ตอนที่ 8 : ตอนที่8 เมื่อราชินีล้มป่วยแม้แต่เด็กก็เทียบไม่ติด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5181
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    25 ธ.ค. 59

ตอนที่ 8 เมื่อราชินีล้มป่วยแม้แต่เด็กก็เทียบไม่ติด

   

“เรากำลังจะตาย...”เสียงแหบพร่าของผู้สูงศักดิ์บนเตียงเอ่ยอย่างสิ้นหวัง ใบหน้างดงามซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาคู่ระหงส์ดูเหม่อลอยไม่สิ้นสุด

“ฝ่าบาท!”

“ไม่นะฝ่าบาท!”

เสียงกรีดร้องของผู้คนในห้องรวมเกือบสิบชีวิตดังระงมไปทั่ว คาร์ลีอันฉีกยิ้มอ่อนแรง ตั้งแต่ตอนนั้นเธอก็นอนไร้เรี่ยวแรงอยู่บนเตียงมาร่วมสามวันได้แล้ว ขนาดหมอหลวงที่ดีที่สุดของวังหลวงก็ยังรักษาเธอไม่ได้ 

ชีวิตในโลกนี้ต้องจสิ้นลงแค่นี้สินะ.....

“ระเราอยากเขียนพินัยกรรม แค่กๆ ก่อน..ตาย”

“ฝ่าบาท อย่าพูดอะไรเป็นลางไม่ดีสิเพคะ พระองค์จะต้องดีขึ้นในเร็ววัน!”

“แค่กๆ ไม่ เราคงไม่รอดแล้ว...”คาร์ลีอันฉีกยิ้มดวงตาหม่นแสงเตรียมสิ้นใจลงทุกเวลา

อะแฮ่ม--องค์ราชินี...พระองค์แค่เป็นไข้หวัดธรรมดาพะยะค่ะ”หมอหลวงเพียงหนึ่งเดียวที่เงียบดูละครฉากจบอยู่เนินนานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นราบเรียบ

เพียงพระองค์เสวยยาตามที่กระหม่อมจัดไว้ พระองค์จะหายภายในสามวัน”

“หมอหลวงแค่กๆ จะบอกว่าเรา...คิดมากไปเอง?”คาร์ลีอันหรี่ตามองอีกฝ่ายด้วยความเย็นชาประหนึ่งเด็กน้อยที่ถูกขัดใจ

“พะยะค่ะ ไข้หวัดธรรมดาไม่ทำให้มนุษย์ที่มีเวทย์มนต์ตายได้หรอกพะยะค่ะ”อัลเบิร์ตกล่าวพรางส่งสายตาเอือมระอาไปให้ มีแต่ท่านที่เวอร์ไปเอง ทำเอาตกใจกันทั้งวัง

“ไม่!..เรากำลังจะตาย”หญิงสาวกำผ้าห่มแน่นเถียงเสียงแข็ง

“พระองค์ไม่ตายหรอกพะยะค่ะ”

ไม่จริง...ท่านโกหก เรากำลังจะตาย”เสียงที่เอ่ยเริ่มสั่น

“ไม่ตายพะยะค่ะ”

ไม่..ต้องตายสิ เราไอแล้วยังมีน้ำสีเขียวๆไหลออกมาจากจมูกด้วย..เราต้องติดไวรัสร้ายแรงเข้า”คาร์ลีอันส่ายหน้าเป็นเด็กๆ

“แค่กๆ เราจะตายในอีก5นาที!”

อัลเบิร์ตรู้สึกอับจนขึ้นมาชั่วขณะ พรางหันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากท่านดยุคแม่ทัพที่มีศักดิ์เป็นปู่ของคนไข้จอมเอาแต่ใจ นี้สินะที่ท่านแม่ทัพบอก ยามใดที่องค์ราชินีเกิดล้มป่วยพระองค์จะแสดงบุคคลิกอีกด้านที่แตกต่างราวกับฟ้าและเหวออกมา

“น้ำสีเขียวๆที่ไหลออกมาคือน้ำมูก มันเป็นเรื่องปกติของคนเป็นไข้หวัดจะมี เพราะฉะนั้นพระองค์ไม่ได้ติดเชื้อไวรัสร้ายแรงอย่างที่คิด”

มะไม่จริง แค่กๆ เราตัวร้อนแทบยังอ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง แบบนี้ไม่เรียกติดเชื้อไวรัสร้ายแรงที่กำลังจะตายในไม่ช้าแล้วเรียกอะไร”

