[Touken Ranbu] ข้ามมิติ : ชีวิตใหม่กับเหล่าหนุ่มดาบ

ตอนที่ 13 : ตอนที่10 : เรื่องราวจากซากุระขาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 300
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    3 ม.ค. 60

"บ้าเอ๊ย! หมอนั่นพานายท่านไปที่ไหนกัน!!!"

คาเนะซาดะสบถอย่างหัวเสียโดยมีโฮริคาวะคอยปรามอยู่ไม่ห่างเพราะกลัวอีกฝ่ายจะทำอะไรไม่คิด
นับตั้งแต่ชายผู้มีเรือนผมสีซากุระปรากฏตัวขึ้นและนำพาหญิงสาวผู้เป็นนายของพวกเขาไปก็ปาไปเกือบ5ชั่วโมงแล้วที่ไม่ได้ข่าวคราวอะไรเลยจนหลายๆคนเริ่มนั่งไม่ติดที่

"ข้าจะไปตามหานายท่าน!!"

"ใจเย็นก่อนสิฮาเซเบะ!!!"

คะเซ็นเข้ามาล็อคตัวชายผู้จงรักภัคดีเอาไว้ก่อนที่เขาจะพุ่งออกนอกเรือนไป

"ปล่อยข้าคะเซ็น!!!"

"เลิกบ้าสักที! ถึงเจ้าออกไปเจ้าก็ไม่รู้ที่อยู่ของเขาไม่ใช่รึไง!!?"

"ฮาจิสึกะ!"

ฮาเซเบะมองชายอีกคนที่ทำหน้าเครียดไม่แพ้ใครในที่นี้แล้วคิดตาม
มันก็จริงที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าควรจะไปที่ใด แต่จะให้อยู่เฉยๆมันก็ทำไม่ได้เหมือนกันล่ะน่า!

"ท ท่านซานิวะ..."

โกโคไทที่ยืนหลบมุมอยู่กับพี่น้องเริ่มจะสะอื้นออกมาพร้อมกับกอดเสือขาวตัวหนึ่งไว้แน่น

"โกโคไท...อึก ทุกคน! ข้าเชื่อว่านายหญิงจะไม่เป็นไร!! นายหญิงน่ะแข็งแกร่งนะ!!"

อัตสึชิเข้าไปปลอบน้องชายขี้กลัว
มือเล็กๆกำแน่นก่อนจะพูดขึ้นเสียงดังทำให้ทุกคนหันมองเขาเป็นตาเดียว

"ก็จริงอยู่ที่ท่านเรย์น่ะแข็งแกร่ง แต่ว่า...."

จิโร่ทาจิมีสีหน้าหม่นลงทาโร่ทาจิเองแม้จะรักษาใบหน้าที่นิ่งเฉยไว้ได้แต่ในดวงตากลับสั่นไหวด้วยความกังวล

"ทำยังไงกันดี..."

มิดาเระพึมพัมออกมาก่อนจะชะงักไปเพราะได้กลิ่นอะไรบางอย่าง
กลิ่นหอมหวานประหลาดชวนให้หลงใหลที่ดูคุ้นๆเหมือนเพิ่งจะได้กลิ่นเมื่อไม่นานมานี้

และในตอนนั้นเอง กลีบซากุระขาวก็ได้พัดพาเข้ามาที่กลางห้องก่อนจะหมุนวนเป็นพายุย่อมๆจนทุกคนต้องหลบออกไปอย่างเสียมิได้

"ทิวาสวัสดิ์ทุกท่าน~ โอ๊ะ!"

ฉัวะ!!!!

"แก!!!"

พริบตาที่ร่างบองบางของชายหนุ่มปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางกลุ่มซากุระงาม ฮาเซเบะก็ชักดาบและถีบตัวเข้าไปหมายจะเอาชีวิตชายผู้นั้นทันทีโดยที่ไม่มีใครสามารถรั้งไว้ได้ทัน
ทว่าซากุเรย์เองก็ทำเพียงเบี่ยงตัวเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้คมดาบของฮาเซเบะพลาดเป้าไปจนเขาเกือบเสียหลัก

"ใจเย็น ใจเย็น~ ผมมาดีนะ อย่างที่บอกไว้ไง ผมจะอธิบายทุกอย่างให้เอง~"

ซานิวะหนุ่มยกมือขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้ด้วยใบหน้ายิ้มๆ

ที่หันเข้ากำแพง....

สถานะ: ทุกคนติดสตั๊น3วิ....(?)

