่นรายล้อมเยี่ยนหลงเยี่ย เหล่าพระเอกและมิตรสหายผนึกกำลัง หมิงอี้เหอกลับไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย กระทั่งในตอนที่ตัวร้ายใช้เป็นเกราะเขายังยินดีกับมัน ฉีกยิ้มกว้างตราบจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต

 

บานประตูไม้ถูกเปิดออก หมิงอี้เหอเป็นคนแรกที่ก้าวขาเข้าไปด้านใน อวี้หลันมองตรงไปยังแผ่นหลังของเขา ก่อนจะโบกมือเป็นเชิงให้เฉียวฮุ่ยรออยู่ด้านนอก ทว่าเพื่อความปลอดภัยกีดกันข้อครหา นางและตัวร้ายจึงเปิดประตูทิ้งเอาไว้

 

“ในนี้มีม้วนพระคัมภีร์อยู่เล่มหนึ่ง ซึ่งพระชายาเป็นคนคัดลอกขึ้นมาด้วยตนเอง”เสียงฝีเท้าของเขาดังห่างออกไป ชายอาภรณ์ยาวลากประพื้นไม้ “ครานั้นท่านเคยตรัสถามบางสิ่งกับกระหม่อม”

 

ดวงเนตรดำขลับมองผ่านช่องว่างตามชั้นหนังสือ เรียวนิ้วมือของนางชะงักค้าง แลเห็นบางสิ่งภายในนั้น หมิงอี้เหอเป็นคนร้ายกาจ นางคิดเช่นนั้นจากการคาดเดาอันเลือนรางของตน “ท่านจะตอบแทนเปิ่นหวางเฟยด้วยสิ่งใด”

 

ชายหนุ่มกระตุกยิ้มก่อนส่งม้วนพระคัมภีร์ให้แก่นาง “ความจริง”

 

“ความจริงอะไร”

 

“ความจริงที่ท่านเคยถามกระหม่อม บัดนี้คงลืมไปแล้วกระมัง”

 

นางกัดปากเลิกต่อปากต่อคำกับตัวร้าย แล้วคลี่ม้วนพระคัมภีร์ออก กวาดตามองตัวอักษรบนแผ่นไม้ ปรากฏให้เห็นลายมือที่เป็นระเบียบงดงามของไป๋อวี้หลัน เนื้อหาด้านในควรเป็นพระคัมภ์ ทว่ากลับบันทึกบางสิ่งลงไปแทน เรื่องราวและข้อสงสัยมากมายที่ได้รับคำตอบ

 

ดูเหมือนว่าไป๋อวี้หลันเองจะรู้นานแล้ว

 

ตามเนื้อเรื่องในนิยายนางเอกจะพบรักกับตัวร้ายก่อนจะเจอพระเอก ทว่าเส้นทางรักของพวกเขาไม่งดงามนัก เนื่องจากต่อมาคุณนางเอกได้พบว่าตนนั้นมีส่วนคล้ายไป๋อวี้หลัน นั่นจึงเป็นเหตุผลให้หลงเยี่ยหลงรักนางเอก ครั้นเมื่อเสียนางเอกให้แก่พระเอก ตัวร้ายจึงได้ค้นพบว่าแท้จริงแล้วตนไม่ได้ยึดติดกับไป๋อวี้หลัน ตัวเขานั้นมีความรักให้แก่นางเอกมากกว่าไป๋อวี้หลัน

 

บทหนึ่งในเนื้อเรื่องเคยบรรยายถึงความรักของเยี่ยนหลงเยี่ยเอาไว้ ตัวร้ายกล่าวว่านางเอกคือรักแท้ ส่วนไป๋อวี้หลันนั้นคือผู้หญิงที่มีคุณสมบัติของการถูกรัก

 