คนเป็นหมอรู้สึกเหนื่อยใจอย่างถึงที่สุด ชายชราที่ถูกเรียกตัวมาหลังจากหยุดพักร้อนได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงคล้ายแขนที่กอดกันออก ถึงเวลาที่แม่ทัพราคาแพงอย่างเขาต้องออกโรงปกป้องเอกราช

“หลานข้า เจ้าเพียงแค่เป็นไข้หวัด อย่าได้วิตกกังวนจนเกิดเหตุ”ชายชราก้าวสุขุมไปตรงข้ามเตียงมือหยาบกร้านยกขึ้นลูบหัวหลานสาวด้วยความอ่อนโยน ในอดีตเขาเคยรับมือกับสถานการณ์แบบนี้เพียงแค่ครั้งเดียว เพราะส่วนใหญ่คาร์ลีอันมักจะไม่ค่อยล้มป่วย เธอเป็นเด็กหญิงที่แข็งแรงตั้งแต่เด็ก

“ไม่จริง...อย่ามาปลอบใจเรา บอกความจริงกำลังเรา เรากำลังจะตาย”

ไอ้ที่บอกเมื่อสักครู่มันไม่ใช่ความจริงหรือไง ชายชราได้แต่ฉีกยิ้มบางเบาอันไม่เข้ากับใบหน้าที่ดูเกรงขาม “หลานข้า เจ้าพักผ่อนเถอะ”

มือหยาบลูบหัวอีกสอง-สามทีแล้วยกออก เดิมทีการลูบหัวราชินีแล้วพูดด้วยคำสามัญถือเป็นการหมิ่นพระเกียรติแต่ทำไงได้ ในเมื่อตอนนี้คาร์ลีอันไม่ได้อยู่ในโหมดปกติ 

บางครั้งกฎระเบียบก็สมควรมีการยกเว้น...

“ไม่..เราไม่อยากอยู่คนเดียว”มือเรียวไร้เรี่ยวแรงจับมือผู้สูงวัยเอาไว้ เอ่ยด้วยประโยคที่เต็มไปด้วยคำเว้าวอน ดวงตาคู่ระหงส์คลอไปด้วยน้ำตา

เมื่อเห็นแบบนี้มีหรือชายชราจะทนไว้ ตาแก่คลี่ยิ้ม “ได้ ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้าเอง”

มือยกขึ้นเป็นเชิงไล่ให้ทุกคนออกไป โดยไม่ลืมกำชับกับอัลเบิร์ตที่เข้ามาใกล้ว่า ‘ปิดปากทุกคนในห้องเกี่ยวกับเรื่องนี้ซะ’ เพื่อความมั่นคงของราชสำนักจะให้ข่าวที่ว่าตอนนี้องค์ราชินีกลายเป็นเด็กๆหลุดรั่วออกไปไม่ได้เด็ดขาด

“อัลเดย์ไปไหน”เป็นประโยคแรกที่คาร์ลีอันเปิดปากถามด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างจริงจังยามอยู่กันแค่สองคน

อยากให้องค์ชายมาเฝ้าแทนข้า?”

คาร์ลีอันส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว ภาพที่ทำให้เธอถึงกับนอนจับไข้สั่นยังคงตามหลอกหลอน อีกอย่างเธอไม่อยากให้อัลเดย์มาติดไข้หวัดร้ายแรงไปด้วยอา แค่ราชินีผู้นี้เป็นคนเดียวก็เกินพอแล้ว “แค่อยากรู้...กินข้าว..อาบน้ำรึยัง”

ทุกอย่างเรียบร้อยดี เจ้าพักนอนพักเถอะ”

“อือ”คาร์ลีอันครางตอบเตรียมมุดตัวซุกลงใต้ผ้าห่มผืนหนา พลันโผล่หน้าขึ้นมาอีกรอบ ถามชายชราอีกครั้งว่า

“เราจะตายไหม..”

“หวัดแค่นี้ฆ่าเจ้าไม่ได้หรอก นอนซะหลานข้า”ชายชราลอบถอนหายใจ เมื่อนึกถึงองค์ชายอัลเดย์ป่านนี้คง......

.

.

.

 

“ทำไมเราจะเข้าไปหาองค์ราชินีไม่ได้!”อัลเดย์ตวัดตามองหมอหลวงที่เคยมีศักดิ์เป็นอาจารย์ด้วยความขุ่นเคือง ตั้งแต่เมื่อวานซืนแล้วเอาแต่บอกอย่าให้เขาเข้าไปหาคาร่า 

เจ้าคนนอกนี้มีสิทธิ์อะไรมาสั่งเขากัน?

