ภรรยาของตัวร้าย [ลวง] สนพ.เฟยฮุ่ย

  • 200% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 684,888 Views

  • 6,308 Comments

  • 14,006 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    63,895

    Overall
    684,888

ตอนที่ 15 : บทที่สิบสี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41655
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4267 ครั้ง
    16 ธ.ค. 61

ตำหนักบูรพาซึ่งปรกติเคยเงียบเหงากลายเป็นที่กบดาน หมิงอี้เหอและเยี่ยนหลงเยี่ยกำลังรวมตัวกันทำอะไรบางอย่าง นับตั้งแต่พบทีมคุณพระเอกครานั้น มันก็เป็นเช่นนี้ราวสิบกว่าวันเห็นจะได้ เหล่าตัวร้ายต่างรวมหัวกันเพื่อเตรียมตัวทำบางสิ่ง และพวกเขาไม่เคยบอกนางว่าจะทำสิ่งใด ดังนั้นไป๋อวี้หลันจึงได้แต่ยกมือเท้าค้าง ใช้สายตาเรียบเฉยจดจ้องพวกเขาเนิ่นนาน

 

สตรีถูกกำหนดบทบาทไว้อย่างชัดเจนได้ยุคโบราณ แม้หลงเยี่ยจะไม่ได้เอ่ยปากถึงเรื่องพวกนี้ให้เสียน้ำใจนาง ทว่าเขากลับเลือกปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมา

 

นัยน์ตาดอกท้อกวาดมองไปตามตัวอักษณเลือนรางบนผืนกระดาษ ความสงบสุขกลายเป็นเพื่อนข้างกาย อาจเพราะเยี่ยนหลงเยี่ยรู้ดีว่าควรทำอย่างไรเพื่อรักษาความสงบสุขในตำหนักบูรพา นางถึงได้มีเวลามากมายขนาดเขียนนิยายเอาไว้หลายเรื่อง

 

ไม่รู้ว่าตอนนี้ห่านฟางหรงจะเป็นเช่นไร การที่ตัวร้ายไม่ไปค่ายทหารมานานเกือบครึ่งเดือน ความพยายามมากมายของคุณหนูห่านย่อมนับว่าเปล่าประโยชน์ จะว่าไปแล้วไป๋หลัวซานก็ยังไม่ได้ตอบจดหมายของนางกลับ

 

ไป๋อวี้หลันเงยหน้าขึ้นเผลอสบเข้าไปในดวงเนตรดำขลับของหมิงอี้เหอ เสี่ยวมาวที่นอนอยู่บนตักอุ่นส่งเสียงคราง ปลายหางสะบัดไปมาอย่างน่าชัง เป็นจังหวะเดียวกันที่หลงเยี่ยขยับลุกขึ้นไปเก็บม้วนตำราด้านหลัง นางหรี่ตาลงเล็กน้อย ริมฝีปากขยับยิ้มบางเบา

 

“หลายวันเปิ่นไท่จื่อเฟยนำเรื่องพวกนั้นกลับไปคิด แม้นจะบอกว่านั่นเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบขององค์ชายรองจึงได้พลั้งปากออกไป”ฝ่ามือบอบบางลูบไปตามเรือนขนนุ่มฟูดุจปุยฝ้าย ก่อนก้มมองเจ้าตัวขน แล้วกล่าวเสียงเรียบเฉย “ทว่าองค์ชายรองนับมีสติปัญญาเฉียบแหลม กระทั่งมหาบัณฑิตยังมิกล้าทักทวงฝ่าบาทต่อหน้าพระพักตร์”

 

องค์ชายสี่ เยี่ยนหลงรุ่ย ผู้นั้นก็หาได้หาญกล้าขนาดตำหนิองค์ไท่จื่อ ตัวร้ายฉลาดเป็นกรด แน่นอนว่าเขาต้องรู้ดีถึงความผิดปรกติพวกนี้ก่อนหน้านาง

 

