嫡福晉 [璐恩] •ลู่เอิน• [ตีพิมพ์กับสนพ.Dbooks ]

  • 95% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 1,125,144 Views

  • 17,633 Comments

  • 19,953 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,487

    Overall
    1,125,144

ตอนที่ 18 : บทที่ 17 เค้าลางของปัญหา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53470
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3909 ครั้ง
    18 ส.ค. 61

บทที่ 17

 

นับว่าเป็นครั้งแรกที่พระชายาลู่เอินตื่นเช้าถึงเพียงนี้ นางถูกหลินฮุ่ยปลุกขึ้นมาตั้งแต่ตอนที่ท้องฟ้ายังไม่เปลี่ยนเป็นสีส้มของรุ่งสาง ร่างบอบบางสวมอาภรณ์สีขาวปักลายดอกเหมยในขณะที่เรือนผมถูกเกล้าเป็นทรงเรียบง่ายเหมาะสมต่อการเคลื่อนไหว

หยวนหลงตื่นก่อนหน้านางสักหนึ่งชั่วยามได้ เขาสวมใส่ชุดอาภรณ์สีน้ำเงินเข้ม มือข้างหนึ่งถือม้วนตำราเอาไว้ ลู่เอินก้าวเดินเข้าไปหาเขาก่อนจะยกมือขึ้นโอบกอดเขาเอาไว้ตามความเคยชิน 

"หยวนหลง หม่อมฉันหิวแล้ว"นางบอกสัมผัสได้ถึงเสียงท้องร้องที่กำลังดังขึ้น

สวามีของนางยกยิ้มที่มุมปากพลางยกมือขึ้นลูบหัวลู่เอินก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไร้ซึ่งความง่วงงุนแตกต่างจากนางโดยสิ้นเชิง

"เปิ่นหวางให้โรงครัวจัดเตรียมอาหารเช้าของพวกเราเอาไว้แล้ว"ดวงตาของเขาหยุดนิ่งลงบนใบหน้าของภรรยา หยวนหลงยกมือขึ้นสัมผัสลงบนข้างแก้มนั้น "น้องห้ากับน้องหกจะมาส่งพวกเราด้วย อีกไม่นานก็ยังจะรุ่งส่างแล้ว เราไปกันเถอะ"

มือของลู่เอินถูกเขากอบกุมและจับจูงไปพร้อมกัน ในการเดินทางไปทางใต้เพื่อไปยังเมืองสุ่ยเหรินครั้งนี้ นับว่าเป็นการเดินทางครั้งใหญ่ ฝ่าบาททรงพระราชทานข้ารับใช้ เหล่าทหารรวมทั้งหมอหลวงหลายท่านให้มาร่วมด้วยและนั่นจึงกลายเป็นที่จับตามองของคนหมู่มาก

พระชายาลู่เอินก้าวขาขึ้นไปบนรถม้าพร้อมกับสวามี จุดหมายที่นัดเจอกันระหว่างพวกเราและองค์ชายรองอยู่นอกประตูเมืองออกไป ในครั้งนี้ไม่มีทั้งหลินฮุ่ยหรืออวี้กงกงคอยติดตาม ดูท่าชีวิตในอีกหลายข้างหน้าของนาง ทรงผมและการแต่งตัวคงไม่เรียบร้อยเท่ากับวันนี้เป็นแน่

แทบจะในทันทีเมื่อขึ้นมาบนรถม้าร่างสูงของหยวนหลงเริ่มก้มหน้าก้มตาอ่านตำราของเขาไปโดยไม่ใส่ใจนาง ถึงกระนั้นก็ยังไม่ลืมทิ้งท้ายเอาไว้ด้วยน้ำเสียงเจือไปด้วยความเป็นห่วง

"เจ้านอนก่อนก็ได้ ใกล้ถึงเมื่อไหร่เปิ่นหวางจะปลุกเจ้าเอง"

อย่างไรก็ตามเหมินลู่เอินไม่อาจหาเหตุผลอะไรมาปฏิเสธข้อเสนอที่ส่งผลดีกับตัวเอง นางพยักหน้าเคลื่อนย้ายตัวเไปนอนบนตักของเขาแล้ววางศีรษะลงบนตักอุ่นนั้น 

บางครั้งพวกเราก็เป็นเช่นนี้ เรียบง่ายเกินไป

 

ลู่เอินถูกปลุกขึ้นด้วยฝีมือของสวามีของนางยามเมื่อรถม้าหยุดลงแล้ว หยวนหลงม้วนตำราของเขาเก็บให้เรียบร้อย พลางขยับตัวช่วยประคองศีรษะของนางไม่ให้ตกลงไป นางกะพริบตาแล้วแหงนหน้าขึ้นมองเขา ความง่วงงุนยังคงเข้าโจมตีนางประดุจพิษแสนร้ายกาจ

"ถึงแล้ว"เขาบอก

"อือ"และลู่เอินเพียงแค่ร้องคราง

"แล้วก็ตื่นได้แล้ว"

"หม่อมฉันรู้แล้ว"ลู่เอินกะพริบตาอีกครั้งเรียกสติของนางกลับเข้าร่าง ร่างสูงของหยวนหลงก้าวลงจากรถม้าไปก่อนหน้านาง เขาส่งมือมาให้เพื่อที่จะพยุงพระชายาลู่เอินลงจากรถม้า

"ปรือตาให้เปิ่นหวางดูหน่อย เปิ่นหวางกลัวเหลือเกินว่าพระชายาของเปิ่นหวางจะตกลงมาจากรถม้า"