นั้นเพราะองค์ราชินีไม่ประสงค์จะพบพระพักตร์องค์ชายตอนนี้พะยะค่ะ”อัลเบิร์ตขยับแว่นให้เข้าที เหลือบมองเด็กชายที่เอาแต่หาเรื่องตนมาตลอดสามวันด้วยความเฉยเมย เดิมทีอัลเบิร์ตเป็นชายผมยาวสีดำ ใบหน้าดูเฉยเมยต่อทุกสิ่ง ด้วยลักษณะภายนอกของเขา จึงดูคล้ายนักวิชาการมากกว่าหมอหลวง

“ไม่จริง!เจ้าโกหก คาร์ลีอันรักเราจะตายไป”ริมฝีปากน้อยขบเข้าหากันแน่น ดวงตาแข็งกร้าวถึงที่สุด ให้ตายยังไงเด็กชายก็ไม่มีวันเชื่อ คาร์ลีอันนะรักเขาจะตายไป

“หึ...เจ้าไม่รู้รึไง คาร์ลีอันนะบอกรักเราสามเวลาหลังอาหารเช้าเย็นไม่มีขาดตก!”ไม่นับเมื่อวานก่อนกับสามอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่ทะเลาะกันจนไม่ได้เจอหน้า แต่ยังไงก็ช่างถ้านับแบบประมาณเอา ก็ได้เหมือนกัน!

อัลเบิร์ตเพียงแค่พยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจกับคำพูดแสนภาคภูมิใจของอีกฝ่าย อย่างไรก็ช่างตอนนี้แค่รองรับอารมณ์ของคาร์ลีอันคนเดียวเขาก็เหนื่อยเกินพอ ไม่มีแรงมานั่งเถียงเรื่องไร้สาระกับเด็กหรอกนะ 

“ใครสั่งให้เจ้าเดิน!!”อาจเป็นเพราะความหงุดหงิดที่สั่งสมมานานทำให้อัลเดย์เผลอขาดสติ แสดงอีกตัวตนแสนเอาแต่ใจออกมา

“....”ปลายเท้าที่กำลังก้าวผ่านหยุดชะงักลง หมอหลวงหนุ่มหมุนตัวไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย เปิดปากพูดอย่างเฉยชาว่า

“กระหม่อมต้องรีบไปทำโอสถถวายองค์ราชินี ขอองค์ชายอย่าได้ขัดขว้างกาหน้าที่หมอหลวงของกระหม่อม”กล่าวจบก็เดินจากไปโดยไม่สนใจเด็กชายที่ทิ้งไว้ข้างหลัง

***********

ต่อ--

 

อัลเดย์สลัดผ้าคลุมสีดำที่คลุมตัวออก แสงอาทิตย์ยามเที่ยงสาดส่องไปทั่วร่างเล็กแสนบอบาง ดวงตาสีเขียวมิ้นหรีลงเงยหน้าขึ้นมองฟอคอยสูงเสียดฟ้า พรางก่นด่าคนสร้างในใจ ถ้าจะสูงขนาดนี้....เขาจะปืนขึ้นไปได้ยังไง?

“..............”หลังจากหมดความหวังจากการขอร้องเล่นละครและต่างๆนานาเพื่อให้เข้าไปเยี่ยมคาร์ลีอัน อัลเดย์ก็ตัดสินใจฮึดสู้ใหม่อีกครั้ง โดยใช้วิธีการปืนกำแพง พิสูจน์ความกล้าให้คาร์ลีอันเห็น

ตอนแรกมันก็ดีอยู่หรอก....

หากไม่ใช่ว่าหอคอยที่จะปืนมันสูงยิงกว่าหอนาฬิกาประจำเมืองหลวง แถมยังห้องของคาร์ลีอันยังอยู่ห้องบนสุด

....ซวยของแท้....

“ถ้าไม่ใช้เวทย์บิน คงขึ้นไปไม่ถึง”อัลเดย์ก้มลงมองแขนและเท้าของตัวเองพรางถอนหายใจ สั้นขนาดนี้มีหวังเป็นลมแดดตกหอตายก่อนถึงจุดหมายแน่

จะทำยังไงดีละ....

เด็กชายเหลือบซ้ายแลขวาแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นอะไรที่พอจะช่วยได้แม้แต่นิดเดียว มีแต่พงหญ้าและก้อนหิน

จะโยนเชือกขึ้นไปก็คงไม่ได้ ถ้าใช้บันได..

