[Attack On Titan] ต่างโลก? เอาจริงดิ??

ตอนที่ 10 : ความแฟนตาซีมันไม่เข้าใครออกใคร...ฟิกเรื่องนี้ก็ด้วย [ลงรูปเรฟเฟนัท]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,447
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 136 ครั้ง
    19 ต.ค. 59

โย่~ ตอนนี้ฉันได้รับอนุญาตให้ลาพักร้อนมาเที่ยวนอกกำแพงล่ะ~

อ่อ จริงสิ ฉันขอเล่าเรื่องเมื่อตอนที่แล้วให้ฟังก่อนแล้วกัน(?)

ตอนนั้น หลังจากที่ฉันหลอมรวมกับมิเลอร์จนผมของฉันกลายเป็นสีทูโทน ที่โคนผมเป็นสีดำส่วนที่เหลือเป็นสีขาว
แถมเจ้ามิเลอร์นั่นยังแอบตัดผมของฉันจนมันเฉียงปิดตาขวาไป และสีตาก็กลายเป็นสีฟ้าใสซีดเหลือบม่วง...

ไม่ว่าดูมุมไหนต่อให้เป็นเด็กสามขวบก็ดูออกว่าฉันเป็นคนเดียวกับไททันหญิงเกราะขาว! (ตอนเทเลพอตกลับนางแอบแวะไปดูฟาร์ลันกับอิซาเบลเลยได้ยินพวกทีมสำรวจเรียกเธอว่าไททันหญิงเกราะขาว)

เมื่อก่อนก็พอหลบได้เพราะร่ามมนุษย์ฉันหน้าตาต่างกับร่างไททันโดยสิ้นเชิง...แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว

ฉันต้องหลบอยู่ในห้องไม่สามารถออกไปไหนได้อีกเลยด้วยความหวาดระแวง เพราะมันเสี่ยงที่จะเจอกับเอลวินเหมือนที่หลายๆครั้งตอนที่ฉันรับภารกิจ และเดินสวนกับหมอนั่นแทบระทุกครั้งที่ต้องออกล่าเป้าหมายตอนกลางวัน...

คงไม่ต้องบอกนะว่าถ้าเจ้าวิปริตนั่นเจอฉันในร่างมนุษย์ที่เหมือนกับไททันขาวอย่างกับแกะจะเกิดอะไรขึ้น...

ส่วนพวกแอสโมส พอเห็นฉันเทเลพอตกลับมาก็พุ่งมาล็อคตัวทันที เพราะพวกเขาจำฉันไม่ได้!!!!

ซาร์ทกับเบลเฟเข้ามาล็อคคอฉันแล้วกดลงนอนควํ่ากับพื้น มาม่อนกับแอสโมสยืนคุมเชิง และลูซิลฟ์มันเอามีดจ่อคอฉัน!!!!

พอจะอธิบายเจ้าบ้าลูซิลฟ์มันก็กดมีดลงมาจนเลือดซึม ส่วนซาร์ทกับเบลเฟก็ให้ความร่วมมือโดยการรัดคอและกดฉันแรงขึ้น

ถ้าฉันตายฉันจะกลับมาหักคอพวกแกทุกคน!!!!!!!!

ในตอนที่ฉันกำลังสาปแช่งเจ้าพวกนี้อย่างเมามันส์ ลิเวียกับเบลที่ไม่ได้เห็นหน้ามานานก็ปรากฏตัวขึ้น

หนุ่มน้อยเบลจ้องมองมาที่ฉันอย่างสงสัยและระแวง ส่วนเจ้าลิเวียมองมานิ่งๆก่อนที่นิ้วขาวซีดประดับเล็บสีดำจะชี้มาที่ฉันแล้วอ้าปากน้อยๆ...

'ยูริ...'

ลิเวียพูดแค่นั้นแล้วเดินกลับห้องไปทันที

มันรู้ได้ไงฟะ???
 ส่วนเจ้าคนที่กำลังกด(?)ฉันอยู่ก็ผละออกจากตัวฉันราวกับโดนของร้อน และลูซิลฟ์ที่ยืนเงิบไปสามวิ

เบลเฟที่ตั้งสติได้ก็รีบเข้ามาขอโทษขอโพยฉันยกใหญ่

ตรูไม่ให้อภัยโว้ย!!!!!!

แอสโมสและมาม่อนเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ

แอสโมสเป็นคนมาถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ผมกับตาถึงได้เป็นแบบนี้

ฉันเลยบอกว่าเกิดผิดพลาดทางเทคนิกนิดหน่อย

แอสโมสดูจะยังไม่เชื่อแต่ก็ไม่ซักไซร้อีก

แล้วฉันก็เลยถามคำถามคาใจที่ดองไว้ปีกว่า...

ทำไมพวกนายถึงดูไม่สงสัยในพลังของฉันเลย?

หมอนั่นยิ้มแล้วบอกกับฉันว่า

'เมื่อถึงเวลา เธอจะเข้าใจเอง'

แล้วหันไปจู๋จี๋กับมาม่อนต่อ(?) ฉันคิดมานานแล้วว่ามามอนกับแอสโมสมันต้องมีอะไรมากกว่าพี่น้องแน่ๆ....

หึ! อย่าหวังว่าจะรอดพ้นจากสาวฟุโจชิเข้าเส้นเลือดแบบฉันนะคะ!!! (ฟุโจชิ=สาววาย นางคลั่งวายเข้าเส้นเลือดแต่เก็บอาการได้ดีเยี่ยม(หน้าตายน่ะ))

ฉันเลยสลัดมันทิ้งไป เพราะยังไงเจ้าพวกนี้ก็ไม่คิดจะบอกกับฉันอยู่แล้วแน่นอน รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมที่แอสโมสพูดก็แล้วกัน...

