嫡福晉 [璐恩] •ลู่เอิน• [ตีพิมพ์กับสนพ.Dbooks ]

  • 95% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 1,125,440 Views

  • 17,633 Comments

  • 19,955 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,783

    Overall
    1,125,440

ตอนที่ 13 : บทที่ 12 หนึ่งความสัมพันธ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60460
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3750 ครั้ง
    18 ส.ค. 61

บทที่ 12

 

ลู่เอินถอนหายใจทำได้เพียงขยับลุกก้าวเดินออกไปทางด้านหน้าแม้นกระทั่งสวามีของนางเขายังคงเพียงแค่ขยับยิ้มบางเบา ไร้ซึ่งความช่วยเหลือใดๆจากหยวนหลงที่สมควรมอบให้แก่นาง องค์ชายหกยังคงฉีกยิ้มระรื่นของเขาทว่ากลับจงใจขยับกว้างขึ้นเมื่อร่างกายของนางหยุดยืนนิ่งขนาบข้างกายเขา

"ขอฝ่าบาททรงพระเกษมสำราญกับสิ่งที่ทรงจะทอดพระเนตรเพคะ"เสียงหวานกล่าวขึ้นอย่างนุ่มนวล ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางเบามอบให้แก่โอรสสวรรค์

"ไม่คาดคิดว่าวันนี้เราจะได้มีโอกาสเห็นความสามารถของพระชายาลู่เอิน เจิ้นจะรอดู "ลูกประคำในพระหัตถ์ของฮ่องเต้ถูกหมุนเล่นอย่างน่าชัง ทรงแย้มพระสรวลขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะหันไปตรัสกับหลินกุ้ยเฟย

นางเหลือบมององค์ชายหก พลางถามเสียงแผ่วเบา "ท่านต้องการให้หม่อมฉันทำอะไร"

"เล่นกู่เจิง ส่วนข้าจะร่ายรำดาบตามทำนองจากพี่สะใภ้"

รอยยิ้มที่มักประดับบนใบหน้าของนางแข็งค้าง ลู่เอินหัวเราะเสียงแผ่วก่อนจะเริ่มกวาดสายตามองไปโดยรอบ โดยจงใจหยุดลงบนใบหน้าของหยวนหลงที่กำลังมองมาหานาง

เขาส่งยิ้มให้นางพร้อมยกจอกสุราขึ้น

"ค่าตัวของเปิ่นหวางเฟยไฉนเล่าถึงได้ถูกปานนั้น"

อย่างไรก็ตามในเวลานี้นางทำได้เพียงตามน้ำอย่างช่วยไม่ได้ ปลายเท้าขยับก้าวเดินไปยังกู่เจิงตัวเดียวกันที่คุณหนูหลี่ใช้แสดงเมื่อครู่ สายลมกำลังพัดผ่านร่างของนาง ปลายนิ้วมือเริ่มเย็นเฉียบขึ้นมา

"ท่านมีผ้าขาวบางหรือไม่ หม่อมฉันอยากจะใช้มันปิดตา"

"...ท่านทำได้"องค์ชายหกเลิกคิ้วสูงคับคล้ายไม่แน่ใจนัก

"ก่อนที่ท่านจะร่วมเดินหมากกับใคร ท่านควรประเมินศัตรูของท่านให้ดีเสียก่อนมิเช่นนั้นท่านจะกลายเป็นคนเขลา”

"..."ท่านมีปัญหาอะไรกับสติปัญญาของข้า

"หม่อมฉันมีความสามารถมากกว่าที่ท่านคิดเอาไว้ ขอเพียงท่านร่ายรำได้ทัน"ลู่เอินกล่าวอีกรอบก่อนจะย่อตัวลงนั่งบนตำแหน่งที่สมควร

อินซื่อกัดปากไร้ซึ่งคำโต้แย้ง ชายหนุ่มหันไปออกคำสั่งกับขันทีที่อยู่ใกล้ตัวและเพียงไม่นานก็ได้ของที่นางต้องการ

ลู่เอินแนบผ้าขาวบางไปกับดวงตาก่อนจะเริ่มผูกมัดติดมันเอาไว้ นางอยากจะแย้มยิ้มแต่นั่นช่างขัดกับอารมณ์ในตอนนี้เหลือเกิน

ปลายนิ้วเรียวยาวของนางสัมผัสลงบนกู่เจิง ในยามนี้ดวงตาของนางมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น

นานแค่ไหนกัน

เพียงสัมผัสแรกทวงทำนองอันเชื่องช้าดังลอดออกมา หูของนางได้ยินเสียงของสายลมที่พัดกรรโชก ก่อนลู่เอินจะเริ่มเร่งจังหวะขึ้นอีกครั้ง

