ว่าด้วยเรื่องภรรยาผู้ถูกทอดทิ้งของตัวร้าย สนพ.เฟยฮุ่ย

  • 580% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 1,354,975 Views

  • 14,312 Comments

  • 17,700 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    260,799

    Overall
    1,354,975

ตอนที่ 14 : บทสิบสาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 79893
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3999 ครั้ง
    10 เม.ย. 62

เสวียนจิ่นเหอฮ่องเต้มิได้มอบเพียงคำชมเชยแก่องค์ชายสามสาม เขายังมอบเงินให้อีกหลายตำลึงทอง แน่นอนว่าองค์ชายสามมิใช่คนใจแคบขนาดจะเก็บมันไว้คนเดียว ด้วยเหตุนี้เขาจึงแบ่งให้นางครึ่งหนึ่ง

อย่างไรก็ตามนี่เป็นโอกาสดีที่จะใช้มันเพื่อทำการค้าขายเล็ก ๆ สักอย่าง เอาไว้เป็นทางรอดในอนาคต ตลอดมาเรื่องการเงินของหลันซือซือ แม้นภายนอกจะดูเหมือนใช้ได้อย่างอิสระ ทว่ากลับถูกไห่กงกงควบคุมเอาไว้อีกที กล่าวให้ถูกคืออยู่ในการพิจารณาของเสวียนหลวนเหยา

อิสระจอมปลอมคือสิ่งที่เขามอบให้นาง ทั้งในอนาคตเขาจะก่อกบฏ ถ้าเกิดมีการตามสืบ ทรัพย์สินส่วนที่เอาไปลงทุนคือเงินของเขา ย่อมเกิดปัญหา แต่หากเป็นเงินจากฝ่าบาทแล้ว ความกังวลข้อนี้คงหมดไป

ปัญหาต่อมาคือจะทำอะไร นางพอจะคิดเอาไว้บ้างแล้ว ทว่าองค์ชายสามกลับเสนอให้นางร่วมหุ้นกับเขาแทน ธุรกิจโรงน้ำชาซึ่งเขาวางรากฐานไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว

“มันเหมือนว่าข้าเข้ามาเพื่อกินผลประโยชน์ของท่าน มิได้ลงแรงอะไรแม้แต่น้อย”นางเอ่ยเสียงเรียบ จดจ้องเขาเพื่อมองหาจุดประสงค์แท้จริงที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน “คนระดับท่านเรื่องเงินคงมิใช่ปัญหาอะไรอยู่ ไยจึงยื่นข้อเสนอนี่ให้ข้า”

“ก่อนอื่นข้าควรจะบอกว่าแปลกใจที่เห็นเจ้าสนใจเรื่องพวกนี้”องค์ชายสามเมินเฉยต่อคำถามของนางโดยสิ้นเชิง อีกฝ่ายขยับตัวเล็กน้อยกล่าวด้วยท่าทีสบาย ๆ “ตั้งแต่รู้จักกันมาเจ้าสนใจแต่จะเที่ยวเล่น แต่ก็นะพักหลังเจ้าแปลกไปสมควร ข้าจึงพอเข้าใจได้”

หลันซือซือหรี่ตาลง ในใจรู้สึกหวาดระแวงมิใช่น้อย ตลอดมาระหว่างนางกับองค์ชายสาม แม้นปากจะบอกว่ามิตรภาพ แต่มันก็แฝงไว้ซึ่งผลประโยชน์มาโดยตลอด การที่เขายื่นข้อเสนอ ทั้งที่ตนแทบมิได้อะไรเลย นางจะวางใจได้อย่างไร

“ถึงความคิดเจ้าจะโตขึ้น แต่อย่าลืมเสียล่ะว่าเจ้าเป็นแค่เด็กน้อย รอบตัวเจ้าก็ใช่ว่าจะมีคนช่วยออกหน้าให้ได้ ในฐานะสหายข้าจึงหยิบยื่นข้อเสนอนี่ให้”

คล้ายกับว่าเขาพอจะคาดเดาความคิดของนางได้ องค์ชายสามขยับยิ้มบางเบา นัยน์ตาอ่อนลงกว่าทุกครั้ง

