Fic Creepypasta[ออริ] รักร้ายของนายปีศาจ

ตอนที่ 1 : ฉัน...เป็นผู้ชาย (re)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 974
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    5 ก.พ. 60

"มันอยู่นั่น!"

เสียงแหลมแจ๊นแสบหูดังขึ้นด้านหลังของร่างบางในชุดดำแปลกตากำลังออกวิ่งอย่างรวดเร็วโดยมีเจ้าของเสียงเมื่อครู่วิ่งตามมาพร้อมพรรคพวกอีกสองคน

"หยุดนะยัยแมวขโมย!!"
"...พวกตัวเมีย น่ารำคาญชะมัด"

ร่างบางในชุดดำเอ่ยอย่างเบื่อๆ ผมที่ยาวปรกหน้าและผ้าพันคอที่ใส่อยู่ทำให้ไม่อาจเห็นได้ว่าตอนนี้ร่างบางทำหน้าอย่างไร

"หน๊อยแน่!!"
หญิงสาวหนึ่งในบรรดาคนที่ไล่ตามร่างบางสบถก่อนจะคว้าเอาแก้วนํ้าจากร้านข้างทาง(?)ขึ้นมาและขว้างใส่ร่างบางเต็มแรง

เพล้ง!!!

"อึก!!"

แถมยังแม่นซะด้วย
ร่างบางถูกปาแก้วใส่หัวเสียจังหวะสะดุดพื้นล้มกลิ้งไปตามทางฟุตบาท ผู้คนรอบด้านกลัวจะโดนลูกหลงแต่ก็อย่างรู้อยากเห็นตามนิสัยมนุษย์จึงได้หลีกทางให้กลุ่มสาวที่แต่งตัวแต่งหน้าจัดจ้านจนแสบตาเข้าไปหาร่างบางในชุดสีดำสนิทต่างกับพวกหล่อนโดยสิ้นเชิงและดูอยู่ในระยะที่คิดว่าปลอดภัยโดยล้อมหญิงสาวและคนชุดดำใว้

"ไงล่ะนังตัวดี!!"

ร่างบางที่กำลังมึนเพราะแรงกระแทกถูกหนึ่งในหญิงสาวกระชากคอเสื้อขึ้น

"...ก็ไม่ไงนี่"

ร่างบางตอบกลับ นํ้าเสียงหวานทุ้มมีเสน่ห์ แม้ไม่เห็นหน้าแต่ก็รู้ได้ว่าร่างบางคงกำลังทำหน้าตาเบื่อหน่ายเป็นแน่

"หน้าด้าน!!! มายุ่งกับแฟนฉันแล้วยังทำเฉยอีกหรอ!!!"
"เอามันเลยสเตซ่า!"
"ใช่! ยัยนี่สมควรโดน!!"

สองสาวที่น่าจะเป็นเพื่อนของผู้ที่กำลังจิกเสื้อร่างบางแน่นหรือสเตซ่าส่งเสียงเชียร์อย่างออกรสอยู่ไม่ไกล

"ช่วยบอกเพื่อนเธอให้เงียบปากได้ไหม? ฉันไม่อยากหูหนวกก่อนวัยอันควรนะ"

ร่างบางเอ่ยกับสเตซ่าด้วยนํ้าเสียงเบื่อหน่ายอย่างชัดเจนจนสองสาวหูนรกถึงกับวี้ดแตกส่งเสียงแจ๊นๆเชียร์รัวๆ

"แกนั่นแหละหุบปากซะ!!!"

เพี้ยะ!

ฝ่ามือเรียวประดับเล็บสีแดงสดฟาดเต็มแรงเข้าที่แก้มขาวของอีกฝ่ายจนร่างบางชุดดำหน้าหันและนิ่งไป

"ไงล่ะ ยัยแมวขโมย!! คิดจะขโมยแฟนคนอื่นต้องโดนแบบนี้แหละ!!"

สเตซ่าที่เห็นร่างบางนิ่งไปก็ตวาดซํ้าอย่างได้ใจเพราะคิดว่าร่างตรงหน้าเริ่มจะกลัวเธอแล้ว

"หึ ยัยสวะตัวเมีย..."

