ภรรยาของตัวร้าย [ลวง] สนพ.เฟยฮุ่ย

  • 200% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 685,677 Views

  • 6,313 Comments

  • 14,007 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    64,684

    Overall
    685,677

ตอนที่ 6 : บทที่ห้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 259
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2667 ครั้ง
    3 ธ.ค. 61

ความสัมพันธ์ของไป๋อวี้หลันกับครอบครัวเป็นอะไรที่ซับซ้อนและแปลกประหลาด จากคำบอกเล่าของเฉียวฮุ่ย ไป๋อวี้หลันแทบจะไม่สนใจครอบครัวเดิมของตนเท่าไหร่นัก หากยังมีการไปมาหาสู่กับบิดาไม่ขาด กล่าวให้ถูกคืออวี้หลันไยดีเพียงบิดาของนาง ส่วนมารดาเลี้ยง ฮูหยินที่บิดาแต่งเข้ามาใหม่นั้นไม่เคยมีตัวตนอยู่ในสายตา 

 

บางทีนี่อาจเป็นปัญหาแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยง

 

แต่นั่นไม่แปลกอะไร ในเมื่อหลังมารดาของไป๋อวี้หลันตายได้ไม่ถึงเดือน บิดาก็แต่งฮูหยินคนใหม่เข้ามา ซ้ำยังให้กำเนิดน้องชาย น้องสาวเพิ่มอย่างละคน โชคยังดีที่บิดาของนางค่อนข้างยึดติดกับความถูกต้อง ทำให้เรื่องราวพวกนี้ไม่เหมือนในนิยายที่นางเอกถูกรังแกจากแม่เลี้ยง ซ้ำบิดายังมิใส่ใจ

 

ชีวิตในจวนราชเลขาธิการของอวี้หลันนั้นสุขสงบ ตราบจนนางแต่งให้กับเหอชินอ๋องตามราชโองการ ดูท่าสิ่งที่เจอมาจะมีเพียงความรู้สึกของการถูกทอดทิ้ง ไป๋อวี้หลันแต่งงานตอนสิบห้า ปัจจุบันย่างเข้าสิบแปด 

 

ปีหน้าก็ครบสามปี ใกล้แล้วสินะ

 

เรียวขางามก้าวลงจากรถม้าประจำจวนอ๋อง เยี่ยนหลงเยี่ยยื่นมือออกมาหมายช่วยพยุง ใบหน้าของเขายังคงประดับด้วยรอยยิ้มเช่นทุกวัน  หากทว่าฝ่ามือที่เคยอุ่นร้อนกลับเย็นเฉียบไม่ต่างจากนาง อวี้หลันสูดหายใจเข้า ปลายเท้าแตะลงบนพื้นที่เต็มไปด้วยหยาดหิมะ 

 

“ระวัง”เขาเอ่ยเตือน จากนั้นกอบกุมมือขาวบางเอาไว้

 

ไป๋อวี้หลันแย้มยิ้มอ่อนหวาน ชายเสื้อคลุมสีแดงฉานยาวลากประผืนดิน จวนของราชเลขาธิการไป๋มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปนัก เพราะบิดาของนางไม่ใช่แม่ทัพผู้กอบกุมอำนาจทางการทหาร หรือว่าอัครเสนาบดีผู้กุมอำนาจทางการเมือง เขาเป็นเพียงที่ปรึกษาข้างกายโอรสสวรรค์ 

 

แม้นจะไม่ถึงกับมั่งคั่งเช่นขุนนางชั้นผู้ใหญ่คนอื่น ทว่าก็มีกินมีใช้ไม่ขาดตก 

 

“ถวายพระพรท่านอ๋อง พระชายาเพคะ”น้ำเสียงเล็กแหลมของสตรีร่างอวบเอ่ยขึ้น พลางย่อมตัวลงเล็กน้อยไม่ต่างบุตรีและบุตรชายซึ่งยืนอยู่ด้านหลัง อาภรณ์สีสันฉูดฉาดที่สวมลงบนร่างกายคือสิ่งแรกที่สะดุดนาง ตามมาด้วยปิ่นปักผมมากมายบนศีรษะ

 

อวี้หลันขมวดคิ้วเพียงไม่นานก็คาดเดาได้ว่าพวกเขาสมควรจะเป็นใคร หลงเยี่ยชำเลืองมองมาเป็นเชิงให้นางอนุญาตพวกเขาลุกขึ้น ริมฝีปากอวมอิ่มยังคงแย้มยิ้ม ก่อนโบกมือไปมา “ลุกขึ้นเถอะ”

 