ครั้งหนึ่งท่านเคยหวังให้ลูกจับดาบออกรบ เป็นได้ดั่งเช่นบุรุษบนอาชา แข็งแกร่งเหมือนท่านพ่อ

ท่านหวังให้ลูกเติบโตขึ้นเป็นบุรุษ เป็นแม่ทัพหญิงคนแรกในหน้าประวัติศาสตร์ 

กว่าจะรู้ตัวนิ้วมือของนางเริ่มขยับจนเกินขีดจำกัดของตนเอง ท่วงทำนองดุดันที่แสดงถึงความเกรี้ยวโกรธ

และนั่นคือสิ่งที่นางกำลังเป็น

แต่น่าเสียดายนัก ลูกไม่เคยเป็นได้ดั่งที่ท่านคาดหวังเอาไว้ 

ทุกครั้งที่นั่งบนหลังม้า ลูกกลัวว่าลูกจะตกลงมา

ยามเมื่อจับดาบ ลูกกลัวว่าคมดาบของมันจะบาดผิวกายของลูก

ครั้นเมื่อท่านบอกให้ลูกฝึกวรยุทธลูกได้ตระหนักแล้วว่าแท้จริงแล้วลูกไม่อาจเป็นได้ดั่งที่ท่านคาดหวังเอาไว้แม้แต่น้อย

ลูกทำไม่ได้

เพล้ง!

นิ้วมือของลู่เอินชะงักค้างกลางอากาศ เสียงของสายกู่เจิงที่ขาดดึงสติของนางออกจากภวังค์ ของเหลวบางอย่างกำลังไหลออกมาจากนิ้วมือแล้วตกกระทบลงบนกู่เจิง

อะไรกัน

ลู่เอินยกมืออีกข้างที่ไม่โดนบาดขึ้นปลดผ้าขาวบางออกจากดวงตา สิ่งแรกที่นางมองเห็นคือใบหน้าขององค์ชายหก หยาดเหงื่อมากมายผุดผายบนใบหน้าของชายหนุ่ม

ทุกสรรพสิ่งเสมือนจะเงียบลงชั่วขณะ นางหันซ้ายแลขวาและมันอดไม่ได้เลยที่ใบหน้าของนางจะแดงเรื่อขึ้นมา นึกขัดเขินในสิ่งที่เกิดขึ้นมาอยู่ไม่ใช่น้อย

"เอ่อ..."

เหมือนกับว่าใครบางคนเริ่มได้สติกลับมา เสียงปรบมือเสียงแรกดังขึ้นก่อนจะตามด้วยเสียงถัดไป เหมินลู่เอินสูดหายใจเข้าเรียวนิ้วมือกำเข้าหากันแน่น

นางกะพริบตา รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังมึนงงท่ามกลางแขกเรื่อมากมาย หยวนหลงก้าวออกมาและกลายเป็นผู้จับจูงนางออกไปราวกับว่ารับรู้ได้ถึงความผิดแปลกของนาง

เขาชำเลืองมองบาดแผลบนนิ้วมือข้างขวาของนาง พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"เจ็บหรือไม่"

ลู่เอินก้มหน้าลงไม่ตอบเขา องค์ชายหกวางดาบของเขาลงก่อนจะยืนขนาบข้างนาง ในยามนี้เราทั้งสามคนยืนอยู่หน้าพระพักตร์ของฮ่องเต้

ใบหน้าขององค์ชายรองและคุณหนูหลี่เหมยฮวาคล้ำหมองลงไม่ต่างกับใบหน้าของหลินกุ้ยเฟย

เมื่อเป็นเช่นนี้องค์ชายรองไม่อาจอ้างความดีความชอบนี้เพื่อกลับมาเป็นที่โปรดปรานได้อีก แม้นว่าพระทัยของฮ่องเต้จะอยากมอบคืนความโปรดปรานให้แก่ลูกคนนี้แค่ไหนก็ตาม

"ยอดเยี่ยม"สรุเสียงนั้นกล่าวชมเพียงเล็กน้อย และมันช่างดูหยาบกระด้างในสายตาของเหล่าขุนนาง "ตบรางวัลให้แก่พระชายาลู่เอินและองค์ชายหก"

"ขอบพระทัยฝ่าบาท/เสด็จพ่อ"

พวกเขาคล้ายกับว่าชาชินกับความลำเอียงนี้ องค์ชายหกไหวไหล่ของเขาอย่างไม่นึกแยแสก้าวเดินกลับไปยังที่นั่งของเขาโดยไม่ลืมขโมยจอกสุราขององค์ชายห้า

"เปิ่นหวางจะพาเจ้าไปทำแผล"กระทั่งหยวนหลงเองก็ไม่ต่างกัน ดวงตาของเขาราบเรียบอย่างไรก็ยังคงราบเรียบอยู่อย่างนั้น