เสียงหวานทุ้มตํ่าเรียบนิ่งจนน่าขนลุก ไม่ทันจะได้ตั้งตัว ร่างในชุดดำก็จับคอเสื้อของผู้ที่ทำร้ายร่างกายตนก่อนจะออกแรงดึงอีกฝ่ายให้เข้ามาประชิดและดันร่างของเธอไปปะทะกับกระจกร้านโชว์เสื้อผ้าจนเกิดเสียงดัง

หญิงสาวกัดฟันเบ้หน้ากับความจุกและเจ็บที่แผ่นหลังและหน้ามองผ่านกลุ่มผมสีดำที่ปรกตาของอีกฝ่ายที่สูงกว่า และเธอก็ได้เห็น...นัยน์ตาสีอะเมทิสสวยที่ตอนนี้ดูเย็นชาและน่าขนลุกจนน่ากลัว

"สเตซ่า!!"

ก่อนที่ใครจะทันได้ทำอะไร เสียงทุ้มก็ดังขึ้นร่างกำยำของชายหนุ่มฝ่าแทรกผู้คนที่ชอบสอดรู้เข้ามากลางวงและตรงไปหาหญิงสาวและบุคคลในชุดดำ

"อ้าวๆ มาสักทีนะเวส แฟนนายตบฉันไปทีนึงจะชดใช้ยังไงไม่ทราบ?"

ร่างบางเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นชายหนุ่มหรือเวสกำลังประคองแฟนสาวขึ้นพลางแตะรอยแตกจนเลือดซิบเล็กๆที่มุมปาก

"นี่หล่อน! กล้าพูดนะ มาแย่งแฟนเพื่อนฉันก็ต้องโดนแบบนี้แหละย่ะ!!"

"หุบปากซะยัยสวะ..."

เพื่อนสาวของสเตซ่าส่งเสียงแหลมบาดหูจนร่างบางเริ่มมีอารมณ์ครุกรุ่นขึ้นมา

"โอเค ฉันขอโทษ 'นาย'จะให้ฉันทำอะไรก็ได้ ขอให้'นาย'ใจเย็นลงหน่อยนะ"

เวสเห็นท่าไม่ดีจึงพยายามเกลี้ยกล่อมร่างบางตรงหน้าด้วยท่าทีที่ดูหวาดๆต่อร่างที่สูงเพียงระดับอกนี้

"งั้นก็ช่วยดูแลแฟนนายดีๆหน่อย อย่าให้มาเที่ยวตบคนไปทั่ว...ถ้าคนที่โดน
ไม่ใช่ฉัน ยัยนี่คงโดนสวนกลับไปนานแล้ว"

ร่างบางเอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิด ในจังหวะที่อ้าปากพูดสเตซ่าแอบเห็นฟันหยักแหลมๆและเขี้ยวที่ดูเหมือนสัตว์มากกว่ามนุษย์

"น่าๆ เดี๋ยวฉันเลี้ยงขนมขอโทษล่ะกัน เอาที่'นาย'สบายใจเลยเอ้า!"

เวสประกบมือและก้มหัวลงต่อหน้าร่างบางที่ยืนกอดอกอยู่

"ก็ได้ ฉันจะเอาให้กระเป๋าตังค์นายฉีกเลยล่ะ หึ!"

ร่างบางพูดก่อนจะออกเดินผ่านกลุ่มคนที่แหวกทางให้ออกไป

"เดี๋ยวสิเวส ไปขอโทษมันทำไมกัน!"
"เงียบเถอะสเตซ่า อีกอย่างคนที่ผิดน่ะคือเธอ!"

เวสตอบแฟนสาวที่กำลังเต้นเร่าๆอย่างขัดใจ

"ก็มันจะแย่งเวสไปจากฉันนี่!!"
"ไม่มีทาง ผมกับ'เขา'เป็นเพื่อนกันนะสเตล!"
"ก็แล้วไงล่ะ....ว่าแต่ ทำไมเวสเรียกแทนยัยนั่นว่า'เขา'ล่ะ?"
"โถ่ นี่...อีกแล้วหรอเนี่ย"

เวสทำหน้าปลงและคอตกจนสเตซ่าเริ่มรู้สึกตะหงิดๆ

"นี่ ฟังนะ เขาคนนั้นน่ะ เป็น'ผู้ชาย' ดังนั้นผมถึงบอกไงว่าเราไม่มีทางกิ๊กกันได้แบบที่คุณคิด เพราะเราทั้งคู่ เป็น ผู้ ชาย!"