“ขอบพระทัยพระชายา ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ”ฮูหยินไป๋ขยับยิ้ม แล้วเหยียดตัวขึ้นเต็มความสูงพร้อมกับบรรดาลูก ๆ ของตน ดรุณีน้อยคนแรกคือ ไป๋ฉิงฮวา หญิงสาววัยย่างสิบสาม เป็นน้องสาวต่างมารดาของไป๋อวี้หลัน ส่วนบุรุษตัวน้อยอีกคนคือ ไป๋หย่งเหอ น้องชายต่างมารดา วัยเพียงสิบเอ็ด พวกเขาต่างสวมใส่อาภรณ์สีแดงฉูดฉาดสมฐานะ

 

นัยน์ตากลมโตของไป๋ฉิงฮวาจดจ้องไปยังร่างสูงสง่าของหลงเยี่ย ก่อนจะตาลงต่ำ ตามข้างแก้มขึ้นสีระเรื่อ เห็นดังนี้นางจึงได้ข้อสรุปในใจเพิ่มขึ้นอีกข้อ ฮูหยินไป๋ซึ่งเห็นอากัปกิริยาของบุตรีรีบเคลื่อนตัวมาบดบังเอาไว้ หญิงวัยกลางคนมองมาที่นางด้วยสายตาอ่อนโยน 

 

“ท่านพี่ไม่ชอบจัดงานใหญ่โตอาจดูไม่สมเกียรติท่านอ๋องและพระชายาไปบ้าง โปรดอภัยให้ด้วยนะเพคะ”

 

จะว่าไปแล้วโดยรอบจวนนั้นไม่ได้ประดับตกแต่งเสียเท่าไหร่ อีกทั้งแขกเรื่อก็แทบจะไม่มี หากไม่บอกว่าเป็นงานวันเกิดของท่านราชเลขาธิการ คงมิต่างจากวันธรรมดาวันหนึ่งเสียกระมัง

 

“ท่านราชเลขาธิการล่ะ”อวี้หลันถามเสียงเรียบ ตั้งแต่เดินเข้ามายังไม่ทันได้เห็นท่านราชเลขาธิการไป๋แม้แต่เงา ตัวละครซึ่งมีบทบาทมากมายในอนาคต การแนะนำและฝากฝังตัวร้ายแก่เขาไว้จะทำให้นางสบายใจ

 

นี่แหละคือจุดมุ่งหมายของวัน

 

“ทูลพระชายาท่านพี่ยืนรอพระชายาและท่านอ๋องอยู่นาน จนเนื้อตัวเย็นเฉียบไปหมด หม่อมฉันเลยขอให้เข้าไปพักอยู่ข้างในเพคะ”ดวงตาดำขลับนั้นทอประกายอ่อนโยน กระทั่งน้ำเสียงยังชวนน่าฟัง ไม่นับรวมอากัปกิริยา เห็นได้ชัดว่าฮูหยินไป๋ไม่ได้มองไป๋อวี้หลันเป็นลูกชัง หรือทำตัวเป็นมารดาเลี้ยงขี้อิจฉา

 

นัยน์ตาดอกท้อทอดมองหญิงวัยกลางคนด้วยความรู้สึกอันยากอธิบาย และในที่สุดก็เริ่มเข้าใจว่าทำไมไป๋อวี้หลันถึงได้ทำตัวห่างเหินไม่ไยดีครอบครัวของตน เพราะบางครั้งเรื่องน่าเจ็บปวดและทุกข์ทนที่สุดก็ไม่ใช่การถูกทอดทิ้ง

 

ทว่ากลับเป็นการต้องยอมรับว่าคนผู้นั้นดีพร้อมจนหาที่ติไม่ได้ ดั่งเช่นฮูหยินไป๋

 

หากฮูหยินไป๋เป็นแม่เลี้ยงร้ายกาจเหมือนในนิยาย ด้วยสติปัญญาของไป๋อวี้หลัน นางคงหากทางจัดการอีกฝ่ายได้ไม่ยาก ทั้งหมดนี่คือความไม่พอใจ 

 

“พระชายาของเปิ่นหวางร่างกายไม่แข็งแรงดีนัก เข้าไปด้านในกันเถอะ”หลงเยี่ยกุมมือของนางเอาไว้แน่น ก่อนจะกึ่งลากกึ่งจับสูงนางเข้าไปในตัวเรือนหลัก โดยมีฮูหยินไป๋และเหล่าลูกชายลูกสาวคอยนำทาง

 