"เอ่อ ท่านซากุเรย์ พวกเราอยู่ทางนี้ขอรับ"

โชคุไดเป็นผู้ได้สติคนแรก เขาทักชายที่ตัวเล็กกว่าเบาๆด้วยสีหน้าที่บอกไม่ถูกว่าจะขำหรือเครียดดี

"อ่า โทษทีๆ ก็ผมมองไม่เห็นนี่นา~"

ซากุเรย์ลดมือลงแล้วหันกลับมาหาเหล่าศาสตราที่ยืนล้อมวงเขาไว้ราวกับกลัวว่าเขาจะหนีไปไหนก่อนจะยิ้มให้เช่นเดิม

"ทีนี้ก็อธิบายมาได้แล้วนะขอรับ"

"อืม เสียงนี้ 'อิจิโกะคุง'งั้นหรอ? ฮะฮะ~ นายดูใจร้อนกว่าปกตินะ~"

"เลิกเล่นลิ้นสักที!!!!"

คาเนะซาดะคว้าคอเสื้อยูกาตะที่ใส่ไม่เรียบร้อยจนตกจากไหล่ขาวของอีกฝ่ายขึ้นมาอย่างหัวเสียที่ชายหน้าสวยผู้นี้เอาแต่ลีลามากท่าราวกับจะกลั่นแกล้งพวกเขาเล่น

"จ้า จ้า~ แต่ช่วยปล่อยผมก่อนน้าา~"

ซานิวะหนุ่มยกมือและยิ้มขึ้นอีกครั้ง คาเนะซาดะส่งเสียง'ชิ'เบาๆก่อนจะปล่อยมือ

ซากุเรย์จัดชุดอยู่พักนึงก่อนจะยืดตัวขึ้น...

"งั้น เริ่มเลยนะ"

"..."

พลันบรรยากาศรอบกายก็เปลี่ยนไป แรงกดดันไร้ที่มากระจายอยู่รอบห้องโถงจนหลายๆคนเริ่มมีเหงื่อซึมออกมา

ชายหนุ่มร่างบางเดินไปนั่งพับขาอย่างเรียบร้อยบนเบาะรองนั่งที่วางอยู่ก่อนเป็นเชิงว่าเรื่องมันยาวดังนั้นนั่งคุยกันจะดีกว่า
เมื่อหนุ่มดาบและเด็กๆทุกคนนั่งกันเรียบร้อยแล้ว ซากุเรย์ก็ถอนหายใจออกมาด้วยสีหน้าที่ดูหม่นลงทั้งๆที่เขาก็กำลังยิ้มอยู่

"อ่า โทษทีนะ ขอเวลาผมสักเดี๋ยว...เรื่องมันยาวซะจนไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี...."

ชายหนุ่มหลับตาลงพร้อมกับการถอนหายใจยาวๆแต่ก็ไม่มีศาสตราใดลุกขึ้นมากระชากคอเร่งให้เขาพูดสักคน คงเพราะพวกเขาสัมผัสได้ว่าเรื่องราวมันคงจะน่าหนักใจสำหรับผู้พูดอยู่พอสมควร

"เริ่มจากตัวของเรย์เลยแล้วกัน..."

ชายหนุ่มลืมตาขึ้นช้าๆแต่ก็ยังคงหลุบลงมองพื้นอยู่เช่นนั้น

"เรย์...มุกิน่ะ คือ'ศาสตรา'ที่ผมสร้างขึ้นเมื่อหลายร้อยปีก่อน หลังจากที่'ท่านพี่'สร้าง'มิคาสึกิมุเนะจิกะ'ได้สำเร็จ..."

"อะไรนะ!!!!!!!"

ทันทีที่จบประโยค เหล่าศาสตราต่างลุกขึ้นพร้อมเพรียงตะโกนลั่นอย่างไม่เชื่อหูจนเด็กๆสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจและเกือบจะร้องไห้จนอิจิโกะต้องเข้าไปปลอบ แม้ว่าตัวเองก็ตกใจไม่แพ้ใครเช่นกัน

"จะเป็นไปได้อย่างไร!? จะบอกว่าท่านคือน้องชายของท่านซันโจรึไงกัน!!?"

ในฐานะดาบบ้านซันโจ โคกิทสีเนะมารุเผลอคำรามออกมาอย่างไม่อาจควบคุมตนเองได้
ตลอดนับแต่เขาถูกสร้างขึ้น เขาไม่เคยจำได้ว่าซันโจมุเนะจิกะผู้นั้นมีน้องชายเลยสักคน!!!