หมิงอี้เหอยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาใต้กรอบแว่นเต็มไปด้วยเฉยชา “เขาเป็นองค์ชายสายตรง มีอำนาจหนุนหลัง และเขาเป็นภัยต่อตำแหน่งองค์ไท่จื่อ เพียงประโยคเดียวของเขาทำเสมือนองค์ไท่จื่อเป็นเด็กน้อย เยี่ยนหลงเสวี่ยคือภัยร้าย”

 

“ภัยร้าย”ไป๋อวี้หลันพึมพำกับตนเอง ในนิยายที่นางอ่านผ่านมุมมองของเหล่าพระเอก เยี่ยนหลงเยี่ยเปรียบเสมือนภัยร้ายซึ่งคอยยุแยง บดขยี้ทีมตัวเอกทั้งหลายอย่างไร้ความปราณี อาจเป็นความลำเอียงที่นักเขียนไม่ได้บรรยายเนื้อเรื่องฝั่งตัวร้ายเอาไว้มากมายอะไร

 

“นั่นไม่ใช่ส่วนสำคัญที่สุด เยี่ยนหลงเสวี่ยเคยเป็นเพียงตัวประกอบฉากในสายตาขององค์ไท่จื่อ”แม่ทัพหมิงขยับแว่น พลางตบมือเรียยกเสี่ยวมาวไปหาตน “แต่ถ้าเขาล้ำเส้นมากเกินไปนั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

 

ชั่วขณะนางรู้สึกตกตะลึงในความรอบคอบของเหล่าตัวร้าย เพียงหนึ่งประโยคของคุณพระเอก พวกเขาต่างรวมหัวกันเพื่อขบคิดแนวทางแก้ไขมากมาย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเยี่ยนหลงเสวี่ยถึงได้พลาดพลั้งหลายต่อหลายครั้ง ขณะที่เขาหลงใหลในตัวฟ่านหางหรง ตัวร้ายได้คิดแผนการเพื่อเขาไว้มากมาย

 

ราวกับว่านางยืนอยู่ตรงกลางระหว่างเส้นแบ่ง อวี้หลันอ่านนิยายเรื่องนี้มุมมองของพระเอกมา เหตุนี้นางจึงพอเข้าใจในความคิดรวมถึงความรู้ของเขา ทว่าตอนนี้นางกลายเป็นภรรยาของตัวร้าย และอยู่ข้างกายหลงเยี่ย แน่นอนว่าต่อให้เยี่ยนหลงเยี่ยเป็นตัวร้าย แต่เขาคือสามีของนาง

 

นางย่อมไม่ลังเลที่จะเลือกเขา

 

“ถ้าองค์ชายรองมีความเหมาะสมถึงเพียงนี้ ไฉนฝ่าบาทถึงไม่แต่งตั้งเขาเป็นองค์ไท่จื่อ”

 

ไร้ซึ่งคำตอบใดในคำถามของนาง หมิงอี้เหอเพียงแหงนหน้าขึ้น ทอดมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ ก่อนปรายตามองนางเล็กน้อย ช่างประจวบเหมาะกับเยี่ยนหลงเยี่ยซึ่งก้าวขาออกมาพอดี ปลายเท้าของเขาหยุดนิ่ง กวาดมองภรรยาสลับกับสหาย

 

“มีอะไรกัน”

 

หมิงอี้เหอแค่นยิ้ม พลางส่ายหน้าเช่นเดียวกับนาง กระนั้นริมฝีปากของเขากลับขยับเป็นถ้อยคำไร้เสียง นัยน์ตาของนางพลันเรียบเฉยขึ้นมา จนตัวร้ายสังเกตได้ถึงความผิดปรกติ เยี่ยนหลงเยี่ยเคลื่อนตัวมาใกล้ และนางทำได้แค่แหงนหน้าขึ้นมองเขา ดวงหน้าคมคายประดับไว้ซึ่งรอยยิ้มอบอุ่น

 

ผลประโยชน์

 

“หลงเยี่ย หม่อมฉันเลือกท่านเป็นคนแรกเสมอ”

 

.

 

.

 

.