 ฝีเท้าของไป๋ฉิงฮวาหยุดชะลอลง เดินรั้งท้ายมารดาและน้องชาย หางตาของดุรณีน้อยชำเลืองมองหลงเยี่ยเป็นระยะ แต่ตัวร้ายกลับปิดตาข้างหนึ่งทำเสมือนมองไม่เห็น แต่ก็ไม่ได้แสดงความเย็นชาออกไป มีแย้มยิ้มส่งกลับไปบ้างเป็นบางครา และมันเป็นสกิลเฉพาะตัวของพวกตัวร้าย

 

พวกเขาคือสายเฝ้ามองคอยซุ่มเงียบจากนั้นก็ใช้สติปัญญาอันเฉียบแหลมแทงข้างหลังพระเอก ดังนั้นต่อให้คาดหวังเพียงใดเยี่ยนหลงเยี่ย ไม่มีทางแสดงออกว่าไม่สนใจอย่างโจ่งแจ้งแน่นอน เขาจะคำนวณทุกอย่าง จากนั้นก็สรรหาวิธีการเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมาย 

 

คิดได้เช่นนี้ไป๋อวี้หลันโคลงหัวลงครั้งหนึ่ง นึกเวทนาไป๋ฉิงฮวาอยู่ในใจ ยิ่งพอเห็นรอยยิ้มอ่อนโยนจอมปลอมของเยี่ยนหลงเยี่ยแล้ว น้องสาวต่างมารดาของนางก็ไม่ต่างจากตัวน่าสงสารผู้กำลังถูกตัวร้ายปั่นหัว เผื่อเอาไว้ใช้ประโยชน์ในภายภาคหน้า

 

หลงเยี่ยที่เริ่มสังเกตเห็นสายตาของนางรีบกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงร้อนรนเล็กน้อย “เปิ่นหวางไม่ได้สนใจนาง”

 

อวี้หลันพยักหน้า ตัวร้ายและภรรยาของเขามักถูกสร้างมาให้มีสติปัญญาทัดเทียมกัน ทว่าหลงเยี่ยกลับไม่อาจดีความสีหน้าสงบนิ่งของนางออก เขาจึงได้เอ่ยออกมาอีกหนึ่งประโยค “เปิ่นหวางสนใจแค่เจ้า”

 

นางเหลือบมองเขาก่อนพยักหน้าอีกรอบ “หม่อมฉันรู้แล้ว”

 

“แต่เพื่อความมั่นคงของพวกเรา เปิ่นหวางจำเป็นต้องรู้จักวางตัวและคิดให้รอบคอบ”

 

ท้ายที่สุดเพื่อให้ตัวร้ายสบายใจ นางขยับยิ้มกว้างขึ้น แสดงถึงความยินดีให้สามีของตนเองหลอกปั่นหัวน้องสาวต่างมารดา ครานี้เยี่ยนหลงเยี่ยเผยรอยยิ้มบางเบา ก่อนหันไปฉีกยิ้มปั่นหัวไป๋ฉิงฮวาเช่นเดิม

 

โอ้นี่ช่างคล้ายคลึงกับการฉีกยิ้มพอใจให้สามีออกไปแรดนอกบ้าน

 

บัดซบ หรือว่านี่คือการหลอกปั่นหัวนางเพื่อขอใบผ่านทาง !?

 

ไป๋อวี้หลันได้แต่เก็บข้อสงสัยนี้ไว้ในใจ ก่อนพบว่าตนอยู่ในห้องรับรองแขกประจำจวนราชเลขาธิการ การประดับตกแต่งภายในยังเรียบง่ายเช่นเดิม มีเครื่องเรือนเพียงน้อยชิ้นทว่ากลับดูดีมีราคาไม่ใช่น้อย นางทิ้งตัวลงนั่งข้างกายหลงเยี่ย เหล่าสาวใช้ต่างรีบจัดหาของมารับรองแขก

 

ถ้วยชาและขนมมงคลถูกวางลงตรงหน้า ฮูหยินไป๋ยืนมองนางอย่างชั่งใจ หญิงวัยกลางคนคล้ายอยากจะพูดอะไร ทว่าไป๋ฉิงฮวากลับรีบทิ้งตัวนั่งฝั่งตรงข้ามอย่างไร้มารยาท ดรุณีน้อยอาจไม่รู้เสียด้วยซ้ำ นางฉีกยิ้มกว้างอันแสนสดใสแล้วจดจ้องมาที่หลงเยี่ย

 

“ฮวาเอ๋อร์”ผู้เป็นมารดารีบเอ่ยตักเตือนบุตรีเสียงเข้ม หากแต่ไป๋หย่งเหอกลับกระตุกแขนเสื้อของมารดา ก่อนแหงนหน้าขึ้นมองมารดาอย่างเอาแต่ใจไม่ต่างจากไป๋ฉิงฮวาผู้เป็นพี่

