การเลี้ยงตัวร้ายให้เป็นบอสที่ดีไม่ใช่เรื่องง่าย! [End ]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 138,616 Views

  • 2,290 Comments

  • 4,920 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    140

    Overall
    138,616

ตอนที่ 72 : ภาคพิเศษ 2 | คำสารภาพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2665
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 272 ครั้ง
    31 พ.ค. 61

 

พระราชาอัลเดย์ไม่เคยหวาดกลัวต่อสงคราม ดังนั้นเขาจึงกล้าที่จะเสี่ยงและมั่นใจว่าตนเองจะคว้าชัยชนะกลับมา ยืนอยู่เหนือผู้คนโดยอ้างถึงความชอบธรรมอันแสนลวงโลก

 

นัยน์ตาของเขาวูบไหวเมื่อก้มลงมองร่างไร้ชีวิตของคาร์ลีอัน ปฎิเสธไม่ได้ว่าเขารู้สึกหวาดกลัวหากต้องปล่อยคาร์ลีอันทิ้งเอาไว้ภายในปราสาทหลังนี้ ผู้คนมากมายต่างต้องการให้เขาฝังนางลงในพื้นดิน

 

แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาจะทนได้แม้แต่น้อย ยามนึกถึงว่าใบหน้าอันงดงามของนางจะเน่าเปื่อยและถูกหนอนชอนไช หัวใจของเขาพลันปวดร้าวขึ้นมา คาร์ลีอันเป็นคนรักสวยรักงาม นางต้องไม่ชอบแน่หากเขาจะฝังนางลงไปในนั้น

 

คาร์ลีอัน...มือของเขาวางทาบลงบนข้างแก้มอันแสนเย็นเฉียบ ทำได้เพียงก้มหน้าลงสัมผัสกับหน้าผากแบ่งปันความอบอุ่นให้กับนาง ข้าไม่สนว่าอะไรคือสาเหตุ

 

สิ่งเดียวที่ข้าแยแสคือสิ่งที่พวกมันทำกับเรา ยิ่งทุกข์ทรมานมากเท่าไหร่ เจ็บปวดมากแค่ไหน ข้าจะจ่ายคืนพวกมันทุกคนมากกว่าที่เราเคยได้รับ

 

ริมฝีปากของเขาสัมผัสลงบนข้างแก้มไร้สีเลือด นิ้วมือไล้ไปตามเรือนผมขาวโพลนของนาง คาร์ลีอันยังเหมือนเดิมหลังจากที่เขาใช้เวทมนต์เพื่อรักษาสภาพของนางเอาไว้

 

ยังคงงดงาม โฉมงามผู้เลอโฉม

 

ฝ่าบาทได้เวลาแล้วพ่ะย่ะค่ะ

 

ปลายนิ้วของเขาหยุดชะงักก่อนจะขานตอบกลับออกไป เขาฝั่งใบหน้าลงกับหน้าท้องแบนราบของนางก่อนที่เปลือกตาจะปิดลงและเปิดขึ้นมาอีกครั้ง

 

รอก่อนนะ แล้วข้าจะรีบกลับมา....

 

คาร์ลีอัน

 

.

.

.

 

เป็นไปตามที่คาดการณ์เอาไว้ การเจรจาไม่เป็นผล พระราชาอัลเดย์เหยียดยิ้มกว้างฉีกกระดาษอันเป็นข้อเสนอที่พวกขุนนางช่วยกันคิดทิ้งต่อหน้าอีกฝ่ายด้วยความเย่อหยิ่งและถือดี

 

ว่ากันตามตรง อาณาจักรของเขานั้นไม่ต่างอะไรกับเมืองที่ใกล้จะล่มจม ในขณะที่อีกฝ่ายคืออาณาจักรที่ค่อนข้างมั่งคั่งการกระทำของเขาหากไม่เรียกว่าถือดีก็โง่งม

 

อีกสามวันกองทัพของเราจะทวงคืนผืนแผ่นดินของเรากลับคืนมา

 