“ข้าสาบานว่ามันมิได้ข้องเกี่ยวกับผลประโยชน์ใด”เขาว่า พลางยืดตัวขึ้น “แต่เจ้าก็นะ ทั้งที่เป็นฝ่ายยื่นมือมาหาข้า แต่กลับมิคิดจะเชื่อใจข้าเลยสักนิด”

หลันซือซือชะงัก รีบระบายยิ้มใสซื่อ “ตอนนี้ข้าเป็นพระชายาอ๋อง จะคิดน้อยเท่าเดิมได้อย่างไร”

องค์ชายสามเลือกจะมิต่อความกับนาง เขาผินหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง “ครั้งหนึ่งเจ้าเคยกล่าวให้ข้าฟัง คำพูดของปาจิน ในชีวิตของคนเรา มิตรภาพเปรียบเหมือนโคมส่องสว่างดวงหนึ่ง...”

“ซึ่งสาดส่องจิตวิญญาณของเราให้สว่างไสว ทำให้ชีวิตเรามีแสงสีอันงดงาม”นางกล่าวต่อ เป็นจังหวะเดียวกับที่องค์ชายสามหันมาสบตานาง ดวงตาของเขาทอประกายอ่อนโยน

“แม้นในอดีตเสด็จแม่จะบอกให้ข้าสนิทสนมกับเจ้าเพราะผลประโยชน์ แต่ตอนนี้ข้าอยากจะรู้จักเจ้ามากขึ้นด้วยตัวข้าเอง”

ชั่วขณะนางมิอาจควบคุมตนให้นิ่งสงบได้เหมือนปรกติ ดวงตาคู่นั้นวาววาบ ริมฝีปากยกยิ้มบางเบา เรียวนิ้วมือเอื้อมสัมผัสเรือนผมของนาง แล้วผละออกอย่างรวดเร็ว

“ข้าอยากรู้จักหลันซือซือที่โดดเดี่ยวและอ้างว้างตรงหน้า”

องค์ชายสาม เสวียนอินเจิ้ง ในนิยายเขาอาจเป็นตัวประกอบ ทว่าในชีวิตเขากลับมีความสามารถมากกว่าที่คิด มองออกถึงความโดดเดี่ยวและอ้างว้างงั้นหรือ

นางหลุบตาต่ำลง รอยยิ้มเลือนหายไปจากดวงหน้า “บางทีท่านอาจสวมหน้ากากเก่ง”

เพราะคนที่คล้าย ๆ กัน มักจะมองฝ่ายตรงออก

“ว่าไปนั่น...”

แท้จริงแล้วสิ่งที่ดวงตาของนางมองเห็นมันอาจจะไม่มีความจริงอยู่เลย

.

.

.

หลันซือซือยังคงเป็นห่วงเรื่องเกี่ยวกับดอกไม้ไฟ มันวนเวียนอยู่ในหัวตลอดทั้งคืน เพื่อให้แน่ใจว่าในอนาคตจะมิเกิดข้อผิดพลาดขึ้น นางจึงเดินทางไปหาช่างฝีมือคนนั้นด้วยตนเอง โดยมีองค์ชายสามตามมาทีหลังเพราะติดประชุมขุนนาง

จินซิ่นสงบปากสงบคำมากกว่าเดิม นับแต่หายดี อีกฝ่ายมิได้ถามไถ่อะไรมากนัก เพียงติดตามนางเงียบ ๆ กวาดสายตามองทุกอย่างด้วยความระแวง ทั้งที่มิว่าจะออกไปไหนก็มีองครักษ์เงาคอยตามติดอยู่แล้วแท้ ๆ

เมื่อมาถึงนางบอกให้จินซิ่นรออยู่ด้านนอกเหมือนครั้งที่แล้ว ก่อนหายเข้าไปด้านใน แลเห็นชายวัยกลางคนนั่งรออยู่บนเก้าอี้ไม้ ยามเห็นนางก็รีบลุกขึ้นทำความเคารพ หลันซือซือโบกมือไปมา กล่าวความต้องการออกไปอย่างเถรตรง