จากนั้นฉันก็สลัดเบลเฟที่มาเกาะแข้งเกาะขาฉันให้พ้นทางแล้วเข้าห้องปิดประตูลงกรทันที

แล้วนั่งทำสมาธิที่เตียง เพราะเจ้ามิเลอร์ส่งเสียงเรียกถี่ๆจนฉันปวดหัว

พอเข้ามาโลกในจิตใจอีกครั้ง คราวนี้มันแปลกไป

จากมหาสมุทรสีดำโอบล้อมด้วยนภาสีขาวกับดวงจันทร์สีทมิฬกลับกลายเป็นหอสมุดที่มีชั้นหนังสือสูงหลาย100เมตรมากมายจนไม่อาจนับ ขนาดของที่นี่กว้างใหญ่จนไม่อาจกะเกณฑ์ได้ เพราะไกลออกไปยังมีมุมมืดที่สามารถเดินไปต่อได้อีกหลายทาง แถมยังมีบันไดขึ้นไปสูงจนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดอีก

ที่นี่ให้บรรยากาศแบบห้องสมุดจริงๆ เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างเป็นไม้ขัดเงา

สวยคลาสสิคแบบที่ฉันชอบ...

สักพักก็มีเสียงของมิเลอร์ดังก้องขึ้นมาในหัว เขาบอกว่าหนังสือพวกนี้คือความทรงจำของทั้ง5ชาติ นั่นหมายถึงความรู้ทั้งหมดของโลกทั้ง5ใบอยู่ที่นี่ รวมถึงโลกใบที่6...โลกที่มีไททันนี่ด้วย และฉันต้องอ่านพวกมันเพื่อศึกษาพลังและฝึกทักษะทุกอย่างให้หมด

ถึงฉันจะชอบอ่านหนังสือ แต่ถ้ามากมายขนาดนี้มันก็ไม่ไหวนะ...

มิเลอร์เลยบอกว่าให้ค่อยๆไล่อ่านไป ตอนนี้ฉันที่เป็นกึ่งไททันจึงมีชีวิตที่แทบจะอมตะ สามารถอยู่ได้อีกหลายร้อย อาจจะพันปี และสามารถเข้าออกหอสมุด6ภพนี้ได้ทุกเมื่อ เหมือนกับเข้าออกห้องสมุดปกติ...

ฉันแอบช็อคตรงคำว่า'อมตะ' แต่หมอนั่นบอกว่า'แทบจะ' ก็แปลว่าฉันยังตายได้ ก็เลยปลงแล้วเลิกคิด...

ฉันสามารถเข้ามา อ่านหนังสือ กลับไป และจะเข้ามาอีกเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ แต่เวลาที่โลกจริงยังคงดำเนินอยู่

ฉันเลยหมกตัวอยู่ที่โซนหนังสือของโลกแรก หรือก็คือโลกที่ฉันเป็นนักบวชไร้พลัง...

ฉันศึกษามันไปเรื่อยๆ งดรับงานสังหารไปอาทิตย์นึง

จนกระทั่งผ่านไป10วันฉันก็อ่านไปได้ไม่ถึง1ใน10

แต่ก็ได้ทักษะเวทย์มนตร์มาหลายพันบท...รู้สึกว่าความจำฉันดีขึ้นมากเลยแฮะ

ฉันเลยออกรับงานอีกครั้งและทดสอบเวทย์โดยการใช้ลมเป็นอาวุธลอบสังหาร ซึ่งมันก็ได้ผลดีเยี่ยม...

สายลมมีอยู่ทุกที่ทุกแห่ง แม้แต่ในร่างกายคนที่หายใจเข้าออกก็ถือเป็นกระแสลม ฉันแค่ใช้ลมนั่นเข้าไปตัดขั่วหัวใจออกก็เท่านั้น...

รวดเร็วและไม่ทิ้งร่องรอย หรือต่อให้ทิ้งไว้พวกนั้นก็หาที่มาไม้ได้อยู่ดี

ในโลกนี้ถึงจะมีความเชื่อเรื่องเวทย์มนตร์แต่ก็พิสูจน์ไม่ได้เช่นกัน

และผ่านไปอีก3วันฉันพึ่งนึกขึ้นได้ว่าเคยนัดกับเด็ก4พี่น้องนั่นไว้ เลยรีบเอาสมุดเล่มบางสี่เล่มมาเขียนลงไปอย่างรวดเร็งก่อนจะเอามาถือไว้แล้วออกจากบ้านไป...

แต่ก็ต้องชะงักเท้าแล้วจับหัวตัวเอง...

เออ กันเหนียวไว้ก่อนดีกว่า

ฉันเลยเอาผ้าคลุมมีฮู้ดสีขาวมาใส่แล้วเอาหมวกฮู้ดปิดหัวลงมาเกือบครึ่งหน้าให้พอเห็นทางแล้วออกไปทันที

ฉันมาที่สถานที่เดิมที่เจอเด็กพวกนั้น ตามคาด...สี่พี่น้องนั่นมารอฉันทุกวันจนฉันรู้สึกผิดนิดๆแล้วก็มอบสมุดสี่เล่มให้ไปคนละเล่ม

ในนั้นเป็นวิธีฝึกร่างกายและมีวิชาหมัดมวยแทรกไปนิดหน่อยด้วย

เด็กๆขอบคุณฉันแล้ววิ่งจากไป และก่อนไปยังมาบอกว่าจะทำให้ฉันยอมรับในความพยายามของพวกเขาให้ได้

หึ เป็นเด็กดีเสมอต้นเสมอปลายเลยแฮะ...