เห็นได้ชัดว่าบรรดาองค์ชายไม่แยแสเสด็จพ่อของเขาอีกต่อไป

ผลของการลำเอียงมากเกินไป แม้ว่าภายนอกจะทรงพระปรีชาสามารถ ทว่าเรื่องภายในโอรสสวรรค์กลับไม่อาจบริหารจัดการได้ แม้นกระทั่งฮ่องเต้ยังคงล้มเหลวเรื่องภายในครอบครัว

ลู่เอินแหงนหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ที่ตระหง่านกลางท้องนภา ช่วงจังหวะหนึ่งดวงตาของนางเผลอสบเข้ากับดวงตาของท่านพ่อ และมันช่วยไม่ได้เลยที่จะมองเห็นความจริงบางอย่างภายในนั้น 

ช่างน่าเสียดาย

"ท่านจะพาหม่อมฉันไปไหน"นางถามเขา ทอดสายตามองทางเดินลาดยาวออกไป

"เจ้าอยากไปไหนล่ะ"หยวนหลงไม่ตอบคำถามนั้นหากแต่กลับถามกลับมาแทน

ลู่เอินก้มมองมือของนาง ดูเหมือนจะไม่ได้บาดลึกอย่างที่คิดเอาไว้ 

"ก่อนอื่นท่านควรจะจ่ายค่าตัวให้หม่อมฉันก่อน"ลู่เอินเร่งฝีเท้าไปหยุดตรงหน้าของสวามี "ตั้งแต่แรกท่านจงใจใช้งานหม่อมฉันให้กลายเป็นหมากในเกมกระดานนี้"

ในครานี้หยวนหลงไม่ได้แปลกใจเหมือนกับครั้งนั้นอีกแล้ว เขาวางมือทาบลงบนนางแก้มของลู่เอิน ก่อนมืออีกข้างจะดึงรั้งนางเข้ามาใกล้ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอันยากจะคาดเดา

"เจ้าคิดว่าอย่างไร"

"ท่านให้หม่อมฉันนั่งบนตักแท้จริงแล้วไม่ใช่เพื่อทอดมองสิ่งที่อยู่สูงกว่า แต่เป็นการจงใจให้คนเบื้องบนมองเห็นหม่อมฉันชัดเจนขึ้นมาเช่นเดียวกับการที่ท่านจงใจเอาใจหม่อมฉันเพื่อให้หม่อมฉันกลายเป็นจุดสนใจของแขกในงาน"

"เจ้ามาถูกทางแล้ว"

ลู่เอินมองเห็นความร้ายกาจภายในดวงตาคู่นั้น จะหยวนหลงหรือบรรดาน้องชายของเขาล้วนไม่ต่างกัน "จากนั้นองค์ชายหกก็เริ่มทำตามแผนการที่ท่านวางเอาไว้ ท่านรู้แต่แรกว่าองค์ชายรองจะต้องเลือกการร่ายรำดาบ ดังนั้นองค์ชายหกจึงกลายเป็นตัวเลือกที่ดี เหตุผลที่องค์ชายหกจงใจลากหม่อมฉันไปด้วย แท้จริงไม่ใช่การกลั่นแกล้ง"

"....."

"แต่เพราะหม่อมฉันคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฝ่าบาทพิโรธองค์ชายรอง ทั้งนี้เพื่อเตือนความจำของฝ่าบาท ผนวกกับชุดการแสดงที่คล้ายคลึงกันและการร่ายรำอันยอดเยี่ยมขององค์ชายหก ท่านได้ทำลายเส้นทางการกลับมาผงาดอีกครั้งขององค์ชายรองจนย่อยยับ"

"เจ้าฉลาดกว่าที่เปิ่นหวางคิดเอาไว้เสียอีก"หยวนหลงกระชับอ้อมกอดของเขา

ลู่เอินได้ยินเสียงถอนหายใจยาวเหยียด ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดลงบนใบหูข เรียวแขนแกร่งของเขากำลังกอดรัดลำตัวของนางแน่นขึ้นพร้อมกับสายลมที่พัดผ่านร่างของพวกเราไป

"อากาศเริ่มเย็นแล้ว"

"อือ"นางครางตอบ "ท่านมาร่วมงานเทศกาลหยวนเซียวปีนี้แท้จริงไม่ใช่เพราะต้องการรักษาบทบาทของพี่ใหญ่ แต่ท่านเพียงแค่อยากทำลายแผนการขององค์ชายรองก็เท่านั้น..."