ด้วยขนาดตัวของเขา แม้แต่จะแบกยังไม่รู้เลยว่าจะแบกไหวรึเปล่า

พลันความคิดบางอย่างแวบเข้ามาในหัวสมองน้อยๆ

“ในเมื่ออัลขึ้นไปไม่ได้....”ริมฝีปากของเด็กน้อยลอบกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ 

“คาร่าก็ต้องเป็นฝ่ายลงมาหาอัลเอง...”

ไม่มีใครจะคาดคิดเลยว่าอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงข้างหน้าจะเกิดเรื่องวุ่นวายมหาใหญ่เกิดขึ้น

************

 

ควันสีขาวลอยฟุ้งขึ้นไปบนหอคอยก่อนจะแผ่กระจายไปทั่วทั้งวังหลวง โดยต้นกำเนิดของมันมาจากฝีมือของเด็กชายจอมซนบางคน อัลเดย์มองผลงานของตัวเองด้วยความพอใจ รออีกประมาณห้านาทีให้ควันกระจายเต็มที่ต่อจากนั้นเขาก็ค่อยวิ่งเข้าไปในวังแล้วตะโกนบอกว่า

ไฟไหม้ ไฟไหม้ และไฟไหม้

แค่นี้ทุกอย่างก็จะสมบูรณ์แบบ.....!

เวทย์เป่าผมก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ...คาร่า”

อัลเดย์รีบสาวเท้าห่างจากกองไฟที่ควันเริ่มกระจายตัว เริ่มแรกอัลเดย์ใช้เวทย์เป่าผมกับพงหญ้าให้เสียดสีกันจนเกิดความร้อนแล้วลุกติดไฟ จากนั้นก็ใช้ประโยชน์จากเวทย์เป่าผมในการสร้างควัน 

เพียงเท่านี้...แผนการล่อเสือออกจากถ้ำก็สมบูรณ์แบ

“โฮะๆ อัลฉลาดที่สุดเลย”

ยังพูดไม่ทันจะสุดเสียง มวลน้ำขนาดใหญ่ก็ก่อตัวขึ้นบนหัวเด็กชายก่อนจะแตกลงใส่หัวเด็กชายและกองไฟจนเปียกแฉะและมอดดับไฟไปในที่สุด

ซ่า.......!

“...........”อัลเดย์ไม่อาจอธิบายได้ถึงเหตุบังเอิญ เด็กชายใช้มือปาดน้ำออกจากใบหน้าเงยหน้าขึ้นมองบน ก็ไม่มีอะไร มันแค่เรื่องบังเอิญ

เอาละเราจุดกันใหม่อีกรอบ

อัลเดย์จุดไฟขึ้นอีกรอบ....

ซ่า........!

ผลลัพธ์ยังคงเหมือนเดิม ฝนได้ทำการตกลงมาประหนึ่งกำลังเทน้ำ

“มันแค่เรื่องบังเอิญ....ฮะฮ่าๆๆ”

อัลเดย์ปลอบใจตัวเอง ก่อนจะเริ่มจุดใหม่อีกครั้งด้วยอารมณ์ที่เริ่มจะไม่ปกติ

โอะ เรื่องบังเอิญจริงๆด้วย”อัลเดย์กล่าวอย่างดีใจ เมื่อจุดขึ้นใหม่แล้วไม่เห็นว่าจะมีฝนตกลงมาเหมือน.....

ซ่า! ซ่า!ซ่า!.......!

“อ้ากกกกกก ม่ายยยยยยยย”ราวกับได้ยินเสียงโหยหวนของผู้โชคร้าย อัลเดย์เบิกตากว้างอย่างตกใจกับฝน อา ไม่สิน้ำตกที่ตกลงมามากพอที่จะท่วมทั้งเมือง ลาก่อนพระราชวังอันสวยงาม

เราจะย้ายถิ่นเป็นวังบาดาลกัน

 

*************

 

“ท่านดยุคเกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!”องครักษ์หน้าประตูเปิดเข้าไปอย่างเสียมารยาท ใบหน้าเต็มไปด้วยความรีบร้อนปนหวาดกลัว ท่านแม่ทัพหรือท่านดยุคที่เกือบจะนั่งหลับสะดุ้งตื่นเต็มตัว

“องค์ชายไม่ยอมกินข้าว?”

ไม่ใช่ขอรับ!”

“ไม่ยอมอาบน้ำ?”

“ไม่ใช่ขอรับ!”

“งั้นไม่ยอมเข้าเรียน?”

