Fic Creepypasta[ออริ] รักร้ายของนายปีศาจ

ตอนที่ 6 : เรื่องราวเมื่อ...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 432
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    12 ก.พ. 60

ยามเย็นที่อาทิตย์อัสดงทอแสงสีส้มสวยอาบไล้คฤหาสน์สีทมิฬด้านหนึ่ง ทิ้งให้อีกด้านเป็นเงาดำเพิ่มมนต์ขลังให้เกือบเท่าตัว บรรยากาศเป็นใจแก่เหล่าสิ่งลี้ลับให้ออกมาโลดแล่นบนโลกมนุษย์

เพล้ง!!!

ตุบ!!!!

หรืออาจจะเป็นฆาตกรดวงตกที่ถูกขว้างทะลุหน้าต่างจนมากลิ้งขลุกๆบนพื้นดินเหมือนลูกบอลแบบนี้(?)

"แค่กๆ โว้ยยยย!!! ไอบ้านี่ ฟังก่อนสิเฮ้ย!!!!"

เจฟสำลักฝุ่น(?)แล้วตะโกนเข้าไปในคฤหาสน์ผ่านหน้าต่างที่แตกกระจายโดยตัวเขา(?)

"ฉันกำลังฟัง"

ปีศาจไร้หน้าร่างสูงกว่าสองเมตรวาร์ปมายืนอยู่เบื้องหน้าชายปากฉีกที่เนื้อตัวมอมแมมจากการคลุกดินเมื่อครู่ โดยมีเอฟเฟ็คประกอบเป็นหนวดสีขาวที่แผ่ออกและขยับส่ายไปมาที่ด้านหลัง....
แค่ไม่มีหน้าก็หลอนจะตายชัก ยังจะแผ่หนวดอีกหรอ?

"คือ ฉันกับไพร์มก็สู้กันตั้งแต่คฤหาสน์นี่จนไปถึงเกือบๆกลางป่า(ห๊ะ=_=?) สักพักฉันก็เบื่อ(หมดอารมณ์?)เลยเลิกแล้วเดินออกมา"

เจฟเล่าข้ามในส่วนที่เขาจะจับกด....เอิ่ม...จะล่วงเกิน....(ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นเลยนะยัยเตี้ย!!//แว่วเสียงเจฟ)

"แล้วสักพักพอหันกลับไปก็ไม่เจอหมอนั่นแล้ว เลยคิดว่าคงจะวาร์ปกลับมาได้เหมือนนาย....แต่ไม่คิดว่า...."

เจฟลากเสียงยาวที่ค่อยๆเบาลงเรื่อยๆอย่างไม่อยากพูดต่อ แต่ว่าออร่าทมิฬจากสเลนเดอร์แมนทำให้เขาจำใจพูดคำสุดท้ายออกมา

"ไม่คิดว่าหมอนั่นจะ....หลงทาง"

เจฟค่อยๆลุกขึ้น

"อืม เขาน่าจะยังอยู่แถวนั้น...ฉันจะไปตามหา"

"เดี๋ยว!!"

เจฟเรียกได้แต่อากาศเพราะเจ้าของร่างสูงชะลูดนั้นได้วาร์ปออกไปแล้วเรียบร้อย ทิ้งให้ฆาตกรหนุ่มยืนเคว้งคว้างหน้าคฤหาสอย่างเดียวดาย...



[ทางด้านไพร์ม]

"...เรือ หาย"

ที่นี่ที่ไหนฟะ?

คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวของชายร่างบางมาได้เกือบชั่วโมงแล้ว
นัยน์ตาสีอะเมทิสจ้องมองทิวทัศน์เดิมที่เห็นมา17รอบของต้นไม้ต้นใหญ่ต้นเดิมอย่างว่างเปล่า

มือเรียวขาวยกขึ้นแตะรอยกากบาดบนเปลือกไม้ที่ถูกกาซํ้ารอบที่17อย่างจนปัญญา

"ข้าผู้มีชีวิตอมตะนิรันดิ์กลับถูกเล่นงานโดยสิ่งที่มองไม่เห็นอย่าง'ทิศทาง'งั้นหรือ...."