ลู่เอินกลอกตาเล็กน้อย หาได้ยากที่หยวนหลงจะเย้าแหย่นางเช่นนี้ 

"หม่อมฉันไหนเลยจะซื่อบื้อปานนั้น"

"เจ้าไม่ได้ซื่อบื้อ แต่เจ้ามันหน้ามึนต่างหาก หากมิใช่เพราะเปิ่นหวางต้องคอยดูแลพวกน้องหกเห็นทีคงสื่อสารกับเจ้าไม่เข้าใจ"

หยวนหลงยกยิ้มของเขากว้างขึ้น เพียงชั่วพริบตาเรียวแขนอันแข็งแกร่งของเขาโอบอุ้มร่างบางของนางลงรถม้า พลันดวงตาของลู่เอินเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตกตระหนก เรียวนิ้วของนางจิกลงบนอาภรณ์ของเขาตามสัญชาตญาน

"ท่านเป็นอะไรของท่าน"

หยวนหลงไม่ตอบคำถามนั้นและเพียงแค่เดินนำหน้าไปปล่อยทิ้งให้ภรรยาของเขาจมอยู่กับความไม่เข้าใจ

ขบวนรถม้ายาวเหยียดตั้งแต่ประตูเมืองออกมา พวกทหารมากมายที่กำลังขนเสบียงอีกทั้งพวกหมอหลวงเองก็เหมือนจะมาถึงแล้ว 

"เร็วเข้า ลู่เอิน"เสียงทุ้มของหยวนหลงตะโกนเรียกนาง ร่างของเขาหยุดนิ่งเพื่อรั้งรอใบหน้านั้นฉีกยิ้มระรื่นคล้ายคลึงกับองค์ชายหกยิ่งนัก ลู่เอินหรี่ตาลงมองเขา

ท่านกำลังใช้หม่อมฉันเป็นเบี้ยหมากในแผนการอะไรสักอย่างใช่หรือไม่

แต่ถึงกระนั้นคิดไปมันก็เท่านั้นลู่เอินเร่งฝีเท้าเดินไปหาเขา นานแค่ไหนแล้วนางไม่มีโอกาสออกนอกประตูเมืองหลวง องค์ชายหกและองค์ชายห้าเดินคู่กันมาหาหยวนหลง ในวันนี้พวกเขาต่างสวมอาภรณ์สีสดใสที่ดูเข้ากันอย่างลงตัว 

"พี่สะใภ้"องค์ชายหกโบกมือให้นางในขณะที่องค์ชายห้าก้มหัวให้นางเล็กน้อย

"องค์ชายหก องค์ชายห้า"เหมินลู่เอินก้มหัวให้พวกเขา ริมฝีปากขยับยิ้มบางเบาก่อนจะแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีเช่นเดียวกับดวงอาทิตย์ที่กำลังลอยขึ้นประดับเหนือน่านฟ้า

"พี่สะใภ้ข้ามีอะไรให้ท่านดูด้วย"องค์ชายหกเคลื่อนย้ายตัวมาใกล้นางพลางกระตุกแขนเสื้อของพระชายาอ๋องคนงาม

พระชายาลู่เอินขมวดคิ้วด้วยความสงสัย "อะไรงั้นหรือ"

ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ตอ ก่อนจะหันไปถามบางสิ่งกับหยวนหลง "พี่ใหญ่ข้าขอหยิบยืมตัวพี่สะใภ้สักครู่ได้หรือไม่"

หยวนหลงเลิกคิ้วสูงมองหน้านางกับน้องชายสลับกันอย่างชั่งใจและมันก็เหมือนทุกครั้ง "ตามใจเจ้าเถอะ แต่อย่าให้ช้าเสียจนทำให้ผู้อื่นต้องรอท่า"

"ข้ารับปาก!"

แผ่นหลังขององค์ชายหกเริ่มขยับห่างออกจากระยะสายตา ลู่เอินรีบก้าวเดินตามแผ่นหลังเขาออกไปโดยไวและนั่นทำให้นางเห็นร่างสูงอันคุ้นตาของคนผู้หนึ่งยืนอยู่ไม่ไกลออกไป สีหน้าของอีกฝ่ายเรียบนิ่งติดไปทางหงุดหงิด

เหมินอี้หนาน น้องชายต่างมารดา

"รองแม่ทัพเหมิน"องค์ชายหกเอ่ยเรียกอีกฝ่าย ใบหน้าของชายหนุ่มยกยิ้มระรื่นใจเป็นที่สุด

ดูท่าแล้วเหมินอี้หนานคงโดนองค์ชายหกกลั่นแกล้งมาไม่น้อยเลยเทียว

"พ่ะย่ะค่ะองค์ชายหก"แม้ว่าอารมณ์ของน้องชายต่างมารดานางจะไม่สู้ดีนักแต่ถึงกระนั้นเขายังพอที่จะรู้จักวางตัวตามกรอบของหน้าที่อันพึงปฏิบัติอยู่บ้ง

"เห็นพระชายาลู่เอินไยจึงยังนิ่งเฉย"

"...กระหม่อม.."

อินซื่อถอนหายใจยาวเหยียด ฝ่ามือของเขาตบลงบนไหล่กว้างของอีกฝ่ายอย่างนึกหน่ายใจอยู่ไม่น้อยเลย "ซื่อบื่อจริงๆ ต่อไปนี้เปิ่นหวางจะเรียกเจ้าว่าตัวซื่อบื้อ"

"นั่นออกจะ.."