“เปิ่นหวางเฟยเขียนจดหมายอธิบายผลกระทบคร่าว ๆ แก่ท่านตั้งแต่ก่อนหน้านี้”

ช่างฝีมือเหมาพยักหน้า “กระหม่อมเข้าใจดี พระชายาโปรดวางใจ”

“คนในวังหลวงมากเล่ห์กล ฝ่าบาทโปรดมันมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งกระเสือกกระสนให้ได้มันมาเท่านั้น”นางทิ้งตัวลงนั่ง มองถ้วยน้ำชาซึ่งถูกเลื่อนมาให้อย่างหวาดระแวง แล้วฉีกยิ้มเมินเฉยมันไป

นับแต่เกิดเรื่อง น้ำชาก็เหมือนจะมิใช่ของโปรดอีกต่อไป นางกลายเป็นคนระแวดระวัง หรืออาจเรียกว่าย้ำคิดย้ำทำกว่าเดิม

“อนาคตจะต้องมีคนมาหาท่านแล้วถามถึงมัน พวกเขาอาจเสนอเงินหลายตำลึงทอง แต่ท่านจงปฏิเสธมันซะ แล้วเปิ่นหวางเฟยจะให้ท่านมากกว่าพวกเขาหลายเท่า”

ช่างฝีมือเหมานิ่งเงียบ มองนางอย่างมิเข้าใจ ราวกับอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็เลือกเงียบเอาไว้แทน

“หวังว่าท่านจะเข้าใจถึงเรื่องการรับผิดชอบการกระทำของตน ส่วนผสมที่ใช้ทำดอกไม้ไฟ ท่านน่าจะรู้ว่ามันสามารถพัฒนาไปเป็นอะไรได้ในอนาคต มนุษย์รบกันด้วยหอกดาบก็หลั่งเลือดมากพอแล้ว ท่านว่ามั้ย?”

ท้ายที่สุดแล้วพระชายาของตวนอ๋องเลือกจะทิ้งคำถามนี้เอาไว้ แล้วจากไปโดยมิได้รั้งรอคำตอบใด

.

.

.

จินซิ่นติดตามนางโดยตลอด ดังนั้นต่อให้มิพูดออกไป ฝ่ายตรงข้ามก็พอคาดเดาได้ว่านางต้องมีส่วนร่วมเกี่ยวกับเรื่องของขวัญที่องค์ชายสามมอบให้ฮ่องเต้ ถึงได้ลอบมองนางเป็นระยะ แม้นจะอยู่ในร้านหนังสือก็ตามที

“ไฉนพระชายาถึงมิแสดงตัวล่ะเพคะ”จินซิ่นถามขึ้น ขณะที่ยืนอีกฟากฝั่งของชั้นหนังสือ “ฝ่าบาทจะต้องตบรางวัลให้พระชายาอย่างงาม ทั้งทุกคนเองก็จะตระหนักรู้ถึงความสามารถของพระชายา”

หลันซือซือระบายยิ้ม เอื้อมมือหยิบบทกวีของเฉียนป๋าย “สามีภรรยานับเป็นคนเดียวกัน รางวัลใดบ้างที่ตวนอ๋องมิเคยได้รับ ? ผู้ใดบ้างที่กล้ามิยำเกรงเขา ?”

จินซิ่นเงียบมองนางจากช่องว่างอย่างใคร่ครวญ

“ชีวิตที่มีพร้อมทุกอย่างจะกระเสือกกระสนไปอีกทำไมกัน มีความสามารถแล้วอย่างไร มิมีแล้วอย่างไร”

ดูอย่างชีวิตก่อนหน้าของหลันซือซือทั้งที่มิรู้หนังสือชีวิตยังสุขสบาย ไร้คนมุ่งร้าย ขณะที่ตวนอ๋อง เขามีความสามารถก็จริง แต่กลับมีคนมากมายจ้องจะกำจัดเขา ชีวิตในโลกเดิมของนางเองก็มิต่างกันนัก ยิ่งไต่เต้าตำแหน่งสูงเท่าไหร่ ความสงบสุขก็ยิ่งหายไป

