[Fic Jujutsu Kaisen ] She is my STUDENT | Gojo Satoru x OC

ตอนที่ 25 : Chapter 19 | ตัวตน 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,052
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 235 ครั้ง
    23 ม.ค. 64

Chapter 19 | ตัวตน 1

 

 

[ จากที่ตรวจดูก็เป็นอย่างที่ว่ามาจริงๆนั่นแหละ… ]

 

เสียงของคุณหมออิเอย์ริดังออกมาจากปลายสายหลังจากที่เรากลับมาตั้งหลังและส่งศพทั้งสองให้คุณหมอชันสูตร

 

[ ยูมะจังกับยูจิคุงฟังนะ พวกเขาตายเพราะช็อคจากการบิดเบือนของร่างกาย ไม่ได้ตายเพราะพวกเธอหรอกนะ ]

 

“ค่ะ”

 

“ครับ…”ยูจิว่าพร้อมกับเม้มริมฝีปากอย่างโกรธเคืองกับเหตุการณ์เมื่อสามชั่วโมงก่อน ผิดกับฉันที่รู้สึกแย่

 

ว่าทำไมตัวเองถึงได้ไม่รู้สึกโกรธหรือเสียใจกับการตายของผู้เคราะห์ร้ายทั้งสองเลยแม้แต่น้อย

 

ทำไมกันนะ?

 

 

“เหมือนว่านั่นจะเป็นตัวล่อที่ถูกสร้างขึ้น อีกฝ่ายไม่ธรรมดาแน่”นานามิซังลุกขึ้นยืนแล้วมองเราด้วยสายตาจริงจัง"มาตั้งใจลุยกันเถอะครับ"

 

“รับทราบ!!”

 

 

 

 

 

 

เช็ดเนื้อเช็ดตัวกันเสร็จนานามิซังก็นำเรามายังห้องที่เขาและอิจิจิซังทำการรวบรวมข้อมูลจากทางตำรวจมาไว้

 

“…มีความเป็นไปได้ที่เด็กคนนี้จะเป็นนักสาปแช่ง หรือก็คือผู้ใช้คุณไสยในทางชั่วร้ายน่ะครับ”

 

“อ้อค่ะ”นานามิซังว่าดักคอฉันที่กำลังจะอ้าปากถามแล้วว่าต่อ

 

“แผนการต่อจากนี้ผมบอกอิจิจิคุงไว้แล้วล่ะ รบกวนพวกเธอไปตรวจสอบ โยชิโนะ จุนเป ด้วยนะครับ”

 

“งั้น! พวกเราไปกันเลย!”หลังจากที่เศร้าไปได้ไม่นานเขาก็กลับมาสดใสได้เหมือนอย่างเคย"เดี๋ยวยูมะ หยุดก่อน"

 

“ห๊ะ จะแอบฟังหรอ?”ฉันหยุดเดินแล้วกระซิบทันทีที่ยูจิกางแขนออกมากันทางเดินฉันเมื่ออิจิจิซังบอกให้เราไปรอที่รถแล้วเดินย้อนกลับไปด้านบน

 

“เพราะเขาคิดว่าเราเป็นเด็กเลยไม่ได้พาไปด้วยยังไงล่ะ ฟังสิ”

 

“นั่นสินะ…”ได้ยินแบบนั้นฉันก็เงยหน้าขึ้นไปมองด้านบนพร้อมกับเสียงของนานามิซังที่แว่วลงมา

 

 

 

“…ลุยคนเดียวมันเสี่ยงน้อยกว่าพาทั้งสองคนไปด้วยครับ ดังนั้นเลยตัดสินใจว่าจะไปคนเดียว”

 

 

 

“ฮ…เฮ้ยไปไหนน่ะ?”ฉันร้องทักเมื่อยูจิเดินย้อนกลับขึ้นไปแล้วดันหลังอิจิจิซัง

 

ตุบ…

 

“โถ่เอ้ยย”จนฉันต้องวิ่งตามอีกฝ่ายขึ้นไปด้วย

 

แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นหน่อยไม่ได้หรือยังไงนะ…

 

 

“อาจารย์นานามิ!”เขาว่าขึ้นทำให้อิจิจิซังที่โดนดันเข้าไปหันมาทำหน้าตกใจใส่เรา ผิดกับนานามิซังที่ยังมองเรานิ่งๆ"ลืมพูดไปน่ะ ระวังตัวด้วยนะครับ"

 

“ผมไม่ได้อยู่ฝ่ายวิชาการเพราะงั้นไม่ต้องเรียกว่าอาจารย์ครับ”นานามิซังลอบถอนหายใจก่อนจะพูดกลบเกลื่อน

 

ไม่ให้เรียกอาจารย์งั้น…

 

“งั้นเรียกนานามิน”

 

“ต่อยนะครับ”ยังไม่ทันที่ฉันจะได้พูดก็ต้องหุบปากอัตโนมัติเมื่อยูจิโผลงออกไปและโดนนานามิซังสวนกลับทันควัญแบบเสี้ยววินาที

 

ถ้าฉันบอกว่าจะเรียก นานามิแด๊ดดี้ซัง เขาก็จะบอกว่าต่อยฉันเหมือนกันใช่มั้ย…

 

 

“อันตรายๆ”ฉันถอยตัวออกมาจากประตูตามด้วยยูจิและอิจิจิซังที่จะไปส่งเรากลับโรงเรียนก่อนในวันนี้"ยูจิข้าวเที่ยงเรายังไม่ได้กินเลยนี่นะ ให้นายเป็นคนทำให้กินได้มั้ยอะ"

 

“เรื่องนั้นก็ได้อยู่หรอก แต่จะเอาอุปกรณ์จากไหนล่ะ?”เขาหันมาหาฉันที่เอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่างรถท่าเดียว

 

“นั่นน่ะสิ…ถ้าถามอาจารย์ก็น่าจะ…”

 

ถามอาจารย์หรอ?