นั้นเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาพูดก่อนจะเดินออกมา เชื่อได้ว่าการกระทำของเขาในวันนี้จะกลายเป็นที่ถกเถียงไม่ทั่วอย่างรวดเร็ว พวกสภาที่คิดจะกำจัดเขาให้สิ้นซากจะต้องเพ่งเล็งถึงมันและแอบอ้างความชอบธรรมอันจอมปลอม

 

เพื่อคิดว่ามันจะกลายเป็นที่สนใจมากเพียงใด เขาก็อดไม่ได้เลยที่จะเหยียดยิ้มอย่างสุขสม รู้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะเมื่อใดก็ตามที่ชัยชนะกลายเป็นของเขาทั้งโลกจะต้องตระหนะถึงการกลับมามีตัวตนของเรา

 

อัลเบิร์ต

 

พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท

 

อัลเดย์เคาะนิ้วเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายที่อยู่ในชุดเกราะสีเงิน เงินที่เหลือทั้งหมดให้นำไปซื้อระเบิดไฮไฟ*ให้หมด

 

ชายผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ขมวดคิ้วเข้าหากัน แต่ถึงอย่างนั้นเขาทำได้เพียงพยักหน้ารับในคำสั่งของผู้เป็นนายเหนือหัว

 

แต่ว่าฝ่าบาท หากเป็นเช่นนั้นเราจะไม่เหลือเงินพอซื้อเสบียงหากศึกในครั้งนี้ยืดเยื้อเกินไป

 

พระราชาอัลเดย์ส่ายหน้า นัยน์ตาคู่นั้นทอดลงมองแผนผังทางกลยุทธ์ที่ถูกนำเสนอขึ้นมาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ทหารของพวกเขาจะถอนกำลังกลับภายในสองชั่วโมง หากคนส่งสารไม่เกิดการล่าช้าละก็นะ แต่ถ้าอะไรเป็นใจก็สองชั่วโมง

 

อีกครั้งที่เขาไม่เข้าใจ พระราชาอัลเดย์ดูมั่นใจจนน่าแปลก ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ใช่อาณาจักรที่ขึ้นชื่อด้านการรบแต่ทางด้านเศรษฐกิจนั้นเป็นเลิศไม่ต่างจากอาณาจักรเมอเวล อย่างไรก็ตามมันคงไม่ง่ายขนาดนั้น

 

ทหารของเราไม่ได้มีคุณภาพมากพอสำหรับการรบที่ยืดยาว หลายปีที่ไม่ให้ความสำคัญกับกองทัพหากต้องสู้กันโดยตรงโอกาสชนะของเราแทบไม่เหลือเลยยิ่งเกาะโอเรียนน่าเป็นดั่งขุมทรัพย์ของพวกเขา เชื่อได้เลยว่าราชาผู้นั้นต้องทุ่มกำลังทั้งหมดเพื่อปกป้องมัน

 

.....

 

กำลังทหารทั้งหมด.....

 

.

.

.

 

นับตั้งแต่เกิดมาในร่างนี้เป็นครั้งแรกที่เขามีโอกาสได้นำทัพออกรบ ธงประจำพระองค์ถูกชักขึ้นสูง ตัวของเขานั่งอยู่บนอาชาสีขาวของพาหนะของพวกมนุษย์ ด้านข้างล้อมรอบด้วยขุนพลและแม่ทัพ

 

สัญชาตญาณในร่างกายของเขาร่ำร้องถึงการหลั่งเลือดยามเห็นกองทัพของอีกฝ่ายที่มากว่าเสียครึ่งหนึ่ง มองพลธนูที่ยืนอยู่บนกำแพงเมือง

 

เสียงของแตรและกลองรบดังลั่นขึ้นมา สร้างความฮึกเหิมให้แก่เรา คาร์ลรอันไม่เคยชอบสงครามนางเคยบอกเขาครั้งหนึ่ง นางเกลียดเสียงของอาวุธที่กระทบกัน

 