ลู่เอินเหยียดยิ้มพลางโคลงไปมาในอ้อมกอดของสวามี "หยวนหลงท่านร้ายกาจยิ่งกว่าองค์ชายหกหลายขุมนัก"

"น้องรองควรได้เรียนรู้ถึงบทเรียนจากการกระทำของตนเอง ไม่มีอะไรในโลกที่ได้มาอย่างง่ายดาย เขาย่อมต้องจ่ายสิ่งหนึ่งเพื่อให้อีกสิ่ง"

น้ำเสียงของหยวนหลงช่างเลื่อนลอยยิ่งนัก ทว่าอ้อมกอดของเขากลับแสนจะอบอุ่นจนยากจะปฏิเสธถึงรอยยิ้มของนางที่กำลังขยับกว้างขึ้น

"วันนี้เจ้าทำให้เปิ่นหวางประหลาดใจ ยามเมื่อเจ้าดีดนิ้วลงบนกู่เจิง เปิ่นหวางเหมือนได้เห็นอีกตัวตนหนึ่งของเจ้า ความสิ้นหวัง ผิดหวังและความเกรี้ยวโกรธ"

"..."

ลู่เอินเลือกจะเงียบเหมือนกับทุกครั้งแล้วปล่อยให้มันผ่านไป ให้เขาลืมเลือนมันไป นางสูดหายใจเข้าก่อนจะแหงนหน้าขึ้นมองเพื่อทวงถามบางสิ่ง

"ท่านเองก็ต้องจ่ายค่าตัวให้กับหม่อมฉัน"

หยวนหลงขมวดคิ้ว ปลายนิ้วมือไล้ไปตามข้างแก้มของนาง เอ่ยถามด้วยเสียงนุ่มนวล "เจ้าอยากได้อะไร"

ลู่เอินช้อนตามองเขาแล้วแย้มยิ้มหวานให้แก่เขา "ร่างกายของท่านเป็นของหม่อมฉัน"

ความอบอุ่นนั้นของหยวนหลงกำลังแทรกซึมเข้ามา

"เปิ่นหวางรู้แล้ว"

"จูบหม่อมฉัน หม่อมฉันอยากให้ท่านจูบหม่อมฉัน"

หยวนหลงดูแปลกใจและไม่แปลกใจในคราเดียวกัน ประกายของความจริงบางอย่างฉายผ่านดวงตาของพวกเราก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว

นางเคยจินตนาการถึงการโดนเขาช่วงชิงริมฝีปากของนางอย่างเร้าร้อนเพราะตลอดมามีเพียงนางที่เริ่มจูบเขาก่อน น้อยครั้งนักที่หยวนหลงจะเป็นฝ่ายเริ่มต้น 

ในเวลานี้ฝ่ามือของเขาเลื่อนไปจับเรือนผมของนางเอาไว้ก่อนจะดึงรั้งใบหน้างดงามเข้ามาใกล้ ยามเมื่อแสงจันทร์กระทบกับร่างสูงใหญ่ของเขา

ใบหน้าของนางแดงเรื่อและมันยากจะหยุดยั้งหัวที่กำลังเต้นรัวขึ้นมา เพียงชั่วพริบตานั้นริมฝีปากของนางถูกช่วงชิงไปด้วยฝีมือของเขา

ลู่เอินจิกเล็บลงบนแผ่นหลังของเขาไม่แยแสแม้แต่น้อยว่าคราบเลือดจะติดบนอาภรณ์ของเขา 

นางปิดเปลือกตาลงอย่างเชื่องช้า รับรู้ถึงรสสัมผัสที่แตกต่างออกไปจากเมื่อคราวก่อน

หยวน

แท้จริงแล้วหม่อมฉันเพียงแค่คาดหวังก็เท่านั้น

 

องค์ชายหกเหยียดตัวบนเก้าอี้ของเขาอย่างเกียจคร้าน ใบหน้าของชายหนุ่มแดงเรื่อด้วยพิษสุรา ขณะเดียวกันก็ชำเลืองมององค์ชายห้าอยู่เป็นระยะพลางส่งเสียงร้องครางออกมาจากลำคอ

"อิงเจิ้ง.."

องค์ชายห้าขมวดคิ้วกับคำเรียกขานนั้นอย่างไม่ใคร่จะพอใจนัก "พี่ห้า ไม่ใช่อิงเจิ้ง"

"ข้าจะเรียกฟ้าดินจะทำไม"องค์ชายหกกล่าวอย่างไม่ใยดีพลางรินสุราลงในจอก "อิงเจิ้ง.."

