嫡福晉 [璐恩] •ลู่เอิน• [ตีพิมพ์กับสนพ.Dbooks ]

  • 95% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 1,125,440 Views

  • 17,633 Comments

  • 19,955 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,783

    Overall
    1,125,440

ตอนที่ 12 : บทที่ 11 หนึ่งกระดานหมาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 56462
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4270 ครั้ง
    18 ส.ค. 61

บทที่ 11

 

พระชายาลู่เอินกวาดสายตามองไปรอบด้านสลับกับการลอบมองใบหน้าอันเรียบเฉยของสวามีที่ดูไม่แยแสหรือมีอารมณ์ร่วมไปกับงาน เห็นได้ชัดว่าหยวนหลงกำลังแสดงความเอาแต่ใจของเขาจนออกนอกหน้า

"ลู่เอิน"

"หือ.."นางครางตอบรับยามได้ยินเสียงเรียกจากเขา หยวนหลงถอนหายใจในแบบของเขาก่อนจะดึงรั้งนางเข้ามาใกล้

"ท่านเป็นอะไร"

หยวนหลงส่ายหน้าพลางตอบเสียงเรียบ "ไม่"

โกหก โกหกคำโตชัดๆ ดูจากสีหน้าของท่านแล้ว หากไม่ใช่เพราะตำแหน่งค้ำหัวคงหนีกลับจวนไปนั่งคัดลายมือ

"ไปหาที่นั่งเถอะ อากาศเริ่มเย็นแล้ว”

อย่างไรก็ตามวุฒิภาวะของเขายังคงมากพอที่จะไม่แสดงอารมณ์ออกมามากไปกว่านี้ ฝ่ามือหนากว่าของเขาจับจูงมือของนางเอาไว้ 

องค์ชายห้าและองค์ชายหกต่างแยกย้ายไปพบปะกับสหายของเขาในงาน และบางทีองค์ชายหกผู้ชมชอบสร้างความฉิบหายแก่ชาวบ้าน อาจจะกำลังวางแผนอะไรอยู่

"ท่านอ๋อง พระชายา"เสียงหนึ่งอันไม่คุ้นหูกล่าวขึ้นก่อนจะก้าวขาตรงมาหาพวกเรา เป็นชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่ลู่เอินเคยพบเห็นครั้งในงานเษกสมรส

เหอหยวนหนาน อนุชาร่วมมารดาของอดีตฮองเฮา และยังเป็นผู้นำตระกูลเหอ อัครเสนาบดีฝ่ายขวาผู้กอบกุมอำนาจทางการเมือง รวมถึงยังเป็นท่านน้าของหยวนหลง

"ท่านอัครเสนาบดีเหอ"ลู่เอินโน้มตัวลงเล็กน้อยไว้ซึ่งความเคารพต่ออีกฝ่าย 

"พระชายาลู่เอิน"

เหอหยวนหนานคือหนึ่งในเหตุผลที่ว่าทำไมหยวนหลงจึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกของการขึ้นเป็นองค์รัชทายาท แม้ว่าฮ่องเต้จะโปรดปรานองค์ชายรองมากเพียงใด

หากแต่ฐานะของหลินกุ้ยเฟยนั้นหาได้สูงส่งเทียบชั้นกับอดีตฮองเฮาได้ อีกทั้งหยวนหลงยังมีความสามารถไม่ด้อยไปกว่าองค์ชายรองและขุนนางส่วนใหญ่ต่างเป็นพรรคพวกของเขา

ดูภายนอกสถานการณ์เหมือนจะสงบสุข แต่ในความเป็นจริงแล้วสงครามภายในไม่เคยหยุดห่ำหั่นกันเอง

ลู่เอินยกยิ้มบางเบาเงยหน้ามองคนทั้งสอง อย่างไรก็ตามเรื่องของบุรุษไม่ใช่สิ่งที่นางควรเข้าไปยุ่ง

"ท่านอ๋อง หม่อมฉันจะเข้าไปรอพระองค์ด้านในงานเพคะ"

หยวนหลงพยักหน้าพลางยกยิ้มให้แก่นาง "น้ำค้างเริ่มลงแล้ว เจ้าระวังด้วยละ"

"หม่อมฉันจะระวัง"

นางก้าวขาถอยห่างออกมาอย่างแนบเนียนก่อนจะหมุนตัวกลับตรงเข้าไปสู่ด้านในสุดของงาน 

ครั้นเมื่อเหลือบมองกลับไปอีกครั้งเหล่าขุนนางมากมายต่างรุมทึ้งเขาอย่างน่าสงสาร ไม่ต่างอะไรกับกองทัพผึ้งที่เฝ้ารังของมัน

