ภรรยาของตัวร้าย [ลวง] สนพ.เฟยฮุ่ย

  • 200% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 691,347 Views

  • 6,329 Comments

  • 14,067 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    70,354

    Overall
    691,347

ตอนที่ 13 : บทที่สิบสอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4514 ครั้ง
    13 ธ.ค. 61

เยี่ยนหลงเยี่ยคิดว่าเกิดความผิดปรกติบางอย่างกับภรรยา นัยน์ตาคู่คมชำเลืองมองดวงหน้างดงาม มันยังราบเรียบเช่นเคย  ริมฝีปากอวบอิ่มขบเป็นเส้นตรง ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าภายใต้ความสงบนิ่งของนางกำลังคิดสิ่งใด ตัวร้ายวางพู่กันพลางหรี่ตาลง

 

นี่ออกจะผิดแปลกอยู่บ้าง

 

เขาพยายามนึกทบทวนการกระทำของตน ทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่า อย่างไรก็ตามหลงเยี่ยค่อนข้างมั่นใจว่า หลายวันที่ผ่านมา เขายังไม่ได้ทำสิ่งใดให้นางต้องขุ่นเคือง อวี้หลันยังคงฝนแท่งหมึกด้วยท่าทางเฉยชาต่อไป ทำเสมือนไม่เห็นสายตาของเขา

 

“อวี้หลัน”

 

หนึ่งในเรื่องที่ทำให้ตัวร้ายรู้สึกเกลียดชัง คือการที่เขาไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าไป๋อวี้หลันกำลังคิดอะไร ภรรยาของเขาเป็นสตรีผู้เก็บซ่อนความรู้สึกได้อย่างแนบเนียน และส่วนมากเขามักมองมันไม่ออก บางครานางเหมือนกับคนที่โตเกินวัย ราวกับว่าเคยผ่านหลากหลายเรื่องมายิ่งกว่าเขา

 

มือขาวเนียนซึ่งฝนแท่งหมึกอยู่หยุดชะงัก ไป๋อวี้หลันเงยหน้าขึ้นสบตาสามี ก่อนแย้มยิ้มอ่อนหวาน “มีอะไรหรือ”

 

ท่าทีเช่นนี้ของนางทำให้ตัวร้ายนึกหวาดระแวงได้ไม่ยาก ชั่วขณะเยี่ยนหลงเยี่ยเกิดอาการพูดไม่ออก ด้วยท่าทางราวกับผู้ใหญ่มากประสบการณ์ แสนนิ่งสงบรวมถึงใจเย็น นั่นทำให้เขาต้องจัดภรรยาอยู่ในสตรีประเภทที่ไม่อาจรับมือได้ นับตั้งสองปีก่อน

 

“แท้จริงแล้วข้า”ไม่ได้ทำอะไรผิดแม้แต่น้อย หลงเยี่ยคิดในใจ ทว่ามันออกจะเป็นการยอมรับความผิดที่เขายังไม่แน่ใจว่าคือสิ่งใด ดวงเนตรดำขลับหลบต่ำลงเพื่อครุ่นคิด ท่ามกลางสายตางุนงงของนาง ตัวร้ายคิดว่านางอาจใช้โอกาสนี้ในการซักามเขา หากไป๋อวี้หลันยังคงเป็นไป๋อวี้หลันไม่แปรเปลี่ยน

 

เจ้าของร่างอรชรภายใต้อาภรณ์ชั้นดีปักลายเมฆา ผละมือออกจากแท่งหมึก เรียวขางามขยับเดินไปยังโต๊ะไม้ซึ่งวางจอกและกาสุราเอาไว้ อวี้หลันทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ก่อนรินสุราลงในจอกแล้วหันมามองเขา เป็นเชิงบอกว่าเขามีเวลาในการสรรหาคำพูดอีกค่อนคืน

 

“เจ้าอยู่ที่ตำหนักบูรพา สบายดีหรือไม่”

 