อินเจิ้งถอนหายใจ เหลือบพระชายารองของเขาที่นั่งขนาบอยู่ข้างกาย "หนิงฮวา เจ้าอยากไปคุยกับคนครอบครัวหรือไม่"

เซี่ยหนิงฮวามองสวามีของนางสลับกับใบหน้าขององค์ชายหก หญิงสาวยกยิ้มก่อนจะตอบรับอย่างว่าง่าย "เพคะ ขอบพระทัยเพคะท่านอ๋อง"

มิใช่ว่าตลอดมานางจะไม่เคยรู้ว่าสวามีของนางกับน้องชายต่างมารดามีความสัมพันธ์เช่นไรต่อกันและมันช่างยากนักที่จะหยุดยั้ง

"ท่านยังมีวิธีจัดการกับสาวงามได้ดีเหมือนเดิม"องค์ชายหกเอ่ยขึ้นอย่างเลื่อนลอยไล่หลังพระชายารองของพี่ชาย ดวงตาของเขาหยาดเยิ้มเพราะพิษจากน้ำเมา

"เจ้าเป็นอะไร"

"ข้าหรือ"อินซื่อโคลงหัวก่อนจะตอบ "ไม่ ข้าสบายดี"

"ตัวโง่งม"

"อินเจิ้ง ทำไมท่านถึงชอบมีปัญหากับสติปัญญาของข้ากัน"องค์ชายหกยกยิ้มขยับยกจอกสุราขึ้นจรดริมฝีปาก ปล่อยให้น้ำเมาไหลผ่านลงสู่ลำคอ

"ตัวข้า หาได้มีสติปัญญาเฉียบแหลมเท่าพวกท่านไม่"

องค์ชายห้าถอนหายใจอีกรอบ "ข้าจะไม่ต่อเถียงกับเจ้า"

"ดี เด็กดี อินเจิ้งท่านเป็นเด็กดี"

"....."สติปัญญาของเจ้าถดถอยลงอีกแล้วใช่หรือไม่?

"เมื่อก่อนท่านยังเป็นแค่อินเจิ้งพี่ชายขี้แยผู้เอาแต่หลบหลังข้าและข้าก็เป็นเพียงอินซื่อน้องชายผู้พาท่านยกพวกไปตีกับพวกสามัญชนนอกกำแพงวัง"

อินเจิ้งหรี่ตาลงมองดูร่างสูงของน้องชายเริ่มโงนเงนคล้ายจะล้มลงไปกองกับพื้นแล้วบ่นพึมพำด้วยความเหนื่อยหน่าย "ทำไมทุกงานเลี้ยงเจ้าชอบเมาหัวราน้ำทุกที"

"นั่นเพราะข้ารู้ว่าท่านจะเก็บข้ากลับไป ท่านไม่มีทางทอดทิ้งข้า"

"ถูกของเจ้า ข้าไม่มีวันทิ้งเจ้าเหมือนลูกสุนัข"

องค์ชายหกไถลตัวไปหาพี่ชายของเขา ดวงตาของชายหนุ่มปรือขึ้นมองพระพักตร์ของเสด็จพ่อ โอรสสวรรค์ยังคงแยแสเพียงหลินกุ้ยเฟยและพี่รอง ในพระเนตรไม่อาจมีเขาอยู่ในสายพระเนตรนั้นแม้นเพียงเล็กน้อย

"ข้าเคยคิดว่าตัวเองจะอยู่ในสายพระเนตรของเสด็จพ่อขึ้นมาบ้าง ข้าทำตัวเกเรและซุกซนเพื่อให้กลายเป็นที่สนใจแต่นั้นเทียบไม่ได้กับพี่รอง เขาเพียงแค่อยู่เฉยๆเสด็จพ่อก็ยังคงมองเห็นเขา"

"..."

"เมื่อเป็นเช่นนั้นข้าจึงได้ตระหนักได้ถึงความจริงบางอย่าง มันไม่สำคัญว่าข้าจะทำตัวเกเรหรือซุกซนมากเพียงไร ท้ายที่สุดแล้วหากเสด็จพ่อไม่แยแสย่อมไม่แยแสต่อไป"ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนบนตักไร้ซึ่งความคิดที่จะรักษาภาพลักษณ์ภายนอก

"เจ้าเมามากแล้ว มากแล้วจริงๆ"

"อือ"องค์ชายหกครางตอบ "ข้าเคยคิดอีกว่าแท้จริงแล้วเสด็จพ่อให้พวกเราเกิดมาทำไม เมื่อทรงมีลูกชายที่โปรดปรานและต้องการให้สืบทอดราชบัลลังก์อยู่แล้ว การคงอยู่ของเราหาได้สลักสำคัญไม่"

นัยน์ตาขององค์ชายห้าเบิกกว้างยามเห็นของเหลวบางอย่างที่กำลังไหลลงมาอาบข้างแก้มของน้องชาย สัมผัสเปียกชื้นบนตักทำให้มือของเขาชะงักค้างกลางอากาศ