เกลียดเสียงร่ำไห้และเสียงกรีดร้องอย่างทุรนทุราย รวมถึงที่ว่าการสูญเสียคนสำคัญไปในสงครามอันบ้าคลั่งของมนุษย์

 

เขายกยิ้มแหงนหน้ามองท้องฟ้าอันถูกปกคลุมไปด้วยเมฆครึ้มไร้แสงแดดที่ทอดลงมา มองดูลูกธนูเหล็กที่กำลังแหวกผ่านอากาศลงมายังที่เขา

 

สัญญาณแห่งการต่อสู้ได้เริ่มขึ้นแล้ว

 

แม้ว่าเจ้าจะเกลียดชัง แต่สงครามคือวิธีการเดียวที่ได้มาซึ่งสิ่งที่เราต้อง การโดยเร็วที่สุด

 

คาร์ลีอัน เจ้าเองก็คงเข้าใจดี เพราะไม่เช่นนั้นเจ้าคงไม่เลือกที่จะใช้กำลังเพื่อล้างแค้นให้แก่ความอยุติธรรมที่ถูกมอบให้

 

ข้าเองก็เช่นกัน ข้าเลือกความรุนแรง เพื่อที่มันจะชำระล้างความทุกข์ทรมานของเรา

 

เพล้ง....

 

เขายกดาบขึ้นก่อนจะปัดลูกธนูนั้นทิ้งออกไป อัลเดย์ตวัดมือขึ้นครั้งหนึ่งก่อนที่ลูกธนูจะหันกลับไปยังทิศที่ทะลวงผ่านมาพร้อมกับไฟที่ลุกโชนเช่นเดียวกับดวงตาที่วาวโรจน์ของเขา

 

พลทหารทุกคนจงฟัง! ในสนามรบแห่งนี้เราไม่ใช่ราชาที่อยู่เหนือกว่าพวกเจ้า แต่เราคือชายคนหนึ่งที่ร่วมรบเพื่อทวงคืนผืนแผ่นดินของพวกเรากลับคืนมา ต่อหน้าศัตรูที่บังอาจยึดเอาแผ่นดินของพวกเราไป พวกเจ้ายังคิดที่จะหวาดกลัวอีกหรือ

 

และข้าเลือกที่จะโกหกหลอกลวงทุกคนเพื่อที่มันจะไปให้ถึงในจุดที่เราต้องการ

 

มนุษย์ชอบอ้างถึงความชอบธรรม และข้าจะทำมันเช่นเดียวกับพวกเขา กลายเป็นพระราชาผู้แสนดี

 

เหล่าทหารผู้ภักดี! จงลุกขึ้นสู้อย่างหาญกล้าเพื่อทวงเอาแผ่นดินของพวกเรา!

 

แผ่นดินของพวกเรา! แผ่นดินของพวกเรา!

 

และมันช่างหลอกลวงได้ง่ายเหลือเกิน คาร์ลีอัน แท้จริงแล้วข้าไม่เคยอยากเป็นฮีโร่แม้แต่น้อย ในตอนนั้นเพื่อเอาอกเอาใจเจ้า ข้าจึงได้หลอกลวง ในความเป็นจริงแล้วข้าอยากเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่เมินเฉยต่อศีลธรรมและทำให้เจ้ากลายเป็นของข้า

 

ข้าไม่แยแสแม้แต่น้อยว่ามันจะเป็นบาปมากเพียงใด พระผู้เป็นเจ้าจะว่าอย่างไร ข้าหาได้แยแสไม่ 

 

เป็นเพียงความศรัทธาอันแสนงมงาย ในโลกนี้อำนาจและความรุนแรงคือความจริง เป็นของจริงที่ข้าสามารถสัมผัสถึงมันได้

 

บุก....

 

และมันก็เพียงแค่นั้นสำหรับวิธีการของข้า 

 

.

.

.