ไพร์มพึมพัมด้วยอาการอยากเอาหัวโขกต้นไม้ให้ตายไปเสียตรงนั้น ให้ตายเถอะทำไมเขาต้องเป็นพวกหลงทิศยิ่งกว่าแมวโดนตัดหนวด(?)ด้วยเนี่ย รู้ถึงไหนอายถึงนั่น หากมีใครรู้เข้าเขาก็คงไม่พ้นโดนล้อยันลูกบวช(?)

"จะว่าไป รู้สึกว่าถ้าหลงป่าให้หาที่สูงนี่นา"

เขาพึมพัมเบาๆ ทบทวนความทรงจำที่เคยดูรายการหรืออะไรสักอย่างจากตู้สี่เหลี่ยมเมื่อราวๆ10กว่าปีก่อนว่าหากหลงทางให้หาที่สูง

คิดได้แบบนั้นร่างบางก็เดินหาลานโล่งก่อนจะยืนนิ่งอยู่สักพัก

พรึบ

ผ้าพันคอสีดำค่อยๆขยับราวกับมีชีวิต ปลายทั้งสองข้างแผ่ออกกว้างจนมีลักษณะเหมือนกับปีกสีดำ
มันค่อยๆขยับขึ้นลงช้าๆพาร่างของเจ้าของมันลอยขึ้นไปผ่านแมกไม้สู่เหนือน่านฟ้าของป่าทมิฬ

"อืม..."

ไม่ว่าจะมองไปทางไหนภาพที่เห็นก็เป็นเพียงยอดไม้ของป่าทึบเหมือนๆกันที่แผ่ขยายออกไปกว้างจนไม่อาจกะได้ว่าป่านี้กินพื้นที้ไปเท่าไหร่
ไม่เห็นแม้แต่ยอดคฤหาส(หรือปราสาท?)ที่เขาเพิ่งออกมาที่มันควรจะสูงพ้นยอดไม้พวกนี้จนเขาสามารถมองได้จากระยะไกล...

แต่อนิจจา ไพร์มไม่รู้ว่าคฤหาสหลังนั้นถูกปกคลุมด้วยพลังงานลึกลับของสเลนเดอร์แมนเพื่อป้องกันการรุกรานจากภายนอก ดังนั้นไม่ว่าจะพยายามเท่าใดหากไม่ได้รับการถ่ายทอดเส้นทางจากสเลนเดอร์แมนโดยตรงก็ไม่มีทางที่จะกลับเข้าไปได้อีกเป็นครั้งที่2หากเผลอพลาดพลั้งออกจากอาณาเขตนั้นมา

ไพร์มลดระดับลงมายืนกับพื้นด้วยเท้าเปลือยเปล่าที่เปรอะเปื้อนฝุ่นดินช้าๆ

"เลิกซ่อนสักที มันน่ารำคาญ..."

"แหม่ๆ รู้ตัวแล้วหรอเนี่ย~"

เสียงทุ้มของใครอีกคนที่เขาจับสัมผัสได้มาสักพักดังตอบอย่างไม่คิดจะปิดบังตัวตนก่อนที่ร่างหนึ่งจะเดินออกมาจากหลังต้นไม้ต้นหนึ่ง

ชายร่างสูงผิวขาวในชุดเสื้อฮู้ดสีดำ กางเกงยีนส์สีนํ้าเงินเข้มและรองเท้าผ้าใบสีแดงสด

"ยินดีที่ได้รู้จัก ผม'โซล ครอปเปอร์' "

ชายคนนั้นยกมือขึ้นเลิกหมวกฮู้ดออกเผยให้เป็นใบหน้าหล่อเหลาของชายวัย20ต้นๆ ผมสีดำตัดซอยสั้นและนัยน์ตาสีแดงสดดั่งเลือดที่ดูเหมือนจะเรืองแสงได้ที่มีแววความขี้เล่นและกวนประสาทอยู่หน่อยๆ

หมอนี่...พวกเดียวกับพวกที่คฤหาส?