"พระชายาลู่เอิน"

ปลายเท้าของนางหยุดชะงัก กะพริบตาอีกครั้งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ เจ้าของเสียงเรียกอันทุ้มต่ำนี้ไม่ใช่คนอื่นไกลตัว

เหมินอี้หนาน น้องชายต่างมารดาของนาง รองแม่ทัพบูรพา

ไม่เพียงเท่านั้นด้านหลังของเขายังปรากฎร่างอันคุ้นตาที่ดูชราภาพลงกลายเป็นหนุ่มวัยกลางคนของท่านพ่อ แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงดูแข็งแรงต่างจากบุรุษในวัยเดียวกัน

"ท่านพ่อ น้องชาย..."ดวงตาของนางหยุดนิ่งลงตรงร่างอวบอิ่มที่ดูมีน้ำมีนวลของฮูหยินรอง "ฮูหยินรอง"

รอยยิ้มของลู่เอินแข็งค้างก่อนจะกลับมาเป็นปรกอย่างรวดเร็ว

"ท่านแม่ไม่ได้มาด้วยกันงั้นหรือ"

"ทูลพระชายาฮูหยินใหญ่ของกระหม่อมไม่ใคร่จะแข็งแรงดีนักจึงไม่ได้มาด้วยกันวันนี้พ่ะย่ะค่ะ"เสียงทุ้มต่ำหากแต่หนักแน่นของท่านพ่อเอ่ยตอบคำถามของนาง แม่ทัพบูรพาเหมินซางหมิง

"เป็นเช่นนั้น นึกว่าแท้จริงแล้วท่านแม่จะไม่อยากเห็นหน้าเปิ่นหวางเฟยเสียอีก"

"…"ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ

ลู่เอินแค่นยิ้มบางเบาให้แก่ตนเอง ภายในใจรับรู้เพียงความว่างเปล่าก็เท่านั้น เมื่อมองผ่านสายตาของคนภายนอก

พวกเขาตรงหน้าไม่ต่างอะไรจากครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ

ความสัมพันธ์ระหว่างนางและครอบครัวโดยรวมแล้วก็แสนจะเรียบง่าย หากแต่ลู่เอินถูกปลูกฝังให้ชิงชังในตัวของฮูหยินรองเสมอ มารดาพร่ำบอกนางเช่นนั้นเสมอ

ถึงแม้นว่าฝ่ายตรงข้ามจะไม่เคยระรานนางก็ตามที

"นางฝากขอบพระทัยพระชายาถึงเรื่องอาภรณ์ที่ส่งมาให้"ท่านพ่อพยายามยกยิ้มและรักษาบรรยากาศของครอบครัวเอาไว้

"เป็นท่านพ่อหรือท่านแม่กันแน่ เอาเถอะ วันดีเช่นนี้เปิ่นหวางเฟยไม่อยากพูดถึงเรื่องผ่านมาแล้ว"ท้ายที่สุดแล้วนางขยับยิ้มกว้างขึ้นเปลี่ยนเรื่องอย่างง่ายดาย

"ฮูหยินรองไม่ว่าท่านแม่ของเปิ่นหวางเฟยจะร่างกายอ่อนแอเพียงใด แต่จงพึงระลึกไว้เสมอว่าท่านเป็นใคร มีฐานะอะไร และไม่ควรกระทำตัวอย่างไร"

มันคือการตบหน้าและกลั่นแกล้งอีกฝ่ายท่ามกลางคนมากมายอย่างเห็นได้ชัด ด้วยน้ำเสียงของนางหาได้แผ่วเบาแม้แต่น้อยและมันไม่ยากเลยที่จะกลายเป็นจุดสนใจ

ใบหน้าของน้องชายคล้ำหมองลงอย่างไม่ใคร่จะพอใจกระทั่งดวงตาคู่นั้นยังตวัดมองมาที่นางไม่ต่างกับบิดา

ฮูหยินรองขบริมฝีปากแน่น สูดหายใจเข้าก่อนย่อตัวลงตามมารยาทอันพึ่งกระทำ "ขอบพระทัยพระชายาเพคะ หม่อมฉันน้อมรับคำสั่งสอนของพระชายา"

"ดี เป็นเช่นนั้นก็ดี"ลู่เอินโบกมืออย่างพึงพอใจ ครั้นเมื่อนางยังเป็นเพียงคุณหนูลู่เอิน มีหลากหลายครั้งที่นางจงใจกลั่นแกล้งฮูหยินรอง 