เวสพูดยํ้าความเข้าใจผิดของหญิงสาวที่ละคำก่อนที่จะผละออกไปเพราะคนในหัวข้อสนทนาหันมาตะโกนทวงสัญญาที่จะเลี้ยงขนมของชายหนุ่มจนเขาต้องบอกลาแฟนสาวและรีบวิ่งไป

"น นะ นี่...."

"นี่ฉันหึงผู้ชายหรอเนี่ย!!!!!"

.

.

.

.

.

"เอาชีสเค้กสอง ดาร์กช็อคโกแล็ต คาลาเมลเค้กอย่างล่ะหนึ่ง...แล้วก็ วนิลาเชคกับโกโก้เย็น อ่อ เอานํ้าเปล่าด้วยนะ ขอบคุณ"

เสียงทุ้มหวานเอ่ยขึ้นรัวหลังจากไล่อ่านรายการเค้กและเครื่องดื่มเสร็จ พนักงานสาวที่รับออร์เดอร์ถึงกับยืนเงิบ(?)ไปชั่วครู่จนชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามของร่างในชุดดำต้องสะกิดเรียกถึงจะเดินไปสั่งเค้กตามที่ร่างบางเอ่ย

"นี่ นาย ระวังเบาหวานกินนะเฮ้ย(=_=)"

เวสเอามือเท้าคางกับโต๊ะและมองใบหน้าของอีกฝ่ายที่จะว่าสวยก็สวยจะว่าหล่อก็...สวย? อย่างเอือมๆ

"เรื่องของฉัน..."
"เรื่องของนายแต่เงินฉันเฟ้ย"

เวสเห็นท่าทางที่ไม่ทุกข์ร้อนของคนคลั่งของหวานแล้วอยากจะจับมันทุ่มกับพื้น...ถ้าไม่ติดว่าเขาจะโดนเชือดซะก่อนน่ะนะ

"เฮอะ ใครใช้ให้นายมีแฟนตาถั่วขี้หึงกันเล่า"
"แล้วใครใช่ให้นายดันมีรูปร่างหน้าตากับเสียงเหมือนผู้หญิงกันเล่า!"

หลังจากที่เวสพูดจบเขาก็แทบกัดลิ้นตัวเอง เพราะดันลืมไปว่าร่างบางตรงหน้าเกลียดการถูกเปรียบกับผู้หญิงที่สุด....

"แก....."
"ขอโทษครับ!!!"

เวสหลับตาปี๋แล้วเอาหัวโขกกับโต๊ะจนคนรอบข้างหันมามองเป็นตาเดียว

"อ เออ ค เค้กที่สั่ง...ได้แล้ว ค ค่ะ"

ก่อนที่ร่างบางที่กำลังแผ่จิตสังหารจะลุกขึ้นไปบีบคอชายหนุ่ม สาวเสิร์ฟก็เอ่ยขึ้นเบาๆเพราะรู้สึกได้ถึงบรรยากาศน่าอึดอัดที่ร่างบางแผ่ออกมา

"โอ๊ะ ขอบคุณ"

บรรยากาศกดดันเมื่อครู่คลายลงทันทีก่อนที่มือเรียวที่อยู่ใต้ถุงมือสีดำที่ยาวถึงต้นแขนจะหยิบจานเค้กกับช้อนมาตักกินอย่างมีความสุขผิดกับเมื่อครู่ลิบลับ

"ข้อดีของนายก็มีแค่พอเอาขนมมาล่อก็ทำได้ทุกอย่างเนี่ยแหละ(=_=;)"

เวสมองร่างบางที่ร่นผ้าพันคอลงเผยให้เห็นครึ่งใบหน้าขาวที่ติดซีดเล็กๆและกลีบปากบางที่มีสีแดงสดด้านในไล่ระดับอ่อนออกมาด้านนอก ที่ทำให้หลายๆคนหลงได้ไม่ยากนัก...ดูอย่างลูกค้าและพนักงานในร้านที่เห็นเข้าก็ได้...ทำหน้าซะอย่างกะเจอรักแรก

"เสน่ห์แรงจังนะ(=_=)"
"แล้วไง ฉันไม่สน ง่ำ"
"สนหน่อยก็ดี ปีนี้นาย25แล้วไม่ใช่รึไง"
"26ต่างหาก เดือนหน้าวันเกิดฉัน"