 

อัลเบิร์ตรู้ดีว่ากองทัพของเราไม่มีทางเอาชนะและทะลวงผ่านข้าในกำแพงเมืองนั้นได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาคาดไม่ถึงยามกวาดตามองสหายร่วมรบที่นัยน์ตาลุกโชนไปด้วยไฟของความฮึกเหิม

 

ความหวังอันริบหรี่ถูกจุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง ภายใต้ความหวังอันน้อยนิดคมดาวของเขาเชือดเฉือนลงบนร่างกายของศัตรู ควบอาชาสีขาวสง่าพุ่งตรงเข้าปะทะกับศัตรูของเรา

 

เขาไม่เคยชอบสงคราม และยิ่งไม่มีทางชอบการใช้คมดาบปลิดชีวิตของมนุษย์ด้วยกัน หากแต่ยามที่ทอดมองแผ่นหลังของพระราชา มองคมดาบที่พุ่งมาของศัตรูหมายจะปลิดชีพราชันย์ของพวกเรา

 

มันคือสงคราม เพื่อที่จะปกป้องคนสำคัญชัยชนะคือทุกสิ่ง

 

และนั้นก็มากพอสำหรับเหตุผลในการฆ่าฟัน

 

ฝ่าบาท!เสียงของเขาตะโกนแหวกผ่านอากาศและความวุ่นวาย เช่นเดียวกับอาชาคู่ใจที่กำลังเคลื่อนเข้าไปใกล้นายเหนือหัว ชุดเกราะสีทองของพระราชาแปดเปื้อนหยาดโลหิตแดงฉานไปมากกว่าครึ่งตัว 

 

ครั้งหนึ่งเขาไม่สามารถปกป้ององค์ราชินีคาร์ลีอันเอาไว้ได้ ไม่อาจรักษาซึ่งคำสัตย์ของตนเอง

 

ดังนั้นในครั้งนี้เขาจึงละทิ้งซึ่งความลังเลทั้งหลายเพื่อที่จะปกป้องนายเหนือหัวของเราทุกคน มันบ้าที่เขาไม่อาจหยุดตัวเองได้ทั้งที่รู้ดีว่าเราไม่มีทางชนะ แต่ถึงอย่างนั้นภายใต้สถานการณ์นี้

 

ภายใต้เสียงกรีดร้องและกลิ่นคาวของเลือด

 

เขาไม่อาจลบเลือนความศรัทธาอันแสนงมงายที่มีต่อพระราชา ดวงเนตรคู่นั้นบอกกับเขาว่าเราจะสามารถคว้าชัยชนะกลับมาได้

 

แม้ว่าความหวังของเราจะน้อยมากเพียงใดก็ตามที...

 

ในจังหวะนั้นเองเสียงแตรจากฝ่ายศัตรูดังขึ้นเหนือโสตประสาทของพวกเรา เขาหยุดชะงักแหงนหน้ามองความชลมุนของศัตรูบนกำแพงเมือง ท่ามกลางความวุ่นวายนั้นพระราชาของเขาแย้มยิ้มขึ้นมา

 

ถอยทัพ!

 

เสียงนั้นตะโกนขึ้นจากผู้นำของพวกศัตรู ท่ามกลางความสับสนมึนงงของผู้คนมากมายพระราชาอัลเดย์ควบม้าทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว ชั่ววินาทีนั้นเขาทำได้เพียงมองทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างตกตะลึง

 

ยามที่คมดาบตัดผ่านลำคออันบอบบางของแม่ทัพใหญ่ฝ่ายศัตรู เลือดที่สาดกระเดาคือสิ่งแรกที่เขาเห็นก่อนจะตามด้วยศรีษะของมนุษย์ที่ร่วงหล่นลงมาตกกระทบลงบนพื้นดิน

 

ในตอนนั้นเสียงทุ้มอันเยือกเย็นของพระราชาอัลเดย์ตะโกนเรียกสติเราทุกคน เป็นสัญญาถึง...

 

สงครามที่จบลงแล้ว พร้อมกับชัยชนะ

 

เราชนะ

 

.

.

.