"ข้าไม่ได้ต้องการเป็นองค์ชายหก ข้าเพียงแค่อยากเป็นลูกชายคนหนึ่งที่อยู่ในสายตาของบิดาก็เท่านั้น"

องค์ชายห้าขบริมฝีปากของเขา ไม่อาจพูดสิ่งใดออกไปได้

"สติปัญญาของเจ้าถดถอยไม่พอ เจ้าลูกสุนัข เจ้ายังขี้แยเพิ่มขึ้นอีกด้วย"อินเจิ้งขยี้เรือนผมของน้องชาย น้ำเสียงของเขาแผ่วเบาทว่ากลับแลดูอบอุ่นไม่น้อย"เจ้าอยู่ในสายตาของข้าเสมอ แล้วก็พี่ใหญ่ด้วย มันเป็นเช่นนั้นมาโดยตลอดในวังหลวงแสนอ้างว้างแห่งนี้มีเพียงแค่พวกเราสามคนเท่านั้น"

 

ใช่แล้ว ภายใต้เงามืดและกำแพงวังสูงชันที่บดบังแสงสว่างรวมถึงกักขังพวกเราเอาไว้ภายใต้กฎเกณฑ์มากมายนั้น

มันก็มีเพียงแค่พวกเราเท่านั้นเอง

เมื่อก้มลงมองอีกทีองค์ชายห้าค้นพบว่าน้องชายของเขาหลับสนิทไปเรียบร้อยแล้ว เปลือกตาของอินซื่อปิดลงโดยไม่มีท่าว่าจะปรือขึ้นมาอีกรอบแต่อย่างใด

"เจ้าลูกสุนัขโง่งม..."

ท้ายที่สุดแล้วก็มีเพียงข้าผู้ต้องเก็บร่างของเจ้ากลับไป

"น้องหกหลับไปแล้วงั้นหรือ"เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นหูทว่าฟังดูอบอุ่นกว่าทุกครั้งของพี่ใหญ่กล่าวแทรกขึ้น ด้านหลังของเขาปรากฎร่างของพระชายาลู่เอินที่มือข้างหนึ่งถูกพันไว้ด้วยผ้าสีขาวผืนบาง

อินเจิ้งพยักหน้ากล่าวตอบพี่ชาย "เห็นทีข้าคงต้องแบกเขากลับไปที่จวนด้วย"

"อย่าลืมเอายาให้เขากินด้วย เมาหัวราน้ำเช่นนี้ ตื่นขึ้นมาคงสร้างความวุ่นวายให้เจ้ามิใช่น้อย"หยวนหลงมองน้องชายทั้งสองของเขา พลางหรี่ตาลงเล็กน้อยยามเห็นคราบน้ำตาที่ติดอยู่บนข้างแก้มขององค์ชายหก

"เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อน พี่ใหญ่ พี่สะใภ้"

ลู่เอินย่อตัวให้อีกฝ่ายมองภาพอันแสนทุลักทุเลขององค์ชายห้าที่กำลังแบกร่างสูงกว่าขององค์ชายหกกลับไปอย่างนึกเห็นใจ

"ท่านไม่เข้าไปช่วยองค์ชายห้าหน่อยหรือเพคะ"

หยวนหลงส่ายหน้า ริมฝีปากขยับยกยิ้ม"หาใช่ครั้งแรกหรอกที่น้องห้าต้องแบกน้องหกกลับไปด้วยสภาพเช่นนี้ อีกอย่างนั้นนับเป็นความสุขอันเรียบง่ายของตัวน้องห้าเองด้วย"

อย่างไรก็ตามนางยังคงไม่เข้าใจและทำได้เพียงทอดสายตามองพวกเขา นอกเหนือจากความทุลักทุเลอันยากลำบากแล้ว นางไม่เห็นแม้แต่น้อยว่าองค์ชายห้าจะแลดูมีความสุขตรงไหนกัน

"เราเองก็กลับกันเถอะ"

"จะไม่ทูลลาฮ่องเต้ก่อนงั้นหรือเพคะ"นางแหงนหน้ามองเขาก่อนจะได้คำตอบยามเมื่อมองขึ้นไปทางด้านบน เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ฝ่าบาทคงสนใจเพียงหลินกุ้ยเฟย

"พวกเราเป็นเพียงแค่ตัวประดับฉากก็เท่านั้น รีบกลับก่อนที่อากาศจะเย็นลงกว่านี้เถอะ"

ลู่เอินกระชับมือที่ถูกกอบกุมเอาไว้ด้วยฝ่ามืออันอบอุ่นของเขา บางทีนางควรจะรู้สึกอะไรมากขึ้นกว่านี้

แต่นั่น มันไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับการกอบกุมมือของกันและกันเอาไว้