มิคาสึกิที่นั่งอยู่ข้างกันก็ดึงชายเสื้อของน้องชายเป็นเชิงห้ามปราม แม้ว่าตัวเขาเองก็สงสัยและคลืบแคลงในตัวชายผู้นี้อยู่หลายส่วน

"แล้วที่บอกว่านายท่านเป็นศาสตราของเจ้ามันหมายความว่ายังไงกัน"

ยะเก็นหรี่ตามองร่างบางที่ยังคงนั่งนิ่งและเบือนหน้าออกไปมองบรรยากาศอึมครึมนอกเรือน

ซากุเรย์เพียงเหลือบมองเด็กหนุ่มด้วยหางตา...

แม้รู้ว่าอีกฝ่ายมองไม่เห็นแต่มันก็ทำให้เด็กหนุ่มพี่ใหญ่ของบ้านโทชิโร่รู้สึกหวาดหวั่นแปลกๆกับสายตานั้น

"อ่ะนะ จะไม่เชื่อก็ไม่แปลกหรอกครับ เพราะเรื่องราวของผมนั้นไม่มีบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์...ไม่สิ โดน'ลบ'ไปจากประวัติศาสตร์ต่างหาก"

ซากุเรย์ยกยิ้มขึ้นก่อนจะว่าต่อเมื่อไม่มีใครขัด

"ตัวผมนั้นเป็นน้องชายนอกกฎหมายของท่านพี่ซันโจมุเนะจิกะ นามว่า'ซันโจ ซากุราอิ ซากุเรย์'ครับ..."

"ตัวผมนั้นเกิดจากท่านแม่ที่ไม่ได้สมรสกับท่านพ่อ...เป็นเพียงบ้านเล็กครับ ในขณะที่ท่านพี่เกิดจากหญิงสาวที่แต่งงานกับท่านพ่ออย่างถูกต้อง ดังนั้นผมเลยมีชื่อจริงๆว่าซากุราอิ ส่วนซากุเรย์นั้นเป็นนามสกุลของท่านแม่ของผมน่ะนะ"

ชายหนุ่มคลี่ยิ้มบางราวกับจะดูแคลนอะไรสักอย่างก่อนจะเล่าต่อ

"ผมกับท่านพี่ไม่เคยรู้จักกันจนกระทั่งผมอายุได้15ปี ท่านแม่ของผมก็เสียชีวิตลงด้วยโรคประจำตัว ท่านพ่อเลยรับผมเข้าอยู่ในบ้านใหญ่...และนั่นคือครั้งแรกที่เราต่างคนต่างรู้ว่าตัวเองมีพี่น้องอยู่"

"เราเข้ากันได้ดี ท่านพี่ใจดีมากๆและก็เท่มากด้วย ฮะฮะ~ ผมมีท่านพี่เป็นเป้าหมายและคอยไล่ตามเขาอยู่เรื่อยมา..."

"กระทั่งอายุได้18ปี ท่านพ่อกับท่านแม่ของท่านพี่ก็เสียชีวิตลง...เราทั้งสองคนเลยออกจากบ้านแห่งนั้นและหาที่อยู่ใหม่ ลงหลักปักฐานและทำอาชีพเป็นช่างตีดาบที่ได้รับสืบทอดวิชาจากท่านพ่ออีกที"

"และท่านพี่ก็ได้สร้างมิคาสึกิขึ้น ผมยอมรับเลยว่ามันเป็นดาบที่งดงามมากเท่าที่ท่านพี่เคยสร้างมา ดังนั้นผมเลยสร้างขึ้นบ้างโดยมีต้นแบบมาจากดาบมิคาสึกิ..."

"และ...ทุกคนคงเดาออกนะว่าผมสร้างใครขึ้นมา..."

ซากุเรย์ยิ้มและมองเหล่าศาสตรา แม้ว่าเขาจะมองเลยหัวทุกคนไปก็ตาม

"ใช่ ผมสร้างเรย์ขึ้นมา หรือชื่อจริงๆคือ'มุกิ มุเนะจิกะ' อ่อ ถ้าถามว่าทำไมถึงใช้ชื่อท่านพี่แทนที่จะเป็นชื่อของผมที่เป็นผู้สร้างล่ะก็ ผมก็บอกได้แค่ว่าเพราะความ'บราค่อน'ส่วนตัวของผมเองนั่นแหละ~"

"ห๊ะ!!!?"