 

ปลายฤดูใบไม้ร่วงต้นฤดูหนาว เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พระสนมเสียนเฟยจากไป เยี่ยนหลงเยี่ยซึ่งรักมารดาของเขามาก ย่อมต้องตระเตรียมทุกอย่างเอาไว้ด้วยตนเอง ใช่ แล้ว ด้วยตนเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนาง ตัวร้ายมักใช้เวลาทั้งวันเพื่ออยู่กับมารดาของเขาเพียงลำพัง และกลับมาเพื่ออยู่กับนาง

 

นางปลดเสื้อคลุมตัวนอกของเขาออก ก่อนส่งมันให้กับหลี่กงกงเป็นผู้จัดการ เรือนผมของหลงเยี่ยดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย รอยยิ้มอ่อนโยนประดับอยู่ไม่เลือนหาย อวี้หลันแย้มยิ้มหวาน จับจูงเขาเข้าไปด้านใน เพื่อเป็นการเอาอกเอาใจตัวร้าย

 

ไป๋อวี้หลันสวมอาภรณ์สีฟ้ากระจ่างปักลายดอกเบญจมาศ เส้นผมยาวสลวยเกล้าเป็นมวยมักด้วยปิ่นหยก ริมฝีปากแต่งแต้มสีชาดไม่ต่างจากหยาดโลหิต มือข้างหนึ่งถือจอกสุรา ส่วนอีกข้างยกขึ้นทาบบนข้างแก้มเย็นเฉียบของสามี

 

“หม่อมฉันไม่อยากตำหนิท่านถึงเรื่องเดิม แต่พระสนมเสียนเฟยย่อมรู้สึกไม่สบายใจแน่ หากคิดว่าท่านจะล้มป่วยลงเพียงเพราะไปนอนข้างหลุมศพอยู่ค่อนวัน”อวี้หลันเอ่ยเสียงเรียบ บังคับให้เจ้าของร่างใหญ่กว่าทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้านหน้า ดวงตาคู่คมของเขาแดงก่ำเหมือนทุกครั้ง

 

“ข้ากับเสด็จแม่จากลากันไม่ดีนัก ไร้ซึ่งคำล่ำลา”ตัวร้ายเริ่มงอแง ฝ่ามือเย็นเฉียบขนาบข้างแก้มขาวเนียนของภรรยา พลันหยาดน้ำตาไหลอาบลงมาเงียบ ๆ “มีเพียงหยาดน้ำตาของข้าที่ไหลลงมา ทั้งเสด็จพ่อเองก็ไม่ได้จัดงานศพของเสด็จแม่สมฐานะ เป็นการจัดงานเล็ก ๆ ของสนมขั้นผิน”

 

รายละเอียดเกี่ยวกับพวกตัวร้ายมีไม่มากนัก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องราวของพระสนมเสียนเฟย อวี้หลันเพียงยืนนิ่งรับฟังเขา หาได้เช็ดน้ำตาที่หลังไหลไม่หยุด ตัวร้ายมีปัญหาเกี่ยวกับครอบครัวของเขาชัดเจน หาไม่แล้วเขาคงเข้าพวกกับเหล่าน้องชาย ทว่าเยี่ยนหลงเยี่ยตีตัวออกห่างทุกคน

 

“อวี้หลัน เจ้าเคยบอกว่าคนอื่นต่างไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดของข้า ทว่าน้ำตาของข้ากลับยังไหลไม่หยุด”

 

นางปาดน้ำตาของเขาออก แล้วกล่าวสั้น ๆ ด้วยเสียงอ่อนโยน “หม่อมฉันใส่ใจท่าน”

 

ได้ยินเช่นนี้เด็กน้อยหลงเยี่ยจึงร้องไห้ไม่หยุด และดูเหมือนว่าจะหนักกว่าทุกปี ชายอาภรณ์เพียงชื้นไปด้วยหยาดน้ำตา ฝ่ามืออบอุ่นลูบไปตามแผ่นหลังที่สั่นไหว ไป๋อวี้หลันหรี่ตามองแสงเทียนวูบไหว พลางยกจอกสุราขึ้นจรดริมฝีปากแล้วกลืนลงไป

 

ณ เวลา เยี่ยนหลงเยี่ย เขาไม่ใช่ตัวร้าย เขาเป็นเพียงแค่สามีของนาง ผู้ซึ่งกำลังร้องไห้มิต่างจากเด็กน้อย

 

.