ปลายนิ้วมือลากลงบนตัวอักษรเลือนราง ในที่สุดข้อสงสัยของนางก็กระจ่างแจ้งแล้ว ข้อสงสัยที่ว่าทำไมตัวร้ายถึงบอกว่าไป๋อวี้หลันเป็นผู้มีคุณสมบัติของการถูกรัก

 

แท้จริงแล้ว เป็นเพราะข้าคล้ายคลึงกับพระสนมเสียนเฟย มารดาของเขา

 

เยี่ยนหลงเสวี่ย

 

นั่นคือชื่อของพระเอก บุคคลที่คาดว่าน่าจะครอบครองหัวใจของไป๋อวี้หลัน เห็นได้จากการที่อีกฝ่ายเขียนชื่อของเขาลงไป พระชายาอวี้หลันไม่ได้ทุกข์ทน หรือเรียกว่าไม่ได้ไยดีความจริงที่ได้รับรู้พวกนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะอวี้หลันมีคุณสมบัติ เป็นผู้หญิงที่คล้ายกับมารดาของตัวร้าย

 

ภาพวาดนั่นคงเป็นพระสนมเสียนเฟย และการที่หมิงอี้เหอจงใจทำเช่นนี้ อาจไม่ใช่เพราะต้องการทำลายความสัมพันธ์ของนางกับเขา ทว่าเป็นการตรวจสอบต่างหากว่านางคือไป๋อวี้หลันหรือไม่

 

“วันนั้นท่านทะเลาะกับท่านอ๋องก็ด้วยเรื่องนี้”

 

นางถอนหายใจยาวเหยียดพลางพยักหน้าแทนจะตอบกลับ “ไป๋อวี้หลันเป็นสตรีผู้รู้หน้าที่ของตนเป็นอย่างดี”

 

ถึงจะหลงรักเยี่ยนหลงเสวี่ย ทว่าในม้วนพระคัมภีร์ไม่มีคำไหนที่ไป๋อวี้หลันพร่ำเพ้อถึงพระเอก อีกฝ่ายเพียงเขียนชื่อของเขาและเก็บมันเอาไว้ในใจ

 

เจ้าของร่างอรชรส่งคืนให้แก่รองแม่ทัพหนุ่ม นางบิดตัวเล็กน้อยด้วยความเกียจคร้าน ท่ามกลางสายตาคาดไม่ถึงของฝ่ายตรงข้าม หมิงอี้เหอกัดปาก “ดูท่านจะไม่ตื่นตกใจ”

 

“เพียงหนึ่งข้อสงสัยได้รับการไขกระจ่าง”

 

อย่างไรเสียมันก็ไม่ใช่สิ่งที่อยู่นอกเหนือความคาดหมาย ตัวร้ายเองก็ดูจะไม่รู้ด้วยซ้ำถึงเรื่องพวกนี้ เขาแยกแยะความรักของตนไม่ออก หาไม่คงไม่เสียนางเอกให้แก่พระเอกไปหรอก ทั้งนางเองไม่ได้แยแสมันด้วยซ้ำ พยายามทั้งชีวิตยังไม่อาจได้รับความรัก

 

คาดหวังไปก็เท่านั้น

 

อวี้หลันหลับตาลงขยับเรียวขาก้าวออกไปนอกตัวเรือน “อีกอย่างเปิ่นหวางเฟยไม่เคยบอกว่ายกเสี่ยวมาวให้แก่เจ้า”

 

“หมายความว่าอย่างไร ท่านอ๋องเป็นคนบอกกระหม่อมว่าท่านยกให้”หมิงอี้เหอเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ชายหนุ่มเก็บม้วนพระคัมภีร์เข้าที่เดิมอย่างรวดเร็ว

 

“ท่านอ๋องเป็นคนบอก มิใช่เปิ่นหวางเฟย”

 

“แต่นั่น”รองแม่ทัพหมิงยกมือขึ้นคล้ายอยากกระตุกชายอาภรณ์ของนาง ทว่ากลับไม่กล้าพอ

 

ฃนางเหยียดยิ้มกว้าง หันไปมองเขาเป็นครั้งสุดท้าย “ไปเอาเสี่ยวมาวมาคืนเปิ่นหวางเฟย”

 

นางหงุดหงิดและนางจะทวงแมวคืน

 

ใครมันจะทำไม !