 

“ท่านแม่”

 

อวี้หลันกระตุกยิ้มมุมปาก จำได้ว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมาไป๋อวี้หลันถูกพร่ำสอนถึงความเป็นกุลสตรี มารยาทของชนชั้นสูงและต้องใช้ชีวิตในเส้นกรอบของบิดามาโดยตลอด ทว่าน้องสาวและน้องชายของนางกลับไม่เป็นเช่นนั้น พวกเขาถูกเลี้ยงดูด้วยความรักมากมาย 

 

อย่างไรก็ตามนางไม่ใช่ไป๋อวี้หลัน หากเป็นสตรีวัยเกือบสามสิบที่สามารถแยกแยะได้ว่าควรปิดตาข้างหนึ่งหรือจะถือสาให้เป็นเรื่องราวใหญ่ เพราะนางยังต้องฝากฝังตัวร้ายกับบิดา เรื่องเล็กน้อยไม่ควรทำให้เสียการใหญ่

 

นางโบกมือไปมา นัยน์ตาดอกท้อทอประกายอ่อนโยน “นั่งลงเถอะ แม้นเปิ่นหวางเฟยจะไม่นับว่าเป็นบุตรี ทว่าในวันมงคงของบิดาเช่นนี้ จะมากกฎระเบียบไปไย”

 

ไม่ทันจะสิ้นเสียงหวาน ไป๋หย่งเหอรีบทิ้งตัวลงนั่งข้างพี่สาวของตนทันใด อวี้หลันเพียงโคลงหัวลงครั้งหนึ่งพลางยื่นมือออกไปหยิบถ้วยชา กลับกันแล้วเป็นเยี่ยนหลงเยี่ยที่ดูจะเป็นเดือดเป็นร้อนแทนนาง นัยน์ตาคู่คมฉายแววเย็นชาขึ้นชั่วขณะก่อนกลับเป็นดั่งเดิม

 

“ขอบพระทัยพระชายาเพคะ”ฮูหยินไป๋เอ่ยเสียงนุ่มนวล หญิงวัยกลางคนอาจเป็นเพียงผู้เดียวที่รับรู้ถึงความไม่พอใจของตัวร้าย เจ้าของร่างอวบยืนนิ่งไม่กล้าแม้แต่จะขยับเขยื้อน “หม่อมฉันจะเข้าไปตามท่านพี่ให้เพคะ”

 

หลงเยี่ยเลิกคิ้วสูง ดวงเนตรดำขลับแสดงถึงความไม่พอใจ “ไฉนเจ้าของงานถึงไม่ออกมาต้อนรับแขกเรื่อ เปิ่นหวางกับพระชายาฝ่าหิมะมาถึงที่นี้”

 

“ให้หลังมานี้สุขภาพของท่านพี่ไม่ใคร่จะแข็งแรงดีนัก ขอท่านอ๋องและพระชายาโปรดอภัย”รอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงวัยกลางคนเริ่มแข็งค้าง กระนั้นแล้วน้ำเสียงที่เปล่งออกมายังคงนุ่มนวลเช่นเดิม ดวงตากลมโตชำเลืองมองมา อวี้หลันหรี่ตา “พระชายา

 

คล้ายมีบางอย่างส่งผ่านมาทางสายตา ไป๋อวี้หลันวางถ้วยน้ำชาลงก่อนหันไปกล่าวกับตัวร้าย “บิดาไม่สบาย ถึงขั้นไม่อาจออกมาต้อนรับแขกได้ หม่อมฉันควรเข้าไปดูเสียหน่อย”

 

เยี่ยนหลงเยี่ยเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง ทว่านับแต่แรกเริ่มน้อยครั้งนักที่ตัวร้ายจะขัดใจภรรยาของเขา หลงเยี่ยยกยิ้มอ่อนโยนแล้วพยักหน้าครั้งหนึ่ง “เปิ่นหวางจะรออยู่ที่นี้”

 

นางเหลือบมองตัวร้ายเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะก้าวขาตามฮูหยินไป๋เข้าไปด้านใน ปล่อยสามีของตนให้แก่ไป๋ฉิงฮวาได้แทะเล็มชั่วคราว ฝีเท้าของสตรีตรงหน้าไม่ถือว่าเร็วและไม่ถือว่าเชื่องช้า ทั้งยังทิ้งระยะห่างจากนางพอสมควร อวี้หลันกวาดตามองไปรอบด้าน ภาพเหมือนของไป๋ฉิงฮวารวมถึงไป๋หย่งเหอประดับอยู่ตามผนัง