 

.

 

.

 

เยี่ยนหลงเยี่ยเป็นคนมีความรับผิดชอบสูงและรู้หน้าที่ของตนเป็นอย่างดี ดังนั้นในเช้าวันต่อมาเขาจึงได้กลับมาเป็นปรกติอีกครั้ง ตัวร้ายฉีกยิ้มสดใสราวกับว่าไม่เคยมีเรื่องใดเกิดขึ้นมาก่อน เช่นเดียวกับนาง ริมฝีปากอวบอิ่มยกยิ้มอ่อนหวาน พลางสวมกอดเขาจากทางด้านหลัง

 

“หลงเยี่ย

 

เขายกมือกอดตบนาง ความอบอุ่นจากร่างสูงใหญ่แทรกซึมผ่านอาภรณ์ หลงเยี่ยกดจูบลงกลางหน้าผากกลมมนของภรรยา เรียวนิ้วเย็นเฉียบไล้ไปตามข้างแก้ม พลางเอ่ยเสียงนุ่มนวล “วันนี้ข้าจำเป็นต้องเข้าวัง อาจกลับช้ากว่าปรกติ”

 

เมื่อก่อนนางเคยถามเขาว่าเป็นอย่างไร เพราะรู้ดีว่าเยี่ยนหลงเยี่ยเข้มแข็งกว่าที่ใครคิดเอาไว้มาก เขาไม่มีทางแสดงออกถึงความอ่อนแอเฉกเช่นคืนก่อน ดังนั้นแรกเช้าอันแสนสดใส ภรรยาของเขาจึงขยับยิ้มกว้าง ลืมเลือนเรื่องราวแต่ก่อนเก่าไปจนหมดสิ้น

 

“สภาพอากาศเริ่มเย็นลงแล้ว ท่านควรใส่เสื้อนอกให้หนาขึ้นอีกหน่อย”นัยน์ตาดอกท้อไล่สำรวจไปทั่วร่างกายของเขา ก่อนเดินไปหยิบเสื้อคลุมขนสัตว์ตัวหนาที่เฉียวฮุ่ยเป็นผู้จัดเตรียมมาให้ แล้วสวมลงบนเรือนร่างกำยำ หลงเยี่ยจดจ้องทุกการกระทำของนาง “หม่อมฉันจะให้โรงครัวต้มน้ำแกงเอาไว้”

 

ตัวร้ายเป็นเด็กดีเสมอยามอยู่กับนาง หลงเยี่ยพยักหน้าครั้งหนึ่ง พลางกระชับเสื้อคลุมขนสัตว์ให้แน่นขึ้น ท่ามกลางความพึงพอใจของภรรยา เรียวขางามขยับถอยหลังไปสองก้าว ไล่สำรวจกายสามีอีกรอบ ครั้นเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี จึงได้วางใจ

 

ชั่วขณะนางคิดว่านี่ค่อนข้างแปลกประหลาดอยู่เล็กน้อย นัยน์ตาเผลอสบเข้าหากัน แลเห็นซึ่งความรู้สึกบางอย่างยากอธิบายเจืออยู่ในนั้น บางทีนางควรพูดอะไรออกไปสักประโยค ทว่าเยี่ยนหลงเยี่ยคงไม่ยินดีนัก นอกจากฉีกยิ้มแล้วนางอาจโคลงหัวลงสักหน่อย

 

แต่นั่นดูบ้าบอและไร้แก่นสารเกินไปว่าไหม ?