 

ผู้แพ้สงครามไม่อาจร้องขอซึ่งความเมตตาจากศัตรูได้ อัลเดย์กวาดตามองชาวเมืองที่ถูกมัดด้วยเชือกรวมกันตามท้องถนนภายในตัวเมือง ใบหูของเขาได้ยินเสียงร้องและเสียงสาปแช่งมากมายจากเฉลยศึก แต่ถึงอย่างนั้นเขาทำเพียงแค่ยกยิ้มกว้างขึ้นอีกสักหน่อย

 

เมินเฉยต่อแววตาที่แสดงถึงความเครียดแค้นนั้นโดยสิ้นเชิง

 

มัดปากพวกเขาเอาไว้ด้วย เราไม่ชอบเสียงโหวกเหวกโวยวายน้ำเสียงของเขาเย็นชาไม่มีแม้แต่ความปรานี เขาไม่ใช่พระราชาผู้แสนดี ดังนั้นนอกเหนือจากความอยู่รอดของไพร่พลและประชาชนที่รอการกลับไปของเขา เรื่องอื่นเขาย่อมไม่ใส่ใจ

 

หากคนพวกนี้ไม่ยอมสวามิภักดิ์แต่โดยดี เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะกำจัดทิ้ง

 

อย่าคิดว่าเจ้าจะสามารถหยุดเสียงพูดของข้าได้ ราชาชั่ว!น้ำลายจากชายเบื้องล่างกระเด็นออกมาโดนปลายเท้าของเขา เรียวขาของเขาชะงักค้างกลางอากาศ ชั่วขณะที่ดวงตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นมา

 

หากแต่ก็กลับมาเป็นปกติ ยามเมื่อหนึ่งในข้ารับใช้ก้มลงเช็ดรองเท้าของเขาอย่างรู้หน้าที่ เช่นนั้นก็ตัดลิ้นอยากรู้เหลือเกินว่าเจ้าจะยังสามารถใช้เสียงของเจ้าพูดคุยได้หรือไม่

 

ร่างของชายคนนั้นถูกทหารของเขากดลงต่อหน้า อัลเดย์ขยับรอยยิ้มกว้างขึ้นอีกเล็กน้อยยามเห็นดวงตาที่วาวโรจน์ของคนเบื้องล่าง ราชาชั่ว กษัตริย์ทรราช เราไม่แยแสแม้แต่น้อยว่าพวกเจ้าจะมองเราเช่นไร

 

เราไม่ใช่ผู้กล้าที่จำต้องให้ผู้คนยกย่องบูชา เราคือพระราชาที่ใช้วิธีการเดียวกับราชันย์ของพวกเจ้า ครั้งหนึ่งที่แห่งนี้เคยเป็นของบรรพบุรุษของเรา ภายในสงครามอันโหดร้าย พวกที่คาดหวังซึ่งคุณงามความดีเช่นพวกเจ้าไม่ต่างอะไรกับผู้งมงายที่โง่เขลา

 

.....

 

ในโลกของความเป็นจริง ไม่มีราชันย์องค์ไหนที่แสนดีอย่างแท้จริงทั้งนั้น

 

เขาหมุนตัวกลับ กวาดมองผ่านดวงตาที่วูบไหวของทุกคนรวมถึงทหารของเขาเอง ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ชนะคือผู้ร่างประวัติศาสตร์ ต่อให้ผู้ปราชัยจะด่าทอเขามากเพียงใด สิ่งที่จารึกลงไปบนศิลาย่อมต้องเป็นคุณงามความดีของเขา

 

เราจะให้พวกเจ้าเลือก หากไม่ยอมสวามิภักดิ์ก็จงตายอย่างทรมาน อย่าได้คาดหวังถึงพระราชาของพวกเจ้า อย่างไรซะ ในตอนนี้ลำพังแค่ตัวเขาเองก็คงไม่รอดเช่นเดียวกัน

 

และแม้ว่าเขาจะมอบความเมตตาให้มากเพียงใด ท้ายที่สุดแล้วมนุษย์ผู้โง่งมเหล่านั้นยังคงเลือกความตายเพียงเพื่อกษัตริย์ที่พวกเขาเคารพและศรัทธา

 

ช่างน่าเสียดาย แต่ว่าความเมตตาของข้าถูกเมินเฉยอย่างไร้ค่าอีกแล้ว คาร์ลีอัน

 

.