 

นัยน์ตาดอกท้อหลบต่ำลงอย่างครุ่นคิด ไป๋อวี้หลันคือบุตรีผู้ถูกทอดทิ้งโดยสมบูรณ์แบบ ครั้นเงยหน้าขึ้น ปรากฏให้เห็นร่างของบุรุษวัยกลางคนยืนหันหลังอยู่ตรงชั้นหนังสือ ฮูหยินไป๋ขบริมฝีปากแน่นก่อนจะถอยออกไปเงียบ ๆ เหลือทิ้งไว้เพียงนางกับบุรุษที่คาดว่าจะเป็นบิดาของอวี้หลัน

 

“ท่านพ่อ”

 

นางเลือกที่จะยิ้มเท่าที่จะสามารถยิ้มออกมาได้ การสวมใส่หน้ากากเป็นธรรมดาของการเข้าสังคม เรียวขางามขยับเข้าไปใกล้ บางทีอาจจะรับมือกับท่านราชเลขาธิการไป๋ได้ไม่ยาก ทว่าด้วยสติปัญญาที่เฉียบแหลมของบิดาก็คงทำให้นางประมาทไม่ได้

 

ไป๋หลัวซานหมุนตัวกลับมาหานาง นัยน์ตาของบัณฑิตผู้ทระนงนั้นแสนเรียบเฉย ไม่ต่างจากน้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยออกมา “อวี้หลัน”

 

“ฮูหยินไป๋บอกว่าท่านไม่ค่อยสบาย”ปลายเท้าของนางหยุดลงเว้นระยะห่างเอาไว้พอประมาณ “ท่านอ๋องรู้สึกเป็นห่วง ถึงได้ยินยอมให้ลูกมาพบท่าน”

 

อวี้หลันเลือกจะยกย่องตัวร้ายต่อหน้าบิดา จากการที่เยี่ยนหลงเยี่ยใช้น้ำเสียงไม่พอใจเอ่ยขึ้นเมื่อครู่ นางก็พอจะคาดเดาได้แล้วความสัมพันธ์ระหว่างพ่อตากับลูกเขยไม่ได้ดีนัก แต่นั่นก็ไม่ได้แปลกอะไร ในเมื่อไป๋หลัวซานนั้นยืนข้างโอรสสวรรค์ ข้างพระเอกของเรื่อง พวกเขาจะไม่ถูกกันย่อมไม่แปลก

 

ทว่าทุกสิ่งที่นางรู้เป็นเพียงเนื้อหาในนิยาย บัดนี้ทะลุมาแล้วย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงและแก้ไขได้ตามสมควร 

 

หลงเยี่ย

 

“ปรกติแล้วเจ้าไม่เคยพูดถึงท่านอ๋องต่อหน้าข้า”น้ำเสียงของบิดาราบเรียบและเฉยชา ดวงตาที่เคยทอดมองเพียงความถูกต้องกำลังจ้องมองมา ไล่สำรวจไปทั่วทั้งร่างกายของนาง “ล้มป่วยคราก่อนทำเจ้าเสียสติงั้นหรือ”

 

ไป๋หลัวซานที่นางรู้จัก คือบุรุษผู้เลือกความถูกต้องมากกว่าสิ่งใด เขาสามารถเป็นปรปักษ์กับตัวร้ายที่เคยเป็นถึงอดีตลูกเขย เพียงเพราะความถูกต้อง ในบทหนึ่งของหน้านิยาย ไป๋หลัวซานเคยกล่าวไว้ว่า ตัวเขาเลือกองค์จักรพรรดิเพียงเพราะว่าองค์จักรพรรดิคือความถูกต้อง

 

“ได้ยินว่าเจ้าเลิกสวดมนต์และคัดพระคัมภีร์”

 

“ลูกเพียงแค่มีอะไรต้องทำ จัดการดูแลความเรียบร้อยในจวน จึงละเว้นการสวดมนต์เป็นบางวัน”มันคือการการโกหกคำโต หากนางกลับมีสกิลในด้านพวกนี้มากเสียจนน่าชัง นัยน์ตาดอกท้อหม่นแสงลง ริมฝีปากอวบอิ่มลอบเหยียดยิ้ม “คำสอนของท่าน ลูกจดจำได้เป็นอย่างดี ใต้หล้านี้ความถูกต้องถือเป็นที่สุด”

 

เพียงเท่านี้ใบหน้าที่เริ่มมีรอยเหี่ยวย่นของบุรุษก็ปรากฎรอยยิ้มพึงพอใจ ขณะเดียวกันนางก็ได้ค้นพบความจริงอีกข้อ ความต้องการรวมถึงความปรารถนาบางอย่างในตัวของไป๋อวี้หลัน ฉายชัดในดวงตาคู่นั้น 