 

สมองของนางคล้ายประมวลผลไม่ได้ ไป๋อวี้หลันกัดปาก ก่อนหลบตาลงต่ำ ท่ามกลางความสงสัยและงุนงงมากมายจากเขา พริบตาหนึ่งดวงหน้างดงามขึ้นสีแดงระเรื่อ ราวเขินอายบางสิ่ง นางสูดหายใจเข้าช้า ๆ รวบรวมสติอันน้อยนิด สาบานว่านางไม่ได้เมากาว ทั้งที่ไม่มีอะไรน่าเขินอาย หากเมื่อคิดว่า

 

“หลงเยี่ย”อวี้หลันแหงนหน้าขึ้นมองสามี

 

เยี่ยนหลงเยี่ยเลิกคิ้วสูง มือหนากว่าลูบไปตามเรือนผมของนาง “มีอะไร”

 

ท้ายที่สุดแล้วนางก็ยังไม่ยอมตอบอะไร นอกเสียจากส่ายหน้าไปมา ทำตัวราวกับหมูในเล้า แสนโง่เขลาไร้ซึ่งสติปัญญา แต่เหมือนว่าตัวร้ายจะไม่ได้ว่าอะไร ทั้งยังพยายามจะตีความหมายในภาษากายบ้าบอของภรรยา หลงเยี่ยขมวดคิ้วก่อนตัดสินใจส่ายหัวไปพร้อมกับนาง

 

และมันช่างไร้สาระที่สุด

 

.

 

.

 

.

 

เฉียวฮุ่ยคิดว่าไท่จื่อเฟยอารมณ์ดีกว่าทุกวัน สังเกตได้จากรอยยิ้มซึ่งระบายอยู่ทั่วทั้งใบหน้า ทั้งยังมีเสียงเพลงซึ่งถูกเปล่งออกมาจากลำคอระหง นัยน์ตาดอกท้อทอประกายสดใส ก่อนกระโดดลงมาจากราวบันได ทำเอาเหล่าข้ารับใช้ใจหายวาบ นางกำนัลร่างอวบเบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนก รีบตรงเข้าไปดูอาการของนายหญิงเป็นการใหญ่

 

“ไท่จื่อเฟยเป็นอะไรไหมเพคะ”

 

ไท่จื่อเฟยโบกมือไปมาแทนคำตอบ แล้วกอดม้วนตำราแน่น เรียวขางามขยับผ่านร่างของนางไปราวกับธาตุอากาศ เฉียวฮุ่ยยกมือปาดเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายทั่วไปหน้า นี่ค่อนข้างผิดปรกติเกินไป ไท่จื่อเฟยที่นางรู้จักไม่มีทางกระโดดลงจากบันไดไม้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการฉีกยิ้มราวคนไร้สติ

 

คิดได้ดังนี้เฉียวฮุ่ยรีบสาวเท้าเดินตามอย่างว่องไว ขณะที่นายหญิงคนงามแห่งตำหนักบูรพากำลังทิ้งตัวลงนั่ง สองขางามเหยียดออกมาอย่างเกียจคร้าน นางสูดหายใจเข้าช้า ๆ เป็นอีกวันที่ต้องรวบรวมสติมากกว่าเคย ทว่าก่อนที่จะได้เอ่ยอะไรออกไป ร่างเล็กของนางกำนัลน้อยก้าวเข้ามาด้านใน

 

ไป๋อวี้หลันละสายตาจากม้วนตำรา จ้องมองใบหน้าของผู้มาใหม่ หยาดเหงื่อผุดพรายไหลมาตามไรผม ทั้งยังมีท่าทีกระอักกระอ่วม เฉียวฮุ่ยยังเป็นข้ารับใช้เพียงคนเดียวที่รู้ใจ อีกฝ่ายรีบเดินไปถามความจากนางกำนัลน้อยมาให้นางอย่างรวดเร็ว

 

สีหน้าของเฉียวฮุ่ยพลันเฉยชาขึ้นทันตาเห็น อวี้หลันวางม้วนตำราลง ก่อนถามเสียงราบเรียบ “เกิดอะไรขึ้น”

 

เฉียวฮุ่ยเดินมาหานางด้วยจังหวะฝีเท้าตามปรกติ พลางย่อตัวลง “กราบทูลไท่จื่อเฟย คุณหนูห่านมาเพคะ”

 