“เปิ่นหวางเฟยอยากมีคุณค่าในสายตาของคนสำคัญมิใช่ใครอื่น ชั่วชีวิตปรารถนาเพียงความสงบสุข นั่งดื่มชา เขียนบทกวี ร่วมแก่เฒ่าไปกับท่านอ๋องเท่านั้น ส่วนใครจะเก่งกาจมีความสามารถ ล้วนแต่เป็นเรื่องของพวกเขา”

ดวงตาของจินซิ่นอ่อนโยนลงทันใด จากนั้นจึงฉีกยิ้ม “ใช่แล้วเพคะ ยิ่งโดดเด่นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นภัยเท่านั้น”

เพราะแบบนี้ความรักของหานฉินซานกับองค์ชายรองถึงเป็นเรื่องยุ่งยาก แล้วลากคนมากมายมาพัวพันด้วย พวกเขาต่างทำตัวโดดเด่น พยายามเปล่งประกายยิ่งกว่าใคร สุดท้ายแล้วก็กลายเป็นที่จับตามอง แต่กลับมาเรียกร้องหาความสงบสุข

เช่นนี้แล้วมันมิน่าขบขันไปหน่อยหรอกหรือ ?

.

.

.

แม้นว่าเสวียนหลวนเหยาจะมิอยู่ แต่เรื่องการเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองของวังหลวงใช่ว่าจะหลีกเลี่ยงได้ หลันซือซือจำต้องเป็นตัวแทนเขา รักษาหน้าตาของตวนอ๋อง เข้าร่วมงานเลี้ยงเทศกาลวันไหว้พระจันทร์ 

เป็นอีกครั้งที่เหอรุ่นเตียนใช้ความเจ็บปวดเป็นข้ออ้าง เพื่อนอนสบายอยู่ที่เรือน ผลักภาระทั้งหมดมาให้นาง 

หลันซือซือถอนหายใจยาวเหยียด ยืนนิ่งเป็นหุ่นกระบอกให้เหล่านางกำนัลประทินโฉม โดยมีอาเหยาวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ เจ้าตัวขนสีดำเงยหน้ามองนาง พร้อมเปล่งเสียงร้อง พวงหางฟูฟ่องส่ายไปมาอย่างน่าชัง 

มันกำลังเอาอกเอาใจนาง 

เสียงหัวเราะใสกังวานเลื่อนลอดจากลำคอระหง ถ้าไม่ติดว่าจินซิ่นกำลังสวมอาภรณ์ให้นาง หลันซือซือก็อยากลงไปเล่นกับมัน 

“เปิ่นหวางเฟยนำอาเหยาไปด้วยได้หรือไม่”นางถาม นัยน์ตาเป็นประกาย “ได้ยินว่าคราก่อนฮองเฮายังนำสุนัขมาด้วย”

จินซิ่นก้มหน้าลงอย่างครุ่นคิด “อาเหยาต่างออกไปนะเพคะ มันเป็นแมวดำซึ่งนับว่าเป็นความอัปมงคล หม่อมฉันเกรงว่า...”

หลันซือซือส่ายหน้า ขยับยิ้มกว้าง “อย่าลืมว่าฝ่าบาททรงประทานมันให้ด้วยพระองค์เอง หากแมวดำเป็นสิ่งอัปมงคลจริง ฝ่าบาทคงมิประทานให้ท่านอ๋องหรอก เจ้าอย่าห่วงเลย”

หมายความว่าผู้ใดไถ่ถามก็หยิบยกฝ่าบาทเป็นข้ออ้างสินะเพคะ...