มือขาววางจานชีสเค้กลงแล้วหยิบจานเค้กดาร์กช็อกโกแล็ตมากินต่อ

"เออ จริง โทษๆ...ว่าแต่ นายจะไม่หาแฟนหน่อยไง? เรียนก็เรียนจบแล้ว ใบปริญญาก็ได้มาเป็นสิบ"

เวสพูดอย่างอิจฉานิดๆที่เพื่อนตนเป็นอัจฉริยะที่มีIQกว่า250! ตอนนี้คงพุ่งเป็น300แล้วมั้ง แถมยังเรียนจบปริญญาเอกตอนอายุ13อีกต่างหาก ทิ้งให้เขาต้องทนตรากตรํ่าเรียนกว่าจะจบโทอายุก็ปาไป25หรือก็คือเมื่อ2ปีก่อนนั่นแหละ ตอนนี้ก็27มีแฟนเป็นตัวเป็นตน ส่วนไอ้คนเก่งก็ร่อนไปทั่ว ห่วงว่าชั่วชีวิตมันจะไร้ทายาทนี่แหละ(=_=)

"ก็บอกไปแล้ว ฉันไม่คิดจะผูกตัวเองกับพวกผู้หญิงงี่เง่าพวกนั้น แค่เห็นนายกับแฟนนายฉันก็เบื่อแทนแล้ว"

ร่างบางตอบพลางดูดวนิลาเชคอย่างสบายอารมณ์

"นายก็พูดเกินไป การมีคู่ชีวิตน่ะดีกว่าตัวคนเดียวนะ"
"ช่างฉันแหอะน่า ไปล่ะ เบื่อใครแถวนี้"

ร่างบางในชุดสีดำสนิทลุกขึ้นพร้อมกับดึงผ้าพันคอสีทึบขึ้นปิดใบหน้าขาวอย่างเดิมก่อนจะเดินออกไปทิ้งให้ชายหนุ่มรับชะตากรรมจ่ายค่าของที่ตัวเองกินไป

'ฉันจะไม่เลี้ยงขนมแกอีกแล้ว ไอ้เพื่อนทรยศ(T T)!!!'

.

.

.

.

.

"แฟน หรอ..."

ร่างบางเดินเลียเจลาโต้ที่ซื้อติดมือมาพลางเตะฝุ่นไปเรื่อยพลางพึมพัมถึงคำพูดของเพื่อนสนิทที่ชอบมาพูดกรอกหูบ่อยๆว่าให้หาแฟนซะ แต่เขาก็บอกไปหลายรอบว่าไม่อยากยุ่งกับพวกผู้หญิงที่เป็นมลภาวะทางเสียงพวกนั้น

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่ร่างบางในชุดดำเดินไปเรื่อยจนตอนนี้ท้องฟ้าได้เปลี่ยนเป็นสีส้มและนํ้าเงินดำอยู่ที่ขอบฟ้าตั้งแต่เมื่อไหรไม่รู้
ร่างบางหยุดยืนนิ่งมองทิวทัศแปลกตารอบๆ นัยน์ตาสีอะเมทิสดูเรืองรองอยู่หลังกลุ่มผมที่ปรกตากวาดมองไปทั่วบริเวณ
ตึกสูงไม่เกิน3ชั้นสลับกับบ้านคนตั้งเรียงราย ไกลออกไปเห็นเป็นแนวต้นไม้สูง...คงจะเป็นป่า

คำถามคือ.....

ที่นี่ที่ไหน?

ริมฝีปากบางเม้มเข้าเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าตัวเองเดินใจลอยออกมานอกเขตเมืองที่ตัวเองอยู่...พูดง่ายๆก็ หลงทาง...

ให้ตาย ไม่อยากคิดถึงคำนี้เลยแฮะ

"เดินย้อนแล้วกัน..."

พูดจบก็เดินหันหลังกลับพลางเลียเจลาโต้ที่เริ่มละลายไปด้วยอย่างไม่คิดอะไร

แกร๊บ

ร่างในชุดดำหันกลับอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณในตัวร้องเตือนว่าอันตรายกำลังใกล้เข้ามา
สายลมเอื่อยไร้ที่มาพัดเบาๆ ปลายผ้าพันคอสีดำพริ้วไปช้าๆราวกับเวลาถูกหยุดนิ่ง ทุกสรรพเสียงเงียบลงราวกับจงใจ
เวลาไหลผ่านไปช้าๆแต่กลับไร้วี่แววสิ่งที่จินตนาการไว้ทำให้ใบหน้าสวยขยับคิ้วขมวดยุ่ง

'แปลก...'