 

“เอ๋ จะโทรหาใครน่ะ?”ยูจิถามขึ้นเมื่อฉันหัวเราะในลำคอแล้วควักโทรศัพท์ออกมากดเบอร์โทรหาอาจารย์โกโจ

 

[ ยังไม่ทันไปไหนก็คิดถึงผมแล้วหรอครับ? ]

 

แต่พอรับสายเจ้าตัวก็ถามเรื่องที่ทำให้ฉันคิ้วกระตุกขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 

“ไม่ได้คิดถึงค่ะ แค่จะถามว่าวัตถุดิบในครัวส่วนกลางใช้ได้รึเปล่าน่ะค่ะ”ฉันรีบพูดธุระของตัวเองออกไปก่อนที่เขาจะทำการปั่นหัวฉันจนสติเตลิดเปิดเปิงไปอีกรอบ

 

“แนะะ อ…โอ้ย โอ้ย”

 

[ ใช้ได้ครับ แต่ถ้าทางนั้นไม่ให้ก็เอาชื้อผมไปอ้างได้เลยครับ ]

 

“โอเคค่ะ ขอบคุณนะคะ”วางสายเสร็จก็กลับมาจัดการยูจิที่พอได้ยินคำว่าคิดถึงก็ร้องแซวขึ้น"ทำไมนายต้องล้อฉันเรื่องอาจารย์ตลอดเลยเนี่ย?"

 

โนบาระก็เอาไปจิ้นกับเมงุมิอีก

 

รอฉันก่อนเถอะฉันจะจิ้นหนักๆเอาให้พวกเธอสองคนคู่กันให้ได้เลยคอยดู!!

 

“แล้วทำไมเธอต้องปฏิเสธตลอดเลยล่ะ เห็นอยู่ชัดๆว่าเธอก็ชอบอาจารย์”เขาคว้าแขนฉันที่เอาแต่ทุบเขาระบายความเขิน

 

“ไม่ได้ชอบ…สักหน่อย…”ฉันเงยหน้าขึ้นมองยูจิที่กำลังจับแขนทั้งสองของฉันไว้"อย่าพูดเรื่องที่เป็นไปไม่ได้สิ"

 

ไม่ว่าทางไหนมันก็ไม่ควรจะเกิดขึ้นทั้งนั้…

 

“แล้วอะไรเป็นตัวกำหนดความเป็นไปไม่ได้ที่เธอว่าล่ะ ไม่ใช่ตัวเธอเองหรือยังไง?”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ยูมะ!! เหม่อไปไหนของเธอน่ะ?!”ยูจิตะโกนเรียกฉันเมื่อหันไปหั่นผักได้ไม่นานก็ได้กลิ่นกระทะไหม้จนต้องรีบยกมันลงจากเตา

 

 

ไม่ใช่ตัวเธอเองหรือยังไง…

 

 

“ก็เพราะนายนั่นแหละ อ่าา คืนนี้ฉันว่าจะตั้งจิตคุยกับตัวเองให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย”ฉันพูดพร้อมกับจัดการกับกระทะที่เพิ่งจะไหม้ไป

 

คืนนี้แหละฉันจะจัดการกับความสับสนที่น่ารำคาญนี่ให้มันออกไปพ้นๆ

 

 

“ไม่รู้หรอกว่าเธอไปเจออะไรมา แต่ถ้าพยายามผ่านมันไปได้มันก็จะดีกับตัวเธอเองนะ”

 

“นายพูดเหมือนเคยมีแฟนงั้นแหละ”ฉันขมวดคิ้วมองยูจิที่เริ่มจัดการกับข้าวเที่ยงตอนบ่ายสามของเราอีกครั้ง"เหมือนกำลังคุยกับพี่อ้อยพี่ฉอดเลยอะ"

 

“ก็ไม่เคยหรอกแต่ก็คิดว่าพอเข้าใจในระดับนึงล่ะมั้ง…”

 

พวกเจ้าจะคุยเรื่องนี้กันไปถึงเมื่อไหร่? น่าหงุดหงิดจริง

 

 

เคร้ง…

 

“ออกมาได้ยังไงเนี่ย?!”สิ้นเสียงสุคุนะยูจิก็เผลอทำตะหลิวหลุดมือร่วงลงพื้นไม่ต่างจากฉันที่หันควับกลับไปมองเจ้าตัว

 

ตอนนี้อาจารย์ไม่อยู่นะ!

 

อย่าคิดจะยึดร่างยูจิเชียว!

 

 

ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอก เลิกทำหน้าเหมือนเจอผีเวลาเห็นข้าได้แล้ว ”เขาว่าเมื่อเห็นว่าฉันถอยห่างจากยูจิ

 

“น่ากลัวกว่าผีอีกไม่ใช่หรือยังไงคะ?”ถึงจะออกมาแค่ปากแต่มันก็อดระแวงไม่ได้นี่นา"แล้วออกมาทำไมล่ะคะเห็นอาหารแล้วหิวหรอ?"