.

.

 

อัลเบิร์ตยังคงสงสัยตราบจนตอนนี้เช่นเดียวกับแม่ทัพประจำภาคและขุนพลคนอื่น เขายังไม่มีโอกาสได้ถามพระราชาถึงสาเหตุว่าทำไมคนพวกนั้นถึงถอยทัพอย่างกะทันหัน แต่ถึงอย่างนั้นระเบิดไวไฟที่กว้านซื้อมาอาจพอเป็นหนึ่งในคำตอบ

 

บางทีพระราชาอัลเดย์อาจใช้มันระเบิดเมืองหลวงของฝ่ายตรงข้ามเพื่อดึงความสนใจ แต่ถึงอย่างนั้นลำพังเพียงแค่ความวุ่นวายเล็กน้อยคงไม่สามารถทำให้ทัพใหญ่ถอยกลับไปได้ในทันท้วงที

 

เขาเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังของพระราชา ตัวเขาคือราชหัตถ์ของราชันย์เป็นที่ปรึกษารวมถึงแม่ทัพ อย่างน้อยพระราชาควรจะปรึกษาเขาถึงเรื่องนี้ แต่กลับเลือกที่จะพูดคุยกับมาร์ควินขุนนางชั้นรองลงมาแทน

 

ท้ายที่สุดเขาทำได้เพียงถอนหายใจ และหยุดปลายเท้าลงข้างพระราชา ชั่วขณะหนึ่งนั้นเสียงของขบวนม้าวิ่งผ่านเข้ามาพร้อมกับธงสีแดงอันเป็นสัญลักษณ์ประจำอาณาจักรเมอเวลที่ถูกชักขึ้นสูง

 

ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นครั้งสุดท้ายที่เขาเห็นอีกฝ่ายคือที่ประชุมในวันนั้นหนึ่งในแกนนำที่เสนอความคิดส่งองค์ราชินีคาร์ลีอันไปตาย

 

หวังว่าท่านจะได้ในสิ่งที่ต้องการ

 

เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนโง่ที่ไม่อาจเข้าใจอะไรเลย ทั้งที่ในเวลานี้ควรเป็นเขาที่เข้าใจอะไรมากกว่าใครทั้งนั้น

 

ริมฝีปากของพระราชาแอนดิวน์เหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้ม ทุกอย่างคือผลประโยชน์ หวังว่าท่านจะสนุกสนานกับบทบาทวายร้ายที่ท่านสร้างขึ้น พระราชาอัลเดย์

 

เราไม่แยแสถึงเรื่องเล็กน้อยพวกนั้น หวังว่าท่านจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย

 

ราชวงศ์ของพวกเขาจะถูกลบเลือนหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ตามที่ตกลงกันไว้พื้นที่ส่วนนี้จะเป็นของท่าน ขอบคุณสำหรับการร่วมมือระหว่างเรา”

 

อัลเดย์เหยียดยิ้มก่อนจะหมุนตัวกลับ ก่อนจะชักงักยามเห็นดวงตาที่เต็ม ไปด้วยความสงสัยของราชหัตถ์ ท้ายที่สุดเขาเลือกจะเมินเฉยต่อมันและก้าวเดินผ่านอีกฝ่ายเข้าไปทางด้านใน

 

ด้วยนิสัยของอัลเบิร์ตแล้ว เขาไม่เหมาะแม้แต่น้อยที่จะเป็นราชหัตถ์ หากไม่ใช่เพื่อรักษาอำนาจทางตระกูลของคาร์ลีอันเอาไว้

 

เพื่อคำนวณถึงผลกระทบที่จะตามมาแม้ว่าเราจะชนะสงคราม แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะไม่สามารถได้มาเลยคือความสงบหากไม่กำจัดให้สิ้นซาก พวกเขาจะกลับมาทวงคืนดั่งเช่นที่เขาทำ