แต่ไม่คิดจะสงสัยการแต่งตัวฉันหน่อยหรอ? หรือสงสัยสีผมฉันก็ได้เพราะตอนที่คุยกันฉันเอาฮู้ดลงด้วย แต่เจ้าเด็กสี่คนไม่มีใครสนใจการเปลี่ยนแปลงนี้เลย ชิ....

หลังจากนั้นฉันก็กลับห้อง นั่งสมาธิเข้าไปในหอสมุด6ภพแล้วอ่านหนังสือพวกนั้น

กลายเป็นว่าฉันหมกมุ่นจนเผลอหลับซํ้าซ้อนในหอสมุดความทรงจำและในโลกจริงไป3วันเต็มๆ

พอตื่นมาสภาพฉันคือกำลังถูกพวกแอสโมสแบก(?)ลงโลงพอดี....

จ้ะ.....

ขอบใจที่เป็นธุระจัดศพฉันให้!!! (ประชด)

ฉันเลยแบน7พี่น้องไปอีกหลายวัน รวมทั้งเบลและลิเวียด้วย

ฉันเห็นนะว่าแกสองคนก็มาร่วมส่งศพฉันด้วย และถึงเบลจะเป็นเด็กฉันก็ไม่ให้อภัย!!!

แอสโมสเลยตกลงกับมาม่อนให้ฉันได้พักร้อนอีก2เดือนเป็นการขอโทษ

ตกลงสิ รออะไรล่ะ!?

เท่านั้นแหละ ฉันเลยเก็บของและมาบอกคู่พ่อแม่(แอสโมสกับมาม่อน)ว่าจะไปวันนั้นเลยและเทเลพอตออกมาทันที...






[กลับมาปัจจุบัน]

ฉันกระชับกระเป๋าสะพายใบไม่เล็กไม่ใหญ่ ก้มมองทิวทัศแปลกตาจากบนอากาศที่สูงหลายพันเมตร

เท่าที่ฉันอ่านแผนที่ของโลกนี้ตอนอยู่ในหอสมุด6ภพ โลกนี้มันเหมือนกับโลกเก่าของฉันราวกับแกะ ต่างแค่โลกนี้มีไททันน่ะนะ

ฉันเลยจินตนาการพื้นที่ที่น่าจะเป็นประเทศอิตาลีหรือประเทศอื่นๆดู

ตอนนี้เลยเกิดหลงระหว่างการเทเลพอตจนมาโผล่เหนือน่านฟ้าส่วนไหนของโลกก็ไม่รู้

"เฮ้อ เอาไงดีล่ะที่นี้...หือ??"

ฉันที่กำลังเซ็งจิตกับการหลงได้โล่ของตัวเองเหลือบไปเห็นพื้นที่หนึ่งที่น่าจะเป็นเมืองเล็กๆอยู่ไกลออกไป

ไปสำรวจดีกว่า~

ฉันยิ้มอย่างนึกสนุกแล้วเทเลพอตไปยืนอยู่หน้าทางเข้าเมือง

อ่อ ขอบอกเรื่องการเทเลพอตหน่อย ฉันสามารถเทเลพอตไปได้ทุกที่โดยไม่เกี่ยงระยะทาง ขอแค่จินตนาการได้หรือมองเห็นไกลๆก็สามารถเทเลพอตมาได้...

"อืมมม...เมือง ร ..รู..อะไรวะ รู อ อง?"

"เมืองรูออง??"

ฉันเพ่งสายตาอ่านชื่อเมืองที่เขียนอยู่เหนือประตูทางเข้า มันซีดจางและมีตัวอักษรเลือนๆไปด้วย แต่น่าจะชื่อเมือง'รูออง'ล่ะมั้ง

"ชื่อแปลกดี~"

ฉันค่อยๆเดินเข้าไป ไม่ใช้การเทเลพอต

เมืองนี้เหมือนหลุดมาจากนิยาย บ้านทุกหลังสร้างด้วยอิฐ ไม้หรือหิน เรียงรายสองข้างทาง ตรงกลางเป็นถนนดินกว้างพอจะให้รถขับสวนกันได้ แต่ในโลกนี้คงต้องเรียกรถม้าล่ะมั้ง

บ้านเรือนทุกหลังผุพังทรุดโทรม เมืองนี้เป็นเมืองร้างของแท้...

ฉันเดินไปเรื่อยๆ จนมาถึงส่วนที่น่าจะเป็นตลาด บริเวณนี้เป็นทางลาดเอียงเลยมีการสร้างให้เป็นทางขั้นบันไดลดหลั่นลงไปดูสวยงามแปลกตา....

ถ้าเป็นในสมัยที่เมืองนี้เจริญรุ่งเรืองดีคงเป็นสถานที่ที่น่าเที่ยวไม่น้อย...

เด็กสาวหรี่ตาลงอย่างเสียดายก่อนจะเทเลพอตขึ้นไปบนหลังคาบ้านหลังหนึ่ง

"หือ?"

เธอส่งเสียงครางอย่างแปลกใจเมื่อหันไปเห็นยอดแหลมๆของสิ่งก่อสร้างอยู่ห่างไปทางป่าหลังเมืองนี้

ยูริเทเลพอตออกไปจนมาหยุดอยู่หน้าโบสถ์หลังใหญ่สีขาวที่เริ่มคลํ้าเป็นคราบจากการกัดเซาะของนํ้าฝน

เธอเดินไปชิดรั้วเหล็กยอดแหลมขึ้นสนิมแล้วลองแตะมันเบาๆ

เอี๊ยดดด!!!!! เคร้ง!!!!!

