[Touken Ranbu] ข้ามมิติ : ชีวิตใหม่กับเหล่าหนุ่มดาบ

ตอนที่ 1 : บทนำ : หญิงสาวผู้ไร้ความรู้สึก (Re)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 753
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    10 มี.ค. 60

"เราเลิกกันเถอะ!"

"..."

ร้านเค้กสีหวานชื่อดังใจกลางกรุงโตเกียวถูกจับจองด้วยลูกค้าชายหญิงมากมายจนเต็มร้าน บรรยากาศอบอวลไปด้วยสีชมพูหวานที่เหล่าคู่รักพากันแผ่ออกมา...

หากแต่ตอนนี้บรรยากาศนั้นกลับทลายลงในพริบตาเมื่อมีชายคนหนึ่งผุดลุกขึ้นยืนจากโต๊ะกลางร้านแล้วเอ่ยวาจาเสียงดังราวกับต้องการประกาศให้โลกรู้ว่าเขากำลังตัดขาดความสัมพันธ์กับหญิงสาวคนหนึ่งอยู่...

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่มากกว่าคำว่ามารยาทจึงทำให้สายตาหลายคู่จ้องมองไปที่ชายคนนั้นแล้วมองเลยไปยังคู่สนทนาของเขา

หญิงสาวเอวบางในชุดที่สุดแสนจะจืดชืดอย่างเสื้อคอเต่าแขนยาวสีขาวล้วนเรียบๆที่ดูจะรัดรูปไปนิดจนเห็นสัดส่วนโค้งเว้าและความยิ่งใหญ่ทั้งสองข้างได้ชัดเจนกับกระโปรงจีบสีดำยาวถึงตาตุ่ม
เธอมีผมสั้นสีครามดำแต่ตรงปลายผมเป็นสีขาว ที่ปอยผมข้างซ้ายมัดด้วยเครื่องประดับแปลกๆสีแดงมีระย้าประดับดอกไม้คริสตัลสีชมพู
ผิวที่ซีดขาวราวกับกระดาษแทบจะกลมกลืนไปกับเสื้อสีขาวที่ใส่อยู่ประกอบกับปานที่เหมือนรอยเพ้นรูปดอกไม้สีชมพูสี่กลีบเรียงตั้งแต่ใต้ตาจนเกือบถึงคางข้างขวาทำให้เธอดูน่าสนใจอย่างประหลาด
หากแต่ดวงตากลับถูกปิดซ่อนด้วยเปลือกตาประดับแพขนตาสีขาวนั้นทำให้ไม่รู้ว่าเธอมีนัยน์ตาสีอะไร

ใบหน้าของเธอนิ่งงัน ไม่มีอารามตกใจหรือเสียใจจากการถูกฝ่ายชายบอกเลิกเลยสักนิด
เธอเพียงหลับตาอยู่นิ่งๆ ก่อนจะค่อยๆเงยขึ้นช้าๆเหมือนกับจะมองอีกฝ่ายทำให้รู้ว่าเธอไม่ได้หลับแต่กำลังฟังและ'มอง'ชายอดีตคนรักอยู่

"...เหตุผล"

นํ้าเสียงหวานเบาโหวงทำให้รู้สึกว่าร่างกายเป็นอัมพาตชั่วขณะ มันแผ่วเบา ไพเราะและน่าลุ่มหลงจนต้องพยายามเพ่งสมาธิพร้อมกับเอียงคอน้อยๆเพื่อที่จะฟังมันให้ถนัดขึ้น

จู่ๆชายหนุ่มก็รู้สึกผิดขึ้นมาเสียดื้อๆ แต่ก็กดความรู้สึกนั้นลงไปและตวาดหญิงตรงหน้าเป็นชุด

"นี่ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ!? เธอน่ะ ทั้งเฉยชาและก็ตายด้าน ต่อให้สวยหรือรวยแค่ไหนก็ไม่มีใครทนได้หรอก!! นี่เธอเป็นมนุษย์หรือหุ่นยนต์กันแน่!!!? ไม่สบอารมณ์เลยวุ้ย!!!!"

ฝ่ายชายระบายความในใจออกมาเสียงดังจนทุกคนในร้านนั้นได้ยินและพากันซุบซิบเบาๆ

หญิงสาวนิ่งไปก่อนที่ตาซ้ายจะค่อยๆเปิดขึ้นเพียงส่วนนึง

นัยน์ตาสีนํ้าเงินแซฟไฟร์เข้มราวกับห้วงมหาสมุทรไร้ประกายใดๆ ประดับด้วยจันทร์เสี้ยวสองสีที่ซ้อนกัน...สีเหลืองอำพันและสีแดงโลหิต...