ทั้งที่อีกฝ่ายไม่เคยระรานนาง แต่นั้นแล้วอย่างไร หากไม่ใช่เพราะฮูหยินรองเป็นต้นเหตุ ท่านแม่คงไม่ลงมือทุบตีนาง 

ยิ่งท่านพ่อให้ความสำคัญกับฮูหยินรองมากเท่าไหร่ ท่านแม่ก็ยิ่งเสียสติและนางก็จะกลายเป็นตุ๊กตาไว้ใช้ระบายอารมณ์ของท่านแม่

"ลู่เอินพอได้แล้ว"

นางเลิกคิ้วสูงกับคำเรียกขานนั้น "ท่านรองแม่ทัพบูรพา เปิ่นหวางเฟยคือพระชายาลู่เอิน หาใช่คนในอดีตอีกต่อไปแล้ว"

ชายหนุ่มกัดปากได้เพียงแต่ยืนนิ่งไม่กล้าต่อเถียงกับนางเหมือนในอดีต

เมื่อก่อนลู่เอินไม่มีสิทธิ์ต่อเถียงกับอีกฝ่ายเพราะนางถูกจำกัดด้วยคำว่าสตรี หากแต่ตอนนี้นางคือพระชายาของอวิ๋นชินอ๋อง เป็นหนึ่งในเชื้อพระวงศ์ที่มีสิทธิ์ฝั่งร่างลงในสุสานหลวง

ยิ่งพวกเขาช้อนตามองนางด้วยสายตาเข่นนั้นมากขึ้นเท่าไหร่ นางก็ไม่อาจหยุดรอยยิ้มของตนเองได้เลย 

เอาอีกแล้ว นิสัยเสียของตัวนางที่ยากจะหยุดยั้ง

ความรู้สึกของผู้อยู่เหนือกว่าเป็นเช่นนี้ และมันยากนักที่คนเราจะละทิ้งสิ่งที่เคยครอบครองและก่อนที่ทุกอย่างจะบานปลายเสียงแหลมของมหาขันทีประจำกายของฮ่องเต้ก็ประกาศถึงการมาเยือนของนายเหนือผู้เป็นเจ้าของพระราชวังแห่งนี้

"ฮ่องเต้เสด็จแล้ว!"

 

หย่งซานสือฮ่องเต้เป็นบุรุษอายุย่างเข้าห้าสิบตอนต้น ยามเมื่อพระองค์พร้อมบรรดาพระสนมปรากฎตัวเข้ามาในงาน บทเพลงจากนักดนตรีได้บรรเลงขึ้นเรียกความสนใจของทุกคน โอรสสวรรค์สวมฉลองพระองค์สีทองอร่ามดูน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง

ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางมีโอกาสพบพระพักตร์ของฝ่าบาท 

บรรดาเชื้อพระวงศ์ก้าวออกไปตรงกลางงานก่อนจะย่อตัวทำความเคารพนายเหนือหัวของพวกเขาไม่ต่างอะไรกับเหล่าขุนนางและครอบครัว

"ถวายพระบังคมฝ่าบาท ขอทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นๆปี"

ลู่เอินย่อตัวลงอย่างงดงาม ตัวนางและหยวนหลงเป็นเชื้อพระวงศ์ที่อยู่แถวหน้าเมื่อจัดลำดับความอาวุโส หยวนหลงเป็นพระโอรสองค์โต ด้วยฐานะของเขาคงอยู่แถวแรกร่วมกับบรรดาอนุชาของฮ่องเต้

นางก้มหน้าลงต่ำไม่แม้แต่จะแหงนหน้าขึ้นมองพระพักตร์ของฝ่าบาทผู้เป็นโอรสสวรรค์

"ตามสบาย..."สุรเสียงของฝ่าบาททุ้มต่ำแฝงไว้ซึ่งความทรงอำนาจ หย่งซานสือฮ่องเต้ทรงมีพระปรีชาสามารถ หาใช่ฮ่องเต้ไร้น้ำยาแต่อย่างใด

"พระชายาลู่เอิน"

ลู่เอินกัดปากก่อนจะแหงนหน้าขึ้นมองพระพักตร์ด้วยใบหน้าเรียบเฉย นางยกยิ้มบางเบาที่แลดูสง่างาม "เพคะ ฝ่าบาท"

"เจิ้นได้ข่าวว่าเจ้าพลัดตกลงไปในสระน้ำ ร่างกายหายดีแล้วหรือยัง"