ซากุเรย์ขยิบตาแลบลิ้นด้วยท่าทางที่คิดว่าน่ารักสุดๆ แต่มันกลับทำให้หนุ่มๆแทบล้มตึงกับเหตุผลการตั้งชื่อสุดพิลึกและอยากจะตบหน้าสวยๆที่เล่นไม่รู้เวลานั่นสักที

"ฮะฮะ~ ก็แหม ผมน่ะรักท่านพี่จะตาย เลยอยากมีท่านพี่ไว้เป็นเครื่องราง(?) เลยตั้งชื่อดาบไปแบบนั้นน่ะนะ~ โอเค ต่อๆ~"

ตอนนี้ศาสตราทุกคนต่างพยายามนั่งนิ่งๆและข่มอารมณ์ไม่ให้เผลอชักดาบออกมาฟันชายตรงหน้าให้เป็นสองท่อนเพื่อข้อมูลที่ต้องการ(=_=...)

ซากุเรย์อมยิ้มก่อนจะเล่าต่อ

"แต่ว่ามุกิน่ะ ไม่ได้ถูกส่งมอบให้ใคร แต่เป็นดาบประจำตัวของผมจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต....พอผมตายลง ผมก็ถูกเรียกตัวโดยท่านอินาริ นางบอกว่าตัวผมมีคุณสมบัติของซานิวะและมีพลังอะไรสักอย่างเนี่ยแหละข้ามๆไปเหอะ(?) ก่อนที่นางจะลบประวัติของผมออกและผมก็ได้เป็นซานิวะนับจากนั้นแม้จะอาลัยอาวรกับท่านพี่อยู่บ้างแต่ก็ช่วยไม่ได้นี่เนาะ~"

"และอยู่มาวันหนึ่ง...ผมก็ได้ข่าวจากฮงมารุในมิติอื่นว่า'พบมิคาสึกิที่เป็นหญิงสาว'....ในตอนนั้นผมเองก็ไม่มั่นใจว่าดาบเล่มนั้นจะใช่มุกิจริงๆรึเปล่าเลยปล่อยผ่านไปทั้งที่ในใจของผมมันร้องบอกว่าต้องเป็นเธอ...แต่ผมกลับเมินมันไป..."

"และผมก็ได้รู้ว่าเธอคือ'มุกิ มุเนะจิกะ'จริงๆ....แต่"

ถึงตรงนี้ ใบหน้างามก็หม่นลงอีกครั้ง รอยยิ้มที่ราวกับว่าถูกสตาฟไว้เริ่มบิดเบี้ยวจนหลายคนเริ่มใจไม่ดี

"เป็นความผิดของผม...ผมน่าจะเชื่อใจตัวเองและติดตามดูเธอตั้งแต่แรก...."

"!!!"

ชายหนุ่มก้มหน้าลง โลหิตสีชาดหลั่งรินจากดวงตาทั้งสองจนทุกคนทำอะไรไม่ถูก

นํ้าตาสีเลือดยังคงไหลช้าๆอย่างต่อเนื่องและหยดลงบนหน้าตักที่สวมด้วยกางเกงฮากามะสีแดงสดจนมันกลืนเป็นสีเดียวกัน

"ก เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือขอรับ"

คะชูมองชายหนุ่มที่ค่อยๆเงยหน้าขึ้น แม้จะไร้ซึ่งการสะอื้นใดๆและใบหน้านั้นยังคงนิ่งสนิท แต่เรียวคิ้วที่ขมวดมุ่นและกระแสอารมณ์ที่สัมผัสได้ทำให้รู้ได้ว่าเขาคนนี้กำลังเศร้าและรู้สึกผิด....

และเจือด้วยความอาฆาตแค้นอย่างสุดหัวใจ...

"แล้ว...คิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้หญิงที่อยู่ท่ามกลางผู้ชายเกือบ50คนล่ะ..."

นํ้าเสียงที่ตอบกลับมานิ่งสนิทแต่กลับแฝงกระแสอารมณ์หนึ่งไว้ส่วนนึงจนหลายคนขนลุกกับเสียงนั้น

"คงไม่..."

"ไม่หรอก ไม่ใช่ทุกคน..."

ซากุเรย์ขัดเสียงของโซวสะที่ดังขึ้นเบาๆทำให้เขามีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อยก่อนจะซีดลงไปอีกครั้ง

"เพราะคนที่ทำคือ'มิคาสึกิ มุเนะจิกะ'เท่านั้น..."

"...ข้าหรือ"

มิคาสึกิมองชายผู้งดงามตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ เขาทำอะไรกัน? อะไรที่ทำให้นายหญิงของเขาเคียดแค้นถึงขนาดหยิบดาบไล่ฟันเขาถึงขนาดนั้น??