ชายหนุ่มชะงักไป นี่เป็นครั้งแรกที่เธอลืมตามองเขา... เขารู้สึกว่าขาของตนกำลังสั่นขึ้นมาเสียดื้อๆแต่ด้วยศักดิ์ศรีเขาจึงนั่งลงไม่ได้ เพราะหากเขานั่งลงก็จะกลายเป็นว่าเขายอมให้ผู้หญิงตรงหน้า

ยอมให้ผู้หญิงที่เขาตามตื้อจนได้มาครอบครอง ก่อนจะบอกเลิกหลังจากคบหากันแค่เพียง1อาทิตย์...

หญิงสาวมองเขานิ่งๆก่อนจะเอ่ยประโยคหนึ่งแล้วลุกขึ้นช้าๆ

"...คิดว่าฉัน อยากเป็น'แบบนี้'รึไง"

ร่างบางทรงโตค่อยๆก้าวเดินออกไปโดยไม่หันมามองชายคนนั้นอีก เพราะเธอถือว่าความสัมพันธ์ของเขาและเธอจบกันไปแล้ว

"...น่าเบื่อ"

หญิงสาวพึมพัมเสียงเบาแทบจะหายไปกับอากาศแล้วเดินหลบเข้าร่มเงาของสิ่งก่อสร้างและลัดเลาะไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งออกจากบริเวณนั้นได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็นเธอเลยนับแต่ก้าวออกจากร้านเค้กแม้แต่คนเดียว...





นี่เป็นการบอกเลิกครั้งที่20พอดีในรอบปีนี้...
ฉันไม่เข้าใจสิ่งทีชีวิตที่ถูกเรียกว่า'ผู้ชาย'เลยสักนิด
ก็แค่แข็งแรงกว่า...มันจะมีอะไรมากกว่านั้นกัน....

ถ้าไม่จริงใจละก็จะมาตามตื้อทำไมกัน? แค่อยากเอาชนะงั้นหรอ?? แค่ไม่ได้มาง่ายๆเลยรู้สึกท้าทายงั้นหรอ???

หึ! ใครที่เคยบอกว่า 'ผู้หญิงที่ได้ยากคือผู้หญิงที่มีค่า' น่ะโกหกทั้งเพ แค่เพราะได้ยากมันเลยดูสนุกท้าทายให้อยากครอบครองเท่านั้น สุดท้ายแล้วพอได้สมใจก็ทิ้งขว้างไม่ใยดีเพราะเจอ 'ของใหม่' ก็เท่านั้น

นี่ฉันมัวพรํ่าอะไรอยู่เนี่ย?

หญิงสาวหยุดฝีเท้าที่เบายิ่งกว่าเสียงแมวเดินลงที่บนกำแพงแคบกลางตรอกแห่งหนี่ง...
เส้นทางที่เธอใช้เป็น'ทางแมวเดิน' ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยหากใครๆจะเห็นเธอหายไปหลังจากเลี้ยวเข้าตรอกซอยสักแห่ง

นิสัยและพฤติกรรมที่แปลกประหลาดนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งในสาเหตุของการ'เลิกรา'ของเธอกับฝ่ายชาย ซึ่งทุกครั้งฝ่ายชายจะเป็นคนเข้าหาและถอยออกไปเองโดยที่เธอไม่ต้องทำอะไรสักนิด...

แต่เหนือสิ่งอื่นใด สาเหตุหลักก็คือตัวฉันเอง...

ที่ไม่เคยแยแสหรือใส่ใจในสิ่งใดไปมากกว่ากองหนังสือในห้องสมุดกับหน้าจอคอมพิวเตอร์

เธอเป็นบรรณารักษ์พ่วงตำแหน่งนักเขียนชื่อดังข้ามประเทศที่ไม่เคยมีใครเห็นหน้าค่าตาเลยแม้แต่เงา...

ทุกๆสิ่งทั้งชีวิตที่ปลีกวิเวกเพราะต้องการสถานที่สงบๆเพื่อสร้างผลงานเล่มใหม่ๆ...
การเลี้ยงดูจากจากบุคคลหลากหลายที่เรียกตัวเองว่า'ผู้อาวุโส'ที่ในหัวมีแค่ประเพณีและความเชื่องมงายเก่าแก่ทำให้เด็กคนหนึ่งต้องละทิ้งเส้นทางของตัวเองสู่ทางทีถูกขีดไว้...
สังคมในวงการนักเขียนที่มีการแข่งขันเงียบๆดั่งคลื่นใต้นํ้าที่เชี่ยวกราดขึ้นทุกวันๆไม่แพ้วงการธุรกิจอื่นๆ ต้องใส่หน้ากากเสแสร้งเป็นเงียบขรึมข่มพวกที่คิดจะเข้าหาเพื่อใช้ประโยชน์...