คำสั้นๆผุดขึ้นมาในหัว ในเมื่อไม่มีอะไรทำไมบริเวณนี้ถึงเงียบผิดปกติ ถึงเวลานี้จะใกล้คํ่าแล้วแต่ไม่น่าจะเงียบได้ขนาดนี้นี่ ผู้คนที่เคยเห็นอยู่ประปลายตอนนี้หายไปหมดและถ้าไม่ได้หูแว่วไปเองเขารู้สึกเหมือนได้ยินเสียงสวดมนต์เบาๆดังออกมาจากบ้านเกือบทุกหลังในระแวกนี้

'เกิดอะไรขึ้น?'

ไม่รู้ว่าเวลาเดินเร็วเกินไปหรือร่างบางยืนคิดนานไปหน่อย ตอนนี้ท้องฟ้าได้กลายเป็นสีดำไปซะแล้ว...
เวลาคํ่าคืนได้มาเยือนแล้ว....

"น นี่ แม่หนู"

เสียงแหบแห้งแสดงถึงวัยชราดังขึ้นเบาๆจากบ้านทางขวาทำให้เขาต้องหันไปมองแล้วพบกับหญิงชราที่แง้มประตูบ้านออกมาเล็กน้อยโดยมีโซ่เส้นเล็กคล้องเอาใว้ด้านในอีกที

"แม่หนูคงไม่ใช่คนแถวนี้ ฉันขอเตือน แม่หนูรีบหลับไปซะ"

หญิงชราเอ่ยด้วยท่าทีหวาดระแวง นัยน์ตาสีขุ่นกรอกไปมาเหมือนกลัวอะไรสักอย่าง

"ทำไม?"

เสียงหวานทุ้มเอ่ยถามพลางเดินไปใกล้หญิงชราเล็กน้อยโดยไม่คิดจะพูดแก้ต่างคำสรรพนามที่หญิงชราใช้เรียกตนว่า'แม่หนู'

"ที่นี่มันอันตราย พวกปีศาจจะออกล่าเมื่อราตรีมาเยือน รีบหนีไปซะ! ออกไปจากเมืองนี้!!"

ปั้ง!!!!

ทันทีที่หญิงชราพูดจบเสียงปืนก็ดังลั่นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว เลือดและเศษเนื้อสีสดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนทั้งบานประตูและพรมหน้าบ้าน ร่างของหญิงชราหงายเข้าไปในความมืดของตัวบ้านพร้อมกับรูกระสุนที่ใบหน้า

"เฮ้อ ไม่ไหวๆ คลาดเคลื่อนจากจุดกลางไปตั้ง3เซนฯ"
"ฝีมือนายฝืดลงป่าว ฮู้ดดี้"
"อืม เมื่อก่อนนายแม่นกว่านี้นะ"
"ฉันก็ว่างั้นแหละ โทบี้ แมสกี้"

เสียงการสนทนาของชายหนุ่ม3คนดังขึ้นด้านหลังของร่างบางทำให้เขาต้องหันกลับไป

"เอาล่ะ ทีนี้ก็เหลืออีกหนึ่ง"

ชายในชุดเสื้อแขนยาวสีเทาใส่หน้ากากปิดปากรูปฟันแหลมและใส่แว่นกันลมทรงกลมสีส้มเอ่ยขึ้นด้วยนํ้าเสียงติดขี้เล่นพลางเดินไปหาร่างบางในชุดดำที่ยืนนิ่งอยู่

"อืม ดูท่าคงไม่ใช่คนเมืองนี้สินะ?"

ชายที่ใส่หมวกไอ้โม่งสีดำมีรูปดวงตาสองจุดกับปากที่โค้งลงสีแดงสดในชุดฮู้ดสีเหลืองเอียงคออย่างแปลกใจ...และในมือของเขาก็มีปืนอยู่สองกระบอก

"จะใช่หรือไม่ก็ช่างมันสิ"

ชายในชุดแขนยาวสีส้มที่ใส่หน้ากากสีขาววาดใบหน้าหญิงสาวสีดำยักไหล่พลางมองการแต่งตัวของร่างบางที่สูงแค่ปลายจมูกของพวกเขา

"นี่ๆ เธอเป็นใครหรอ? ฉันไม่เคยเห็นเธอแถวนี้เลยนะ ย้ายมาใหม่หรอ??"