"อ่าใช่ ผมเป็นคนรู้จักของสเลนดี้น่ะ"

โซลยิ้มเมื่อเห็นว่าร่างบางเผลอหลุดหน้าประหลาดใจออกมาเมื่อเขาพูดออกไป

"ผมไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังความคิดของคุณนะครับ อย่าเข้าใจผิดล่ะ~"

โซลยิ้มอีกครั้ง เหมือนเดจาวูเพราะไพร์มพึงคิดว่าชายตรงหน้านั้นอ่านใจเธอได้เหมือนปีศาจหนวดนั่น

"ดูเหมือนคุณกำลังมีปัญหานะ"

โซลมองสำรวจร่างบางอย่างเงียบๆแต่มีหรือที่ไพร์มจะมองไม่เห็น หากแต่ปล่อยเลยตามเลยไปซะ

"หลงทางสินะครับ งั้นให้ผมพาไปส่งไหม? ผมมีธุระที่นั่นพอดี~"

ชายร่างสูงเสนอตัวพลางเดินเข้ามาใกล้ๆกับคนที่สูงในระดับสายตาของเขาพอดีด้วยรอยยิ้มบางๆ
ไพร์มไม่ตอบแต่ทำเพียงพยักหน้าเบาๆและเบี่ยงตัวหลบคนที่สูงกว่าอย่างจะสื่อว่าให้นำไป

โซลยิ้มกว้างอีกเล็กน้อยแล้วเดินนำออกไปโดยมีร่างบางเดินตามมาไม่ห่างมากนัก
นัยน์ตาสีอะเมทิสมองแผ่นหลังของผู้นำทางเงียบๆอย่างสงสัย

หมอนี่...ไม่ใช่มนุษย์

"อ่า ผมน่ะทั้งใช่และไม่ใช่มนุษย์นั่นแหละนะ~"

โซลหันมายิ้มให้ร่างบางที่จ้องเขม็งมาที่ตน

"เลิกอ่านใจสักที..."

ร่างเล็กบอกอย่างเคืองๆ

"แหม่ เรียกว่า'อ่าน'มันก็ไม่ถูกนะครับ เพราะผม'ได้ยินมันตลอดเวลา'เลยนี่นา"

ไพร์มมองสบกับนัยน์ตาสีโลหิตสักพักก่อนจะละออกมาแล้วเดินขึ้นไปตีคู่กับอีกฝ่ายแทน
โซลเพียงมองยิ้มๆและทำหน้าที่ผู้นำทางต่อไป

"จะว่าไปผมรู้สึกคุ้นหน้าคุณจัง เราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่า~?"

โซลเปิดประเด็นใหม่ขึ้นเพื่อไม่ให้บรรยากาศระหว่าทางมันเงียบเกินไป
ไพร์มนิ่งไปสักพักพลางมองใบหน้าคมคายของชายหนุ่มอย่างพิจารณา

"...ไม่"

"หรอครับ แปลกจังนะ~"

"..."

ร่างเล็กหยุดเดินยืนนิ่งอยู่กับที่อย่างกระทันหันทำให้ชายอีกคนหยุดมองอย่างสงสัย

"...บางที ข้าอาจเคยเจอกับเจ้าที่ไหนสักแห่งในโลก...สักช่วงเวลาของยุคสมัย...หรือเมืองสักเมือง อาณาจักรสักอาณาจักรก็ได้..."

ชายร่างเล็กแต่สูงโปร่งผู้งดงามกอดอกทำท่าครุ่นคิด เขาเองก็อยู่มาหลายยุคสมัย บางที่เขาอาจจะเคยเจออีกฝ่ายเข้าก็ได้

"งั้นหรอครับ? ดูท่าคุณจะอายุไม่น้อยเลยนะครับ"

โซลเลิกคิ้วอย่างแปลกใจและตื่นเต้นเล็กน้อย
เขาสัมผัสได้ว่าร่างบางนั้นไม่ธรรมดาและอาจจะไม่ใช่มนุษย์ด้วยซํ้า แต่พอได้ยินประโยคนี้แล้วมันทำให้เขาคิดว่าคนตรงหน้านั้นอยู่บนโลกนี้มานานแค่ไหน? คงจะนานมากจนเบื่อเลยล่ะมั้ง? ถ้างั้นก็คงต้องรู้จักสิ่งๆต่างๆมากมายในโลกตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันเลยสิ!?