และเพราะ'เขา'....

คำพูดสวยหรูในวันวานยังติดตรึงในใจ แท้จริงเป็นเพียงคำล่อลวงของปีศาจร้ายที่ชักใยทุกสิ่งอย่างอยู่เบื้องหลัง

หลอกให้ตายใจ มอบความหวังและความ'รัก'ให้...

แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้คือการ 'ทรยศ' ...

และก็เพราะ 'เขา' ที่ทำให้เธอสูญเสีย 'ความรู้สึก' ไป

ร่างบางค่อยๆเดินลงจากกำแพงแคบโดยอาศัยกล่องลังกล่องไม้แถวนั้นเป็นบันได
หญิงสาวยังคงหลับตาอยู่ตลอดเวลา เธอเงยหน้าขึ้นราวกับกำลังมองทางก่อนจะเดินออกไป

"มาสเตอร์!! หายไปไหนมาคะ!!!"

ทันทีที่ก้าวออกจากตรอกแคบที่มีทางแค่1คนเดิน เสียงหวานใสก็ดังขึ้นทันทีจากด้านขวาตามด้วยร่างเล็กของเด็กสาวที่ดูอายุไม่เกิน15ปีในชุดเมดขาวดำวิ่งพรวดเข้ามากอดเอวของหญิงสาวที่สูงกว่าจนใบหน้าซุกอยู่ที่ความนุ่มนิ่มทั้งสอง

"...มิกิ"

"มาสเตอร์คะ!! มิกิบอกหลายครั้งแล้วนะว่าอย่าหายไปแบบนี้อีกน่ะ!!!"

"ขอโทษ..."

"อึก!! ม มิกิไม่ใจอ่อนหรอกนะ!!!"

เมดร่างเล็กจากที่กอดเอวนายสาวแนบแน่นก็ผละออกอย่างเร็วเพื่อป้องกันตัวจาก'ดาเมจ'ของมาสเตอร์ผู้ไร้อารมณ์

"ไม่โกรธนะ...มิกิ"

หญิงสาวผู้ถูกเรียกว่ามาสเตอร์เดินเข้าใกล้ร่างที่สูงแค่อกของตนก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัวของอีกฝ่ายที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีนํ้าตาลอ่อนออกส้มอย่างเบามือ

และนั่นทำให้เมดน้อยนามมิกิลืมเลือนความโกรธที่นายของตนแอบหนีไปโดยไม่บอกทันที

"งืม~ ช่างเถอะมาสเตอร์ มิกิไม่โกรธ~~"

"เด็กดี..."

แม้นํ้าเสียงจะเรียบนิ่งเป็นโทนเดียวเหมือนหุ่นยนต์ แต่เมดตัวน้อยที่อยู่รับใช้หญิงสาวมานานย่อมรู้อยู่ว่านี่เป็นความอ่อนโยนของหญิงสาวคนนี้

"จริงสิมาสเตอร์ ทางสำนักพิมพ์เขาส่งนี่มาให้น่ะค่ะ"

มิกิเอาซองจดหมายสีขาวเรียบๆออกมา(จากไหนไม่รู้?)แล้วยื่นให้เธอ

หญิงสาวหรี่ตาขึ้นเล็กน้อยแล้วหลับลงไปเหมือนเดิมแล้วเดินเข้า'บ้าน'ไปโดยมีเมดตัวน้อยตามหลังเงียบๆ
เธอแยกตัวออกมาจากเมดน้อยแล้วตรงเข้าห้องเขียนหนังสือทันทีและล็อคประตูก่อนจะเดินไปที่โต๊ะเพียงตัวเดียวที่ตั้งอยู่กลางห้อง

เรียวนิ้วขาวค่อยๆบรรจงฉีกซองจดหมายปิดผนึกแล้วหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่พับอย่างเรียบร้อยด้านในออกมา
แม้จะหลับตาอยู่แต่เธอก็น'เห็น'ทุกตัวอักษรในกระดาษแผ่นนั้น

ข้อความแสนสุภาพที่ยาวเหยียดจนเต็มหน้ากระดาษเอสี่สรุปได้แค่ว่า

'เขียนนิยายแนวใหม่มาซะ และส่งภายในสิ้นปีหน้า'

อืม...

หญิงสาวขยำกระดาษแผ่นนั้นแล้วโยนลงถังขยะก่อนจะเบือนหน้าไปทางชั้นหนังสือที่บรรจุผลงานของเธอหลายร้อยเล่ม
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแนวปริศนาฆาตกรรม รักดราม่าไม่สมหวังที่นางเอกไม่ก็พระเอกหรือทั้งคู่จะตายตอนจบ ไม่ก็จุดจบแสนโหดร้าย...