ความสัมพันธ์ระหว่างลู่เอินและฮ่องเต้ ไม่ต่างอะไรกับองค์ประกันกับนายเหนือหัว ท่านพ่อของนางคือแม่ทัพบูรพาหนึ่งในคนสำคัญที่กอบกุมอำนาจทางการทหาร อีกทั้งเชื้อสายทางฝั่งของท่านแม่ยังเป็นพระญาติกับอดีตฮองเฮา

ยังไม่รวมถึงว่าท่านพ่อเคยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับฝ่าบาทและเป็นพระสหายร่วมกันเมื่อครั้งวัยเยาว์ 

ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยที่ลู่เอินจะได้รับความสนใจเหนือลูกสะใภ้คนอื่นๆ

"ขอบพระทัยฝ่าบาทที่เป็นห่วงเพคะ ด้วยเพราะพระบารมีของฝ่าบาท ร่างกายของหม่อมฉันจึงหายดีกลับมาเป็นปรกติแล้วเพคะ"

"เช่นนั้นก็ดี ครั้งแรกเมื่อได้ยินข่าวของเจ้าเจิ้นรู้สึกไม่สบายเป็นอย่างยิ่ง หยวนหลงคราวหลังเจ้าต้องเอาใส่ใจพระชายาลู่เอินให้มากกว่านี้"

"ลูกน้อมรับคำสั่งสอนจากเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ"

"ดี มีลูกชายที่เชื่อฟังและลูกสะใภ้ที่เพียบพร้อมเปี่ยมด้วยคุณธรรม เป็นเช่นนี้เจิ้นผู้เป็นบิดารู้สึกมีความสุขยิ่งนัก ตบรางวัลให้แก่อวิ๋นชินอ๋องและพระชายา"พระโอษฐ์ของฮ่องเต้แย้มสรวลขึ้น

เป็นเช่นนี้พวกขุนนางคงหน้าชื่นตาบานขึ้นมาบ้างกระมัง อย่างน้อยในงานนี้ความเกรี้ยวโกรธตลอดหลายวันของฮ่องเต้ก็ดูเหมือนจะลดลงบ้าง

"ขอบพระทัยเสด็จพ่อ ขอพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆปี"

แต่นั่นก็เพียงไม่นานก่อนที่สายพระเนตรของฮองเต้จะเหลือบมองด้านข้างที่ว่างเปล่าไร้เงาขององค์ชายรองตามปรกติ

"องค์ชายรองหายไปไหน..."

ชั่วขณะนั้น เหล่าขุนนางกลืนน้ำลายลงในลำคอ ดูเหมือนว่างานในวันนี้จะมีเค้าลางของความวุ่นวายเกิดขึ้นเสียแล้ว

"เจิ้นถามว่าองค์ชายรองหายไปไหน ไฉนพวกเจ้าจึงได้ปิดปากเงียบ กระแสรับสั่งของเจิ้นเห็นว่าเป็นเพียงเสียงของเด็กน้อยหรืออย่างไร!"

ก่อนที่เพลิงพิโรธของฮ่องเต้จะทำให้งานล่มขึ้นมา เสียงหวานอันนุ่มนวลของสตรีสูงศักดิ์ผู้หนึ่งที่เปรียบเสมือนยอดดวงใจของมังกรกล่าวแทรกขึ้นอย่างทันท่วงที

"ทูลฝ่าบาทเพคะ องค์ชายรองกำลังเตรียมอะไรบางอย่างให้พระองค์และแขกเรื่อในงานได้รับชมกันในวันนี้เพคะ หาได้หายตัวไปไหนไม่"

"หมายความว่าอย่างไร ไฉนเจ้าจึงไม่บอกเจิ้นแต่แรกเล่า"เพลิงโทสะที่เคยปะทุอยู่ในพระเนตรทั้งสองดูจะมอดดับลงอย่างรวดเร็วและนั่นทำให้ทุกคนเริ่มยิ้มออก

"หากบอกแต่แรกคงสร้างความประหลาดใจให้ฝ่าบาทมิได้ องค์ชายรองจึงไม่ให้หม่อมฉันทูลฝ่าบาท"หลินกุ้ยเฟย คือพระมารดาขององค์ชายรอง และยังเป็นสตรีที่ได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาทเหนือผู้ใด 

หากมิใช่เพราะฐานะของอดีตฮองเฮาสูงส่งเกินกว่าที่ใครจะเอื้อมถึง หลินกุ้ยเฟยคงถูกแต่งตั้งเป็นฮองเฮาแล้วกระมัง

"เสด็จพ่อ น้องรองมีใจนึกกตัญญูอีกทั้งวันดีเช่นนี้ อย่าทรงพิโรธไปเลยพ่ะย่ะค่ะ"หยวนหลงเงยหน้าขึ้นดวงตาของเขาราบเรียบขณะมองไปยังพระพักตร์ของฮ่องเต้ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงหนักแน่น