อย่างไรก็ตามนางเพียงเลิกคิ้วสูง ริมฝีปากเผยออกเป็นรอยยิ้มหวานหยดที่เหล่าข้ารับใช้ต่างไม่เข้าใจ เฉียวฮุ่ยเริ่มวิตกกังวลถึงอาการผิดปรกตินี่ของเจ้านาย ทว่านางกำนัลร่างอวบหรือจะกล้าทูลถาม อวี้หลันโคลงหัวลงครั้งหนึ่ง ปลายนิ้วลงบนอาภรณ์สีเขียวอ่อน

 

“บอกให้คนจัดเตรียมชาและขนมต้อนรับแขก”

 

“เพคะ”

 

.

 

.

 

.

 

เป็นครั้งแรกที่ไป๋อวี้หลันได้มีโอกาสอยู่กับห่านฟางหรงตามลำพัง ดรุณีน้อยสวมอาภรณ์สีสดใสปักลายดอกพุดตาน นัยน์ตากลมโตยังคงเต็มไปด้วยความมั่นใจ ขณะจดจ้องนางตาไม่กะพริบ เฉียวฮุ่ยเริ่มรินน้ำชาลงในถ้วย ให้แก่นางและแขกผู้มาเยือน กลิ่นหอมอ่อนของมันลอยแตะจมูก

 

คล้ายกับว่าห่านฟางหรงมีความขัดข้องใจบางอย่าง ความขุ่นเคืองเจือจางอยู่ในดวงเนตรทั้งสอง กระนั้นแล้วก็ยังไม่หาญกล้าพอจะพูดอะไรออกมา เป็นเฉียวฮุ่ยเสียอีกทีดูจะเดือดร้อนแทนนาง หากเป็นไปได้คงกระโดดเข้าไปกัดหัวห่านฟางหรงเสียกระมัง

 

“ไท่จื่อเฟยน่าจะทรงเข้าใจดีว่าการรับอนุภรรยาเป็นเรื่องปรกติในสังคม”คุณห่านเปิดประเด็นในที่สุด อวี้หลันไม่ตอบแต่พยักหน้า รอยยิ้มบางเบาระบายอยู่ทั่วดวงหน้าขาวเนียน “และควรตระหนักดีว่าการขัดขว้างความสุขขององค์ไท่จื่อนับเป็นการกระทำที่ไร้คุณธรรม”

 

ดูเหมือนห่านฟางหรงจะคิดว่านางเป็นภรรยาหลวงใจร้าย ซึ่งพยายามทำทุกวิธีทางเพื่อกีดขว้างความสุขของสามีและคุณนางเอก

 

“เช่นนั้นแล้วเปิ่นไท่จื่อเฟยทำสิ่งใด”นางยกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปาก พลางหรี่ตาลงเล็กน้อย “เห็นได้ชัดว่าเปิ่นไท่จื่อเฟยเพียงนั่งดื่มชาอยู่ในตำหนักบูรพา หรือเจ้านิยามมันว่าไร้คุณธรรม ?

 

ห่านฟางหรงกัดปาก นัยน์ตากลมโตพลันวาวโรจน์ “ท่านรั้งองค์ไท่จื่อเอาไว้ ทั้งยังแสดงออกว่าไม่ต้องการให้องค์ไท่จื่อรับอนุภรรยา นั่นไม่เรียกว่าไร้คุณธรรมหรอกหรือเพคะ”

 

ราวกับความผิดทั้งหมดกำลังถูกโยนมาที่นาง ตรรกะความคิดของห่านฟางหรงน่าจะมีปัญหาบางอย่าง จะว่าไปเมื่อคิดดูแล้วสตรีที่เกิดมาเพียบพร้อมถึงเพียงนี้ รวมถึงถูกตามใจจากเหล่าพี่ชายมาตั้งแต่เด็ก จะเอาแต่ใจเช่นนี้ก็ไม่แปลกอะไร หากไม่ทะลุเข้ามาเป็นภรรยาของตัวร้าย นางคงไม่มีโอกาสได้เห็นอีกด้านหนึ่งของนางเอกแมรี่ซูเป็นแน่