 

บางทีแล้วในสายตาของไป๋หลัวซาน ไป๋อวี้หลันอาจเป็นเพียงบางสิ่งที่เขาต้องการใช้ประโยชน์ก็ได้ คำถามแรกที่เอ่ยขึ้นกับลูกสาวขี้โรคกลับมิใช่การถามไถ่อาการป่วย ทว่ากลับเป็นการถามถึงพฤติกรรมนอกเส้นกรอบ

 

ไป๋หลัวซานคือบุรุษมากสติปัญญา กระนั้นเขายังเป็นคนที่ยึดมั่นในความคิดของตนอย่างถึงที่สุด เพื่อความยึดมั่นนั้นไป๋หลัวซานอาจจะไม่สนใจสิ่งใดเลยก็ได้

 

เอาเถอะ นี่ไม่ใช่สิ่งที่เกินความคาดหมายเท่าไหร่นัก

 

ท่านราชเลขาธิการไป๋คล้ายตระหนักถึงการกระทำของตน ด้วยสติปัญญาอันเฉียบแหลมของอีกฝ่ายการแก้ไขสถานการณ์น่าอึดอัดนี่ไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด ฝ่ามือหนากว่ายกขึ้นลูบหัวนาง พลางเอ่ยถามไถ่ด้วยความห่วงหา “ว่าแต่อาการป่วยเป็นเช่นไรบ้าง”

 

อวี้หลันเงยหน้าขึ้นสบตาบิดา การเสนอขายตัวร้ายต่อไป๋หลัวซานยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง “ท่านอ๋องดูแลหม่อมฉันอย่างดี”

 

บุรุษวัยกลางคนชะงักค้างไปครู่หนึ่ง แล้วกล่าวออกมาสั้น ๆ “เช่นนั้นก็ดี”

 

ถ้าในอนาคตเยี่ยนหลงเยี่ยคือตัวร้ายผู้ถูกมองว่าเป็นความไม่ถูกต้องในสายตาของไป๋หลัวซาน บางทีคนผู้นี้อาจต้องการใช้ไป๋อวี้หลันเป็นหูเป็นตาให้ก็ได้ ยิ่งพอเห็นรอยยิ้มอ่อนโยนจอมปลอมซึ่งพยายามฉีกไปถึงใบหูแล้ว นางอดไม่ได้เลยที่จะแค่นยิ้ม แล้วปิดตาลงข้างหนึ่ง 

 

หรือว่าไป๋อวี้หลันอาจจะรู้เรื่องพวกนี้

 

แต่ก็นะ ไป๋หลัวซานที่นางได้สัมผัสถึงในวันนี้ น่าผิดหวังไม่น้อยเลยทีเดียว

 

.

.

.

 

เมื่อกลับออกมาอีกครั้ง ด้านนอกกลับไม่มีแม้แต่เสียงพูดคุยหรือหัวเราะ ตัวร้ายได้กลับกลายเป็นพวกมนุษยสัมพันธ์ย่ำแย่ไปชั่วขณะ แม้นว่าเขาจะฉีกยิ้มตอบโต้ไป๋ฉิงฮวาอยู่บ้างก็ตาม อวี้หลันสูดหายใจเข้าช้า ๆ เสียงฝีเท้าของนางแผ่วเบา ทว่าหลงเยี่ยกลับสังเกตเห็นในทันที

 

ตัวร้ายขยับลุกขึ้นแล้วเดินตรงมาที่นางไม่ได้จากสุนัขพบเจอเจ้าของ ไป๋อวี้หลันแย้มยิ้มอ่อนหวาน “กลับกันเถอะ”

 

หลงเยี่ยไล่สายตาสำรวจนางครั้งหนึ่งแล้วไม่พูดอะไรอีก ตัวร้ายและภรรยาของเขาต่างเลือกเมินเฉยต่อฮูหยินไป๋ผู้ทำหน้าที่ส่งแขก พวกเขาก้าวออกไปนอกตัวเรือน โดยไม่สนใจอะไรแม้แต่น้อย 

 

“บิดาของเจ้าเป็นอย่างไร”เยี่ยนหลงเยี่ยถาม พลางชำเลืองมองภรรยาของตนเป็นระยะ 

 