 

เพราะในนั้นไม่มีอะไรให้กินนอกจากตับของยูจิสินะ

 

เปล่าหรอก แค่รำคาญที่ไอเด็กเวรนี่มัวแต่บอกว่าเจ้ามีใจให้ไอถั่วงอกนั่นจนทนไม่ไหวแล้วต่างหาก

 

“ถั่วงอก? หมายถึงอาจารย์หรอ?”ยูจิทำหน้าสงสัยก่อนสุคุนะจะจิ๊ปากไม่สบอารมณ์เมื่อพูดถึงอาจารย์โกโจ

 

ไอเวรนั่นมันรกหูรกตา…

 

“ปกติเขาออกมาคุยกับนายแบบนี้มั้ยยูจิ?”ตั้งสติได้ก็เดินเข้ามาใกล้แล้วก้มลงมองปากและดวงตาบนฝ่ามือของยูจิที่กำลังบ่นให้อาจารย์ไปเรื่อย

 

“นานๆทีนะ”

 

“งั้นหรอ…แล้วตอนไม่ได้ออกมาคุณทำอะไรอยู่ในตัวยูจิล่ะคะ?”ที่ถามออกไปเพราะว่าแอบสงสัยอยู่นิดหน่อยว่าถ้าไม่ได้ออกมาแล้วตัวเขาไปหลบอยู่ที่ไหนแล้วทำอะไรกันแน่

 

คงไม่ได้สำรวจเครื่องในยูจิเล่นหรอกใช่มั้ย?

 

ดีเลยที่เจ้าถาม ข้าเอียนที่จะได้ยินเรื่องไอเวรนั่นแล้ว มาคุยเรื่องของข้ากันดีกว่า ”เขาหัวเราะในลำคอทำให้ยูจิกลอกตาให้อีกฝ่าย

 

“ออกไปจากมือฉันสักทีหิวไส้จะขาดแล้วโว้ย”

 

มีหน้าที่ทำก็ทำไป ที่เจ้าถามนี่ก็คงจะเริ่มสนใจในตัวข้าขึ้นมาแล้วสินะ ”บนยูจิเสร็จก็ถามขึ้นทำให้ฉันแทบจะไปไม่เป็นกับคำถามของเขา

 

“ไม่ได้สนใจแบบนั้นนะคะ แค่สงสัยเฉยๆ”แต่ต่อให้ปฏิเสธไปยังไงโรคหลงตัวเองของเขาก็ยังตีความไปเป็นอย่างอื่น

 

ปากไม่ตรงกับใจจริงๆเลย ดีแล้วล่ะที่เจ้าเขินอายแต่ข้าก็ไม่ได้รังเกียจถ้าเจ้าจะพูดมันออกมาตรงๆหรอกนะแม่หนู

 

มันไปถึงขั้นนั้นได้ยังไงวะคะเนี่ย?

 

“เข้าใจผิดไปไกลแล้วค่…”

 

เข้าใจแล้วๆอยากรู้เรื่องของข้าขนาดนั้นเลยสินะ ”สุคุนะยกยิ้มกว้างโดยมีฉันกับยูจิทำหน้าปั้นยากรอฟังอีกฝ่าย

 

นอกจากจะหลงตัวเองแล้วยังไม่ฟังอะไรเลยอีกต่างหาก…

 

 

ถึงจะน่าเบื่อไปหน่อยแต่ข้าก็ชอบเข้าไปอ่านความคิดไอหนูนี่อยู่บางครั้งบางคราว อะไรที่มันเห็นข้าเห็นอะไรที่มันรู้สึกข้าก็รับรู้ได้เช่นกัน

 

“งั้นเรื่องก่อนหน้านี้ก็เห็นหมดแล้วสิคะ!”พอบอกว่าเห็นและรับรู้ทุกอย่างที่ยูจิเห็นฉันก็ร้อนรนถามถึงเรื่องเมื่อวานขึ้นมา

 

รู้แค่ยูจิคนเดียวก็อายจะตายอยู่แล้ว!!

 

ก็อย่างที่เจ้ารู้ ไว้ได้เวลาที่เหมาะสมข้าจะเอาคืนมันให้สาสมเลยล่ะ ”สิ้นเสียงหัวเราะปากและดวงตาของเขาก็หายไปทิ้งให้ฉันกับยูจิยืนเงียบกันอยู่สองคน

 

พูดเสร็จก็หนีเลย

 

แอบเสียวสันหลังวาบขึ้นมายังไงไม่รู้…

 

“หมดอารมณ์กินข้าวเลยไอบ้านั่น”ยูจิวางจานข้าวลงบนเค้าท์เตอร์แล้วถอนหายใจออกมา"เกิดเป็นแบบนั้นขึ้นมาจริงๆเธอว่าอาจารย์จะชนะได้มั้ย?"

 

อืม…

 

“ไม่รู้สิ ความแข็งแกร่งของสุคุนะเป็นที่เลื่องลือมากจริงๆถึงอาจารย์จะมั่นอกมั่นใจว่าชนะได้แบบหวุดหวิดก็เถอะ”

 

แต่จะให้ฟันธงเลยฉันก็คงพูดไม่ได้หรอก

 

“ถ้าได้สู้กันจริงต้องได้เกิดการสูญเสียครั้งใหญ่แน่”

 

 

 

 

 

 

 

 

“อ๊ากกก”

 

ตุบ…

 

“ฝึกมาตั้งนานแล้วแท้ๆยังตั้งหลักไม่ได้กันอีกหรอเนี่ย”รุ่นพี่แพนด้าหัวเราะให้โนบาระหลังจากที่เหวี่ยงเธอกระเด็นไปร่วงอยู่อีกทาง

 

“เรื่องแบบนี้มันไม่ใช่จะทำกันได้ปุ๊บปั๊บนี่นา”เจ้าตัวลุกขึ้นมาจัดการกับเศษหญ้าแล้วตั้งท่ารับการโจมตีจากรุ่นพี่โทเกะ

 

“ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ทางเธอก็สบายกว่าเราไม่ใช่หรือยังไง…”ฉันบ่นขณะที่วิ่งหลบกระบองของรุ่นพี่มาคิ"แล้วทำไมนายถึงได้นั่งอยู่คนเดียวล่ะ?"