น้ำเสียงของเหมินอี้หนานขาดห้วงไปในทันใด ยามเมื่อเห็นว่ารอยยิ้มบนใบหน้าขององค์ชายหกกำลังขยับกว้างขึ้นอีกคราและนั่นหมายความถึงความยุ่งยากที่กำลังจะเกิดขึ้น

"กล้าถกเถียงกับเปิ่นหวาง นอกจากซื่อบื้อแล้วยังโง่งมอีกหรือ เช่นนั้นคงต้องเปลี่ยนชื่อใหม่..."อินซื่อชำเลืองมองสีหน้าของพี่สะใภ้ที่หาได้ทุกข์ร้อนกระไรไม่ "เป็นเจ้าตัวงื่องื้อก็แล้วกัน ต่อจากนี้เปิ่นหวางจะเรียกเจ้าว่าตัวงื่องื้อเข้าใจหรือไม่"

"..."

อย่างไรก็ตามสีหน้าของน้องชายต่างมารดาดำดิ่งถึงขั้นสุด กระทั่งนางยังอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มด้วยความขบขันปนสงสาร องค์ชายหก ท่านช่างมีความสามารถด้านพวกนี้เสียจริง

"พี่สะใภ้ ท่านไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะดูแลเจ้าตัวงื่องื้อเป็นอย่างดี"องค์ชายหกกล่าวดวงตาของชายหนุ่มเปล่งประกาย แม้นกระทั่งน้ำเสียงที่ใช้กับพี่สะใภ้และรองแม่ทัพบูรพายังแตกต่างกันชัดเจน

"ดูแลอะไรกันพ่ะย่ะค่ะ"อี้หนานขมวดคิ้วสงสัยชำเลืองมองมาที่พวกเรา

อินซื่อกลอกตานึกชังในความโง่เขลาของเหมินอี้หนาน "เปิ่นหวางพูดกับพระชายาลู่เอินไฉนเจ้าตัวงื่องื้อจึงได้พูดแทรก"

"...กระหม่อมผิดไปแล้ว"อีกครั้งที่รองแม่ทัพเหมินไม่อาจกล่าวสิ่งใดออกไปได้ ใบหน้าของชายหนุ่มหม่นหมองลงพยายามอดกลั้นความรู้สึกร้อนกรุ่นภายในใจของเขาเอาไว้

อย่างไรก็ตามองค์ชายหกเมินเฉยต่อเขาโดยสิ้นเชิงหันไปกล่าวกับพระชายาลู่เอินด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "นอกเหนือจากซื่อบื้อและโง่งม เขายังขาดมารยาทขั้นพื้นฐานพอสมควร ไม่น่าเชื่อว่าพี่สะใภ้จะมีน้องชายที่แตกต่างกันมากถึงเพียงนี้"

"หม่อมฉันเองก็ไม่อยากจะเชื่อเช่นเดียวกัน หวังว่าท่านจะช่วยให้วิสัยทัศน์ของเขากว้างไกลขึ้นมาได้สักเพียงเล็กน้อยก็ยังดี"น้ำเสียงของลู่เอินเรียบเฉยทว่ากลับแฝงไว้ซึ่งความหนักใจอยู่มิใช่น้อย

แต่ถึงกระนั้นแล้วกลับไม่มีความรู้สึกเกลียดชังหรืออะไรระหว่างพวกเราเรา ราวกับว่าพวกเราต่างเป็นเพียงคนแปลกหน้าต่อกัน

เหมินลู่เอินหยุดสายตาลงบนใบหน้าของน้องชายพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเช่นเดิม"หวังว่าเจ้าจะได้อะไรกลับไปไม่มากก็น้อย การที่ท่านพ่อยกตัวเจ้าให้กับองค์ชายหกดูแล ย่อมหมายความว่าท่านพ่อเล็งเห็นถึงข้อผิดพลาดในตัวเจ้า อย่าได้ดื้อรั้นนักเพราะเปิ่นหวางเฟยช่วยท่านจากองค์ชายหกไม่ได้หรอก"

องค์ชายหกรีบพยักหน้าแล้วเสริมทัพอย่างคล้ายตามพี่สะใภ้ "กล่าวได้ว่าเจ้าตกอยู่ในกำมือของเปิ่นหวางโดยสมบูรณ์แบบ ใต้หล้านี้หาได้มีใครช่วยเจ้าได้ไม่.."

ชั่วขณะหนึ่งดวงตาของพี่สะใภ้และน้องสามีสบเข้าหากันราวกับว่าล่วงรู้ซึ่งความต้องการของกันและกัน เหมินอี้หนานสัมผัสได้ถึงลางร้าย พลันร่างกายเริ่มแข็งทื่อขึ้นมา

"เปิ่นหวางจะปรับทัศนคติและวิสัยทัศน์ของเจ้าใหม่เอง”

"...

ไยพวกท่านไม่ถามถึงความสมัครใจของข้าก่อน

เหมินลู่เอินยกยิ้มเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหมุนปลายเท้ากลับไปยังทิศทางเดิม"หม่อมฉันขอตัวก่อน เรื่องในครั้งนี้หม่อมฉันจะตอบแทนท่านอย่างแน่นอน"

ทว่าเสียงหนึ่งของคนที่เงียบอยู่นานกลับเอ่ยเรียกชื่อของนาง "พระชายาลู่เอิน"

เหมินอี้หนานแหงนหน้าขึ้นมองพี่สาวของเขาก่อนจะสูดหายใจเข้าพยายามละทิ้งความรู้สึกมากมายที่มีต่อพี่สาวต่างมารดาทิ้งไว้ข้างหลีง

"ว่าอย่างไรท่านรองแม่ทัพเหมิน"