"ที่จริงจะบอกว่าเป็นเจ้าก็ไม่ถูกนักหรอก...แต่เป็นจิตวิญญาณมิคาสึกิดวงอื่นน่ะ"

"อ่า เอางี้ อธิบายง่ายๆคือจิตวิญญาณดาบน่ะไม่ได้มีแค่ดวงเดียวหรอกนะ แต่มีหลายร้อยดวงเลยล่ะ แม้จะมีนามเหมือนกันแต่สิ่งที่ต่างคืออุปนิสัยและพฤติกรรมของจิตวิญญาณแต่ละดวง"

"บางที่ก็มีฮาเซเบะที่เกลียดนายตัวเองเข้าไส้ ไม่ก็สึรุมารุที่เรียบร้อยขี้กลัว เป็นต้น"

ทั้งสองคนที่ถูกยกตัวอย่างสะดุ้งเล็กๆ ส่วนคนอื่นก็คิดภาพทั้งสองคนขึ้นในหัวก่อนจะทำหน้าแปลกๆ

"รู้สึกแหยงๆพิกล..."

ไอเซ็นพึมพัมขึ้นเบาๆ และนั่นก็เป็นคำตอบที่ตรงใจหลายๆคนพอดี

"เข้าใจกันเนาะ และ...รู้ไหมว่าฮงมารุนั้นได้มิคาสึกิแบบไหน?"

ซากุเรย์หลับตาลงและหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดนํ้าตาเลือดของตนออกเบาๆจนหมด

"ด้านมืดของมิคาสึกิไงล่ะ..."

มือบางยื่นผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนเลือดอันเป็นนํ้าตาของเขาออดมาก่อนที่ไฟจะลุกพรึบแผดเผาผ้าชิ้นเล็กให้เป็นธุลีพร้อมๆกับดวงตาสองสีที่เปิดขึ้น...

"เทียบง่ายๆ อะไรที่ตรงข้ามกับความดีงามทั้งปวงบนโลกก็คือชายผู้นั้นนั่นแหละ...เป็นจิตวิญญาณบาปหนาที่แม้แต่นรกก็ไม่เปิดรับเลยล่ะ..."

มิคาสึกิลอบกลืนนํ้าลายเบาๆ เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าจิตวิญญาณที่มีนามเดียวกับเขาคนนั้นจะโหดร้ายแค่ไหน

"และ บังเอิญว่าหมอนั่นดันต้องตามุกิของผมเข้า ประกอบกับฮงมารุนั้นไร้ซึ่งสตรีใดนอกจากซานิวะ..."

มือเรียวขาวกำแน่นที่ใต้แขนเสื้อยาวจนมันจิกเข้าไปในมือ
ชายหนุ่มกัดฟันเค้นเสียงอย่างอดกลั้น

"เจ้านั่น...รู้ไหมว่ามันทำอะไร? หึ!! หมอนั่นจับมุกิของผมและจองจำไว้อย่างไร้มนุษยธรรม! เจ้าคนตํ่าช้า!!! มันยํ่ายีนางและตีตราเจ้าของราวกับว่านางเป็นเพียงสิ่งของ!!!! ทำร้ายจิตใจนางซํ้าแล้วซํ้าเล่าไม่เหลือชิ้นดี!!!! และยังไงต่อนะ? อ่อ! นางก็'ตั้งท้อง'บุตรของเจ้าคนสารเลวนั่นไง!!!!!!"

อิชิคิริมารุที่อยู่ใกล้สุดรีบเข้าไปพยุงร่างบอบบางที่เกือบจะหมดสติล้มพับไปไว้ได้ทัน

"ท่านซากุเรย์! ไม่ต้องพูดแล้วขอรับ"

อิชิคิริมารุตรวจชีพจรของร่างบางและพบว่ามันเต้นเร็วอย่างน่าเป็นห่วง

"แฮก แฮก...อึก ไม่...ผมไม่เป็นไร"

ใบหน้างามขาวซีดอย่างน่ากลัว เขาตอบกลับอย่างอิดโรยก่อนจะล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อและหยิบบางอย่างออกมา
เขาพ่นมันเข้าไปในปากก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ อิชิคิริมารุก็ตรวจชีพจรดูอีกครั้งและพบว่ามันเต้นช้าลงแล้ว

"ขอบใจนะอิชิคิริมารุ ผมไม่เป็นไร"

ซากุเรย์ถอนหายใจก่อนจะนั่งใหม่ดีๆและให้คุณหมอของฮงมารุกลับไปนั่งที่ เขาสูดหายใจและเริ่มเล่าอีกครั้ง

"ผมพบเธอที่เนินเขาหลังหมู่บ้านหนึ่งตอนไปทำภารกิจ คาดว่าเธอคงหนีออกมาสำเร็จด้วยการการสุ่มสถานที่จากเครื่องท่องเวลาและผมก็บังเอิญไปเจอพอดี"