ในฐานะพระโอรสองค์โตแล้ว นับว่าเขารักษาบทบาทของตนเองได้ยอดเยี่ยม

"พี่ใหญ่พูดถูกแล้ว ขอเสด็จพ่ออย่าทรงพิโรธเลยนะพ่ะย่ะค่ะ"คราวนี้เป็นองค์ชายสามหย่งอินเหอที่ลู่เอินไม่คุ้นหน้ากล่าวเสริมขึ้นมาอีกที ก่อนจะตามด้วยองค์ชายสี่และองค์ชายห้า

รวมถึงองค์ชายหกผู้ดื้อรั้นและเหล่าขุนนาง เมื่อเป็นเช่นนี้นางในฐานะภรรยาก็ทำได้เพียงคล้อยตามสามีของตนเอง 

"ขอฝ่าบาททรงอย่าพิโรธองค์ชายรองเลยพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ"

เพียงไม่นานศีรษะของทุกคนในงานแนบลงกับพื้นและแน่นอนว่าฮ่องเต้ผู้ลำเอียงโปรดปรานองค์ชายรองจนออกนอกหน้ามาโดยตลอดย่อมไม่อาจโกรธเคืองพระโอรสที่ทรงโปรดได้นานนักหรอก

ลู่เอินลอบแค่นยิ้มกว้าง กระทั่งฮ่องเต้ผู้อ้างตัวถึงคุณธรรมความดียังลำเอียงได้ถึงเพียงนี้ นับประสาอะไรกับขุนนางและแม่ทัพ 

"องค์ชายรองกตัญญูรู้คุณบิดาเช่นนี้ หากเจิ้นยังคงพิโรธฟ้าดินคงไม่เห็นชอบด้วย พวกเจ้าลุกขึ้นให้หมดทุกคน"

"ขอบพระทัยฝ่าบาท/ขอบพระทัยเสด็จพ่อ"

และมันก็แค่นั้นสำหรับความพิโรธอันไร้ค่าของมังกร

"หยวนหลงในฐานะพี่ชายคนโต เจิ้นดีใจที่เจ้าเห็นความสำคัญของพี่น้อง"

ในตอนนั้นมีเพียงความว่างเปล่าเท่านั้นที่ฉายอยู่ในดวงตาของหยวนหลง เขายกยิ้มอันไปไม่ถึงดวงตา"ขอบพระทัยเสด็จพ่อ"

หย่งซานสือฮ่องเต้ทอดพระเนตรมองร่างสูงของพระโอรสชั่วขณะก่อนที่จะยกพระหัตถ์ขึ้นเป็นสัญญาณของงานเลี้ยงที่กำลังจะเริ่มขึ้น

บทเพลงถูกบรรเลงขึ้นโดยนักดนตรี ลู่เอินมองมือที่ยื่นออกมาของสวามีก่อนจะคว้ามันเอาไว้และก้าวขาตามหลังเขาไปยังที่นั่งของพวกเรา

เหล่าขุนนางจะนั่งอยู่ทางด้านล่างเมื่อมองลงไปนางเห็นครอบครัวของตนเอง ครั้งหนึ่งที่ของนางเคยอยู่ตรงนั้น

"ท่านคิดว่าองค์ชายรองจะทำอะไร"ลู่เอินเหยียดปลายขาของตนเอง มองดูบรรดาอาหารมากมายที่ถูกนำมาต้อนรับแขกเรื่อ ได้ข่าวว่าช่วงนี้ราชสำนักต้องเสียเงินมากมายให้แก่การทำสงครามจนท้องพระคลังร่อยหรอ

แต่นั้นมันคงไม่สำคัญไปกว่าการรักษาหน้าตาของราชวงศ์

"เปิ่นหวางไม่รู้ บางทีอาจเป็นการร่ายรำดาบ น้องรองเก่งเรื่องพวกนี้พอตัว แต่คงเทียบไม่ได้กับน้องหก"

"องค์ชายหก"ลู่เอินชำเลืองมองยังด้านซ้ายถัดจากนางลงไป องค์ชายหกนั่งอยู่ตรงนั้นอีกฝ่ายยกคิ้วก่อกวนในทันทีเมื่อสังเกตเห็นสายตาของนาง

ลู่เอินกลอกตา เจ้าลูกสุนัขเอ๊ย

"ถึงน้องหกจะไม่ฉลาดเท่าน้องห้าแต่ในด้านการต่อสู้นั้น น้องหกนับเป็นยอดฝีมือที่หาตัวจับได้ยาก"