เรียวคิ้วงามเลิกสูงขึ้น เห็นได้ชัดว่าเยี่ยนหลงเยี่ยเริ่มหลงประเด็น ตัวร้ายหลบเลี่ยงการสบตานาง เขาก้มหน้าลงทำเหมือนสนใจงานเอกสารมากกว่าภรรยา เรือนผมยาวสลวยลู่ตกลงมาข้างแก้ม จอกสุราขาวขุ่นยกจรดริมฝีปากก่อนกลืนลงไป ลิ้มรสหวานฝาดของน้ำเมา

 

“ดี”นางตอบเสียงเรียบ มือเท้าคางจดจ้องสามี “ว่าแต่ท่านเป็นอย่างไรบ้าง หลงเยี่ย”

 

“ถึงจะมีคุณหนูห่านเข้ามา หากไม่ได้ส่งผลอะไรมากนัก เหมือนทุกวันที่ผ่านมาแล้วผ่านไป”เยี่ยนหลงเยี่ยตัดสินใจเป็นฝ่ายพูดเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน ได้แต่หวังว่าลางสังหรณ์ของตนจะไม่ถูกต้อง “โฉมสะคราญไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร ดังนั้นได้ยินอะไรมาเจ้าอย่าเก็บไปใส่ใจ”

 

พริบตาหนึ่งนัยน์ตาดอกท้อฉายแววขบขัน ก่อนหลุดหัวเราะเสียงแผ่ว “รายละเอียดเล็กน้อยพวกนั้น หม่อมฉันไม่เคยเก็บมาใส่ใจอยู่แล้ว”

 

หางตาของเขากระตุก อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าสบดวงตาหยาดเยิ้มของนาง “เช่นนั้นแล้วเจ้าเป็นอะไร”

 

ไป๋อวี้หลันเป็นคนมีเหตุผล การลุกขึ้นโวยวายหรือส่งเสียงกรีดร้องราวสตรีโง่เขลาย่อมไม่เคยอยู่ในหัว ภรรยาของเขาไม่ตอบ พลางรินสุราลงในจอกอีกครั้งและอีกครั้ง เนิ่นนานกับได้ยินเสียงจอกสุรากระทบโต๊ะไม้ รวมถึงเสียงน้ำเมาที่ถูกเทลงไป

 

นี่นับเป็นบรรยากาศอันแปลกประหลาด ทว่ากลับไม่น่าอึดอัด

 

“หลงเยี่ย”เสียงหวานเรียก ริมฝีปากอวบอิ่มขบเข้าหากัน “หลงเยี่ย

 

เขาคิดว่านางอาจกำลังมึนเมา แต่นั่นนับเป็นความคิดไร้สาระ ทักษะการดื่มของไป๋อวี้หลันอยู่ในขั้นที่เขาไม่อาจรู้ได้ และบางทีอาจสูงกว่าเขาด้วย หลงเยี่ยเคยสงสัยว่าอะไรทำให้นางคอแข็งเพียงนี้ จำได้ว่าปีก่อนหมิงอี้เหอเสนอแผนการมอมสุรานาง ทว่ากลับล่มไม่เป็นท่า

 

“ไฉนดวงตาของเจ้าถึงได้หยาดเยิ้มเพียงนี้”เยี่ยนหลงเยี่ยว่า พลางขยับลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้ แล้วย่อตัวลงตรงหน้านาง สองมือของอวี้หลันตะปบลงบนข้างแก้มของเขา ได้ยินเสียงครางไม่ได้ศัพท์ดังลอดจากลำคอระหง “มิได้เมามาย สติปัญญาของเจ้าถดถอยลงงั้นหรือ”

 

ไป๋อวี้หลันส่ายหน้า “หม่อมฉันค่อนข้างฉลาด และอาจฉลาดมากในบางเรื่อง”

 

“นั่นหาใช่เรื่องแปลก สามีของเจ้าฉลาดถึงเพียงนี้ เจ้าจะโง่เขลาเบาปัญญาได้อย่างไร”ดวงตาจดจ้องนาง อวี้หลันฉีกยิ้มเลื่อนลอย คล้ายเมามายทว่ากลับไม่ใช่เสียทีเดียว “ว่าแต่เป็นอะไร ไหนลองสารภาพกับสามีของเจ้ามาสักประโยค”