"ท่านพ่อ-ท่านแม่ทัพบูรพาฝากจดหมายบางอย่างมาให้ท่าน"อี้หนานตอบอย่างไม่เต็มเสียงดีนัก ก่อนจะล้วงมือไปใต้แขนเสื้อเพื่อส่งจดหมายมอบจดหมายให้แก่พระชายาลู่เอิน

นางไม่อาจหยุดความสงสัยที่กำลังเกิดขึ้นได้เลย แต่ถึงกระนั้นลู่เอินทำได้เพียงขยับยิ้มกว้างอีกสักหน่อย

ก่อนจะเริ่มก้าวเดินออกห่างจากพวกเขา แล้วฉีกซอกจดหมายในมือออกเพื่อเปิดดูเนื้อความอันแสนสั้นนั้น

เดินทางปลอดภัย

 

ยามเมื่อนางกลับมาอีกครั้งหยวนหลงก็เหมือนจะสนทนากับองค์ชายห้าเสร็จแล้ว วงแขนขององค์ชายห้ายกขึ้นโอบกอดร่างของพี่ชายเอาไว้ยากปฏิเสธว่านางค่อนข้างชื่นชมในสายสัมพันธ์ของพี่น้องทั้งที่เป็นพี่น้องต่างมารดา ทว่าพวกหยวนหลงกลับมาสายสัมพันธ์อันเหนี่ยวแน่นแตกต่างจากลู่เอินและอี้หนานโดยสิ้นเชิง

"เดินทางปลอดภัย พี่ใหญ่"

ทุกอย่างเหมือนจะตั้งเค้าลางมาดี หากแต่เพียงชั่วพริบตานางก็เหมือนจะเห็นถึงความยุ่งยากบางอย่าง

ร่างสูงขององค์ชายรองเดินเข้ามาพร้อมกับร่างบางของหลี่เหมยฮวาที่อยู่ในอาภรณ์ที่เหมาะสมต่อการเดินทางไกล

รอยยิ้มบนใบหน้าของลู่เอินแข็งค้าง นางชำเลืองมองสีอันเรียบนิ่งของหยวนหลง 

ไม่มีใครบอกว่าคุณหนูหลี่จะมาร่วมขบวนด้วย กระทั่งกับหยวนหลงผู้ซึ่งมีหน้าที่จัดการทุกอย่างในการเดินทางยังไม่ได้รับแจ้ง องค์ชายรองท่านทำเช่นนี้นับว่าหักหน้าพี่ชายท่านไม่น้อย อีกทั้งยังจงใจตรอกย้ำแผลใจพี่ชายของท่าน ดูเหมือนว่าองค์ชายรองกำลังเอาคืนท่านเรื่องงานเทศกาลหยวนเซียวคราวนั้น

หยวนหลง

น้องชายของท่านร้ายกาจไม่น้อยเลย

 

พระชายาลู่เอินเริ่มสังเกตได้ถึงสีหน้าที่เปลี่ยนไปของสวามีทว่าหยวนหลงยังคงสามารถจัดการกับอารมณ์ของเขาได้อย่างดีเยี่ยม ยามเมื่อร่างของสองคู่รักก้าวเข้ามาหาพวกเรา เหมินลู่เอินขบริมฝีปากของนางแน่นลอบมองสถานการณ์และเรื่องสนุกที่กำลังจะเกิดขึ้น

"พี่ใหญ่ ข้าพาเหมยฮวามาด้วยหวังว่าท่านคงจะไม่ว่าอะไรม"องค์ชายรองยกยิ้มกว้าง มือของเขากอบกุมมือของคุณหนูหลี่เอาไว้และสีหน้าของหลี่เหมยฮวาไม่ใคร่สู้ดีนัก

 พึงรับรู้หรืออย่างไรว่าองค์ชายรองจงใจพาเจ้ามาเพื่อหักหน้าหยวนหลง

"น้องรองเจ้าน่าจะรู้ว่าเสบียงของเรามีอย่างจำกัด อีกทั้งมันคือการเดินทางระยะไกล ไฉนเจ้าจึงได้พาผู้อื่นโดยไม่บอกข้าก่อน"

อย่างไรก็ตามหยวนหลงเมินเฉยต่อหลี่เหมยฮวาโดยสิ้นเชิง นัยน์ตาของเขาจับจ้องเพียงใบหน้าขององค์ชายรองด้วยสายตาที่แฝงไว้ซึ่งการตำหนิติเตียน และมันครั้งแรกที่ลู่เอินมีโอกาสได้เห็นสวามีของนางเมินเฉยต่อคุณหนูหลี่โดยสิ้นเชิง 

ครั้งแรกจริงๆ

"ขออภัยด้วยพี่ใหญ่ ข้าเพียงจะให้เหมยฮวาเป็นหนึ่งในคณะหมอที่เตรียมไว้รักษาชาวบ้าน นางเคยบอกข้าว่าอยากจะเห็นหมอหลวงในวังทำงานด้วยตาของตนเอง"

กระทั่งใบหน้าขององค์ชายห้ายังมืดครึ้มลงอย่างชัดเจน ไม่ต้องพูดถึงหยวนหลงสีหน้าของเขาราบเรียบจนติดเย็นชา ริมฝีปากของหยวนหลงขบเข้าหากันเป็นเส้นตรง ลู่เอินเริ่มรับรู้ได้ว่าองค์ชายรองกำลังทำลายขีดจำกัดความอดทนของหยวนหลงลง

"เจ้าคิดว่าการที่เราเดินทางไกลเพื่อไปแก้ไขปัญหาอุทกภัยคือการละเล่นของเด็กน้อยหรืออย่างไร จึงได้คิดอยากจะพาใครมาก็พา"

ทว่าแม้นเพียงถ้อยคำตำหนิติเตียนของหยวนหลงยังคงไม่อาจทำให้องค์ชายรองตระหนักได้ถึงความผิดของเขาเองได้เลย สีหน้าของอินหลงมืดครึ้มลงยังคงเพียรพยายามถกเถียงแทนคนรัก

"เหมยฮวาไม่ใช่คนอื่น นางเป็นว่าที่พระชายาของข้า!"