“เปิ่นหวางเฟยก็อยากรู้นักว่าผู้ใดจะกล้าบอกอาเหยาเป็นสิ่งอัปมงคล เกรงว่าคนผู้นั้นคงมิรักชีวิตน้อย ๆ เสียแล้ว”

จินซิ่นโคลงหัวลงอย่างยอมแพ้ ฝีปากของพระชายาก็ใช่ย่อย นางละสงสัย ฝีปากของท่านอ๋องต้องระดับไหน พระชายาถึงเถียงมิเคยชนะแม้เพียงประโยคเดียว 

“ว่าแต่ท่านอ๋องส่งจดหมายมางั้นหรือ เมื่อครู่เปิ่นหวางเฟยเห็นเจ้ารับมันมาจากไห่กงกง”

นางกำนัลสาวพยักหน้า ผละมือจากอาภรณ์ของพระชายา แล้วเดินไปหยิบจดหมายซึ่งวางอยู่บนโต๊ะเล็ก ๆ “หม่อมฉันว่าจะมอบให้พรพชายาหลังจากประทินโฉมเสร็จ”

หลันซือซือรับมันมา กวาดตาอ่านเนื้อความด้านในอย่างรวดเร็ว จดหมายฉบับ ๆ ก่อนเขามักจะเปรยเสียยาวยืดเพื่อให้ดูสละสลวย บางทีแล้วเขาอาจมิใช่คนเขียนเองด้วยซ้ำ แต่เป็นเยี่ยนหย่งเหอ ทว่าครานี้กลับต่างออกไป


‘ขอเพียงให้เรามีชีวิตยืนยาว ร่วมชมจันทร์ แม้นอยู่ห่างกันนับพันลี้’ 

มิคิดเลยว่าความคะนึงหาที่เจ้ามีเปิ่นหวาง จะกลั่นออกมาเป็นบทกลอน หากเป็นไปได้ปีหน้า เปิ่นหวางจะร่วมชมจันทร์กับเจ้า


ดวงตากลมโตลุกวาว นี่มันท่อนหนึ่งในบทกลอนของซูซื่อ [1] ที่นางคัดลอกลงในหนังสือ หรือว่าตลอดหลายวันที่เขาอยู่ในจวนจะแอบอ่านมันด้วย ทั้งยังเข้าใจผิดว่าหลันซือซือคิดถึงเขา จึงเขียนบทกลอนนี้ขึ้นมา

นางยกมือขึ้นปิดปาก กลัวเหลือเกินว่าจะเผลอหลุดหัวเราะออกไป อาเหยาเองก็ช่างจะเป็นใจ มันเปล่งเสียงร้องดังขึ้นกว่าเดิม หมายอยากให้นางอุ้มมันขึ้นมา ครั้นเห็นว่าจินซิ่นจัดการทุกอย่างเรียบร้อย หลันซือซือเลยรีบอุ้มมันขึ้น

“จินซิ่นช่วยฝนหมึกให้ที”

“เพคะ”

แล้วหลังจากนั้นพระชายาวัยเยาว์ก็จมอยู่กับการเขียนจดหมาย โดยมิทันสังเกตเลยว่าตนเองเพลิดเพลินกับมันมากเพียงใด 

.

.

.

หลันซือซือมิอยากไปถึงงานเร็วนัก เพราะอย่างไรก็คงต้องไปนั่งฟังพวกเขาสนทนาเรื่องไร้สาระ หรือโอ้อวดเรื่องมิจำเป็น ดังนั้นจึงให้จินซิ่นเดินอ้อมผ่านไปทางอุทยานหลวงแทน โดยมีอาเหยาคอยส่งเสียงร้องจากในอ้อมกอด 

ถึงจะบอกว่าอ้อม กระนั้นก็ใกล้จะถึงเต็มที ความบันเทิงที่ได้เขียนจดหมายตอบเสวียนหลวนเหยาก่อนหน้าค่อย ๆ หายไป เหลือไว้เพียงความเบื่อหน่ายที่ต้องเผชิญ จินซิ่นที่เห็นสีหน้านางก็พยายามยิ้มแย้ม หมายอยากให้อารมณ์ของนางดีขึ้น 

แม้แต่อาเหยาเองก็ยังทำตัวเริงร่า ดวงตาลุกวาว เลียแก้มของนางเป็นครั้งคราว ชั่วขณะที่กำลังจะเดินผ่านศาลากลางน้ำในอุทยานหลวง นางพลันเหลือบเห็นร่างของคนคุ้นตาทั้งสอง 

องค์ชายรองและหานฉินซาน ฉากรักแรกพบในตำนาน ! 