 

“ทาสแมว”อวี้หลันกล่าวสั้น ๆ ไม่แม้นจะคิดขยายความให้ตัวร้ายได้เข้าใจ “เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นทีมเสี้ยมทำครอบครัวร้าวฉาน หากหม่อมฉันกลับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย”

 

ไป๋อวี้หลันยกมือขึ้นกอดคอเขา ฝ่ามือหยาบกร้านลูบไปตามแผ่นหลังของภรรยา “แท้จริง ความอดทนของหม่อมฉันไม่ได้สูงมากนัก ทว่าวุฒิภาวะรวมถึงอะไรหลายอย่าง ทำให้หม่อมฉันเหมือนคนใจเย็น แม้นจะปลงไม่ตกก็ตาม”

 

“เจ้าหมายถึงเรื่องอันใด”

 

หญิงสาวนิ่งเงียบไม่ชั่วขณะ เรียวนิ้วมือสอดเข้าไปใต้เส้นผมดำขลับของสามี “หม่อมฉันมองออกหลายอย่าง บางคราก็เหมือนรู้มากเกินไป เข้าใจเป็นอย่างดีว่าขนบธรรมเนียมในยุคนี้เป็นอย่างไร”

 

เสมือนว่าพวกเขาไม่อาจสื่อสารให้เข้าใจกันได้ในคืนนี้ เยี่ยนหลงเยี่ยถอนหายใจยาวเหยียด “เจ้าเคยบอกว่ารายละเอียดเล็กน้อยพวกนั้นไม่สำคัญ”

 

“ใช่แล้ว ไม่สำคัญนักหรอก”อวี้หลันพยายามโคลงหัวไปมา เสียงหวานแผ่วเบาลงเรื่อย ๆ “หม่อมฉันไม่ไยดีอยู่แล้วว่าใครคือนางในดวงใจของท่าน ในเมื่อหม่อมฉันเป็นภรรยาของท่าน หลงเยี่ย”

 

กายแกร่งพลันแข็งทื่อไปชั่วครู่ ดวงหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่อก่อนเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับไป๋อวี้หลันที่นิ่งเงียบไปในที่สุด “หรือว่านั่นคือข้อสรุปของเจ้า ?

 

 

 

คล้ายกับอวี้หลันจมสู่ห้วงนิทรา ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใด ทำให้เยี่ยนหลงเยี่ยไม่อาจหาคำตอบไขข้อสงสัยของตนได้ ริมฝีปากบางยกยิ้มอ่อนโยน ก่อนโอบอุ้มร่างอรชรขึ้น พลางหันไปถามนางกำนัลข้างกายอวี้หลัน “เฉียวฮุ่ย เกิดอะไรขึ้นเมื่อตอนกลางวัน”

 

นางกำนัลร่างอวบกะพริบตา นึกสับสนไม่นานนักจึงตอบกลับมา “กราบทูลองค์ไท่จื่อ ท่านแม่ทัพหมิงมาหาไท่จื่อเฟยเพคะ ทั้งยังพูดเรื่องไม่น่าฟังเท่าไหร่นัก”

 

ตัวร้ายขมวดคิ้วเป็นปมด้วยความสงสัย “เรื่องไม่น่าฟังอะไร”

 

ไร้ซึ่งความลังเลเพื่อทูลฟ้อง เฉียวฮุ่ยรีบกล่าวน้ำเสียงแฝงไว้ซึ่งความขุ่นเคืองต่อแม่ทัพหมิง “ท่านแม่ทัพกล่าวว่า องค์ไท่จื่อทรงตรัสว่าหมูในเล้าและแมวของไท่จื่อเฟย ยังมิน่าเอ็นดูเท่ากับรอยยิ้มของคุณหนูห่านเพคะ”

 