องค์ชายห้าไม่อาจทนอยู่เฉยได้อีกต่อไป อินเจิ้งกลอกตาให้กับความโง่เขลาของพี่ชายคนรอง "พี่รองท่านควรถามเสด็จพ่อก่อนที่จะด่วนตัดสินใจ"

"น้องห้า เจ้า.."อินหลงหมดคำพูดสีหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความอับอายปนเกรี้ยวโกรธ ทำได้เพียงกวาดตามองพวกเราทุกคนไม่เว้นกระทั่งพระชายาลู่เอิน

เห็นทีสติปัญญาองค์ชายรองจะน้อยนิดยิ่งกว่าเหมินอี้หนานน้องชายของนางด้วยซ้ำไปกระมัง

หยวนหลงถอนหายใจยาวเหยียด ดวงตาของเขาตวัดมองคู่รักตรงหน้าพลางกล่าวเสียงห้วนจัด"เรากำลังไปทำงาน ไม่ใช่พาใครไปศึกษาดูงาน เจ้าควรแยกแยะมันให้ออกน้องรอง เจ้าเองก็ด้วยเหมยฮวา กระทำตัวเช่นนี้ไม่นับว่าเป็นเรื่องสมควรของคุณหนูตระกูลใหญ่แม้แต่น้อย"

คล้ายกับว่าขีดจำกัดขององค์ชายรองกำลังจะหมดลงหากแต่หลี่เหมยฮวายังคงฉลาดพอที่จะดึงรั้งตัวคนรักเอาไว้ไม่ให้ทำเรื่องโง่เขลาไปมากกว่านี้ หยวนหลงกวาดสายตามองพวกเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหมุนตัวกลับไม่แยแสและใยดีต่อพวกเขาอีกต่อไป ลู่เอินเดินตามหลังสวามีของนางออกไป ปล่อยทิ้งสองตัววุ่นวายเอาไว้ด้านหลัง

ร่างสูงของเขาก้าวขึ้นไปบนรถม้าโดยไม่ลืมที่จะออกคำสั่งทิ้งท้ายเอาไว้ "องค์ชายรองพร้อมเมื่อไหร่ก็เริ่มออกเดินทางได้เลย"

พระชายาลู่เอินตามหลังเขาเข้าไป หยวนหลงถอนหายใจอีกครั้งยกม้วนตำราในมือขึ้นพลางปิดเปลือกตาลง ร่างบอบางนั่งลงในฝั่งตรงข้ามพลางชำเลืองมองเขาอยู่เป็นระยะ เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ของหยวนหลงไม่คงที่ เขากำลังหงุดหงิดและสับสนแต่ถึงกระนั้นก็พยายามอย่างยิ่งที่จะนิ่งเฉย

ผ่านไปราวหนึ่งเค่อรถม้าเริ่มขยับเป็นสัญญานถึงการออกเดินทางของพวกเรา จากการคำนวณจากระยะน่าจะใช้เวลาสิบถึงสิบห้าวัน แต่คิดว่าหยวนหลงคงต้องการไปถึงที่เมืองสุ่ยเหรินให้เร็วที่สุด

คงราวสิบวันได้

"ลู่เอิน"เขาเอ่ยเรียกนางเสียงแผ่วเบาแล้วปรือตาขึ้นมองหน้าของลู่เอิน ดวงตาของเขากลับมาเรียบเฉยและนิ่งสงบอีกครั้ง 

"มานี่"หยวนหลงกวักมือเรียวภรรยาส่งผลให้ร่างบอบบางเคลื่อนตัวไปนั่งฝั่งเดียวกันกับเขา หยวนหลงจึงเริ่มปฏิบัติการโอบกอดร่างของนางเอาไว้แล้วฝังหน้าลงบนซอกคอขาวเนียน

"เจ้าไม่รู้สึกอะไรเลยหรืออย่างไร"

เหมินลู่เอินขมวดคิ้ว "หม่อมฉันควรรู้สึกอะไรงั้นหรือ"

หยวนหลงนิ่งเงียบไปพักใหญ่ ความเงียบสงบกำลังเข้ากลืนกินพวกเราทว่านั่นก็เพียงชั่วขณะเท่านั้น ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียดกอดรัดร่างบอบบางของภรรยาแน่นขึ้นกว่าเดิม

"อาจจะไม่พอใจ โกรธหรือว่าหึงหวง"

ลู่เอินเงยหน้าขึ้นมองเขาพลางเปล่งเสียงหัวเราะขณะยกมือขึ้นโอบกอดลำตัวของเขาเอาไว้ "มีอันใดให้หม่อมฉันต้องไม่พอใจ โกรธหรือว่าหึงหวงกัน.."