นางรีบดึงตัวจินซิ่นหลบแถวพุ่มไม้ อีกฝ่ายเกือบจะกรีดร้องแต่สงบสติได้ทัน พร้อมกับหันขวับมามองหลันซือซือด้วยความสงสัยปนตื่นตระหนก อาเหยามีท่าทีมิต่างกันนัก มันข่วนแขนของนางเบา ๆ จ้องมองพวกเขาราวอยากรู้อยากเห็น 

“เปิ่นหวางเฟยพึ่งรู้ว่าพวกเขามีความสัมพันธ์พิเศษต่อกัน”นางว่า ทอดสายตามองภาพตรงหน้า ดวงหน้าของหานฉินซานขึ้นสีแดงระเรื่อ มิต่างจากองค์ชายรอง พวกเขากำลังเขินอาย

ฉากรักแรกพบในนิยายเป็นเพียงการบรรยายออกมา ด้วยถ้อยคำสละสลวย เพราะเนื้อเรื่องมันเริ่มเดินตรงอุปสรรคความรักของพวกเขา ทั้งนางเองก็จำมิค่อยได้นัก แต่เมื่อได้เห็นของจริงกับตา ช่างเป็นฉากรักแรกพบที่พบเห็นได้ทั่วไป

ใต้แสงจันทรา บุรุษรูปงามและหญิงสาว หวานซึ้งจริง ๆ 

การขัดขว้างความรักระหว่างพวกเขามิใช่ทางแก้ปัญหา ทุกสิ่งทุกอย่างมันอยู่ที่ตวนอ๋องไปหลงรักหานฉินซาน แล้วดันก่อกบฏเพื่อแย่งชิงอีกฝ่าย ตามตรงถ้าตัวร้ายทำสำเร็จ มิได้เพื่อหานฉินซาน นางหรือจะไยดี ปัญหามันอยู่ที่เขาเก่งกาจมาทั้งชีวิต ดันมาตกหลังม้าตายต่างหาก ! 

“เพียงความหลงใหลเท่านั้นเพคะ องค์ชายรองหมั้นหมายกับคุณหนูจวนอัครเสนาบดี เล่าลือว่านางงามปานล่มเมือง จะคิดจริงจังกับบุตรีหมอหลวงธรรมดาผู้หนึ่งได้หรือเพคะ”จินซิ่นกล่าวเสียงเรียบค่อนเย็นชา เห็นได้ชัดว่าวีกรรมคราวก่อนของหานฉินซาน ทำให้จินซิ่นมิคิดจะเอ็นดูอีกฝ่าย “อีกอย่างมืดค่ำ ยังกล้ามาพบบุรุษที่มีคู่หมายตามลำพัง หม่อมฉันอยากรู้นักหมอหลวงหานสั่งสอนนางมาอย่างไร”

นางพยักหน้ามิได้ต่อความ แต่อาจเพราะน้ำเสียงเย็นชาของจินซิ่น อาเหยาถึงได้ตกใจแล้วพุ่งออกไปหาพวกเขา หานฉินซานเบิกตากว้างมองแมวดำที่เคลื่อนตัวเข้ามา ทั้งยังถอยเท้าหนีอย่างหวาดผวา องค์ชายรองเห็นท่ามิดีจึงใช้ตัวเองเป็นโล่กำบัง ผลักหานฉินซานไปทางด้านหลัง แล้วใช้มือคว้าตัวอาเหยาเอาไว้ 

“แมวดำ ตัวอัปมงคลเช่นนี้ไยโผล่มาในวังหลวง”เขาว่า ไล่สายตามองมันอย่างรังเกียจ เป็นจังหวะเดียวกันที่หลันซือซือลุกขึ้นจากที่ซ่อน ก้าวขาอย่างรวดเร็วไปยังศาลา 

หานฉินซานกะพริบตา ดวงตาคลอด้วยน้ำตา ก่อนกระตุกชายอาภรณ์ขององค์ชายรอง “องค์ชายเพคะ...” 

คล้ายว่าจะมิทันเห็นนางในสายตา องค์ชายรองแย้มยิ้มกว้าง โยนอาเหยาลงในน้ำทันใด “เจ้ามิต้องกลัวนะ”

“เหมี๊ยว !”