นัยน์ตาคู่คมเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย พลันสีหน้าของเขาค่อย ๆ มืดครึ้มลงเรื่อย ๆ กระนั้นแล้วเฉียวฮุ่ยก็ยังคงไม่หยุดเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่เจ้านายของตน

 

“บอกอีกด้วยว่า องค์ไท่จื่อทรงอนุญาตให้คุณหนูห่านอยู่ค่ายตั้งแต่แรกเจอ รวมถึงทอดเนตรมองนางไม่กะพริบตา”

 

 

หมิงอี้เหอ บางทีเราอาจต้องพูดเรื่องนี้กันจริง ๆ จัง ๆ สักครั้งว่าไหม ?


.

 

.

 

.

 

ยามปรือตาขึ้นมาอีกครั้ง แสงสว่างวาบกระทบสู่นัยน์ตาดอกท้อ เห็นเป็นดวงหน้าคุ้นตาของเขาที่ห่างออกไปไม่ถึงคืบ เยี่ยนหลงเยี่ยคุกเข่าอยู่ตรงหน้า ผ้าขาวบางถูกเช็ดไปตามข้างแก้มขาวเนียนของนาง ไป๋อวี้หลันกะพริบตา ก่อนกวาดตาไปรอบด้านอย่างงุนงง หน้าที่ปรนนิบัตินางเช่นย่อมเป็นของเฉียวฮุ่ย

 

ทว่าแรกเช้าของวันกลับเห็นเป็นตัวร้ายซึ่งรับหน้าที่แทน ภาพตรงหน้าพร่ามัวไปชั่วขณะ ฝ่ามืออุ่นร้อนทาบลงมา สัมผัสอันคุ้นเคย เยี่ยนหลงเยี่ยฉีกยิ้มอ่อนโยน เขาดูเหมือนสามีผู้เทิดทูลและรักภรรยาเหนือสิ่งอื่นใด ราวกับสามีแห่งชาติที่หลายคนต่างถวิลหา

 

หากนี่คือตัวร้าย

 

นางพยายามปรือตาขึ้น กลับพบว่าเปลือกตาหนักอึ้งกว่าเดิม พลันตระหนักว่านี่ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมต่อการตื่นนอนแม้แต่น้อย อวี้หลันจดจ้องเขาเป็นครั้งสุดท้าย เรียวนิ้วมือจิกลงบนอาภรณ์หนานุ่มของสามี ก่อนจะจมลงสู่ห้วงนิทราในที่สุด กระนั้นยังทันได้ยินเขาเรียกชื่อของนางดังข้างใบหู

 

“อวี้หลัน

 

.

 

.

 

.

 

เฉียวฮุ่ยเป็นคนมาปลุกนางอีกครั้งเมื่อเข้าสู่ช่วงบ่ายของวัน อาภรณ์สีฟ้ากระจ่างถูกสวมลงบนเรือนร่าง เส้นผมดำขลับเกล้าเป็นมวยสูงปักด้วยปิ่นระย้าและปิ่นหยกตามปรกติ ริมฝีปากสีชาดเหยียดยิ้มกว้าง ปลายนิ้วมือสัมผัสลงบนกระจกทองเหลือง

 

“จำได้ว่าเปิ่นไท่จื่อเฟยไม่ได้บอกให้เจ้าทูลฟ้ององค์ไท่จื่ออย่างตรงไปตรงมา”อวี้หลันกล่าวขึ้นขณะละสายตาจากภาพสะท้อนตรงหน้า ปรายตามองเฉียวฮุ่ยอย่างไร้อารมณ์ เจ้าของร่างอวบพลันสะดุ้งกับท่าทางนั้นของนายสาว หยาดเหงื่อเย็นเฉียบผุดพรายตามใบหน้ากลม “แต่เอาเถอะ เช่นนี้ก็พอได้อยู่”

 