"คุณ ถ้าให้ผมเดาคุณเป็นอมตะรึเปล่า?"

"..."

คำตอบที่ได้คือการหันหน้าหนีแต่เขาก็รู้ได้ว่าคำตอบคือ 'ใช่' อย่างแน่นอน

พรึบ!!

"ไพร์ม!....โซล?"

ขณะที่กำลังเดินเอื่อยๆ ร่างสูงในชุดสูทก็วาร์ปมาดักหน้าทั้งคู่ทันทีและมีอาการหอบเหนื่อยราวกับเพิ่งแข่งวิ่ง(วาร์ป)โอลิมปิ--มา
สเลนเดอร์แมนเรียกชายร่างบางผมดำยาวอย่างเจือความดีใจเล็กน้อยก่อนจะหันมาทำเสียเครียดใส่ชายที่ยืนหน้าสลอนอยู่ไม่ไกล

"โย่ว สเลน~"

"กลับไปคุยกันที่บ้าน..."

พรึบ!

"...นายควรจะเตือนผมนะว่าจะพาวาร์ปน่ะ"

ตอนนี้ทั้งสามได้วาร์ปกลับมาที่ห้องโถงในคฤหาสเป็นที่เรียบร้อยโดยมีเสียงบ่นพึมพัมจากชายหนุ่มร่างสูงที่ทำท่าราวกับจะอาเจียนออกมา

"แซลลี่ถามหาอยู่น่ะ"

สเลนเดอร์แมนเมินชายที่กำลังโอดครวญอยู่และหันไปบอกกับร่างบางที่ยืนนิ่งมองเขาอยู่
ไพร์มเลิกคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ยอมออกไปดีๆโดยการวาร์ปออกไป...

"เธอ ไม่สิ เขาคนนั้นดูน่าสนใจดีนะ~"

โซล เมื่อเห็นว่าร่างบางออกไปแล้วก็หันมาฉีกยิ้มให้กับปีศาจร่างสูงกว่าสองเมตรโดยที่แววตาสีสดนั้นเรืองแสงออกมาวูบหนึ่ง

"นายมาทำอะไรที่นี่"

สเลนดี้ไม่สนท่าทีที่ชสนให้เท้ากระตุกนั่นและรวบรัดเข้าเรื่องทันที

"แหมๆ ใจร้อนจริงนะ"

โซลยิ้มให้กับ'คนรู้จักเก่าแก่'ก่อนจะหุบยิ้มลงอย่างรวดเร็วจนเกรงว่าคนอื่นจะตามอารมณ์เจ้าตัวไม่ทัน

"ดูเหมือนว่าพวก'ชาวสวรรค์'จะเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว"

นัยน์ตาสีแดงสดเรืองรองแข่งกับแสงไฟดูงดงามและน่าหวาดหวั่นในคราวเดียวกัน
สเลนเดอร์แมนนิ่งไปสักพักก่อนจะถามต่อ

"เป้าหมายล่ะ"

"ยังไม่แน่ใจ แต่ดูเหมือนว่าพวกนั้นกำลังค้นหาอะไรบางอย่างอยู่..."

โซลเงียบไปพลางเม้มปากเบาๆ

"อันนี้ผมก็ไม่ทราบว่าจริงรึเปล่า จากสายของผม...พวกมันกำลัง'จัดทัพสวรรค์'กันอย่างลับๆ ที่แม้แต่'พระผู้เป็นเจ้า'ก็ยังไม่ระแคะระคายอะไร...เป็นไปได้สองทางคือมันดำเนินการกันเองกับพระผู้เป็นเจ้านั้นสมรู้ร่วมคิดด้วย"

ข้อความยาวเหยียดถูกส่งต่อให้ปีศาจไร้หน้า
สเลนเดอร์แมนกอดอกอย่างครุ่นคิด

ชาวสวรรค์มักไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องบนพื้นโลก การที่มีชาวสวรรค์ไม่รู้กี่กองทัพร่วมมือกันปิดหูปิดตาพระเจ้าและเคลื่อนพลเองแบบนี้มันน่าสงสัย...

"ผมสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวกับการปรากฏตัวของเขา"

โซลหมายถึงร่างบางที่ออกไปก่อนหน้านี้
สเลนเดอร์แทนหันมามองชายหนุ่มเล็กน้อย

มันก็เป็นไปได้...

ก็ไพร์มน่ะ...

"...'ทูตสวรรค์ต้องสาบ' "

"ห๊ะ!!!!"

โซลเบิกตากว้างแล้วเดินมาอยู่ด้านหน้าของร่างที่สูงกว่าสองเมตร

"เขาเป็นชาวสวรรค์งั้นหรอ!? แล้วอะไรนะ?? ต้องสาบ!!? นี่นายเก็บตัวหายนะมานะรู้รึเปล่า!!?"

"เงียบ!"

"อึก!"

"ฉันรู้ดีว่าตัวเองกำลังทำอะไร...ดูเหมือนว่าเขาจะ'ความจำเสื่อม'หลังจากสงครามเมื่อ2000ปีก่อน"

"สงครามศักดิ์สิทธ์น่ะนะ?? จำไม่ยักได้ว่า---เดี๋ยวนะ!"

"อ่า เขาคือผู้ที่หยุดสงครามนั่นและ"

" '12ปีก'นั่นน่ะหรอ!!?"

"อืม"

"นี่มันยิ่งกว่าหายนะแล้วนะ"

โซลกุมขมับอย่างเหนื่อยใจ

สงครามศักดิ์สิทธ์เป็นสงครามของเทพและปีศาจที่เกิดขึ้นเมื่อ2000ปีก่อน
ไม่มีใครทราบสาเหตุของสงคราม รู้แค่ว่ามีคำสั่งจัดทัพเพื่อโจมตีอีกฝ่ายเท่านั้น โดยผู้เริ่มคือฝ่ายสวรรค์

สงครามกินเวลายาวนานนับร้อยปีจู่ๆก็มีเทพหรือปีศาจ?ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางการฟาดฟันของทั้งสองฝ่าย

ร่างบอบบางแต่กลับสูงโปร่งงดงาม ผิวพรรณสีขาวไม่แพ้ปุยเมฆ เรือนผมสีดำขลับเงางามยาวจรดพื้น นัยน์ตาสีอะเมทิสเรียบเฉยที่ทำเพียงกวาดมองภาพสงครามราวกับกำลังมองมดปลวกตีกัน

และเหนือสิ่งอื่นใด 'ปีกทั้ง12' ที่กลางหลังนั่นต่างหากที่ดึงดูดสายตาของทั้งเหล่าเทพและปีศาจ

ปีกขนาดใหญ่ที่ซีกขวาเป็นสีดำทมิฬแต่ซีกซ้ายกลับมีสีขาวสว่าง
ปีกทั้ง12ที่ต่างกันทั้งซ้ายและขวาส่งกลิ่นอายและพลังที่แผ่ซ่านตัดกันอย่างน่าขนลุกทำให้กองทัพที่กำลังโรมรันต่างวางอาวุธและสิโรราบแด่ชายปริศนา

[กลับไปซะ]

เพียงสามคำที่ร่างผู้งดงาทเอ่ยออกมาทำให้ทั้งเทพและปีศาจต่่งเข่าอ่อนทรุดลงก้มหัวให้อย่างจำนน
หากแต่มีผู้หนึ่งที่ทระนงตน ยืนหยัดท้าทายผู้ที่ไม่ทราบว่าเป็นเทพหรือมาร

"เจ้าเทพต้องสาบน่าขยะแขยง!!!!"

จอมปีศาจผู้นำทัพได้โยนหอกที่อาบกลิ่นอายแสนชั่วร้ายดำมืดไปที่ร่างสูงโปร่งที่ยังคงลอยคว้างกลางอากาศอย่างไม่แยแส

เปรี้ยง!!!!!!

หอกทมิฬพุ่งปะทะกับบางสิ่งที่มองไม่เห็นก่อนถึงตัวของ12ปีกเพียงนิด
มือเรียวบางยกขึ้นตวัดเบาๆเปลี่ยนทิศทางของอาวุธนั้นหากแต่เขาก็สะดุ้งเล็กน้อยและหันขวับไปทางทิศที่ตัวเองปัดศาสตรานั้นไป

ตรงนั้น...เด็กมนุษย์!!!!?