 

ไป๋อวี้หลันเปล่งเสียงหัวเราะ อาจต้องขอบคุณที่วันนี้อารมณ์ของนางดีเป็นพิเศษ ด้วยเหตุนี้ห่านฟางหรงจึงได้พานพบกับนางฟ้าซึ่งกำลังวิ่งอยู่ในทุ่งดอกไม้บานสะพรั่ง

 

“แท้จริงแล้วนิยามคำว่าไร้คุณธรรมของเจ้าและเปิ่นไท่จื่อเฟยออกจะต่างกันเสียหน่อย”

 

ห่านฟางหรงกะพริบตาไม่เข้าใจ “หมายความว่าอย่างไรเพคะ”

 

“ตราบใดที่เจ้ายังไม่ได้ปีนขึ้นเตียงขององค์ไท่จื่อ แล้วเปิ่นไท่จื่อเฟยลากเจ้าลงมาจัดการ นั่นเรียกว่ามีคุณธรรมอยู่มากทีเดียว”อวี้หลันยกมือขึ้นเท้าคาง รอยยิ้มฉีกกว้างเสมือนฤดูใบไม้ผลิ “แต่ถ้ายังคิดว่านี่ดีไม่พอ เปิ่นไท่จื่อเฟยจะทูลองค์ไท่จื่อให้ว่าเจ้ามาหา โฉมสะคราญอยากจะเข้ามาเป็นอนุภรรยาของท่านดีหรือไม่”

 

บุตรีแม่ทัพประจิมอ้าปากค้าง ดวงหน้าขาวผ่องขึ้นสีแดงก่ำอย่างอับอาย “หม่อมฉันไม่ได้หม่อมฉันเพียงมาสนทนากับไท่จื่อเฟยเพคะ”

 

นางโคลงหัวไปมา ก่อนเคาะมือลงบนขอบถ้วยน้ำชา “นี่เรียกว่ารบกวนเวลาว่าของเปิ่นไท่จื่อเฟย ให้ดีเจ้าควรมาพูดเรื่องพวกนี้ตอนปีนขึ้นเตียงองค์ไท่จื่อสำเร็จ”

 

 

“แต่เปิ่นไท่จื่อเฟยจะแนะนำเจ้าเล็กน้อย อย่างแรกเจ้าควรฉลาดมากกว่านี้ แอบกินกันลับหลังไม่ให้ภรรยาเอกรู้ ค่อยโผล่หัวมาตอนมีเจ้าก้อนแป้งอยู่ในท้อง หรือไม่ก็รอเลื่อยขาเตียงอยู่เงียบ ๆ แล้วปรากฎตัวแบบสวย  ๆ ในบทนางเอก นี่เป็นกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมซึ่งใช้กันมาหลายยุคสมัยเชียวนะ

 /

นี่นับว่าอารมณ์ดีเกินไปจนน่ากลัว

 

.

.

.




‘เห็บน้อยของที่รัก’

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.267K ครั้ง

243 ความคิดเห็น

  1. #5877 Bewtii006 (@Bewtii006) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 15:30

    ลากไปตบกลางสี่แยกยังไม่เจ็บเท่านี้เลย ให้ตายสิเอ้าาา
    #5877
    0
  2. #5822 wani14 (@0933150768) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 21:50
    คำพูดนางเอก...เจ็บ!!!!
    #5822
    0
  3. #5809 Natacha_i-sen (@sroyson47) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 05:13
    น่ากลัวแล้วลูกกก
    #5809
    0
  4. #5266 กดกลอน (@namfonloveexo) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 19:10
    วร้ายยยยย แพ้
    #5266
    0
  5. #5244 palllll (@palllll) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 23:56
    ห่านเงิบ
    #5244
    0
  6. #4535 เจียซิน (@GingPavina) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 22:49
    แมรี่ซูมากจริงๆ คุณห่าน
    #4535
    0
  7. #4365 bo-i (@bo-i) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 20:50

    เคยเห็นแต่นางเอกมีความมั่นใจ ซุกซน บ้าบิ่น

    แต่ไม่เคยเห็นนางเอกมั่นหน้า ความละอายไม่มี

    หน้าฉาบปูน....