ประตูรั้วล้มลงทันทีและหึกกระจายเป็นท่อน....

นี่อยู่มานานแค่ไหนแล้วเนี่ย???

เด็กสาวกระชับเป้สะพายข้างไว้แนบกายแล้วเดินเอื่อยๆเข้าไป
ผ่านสวนเล็กๆหน้าโบสถ์ที่เละไม่เหลือความงามจนไปถึงประตูโบสถ์....

เธอลังเลนิดหน่อยแล้วหันกลับไปมองรั้วเหล็กที่นอนแอ้งแม้งบนพื้นไม่มีชิ้นดี

"ช่างแม่งแล้วกัน!"

มือขาวซีดจับที่ด้ามของที่เปิดประตูแล้วออกแรงดึง...

"อาเร๊ะ? ล็อค??"

เธอดึงอีกสองสามทีจนบานประตูส่งเสียงกึกๆจะพังแหล่มิพังแหล่ตามแรงเขย่า

"ชิ!!!"

ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ เด็กสาวผมขาวจับชายกระโปรงยาวขึ้นแล้วยกขาถีบบานประตูจนมันเปิดเข้าไปจนสุดบาน....

เด็กสาวยืนค้างไปสามวิก่อนจะค่อยๆเดินแบบเสียมาดเข้าไป...


ใครจะไปรู้ว่ามันต้องผลักไม่ใช่ดึงล่ะฟะ!!!!!

ยูริกัดฟันอย่างเสียหน้า ถึงที่นี่จะไม่มีใครแต่ฉันก็มียางอายนะลืมรึยัง!!!!?

เด็กสาวสะบัดหน้าเลิกครํ่าครวญแล้วหันมาสนใจโบสถ์หลังนี้แทน

โบสถ์หลังนี้กว้างมากๆ คงจะรองรับคนได้ราวๆ200คน เก้าอี้ยาวกระจัดกระจายไม่เป็นทาง และบางตัวก็พังไม่มีชิ้นดี

หลังคาก็หายไปบางส่วน...

เธอเดินเข้าไปเรื่อยๆผ่านซากเก้าอี้ สายตาก็มองสำรวจไปรอบๆ

กึก...

ส้นรองเท้าบูทสูงหยุดลงหน้ารูปปั้นพระแม่มาเรียที่ผุกร่อนไปตามกาลเวลา

เธอยกมือขวาจรดที่กลางหน้าผากเลื่อนลงมาที่อกและไล่ไปที่บ่าซ้ายขสาก่อนจะประกบมือสักพักแล้วเอามือลงพร้อมกับลืมตาขึ้นเงยหน้ามองรูปปั้นตรงหน้าอีกครั้ง

"....?"

นัยน์ตาสีฟ้าซีดเหลือบม่วงจ้องมองผ่านไปด้านหลังเยื้องไปทางขวาของรูปปั้นแล้วขมวดคิ้ว...

ร่างบางเดินแบบไร้เสียงไปเรื่อยๆจนมาหยุดอยู่หน้าหน้าต่างบานหนึ่ง...

ยูริเบิกตากว้างมองร่างแบบบางที่นั่งหลับอยู่ใต้หน้าต่างอย่างตกใจ

"ยังมีมนุษย์อยู่ที่นี่อีกหรอเนี่ย..."

เธอพึมพับเสียงเบาแล้วกอดอกเอามือข้างนึงกำหลวมๆไว้ใต้คางแบบที่ชอบทำประจำเวลาใช้ความคิด

พรึบ!!!!!!

"อ๊ะ!!!?"

ด้วยความประมาท เธอเลยไม่ทันระวังตัวจนถูกร่างที่นั่งหลับราวกับคนตายเมื่อครู่โถมเข้าใส่ทั้งตัว

ยูริคว้าข้อมือข้างหนึ่งของอีกฝ่ายไว้แล้วกระชากบิดตัวของอีกคนให้หันไปด้านหลังแล้วกดให้นอนควํ่าลงกับพื้นทันที!

"ป ปล่อยข้านะ!!!!"

ยูริขมวดคิ้ว นัยน์ตาสีซีดมองหัวที่มีผมสีนํ้าตาลเข้มเหมือนช็อคโกแล็ตกำลังสะบัดไปมา

"ฉันปล่อยแน่ แต่ช่วยสงบลงหน่อยได้ไหม?"

อีกฝ่ายนิ่งไปแล้วพยักหน้าเธอจึงปล่อยเขาแล้วค่อยลุกขึ้นมา

อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่งแล้วหันมามองเธออย่างหวาดระแวง

"ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ทำอะไรหรอกน่า"

"แล้วที่หักแขนข้าล่ะ!!!"

"หักบ้านแกสิ! อีกอย่างนายพุ่งมาก่อนไม่ใช่รึไง!!?"

เจ้าของผมสีนํ้าตาลช็อคโกแลตสะดุ้งก่อนจะหน้าแดงเพราะตัวเองผิดเต็มๆ

"เจ็บมากไหม? ไหนมาดูซิ"

ยูริย่อตัวลงจับแขนขวาของอีกฝ่านขึ้นมา อีกมือก็คลําๆแถวหัวไหล่

"อืม แค่เคล็ดน่า สบายใจได้"

เด็กสาวยิ้มบางๆ ก่อนจะมองสำรวจคนตรงหน้า

ใบหน้าเรียวเล็กขาวซีดไม่ต่างจากเธอ นัยน์ตาสีแดงสดที่เป็นขีดเหมือนรูปไม้กางเขนสีดำตรงกลาง ตาซ้ายถูกปิดด้วยผ้าปิดตาหนังสีดำ
ผมสีนํ้าตาลเข้มเกือบดำยาวถึงสะโพก
รูปร่างเล็กบางราวกับผู้หญิง อายุน่าจะพอๆกับเธอ แต่จากที่ฟังการพูดถึงรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ชาย

"เอ่อ..."