มิน่าตอนนั้นถึงได้แบกนางหนีองครักษ์ยอดฝีมือขององค์ชายรองได้ แม้ว่าเราจะถูกจับได้ภายหลัง

"ลู่เอิน"หยวนหลงตบมือลงบนตักอุ่นของเขา "มานี่"

ท่านคิดว่าหม่อมฉันเป็นสุนัข

แต่ถึงกระนั้นนางยังคงทำตัวว่าง่ายและเชื่อฟังเขา เรียวแขนแกร่งของเขาโอบกอดร่างของนางเอาไว้ 

ใบหน้าของนางถูกนิ้วมือเรียวยาวของเขาบังคับให้แหงนขึ้นมองบนบัลลังก์ของฮ่องเต้ ข้างกายของฝ่าบาทถูกขนาบด้วยร่างของสตรีสูงศักดิ์ที่มีชาติกำเนิดต่ำต้อยอย่างหลินกุ้ยเฟย

"ที่ตรงนั้นครั้งหนึ่งเคยเป็นของเสด็จแม่ของเปิ่นหวาง"

"...."

"มันเคยเป็นเช่นนั้น"

นางวางมือบนบ่าอันแข็งแกร่งของเขา สบลึกเข้าไปภายในดวงตาไร้อารมณ์คู่นั้นตั้งแต่แรกเริ่ม

"ท่านกำลังอิจฉา"

"ไม่"เขาหัวเราะเสียงแผ่ว "สิ่งที่เปิ่นหวางเป็นได้ก้าวผ่านความจริงข้อนั้นมาเนิ่นนาน"

หยวนหลงเป็นคนเข้าใจยากและมีหลายครั้งที่นางไม่อาจเข้าใจเขาได้เลย กำแพงสูงชันของเขามักก่อตัวขึ้นสูง 

สูงเกินไป...

"ลู่เอิน เปิ่นหวางเกลียดเทศกาลหยวนเซียว"เขากล่าวเสียงแผ่วเบานัยน์ตาคู่คมเจือไปด้วยความรู้สึกมากมาย ทว่านางกลับไม่อาจเข้าใจถึงมันได้เลย

"หม่อมฉันรู้แล้ว"

"เกลียดมากจริงๆ"

ลู่เอินโคลงหัวรับรู้ ก่อนจะยกมือโอบกอดเขาเอาไว้ เมื่อมองไปโดยรอบไม่มีพระชายาคนไหนที่อาจหาญขึ้นมานั่งบนตักของสวามีเลยสักคนเดียว

และนั้นทำให้นางกลายเป็นที่จับตามองมากเกินพอดี

หยวนหลงท่านเอาใจหม่อมฉันมากเกินไปแล้วหรือมันอาจเป็นแผนการของท่านกัน

"นั้นอะไร!"เสียงฮือฮาของฝูงชนเริ่มดังขึ้น ยามเมื่อพลทหารในชุดเกราะเดินเข้ามาภายในงานพร้อมคบเพลิงในมือ

"ดูเหมือนว่าจะเริ่มแล้ว"

หลังจากนั้นบุรุษในชุดเกราะสีเงินได้ก้าวเข้ามาใบหน้าของอีกฝ่ายสวมใส่หน้ากากคล้ายกับปีศาจร้าย

องค์ชายรอง

ลู่เอินมองตามทุกย่างก้าวองค์ชายรอง มองดูสาวงามอีกหนึ่งนางที่เดินตามหลังจอมทัพปีศาจผู้เกรียงไกร ในมือของนางถือกู่เจิง ใบหน้าครึ่งซีกถูกปิดไว้ด้วยหน้ากากสีเงิน

คุณหนูหลี่เหมยฮวา 

เสียงกลองเริ่มบรรเลงขึ้นด้วยท่วงทำนองดุดัน ในจังหวะนั้นการร่ายรำดาบขององค์ชายรองได้เริ่มขึ้น

"หยวนหลง ท่านเดาเก่งพอตัว"

สวามีของนางยกยิ้มก่อนจะถือจอกเหล้าเอาไว้ในมือ ชายแขนเสื้อของเขาสั่นไหวไปตามสายลมที่กรรโชกผ่านลงมา 

ปลายนิ้วมือของหลี่เหมยฮวาดีดลงบนกู่เจิงกลายเป็นทวงทำนองที่เชื่องช้า แต่ถึงอย่างนั้นกลับไปได้ดีกับจังหวะกลองอย่างน่าประหลาด

นางเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับการทำศึกตลอดสิบสามปีในแดนเหนือ หนึ่งแม่ทัพปีศาจที่ซ่อนใบหน้าไว้ภายใต้หน้ากากอันน่าหวั่นเกรง

เสียงดนตรีนี้กำลังบอกเล่าเรื่องราวพวกนั้น 

สตรีอันเป็นยอดรักที่ถูกพรากจากในสงคราม เนื้อเรื่องชวนเพ้อฝันนี้ก็เหมาะสมไม่น้อยกับงานเทศกาลหยวนเซียว

รอยแย้มพระสรวลปรากฎขึ้นบนพระพักตร์ของฮ่องเต้ แม้นจะไม่พอใจในตัวคุณหนูหลี่อยู่บ้าง หากแต่ฝ่าบาทคงไม่อาจใจแข็งเมินเฉยองค์ชายรองไปได้นานนัก

ลู่เอินลอบมองใบหน้าที่แสดงถึงความพึงพอใจของหลินกุ้ยเฟย

กระดานหมากตานี้ แขกเรื่อเช่นนางคงไม่ต่างอะไรกับตัวประกอบฉากอันเป็นส่วนหนึ่งของการพลิกกลับมาได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ขององค์ชายรอง

น่าขบขันเสียจริง

"หยวนหลง ท่านรู้แต่แรกแล้วใช่หรือไม่"

หยวนหลงเพียงแค่ฉีกยิ้มอันไปไม่ถึงดวงตาแล้วเมินเฉยต่อคำถามของนาง

ลู่เอินขยับตัวลุกออกจากตักของเขาก่อนจะรินสุราลงในจอกพลางแหงนหน้าขึ้นมองดูการแสดงที่หนึ่งคู่รักต่างทุ่มเทเพื่อกลับมาผงาดอีกครั้ง 

จะง่ายดายถึงเพียงนี้เชียวหรือ

เปิ่นหวางเฟยอยากรู้นัก

เสียงปรบมือและคำชมเชยดังขึ้นยามเมื่อการแสดงจบลง องค์ชายรองถอดหน้ากากของเขาเช่นเดียวกับคุณหนูหลี่

ก่อนที่ร่างสูงของเขาจะเดินเข้าไปกอบกุมสตรีอันเป็นที่รักออกมาด้านหน้าเพื่อยืนเคียงข้างกัน

กิ่งทองใบหยก น่าขำ

"การแสดงของเจ้าทำให้เจิ้นแปลกใจ..."พระวรกายสูงส่งของฝ่าบาทผุดลุกจากบัลลังก์ทอง 

"ขอบพระทัยเสด็จพ่อ"

และแล้วทุกอย่างก็จะเดินไปตามแผนการที่วางไว้ นางเหยียดยิ้ม ทว่าในขณะนั้นเองร่างสูงของสง่าขององค์ชายหกก้าวออกจากที่นั่งของเขาแล้วยืนเด่นสง่าอยู่ท่ามกลางสายตาของแขกเรื่อมากมาย

องค์ชายรองและหลี่เหมยฮวารวมถึงหลินกุ้ยเฟยหันมาหาองค์ชายหก

"เสด็จพ่อ ลูกเองก็มีการแสดงที่อยากให้ทรงทอดพระเนตรไม่ต่างกัน"องค์ชายหกกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงยียวนไม่นึกหวาดหวั่นต่อสายตาขององค์ชายรองผู้กำลังมองมาที่เขา

 เห็นได้ชัดว่าท่านเป็นตัวขัดขว้างเส้นทางรักของพวกเขาอย่างแท้จริง

"องค์ชายหก กระทั่งเจ้าเองก็อยากจะสร้างความประทับให้แก่เจิ้นและแขกเรื่อ เทศกาลหยวนเซียวปีนี้นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว"หย่งซานสือฮ่องเต้ตรัสขณะหมุนลูกประคำในพระหัตถ์ไปมา

เวลานั้นลู่เอินรับรู้ถึงลางร้ายบางอย่างยามเมื่อใบหน้าของอีกฝ่ายหันมาหานางพร้อมกับรอยยิ้มร้ายกาจที่ปรากฎขึ้นบนใบหน้าขององค์ชายหก

"ไม่ใช่เพียงแค่ลูกเท่านั้น พระชายาลู่เอินเองก็ร่วมแสดงด้วยเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ"

"......."

ฝ่ามือของอีกฝ่ายยื่นออกมาตรงหน้านาง องค์ชายหกขยับยิ้มกว้างนั้นขึ้นและมันช่างน่าชังยิ่งนัก 

"พี่สะใภ้"

องค์ชายหก ข้านึกชังในเรอยยิ้มของท่านเสียจริง

เจ้าลูกสุนัขเอ๊ย...