 

“ก็ฉันผ่านแล้วไง”เมงุมิตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง"เอาแต่หลบแบบเธอเมื่อไหร่จะผ่านล่ะ"

 

“ก็พอเหลือคนเดียวรุ่นพี่เขาไม่เปิดช่อ…”

 

โป๊ก!

 

ฉันที่มัวแต่สนใจอย่างอื่นถอยหลังหลบไปในระยะเหวี่ยงตัวของรุ่นพี่แพนด้า จนโดนโขกเข้าที่หัวเต็มๆไปที

 

 

 

คนแบบเธอน่ะหรอ? เลี้ยงลูกได้ไม่ดียังจะมาเรียกร้องอะไรอีก?!

 

ผัวะ!!

 

 

 

และด้วยการกระแทกที่รุนแรงนั้นทำให้มีเศษเสี้ยวความทรงจำแล่นเข้ามาในหัวแบบอัตโนมัติ

 

“เป็นอะไรมั้ย? ยูมะ?!”เมงุมิวิ่งเข้ามาเขย่าตัวฉันที่กำลังทำหน้าตาเลื่อนลอยโดยที่มีพวกรุ่นพี่และโนบาระมามุงดูอาการ

 

 

 

ถึงจะไม่มากพอที่จะมีชีวิต

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่ก็ช่วยปกป้องฉันทีนะ

 

 

ปัง!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เฮือก!”เสียงปืนดังขึ้นดึงสติฉันให้ออกจากห้วงความทรงจำก่อนฉันจะลุกพรวดพราดขึ้นมายืนชี้หน้าเมงุมิ"น…นาย!"

 

คนที่เหนี่ยวไกปืนที่เห็นเมื่อกี้หน้าตาเหมือนเขาอย่างกับแกะ!

 

 

“ห๊ะ?”อีกฝ่ายทำหน้างงเมื่อฉันลุกขึ้นได้ก็ชี้หน้าเขาโวยวายให้เจ้าตัว

 

“ความทรงจำฉันนิเมื่อกี้มันของฉันหรอ? แล้วหลังจากนั้นก็ อามาเนะ ริโกะ…”ก่อนจะก้มลงงึมงำกับตัวเอง

 

แวบแรกเป็นภาพของผู้หญิงคนนึงถูกทำร้ายร่างกาย จากนั้นเปลี่ยนเป็นภาพผู้ชายผมดำเจาะหูใส่เครื่องแบบนักเรียนโรงเรียนเรา

 

กับผู้ชายที่หน้าตาคล้ายเมงุมิยังคงหลอนอยู่ในหัวของฉัน รีรันเสียงปืนให้ก้องดังราวกับเป็นคนได้ยินมันด้วยตัวเอง

 

“เหมือนเธอจะกำลังขอร้องเขาให้ปกป้องเธอจาก…”

 

 

 

 

 

 

 

 

ไหนว่าจะปกป้องไงล่ะ อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นสิ…

 

 

 

 

 

 

 

 

“เป็นอะไรของเธอน่ะ…เฮ้ย!”โนบาระเดินเข้ามาดูฉันที่จับแขนตัวเองถูไปมางึมงำอะไรอยู่คนเดียวแต่ก็ต้องร้องออกมาเมื่อฉันเงยหน้าขึ้นมอง

 

ทั้งที่น้ำตานองหน้า

 

“เจ็บมากเลยหรอ? ห…หรือว่าเป็นอะไร”โนบาระโบกมือไปมาทำตัวไม่ถูกก่อนฉันจะนั่งลงกับพื้นแล้วยกมือขึ้นกันไม่ให้เจ้าตัวเข้ามา

 

“ขอเวลา…แปปนึง”ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกทบทวนสิ่งที่ได้เห็นมาโดยมีคนอื่นๆมองอยู่อย่างเงียบๆ

 

 

ความเจ็บปวดไม่รู้ที่มาของฉันและความเจ็บปวดของ อามาเนะ ริโกะ เหมือนการหลอมรวมของวิญญาณจะทำให้ฉันเองก็สามารถรับรู้มันได้เช่นเดียวกับเธอ

 

และรวมกันทวีความเจ็บปวดขึ้นจนต้องร้องไห้ออกมา

 

 

สายตาเกลียดชังที่ผู้ชายคนนั้นใช้มันมองเธอ ฉันรับรู้ได้ถึงความรู้สึกนั้น ราวกับว่า…

 

 

“ราวกับว่าฉันกับริโกะมีสิ่งที่เชื่อมถึงกันนอกจากวิญญาณ… โอ๊ะ?!”

 

ตัวฉันอุทานออกมาเมื่อเริ่มจะเข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาบ้าง

 

"บางทีเราอาจจะมีบาดแผลทางจิตใจที่เหมือนหรือคล้ายกันก็เลยรวมกันหรอ?ยังไงกันแน่นะ?"

 

 

“ยัยนั่นพึมพำเรื่องอะไรน่ะ”โนบาระที่เริ่มเป็นห่วงกระซิบถามเมงุมิก่อนอีกฝ่ายจะส่ายหัวบอกให้เจ้าตัวนั่งฟังฉันพูดคนเดียวไปแบบนั้น

 

“ฟังไปก่อน”

 

 

“แล้วอะไรทำให้ผู้ชายคนนั้นมองเธอเปลี่ยนไปได้? เอ๊ะเดี๋ยว…”คิ้วของฉันขมวดแน่นเพราะเริ่มจะสับสนขึ้นมาอีกครั้ง

 

ไหงความทรงจำฉันมาแค่นิดเดียวล่ะ?