"ทำไมนายถึงอยู่ที่นี่??"

เด็กหนุ่มหน้าสวยที่กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรสักอย่างหลังจากโดนจ้องตาในระยะประชิด ถูกเธอขัดขึ้น

เขานิ่งไปจนยูริถอนหายใจเฮือกนึงและเขาก็สะดุ้งมองเธอตื่นๆ

เอิ่ม ตกใจง่ายไปนะ...

"โอเค งั้นนายชื่ออะไร ฉันยูริ"

เด็กสาวลุกขึ้นยื่นมือไปให้เด็กหนุ่มที่นั่งเงยหน้ามองเธอสลัยกับมือเล็กขาวซีด

"ร เรฟเฟนัท...การ์กอล์ย"

เขาตอบแล้วค่อยๆยื่นมือมา ยูริเห็นแบบนั้นก็ยื่นมือำปคว้าไว้ซะเองแล้วดึงตัวอีกฝ่ายขึ้นยื่น....

และได้รู้ว่าเรฟเฟนัทสูงกว่าเธอ...ราวๆ170เซน....

เรฟเฟนัทสะดุ้งเฮือกเมื่ออยู่ๆเด็กสาวผมขาวก็บีบมือเขาแน่นพร้อมแผ่กลิ่นอายชวนขนลุกออกมา...

"อ่า ชื่อยาวจังแฮะ ขอเรียกว่าเรฟได้ไหม~?"

ยูริยิ้มหวานและเพิ่มแรงบีบขึ้นจนเรฟพยักหน้ารัวๆจนเกรงว่าคอจะหักตาย...

เด็กสาวเหมือนเพิ่งรู้ว่ากำลังทำให้อีกฝ่ายกลัวเลยเก็บจิตสังหารไปและปล่อยมือเขา

"นี่เรฟ ที่นี่มีนายคนเดียวหรอ"

ยูริถามร่างสูงในชุดเสื้อโค้ดมีฮู้ดตัวยาวสีเทา...

ไม่มีรองเท้า??

"คนอื่น...ตายน่ะ"

เรฟตอบเสียงแผ่วเมื่อนึกถึงอดีตที่ไม่อยากจำนัก

ยูริเงยหน้ามองแล้วนิ่งไปสักพักก่อนจะพยักหน้าแล้วเกิดกระเป๋าเป้ควานหาอะไรบางอย่าง

"เอ้า นายน่าจะใส่ได้นะ"

เธอยื่นบูทครึ่งแข้งสีดำคู่หนึ่งที่เธอพกสำรองไว้ออกมาให้เรฟเฟนัท

ชายหนุ่มหน้าตื่นนิดๆมองเธอสลับกับรองเท้าในมือเธอ

"แต่ ไม่ได้!....ข้าไม่ควรได้รั---เดี๋ยว!!!!"

"เฉยๆน่า~"

เรฟหน้าตื่นกว่าเดิมเมื่อร่างบางที่สูงแค่อกของเขาผลักเขานั่งบนเก้าอี้ที่อยู่ด้านหลังแล้วจัดการจับขาของเขาใส่ในรองเท้าบูทจนสำเร็จทั้งสองข้าง

"โอ้~ พอดีเลยเนาะ~~"

ยูริยิ้มถูกใจในขณะที่เรฟแทบจะช็อคสลบ...

ผู้หญิงที่ไหนเขาจับผู้ชายใส่รองเท้าฟะ แล้วแรงมหาศาลที่มองไม่เห็นที่กดดันจนเขาแทบขยับตัวไม่ได้นั่นมันอะไร!!?

เรฟเรียกวิญญาณกลับร่างแล้วมอง'มนุษย์คนแรก'ที่เขาเจอนับจากวันที่เมืองนี้ล่มสลาย....

"การ์กอล์ย..."

"ห๊ะ??"

"ข้าเป็นปีศาจการ์กอล์ยที่คอยพิทักษ์เมืองนี้..."

เด็กสาวนิ่งไป นัยน์ตาสีซีดจ้องลงไปในนัยน์ตาสีแดงสดสลักรูปไม้กางเขนที่มีเพียงข้างเดียวนิ่งๆ

เธอหลับตาแล้วเดินไปนั่งข้างๆเขาเป็นสัญญาณว่าให้เล่าต่อ...

เรฟเฟนัทเหล่มองคนข้างตัวแล้วหลบสายตาไปเมื่อเธอหันมาแล้วเล่าต่อ...

"เดิมที ข้าเป็นปีศาจที่สร้างความเดือดร้อนไปเรื่อย..."

เรฟเฟนัทย้อนไปถึงตอนที่เขายังเป็นปีศาจวัยหนุ่มที่คึกคะนอง เขามาที่เมืองรูอองแห่งนี้แล้วออกอาละวาดทันที

เขาข่มขู่ชาวบ้านให้มอบหญิงพรหมจรรย์ไปเป็นข้ารับใช้ของเขา หากไม่ทำตามเขาจะลบเมืองนี้ทิ้งไปจากแผนที่โลก

ชาวเมืองต่างจำใจ มอบหญิงสาวพรหมจรรย์ให้เขาทุกๆเดือน...