“ไม่ใช่ขอรับ!

อืม...งั้นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่”หางตาตวัดมองอีกฝ่ายที่มารบกวนการนอนอย่างขุนเคืองทันที ประหนึ่งกำลังทิ่มแทงอีกฝ่ายด้วยสายตาพิฆาต องครักษ์ผู้โชคร้ายรวบรวมความกล้า

“คะคือ...องค์ชายถูกน้ำพัดไปไหนแล้วก็ไม่รู้ขอรับ”

“แล้วทำไมถึงไม่รีบบอกเล่าเจ้าบ้า!!!”ชายชรารีบเดินไปที่หน้าต่าง มองลงไปข้างล่าง พบว่ามีน้ำท่วมวังไปกว่าครึ่ง ข้าวของตกแต่งด้านล่างต่างลอยไปตามน้ำจนเละเทะไปหมด 

ทำไมถึงมีน้ำท่วม?”

“อะองค์ชายคงจะจุดไฟเผาวัง เวทย์ป้องกันไฟที่วางไว้เลยทำงาน..

“ป้องกันบ้าอะไร?”นี่มันจะเอาน้ำท่วมวังชัดๆ 

“อะเออ....”

“จะยืนนิ่งอยู่ทำไม รีบส่งคนตามหาองค์ชายเร็วเข้า!!”

“ขะขอรับ!!”

ชายชรายกมือปาดเหงื่อตรงหน้าผากที่เริ่มผุดผายออกมา เหลนรักของเขาเกิดบ้าอะไรขึ้น? คิดจะทำหมูกะทะหรือไง ถึงได้บ้าจุดไฟเผาวัง แล้วเวทย์ป้องกันตัวดีนี้อีก 

ให้ตายเถอะ...มีวันไหนที่ชายแก่ผู้นี้จะได้พักผ่อนแบบสบายใจบ้างไหม..

“อัลเดย์ก่อเรื่องเหรอ”น้ำเสียงงัวเงียจากคนบนเตียงถามขึ้น ดวงตาปรืบขึ้นเพียงครึ่งเพราะฤทธิ์ยาลดไข้ทำให้ง่วงนอน แต่เพราะเสียงดังเมื่อครู่ทำให้เธอสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาทันได้ยินประโยคเด็ด

“แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น เจ้านอนต่อไปเถอะ”เกิดให้หลานสาวที่มีสติสตางค์ไม่สมบูรณ์ลงไปจัดการ เขาไม่แน่ใจว่าเรื่องจะดีขึ้นหรือเลวร้ายลง

“เผาวัง? นี่เหรอเรื่องเล็ก”

.....”ชายชราคล้ายหมดคำพูดในเมื่อรู้อยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องปดออกไป ชายสูงทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงมือยกขึ้นลูบหัวหลานสาวด้วยความเอ็นดูที่ผู้สูงวัยมีต่อคนในครอบครัว

ริมฝีปากเหี่ยวย่นตามวัยยกยิ้มขึ้น “ไม่ต้องห่วงหลานข้า เรื่องแค่นี้ระดับแม่ทัพใหญ่จัดการได้สบายอยู่แล้ว เจ้านอนพักให้สบายเถอะ”

ใบหน้าที่เห่อแดงจากพิษไข้คล้ายคิ้วที่ขมวดเป็นปมลง ส่งเสียงตอบเสียงอู้อี้ “อืม...หลานเข้าใจแล้ว”

ช่างว่าง่ายอะไรเช่นนี้.....

***************


ท่ามกลางความวุ่นวายของคนแทบทั้งวัง เด็กผู้เป็นต้นเหตุของความวุ่นวายใช้โอกาสนี้ลอบเข้าไปในหอคอยสูง แน่นอนว่าอัลเดย์ไม่มีทางจมน้ำตายแน่นอนเพราะมีเวทย์ธาตุน้ำ บวกกับประสบการณ์ถูกคาร์ลีอันจับกดน้ำทุกวัน การจมน้ำแค่นี้มันแค่เรื่องเล็กๆ

ดูเหมือนว่าการฝึกโหดของคาร์ลีอันจะมาได้ใช้ก็วันนี้

“องค์ชายย องค์ชายอัลเดย์พะยะค่ะ”เสียงตะโกนเรียกจากเหล่าทหารตะโกนเรียกหาองค์ชายของพวกเขา โดยที่ตำแหน่งที่ตะโกนเรียกมันไม่น่าจะเอาใครเข้าไปซ่อนได้ 

“เจ้าจะตะโกนทำไม? นี่มันเสา!”