อีกครั้งที่หย่งหยวนหลงไม่อาจเข้าใจในตัวของภรรยาได้เลย นัยน์ตาระหงของลู่เอินกำลังเปล่งประกายวาววาบขึ้นมาเรียวนิ้วมือของนางสัมผัสลงบนข้างแก้มของเขา

"ชีวิตของหม่อมฉันก้าวผ่านจุดที่ว่านั้นมาเนิ่นนาน อย่างมากก็อาจจะแค่รู้สึกขวางหูขวางตาเสียหน่อยก็เท่านั้น"

"ตัวเจ้าเป็นเช่นนั้น"หยวนหลงเริ่มกลับเข้าสู่ภายในโลกส่วนตัวของเขาที่นางไม่อาจเข้าถึงได้ ดวงตาคู่นั้นเหม่อลอยอย่างไร้จุดหมาย

และลู่เอินเพียงใช้สายตามองเขาปล่อยให้สวามีของนางตกอยู่ในโลกของเขาเพียงผู้เดียว หากถามว่ารู้สึกอย่างไร

คงเฉยชาเสียแล้วกระมัง

 

คราแรกลู่เอินคิดว่าพวกเราจะพักค้างแรมกันในตัวเมืองก่อนจะออกเดินทางในเวลารุ่งสาง หากแต่ด้วยขบวนการเดินทางที่ใหญ่เกินไปนัก  หยวนหลงจึงตัดสินใจพักค้างแรมในป่าข้างกับแม่น้ำที่ไหลจากภูเขาซึ่งอยู่ไม่ไกลออกไป

ต้องยอมรับว่าสวามีของนางมีความสามารถในการบริหารจัดการที่ดีพอสมควร อย่างน้อยเขาสามารถบริหารคนจำนวนหลักร้อยได้อย่างไม่มีปัญหาใดๆ

แล้วปล่อยให้องค์ชายรองเดินตามหลังไม่ต่างกับบุตรชายผู้ซึ่งเดินตามรอยบิดา ช่างเป็นภาพที่ชวนขบขันแค่กลับหัวเราะไม่ออก ส่วนหลี่เหมยฮวานั้นนางแยกไปคลุกตัวกับพวกหมอหลวงทั้งหลายคอยทำหน้าที่ไม่ต่างกับลูกศิษย์ผู้ได้รับสืบทอดวิชา

 

และสุดท้ายพระชายาลู่เอินคือคนว่างงานอย่างแท้จริงนางก้มลงมองความรับผิดชอบเพียงหนึ่งเดียวในมือซึ่งนั้นก็คือม้วนตำราของหยวนหลง

ภาระงานนี้ช่าง...ยิ่งใหญ่นัก

ร่างบอบบางยืนนิ่งท่ามกลางคนมากมายที่ต่างรับผิดชอบภาระงานของตนเอง ไม่ต้องถามถึงหยวนหลง สวามีของนางทิ้งนางไว้เป็นที่เรียบร้อย

"เปิ่นหวางเฟยมีหน้าที่ถือตำราให้ท่าน"เหมินลู่เอินกล่าวเสียงแผ่วอดรู้สึกหดหู่ใจไม่น้อย

"พระชายาหลบทางหน่อยพ่ะย่ะค่ะ"เสียงของนายทหารกองหนึ่งตะโกนแทรกขึ้นมา พระชายาลาเอินรีบเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว

มองเจ้าตัวหมูป่าในมือที่ถูกแบกหามมายังไม่นับรวมถึงสัตว์น้อยใหญ่เช่นกระต่ายป่าเพื่อนำมาประกอบอาหารเย็นของพวกเรา

"ใครเป็นคนรับหน้าที่ทำมื้อเย็น"นางเอ่ยถาม

เพราะอย่างน้อยเราก็ไม่ได้ขโมยพ่อครัวมาจากวังหลวงด้วย 

"ทูลพระชายาพวกกระหม่อมเองพ่ะย่ะค่ะ เหล่าทหารประจำกองรบที่สาม"หนึ่งในคนพวกนั้นตอบขานกลับมา 

เห็นได้ชัดถึงมารยาทของเขาที่ดียิ่งกว่าน้องชายของนาง

"เช่นนั้นเปิ่นหวางเฟยจะช่วยพวกเจ้าทำอาหารเย็น"

"..."

อย่างไรก็ตามทักษะอะไรที่สตรีควรทำได้ดีลู่เอินมักทำได้เกินมาตรฐานของเกณฑ์เสมอ แน่นอนว่าการทำอาหารก็เช่นกัน

 

องค์ชายรองไม่อาจสรรหาคำพูดอะไรมาอธิบายความรู้สึกในตอนนี้ของเขาออกมาได้เลย อินหลงเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังพี่ชายต่างมารดาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย นับตั้งแต่เมื่อสองชั่วยามก่อนเขาทำได้เพียงเดินตามแผ่นหลังขอ

งพี่ใหญ่ไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อย

"พี่ใหญ่..."

พี่ใหญ่ยังคงเมินเฉยต่อเขา อาจเรียกว่าสนใจงานตรงหน้ามากกว่า ความรับผิดชอบแทบทุกเรื่องตกเป็นขององค์ชายใหญ่ ในขณะที่ตัวเขาเพียงแค่เดินถอนหายใจทิ้งไปวันๆ

"เจ้ารับหน้าที่ตรวจสอบฟืนและเสบียงที่เตรียมมา ข้าจะไปตรวจดูทหารเวรว่าสามารถแบ่งงานกันได้ดีหรือไม่"พี่ใหญ่ชำเลืองมองเขาครั้งหนึ่งแล้วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยในที่สุด

"ข้า...ได้ข้าจะไปเดี๋ยวนี้"องค์ชายรองหดมือของเขาที่กำลังยื่นออกไปกลับเข้ามา ชายหนุ่มก้มหน้าก้มตาก่อนจะตอบรับอย่างไร้ทางเลือก

"แล้วก็น้องรอง เจ้าควรศึกษาและทำความเข้าใจกับแผนการทำงานของเราให้ดี"

"ข้าเข้าใจแล้ว"

หยวนหลงเหลือบมองน้องชายของเขาเล็กน้อยก่อนจะกลับมาสนใจงานตรงหน้าต่อ

"สุดท้ายภาระใดที่เจ้าพามาด้วย ย่อมเป็นเจ้าที่ต้องดูแลและจัดการด้วยตนเอง ข้าคำนวณทุกอย่างมาพร้อมในเมื่อมีคนเกินมาหนึ่ง อาหารและเครื่องใช้ของเจ้าควรแบ่งครึ่งหรือจะทำอย่างไร เจ้าย่อมต้องด้วยตนเอง"

"ท่านกำลังกลั่นแกล้งข้า.."