 

ปกติหัวกระแทกความทรงจำที่กลับมาต้องเป็นของฉันซะส่วนใหญ่สิ ไม่ใช่คนที่ตายไปแล้วแบบริโกะสิ

 

“วันนี้ขอเลิกซ้อมก่อนนะคะ พอดีว่ามีเรื่องเร่งด่วนนิดหน่อย”ไม่รอช้าโค้งตัวลาพวกรุ่นพี่เสร็จก็รีบวิ่งกลับห้องตัวเอง ไม่สนใจเสียงร้องเรียกของเพื่อนอีกสองคน

 

 

มีความเป็นไปได้ที่ฉันกลัวการรู้สึกดีกับใครสักคน เป็นผลพ่วงมาจากความทรงจำในอดีตที่ขาดหาย

 

หรือไม่ก็การที่ริโกะได้รับบาดแผลทางใจอย่างรุนแรงจากเขาคนนั้น

 

 

เกะโท สุงุรุ

 

 

ก็ไม่รู้หรอกว่าไปอะไรกันตอนไหน แต่มีผลมาถึงฉันแบบนี้มันใช้ชีวิตลำบากเหมือนกันนะโว้ย!!

 

 

 

ตุบ…

 

“เอาล่ะ”เข้าห้องมาได้ฉันก็ลงมือจดทุกอย่างที่ได้รับรู้มาลงในบันทึกเล่มเดิมที่มักจะจดทุกอย่างเอาไว้เวลามีภาพความทรงจำฉายเข้ามาในหัว

 

เอ๊ะ ภาพซ้อนทับก่อนหน้านั้นมีอาจารย์อยู่ด้วยนิ!

 

บางทีคนที่รู้ดีที่สุดควรจะเป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์รึเปล่า?

 

 

“ถ้าโทรหาอาจารย์ตอนนี้เขาจะติดงานมั้ยนะ…”ไม่ทันจะกดโทรฉันก็ถอนหายใจออกมาแล้วหงายหลังพิงเก้าอี้

 

เพราะตอนที่โทรไปล่าสุดก็เหมือนว่าเขากำลังเคลียร์งานอยู่จนฉันรีบวางสาย

 

“ต้องพึ่งตัวเองแล้วล่ะ”ฉันหลับตาลงดำดิ่งในห้วงความคิดควานหาสิ่งที่ฉันกำลังต้องการคำตอบ แต่ก็ดันมีคนมาขัดจังหวะเอาไว้

 

 

ครืด…

 

“อาจารย์หรอ?! อ่าวเมงุมินี่นา…”รีบร้อนจับโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็ต้องถอนหายใจก่อนจะกดรับสาย

 

เพราะคนที่โทรมาดันเป็นคนที่ฉันเพิ่งจะวิ่งหนีมาเมื่อห้านาทีที่แล้ว

 

 

[ เป็นอะไรของเธอ อยู่ดีๆก็ชี้หน้าแล้วร้องไห้ออกมาแบบนั้นฉันตกใจนะ ]

 

“แค่หัวกระแทกแล้วภาพความทรงจำแวบเข้ามา เลยขอหลบมาระลึกชาตินิดหน่อยน่ะ”ฉันหัวเราะเบาอย่างเหนื่อยใจ

 

[ จำอะไรได้บ้างหรือยัง? ]

 

“ก็นิดหน่อย…”ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าผู้ชายหน้าเหมือนคนนั้นเป็นใคร เกี่ยวอะไรกับเมงุมิมั้ยเพราะเรื่องที่ฉันรู้เกี่ยวกับเมงุมิก่อนมาเรียนที่โรงเรียนมันไม่มีเลย

 

ถ้าถามเรื่องพ่อแม่คงจะเสียมารยาทเกินไปหน่อยรึเปล่านะ…

 

“แต่เป็นความทรงจำที่ลืมไปน่าจะดีกว่าน่ะ”สุดท้ายฉันก็เลือกที่จะไม่ถามออกไป 

 

การที่อาจารย์โกโจจะรับเลี้ยงเด็กสักคนถ้ามีผู้ปกครองอยู่แล้วก็คงจะไม่รับมาหรอก

 

ดีนะที่ยังไม่ถาม

 

 

[ …ากหรอกนะ ]

 

“นายว่าอะไรนะ?”ฉันถามทวนเมื่อมัวแต่คิดแล้วไม่ได้ฟังที่เขาพูด

 

[ ฉันบอกว่าไม่ต้องคิดมาก ไปพักผ่อนเถอะ ]

 

“ขอบใจน…”

 

 

ครืด…

 

[ อาจารย์โกโจ ต้องการติดต่อคุณ… ]

 

ยังไม่ทันจะกดวางสายโทรศัพท์ของฉันก็สั่นขึ้นทำให้ต้องเอามันออกมาดู ปรากฏชื่อของใครบางคนที่ฉันกำลังอยากคุยด้วย

 

“โทรมามีอะไรหรือเปล่าคะ”วางสายเมงุมิเสร็จฉันก็ถอนหายใจแล้วรับสายเขา

 

[ เสียงดูเหนื่อยๆนะครับ เธอจะไปพักก่อนก็ได้นะ ]

 

“มากๆเลยค่ะ แต่ฉันมีเรื่องอยากจะถามอาจารย์หน่อย”ถึงจะแอบตกใจที่เขาทักเรื่องน้ำเสียง

 

แต่ฉันในเวลานี้อยากได้คำตอบมากกว่าไปนอนคิดเองแบบฟุ้งซ่านซะอีก

 

[ เรื่องเดิมหรือเรื่องไหนล่ะครับ? ]

 

“เรื่องความสัมพันธ์ของ อามาเนะ ริโกะ กับเพื่อนสนิทอาจารย์ค่ะ”

 

[ …หัวกระแทกแล้วไปเห็นอะไรมาสินะ ]

 

อาจารย์เงียบหายไปหลายวิก่อนจะพูดออกมาจนทำให้คิ้วของฉันขมวดเข้าชนกันทันที

 