เหมือนจะมีคนพอมีความคิดอยู่บ้าง อัลเดย์รีบใช้โอกาสที่สองทหารยืนเถียงกันหลบหนีไปอีกฟาก เด็กน้อยดำน้ำลงไปให้ลึกเพื่อกันคนเห็นตัว กระแสน้ำที่เริ่มจะเย็นมากขึ้น ส่งผลให้เด็กชายรีบว่ายน้ำให้เร็วเป็นเท่าตัว

น้ำท่วมแค่ครึ่งหนึ่งของความสูงหอคอย ที่เหลือเด็กคงต้องใช้เท้าเปล่าปืนขึ้นไปเอง

ว่ากันว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั้น ในที่สุดอัลเดย์ก็มาถึงหน้าประตูห้องของคาร์ลีอัน ด้วยสภาพตัวเปียกปอน เด็กชายสะบัดเส้นผมสีทองพอให้แห้งไม่แฉะมาก

ก่อนจะถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกทิ้งกับพื้น พยายามบิดน้ำจากเสื้ออกให้มากที่สุด 

“จะเข้าไปละนะ”เด็กชายผลักบานประตูใหญ่ออกช้าๆ ข้างในห้องยังคงเรียบร้อยและหรูหราเหมือนทุกครา พื้นพรมสีแดงมีรอบเปียกน้ำเป็นรอยเท้าของเด็กชายตามการเดิน อัลเดย์พยายามทำตัวให้เบาที่สุดแล้วค่อยๆเดินเข้าไปในห้องนอน

กลิ่นหอมอ่อนๆที่เป็นเอกลักษณ์ของคาร์ลีอันส่งกลิ่นมาให้ได้ดมก่อนเป็นอันดับแรกที่ก้าวเท้าเข้าห้อง ดวงตาสีเขียวมิ้นราวกับอัญมณีกวาดตามองหาร่างอันคุ้นตา 

ก่อนจะพบว่าคาร์ลีอันนอนหลับอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสงบนิ่ง จนเด็กชายไม่กล้าเข้าไปกวน อัลเดย์ห่อตัวเข้าหากันด้วยความหนาวจากอุณหภูมิภายในห้อง เด็กชายเลือกที่จะเดินหยิบเสื้อคลุมน้ำของตัวเองมาสวมแทนเสื้อผ้าที่เปียกแฉะ

แล้วเดินเข้าไปใกล้เตียง จากนั้นค่อยๆมุดด้วยผ่านผ้าห่มเข้าไปนอนข้างๆผู้ปกครองจำเป็น โดยเอาหัวซุกใต้แขนอีกฝ่ายใช้มือกอดตัวร่างบางอย่างหลวมๆก่อนจะโผล่หน้าขึ้นมาจากผ้าห่ม

เหลือบมองใบหน้างดงามที่ถูกขนานนามว่างามล้มเมือง เมื่อก่อนเขาไม่เคยคิดว่าคาร์ลีอันงดงามตามคำล่ำลือ เขารู้สึกแค่คาร์ลีอันสวย หน้าตาดีและใจร้ายเหมือนแม่มด แถมยังแก่

แก่แค่อายุ...

“...จะมองอีกนานไหม..”เปลือกตาที่เคยปิดอยู่เปิดขึ้นโดยฉับพลัน อับเดย์ผงะตัวไปไกลถึงขอบเตียงด้วยความตกใจ คาร์ลีอันลุกขึ้นเอนตัวพิงกับหมอน มองอีกฝ่ายด้วยหางตาที่แสดงถึงความเย่อหยิ่ง

“ใครสั่งใครสอนให้มานอนเตียงข้ากัน? เด็กน้อย”น้ำเสียงกดลงต่ำพร้อมกับเหยียดยิ้มน้อยๆดุจราชินีจอมเย่อหยิ่ง

ว่ากันว่าคาร์ลีอันในโหมดไม่ปกตินั้นเกลียดเด็กเล็กเป็นที่สุด...

“เราก็นอนด้วยกันทุกคืนประจำ ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน”อัลเดย์ขมวดคิ้วทั้งสองข้าง ทอดสายตามองใบหน้างดงามที่แดงเรื่ออย่างเป็นห่วง

เกิดอะไรขึ้น?

“หะ? นอนด้วยกันทุกคืน”นัยน์ตาสีแดงเบิกกว้าง ถามเสียงตื่นตระหนก

อัลเดย์พยักหน้าช้าๆ

“เป็นไปไม่ได้..”ดวงตาสีแดงดุจทับทิบล้ำค่าหรี่ลงราวกับจับผิด “ข้าเกลียดเด็กจะตายไป..”