ชายคนแรกที่น่าจะชื่อโทบี้ยิงคำถามรัวๆเหมือนเด็กเจอของน่าสนุก...ถ้าไม่ติดว่าในมือเด็กโข่งนี่มีขวานเล่มใหญ่ทั้งสองมือน่ะนะ

ร่างบางนิ่งเงียบแล้วยืนมองทั้งสามผ่านกลุ่มผมสีดำของตน

"โทบี้ เอาทีละคำถามดีไหม?"

ชายฮู้ดเหลืองที่น่าจะชื่อฮู้ดดี้เอ่ยขึ้นพลางเช็ดปืนของตัวเอง

"งั้น เธอเป็นใ--"
"พวกนายเป็นใคร..."

โทบี้ที่กำลังจะถามกลับถูกร่างในชุดดำถามสวนกลับมาอย่างไม่สนมารยาทแถมยังมองข้ามเขาไปอีกต่างหากชะงักนิ่งค้างเหมือนถูกสาวที่ชอบปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยทันทีที่เขาสารภาพรักออกไป(?)

"หืม? ดูท่าว่าเธอจะไม่ใช่คนแถวนี้จริงๆแฮะ"

ฮู้ดดี้มองร่างในชุดดำอย่างพิจารณา
ร่างบางสูงราวๆ170ในชุดเสื้อแขนกุดครึ่งตัว ตัวผอมบางเอวคอดมีซิกแพ็กอ่อนๆแบบคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำผิวขาวจัดดูเนียนนุ่มและ...ใบหน้าที่มีผมปรกจนดูน่ารำคาญแทนที่มองไม่เห็นแถมยังมีผ้าพันคอมาปิดทับอีกทีทำให้เขาไม่เห็นอะไรนอกจากเส้นผมสีดำสนิทกับปลายจมูกเล็กๆ
ร่างบางมองตอบ ฮู้ดดี้รู้สึกได้ถึงสายตาที่ไม่เป็นมิตรนัก

"เอาไงดี"

แมสกี้หันมองเพื่อนทั้งสองอย่างขอความเห็น

"อืม ก็ตามที่ตกลงไว้"
"ฆ่าสินะ!!!"

โทบี้พูดต่อคำของฮู้ดดี้จบก็พุ่งเข้าไปหาร่างบางที่อยู่ห่างไปไม่ถึงเมตรอย่างรวดเร็วก่อนจะเงื้อขวานเล่มโปรดขึ้นแล้วฟันลงอย่างรวดเร็วราวกับมันไม่มีนํ้าหนัก ในระยะขนาดนี้ไม่มีทางที่จะหลบคมขวานพ้นแน่นอนแต่...

พรึบ!

ปึก!

"อ็อค!!"

ร่างบางเบี่ยงตัวหลบเพียงเสี้ยววินาทีแล้วตั้งท่าอัดฝ่ามือใส่บริเวณลิ้นปี่ของมือขวานอย่างแรงจนโทบี้ที่ยังไม่ทันจะเรียบเรียงเหตุการณ์จบต้องโก่งตัวแล้วกระเด็นออกไปไถลตัวกลิ้งไปกับฟุตบาทจนไปชนพาดกับเสาไฟฟ้าซํ้าที่เก่าแล้วนอนจุกอยู่ตรงนั้น
แมสกี้หันไปพยักหน้าให้ฮู้ดดี้ ฮู้ดดี้พยักหน้าตอบอย่างเข้าใจความหมายก่อนจะชักปืนคู่ขึ้นมา
แมสกี้พุ่งไปหาร่างบางที่ยืนหันหลังให้อย่างรวดเร็วไม่แพ้โทบี้ที่ม่อง(?)ไปก่อน

หมับ!

"อึก!!"