นางหลบตาลงต่ำ รอยยิ้มเหยียดกว้างจนเกือบถึงใบหู หนึ่งในเรื่องไม่สบอารมณ์ คือการถูกคนอื่นใช้เป็นเครื่องมือ แน่นอนว่าไม่เว้นในกรณีของหมิงอี้เหอ เขามักประเมินนางไว้ต่ำจนเกินไป คิดหรือว่าการปั่นหัวและเสี้ยมให้เกิดความร้าวฉานนั่นจะใช้ได้กับนาง

 

เพียงสุราไม่กี่จอก กับทักษะการฟ้องของเฉียวฮุ่ย มันจะยากอะไร ปัญหาของเขาย่อมต้องแก้ไขด้วยตนเอง อีกอย่างท้าทายอำนาจมืดในตัวหมิงอี้เหอ ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นหรอกหรือ


สุดท้ายก็เหลือแค่ไปดูผลลัพธ์ด้วยตนเอง


“เฉียวฮุ่ย ให้คนเตรียมรถม้าไปค่าย”


.


.


.


ร่มสีแดงชาดตัดกับใบไม้แห้งที่กำลังร่วงโรย ชายอาภรณ์ยาวประพื้นดิน สะบัดลู่ไปกับสายลมยามนางขยับตัว เฉียวฮุ่ยไล่สายตาสำรวจทั่วร่างอรชร สาวร่างอวบฉีกยิ้ม แล้วเข้าไปประคองนายหญิงของตน 


“ไท่จื่อเฟย แม้นคุณหนูจะงามล่มเมือง ทว่านั่นไม่อาจเทียบได้กับไท่จื่อเฟยแน่นอนเพคะ”เฉียวฮุ่ยเป็นนางกำนัลช่างประจบ ขณะเดียวกันก็เทิดทูลไป๋อวี้หลันเหนือสิ่งใด ดวงตากลมโตทอประกายจดจ้องนางไม่กะพริบ “ในสายตาของหม่อมฉันหาได้มีผู้ใดสง่างามเท่าไท่จื่อเฟย”


อวี้หลันยกยิ้มขบขัน พลางส่ายหน้าให้กับคำเยินยออันเกินจริง ครั้นจะเปิดปากพูด นางกลับต้องหรี่ตาลง มองแผ่นหลังสง่าของเยี่ยนหลงเสวี่ยซึ่งยืนนิ่งอยู่ด้านหน้า ดวงเนตรคู่คมทอดมองออกไปอย่างเหม่อลอย


หรือว่าจะมาแอบดูห่านฟางหรง ?


เรียวขางามหยุดชะงัก เฉียวฮุ่ยเลิกคิ้วสูง กระนั้นยังเยินยอนางไม่หยุด ทว่าเสียงหวานของเฉียวฮุ่ยกลับไม่อาจเรียกความสนใจจากองค์ชายรองได้แม้แต่น้อย อวี้หบันยกมือขึ้นเป็นเชิงให้คนของตนนิ่งเงียบ


นางกระชับร่มคันเล็กในมือ ก่อนหยุดนิ่งแล้วจ้องมองชายหนุ่ม ห่านฟางหรงที่นางอ่านในนิยายบอกไว้ว่าเยี่ยนหลงเยี่ยคือรักแรก ส่วนเยี่ยนหลงเสวี่ยคือคนที่จะร่วมแก่เฒ่า ปล่อยให้เส้นผมบนหัวขาวโพลน 


ห่านฟางหรงตัดสินใจทอดทิ้งตัวร้าย เพราะรู้ว่าเขามองตนเป็นแค่เงาของภรรยา แต่ถ้าไป๋อวี้หลันยังอยู่ มันจะไม่มีเหตุผลในการทอดทิ้งตัวร้ายแม้แต่ข้อเดียว


รักแรกพบย่อมสวยงาม ยากจะละทิ้ง


เยี่ยนหลงเสวี่ยในตอนตั้นเรื่องไม่ต่างจากตัวประกอบจืดจาง เขามีบทบาทตั้งแต่ช่วงกลางเรื่องเป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่ห่านฟางหรงเริ่มเปิดใจให้เขา กระนั้นตลอดมาคุณพระเอกจะคอยจับตามองนางเอกห่าง ๆ อยู่เสมอ