ตู้ม !

หลันซือซือเบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนก ริมฝีปากสั่นระริก มองร่างของมันซึ่งลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ แล้วจมหายไปในน้ำลึก จินซิ่นตกใจมิต่างกัน แต่กลับได้สติทันใด แล้วรีบเรียกเหล่าองครักษ์กระโดดลงไปช่วยมัน 

“พระชายา...”หานฉินซานครางเรียกนางเสียงสั่น อาจเพราะเรื่องที่นางเคยสั่งโบยนางกำนัลที่ไปเล่นกับหานฉินซาน อีกฝ่ายถึงได้หวาดกลัว แล้วหลบหลังองค์ชายรองยิ่งกว่าเดิม 

ดวงหน้าคมคายขององค์ชายรองยังคงประดับรอยยิ้ม และเหมือนจะกว้างกว่าเดิม “พระชายาของตวนอ๋อง”

นางเมินเฉยเขา รีบกวาดสายตามองบรรดาองครักษ์ว่าพบอาเหยาหรือไม่ มันเป็นเพียงลูกแมววัยมิกี่เดือน จะทนกับน้ำเย็นเฉียบในฤดูใบไม้ร่วงได้หรือ 

“ท่านกล้าดียังไงมาโยนแมวของเปิ่นหวางเฟย”น้ำเสียงของนางเย็นเฉียบ นัยน์ตาว่างเปล่าไร้อารมณ์สบมองเขาอย่างมิเกรงกลัว องค์ชายรองชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มเลือนหายไปเรื่อย ๆ 

“แมวดำนับเป็นสิ่งอัปมงคล พระชายาก็น่าจะรู้ เปิ่นหวางจะทำเช่นนั้นคงมิผิดหรอก” 

“แมวดำตัวนี่ ฝ่าบาททรงประทานให้แก่ตวนอ๋อง จะนับเป็นสิ่งอัปมงคลได้อย่างไร !”เรียวนิ้วมือของนางสั่น ยิ่งเห็นว่าพวกเขายังมิพบอาเหยา ในใจก็ยิ่งหวาดกลัวเป็นที่สุด “อีกอย่างมันยังมิได้ทำอะไรท่าน แล้วดูที่ท่านทำ”

องค์ชายรองหรี่ตาลง กล่าวอย่างมิแยแส “เมื่อมิรู้ย่อมมิผิด”

เวร...

หานฉินซานเหมือนอยากจะช่วยพูด จึงได้โผล่หน้าออกมา “พระชายาเพียงแค่แมวดำหนึ่งตัว เทียบกับองค์ชายรองแล้วก็ทรงน่าจะชั่งน้ำหนักได้นะเพคะ”

“เจ้ากล่าวเช่นนี้คิดเอาตัวรอดหรืออย่างไร เชื้อพระวงศ์ทำผิดโทษหรือจะเทียบเท่าสามัญชน ความอยุติธรรมอันน่าขำ”นางเหยียดยิ้ม “ล่วงเกินอาเหยาก็เหมือนล่วงเกินเปิ่นหวางเฟย ล่วงเกินเปิ่นหวางเฟยเหมือนล่วงเกินท่านอ๋อง ล่วงเกินท่านอ๋องเหมือนล่วงเกินไทเฮา ล่วงเกินไทเฮาเหมือนล่วงเกินฝ่าบาท ล่วงเกินฝ่าบาทย่อมนับเป็นกบฏ !”



[1] กวีเอกในราชวงศ์ซ่ง


.

.

.