เวลาผ่านไป นักบวชท่านหนึ่งได้เดินทางมาถึงเมืองแห่งนี้และอาสาปราบปีศาจร้ายตนนั้นซึ่งก็คือตัวเขา

เขาและนักบวชผู้นั้นต่อสู้กันอย่างสูสี...แต่เขาพลาดจนโดนจับได้

ชาวเมืองต่างโกรธแค้นจึงจับเขาเผาทั้งเป็น แต่เขาไม่ตาย....

หากแต่ความแค้นของชาวเมืองที่สุมในไฟดลายเป็นคำสาปฝังลงในปีกของเขาจนกลายเป็นหิน ไม่สามารถบินไปไหนได้อีก...

นักบวชท่านนั้นเห็นว่าเขาไม่มีวันต่ยจึงได้ให้เขาเป็นผู้พิทักษ์เมืองนี้เป็นการชดใช้...

ในยามที่อาทิตย์สาดแสง เขาจะเป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดาคนหนึ่ง...

หากแต่ยามราตรี เขาจะเป็นปีศาจเพื่อพิทักษ์เมืองนี้จากปีศาจตนอื่นที่มารุกราน...

เวลาผ่านไปเนิ่นนานหลายร้อย หลายพันปีจนไม่อาจระลึกได้อีก

เรื่องราวของเขาถูกลืมเลือน ปีศาจการ์กอล์ยเป็นแค่ตำนานในสมัยนั้น...

เวลาผ่านไป ผ่านไป...

ไททันได้ปรากฎที่เมืองนี้ มันกัดกินผู้คนไปมากมาย...

ตัวเขานั้นไม่สามารถทำอะไรได้เลย

ตอนกลางวันเขาก็แค่คนธรรมดา...

เขาได้แต่มองชาวเมืองถูกกินไป...และ

คนที่เขารัก ก็ถูกกิน...

ตัวเขาได้ทำการหลบซ่อนตัวจนรอดมาถึงตอนกลางคืน

พลังของเขาแข็งแกร่งที่สุดในตอนที่ดวงจันทร์ฉายแสง

เขากวาดล้างไททันทุกตัวในเมืองนี้และรอบๆเมืองไปจนสิ้น พลังของเขาก็ด้วย...

พอตอนเช้า เขาก็ตื่นมาอย่างโดดเดี่ยว...

เมืองนี้ล่มสลายแล้ว และเขา...ปีศาจมีอายุยืนยาวจนไม่อาจรู้ว่ามันจะสิ้นสุดเมื่อไหร่

เขาได้แต่รอวันที่หัวใจของเขาจะหยุดลง...

"..."

"แล้ว ฉันก็มาเจอนายสินะ"

ยูริพูดขึ้นเมื่อฟังเรื่องราวชีวิตสุดดราม่าของปีศาจการ์กอล์ยข้างกาย

"แล้ว การแก้คำสาปล่ะ สาปได้ก็ต้องแก้ได้สิ"

ยูริเอียงคอมองเรฟที่นั่งอยู่ไม่ห่าง

"ความรักและความเชื่อใจ..."

"เห~ ยากจังน้า~"

เด็กสาวยิ้มแสยะ(?)แล้วผุกลุกขึ้นเดินมายืนอยู่ตรงหน้าของปีศาจหนุ่ม

เรฟเงยหน้ามองมนุษย์ตัวเล็กที่ยืนยิ้มแปลกให้เขา...

ทำไมรู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ...

"งั้น สนใจมาท่องเที่ยวกับฉันไหม เรฟ~?"

"...ห๊ะ?"

"ฉันอยู่ในช่วงพักร้อนน่ะ~ จะเที่ยวคนเดียวก็น่าเบื่อ~~"

ยูริยิ้มแล้วพริ้วร่างออกมา เธอหมุนไปรอบๆช้าๆราวกับกำลังเต้นรำโดยไร้เสียงดนตรี...

"แต่ ข้า..."

"นายจะยึดติดอะไรอีก ที่นี่ไม่มีอะไรแล้วนะนอกจากซากผุๆนี่~"

เด็กสาวพริ้วกายกระโดดขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ไม้เก่าๆแล้วโดดกลับลงมาเมื่อมันทรุดตัวและพังลงในเวลาต่อมา

"ข้า..."

"เชื่อใจฉันสิ~"

เรฟสะดุ้งเบิกตากว้างแล้วเงยหน้ามองร่างบางที่หยุดอยู่ตรงหน้ากระจกหลากสีที่ยาวติดพื้นและสูงแทบจรดเพดาน

ยูริค่อยๆลืมตาขึ้นพร้อมๆกับหมู่เมฆาที่ถูกลมพัดไปจนแสงแดดส่องมาตรงกระจกหลากสีด้านหลังของเธอ...

"เชื่อใจฉันแล้วออกไปท่องโลกด้วยกันนะ"

เธอยิ้มบางและยื่นมือไปที่การ์กอล์ยหนุ่มที่กำลังมองเธอด้วยอารมณ์หลากหลายที่ตีกันมั่วในหัว

"อย่ายึดติดกับสิ่งที่ไม่สามารถเรียกคืน เรฟ...แต่จงก้าวไปข้างหน้าและสร้างทางใหม่ที่นายจะไม่มีวันเสียใจกับสิ่งที่เลือกทำ"

สายลมเบาบางพัดผ่านลงมาจากหลังหลังคาที่พังไปจนไม่มีสิ่งคํ้าหัว

เส้นผมสีขาวโพลนพริ้วไปตามลมเบาๆ..ราวกับเวลาหยุดนิ่ง

เรฟจ้องมองเด็กสาวตรงหน้าที่ยังยืนค้างในท่ายื่นมือมาทางเขา...