“บางทีท่านอาจจะอยากถามว่าหม่อมฉันคุยอะไรกับเขามากกว่า”นางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าครึ้มเมฆและหยาดหิมะที่โปรยลงมา ปลายเท้าของหลงเยี่ยหยุดชะงักไปชั่วขณะ ก่อนตัวร้ายจะฉีกยิ้มอ่อนโยนของเขาแล้วเร่งฝีเท้าขนาบข้างนางดั่งเดิม

 

ไป๋หลัวซานมีสติปัญญาเฉียบแหลมก็จริงอยู่ ทว่าเยี่ยนหลงเยี่ยเองก็ฉลาดเป็นกรด มีหรือพวกเขาจะคาดเดาความต้องการของกันและกันไม่ออก ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาร้าวราน หรือเกิดปัญหาในภายภาคหน้า การแสดงออกถึงความจริงใจนับเป็นตัวเลือกที่ดี

 

จะอย่างไรไป๋อวี้หลันนับว่าแต่งให้กับตัวร้าย ต่อให้ท่านราชเลขาธิการคนนั้นคือบิดา แต่ตอนนี้นางเป็นภรรยาของตัวร้าย ไม่ว่าจะเช่นไรนางถูกจัดให้อยู่ฝั่งตัวร้ายเรียบร้อย

 

“หม่อมฉันคิดว่าบางทีบิดาอาจต้องการใช้หม่อมฉันเป็นหูเป็นตา เป็นเครื่องมือจับตามองท่าน”อวี้หลันกล่าว ก่อนสูดหายใจเข้าเต็มปอดอีกรอบ “วันนี้หม่อมฉันพยายามเสนอขายท่านกับบิดา แต่ดูท่าจะไม่เป็นผล”

 

“อวี้หลัน

 

“บิดาไม่ได้ถามอะไรมาก ทั้งหม่อมฉันเองก็ไม่ได้ตอบอะไรไปมากเช่นกัน”น้ำเสียงหวานขาดห้วงไป ยามสามีของตนออกแรงดึงรั้งเรียวแขนบอบบางเอาไว้ นัยน์ตาคู่คมสบเข้ามาภายใน เยี่ยนหลงเยี่ยยืนอยู่ตรงหน้า ด้วยระยะห่างอันน้อยนิด จากนั้นเริ่มลูบหัวนาง 

 

“ไม่ต้องพูดแล้ว”

 

และเหมือนว่าหลงเยี่ยจะยังไม่อาจตีความนางออกได้เช่นเดิม อวี้หลันเขย่งตัวขึ้น ฝ่ามือเย็นเฉียบทาบลงบนข้างแก้มของตัวร้าย “ต่อให้พูดมากไปกว่านี้ หม่อมฉันก็ไม่เป็นไร”

 

“หมายความว่าอย่างไร”หลงเยี่ยขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ราวกับว่าเขากลายเป็นตัวโง่งม เห็นดังนี้นางจึงเปล่งเสียงหัวเราะดังลั่น พลางแย้มยิ้มกว้างอันแสนว่างเปล่าออกมา 

 

“ครั้งหนึ่งหม่อมฉันเคยเจ็บปวดอย่างท่วมท้นกับการรักคนที่ไม่ไยดีหม่อมฉันมาก่อน เขาเป็นเหมือนเคราะห์กรรม”

 

 

“ดังนั้นตอนนี้หม่อมฉันจะเลือกไยดีเพียงคนที่ไยดีหม่อมฉัน ส่วนคนอื่นนั้นจะเป็นอย่างไรย่อมไม่สำคัญ”จากนั้นนางกลายเป็นฝ่ายโอบกอดตัวร้ายด้วยตนเอง หลงเยี่ยดูสับสนมึนงงในอ้อมแขนของนาง ก่อนจะกอดตอบภรรยาของเขาในที่สุด “หลงเยี่ย ในอนาคต ท่านจะได้พบกับคนที่เหมือนเป็นเคราะห์กรรม”

 

“เคราะห์กรรมอันใด”

 

“ท่านต้องจำเอาไว้ให้ดี อย่าได้รักผู้อื่นจนลืมถนอมตนเองเด็ดขาด เพราะพวกเขาต่างไม่ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดของท่าน”

 


.

.

.