ดูเหมือนว่าแมสกี้จะอ่านทางของร่างบางออก ร่างเล็กในชุดดำที่หันกลับมาอย่างรวดเร็วแล้วเงื้อหมัดเตรียมต่อยสวนแต่ชายหนุ่มกลับรับหมัดเล็กๆนั่นได้แล้วใช้มืออีกข้างที่ว่างจับไหล่บางแล้วเข่าใส่บริเวณท้องอย่างแรงหนึ่งทีจนร่างบางจุกและทรุดเข่าลงข้างหนึ่งแล้วกอดท้องตัวเองไว้

"แค่ก!!"

ร่างบางไอออกมาผ้าพันคอสีดำร่นลงเห็นใบหน้าครึ่งล่าง นํ้าใสๆไหลตามมุมปากจากความจุก ชายหนุ่มพนันได้เลยว่าใบหน้าใต้กลุ่มผมน่ารำคาญจนอยากเอากรรไกรตัดให้(?)นั่นกำลังบิดเบี้ยวอยู่แน่ๆ

"เอาล่ะหมดเวลาเล่นแล้ว"

ฮู้ดดี้พูดขึ้นแล้วเดินไปหาร่างบางที่ทรุดอยู่กับพื้นส่วนแมสกี้ไปดึงคอเสื้อของโทบี้ขึ้นจากด้านหลังจนเจ้าตัวดิ้นไปมาเพราะขาดอากาศชายหน้ากากขาวจึงปล่อยมือออกให้เพื่อนมือขวานเดินเอง...โดยไร้อาการบาดเจ็บต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ

"ตามข้อตกลงของพวกเรา ใครที่เห็นพวกเราแล้วล่ะก็จะต้องกำจัดทิ้งให้หมดล่ะนะ"

ฮู้ดดี้เอาปืนจ่อหัวร่างเล็กไว้
ร่างบางก้มหน้านิ่งในท่าคุกเข่าข้างนึงแล้วกอดตัวเองไว้

"น่าเสียดายแฮะ ก่อนฆ่าฉันขอดูหน้าเธอหน่อยได้เปล่า??"

โทบี้พูดจบก็ไม่รอคำอนุญาตแล้วเอื้อมมือไปเตรียเปิดเหม่ง(?)ทันที

หมับ!!!

กร๊อบบ!!!!!!!!!

"อ๊ากกกกกกกกกก!!!!!!!"

ร่างบางที่นิ่งมาตั้งแต่เมื่อครู่คว้ามือที่เกือบจะถึงหัวไว้แล้วจัดการหักทิ้งทันทีจนเจ้าตัวร้องลั่นลงไปนอนดิ้นกับพื้นโดยก่อนหน้านั้นก็โดนมือเล็กๆต่อยเข้าที่ลิ้นปี่ซํ้าอีกสองที ข้อศอกถูกหักกลับผิดทิศทางอย่างน่ากลัว
ร่างบางขยับตัวรวดเร็วลุกขึ้นและทำท่าจะพุ่งเข้าหามือปืน

ปั้ง!!!

แล้วก่อนที่เขาจะได้ทันทำอะไร ลูกปืนในกระบอกก็ถูกส่งออกไปเจาะสมองของร่างบางเรียบร้อยโดยชายในหมวกฮู้ดสีเหลืองที่ใส่หน้ากากใบหน้าโศกเศร้า

เลือดสีแดงสาดกระเซ็นเปรอะไปทั่วพื้นถนนร่างเล็กๆนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง...ไร้
สัญญาณของชีพจรที่แสดงถึงชีวิต...

"เฮ้ย!!!"

แมสกี้วิ่งไปหาเพื่อนชุดเทาแล้วนั่งยองๆตรวจดูแขนของมือขวานทันทีอย่างเป็นห่วง....ซะเมื่อไหร

พลัก!!!

"เลิกเล่นซะทีเจ้าบื้อเอ๊ย!!!!"