"ผมพาเธอกลับมา และรักษาเธอ เมื่อเธอตื่นขึ้น...เธอเกือบจะหนีไปอีกครั้งเพราะคิดว่าตัวเองถูกจับตัวกลับ แต่โชคดีที่เธอยังมีสติพอที่จะฟังผมอธิบาย และผมก็ฟังเรื่องราวจากเธอ"

"ผมแจ้งเรื่องนี้ยังท่านอินาริ ผ่านคอนโนะสุเกะ และท้ายที่สุดจิตวิญญาณมิคาสึกิผู้นั้นก็ถูกทำลาย...."

"และมุกิเองก็ต้องถูกทำลายด้วยเพราะแปดเปื้อนมลทินไปเสียจนไม่อาจชำระล้างให้กลับมาบริสุทธิ์ได้อีก แต่ก็นะ ผมเป็นคนสร้างเธอขึ้นมานี่ และเธอน่ะพิเศษตรงที่มีจิตวิญญาณแค่'ดวงเดียว'เท่านั้น...ผมไม่ยอมหรอกนะ"

ซากุเรย์เงียบไปก่อนจะพูดต่อ

"ผมค้นตำราทุกอย่าง ทุกศาสตร์ที่ผมรู้ ทุกศาสตร์ที่มีบนโลกจนกระทั่งพบทางเลือกหนึ่ง..."

"มันสามารถส่งเธอไปยังอีกมิติหนึ่งในฐานะ'มนุษย์'ปกติได้ แต่ก็มีข้อแลกเปลี่ยนมหาศาลพอควร"

"1ชีวิต 2ดวงตา 3กายา และ4วจี"

"ความหมายคือ เธอจะไร้ซึ่งอารมณ์ทั้ง4ของมนุษย์คือรัก โลภ โกรธ หลง... 3กายาคือร่างกายของผม ทำให้ผมอ่อนแอ ขี้โรคและบอบบางขนาดนี้ ฮะฮะ~...2ดวงตาก็คือดวงตาของผมทั้งสองข้าง..."

ซากุเรย์เงียบไปพลางเบือนหน้าหนีราวกับไม่อยากจะกล่าวต่อในข้อแลกเปลี่ยนข้อสุดท้าย...

"สุดท้าย...1ชีวิต...."

เขาเงียบอีกครั้งและสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะปล่อยออกมา

"พิธีนั้นมันสุ่มเลือก'เครื่องสังเวย' และผู้ที่ถูกเลือกคือ'ลูก'ของเธอ..."

"ห๊ะ!?"

เสียงอุทานจากหลายๆคนดังจนฟังไม่ออก ก่อนจะเงียบลงไปเพื่อฟังต่อ

"แต่ว่า มันยังไม่เอาเด็กคนนั้นไป...และผมก็ส่งเธอไปที่โลกมนุษย์ได้สำเร็จ แม้จะเติบโตในครอบครัวที่ไม่อบอุ่นนักแต่ก็ดีกว่าอยู่ที่ฮงมารุกับความทรงจำแบบนั้น..."

"เธอเติบโตขึ้น กระทั่งแต่งงานกับชายคนหนึ่งด้วยเหตุผลทางธุรกิจตอนอายุ18...ผมรู้ว่ามันดูเร็วเกินไปสำหรับโลกนั้นแต่ผมไม่สามารถยื่นมือเข้าไปชวยอะไรได้นอกจากแสดงความเป็นห่วงในฐานะ'พี่ชายนอกสายเลือด'..."

"ใช่ ผมตามเธอไป ตีสนิทจนเราสาบาญเป็นพี่น้องกัน ฟังดูตลกดีเนาะ อ่อ มิดาเระที่เคยอยู่ฮงมารุเดียวกับเธอก็ตามไปนะ เห็นว่าพวกเธอสนิทกันที่สุดตอนอยู่ที่ฮงมารุนั้น"

ซากุเรย์ยิ้มให้มิดาเระที่ชี้หน้าตัวเองอย่างงงๆ แม้จะเข้าใจว่าคงเป็นจิตวิญญาณของตนดวงอื่นก็ตาม

"มิดาเระแลกเปลี่ยนกับพลังและอายุขัย ทำให้เขาเป็นแค่เด็กธรรมดาที่ไม่แก่แต่ตายได้ครั้งเดียว หมายความว่าถ้าหากเขาตายไป จิตวิญญาณก็จะแตกสลายและไม่เกิดอีกนั่นแหละ"

"เขาอยู่กับเรย์ในฐานะ'เมด'ส่วนตัวนามว่า'มิกิ' ส่วนผมก็เป็นพี่ชายร่วมสาบาญที่ชื่อว่า'ซากุไร' น่ะนะ"

"ต่อกันที่เรื่องแต่งงาน จากนั้นไม่นานเรย์ก็ท้อง...เธอตั้งชื่อเด็กว่า'มิไร' กระทั่งผ่านไป2ปี ซึ่งมันหมายถึงว่า'เครื่องสังเวย'สำหรับ'ข้อแลกเปลี่ยนของชีวิตใหม่'ได้พร้อมแล้ว..."