สำหรับอะไรที่งงไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ มีเฉลยทุกอย่างในเนื้อเรื่อง ไรท์แบ่งเป็นสามพาร์ท ปมพาร์ทแรกจะเฉลยในพาร์แรกไม่ค้างคาแน่นอนค่ะ







“ไรท์ผู้กอดขวดกาว”

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.667K ครั้ง

93 ความคิดเห็น

  1. #6271 Strawberrya_a (@Strawberrya) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:54
    แรดนอกบ้าน5555 ด่าแรงมาก
    #6271
    0
  2. #5150 Cafe'Mint (@mymini) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 20:50
    สับสนตรงที่พ่อของไป๋อวี้หลัน เพราะอะไรถึงไม่ถูกกับหลงเยี่ย
    #5150
    0
  3. #5070 T--dZ (@lllvioletlll) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 23:31

    นางดูดราม่าม้ากมากก


    ต้องมีแผลอะไรสักอย่างแหงๆ

    #5070
    0
  4. #5012 C_chadarat (@C_chadarat) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 21:20
    ทำไมหน่วงจัง แง๊ //ไรต์แต่งดีมากเลย ทำให้เข้าถึงความรู้สึกของตัวละครเลยค่า สู้ๆน๊า
    #5012
    0
  5. #4765 โอเคนะ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 09:37

    ใช้คำว่าอวบพร่ำเพรื่อเกินไปนิด ไม่จำเป็นต้องขึ้นประโยคด้วยคำนี้ก็ได้ คนใช้ก็อวบแม่เลี้ยงก็อวบ ร่างอวบตลอด

    #4765
    0
  6. #4125 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 02:11
    หลงเสี่ยมี่นางเคยพูดถึงมั้ย พ่อนางก็ไม่คิดจะสนใจเลย เหอะ ต่อไปก็สนใจแค่ตัวร้ายก็พอนะ
    #4125
    0
  7. #2923 halongbay (@lompe) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 02:15
    เป็นการเขียนที่สวยงามมากค่ะ ประโยคสุดท้ายประทับใจมาก ๆ เลย
    #2923
    0
  8. #2474 nanar1117 (@nang23) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 12:15
    อยากกอดหลงเยี่ยด้วยย นางเป็นห่วงหลงเยี่ยจริงๆนะ รักนางงง
    #2474
    0
  9. #2405 รัณฌา (@mymacam) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 03:34

    น้ำตาจะไหล

    #2405
    0
  10. #2371 まなみ. (@augusnova) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 01:27
    ชอบมากที่ว่า เพราะพวกเขาไม่ได้มารับรู้ความเจ็บปวดของท่าน
    #2371
    0
  11. #2100 Pooyai (@thratcha) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 23:52
    เข้าใจยาก
    #2100
    0
  12. #1919 siranyaa_jeen (@siranyaa_jeen) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 20:49
    เราจะกอดขวดกาวไปด้วยกันค่ะไรท์ อะหุๆ
    #1919
    0
  13. #1751 mano26282331 (@mano26282331) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 13:12
    ช่วงนี้ไรท์เมากาวใช่ไหม
    #1751
    0
  14. #1612 kulyasalin2 (@kulyasalin2) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 19:46
    รีดก็คงร่วมวงกอดขวดกาว.....วนไป
    #1612
    0
  15. #1584 Horizon_right (@Horizon_right) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 19:00
    ขอโทษนะคะไรท์ ที่อ่านขวดกาวเป็นขวดขาว ก็ว่าอยู่มันแหม่งๆ ฮืออ
    #1584
    0
  16. #1543 yanan (@tpyanan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 15:07
    ที่แท้เพราะขวดกาวนี้เอง ข้ายอมข้ามความงงไปก่อนก็ได้
    #1543
    0
  17. #1465 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 10:32
    กอดขวดกาวด้วยกันนะคะแงงง
    #1465
    0
  18. #1232 AnoMaMa (@AnoMaMa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 16:22
    เราจะกอดขวดกาวไปด้วยกัน?
    #1232
    0
  19. #1229 uๅuะ~* (@sweetmafia) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 03:59
    เข้าใจผิดมาตลอดนึกว่าขวดนม ที่แท้มันคือขวดกาว
    #1229
    0
  20. #1207 baikhau (@baikhau) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 22:53
    กอดขวดกาวไปพร้อมกับไรท์
    #1207
    0
  21. วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 21:28

    รอออออออออ...อย่างสนุกอ่ะ
    #1197
    0
  22. #1194 enthalia (@enthalia) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 20:19
    รอออค่า
    #1194
    0
  23. #1193 J_may (@Jitta_may) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 20:12
    ไรท์คร้าาาา มาต่อทีเถิด พลีสสสสสส
    #1193
    0
  24. #1192 somnina (@pratchayaporn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 19:58
    เนื้อเรื่องดูโอเคเลย สุขนิยมคือเยี่ยงไรกันแน่รึ? รอเน้อ
    #1192
    0
  25. #1191 iloveyg2 (@IloveYG) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 18:07
    งั้งต้องอ่านอีกนานกว่าปมจะเฉลยอะดิ
    #1191
    0
เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น