 

“รู้เรื่องแล้วหรอคะ ดีเลยค่ะเห็นจากเมย์ซังใช่มั้ยคะจะได้ไม่ต้องเกริ่นเรื่องยาว”

 

[ ที่จริงก็จะโทรมาถามเรื่องนั้นแหละ อ่าา สองคนนั้นหรอ…เท่าที่ผมรู้ริโกะเป็นคนปากเสียที่ชอบทะเลาะกับพวกผมอยู่บ่อยๆ ถึงจะรู้จักกันไม่นานแต่ก็เป็นคนที่ทำให้ผมกับสุงุรุเปลี่ยนไปพอสมควรเลยล่ะครับ ]

 

“แล้วหลังจากที่เธอตาย…ล่ะคะ?”ฉันถามเสียงเบาเพราะถ้าเป็นคนที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงกับเขา การตายของเธอก็คงจะทำให้เขาเจ็บปวดอยู่เหมือนกัน

 

[ ก็มีคิดถึงบ้างบางที ส่วนสุงุรุก็ชอบแอบไปคุยคนเดียวแต่ก็ไม่ได้ดูเศร้าอะไร… ]

 

คุยคนเดียว?

 

“แบบนั้นเองหรอคะ…”ฉันพยักหน้าแล้วจดคำพูดของเขา"อ้อ แล้วเรื่องที่ฉันถามก่อนหน้านี้ล่ะอาจารย์เคยเจอกับฉันมาก่อนใช่มั้ยคะ?"

 

แต่แล้วฉันที่กำลังกระตือรือล้นก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อได้ยินคำตอบของเขา

 

[ เธอคงจะหัวกระแทกแรงอยู่นะ ได้ให้โชโกะดูหรือยังครับ? ]

 

เพราะสุดท้ายเขาก็เปลี่ยนเรื่องเหมือนอย่างเช่นเคยทุกครั้งที่เขาไม่คิดจะตอบคำถามของฉัน

 

“ยังค่ะ แล้วก็ขอบคุณที่ตอบคำถามนะคะ รบกวนมากแล้วอาจารย์คงจะเหนื่อยเหมือนกันไปพักเถอะค่ะ”จนฉันที่เหนื่อยจะทักท้วงก็รัวประโยคใส่เขาแล้วกดวางสายไป

 

เหอะ!! การที่เราเจอกันก่อนหน้านี้มันเป็นความลับอะไรขนาดนั้น!

 

“โอ้ย…ปวดหัวเหมือนจะระเบิดออกมา”มือฉันยกขึ้นขยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิงให้กับเรื่องวุ่นวายมากมายที่ถาโถมเข้ามาในรวดเรียว

 

ทำไมอยู่ดีๆชีวิตฉันมันถึงได้วุ่นวายแบบนี้ได้นะ!!

 

“ผมสีพีชแบบนั้นคงจะเป็นคุณแม่ที่กำลัง…”พอนึกๆดูแล้วผู้หญิงที่กำลังโดนทำร้ายนั้นมีผมสีเดียวกันกับฉัน

 

แล้วเพราะอะไรคุณแม่ถึงได้อ้อนวอนขอร้องขนาดนั้น ทั้งที่ตัวเองกำลังโดนทำร้ายอยู่แท้ๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

เพราะว่าแม่รักหนูไงยูมะ

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพรอยยิ้มแสนอ่อนโยนของคนเป็นแม่ฉายชัดขึ้นตรงหน้าจนฉันที่กำลังจะลุกไปอาบน้ำเซคว่ำลงไปกับพื้น

 

โครม!!

 

“อ…โอ้ย เลือดกำเดา?”แทนที่จะเจ็บที่ล้มหน้ากระแทกพื้นฉันกลับเจ็บที่อกซ้ายจากการบีบอัดของหัวใจ

 

โดยมีต้นเหตุมาจากความเครียดและการกลับมาของความทรงจำเป็นระยะจนเริ่มจะสงสัยอย่างจริงจัง

 

ว่าถ้าฉันเอาหัวโขกพื้นตอนนี้มันจะกลับมารวดเดียวมั้ย?

 

 

“มาทีละเสี้ยวแบบนี้มันน่ารำคาญนะโว้ย!!”แต่ก็จบด้วยการลุกขึ้นโวยวายให้สรรพสิ่งในอากาศที่ไม่มีทางตอบกลับมาได้อย่างหัวเสีย

 

เกิดเป็นฉันนี่ลำบากจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากเกิดเรื่องวุ่นวายน่าปวดหัวขึ้น ฉันก็นอนเป็นคนตายยาวไปถึงเก้าโมงจนนานามิซังต้องมาเคาะประตูเรียกถึงหน้าห้อง

 

“ขอโทษนะคะ พอดีเมื่อคืนปวดหัวนิดหน่อย…”ฉันก้มหน้าหงุดๆอย่างรู้สึกผิดให้นานามิซังหลังจากรีบลุกไปอาบน้ำแต่งตัววิ่งออกมาหาเขา

 

 เพราะว่าอิจิจิซังไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นหอพัก นานามิซังเลยต้องเป็นคนมาเรียกฉันแทน

 

แล้วก็ดูเหมือนว่าจะกำลังโมโหอะไรอยู่ก่อนด้วย

 

 

“ผมทำไปตามหน้าที่น่ะครับ ถ้าไม่ไหวก็ให้บอกอิจิจิคุงได้เลยนะครับ”

 

นานามิซังฉีกกระดาษที่ล้วงออกมา ก่อนจะขยำมันโยนใส่ถังขยะที่ตั้งอยู่ข้างประตูโรงเรียน

 

บนกระดาษมีหน้าอาจารย์อยู่ด้วยแฮะ…

 

“ร…รับทราบค่ะ”เห็นแบบนั้นฉันก็ตอบรับเสียงตะกุตะกักเดินตามเขามาจนถึงที่รถ

 

“ผมมีงานต้องทำต่อ หวังว่าพวกเธอคงจะดำเนินการตามแผนได้สำเร็จนะครับ”เขาว่าแล้วเดินแยกไปนั่งรถอีกคันให้ยูจิกับฉันไปกับคุณอิจิจิ

 

“นานามิซัง! ระวังตัวด้วยนะคะ!”