.

.

.



"โอ้ นี่มันขวดกาว คริ ๆ "

 

 

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.886K ครั้ง

86 ความคิดเห็น

  1. #6254 malapoom (@malapoom) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:41
    ในความเรื่อยๆก็ยังมีความอยากรู้ของรีดว่าเรื่องจะเป็นไง

    ต่อให้อีก 2 ตอน 55 ถ้างงต่อ ก็คงจะงง ต่อไปเรื่อยๆ
    #6254
    0
  2. #6177 jeje0711 (@jeje0711) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:08
    งงคือกันค่ะ
    #6177
    0
  3. #6164 y_pps (@y_pps) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:45
    งง สรุปว่ารองแม่ทัพกับตัวร้ายรู้แล้วใช่มั้ยว่าอวี้หลันคนนี้ไม่ใช่อวี้หลันอ่ะ
    #6164
    0
  4. #5998 ๐Eunice๐ (@orangesmooty) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 14:05
    เราว่าเราเข้าใจเจตนาในการดำเนินเรื่องแบบนี้นะ เพียงแต่คนเขียนเองก็ยังความสามารถไม่ถึง มันถึงได้งงตั้งแต่แรกจนตอนนี้ ความรู้สึกที่ได้ก็เนิบนาบไปทั้งเรื่อง เป็นกราฟเส้นตรง
    #5998
    0
  5. #5948 Phloingoen (@Phloingoen) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 16:04
    งงค่ะ ไม่เข้าใจ อ่านแล้วเหมือนนิยายคนละเรื่องกันเลยค่ะ อ่านไปอ่านมาก็เริ่มปวดหัว
    #5948
    0
  6. #5855 Bewtii006 (@Bewtii006) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 00:16
    ผมนี่เมากาวเลยย5555
    #5855
    0
  7. #5816 tinyswan (@tinyswan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 17:00
    งงไปหมด
    #5816
    0
  8. #5812 kittysmall (@lekwasanaDek-D) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 10:48
    งงมากเลย
    #5812
    0
  9. #5316 ลายหมึก (@sunonwater) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 11:23
    เราก็อยากให้ทวงแม่คืน โดนใจมาก
    #5316
    1
  10. #5296 Shanxin (@Shanxin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 01:35
    ไม่งงนะ เราเข้าใจฟีลของเนื้อเรื่อง ปมมันมาเรื่อยๆไขเรื่อยๆแหละ
    #5296
    0
  11. #5029 tuberose in blue (@ding2017) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 02:48
    ถึงตรงนี้ ยังคงงงมาก
    #5029
    0
  12. #4992 giewdiew (@giewdiew) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 15:10
    ไม่เข้าใจนิดหน่อย แต่งงมากๆค่ะ ฮือ
    #4992
    0
  13. #4572 Le_U (@Le_U) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 13:44
    ยังไม่ค่อยเข้าใจอ่า งืมๆ
    #4572
    0
  14. #4529 เจียซิน (@GingPavina) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 20:17
    หมั่นไส้แล้วจะทำไม5555
    นางสายมึนที่แท้ทรู
    #4529
    0
  15. #4359 pemipond (@pemipond) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 19:16
    สมัยนั้นมีแว่นตาด้วยหรา
    #4359
    0
  16. #4352 memolunla (@memolunla) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 17:42
    ตอนลูกแมวอยู่ใช่ว่าจะใส่ใจ
    แต่พอมีคนเอาไปเพราะเอ็นดูแท้จริง นางหวงก้างขึ้นมา
    #4352
    0
  17. #4166 PichayathidaB (@PichayathidaB) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 15:26
    งงเหมือนกัน 5555
    #4166
    0
  18. #4146 Nanxyz__ (@Nanxyz__) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 10:25