เขาจะเชื่อได้หรือ?

...ได้สิ

เขาสามารถละทิ้งหน้าที่ที่ไม่สามารถทำต่อนี้ได้หรือ?

...ได้สิ

เขาจะเลือกทางของตัวเองได้หรือ?

...ได้สิ

เขา เลือกที่จะเชื่อเด็กผู้หญิงที่เจอกันครั้งแรก และก้าวต่อไปข้างหน้าเพื่อลบล้างความผิดในอดีตได้หรือ?

....

...

..

.










แน่นอน...

เรฟยิ้มแล้วลุกขึ้นเดินไปหาร่างบางที่ยังคงยื่นมือมาหาเขา

เขาเลือกแล้วที่จะติดตามเธอไป

เขาจะปกป้องเธอ ชดใช้กับความผิดที่ไม่สามารถปกป้องคนที่เขารักได้...

เขาจะไม่หนีเป็นครั้งที่สอง!!

"ข้าจะติดตามท่านไป และปกป้องท่านด้วยชีวิต...ข้าจะไม่หนีอีกเป็นครั้งที่สอง ข้าขอสาบาน..."

เรฟเฟนัทย่อกายลงคุกเข่าข้านึงและยื่นมือขวาไปรับมือขาวซีดไว้และจรดริมฝีปากลงไป

"เอิ่ม มันน่าขนลุกนะเรฟ..."

"........."
























"เฮ้อออ~ งั้น ไปไหนดีอ่ะเรฟ~?"

"แล้วแต่"

"นั่นคำตอบหรอ..."

หลังจากที่เด็กสาวได้ทำลายบรรยากาศซึ้งๆ(?)ที่เรฟเฟนัทที่กำลังอินกับค
คำพูดก่อนหน้านั้นของยูริที่ให้เขาเชื่อใจจนเขารู้สึกได้ถึงใบหน้าท่แตกเป็นเสี่ยงหาความหล่อ(?)ไม่เจอ เขาถึงกับหน้ามืดไปแถบแล้วลุกขึ้นเดินออกมาทันที
ลำบากเด็กสาวต้องมาง้อ(?)อยู่พักใหญ่จนกลับมาเป็นปกติได้

ตอนนี้ยูริและเรฟเฟนัทกำลังวางแผนว่าจะไปเที่ยว(?)ที่ไหนดี เพราะเวลาพักร้อนเธอมันตั้ง2เดือน...

"อืม ไปทะเลดีไหมยู?"

"ก็ดีนะ~"

ยู เป็นชื่อย่อของยูริอีกที เรฟบอกว้าแบบนี้เรียกง่ายกว่าเธอเลยปล่อยเลยตามเลย

"แล้ว ไปไงอ่ะ ถึงฉันจะเทเลพอตได้แต่ถ้าไม่รู้จุดปลายทางมันก็ไร้ประโยชน์"

ยูริกอดอกขมวดคิ้ว เธออยากไปทะเลอ่ะ...

พรึบ!!!!

ปีกสีดำทมิฬทะลุออกมาจากเสื้อโค้ดตัวยาวของเรฟ

ยูริมองมันอย่างอึ้งๆแล้วหันไปมองหน้าของชายหนุ่มที่มองมายิ้มๆ

"ไหนว่าคำสาป---"

"เธอแก้ให้ข้าแล้ว..."

ในวินาทีที่เขายอมติดตามเจ้าของเรือนผมสีขาวนี้มา เข้าก็เชื่อเธอไปหมดใจ และเธอเองก็เชื่อใจเขาด้วย ทำให้คำสาปถูกคลายในวินาทีนั้นเอง...

"มาสิ นายท่าน"

"นายท่านอะไรเล่า"

ยูริเอ็ดชายที่ราวกับเป็นเพื่อนและองครักษ์ไปในตัวก่อนจะเดินไปหา

"งั้นก็ต้องอุ้มไปล่ะนะ หวังว่าจะไม่ว่ากันนะ"

"อ่าฮะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงเซนต์ซิทีฟขนาดนั้น"

"เซนต์...อะไรนะ.??"

"ช่างเหอะน่า ไปกัน!!"

เรฟที่ยังคาใจในคำพูดของเธอ แต่ก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย

เขาอุ้มเธอในท่าอุ้มเจ้าหญิงแล้วบินขึ้นไป

"โว้ว~ ได้บินโดยไม่ต้องใช้พลังตัวเองนี่รู้สึกดีชะมัด~~"

"ข้ารู้สึกเหมือนถูกหลอกใช้?"

"เอาน่า ไปทะเลกัน!~~"

"คร้าบบ นายท่าน"

เรฟสัมผัสได้ถึงหายนะจางๆในอนาคต...
ดูท่าว่านายท่านของเขาจะขยันหาเรื่องใส่ตัวอยู่ไม่น้อย คงต้องหาวิธีรับมือล่วงหน้าไว้เยอะๆ(?)


=======================================================

รู้สึกว่าเรื่องนี้จะแฟนตาซีเกินไปแล้ว...

ไรท์เห็นเค้าลางว่าตัวเองกำลังสร้างจอมมาร(?)มากกว่านางเอกฟิกไททัน...

จัดเต็มทั้งความทรงจำ5โลก และปีศาจการ์กอล์ย...ต่อไปจะเป็นอะไรฟะ? ขึ้นไปไฝว้แย่งตำแหน่งกับพระเจ้า????//เริ่มเลอะเลือน(?)