ชายหนุ่มถอนหายใจรอบที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่อาจทราบได้ก่อนจะพูดต่อ

"ผมเองก็ต้องจบบทพี่ชายแสนดีและหยิบหน้ากากปีศาจมาใส่...ผมจบชีวิตของเด็ก2ขวบต่อหน้าเธอด้วยมือนี้ สังเวยวิญญาณเด็กบริสุทธิ์อย่างโหดร้าย...มันเป็นตราบาปที่ต้องยอมถูกประทับเพื่อทำสัญญาให้เสร็จสิ้น..."

"จากนั้นเธอก็เกลียดผมเข้าไส้ แหงล่ะใครจะทำใจให้อภัยคนที่ฆ่าลูกตัวเองล่ะ..."

ฝ่ามือที่ถูกคลุมด้วยแขนเสื้อยาวถูกยกขึ้นปิดใบหน้าเอาไว้จนไม่อาจรับรู้ได้ว่าผู้พูดกำลังทำหน้าแบบไหนอยู่
แต่ที่ทุกคนรับรู้ได้คือ'ความเจ็บปวด'ที่ชายคนนี้ได้รับ...

"และ เราก็ตัดขาดกัน...ผมกลับมาเป็นซานิวะ ส่วนเธอก็อยู่กับมิดาเระ...มิกิน่ะ"

"แต่ไม่คิดว่าท่านอินาริจะเล่นตลก ส่งเธอกลับมาในฐานะซานิวะเหมือนกับผม..."

เสียงที่เอ่ยออกมานั้นอู้อี้เล็กน้อยเพราะคนพูดยังคงปิดหน้าตัวเองไว้อยู่
เขาอยู่ในท่านั้นและเงียบไปนานเสียจนหนุ่มๆผิดสังเกตุ

"เอ่อ ท่านซากุเรย์?"

โชคุไดคิริจับไหล่บางเบาๆก่อนจะแทบตั้งตัวไม่ทันเมื่ออยู่ๆร่างนั้นก็เอนเข้ามาและนอนไม่ได้สติอยู่ที่อกของเขา

"แค่หลับไปน่ะโชคุได"

อิชิคิริมารุเข้ามาดูก่อนจะยิ้มบางๆที่ชายหนุ่มไม่เป็นอะไร

"เขาคงจะเหนื่อยมากแล้ว คะเซ็น มีห้องเหลือหรือไม่?"

"อืม ตามมาสิ"

โชคุไดคิริช้องตัวของซากุเรย์ขึ้นเบาๆก่อนจะเลิกคิ้วอย่างแปลกใจเพราะร่างในอ้อมแขนนั้นเบาและบอบบางเสียจนกลัวว่าจะแตกหักได้โดยง่าย
เขาค่อยๆเดินตามชายผมม่วงออกไปจนกระทั่งลับหลับทั้งสอง เหล่าศาสตราที่เหลือกลับยังคงนั่งอยู่ที่เดิม

"สรุปว่า นายท่านคือศาสตรา แต่ด้วยเหตุผลทั้งมวลทำให้ต้องส่งนางไปเกิดใหม่เป็นมนุษย์ โดยมีข้อแลกเปลี่ยนเป็นดวงตาและร่างกายของท่านซากุเรย์ จิตใจของนายท่าน และลูกสาวของนายท่าน...สินะ"

โฮริคาวะพึมพัมข้อสรุปของตน

เรื่องราวชักจะซับซ้อนเสียจนพวกเขาเริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมา

"อย่างไรเสีย สาเหตุก็มาจากตัวข้านี่นะ..."

มิคาสึกิหลับตาลง แม้ว่าคนที่ทำจะไม่ใช่เขาแต่ก็มีนามเดียวกันเลยทำให้พาลรู้สึกผิดและเกลียดตัวเองไม่น้อย

ในความรู้สึกเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกับซานิวะสาวก็รู้สึกถูกชะตาราวกับได้พบพี่น้องอีกคน คงเป็นเพราะเหตุนี้เองสินะ

เพราะทั้งสองเป็นศาสตราฝาแฝดที่ถอดแบบกันมาโดยพี่น้องซันโจสินะ...