ใช้ความอบอุ่นและอ่อนโยนของเขาในการพิชิตใจโฉมงาม


ทว่าการคงอยู่ของนางกลับกลายเป็นปัญหา รวมถึงฉากแรกพบของนางเอกกับตัวร้ายที่ต่างจากเดิม มันกำลังกลายเป็นปัญหารักสามเส้า นี่ยังไม่นับรวมความรักซึ่งหลบซ่อนอยู่ในใจของไป๋อวี้หลันที่มีต่อเยี่ยนหลงเสวี่ย


คนที่เริ่มสังเกตเห็นนางกลับเป็นบุรุษร่างสันทัดอีกคน ผู้ยืนอยู่ข้างกายของพระเอกแทน เยี่ยนหลงรุ่ยฉีกยิ้มกว้างตามประสาคนอัธยาศัยดี พลางโบกมือทักทายนาง “ไท่จื่อเฟย”


เขาคือองค์ชายสี่ น้องชายซึ่งสนิทสนมกับเยี่ยนหลงเสวี่ย และเป็นหนึ่งในทีมของพระเอก ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเขาค่อนข้างดีในระดับหนึ่ง ด้วยนิสัยของอีกฝ่าย ทั้งยังพบเจอในงานสังคมอยู่บ่อยครั้ง


ไป๋อวี้หลันฉีกยิ้มหวาน “องค์ชายสี่”


เยี่ยนหลงเสวี่ยละความสนใจ แล้วหันมามองนาง นัยน์ตาดำขลับฉายแววประหลาดใจ หากเพียงไม่นานก็กลับมาเรียบเฉยตามปรกติ เขาก้มหัวลงให้นางเล็กน้อย พลางกล่าวเสียงเรียบ “ไท่จื่อเฟยคงเสด็จมาหาองค์ไท่จื่อ”


อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ของไป๋อวี้หลันกับเยี่ยนหลงเสวี่ยไม่ต่างจากคนแปลกหน้า เหมือนว่าไป๋อวี้หลันนั้นจะแอบรักคุณพระเอกข้างเดียว และไม่ต้องการที่จะปรากฎตัวในชีวิตของเขาแต่อย่างใด 


ช่างเป็นความรักที่สวยงาม ทว่ากลับเจ็บปวดไม่ใช่น้อย


นางโคลงหัวลงครั้งหนึ่งแทนคำตอบ “แล้วท่านล่ะองค์ชายรอง มาทำอะไรที่นี่กัน”


ชั่วขณะหนึ่งดวงตาของอีกฝ่ายเจือไปด้วยความเจ็บปวด เยี่ยนหลงเสวี่ยโบกมือไปมาไม่ยอมตอบอะไร กลายเป็นเยี่ยนหลงรุ่ยที่ตอบคำถามนั้นแทนพี่ชาย ทั้งยังออกรับแทนเสียด้วย


“หลายวันก่อนที่เห็นคุณหนูห่าน เปิ่นหวางรู้สึกราวกับเป็นรักแรกพบ จึงชวนพี่รองมาแอบดูโฉมสะคราญ”เยี่ยนหลงรุ่ยตอบ พร้อมฉีกยิ้มกว้างอันแสนสดใส “ว่าแต่ไท่จื่อเฟยมาที่ค่ายบ่อยหรือ”


อวี้หลันส่ายหน้า เรียวขาขยับก้าวออกไปด้านหน้า ขนาบข้างองค์ชายสี่ พลางชำเลืองมองเยี่ยนหลงเสวี่ย “ร่างกายของเปิ่นไท่จื่อเฟยมิแข็งแรงดีนัก ย่อยครั้งต้องนอนอยู่บนเตียง แม้นอยากมาก็ไม่อาจมาได้”


เยี่ยนหลงรุ่ยพยักหน้า ริมฝีปากเผยออกต้องการจะเอ่ยบางสิ่งทว่าถูกนางพูดแทรกขึ้นเสียก่อน “เพียงแต่หลายวันมานี้มีหลายอย่างเกิดขึ้น เปิ่นไท่จื่อเฟยจึงต้องมาดูผลลัพธ์ด้วยตนเอง”