 

ก่อนจะเปิดประตูขึ้นรถฉันที่เพิ่งนึกอะไรได้ก็ตะโกนไล่หลังเขาไปแล้วโค้งตัวให้ แต่เขาก็ทำแค่หันกลับมามองเล็กน้อยเท่านั้น

 

นานามิซังดูเย็นชาจังเลยน้า…แต่ก็ดูจริงจังมากๆเหมือนกัน

 

 

“งั้นทางนี้ก็ต้องเต็มทีให้สมกับที่ยูจิไปโม้เอาไว้ล่ะนะ”

 

“หน้าตาเธอดูโทรมกว่าเมื่อวานหรือเปล่าเนี่ย ฉันทำให้คิดมากขนาดนั้นเลยหรอ?”ยูจิทำหน้าตกใจเมื่อฉันเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างเขา

 

“นายก็ส่วนนึง แต่ส่วนใหญ่เป็นฉันนี่แหละที่ทำตัวเอง”

 

“ร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรอ เล่าให้ฟังได้มั้ย?”เขาถามอย่างเป็นห่วงทำให้ฉันเล่ามันให้เขาฟังทั้งหมดอย่างละเอียด

 

ชนิดที่ว่าละเอียดจนเขามโนตามได้เป็นฉากๆเลยล่ะ

 

 

“เรื่องผู้หญิงที่ชื่อริโกะน่ะเธออย่าเพิ่งไปสนใจสิ เธอควรจะโฟกัสแค่ความทรงจำตัวเองก่อนไม่งั้นก็ปวดหัวแบบนั้นแหละ…”

 

“อ่าาา เข้าใจแล้วๆ”เมื่อยูจิได้ฟังแล้วก็บ่นที่ฉันมัวแต่ไปโฟกัสผิดจุดจนจับต้นชนปลายไม่ถูกเรื่อง

 

บ่นเป็นพ่อเลย…แค่เมงุมิคนเดียวก็พอแล้ว

 

“งั้นสรุปก็คือ เธอพยายามจะไม่ชอบอาจารย์เพราะเธอกลัวว่าอาจารย์จะเป็นผู้ชายแบบพ่อของเธอถูกมั้ย?”

 

ขุ่นพระ!! สรุปได้กระชับมาก

 

นี่ฉันนอนปวดหัวมาเพื่ออะไรกัน?

 

“คงงั้นมั้ง…แต่ก็มีเหตุผลอื่นด้วยนิดหน่อย”เรื่องของศิลธรรมอะนะ

 

“ถ้านิดหน่อยก็ปล่อยมันไปเลยไม่ได้หรอ?”ยูจิเอียงคอให้ฉันที่เสตามองไปทางอื่นแล้วยิ้มแห้ง

 

ไอนิดหน่อยนี่แหละที่ยิ่งปล่อยไม่ได้!!

 

“ในเมื่อยอมรับว่าชอบแล้วก็ชอบไปเลยสิ ฉันว่าอาจารย์เขาก็พยายามจะเข้าใจเธออยู่นะ”

 

“เดี๋ยวสิ! ฉันยอมรับตอนไหนว่าชอบเขาน่ะ?!แล้วความทรงจำมันก็มาแค่นิดเดียวนายอย่าเพิ่งไปฟันธงสุ่มสี่สุ่มห้าสิ!”จากที่หันหน้าหนีก็หันกลับมาเถียงกับเขาที่ยังมองหน้าฉันอยู่

 

“ก็คงงั้นของเธอคือใช่แต่ไม่อยากยอมรับไม่ใช่หรือยังไง?”

 

โถ่เว้ยย

 

ถ้าฉันตอบว่าใช่นายถึงจะเลิกตื้อฉันเรื่องนี้สินะ!!

 

“ช่างเรื่องนั้นไปก่อนๆ”ฉันรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนที่เขาจะหว่านล้อมฉันเรื่องอาจารย์ไปมากกว่านี้"นายน่ะรู้จักฉันก่อนหน้านี้สินะ ตอนนั้นฉันเป็นคนยังไงหรอ?"

 

“เป็นคนยังไง ก็เป็นคนเรียบร้อยสุภาพแล้วก็เรียนเก่งมากๆคะแนนสอบของเธอติดท็อปสามของระดับชั้นตลอดเลย…”

 

“อำกันเล่นปะเนี่ย?”ฉันยกมือนาบอกถามออกไปอย่างเหลือเชื่อ

 

ฉันอะนะ?