"ไม่ใช่ความผิดเจ้าหรอกมิคาสึกิ เอาเป็นว่าตอนนี้เราก็ต้องรอต่อไปจนกว่าท่านซากุเรย์จะฟื้นล่ะนะ"

ฮาจิสึกะปลอบใจจันทร์เสี้ยวก่อนจะพูดกับดาบทั้งหลายที่นั่งจมความเงียบอยู่

"ตอนนี้มีอะไรทำก็ทำรอไปก่อน นายหญิงน่ะ ไม่เป็นไรแน่นอน"

เมื่อได้รับคำยืนยันอีกครั้ง ทุกคนก็เริ่มทยอยออกไปทำหน้าที่ตามกำหนดการณ์เดิม แม้จะในสภาพที่ค่อนข้างเหม่อลอยแต่ก็ดีกว่าปล่อยให้นั่งฟุ้งซ่านอยู่เฉยๆล่ะนะ

ฮาจิสึกะถอนหายใจ วันนี้ช่างเป็นวันที่หนักหนาเสียจริง

"อย่าเป็นอะไรไปเลยนะ ท่านเรย์..."

========================================================

โอ้เย~(?) อธิบายทั้งตอน ตอนแรกกะจะทำเป็บบทย้อนอดีตแต่เอางี้แหละง่ายดี(?)//หลบดาบ

อาจดูงงๆแต่ก็พอถูไถ ไว้ค่อยรีไรท์แล้วกันเนาะ(ตัดบทได้โคตรน่าตบ=_=)

รักกกก รีดเดอร์ทุกคนนน~
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

101 ความคิดเห็น

  1. #72 blackkeys (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 21:13
    คุณพี่ชายยอมทำร้ายยอมโดนเกลียดเพื่อช่วยเหลือสินะ
    #72
    0
  2. #71 p_ice (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 15:24
    สงสานทุกคนอะ มิคาสึกิของฮงนี้ด้วยแบบต้องมารู้สึกผิดทั้งๆที่ไม่ได้ทำ สงสานอะ TT
    #71
    0
  3. #70 Blackcat (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 10:28
    พออ่านแล้วสงสารทั้งท่านพี่ หนูเรย์แล้วก็คุณปู่เลยค่ะTT อยากให้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งจังเลย

    ตอนหน้าจะรออ่านนะคะะะ
    #70
    0
  4. #69 mikazu (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 09:28
    พอเข้าใจนะคะว่าอยากช่วยคุณน้องสาว แต่ว่าเราคิดว่าลึกๆเรย์จังน่าจะปราถนาการมีชีวิตอยู่อย่างสงบกับลูกของเธอทั้งสอง(ลูกของมิคาสึกิและเด็กอีกคน(?)) หรือไม่ก็อยากแตกสลายไปเลย...
    ปล. เรามโนซะ...
    #69
    1
    • #69-1 Hikari Yuu(จากตอนที่ 13)
      3 มกราคม 2560 / 13:41
      ลูกมีคนเดียวค่ะ ประมาณว่าลูกที่ท้องกับมิคาสึกินั้นเป็นเพียงจิตวิญญาณ ไม่สามารถกำเนิดกายเนื้อได้ ดังนั้นพอถูกส่งไปเกิดใหม่พร้อมกับแม่ก็ยังคงอยู่ในครรถ์นั้นจนกระทั่งนาง...เอ่อ นั่นแหละ ทำกับเจ้าบ่าวนาง ก็ทำให้มีกายเนื้อขึ้นมา จิตวิญญาณเด็กคนนั้นเลยหลอมรวมกับร่างเนื้อจนเกิดเป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งศาสตรา ประมาณนั้น

      ปล. ไว้จะอธิบายเพิ่มเติมในตอนพิเศษค่ะ
      #69-1
  5. #68 จันทิรารัตน์ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 02:20
    สงสารซากุเรย์จังเลย ทั้งๆที่ทำเพื่อน้องสาวแท้ๆแต่โดนเกลียด เฮ้อออ
    มาต่ออีกนะ รออ่านต่อจ้า
    #68
    0
  6. #67 Palhdjnc (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 01:25
    งงไปหมดเบยยยอธิบ่ยเค้ใหม่ทีสิไรท์กำกวมหรือเราโง่ไป..อ่า....รุ้สึกว่าจะเป็นอย่างหลังเเหะๆ...มาไวๆน่อออ
    #67
    0