เยี่ยนหลงเสวี่ยเขาเป็นพระเอก ผู้ซึ่งยึดติดกับความถูกต้อง ขณะที่เยี่ยนหลงเยี่ยไม่เคยสนใจวิธีการ ขอเพียงผลลัพธ์สุดท้ายอันน่าพอใจ ครั้งหนึ่งคุณพระเอกเคยบอกว่า บัลลังก์ควรเป็นของเขา นั่นคือความถูกต้อง 


นางอ่านนิยายเรื่องนี้ครั้งแรกตอนเก้าขวบ โตมาถึงได้เข้าใจว่าถูกต้องหรือไม่ย่อมไม่สำคัญ สำคัญเพียงแต่ว่าคนผู้นั้นมีอำนาจและกำลังมากเพียงใดต่างหาก 


เวลานั้นเขามีกำลังรวมถึงอำนาจเหนือหลงเยี่ย 


“ห่านฟางหรง เป็นบุตรีของแม่ทัพประจิม ทั้งยังมีรูปโฉมงามล่มเมือง ไม่แปลกหากเหล่าองค์ชายจะสนใจ”


อีกแง่มุมหนึ่งห่านฟางหรงนับเป็นฐานอำนาจชั้นดี 


หางตาของเยี่ยนหลงเสวี่ยพลันกระตุก ชายหนุ่มเหยียดยิ้มกว้าง “เช่นนั้นแล้วย่อมต้องเป็นที่หมายตาขององค์ไท่จื่อด้วย จริงหรือไม่ไท่จื่อเฟย”


เมื่อตกอยู่ในห้วงภวังค์ของความหลงใหลในตัวโฉมงาม แม้กระทั่งพระเอกก็สามารถเปลี่ยนเป็นบุรุษปากร้ายช่างแขวะได้อย่างง่ายดาย 


หากเป็นหลงเยี่ย แน่นอนว่าตัวร้ายมักกลับกลอก ใส่หน้ากากและฉีกยิ้ม เขาไม่มีทางทำท่าทีเช่นนี้ หาไม่แล้วห่านฟางหรงคงไม่หลงใหลตัวร้าย


“นั่นเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่อาจหาความสำคัญได้”


อวี้หลันเตรียมต่อเถียงอีกประโยค ทว่าเยี่ยนหลงเยี่ยกลับปรากฏตัวขึ้น ขนาบข้างด้วยหมิงอี้เหอที่โอบอุ้มเสี่ยวมาวเอาไว้แน่น หลงเยี่ยยกยิ้มอบอุ่น และนั่นช่างขัดกับดวงเนตรราบเรียบ


แม่ทัพหมิงสบตานาง พลันเหยียดมุมปากขึ้นอย่างร้ายกาจ แล้วหันไปกระซิบกระซาบกับตัวร้าย


“เวร...”นางเผลอสบถออกไป หากนั่นเรียกสายตาให้สององค์ชายหันมามองได้ไม่ยาก


เห็นได้ชัดว่าทาสแมวยังไม่ละความพยายามที่จะสร้างความร้าวฉานแก่ครอบครัวของนาง


หลงเยี่ย ท่านควรเลิกคบกับเขาซะ !









 