    #4365
    0
  8. #4276 -Blank- (@-Blank-) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 11:25
    ด่านิ่มๆซะนางเอกเงิบเลย55
    #4276
    0
  9. #4268 meri94 (@Aimeaop) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 03:38
    อะไร๊ ด้านได้เพียงนี้เชียววว หมั่นไส้
    #4268
    0
  10. #4214 แพน (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 19:21

    นางช่างกล้า หลัวเขาไม่แล บุกมาติเมียถึงที่ แอ๊บแบ๊วรอฉกแม่นางเอก

    #4214
    0
  11. #4069 Barea (@boonyaratku7) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 22:21
    ไปไม่เป็นเลยอะดิ55555555
    #4069
    0
  12. #3651 Oohya (@themelony) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 09:26
    อะไรของนางงงง ถ้าในนิยายตอนนี้อวี้หลันตายไปแล้ว จะมาวอแวก็ยังรับได้ นี่ยังอยู่ก็ยังมาวอแวอยู่คืออะไร นิสัยจริงๆคืองี้ใช่มั้ย
    #3651
    0
  13. #3640 arm1016 (@arm1016) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 07:07
    รู้สึกว่านางจะคันนะ
    #3640
    0
  14. #3610 kulika kongpu (@amcat-kulika) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 23:54
    โอ๊ยสะใจ อิห่านนนน
    #3610
    0
  15. #3572 YuwadeeJaisan (@YuwadeeJaisan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 22:22
    พี่ชอบบบบบบ
    #3572
    0
  16. #3214 BabyNunnii (@nanny43) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 21:22
    จัดหนักๆไปเลย
    เอาให้แม่นางเอกโดนลงโทษหนักๆ
    #3214
    0
  17. #3173 Tyranny1989 (@Tyranny1989) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 19:05
    สะใจ โดนตอกหน้ากลับ
    #3173
    0
  18. #2930 Liten katt (@meawjeep5688) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 10:05
    ห่านนนนน 555
    #2930
    0
  19. #2928 เสี่ยวเฟิ่ง (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 08:27

    อ่านจนมาถึงบทนี้ก็พบว่าน้องห่านก็เป็นห่านที่แท้ทรู แต่ยังมีความมั่นหน้าแบบผิดๆที่อยากเป็นนางหงส์อะไรประมาณนั้น 555

    #2928
    0
  20. #2909 kalakhao (@kalakhao) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 23:03
    เอาจริงน่ะคุณห่านก็โง่อย่างว่านั้นเเหละ5555
    #2909
    0
  21. #2879 Kuroko Pai (@paichiroko) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 21:09
    ไรท์ บางทีอ่านแล้วไม่รู้ว่าใครเป็นคนพูดประโยคนั้นๆ เวลาโต้ตอบกัน ถัาไรท์เพิ่มบอกว่าใครพูดบางช่วงจะดีมากเลย
    #2879
    0
  22. #2862 KemintraSaprang (@KemintraSaprang) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 20:48
    น้องห่านต้องโดนตอกให้หน้าหงาย หวังว่านางจะเจ็บ ไม่กล้ามาหือกับศไท่จือเฟยอีก
    #2862
    0
  23. #2848 mildy919 (@mildy919myfriend) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 20:26
    สม!!!โดนตอกสักทีหน้านางเอกแหกไปเลยค่า อยากเป็นเมียน้อยเขาจนต้องแจ้นมาหาเรื่องเมียเขาเนี่ย คุณธรรมสูงส่งมากจริงๆ 🙄🙄
    #2848
    0
  24. #2847 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 20:26
    ดูเหมือนจะเริ่มน่าหวั่นใจแล้วสิ5555
    #2847
    0
  25. #2846 N_ing (@Ninging28335) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 20:05
    เอ่อไท่จื่อ ท่านควรรีบกลับมาภรรยาท่านเริ่มจะน่ากลัวแล้ว
    #2846
    0
เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น