หยวนหลงส่ายหน้าพลางเหยียดยิ้มกว้าง "ไม่ นั่นคือความรับผิดชอบของเจ้า ในเมื่อเจ้านำภาระเข้ามาเพิ่มเจ้าย่อมเป็นผู้รับผิดชอบผลการกระทำของตนเอง ข้าจะไม่ให้ผู้ใดต้องเสียสละหรือแบ่งอาหารให้กับภาระที่เจ้านำมา"

"..."

"รับผิดชอบตัวเองด้วย น้องรอง"

สีหน้าขององค์ชายรองคล้ำหมอง เกิดอะไรขึ้นกับพี่ใหญ่ที่เคยตามแข่งกันแย่งชิงหัวใจของหลี่เหมยฮซาพร้อมกับเขากันแน่

ไฉนเล่าตอนนี้ถึงได้เฉยชามากถึงเพียงนี้กันได้

อวิ๋นชินอ๋องเลิกสนใจน้องชายต่างมารดาและเริ่มให้ความสนใจกับนายทหารผ็หนึ่งที่กำลังวิ่งมาหาเขาแทน

"ทูลท่านอ๋อง พระชายาลู่เอินอาสารับหน้าที่เป็นคนทำอาหารแทนพวกกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ"สีหน้าของทหารผู้หนึ่งหมองคล้ำและดูเลิกลั่กเป็นที่สุด

เรียวคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันนึกแปลกใจอยู่มิใช่น้อย ถ้าหากจำไม่ผิดนับตั้งแต่แต่งงานกันมาร่วมสามปีภรรยาของเขา นางไม่เคยย่างกายเข้าไปแถวโรงครัวเลยด้วยซ้ำไป  

"พระชายาลู่เอินอยู่ไหน"เสียงราบเรียบเอ่ยถาม ทว่าคำตอบที่ได้รับการตอบกลับมานั้นกลับยิ่งทำให้เรียวคิ้วของหยวนหลงขมวดเข้าหากันเป็นปมมากกว่าเดิม

"พระชายาลู่เอินกำลังถลกหนังกระต่ายอยู่บริเวณริมแม่น้ำพร้อมกับลูกมือบางส่วนพ่ะย่ะค่ะ"

นัยน์ตาคู่คมของเขาเต็มไปด้วยความแปลกประหลาดใจ ถลกหนังกระต่าย

เจ้ามีเรี่ยวแรงขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

 

เหล่าทหารทั้งกองกำลังจ้องมองมาที่พระชายาลู่เอินด้วยสายตาเป็นประกายจนน่าขนลุก ด้วยท่วงท่าการขยับร่างกายอันแสนสง่างามนั้น พวกเขาไม่อาจละสายตาออกจากพระชายาของอวิ๋นชินอ๋องได้เลย เหมินลู่เอินก้มมองเหยื่อในมือที่ถูกถลกหนังออกจนหมดและสับกลายเป็นชิ้นเนื้อ กลิ่นคาวของเลือดคลุ้งไปทั่วทั้งมือ

"มะระ ผักกาดดองและเห็ดหอมที่ต้มในหม้อได้ที่ดีหรือยัง"

ร่างบอบางหันไปถามลูกมือที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ก่อนจะยกยิ้มยกนึกพึงพอใจในคำตอบที่ได้ด้านรับกลับมา

"ทูลพระชายาได้ที่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ให้กระหม่อมยกออกจากเตาเลยไหมพ่ะย่ะค่ะ"

"ยกเลย จากนั้นตั้งกระทะให้ร้อนใส่น้ำมัน แล้วเอาเนื้อพวกนี้ไปผั ว่าแต่เนื้อหมูป่าทำไปถึงไหนแล้ว"ในครานี้พระชายาลู่เอินหันไปอีกด้านมองลูกมืออีกส่วนผู้รับหน้าที่ดูแลและจัดการเนื้อหมู่ป่า

"เนื้อพร้อมแล้วพ่ะย่ะค่ะ"

"เช่นนั้นก็ดี"ลู่หญิงสาวยกยิ้มพลางกล่าวชมพวกเขา "แม้ว่าพวกเจ้าจะเป็นทหารเเต่เป็นงานกว่าที่เปิ่นหวางเฟยคิดเอาไว้"

และนั่นส่งผลให้สีหน้าของพวกเขารวมถึงดวงตาเปล่งประกายขึ้นมา จับจ้องมองพระชายาลู่เอินด้วยสายตาที่เปล่งประกายยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว

"ขอบพระทัยพระชายาพ่ะย่ะค่ะ"

ลู่เอินวางมีดในมือลงเริ่มขบคิดถึงระยะเวลานานแค่ไหนที่ไม่ได้เข้าครัวแล้วส่ายหน้าให้กับตัวเอง

หากโรงครัวที่จวนฝีมือด้อยลงกว่านี้นางคงกล้าเสนอหน้าเข้าไปบ้าง

ว่าแต่..

"ม้วนตำราของเปิ่นหวางเฟยอยู่ที่ไหน"

"..."