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.514K ครั้ง

252 ความคิดเห็น

  1. #6209 fluffyminn_ (@bloominghwang) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:44
    โอ้ยเอ็นดูทาสแทว 555555555555 หลุดขำเยอะมากกกเลยค่ะตอนนี้ โอ้ย
    #6209
    0
  2. #5995 Ohdang (@massatom) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 21:45
    "เวรรรร"555 ทาสแมวนักปั่น
    #5995
    0
  3. #5991 Ciztems (@zoezad) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 14:25
    โคตรกวนน
    #5991
    0
  4. #5821 wani14 (@0933150768) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 21:22
    งานอดิเรกของทาสแมวคือการปั่นหัวชาวบ้าน555
    #5821
    0
  5. #5648 Killer.P (@paifah_skypp) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 10:37
    ร้ายที่สุดในเรื่องคือนังทาสแมว 55555
    #5648
    0
  6. #5640 ทาสของเหมียว (@iiizo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 19:57
    555555นังทาส!!!
    #5640
    0
  7. #5632 Par_dao (@Par_dao) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 09:33
    เจ้าทาสแมวนั่น!!!!
    #5632
    0
  8. #5580 pppornnipa (@pppornnipa) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 16:03
    นังทาสแมวตัวดี55555
    #5580
    0
  9. #5324 -iy- (@-iy-) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 13:45
    5555555 เวร
    #5324
    0
  10. #5149 Asphyxia-co (@nanaji-288) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 18:41
    ถามหาตัวร้ายในเรื่องนี้หรอ.... เจ้าทาสแมวนั้นไง!
    #5149
    0
  11. #5037 indee-indy (@indee-indy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 10:51
    แม่ทัพ นังทาสแมว นังตัวดี!
    #5037
    0
  12. #5028 palllll (@palllll) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 01:46
    นางร้ายก็คือแม่ทัพหมิงนี่แหละ
    #5028
    0
  13. #4844 YT CH (@onevay) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 18:55
    ตัวร้ายตัวจริงคือหมิงนี่แหละ
    #4844
    0
  14. #4840 YT CH (@onevay) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 18:38
    สงสารไท่จื้อ555555
    #4840
    0
  15. #4741 nontoy612 (@nontoy612) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 07:28
    งานนี้คือบอกได้ว่า

    พวกตัวร้ายไม่ควรคบกัน

    -_-เห็นแต่ผลประโยชน์ของตนเป็นหนึ่งทั้งคู่
    #4741
    0
  16. #4574 Le_U (@Le_U) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 14:18
    พี่หมิงงงงงง ทำไมเหมือนเมียบ่าวจี้เสี้ยมม
    #4574
    0
  17. #4452 MashiroJP (@MashiroJP) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 07:24
    ทาสแมววว
    #4452
    0
  18. #3665 Numtanthitiya (@Numtanthitiya) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 12:26
    ทาสแมวตัวเสี้ยม....
    #3665
    0
  19. #3105 JubJujube (@JubJujube) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 16:00
    ท่านแม่ทัพคือตัวร้ายที่แท้จริง คนที่โนสนโนแคร์ใครใดๆคือนาง 5555 มีเพียงแมวในดวงใจ
    #3105
    0
  20. #2771 ๋J__N__T___ (@jigsaw2048) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 21:40
    สรุปเรื่องนี้ตัวร้ายคือท่านแม่ทัพนั้นเอง คอยเสี้ยมสอนให้ครอบครัวเขาแตกแยกกันอยู่นั่นแหละ 555
    #2771
    0
  21. วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 19:34
    อ่านมาจนถึงตอนนี้ สนุกมากค่ะ แต่บางครั้งเราก็ตีความรู้สึกหรือความคิดของพระ~นางไม่ออก เพราะบุคลิกซับซ้อน แต่บรรยากาศนิยายโดยรวมสนุกและน่าติดตาม และ ควรเลิกคบทาสแมวจริงๆเพราะเสี้ยมเก่งเหลือเกิน
    #2548
    0
  22. #2539 นกยูง-มายา (@Nokyoong) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 19:16

    คู่กัดของนางสินะ

    #2539
    0
  23. #2490 nanar1117 (@nang23) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 13:50
    ตัวเสี้ยมจริงๆเลยหมิงอี้เหอ 5555555
    #2490
    0
  24. #2411 nannytnc (@nannytnc) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 09:13
    ตลก ทาสแมว55555555
    #2411
    0
  25. #2409 รัณฌา (@mymacam) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 05:30

    หมิงมันบ้า หาแมวมาให้มันอีก จะได้เลิกวุ่นวายกะครอบครัวคนอื่น

    #2409
    0
เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น