    ตั้งแต่อ่านมาเนี่ยยังงงๆอยู่เลยอะ55555
    #4146
    0
  19. #4071 opareo (@opareo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 22:32
    จบที่ตอนนี้ บอกเลยว่า อวี๋หลันในยุคก่อนแลดูน่าสงสาร เป็นตัวละครที่ไม่มีใครรักโดยแท้จริง
    #4071
    0
  20. #3259 Birisine (@flannies11) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 01:43
    อ่านไม่รู้เรื่อง
    #3259
    0
  21. #2803 แมวลายตัวนั้น (@0ng_ying) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 00:17
    สนุกนะคะ แต่งงมากเลย
    #2803
    0
  22. #2743 0924211827 (@0924211827) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 20:17
    งง หรือไม่มีสมาธิวะ
    #2743
    0
  23. #2585 MORNINGGLORY08 (@MORNINGGLORY08) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 00:45
    สนุกน่าติดตามจ้า แต่เรารู้สึกถึงบรรยากาศในเรื่องเทาๆครึ้มๆ หม่นๆทุกตอนเลยน่ะค่ะ

    อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน

    อยากให้มีเพิ่มบรรยากาศเวลาคุยกันตัวร้ายกับอวี้หลัน ตัวร้ายคือดีย์ สะดุดเวลาอ่านแบบอวี้หลันเหยียดยิ้มงี้55
    #2585
    0
  24. #2475 nanar1117 (@nang23) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 12:31
    ชอบความซับซ้อนของความสัมพันธ์นี้ ไป๋อวี้หลันคนก่อนก็เป็นคนน่าสนใจไม่น้อยเลย
    #2475
    0
  25. #2375 rin--jung (@rin--jung) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 06:01
    ยังงงๆอยู่
    #2375
    0
  26. #1293 uๅuะ~* (@sweetmafia) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 01:16
    ไทม์ไลน์ความรักของตัวร้ายตามพล็อตนิยาย. ตัวร้ายเป็นชายที่น่าสงสารไขว้คว้าหาความรักมาตลอดกลับไม่เคยสมหวัง
    -รักแม่แม่ก็เสียแล้ว
    -รักอวี้หลัน(คนเก่า)แต่อวี้หลันกลับรักพระเอก ต่อมานางก็ตาย
    -สุดท้ายมาพบรักนางเอกซึ่งเดิมนางเอกมีใจให้แต่เข้าใจผิดว่าตัวร้ายมองนางเป็นตัวแทนอวี้หลัน นางจึงเปลี่ยนใจไปรักพระเอก กว่าตัวร้ายจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว

    แต่เมื่อมีผู้หญิงคนหนึ่งมาอยู่ร่างอวี้หลัน ทุกอย่างย่อมแปรเปลี่ยน(หากนางไม่ตายก่อน) เพราะอวี้หลันคนใหม่ ไม่ได้มีใจให้พระเอก แต่เห็นใจตัวร้าย หากนางมีชีวิตรอดกลับจะช่วยเหลือตัวร้ายเสียด้วย ดังนั้นตัวร้ายกับอวี้หลันคนใหม่น่าจะรักกันได้ไม่ยาก แถมตัวร้ายไม่ต้องเสียเวลาไปรักกับนางเอกเพราะเมียตนเองก็ดีมากอยู่แล้ว

    อ่าน3รอบขณะถือขวดกาวอ่านไปด้วย มโนขั้นสุด
    #1293
    6
    • #1293-5 168999au (@168999au) (จากตอนที่ 7)
      2 มกราคม 2562 / 17:43
      กอดขวดกาว
      #1293-5
    • #1293-6 Wan S'Ineenart (@wansineenart) (จากตอนที่ 7)
      2 มกราคม 2562 / 19:04
      กว่าจะกระจ่าง
      #1293-6
เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น