โอเค กลับมาก่อน...//ดึงสติเข้าร่าง

อะแฮ่ม! เพิ่มภาระให้ตัวเองอีกสักหน่อยโดยการเพิ่มตัวละครมาในฮาเร็--แค่ก!!!

และเมื่อวานไม่ได้อัพก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีอ่านฟิกเพลินไปหน่อย รู้สึกตัวอีกทีก็ไก่ขัน(?)ซะแล้ว

เวลา ณ ตอนนั้นคือตี5กว่าๆเกือบ6โมงเช้า

และเหตุนี้จึงทำให้ไรท์ตาบวมและปวดตาพอสมควร(?)

ดังนั้นจึงขอแจ้งอีกครั้ง!!!!

หากไรท์ไม่อัพ คือไรท์โต้รุ่งเพลินจนลืมดูเวลาค่ะ!!!

ปล. อารมณ์ตอนได้ยินเสียงไก่ขันตอนตี5เกือบ6โมงคือ..."ห๊ะ?.."
และก็จัดการเสียบสายชาร์จและนอนทันที ตื่นอีกรอบคือบ่าย2 (WTF)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

แนะนำตัวละครใหม่

หน้าตาประมาณนี้ค่ะ ที่จริงอยากให้ดูเป็นหนุ่มสวย แต่ดันกลายเป็น...เอ่อ ดูเป็นหญิงก็ได้ชายก็ดีซะงั้น(?)

พอดีลองลายเส้นใหม่ ผมก็เลยเป็นแบบนี้(?)



ชื่อ : เรฟเฟนัท การ์กอล์ย

อายุ : (ตี๊ดดดดดดด----) ปี

นิสัย : ปกติเงียบขรึมเย็นชา แต่จริงๆซึนเดเระ ขี้อายและขี้กลัว (น่ารักจริมๆ~//ยูริ)

ลักษณะเด่น : หนุ่มหน้าสวย(?) นัยน์ตาสีแดงสลักรูปไม้กางเขน ผิวขาวซีด ใส่ผ้าปิดตาหนังสีดำที่ตาซ้าย

ตัวละครนี้ไรท์เอามาจากออริในเฟสของเพื่อน(ใครไม่รู้รู้แต่ว่าเพิ่มเพื่อนมาแล้ว??) ค่ะ

ชื่อเฟสเจ้าของออริ : กูหล่อเฟี้ยวฟ้าว'ว กะละมังบิน'น

ปล. สัมผัสได้ถึงความเกรียนในชื่อเฟส
ปล2. เราขอเจ้าของเฟสแล้วนาจา~
ปล3. แวะไปทักทายเขาได้ไม่ว่า(?)

ราตรีสวัสดิ์จ้าา~ (อัพตี4คือดีย์(?))
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 136 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

341 ความคิดเห็น

  1. #223 เด็กหลง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 02:29
    อ้ายยยย ห้ามกับคำนะค่ะไรท์~~~หลุดคำมาแล้วก็กลับคำม่ายยด้ายยน้าา~~~
    #223
    0
  2. #217 DM:mood. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 10:31
    ฮาเร็มเหรอ..รึป่าว
    #217
    0
  3. #104 BelieveinHope (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 21:37
    ใช่แล้วหล่ะไรต์ แฟนตาซีมากๆแต่ก็สนุกนะ
    #104
    0
  4. #76 Dieing-Alone (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 12:47
    แอร้ย~ลูกชายผมเองล่ะ~วรั้ย~ถ้าใส่แบลคไปด้วยนี่ฟิคจอมมารชัดๆ~
    #แบลคเป็นบาโฟเมต----
    #76
    0
  5. #73 Mazato Yume (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 16:36
    สนุกมากเลย~! *^*
    รีบมาต่อน๊าาา~
    #73
    0
  6. #72 zero.1 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 12:24
    รีบมาต่อน้าาาา
    #72
    0
  7. #71 BlackGodIce (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 09:51
    พวกมิคา(สะ)จินจะมาตอนไหนอ่ะ?
    #71
    0
  8. #70 MIdnightKori (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 08:59
    สนุกค่ะสู้ๆนะค่ะไรท์รออยู่
    #70
    0
  9. #69 แมวดำ มุ้งมิ้ง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 08:49
    รู้สึกว่าแอบสงสารเรฟนะ
    รีบมาอัพน้า~
    #69
    0
  10. #68 tekatat (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 07:50
    แล้วไททันจะมีบทไหมครับ 555//สนุกมากครับ
    #68
    1
    • #68-1 Hikari Yuu(จากตอนที่ 10)
      18 ตุลาคม 2559 / 09:16
      ถึงมันจะแฟนตาซีหลุดโลก(?) แต่ฟิกไททันก็คือฟิกไททันค่ะ!!//เหงื่อตก(?)
      #68-1
  11. #67 ___ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 06:55
    สนุกมากเลยค่ะ

    #67
    0
  12. #66 lilly dark (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 06:17
    รีบอัพนะคะ สนุกค่ะ สู้ๆๆๆ
    #66
    0
  13. #65 lilly dark (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 06:17
    รีบอัพนะคะ สนุกค่ะ สู้ๆๆๆ
    #65
    0
  14. #64 lilly dark (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 06:00
    แล้วยูริจะได้เข้าฝึกเป็นทหารมั้ยคะ???(อยากรู้เฉยๆค่ะ)
    #64
    1
    • #64-1 Hikari Yuu(จากตอนที่ 10)
      18 ตุลาคม 2559 / 09:14
      คงอีกสักพักล่ะนะ~
      #64-1