เด็กมนุษย์ตัวน้อยมองไม่เห็นสงครามที่เกิดขึ้นเพราะมันถูกปิดกั้นจากภายนอก แต่หอกทมิฬนั้นมีพลังมากพอที่จะทะลวงผ่านเขตแดนไปสู่โลกมนุษย์ได้

ร่างของ12ปีกพลันปรากฏขึ้นดักหน้าหอกเล่มนั้นโดยไม่ทันตั้งตัว เขารับมันก่อนจะเบี่ยงมันไปอีกครั้ง คราวนี้เขาเบี่ยงมันไปที่หุบเขาใหญ่รกร้าง

ตู้ม!!!!!!!!

ผลคือภูเขาแยกเป็นสองลูกและร่างของ12ปีกก็ร่วงหล่นสู่พื้นโลก...

หลังจากนั้นสงครามก็สิ้นสุด แม่ทัพปีศาจสูญเสียอาวุธประจำกายจึงถูกเจ้านรกเฉดหัวทิ้ง
ชาวสวรรค์เสียประชากรไปกว่าครึ่งและทำให้โลกมนุษย์ปั่นป่วน ทั้งยังไม่สามารถจับกุม'นักโทษต้องสาบ'กลับมาได้หลังจากที่ตามหามากว่าพันปีจนถูกพระผู้เป็นเจ้าลงทัณฑ์จองจำทั้งสวรรค์

ส่วน12ปีกผู้ลึกลับก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย....

โซลนึกย้อนภาพสงครามเมื่อตอนนั้นก่อนจะถอนหายใจออกมา
ตอนนั้นเขาเพียงแค่'แอบมอง'อยู่ห่างๆจึงไม่ทราบรายละเอียดของ12ปีกนักเลยค่อนข้างเสียดายเล็กน้อย แต่เมื่อครู่นี้เขากลับได้เดินข้างกับบุคคลในตำนานแบบไม่รู้ตัวซะงั้น

"แล้ว จะเอาไงล่ะ ก่อสงครามอีกครั้งรึไง?"

"ไม่...เรายังไม่รู้เป้าหมายของพวกเขาอย่างชัดเจน...ดูไปก่อน"

สเลนเดอร์แมนเอ่ยเสียงเรียบ

"อ่าฮะ เอาล่ะผมต้องไปแล้ว ลากันแค้นี้นะ~"

โซลโบกมือน้อยๆก่อนจะถูกวาร์ปออกไปโดยฝีมือของปีศาจไร้หน้า

"เฮ้อ เกลียดเรื่องยุ่งยากจังน้าา"

สเลนดี้ถอนหายใจก่อนจะวาร์ปกลับห้องไปพักผ่อนสักงีบ

"ท่านนี้เป็น...ตัวปัญหาของแท้เลยนะ"





========================================================

อืม...รู้สึกว่าเล่นใหญ่ไป(=_=;)


ไรท์ไม่สบาย ปวดหัวเป็นไข้หวัดแถมด้วยอาการปวดหัวตุบๆกับประจำเดือนที่มาควบคู่อย่างกะแพ็คเกจซื้อ1แถม2(?)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น

  1. #70 ก็ไม่รู้สินะ... (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:16
    หายไปนานรู้สึกว่าหนูโซลจะกวนอวัยวะเบื้องล่างขึ้นนะ=_=//ไล่ดูตอนก่อนๆ
    #70
    0
  2. #69 Creepypastacutes (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:18
    ในที่สุด ก็มีตอนใหม่รอมาเนิ่นนาน เย่ เเละจะรอตอนต่อไป สนุกมากค่า
    #69
    0
  3. #68 wehammer (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:49
    สนุกจริงๆคะชอบมากกกกกกกก(ก ไก่ล้านตัว)เลยคะ
    #68
    0
  4. #17 Yukipine (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 08:17
    งั้นเดี๋ยวจะไปตามส่องนะคะ ยังคงติดตามอยู่น้าาา รอคอยอยู่เน้อ
    #17
    0