“........”

“โดยเฉพาะเด็กเล็กอย่างเจ้า น่ารำคาญที่สุด”

น่ารำคาญที่สุด...ที่สุด....ที่สุด

ราวกับว่าคำๆนี้ถูกย้ำอยู่ในหัวสมองส่วนเซรีบลัมหลายครั้งต่อหลายครั้ง อัลเดย์เบิกตากว้าง อ้าปากค้างก่อนจะชี้นิ้วไปที่อีกฝ่ายด้วยมือที่สั่นระริก

“ไม่ใช่...นี่ไม่ใช่คาร่าของอัล ไม่ใช่ ฮึก”

“หุบปาก..”คาร์ลีอันกล่าวเสียงเย็นดวงตาสบไปที่แววตาอีกฝ่ายด้วยความเย็นเหยียบ จนอัลเดย์ต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากน้ำตาคลอด้วยความหวาดกลัวไอเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างคาร์ลีอันทำให้เด็ดชายรู้สึกขนลุกซู่ไปทั่วทุกอณูของร่างกาย

“หึ..นับว่าพอรู้เรื่อง”

มือขาวสะอาดเชยใบหน้าอีกฝ่ายขึ้น ก่อนจะบีบไปที่กร้ามเบาๆเพื่อบังคับให้หันมาสบตาของตน “รู้ไหม ทำไมข้าถึงได้เกลียดเด็กแบบเจ้านัก?”

อัลเดย์ส่ายหน้ารัวๆ

“งั้นก็รู้ไว้ซะ...”

“เด็กแบบเจ้ามันน่ารำคาญ....”

“งี่เง่า”

“ดื้อด้าน”

“แล้วก็...น่าปวดหัวเป็นที่สุด”

หยาดน้ำตาเริ่มไหลรินมากขึ้นเป็นเท่าตัว เป็นครั้งแรกที่อัลเดย์โดยคาร์ลีอันดุอย่างจริงๆจังๆปกติคาร์ลีอันออกจะตามใจเด็กชาย รักและหวงจนไม่กล้าที่จะตีหรือสร้างรอยบาดแผล

นี่ไม่ใช่คาร่าที่เขารู้จัก ผู้หญิงคนนี้น่ากลัว..

คาร์ลีอันปล่อยมือจากหน้าอีกฝ่าย ใบหน้าผิวบอบบางของเด็กปรากฎรอยมือแดง หญิงสาวถอยหายใจกล่าวพึมพำเสียงเบาหวิว

“หากเจ้าไม่ใช่ลูกของคนที่ข้ารัก...ข้าคงเอาเจ้าไปทิ้งตั้งแต่วันแรก”

ลูกของคนที่ข้ารัก?

หมายถึงท่านพ่อของเขางั้นเหรอ?

อัลเดย์ตัวแข็งทื่อราวกับตกอยู่ในภวังค์ตั้งแต่แรกเกิดคาร์ลีอันไม่เคยหลุดเรื่องของตัวเองกับท่านพ่อหรือท่านแม่ออกมาซักครั้งเดียว จะมีแค่บอกเขาว่าใครคือพ่อใครคือแม่ และส่วนมากจะกล่าวชมท่านพ่อให้เขาฟังมส่วนเรื่องของท่านแม่คาร์ลีอันไม่เคยพูดอะไรนอกจากบอกชื่อและสถาณะว่าเป็นพี่สาวของตนเองด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

ราวกับเกลียดชังอีกฝ่าย...

อัลเดย์ส่ายหน้าให้กับความคิดไร้สาระมันจะเป็นไปได้ยังไงกัน...

“อยู่นี่เององค์ชาย”ชายชราที่มีศักดิ์เป็นถึงแม่ทัพใหญ่ก้าวขาเข้ามาในห้องนอน อย่างที่คาดคิดองค์ชายอยู่ที่ดีจริงๆด้วย

“ข้าต้องการพักผ่อน...ฝากท่านช่วยดูแลองค์ชายแทนข้าที”คาร์ลีอันส่งสายตาไปทางดยุคชราที่มีหน้าที่จัดการทุกอย่างในตอนนี้ ชายชราพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปใกล้เด็กชายจะตกอยู่ในภวังค์ไม่ได้สติ