บัดซบละ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.909K ครั้ง

163 ความคิดเห็น

  1. #12980 Sweet Time (@ging3) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 02:13
    นางเป็นผู้หญิงประเภทที่เราจะตกหลุมรักอ่ะ น่ารักชิบหาย
    #12980
    0
  2. #11871 shiromi-kuromi (@nanaji-288) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 18:39
    ตรง สิบ-สิบห้าวัน น่าจะใช้สิบถึงสิบห้าวันหรือ 10-15วัน แบบนี้มากกว่านะคะ
    #11871
    0
  3. #11199 ชะนีพระนคร (@YanisaN) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 13:01
    ปิดตอนเป็นซิทคอมเชียว
    #11199
    0
  4. #10512 Frayjung (@Frayjung) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 01:04
    คำอุทานของเปิ่นหวางเฟยตอนท้าย ทำให้ข้าน้อยถึงกับเงิบเลยเจ้าค่ะ
    อุตสาห์เก๊กขรึมมาตลอดแท้ๆ555
    #10512
    0
  5. #9185 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 20:00
    อ้าวววววสงสัยเป็นฟืนไปแล้วววว
    #9185
    0
  6. #9082 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 17:03
    องค์ชายรอง หวังว่าจากงานคราวนี้ท่านจะเติบโตขึ้นนะ เพียงพบกับตำแหน่งนั้น
    #9082
    0
  7. #7910 Alienonplanet🌙🌎 (@numalangpor) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 21:37
    ชอบตรงที่ถึงจะยังไม่ได้รักกัน แต่ความให้เกียติกันในฐานะสามี-ภรรยาคือมาเต็มมากก
    #7910
    0
  8. #7887 ลิลหรี่ (@maple_) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 15:21
    ทำตำราหาย555 ชอบที่นางเป็นผู้ใหญ่พอจะตัดใจได้ ทั้งเรื่องหยวนหลงและน้องชาย โตพอจนรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ไม่รู้ว่าแผนของนางรึเปล่าที่ให้ฝึกน้องจนเก่ง เผื่ออนาคตได้ใช้
    //นิยายไรท์ได้ที่1ในเว็บเด็กดี ดีใจด้วยนะคะ
    #7887
    0
  9. วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 11:02

    เป็นฟืนไปแล้ว5555555555

    #7224
    1
    • #7224-1 olahe (@olahe) (จากตอนที่ 18)
      2 สิงหาคม 2561 / 07:22
      คิดเหมือนกันเลย เป็นฟืนไปแล้ว 555
      #7224-1
  10. #6634 bloodjk (@bloodjk) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 12:28
    ม้วนตำราหายถึงต้องอุทานว่าฉิบหายเลยหรือพระชายา55555
    #6634
    0
  11. #6062 lukbua (@lukbua) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 21:03
    สามีถึงจะรักคนอื่นแต่ดูมีสติและมีความรับผิดชอบมากค่ะ ให้คะแนนสามี +10 ไปเลย แถมทีท่าว่ากำลังตัดใจจากหญิงอื่นได้แบบนี้เอาโบนัสเพิ่มไปด้วยอีก +10
    #6062
    0
  12. #5613 ท่านยูวยะ (@ayanokira) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 10:19
    ม้วนตำราหายเปนเรื่องเฉยเลย
    #5613
    0
  13. #5607 woonwai!! (@kimmania) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 09:55
    5555 กรรม
    #5607
    0
  14. #5554 DawnQuill (@DawnQuill) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 23:18
    งื่องื้อ โอ้ยองค์ชายห๊กกกกก แง ตกหลุมรักเขาแล้วค่ะะะะ
    #5554
    0
  15. #4114 มากิริจัง (@mikiri) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 06:36
    เป็นเรื่องที่ไม่หวาน​ ออกหน่วงๆด้วยซ้ำ​ แต่หยุดอ่านไม่ได้เลย
    #4114
    0
  16. #3565 bb.smile (@bhoombimm) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 12:52
    555555 ลืมไว้ไหนนนน
    #3565
    0
  17. #3505 P. Sanggil (@pupaemu) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 22:07
    เอ้า งานเข้าแล้วพระชายา555
    #3505
    0
  18. #3360 sugarmale (@sugarmale) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 11:57
    ชิบหายแล้วไงพระชายา หน้าที่เดียวเลยไม่ใช่เรอะ 5555
    #3360
    0
  19. #3333 NidIntime (@NidIntime) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 03:48
    เป็นละครทีแปลกทุกตัวเลย พิลึกจริงๆ งง แบบแปลก สรุปคน หรือผีดิบ ไร้ความรู้สึกขนาดนั้น
    #3333
    0
  20. #3019 _Guardian._ (@moon_night) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 08:37
    พิลึก ตัวละครพิลึก เนื้อเรื่องพิลึก คนเขียนพิลึก พิลึกที่แต่งเรื่องพิลึกได้อย่างพิลึก
    #3019
    1
  21. #2829 Dreammimi1 (@Dreammimi1) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 20:50
    เจ้าทำอันไดกับม้วนตำราของสามีข้า
    #2829
    0
  22. #2828 Dreammimi1 (@Dreammimi1) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 20:49
    บัดสบอันไดพวกเจ้า?
    #2828
    0
  23. #2463 pofaiwipada (@pofaiwipada) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 17:41
    ซะงั้น555
    #2463
    0
  24. #2325 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 09:56
    เอ็นดู
    #2325
    0
  25. #2257 PanatdaJ (@PanatdaJ) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 21:47
    555 ตั้งใจช่วยงานจริงจนลืมหน้าที่หลักไปเลยนะเอินเอิน
    #2257
    0