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.27K ครั้ง

112 ความคิดเห็น

  1. #17228 pemipond (@pemipond) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 17:40
    น้องหกนี่ตัวหายนะจริมๆ
    #17228
    0
  2. #17214 EsllfaFa (@EsllfaFa) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 01:02
    ชิบหาย 5555
    #17214
    0
  3. #16956 iam1design (@iam1design) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 20:48
    มีองค์ชายหกที่ไหน ที่นั่นมีหายนะจริงๆ ไม่ต้องรักพี่าะไภ้มากขนาดนี้ก็ด้ายยย เคยถามมั้ยว่านางอยากเป็นแนวร่วมด้วยมั้ย 😂
    #16956
    0
  4. #15930 bunyarat462 (@bunyarat462) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 00:26
    ผิดคิวค่ะ คัทๆๆ 555
    #15930
    0
  5. #13715 Tharatip2013 (@Tharatip2013) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 21:00
    คำผิดจ้า
    ขัดขว้าง--->ขัดขวาง
    #13715
    0
  6. #12184 kitten (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 04:49

    ควรจะฮาอันไหนก่อนดีระหว่างก๋วยเตี๋ยวหลอดขนมเปี๊ยะไส้งาดำ ความแสบขององค์ชายหก

    #12184
    0
  7. #10074 นิตา (@exofan-thanita) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 16:41
    ชอบลูกสุนัขตัวนี้ น่ารัก 5555
    #10074
    0
  8. #9223 32051021 (@32051021) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 21:09
    งานเข้าลู่เอินอย่างแรง
    #9223
    0
  9. #9134 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 18:36
    ทำอะไรไม่ปรึกษาพี่สะใภ้อีกแล้วว
    #9134
    0
  10. #9070 Iovely39 (@Iovely39) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 16:48
    โครตแส๊บบบ
    #9070
    0
  11. #8118 milk3421 (@milk3421) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 02:57

    ชายหกกกกกกก

    #8118
    0
  12. วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 19:00
    ผู้นำพาหายนะมาสู่พระชายาที่แท้ทรู555555
    #7473
    0
  13. #7242 sirikarnrat (@sirikarnrat) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 12:42
    เเสบทรวง 5555 ให้อารมณ์เหมือนพี่สาวตัวร้ายกับน้องชายตัวเเสบ
    #7242
    0
  14. #7221 Piszerel (@manaki-ne) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 10:51
    องค์ชายหก ท่านเป็นตัวนนำพาความฉิบหายแก่ผู้อื่นโดยแท้จริง
    #7221
    0
  15. #7215 olahe (@olahe) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 10:35
    น้องของแม่ >> ท่านน้า
    #7215
    0
  16. #7107 goldpaddy (@goldpaddy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 21:27
    อิเด็กนี่ร้ายมาก
    #7107
    0
  17. #5597 Mizza (@wawy111) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 07:05
    555 น้องหกกับพี่สะใภ้เหมือนคู่ซี้มากกว่า
    #5597
    0
  18. #5070 ลิลหรี่ (@maple_) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 11:00
    ชอบเวลาชายหกอยู่กับลู่เอิน
    #5070
    0
  19. #3055 _DARKGHOST_ (@Kate2549) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 16:25
    ถามกันก่อนก็ได้นะองค์ชายหก...
    #3055
    0
  20. #2449 pofaiwipada (@pofaiwipada) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 16:35
    เตี๊ยมกันมาก่อนบ้างก็ดีนะองค์ชายหก..
    #2449
    0
  21. #2320 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 09:09
    จะเล่นอะไรไม่เคยถามสักคำ..
    #2320
    0
  22. #1810 Disk Nara (@DISKNARA) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 18:49
    คำผิดบทนี้ใช่ย่อยถถถถถถ
    #1810
    0
  23. #1808 Honery (@Miramarin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 18:33
    เล่นอะไรไม่ถาม555
    #1808
    0
  24. #1566 Latte Hideyoshi (@28867) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 13:35
    ไรต์ค่ะ!!! อยากบอกว่าเราชอบองค์ชายหกมากเลยยยยยยยยยยยยยยย เอาเขามาเป็นพระเอกม๊าาา *_*
    #1566
    0
  25. #1486 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 23:22
    นี่ จะหันไปเชียร์องค์ชายหกเเล้วนะ คนแบบนี้น่าจะควบคุมง่าย เอ๊ย น่ารักดี
    #1486
    0