“มากับกระหม่อมนะฝ่าบาท..”ไม่รอให้ได้รับคำอนุญาตจากเด็กชาย ชายชราจัดการโอบตัวอีกฝ่ายขึ้นพาดบ่า หน้าแปลกที่อัลเดย์ไม่ดิ้นหรืออะไรเด็กชายเพียงนิ่งเฉยยินยอมอย่างว่าง่าย

เห้อ.....ค่าเสียหายจากเรื่องวันนี้ คงทำเอาท้องพระคลังล้มละลาย

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

22 ความคิดเห็น

  1. #196 Asahi_san (@amire) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 01:53
    ว่าแล้วว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะเป็นลูกของคนที่รัก รักมากเกลียดมาก แต่ก็ยังรักอยู่ดี อัลเดย์อึ้งเลยสิ ไปตามหาเอาเองนะว่าท่านพ่อท่านแม่ทำงามหน้าอะไรไว้ จะเกลียดกันก็ไว้หลังจากนั้นแล้วกัน
    #196
    0
  2. #158 -iy- (@-iy-) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 22:24
    อัลเดย์~~~ เด็กน้อยผู้น่ารักของเราน่าสงสารรรร ฮึกๆ
    #158
    0
  3. #141 ying1911 (@a0979967458) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 14:01
    ขอบคุณค่ะ
    #141
    0
  4. #140 jeebiest (@jeebiest) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 23:39
    รอเด้อออ
    #140
    0
  5. #139 SeeTheRain (@SeeTheRain) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 09:05
    ขอบคุณค่าาาา
    #139
    0
  6. #138 -iy- (@-iy-) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 08:53
    ขอบคุณค่ะะะ รอตอนต่อไปจ้า
    #138
    0
  7. #136 NanaToT (@loveme000) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 13:26
    ถ้าอัลมาเจอคาร่าตอนนี้....
    #136
    0
  8. #135 Sinsupa (@numeenaza) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 12:41
    เราจะวังธรรมดาให้เป็นวังบาดาล
    #135
    0
  9. #134 unicron16 (@arawaldw-090) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 12:23
    ถึงกับเผาวังเลยทีเดียว แล้วก็โดนน้ำป่า?พัดไป
    #134
    0
  10. #133 Riyuka (@Riyuka) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 11:18
    ถ้าอัลมาเจอคาร่าโหมดนี้จะรู้สึกยังไงนะ 555
    #133
    0
  11. #128 parn - 3 - (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 17:40
    คาร่าเปลี๊ยนไป๋!!!!!!!!!นี่ไม่ใช่คาร่าเอาคาร่าคนเดิมเพิ่มเติมคือความมุ้งมิ้งที่ไม่ค่อยมี(?)กลับมา รออยู่น้าคนดี(?)พี่คอยเจ้าอยู่ทุกคืนวันที่พระจันท์เต็มราตรี อิอิอิอิ
    #128
    0
  12. #125 Nu_Bhim (@bhimbhabhorn1234) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 19:58
    รออออออ
    #125
    0
  13. #124 unicron16 (@arawaldw-090) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 12:33
    คาร่าเปรี๊ยนไป๊
    #124
    0
  14. #123 ispoposa (@ispoposa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 20:59
    คาร่ากลายเปนคนเสียสติไปแล้ว!!
    #123
    0
  15. #121 Sinsupa (@numeenaza) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 17:46
    ดูคิดมากนะคาร่า
    #121
    0
  16. #120 Nu_Bhim (@bhimbhabhorn1234) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 17:06
    อยากอ่านต่ออออออ
    #120
    0
  17. วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 16:44
    โอ๊ยอัลเดย์น้อยยยย คิดถึงพี่สาวใช่ม๊าาา พี่สาวคิดถึงอัลเดย์กับราชินีมากเลยยย
    #119
    0
  18. #118 _KuRoKo_ (@Deitvht1234) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 16:37
    เธอไม่ตายหรอกน่า555555+
    โอย ขำ. ไข้ขึ้นแล้วเพี้ยนหรอกหรอท่านราชินี XD
    #118
    0
  19. #117 kusachi shiga (@shiga123) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 15:07
    นางเอกมีความมุ้งมิ้งน่าร้ากกกกก
    #117
    0
  20. #116 Mapao555 (@mapao555) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 12:32
    ตลกจังเลย 55555
    #116
    0
  21. #115 Loading To Lif (@insanefamily) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 11:48
    น่ารักอ่ะ555
    #115
    0
  22. #114 SeeTheRain (@SeeTheRain) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 11:33
    ขอบคุณค่ะ ><
    #114
    0