"เจ้าอยากจะทักทายครอบครัวของเจ้าก่อนหรือไม่"เขาหันมาถามยามเมื่อเรากำลังเดินผ่านครอบครัวของนางไป

"หม่อมฉันทักทายพวกเขาไปแล้ว"ลู่เอินตอบเสียงเรียบเฉย มองดูดวงตาของบิดาที่กำลังสบเข้ามาในดวงตาของนาง 

นานมากแล้ว 

"รีบกลับกันเถอะ อย่าเสียเวลาเลย"

ใช่ อย่าเสียเวลาอีกเลย

 

สามวันต่อมา หิมะแรกของต้นปีเริ่มตกลงมาโปรายปรายย้อมทุกอย่างให้กลายเป็นสีขาวโพลน

ลู่เอินอยู่ในชุดอาภรณ์อันแสนอบอุ่นแล้วสวมทับด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์ปักลายดอกเบจมาศ ไม่ต่างกับหยวนหลงที่สวมใส่เสื้อคลุมขนสัตว์สีดำไร้ลวดลายเหมือนเมื่อปีก่อน

"ตามจริงแล้วเจ้าไม่ต้องไปก็ได้ หิมะตกแล้วอีกทั้งร่างกายของเจ้าหาได้แข็งแรงเหมือนคนปกติ เปิ่นหวางเชื่อว่าเสด็จแม่ไม่มีทางตำหนิเจ้า"หยวนหลงกล่าวขึ้นในขณะที่พวกเรากำลังจะเตรียมการเพื่อออกไปยังสุสานหลวง

วันนี้เป็นครบรอบวันสิ้นพระชนม์ของอดีตฮองเฮา เสด็จแม่ของหยวนหลง

ในทุกปีลู่เอินจะไปพร้อมกับอีกฝ่าย รวมถึงองค์ชายห้าและองค์ชายหกที่จะรั้งรออยู่ก่อนแล้ว

"หม่อมฉันอยากจะไปด้วย"

เขามองหน้านาง ก่อนจะถอนหายใจ "ตามใจเจ้า เช่นนั้นก็ระวังหน่อยก็แล้วกัน เปิ่นหวางไม่อยากเห็นเจ้านอนโทรมอยู่บนเตียง"

"ได้ ปีนี้หม่อมฉันเองก็อยากจะออกมาเล่นหิมะ ไม่อยากนอนอยู่บนเตียงเหมือนปีที่แล้ว"ลู่เอินขยับตัวก้าวเข้าไปในอ้อมกอดของเขา ก่อนจะยกสองมือขึ้นโอบกอดลำตัวของหยวนหลงเอาไว้

หยวนหลงยกมือขึ้นกอดตอบนางก่อนจะกดจูบลงบนเรือนผมของนางครั้งหนึ่ง

"หากมีเวลาว่าง ปีนี้เปิ่นหวางจะมาเป็นเพื่อนเล่นกับเจ้า"

ลู่เอินอมยิ้มพลางส่งเสียงครางดังลอดจากลำคอแทนคำตอบ

"อือ"


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.75K ครั้ง

166 ความคิดเห็น

  1. #17222 devil.in (@love2017) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 23:44
    ทำไมอยู่ดีๆต่อมสาววายก็ประทุ...แงง

    #พี่ห้าน้องหก
    #17222
    0
  2. #16352 MOMOJIs (@MOMOJIs) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 19:50
    นางเอก DARK มากตอนดีดกู่เจิง~~
    จริงๆอ่านมาถึงตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร?
    แต่ชอบความมืดมนของนางเอก :)