 

ไม่มีอะไรดีไปกว่าการยืมมือศัตรูของอีกฝ่ายกำจัดจากภายใน ในเวลาที่กองทัพใหญ่ถูกยกมาเพื่อปกป้องพื้นที่ตรงนี้จะมีเวลาใดเหมาะสมสำหรับการตีเมืองหลวงให้แตกมากไปกว่านี้

 

อาณาจักรเมอเวลเองก็ค่อนข้างระหอกระแหงกับพวกนั้นมานาน ด้วยการขัดผลประโยชน์ทางด้านธุรกิจ แม้ว่าในอนาคตพวกเมอเวลจะต้องหักหลังเขาเพื่อเอาแผ่นดินทองคำตรงนี้คืน

 

แต่ในระหว่างที่บทตัวร้ายกำลังถูกผลักมาให้เขา ก็มั่นใจได้เลยว่ามันจะสงบสุขไปอีกสักพัก มากพอที่เขาจะเตรียมการ

 

อัลเดย์ไม่สนใจอยู่แล้วว่าตัวเองจะกลายเป็นตัวร้ายที่น่ารังเกียจ ผลประโยชน์ที่หารกันลงตัวต่างหากคือสิ่งสำคัญที่เขาสนใจ

 

พวกสภาจะทำอย่างไรกันนะ ในเมื่อสงครามคือเรื่องที่พวกเขาไม่มีสิทธิ์แทรกแซง

 

ปีศาจไม่เคยเล่นตามกฎอยู่แล้ว และนั้นแหละคือสิ่งที่น่ากลัว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 272 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #2279 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 22:53
    ชอบความอัลเดย์มากๆ
    #2279
    0
  2. #2262 funny bird (@kam20180) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 08:14

    ชอบบบบบ

    #2262
    0
  3. #2261 -Blank- (@-Blank-) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 21:33
    เรื่องนี้ให้แง่คิดหลายอย่างมากค่ะ กรี๊ดด อัลเดย์
    #2261
    0
  4. #2260 Orguzt (@morgaina) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 19:02
    อัลอัล~ //ชูป้ายไฟ
    #2260
    0
  5. #2259 054292160 (@054292160) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 17:18
    คิดถึงมากจริงๆ
    #2259
    0
  6. #2258 AlenZaMin (@chidchid) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 19:53
    เรื่องนี้ทำเอาเราร้องไห้มาหลายครั้งแล้วTwT ไรท์ใจร้ายมาก แต่สมเหตุสมผลและชอบมากเหมือนกัน
    #2258
    0
  7. #2257 Nut'reeeee (@nutree) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 19:28
    อัลควรเป็นงี้นานละ แค่ฮีหลงคาลีอัลตั้งแต่เด็ก สงสัยติดใจวิธีเลี้ยง ฮีคงเป็นสายเอ็มงี้ จากจอมมารเลยยอมเป็นลูกแมวไปเลย
    #2257
    0
  8. #2256 proudofyoumysuho (@MBB__TuAn) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 19:17
    อัลอัลของน้องงงง ฮือออออ
    #2256
    0
  9. #2255 airry001 (@airry001) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 19:15
    ฮือๆ​ อยากให้คู่นี้มีความสุข​ ฝ่าฟันต้องเยอะ​
    #2255
    0
  10. #2254 แสนฤทัย (@Virgo) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 19:14
    อัลบุกยึดหมดเลยสิเนี้ย เพื่อคาร์ลีอันที่รักกกก
    #2254
    0
  11. #2253 SmileHappyTear (@SmileHappyTear) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 18:52
    ยังเขียนได้ประทับใจเหมือนเดิม♥️
    #2253
    0
  12. #2252 aom25446 (@aom25446) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 18:52
    อัลเดย์ๆๆๆ ฉันรักเธอออ
    #2252
    0
  13. วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 18:39
    นี้แหละท่านจอมมาร55555
    #2251
    0