บางทีไรท์ก็สงสัยทำไมซือซือเถียงไม่เคยชนะตัวร้าย




 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.999K ครั้ง

216 ความคิดเห็น

  1. #14289 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 13:41
    นางเอกกับชายรองช่างเหมาะสม
    #14289
    0
  2. #13539 Weetaime (@Weetaime) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 00:57
    เงาแค้ลล
    #13539
    0
  3. #13017 ประธานคิม (@Cressida) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 15:05
    อาเหยาาาาาาา กรี๊ดดดด
    #13017
    0
  4. #12846 Sistel2 (@l2oll) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 17:15

    เหมือนจะเกลียดคู่รักหวานชื่นนี่​ หมั่นไส้

    #12846
    0
  5. #12813 150221 (@150221) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 15:28
    เพราะเป็นตัวร้ายไงจะชนะได้ไง55
    #12813
    0
  6. #12132 Bailiew (@bailiewlouis) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 00:33
    ไรท์ก็แต่งให้เถียงชนะซักทีสิคะ หมันไส้คุณสามีมากกกกก
    #12132
    0
  7. #11984 iiiiloveyou (@iiiiloveyou) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 18:13
    ชอบๆ นิสัยแบบนี้ไม่คสรเป็นพระเอกนางเองบอกเลย สลับบทกับซือซือๆกับตวนอ๋องดีมั้ยคะ พ่อคนดีแม่คนดีดีกะผีน่ะสิ วุ้ยหัวร้อน
    #11984
    0
  8. #9560 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 19:25
    ล่วงเกินแบบยาวไปถึงเครือญาติ
    #9560
    0
  9. #9440 Kumy (@febru2102) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 14:14
    ล่วงเกินแบบโยงญาติกันเลยทีเดียว
    #9440
    0
  10. #9357 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 20:59

    กล้าดียังไงมาโยนอาเหยาลงน้ำ!!! หัวร้อนนน ซือซือเรียนแกทเชื่อมโยงมา รู้ ดูออก 55555555

    #9357
    0
  11. #9268 ่่่เจ็ดงาย (@sirilak7040) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 13:05
    โยงเก่งงงงงงงง เอ็นดู5555555
    #9268
    0
  12. #9204 SupapornKaewno (@SupapornKaewno) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 21:12
    อะ โยงเก่ง55
    #9204
    0
  13. #9144 0854729236 (@0854729236) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 22:42
    ชอบๆ ทั้งซือซือและอ๋องต่วน ร้ายพอกัน
    #9144
    0
  14. #8819 Tewaik (@pattawarin) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 04:28
    555555
    #8819
    0
  15. #8737 kimmywong (@kimmywong) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 21:59
    ถ้าไปสอบ ซือซือต้องได้GAT part เชื่อมโยงเต็มแน่ๆ
    #8737
    1
    • #8737-1 natohimesama (@natohimesama) (จากตอนที่ 14)
      22 เมษายน 2562 / 20:35
      คิดเหมือนเรา5555
      #8737-1
  16. วันที่ 15 เมษายน 2562 / 23:28
    ฝีปากเก่งมากกก เถียงแพ้พ่อตัวร้ายได้ไงเนี่ย555
    #8508
    0
  17. #8448 N'mine Love (@mine_-8904567874) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 17:17
    ได้แกทเชื่อมโยงเต็มป่ะเนี่ย
    #8448
    0
  18. #8344 fairrynoyzaza (@pangko-baza) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 21:35
    ซื้อซื้อสู้ๆ
    #8344
    0
  19. #8294 ppploycb (@ppployployju) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 19:21
    ด่าได้เจ็บแสบมาก อาเหยาต้องปลอดภัยนะ
    #8294
    0
  20. #8280 Sinsupa (@numeenaza) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 17:02
    ความเชื่อมโยงอันเยี่ยมยอด
    #8280
    0
  21. #8080 c_nattrisia (@c_nattrisia) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 00:10
    นางเอกด่าแซ่บมากกกก
    #8080
    0
  22. วันที่ 11 เมษายน 2562 / 17:32
    ความโยง 555555 แกทเชื่อมโยงร้อยคะแนนเต็ม
    #8028
    0
  23. #7952 molyarat (@molyarat) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 14:37
    น้องแมวอย่าเป็นอะไรนะ
    #7952
    0
  24. #7923 Alljae (@Alljae) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 13:45
    ใจร้ายมากกกกก เเค่เเมวเองนะ
    #7923
    0
  25. #7922 MikaPure (@MikaPure) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 12:11
    ไม่เอา อาเหยาอย่าตายนะ ทรมานใจทาสแมว แง้ว
    #7922
    0
เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น