    ไรท์เกลาสำนวนอีกนิด จะแจ่มเลยค่ะ
    อ่านแล้วยังมีรู้สึกแปลกๆอยู่บ้าง
    สู้ๆนะ ~~~
    #16352
    0
  3. #15959 meo1977 (@meo1977) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 14:04
    ปัญหามีให้เผชิญ อยู่ที่ใครจะเลือกเดินทางไหน ไรท์แต่งได้ดีมากคะ บทฮาก็ฮา บทหนักก็จัดเต็ม
    #15959
    0
  4. #10080 นิตา (@exofan-thanita) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 17:02
    สู้ๆนะคะไรท์ ชอบมากค่ะ
    #10080
    0
  5. #9146 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 18:48
    บางทีก็เหมือนรักกันแต่บางทีก็เหมือนเป็นคนแปลกหน้า
    #9146
    0
  6. #7879 Alienonplanet🌙🌎 (@numalangpor) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 13:29
    แต่ละคนต่างมีแผลที่มองไม่เห็น
    #7879
    0
  7. #7316 Tanachai Kagata (@poowangdee5) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 01:38
    งืออออ ทำไมเลาอดเชียร์ไม่ได้เลยยย
    #7316
    0
  8. #7225 Piszerel (@manaki-ne) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 11:03
    ทำไมฉันชิป... #องค์ชายห้าหก
    #7225
    1
    • #7225-1 Piszerel (@manaki-ne) (จากตอนที่ 13)
      30 กรกฎาคม 2561 / 11:04
      #องค์ชายหกห้า #อิงเจิ้งอินซื่อ #ซื่อเจิ้ง
      #7225-1
  9. #7220 Lifeลั้นลา (@erone) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 10:47
    ทำไมมันดูวายนิดๆชอบบบฮรือออ
    #7220
    0
  10. #6454 bloodjk (@bloodjk) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 10:49
    เอ่อ...ชายห้ากะชายหกนี่ยังไงกันเจ้าค่ะ เป็นหรือไม่เจ้าค่ะต้วนซิ่วน่ะ
    #6454
    0
  11. #5074 ลิลหรี่ (@maple_) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 11:10
    ชอบคสพ.ของน้องหกกับพี่ห้า ชอบตอนน้อฃ6กวนประสาทพี่5 ชอบความขี้แกล้งของนางจัง //ส่อวายนิดๆ แต่นางเป็นพี่น้องกันนี่สิ
    #5074
    0
  12. #4127 S e L u O n l y (@pikeandatitaya) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 08:02
    คติประจำใจเรื่องนี้คือ อะไรที่ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ อ่านแล้วบับบบ คนนี้รักคนนั้นคนนั้นรักนี้โน้น มันเจ็บบบ ชอบมากเลยเรื่องนี้
    #4127
    0
  13. #3475 P. Sanggil (@pupaemu) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 20:46
    เข้าใจหัวอกขององค์ชายทั้งสาม นี่จะร้องไห้ตามองค์ชายหกเลยอ่าา
    #3475
    0
  14. #3321 oilxxii (@OIL_OSHIRO) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 00:57
    น้องหกกับพี่ห้า อดคิดไม่ได้จริงๆเจ้าค่ะ ฮือออ////
    #3321
    0
  15. #3162 kiddevila (@s1490111295) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 19:13
    แผลในใจเยอะจริงๆ เฮ้อ
    #3162
    0
  16. #3056 _DARKGHOST_ (@Kate2549) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 16:34
    #น้องหกxพี่ห้า
    #ความมโนของเราไม่เป็นสองรองใคร
    #3056
    0
  17. #2745 Sea45678 (@Sea45678) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 19:57
    ความสุขเล็กๆของสาววาย-/////-
    ลงเรื่อองค์ชาย6กะองค์ชาย5ค่ะ
    อร๊ายยยยย
    #2745
    0
  18. #2605 Fo_CuS_aa (@Fo_CuS_aa) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 15:13
    อ้าากกกกกกก ช้านนจาชิปองค์ชายห้า กับชายหกกกกก โอ้ยยยยยย
    #2605
    0
  19. #2464 armone (@0898005286) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 17:47
    พี่น้อง ๆ พี่ห้าคิดอะไรกับน้องหกเปล่าน้า
    #เรามันคนบาป
    #เรามันสาววาย
    #กรี๊ดๆๆๆๆๆๆ
    #2464
    0
  20. #2335 zRosalind (@naphalai) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 12:29
    มีคนเคยบอกว่า "จูบ" จะเป็นตัวบอกทุกอย่าง และที่นางเอกบอกว่า ตัวเองคาดหวังมากเกินไป ถึงกับปล่อยโฮ

    แม้บทองค์ชายหกจะเรียกน้ำตาได้ดี แต่ก็ไม่ปวดใจเท่ากับที่นางเอกขอพระเอกให้จูบ
    #2335
    0
  21. #2042 KUMo-Desuka (@KUMo-Desuka) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 14:04
    ขนาดฮ่องเต้เป็นเป็นขนาดนี้นับประสาอะไรกับสามัญชน เหอะ!
    #2042
    0
  22. #2007 Kodchakorn_NF (@namfonloveexo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 02:07
    ร้องไห้ตามน้องหกเลย
    #2007
    0
  23. วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 02:06
    สงสารองค์ชายหกมากกก
    #1842
    0
  24. #1811 Disk Nara (@DISKNARA) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 18:57
    คำผิดบทนี้ก็ใช่ย่อยอีกแล้ว ลืมคำที่จะเอามาแก้ถถถถ
    #1811
    0
  25. #1785 Chez-moi (@Chez-moi) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 14:11
    อ่านตอนองค์ชายหกเมาแล้วร้องไห้เลยค่ะ เข้าใจเลยว่าน้องห้าน้องหกมาหาพี่ใหญ่บ่อยๆเพราะมีกันอยู่แค่นี้จริงๆ
    #1785
    0