 

“ใช่ ถึงจะดูมืดมนแต่ก็เป็นคนเพื่อนเยอะ แล้วก็มีบางอย่างที่แปลก…”ยูจิจับคางครุ่นคิดลังเลที่จะพูดทำให้ฉันขยับเข้าไปและตั้งใจฟังเขามากขึ้น

 

“อะไรแปลกหรอ?”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“มีข่าวลือว่า…ต่อให้เรียบร้อยยังไงก็มีด้านมืดน่ะสิ”

 

 

 

 

 

 

___________________________

 

เริ่มเฉลยปมไปอีกนิดแล้ว

 

ใครอ่านมังงะก็คงจะรู้ว่าคนในความทรงจำที่เห็นอีกคนเป็นใคร แต่ก็คงจะไม่คิดว่าเหมือนอะไรขนาดนั้น วันนี้ไรท์เลยเอารูปมาเปรียบเทียบให้

 

ในภาพอาจจะมี รูปวาด

 

แล้วก็อีกเรื่อง

ไม่คิดว่าเตือนไปแล้วจะมีอีก มีคนทักมาบอกทางทวิต[ขอบคุณที่มาบอกกันเน้อ]

ว่ามีคนก๊อปนิยายฉันไปอีกแล้วว อยู่ใน readawrite ชื่อตัวละครคล้ายกันในตอนนี้แต่ไปตรงกับพล็อตในอนาคต

เพราะกะจะให้น้องเปลี่ยนชื่อตอนใช้นามสกุลอาจารย์ Gojo Yuma มันสั้นแล้วแปลกๆเลยวางพล็อตให้น้องเปลี่ยนชื่อ เป็น ยูเมะโกะ [ Yumego ] แทน แต่คงอีกยาวไกลมากกกกก กว่าจะถึงตอนเปลี่ยนนามสกุล

 

อะต่อ แล้วเรื่องที่ว่านี่มีหลายประโยคที่เหมือนกันจนไม่รู้จะว่าจะพูดยังไงดี กว่าจะได้พล็อตเรื่องนี้แบบสมบูรณ์มานอนปวดหัวไปหลายวันอยู่นะจะมาเอาไปเฉยๆก็กระไรอยู่

 

รบกวนแก้ไขด่วนๆเลยค่ะ แคปเอาไว้แล้วนะ ถ้ายังไม่แก้จะเอาหน้าที่แคปมาแปะในนี้

 

รบกวนแก้ด้วยนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เจอกันตอนต่อไป…

 

แปะความแด๊ดดี้

รูปภาพ

@insya_pic

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 235 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

673 ความคิดเห็น

  1. #631 Illicit illicit (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 เมษายน 2564 / 13:47
    สรุปฉันก็เรือสุคุนะอยู่ดี อะไรจะขนาดนั้นลูกกกก
    #631
    1
    • #631-1 -BW-(จากตอนที่ 25)
      19 เมษายน 2564 / 18:32
      นานๆทีจะมีซีนค่ะ หาซีนให้เฮียยากมากก
      #631-1
  2. #508 icesupicha (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 12:51

    ค่อยๆจำได้แล้ว

    #508
    1
    • #508-1 -BW-(จากตอนที่ 25)
      31 มกราคม 2564 / 10:18
      อีกนิดเดียวแล้วว
      #508-1
  3. #507 อยากกินบิงซู (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 00:05
    พี่อ้อยพี่ฉอดก็มา55555555
    #507
    1
    • #507-1 -BW-(จากตอนที่ 25)
      31 มกราคม 2564 / 10:18
      รับปรึกษาปัญหาชีวิตค่ะ55555
      #507-1
  4. #506 Ally Jang (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 12:22
    ปมเริ่มมาแล้ว
    #506
    1
    • #506-1 -BW-(จากตอนที่ 25)
      31 มกราคม 2564 / 10:18
      ใกล้แล้วว
      #506-1
  5. #505 mild_ump (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 08:37
    อยากรู้มากเลยว่าเมื่อก่อนน้องยูมะเป็นยังไงแล้วก้านมืดนี้คืออะไรอีก ปมต้องเยอะแน่ๆเลย
    #505
    1
    • #505-1 -BW-(จากตอนที่ 25)
      31 มกราคม 2564 / 10:17
      ใกล้แล้วค่ะ อีกนิสนุง
      #505-1
  6. #503 L piero (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 20:41

    ชอบภาพสุดท้ายแด๊ดดี้นานามินนนนนน
    #503
    1
    • #503-1 -BW-(จากตอนที่ 25)
      31 มกราคม 2564 / 10:17
      มันดียจ์มักๆเลยค่ะ อร๊ายย
      #503-1
  7. #502 ReynaReborn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 20:06
    แด๊ดดี๊น้องเมสนใจแต่งงานอีกสักรอบมั้ยคะ
    #502
    1
    • #502-1 -BW-(จากตอนที่ 25)
      31 มกราคม 2564 / 10:16
      ต่อจากนี้น้องเมต้องเรียกเราว่ามาม๊าแล้วนะ
      #502-1
  8. #501 minxxix (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 17:26
    ปมเริ่มมาแล้ววววว
    #501
    1
    • #501-1 -BW-(จากตอนที่ 25)
      31 มกราคม 2564 / 10:16
      ใกล้แน้ววว
      #501-1
  9. #500 11ght :;ll_ch (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 15:54
    แค่กกก สงสารความทรงจำมาเปนเสี้ยวๆ
    #500
    1
    • #500-1 -BW-(จากตอนที่ 25)
      31 มกราคม 2564 / 10:15
      น้องบอกอยากจะเอาหัวโขกพื้นแล้วค่ะ555
      #500-1
  10. #499 ดอลลา (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 13:53
    โหยยๆๆๆ อยากเป็นมามี๊น้องเมงุมิจังค่าาาา
    #499
    1
    • #499-1 -BW-(จากตอนที่ 25)
      23 มกราคม 2564 / 14:19
      ต่อจากนี้นายต้องเรียกเราว่ามามี๊แล้วล่ะเมงุมิ
      #499-1
  11. #498 YanisaPromin (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 13:27
    สุคุนะหงุดหงิดที่น้องพูดถึงแต่อาจารย์◕‿◕😂😂
    #498
    1
    • #498-1 -BW-(จากตอนที่ 25)
      23 มกราคม 2564 / 13:31
      หาบทให้เฮียยากมากเลยค่ะ เลยให้ออกมาบ่นแล้วก็ไป5555
      #498-1