ง่ายๆก็แนว Dark Love ผสม Puzzle แล้วจบด้วย Bad end นั่นแหละ...

จะให้เขียนแนวอื่นภายในเวลาปีกว่าน่ะหรอ?

หญิงสาวหน้านิ่งคว้ากระเป๋าเป้แบบสะพายข้างสีดำที่ใส่อุปกรณ์วาดเขียนและของจิปาถะมาก่อนจะออกจากห้องไป

"มาสเตอร์จะไปไหนคะ??"

มิกิที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากห้องถามขึ้นเมื่อนายสาวเปิดประตูออกมาและเดินไปทางประตูบ้าน

"...หาข้อมูล"

"อีกแล้วหรอคะ ให้ตามไปไหมคะ??"

"ไม่...เดี๋ยวกลับ"

"งั้น เดินทางปลอดภัยนะคะ"

หญิงสาวพยักหน้าเงียบๆแล้วเดินออกไปในทางเดิมที่เข้ามาก่อนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย...



[พิพิธภัณฑ์ดาบญี่ปุ่น]

ไม่รู้ด้วยเหตุใดเธอถึงได้อยากมาสถานที่แห่งนี้ ที่ที่เก็บรวบรวมประวัติศาสตร์มากมายเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา...

บางทีเธออาจจะเขียนเรื่องราวของพวกเขาออกมาก็ได้นะ...

ร่างบางแสนจืดจางเดินเอื่อยๆเข้าไปด้านในพิพิธภัณฑ์
ไล่ดูและจดบันทึกข้อมูลของดาบแต่ละเล่มพร้อมวาดรูปประกอบไปเรื่อยๆจนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ดาบเล่มหนึ่ง

'หนึ่งในห้าดาบงามในใต้หล้า มิคาสึกิ มุเนะจิกะ'

เปลือกตาบางปรือขึ้น เสี้ยวจันทร์สองสีบนแซฟไฟร์สีเข้มหรี่มองดาบเล่มยาวที่มีประกายแสงจากแสงไฟที่ส่องกระทบ ดูงดงามจับตาจนอดไม่ได้ที่จะเข้าใกล้อีกนิดเพื่อดูรายละเอียดของดาบ

ครืนนน

เสียงร้องครางจากฟากฟ้าดังขึ้นแผ่วเบาจากด้านนอกอาคาร แต่มันก็ไม่ทำให้เธอละสายตาจากใบดาบสีเงินที่ดูคมกริบนั้นได้เลย

ครืนนนน!!

เสียงดังเป็นระรอกที่สองและเพิ่มความดังขึ้นอีกนิดราวกับกำลังเตือนภัยอะไรบางอย่าง
ในตอนนั้นที่เรียวนิ้วขาวซีดค่อยๆยื่นไปสัมผัสกระจกใสที่กักขังจันทร์เสี้ยวผู้งดงามไว้อย่างลืมตัว...

ครืนนน!!!!

เปรี้ยงงงง!!!!!!

ตู้มมมมม!!!!!!

ทันทีที่ปลายนิ้วแตะบนแผ่นกระจกใส อัสนีบาตก็ฟาดทะลุหลังคาของพิพิธภัณฑ์ลงมาจนเป็นรูโหว่...

ตรงที่จัดแสดงดาบ'มิคาสึกิ มุเนะจิกะ'นั้นเอง

ร่างบางที่อยู่ใจกลางสายฟ้าสีเงินกระตุกสองสามทีก่อนจะนิ่งไปและถูกแสงนั้นกลบฝังจนไม่อาจมองเห็น

ผ่านไปราวสามนาทีสายฟ้าที่ผ่าลงมาก็หายไป....

พร้อมกับร่างสีขาวที่เคยยืนอยู่ตรงนั้น...




มีความภาพไม่ต่อกัน ฟฟฟ (ไรท์ต้องแบ่งครึ่งเพราะถ้าเอาแบบเต็มมันลงไม่ได้ ขนาดไฟล์ใหญ่เกิน)

========================================================

รีไรท์ครั้งที่ 1 วันที่ 10/3/60
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

101 ความคิดเห็น

  1. #39 KazukiRei (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 09:24
    การบรรยายเนื้อเรื่องโดนใจมากอะ อยากเเต่งให้ได้อย่างนี้มั่ง ฮือๆ
    #39
    0
  2. #14 blacksong (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 16:07
    ภาพสวยมากเลยค่ะ
    #14
    0
  3. #1 kiripiaw (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 23:04
    พยายามต่อไปน่ะค่ะ รอตอนต่อไปอยู่น่ะ
    #1
    0