แมสกี้ประเคนหน้าแข้งใส่เพื่อนรัวๆจนเจ้าตัวยกมือยอมแพ้

"ขอโทษคร้าบบบ ก็มันเจ็บนี่หว่า"

โทบี้ลุกขึ้นปัดฝุ่นตามตัวแล้วยกแขนที่ถูกหักจนบิดเบี้ยวขึ้นมาดูสักพักแล้วจัดการหักกลับเข้าที่เดินก่อนจะลองขยับแขนไปมา

"ทำไมฉันต้องเจ็บตัวทุกรอบเลยนะ"
"แจ็คบ่นยาวแน่"  แมสกี้
"ก็นะ หมอนั่นเป็นคนเดียวที่รู้จักการรักษาไม่ใช่ฆ่าอย่างเดียว"  ฮู้ดดี้

โทบี้หัวเราะแหะๆก่อนจะโดนแมสกี้เตะดัดหลังอีกที

"กลับกันดีกว่า"

ฮู้ดดี้บอกพร้อมกับเดินเช็ดปืนไปด้วย

"เอ๋!!! แล้ววาฟเฟิ้ลที่จะซื้อล่ะ!!!"  โทบี้
"ชีสเค้กด้วย!"  แมสกี้
"จะเลยเวลาที่มาสเตอร์กำหนดแล้ว หรือพวกนายอยากลองแหกกฏของมาสเตอร์?"

ฮู้ดดี้หันกลับมาหาเพื่อนทั้งสองที่กำลังโวยวายแล้วพูดประโยคที่ทำให้พวกเขาเงียบกริบ

'ใครจะอยากลองดีล่ะฟะ!!'

ทั้งสองคิดพร้อมกับจินตนาการภาพของมาสเตอร์ไปด้วยก่อนจะทำใจยอมเดินตามมือปืนไป

"พวกนาย...เป็นใครกันแน่"

เสียงเบาบางราวกับกำลังกระซิบผ่านสายลมดังแว่วมาจากด้านหลังทำให้ชายหนุ่มทั้งสามสะดุ้งก่อนจะหันไปมองร่างในชุดดำที่กำลังลุกขึ้นจากพื้นอย่างตกตะลึง!!

"เธอ!!! ทำไมถึง"
"เมื่อกี้ฉันเจาะสมองเธอไปแล้วนะ!!!"
"หรือว่า...ผีหลอกกกก!!!!"

โทบี้วิ่งไปหลบหลับเพื่อนทั้งสองพลางแอบมองร่างในชุดดำที่กำลังใช้นิ้วควานไปมาตรงหน้าผากแล้วคีบกระสุนที่เปื้อนเลือดและเศษเนื้อออกมา
ผมหน้าที่ถูกแหวกออกเผยให้เห็นใบหน้างามและรูที่หน้าผากที่เริ่มสมานกันอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน...ดูไม่ออกเลยว่าก่อนหน้านี้ที่ตรงนั้นเคยมีกระสุนทะลุผ่าน

"ไอ้นี่ฆ่าฉันไม่ได้หรอกนะ..."

นิ้วเรียวใต้ถุงมือหนังสีดำที่คีบลูกกระสุนสีเงินเปื้อนคราบเลือดอยู่โยนไปแทบเท้าเจ้าของมัน

"ฉันว่าต้องเป็นพวกเรามากกว่าที่ถามว่าเธอเป็นอะไรกันแน่?"

ฮู้ดดี้ถามกลับ เขากระชับปืนแน่นจ้องมองไปที่บุคคลที่เขาเพิ่งเอาใส่ในบัญชีอันตราย

"ฉันหรอ อา บอกไปพวกนายก็ไม่รู้หรอก..."

ร่างบางตอบพลางยักไหล่เบาๆ

"ไม่บอกแล้วเราจะรู้ไหมเล่า!!"

แมสกี้ตะโกนก่อนจะโดนโทบี้ล็อคตัวไว้ไม่ให้พุ่งไปหาร่างบาง

"อ่า เป็นแค่'เจ้าหนู'ปากไม่สิ้นกลิ่นนํ้านมแท้ๆ"

ชายหนุ่มทั้งสามนิ่งไป...


"เจ้าหนูบ้านแกสิ!! เราอายุ27แล้วนะเฟ้ย!!! แกนั่นแหละเป็นแค่'ไอ้เตี้ย'(170บ้านนายคือเตี้ย?)แท้ๆ!!!!"

แมสกี้ตอบกลับอย่างดูถูกจนร่างบางต้องกำมือแน่นจนได้ยินเสียงเสียดสีของถุงมือหนังเพื่อข่มอารมณ์เดือดปุดๆไว้

"ปีนี้ฉัน26 อายุจริงคือ8723 ไม่นับช่วงก่อนเริ่มคริสตกาล"

ทุกสรรพเสียงเงียบลงราวกับนัดกันไว้ ฮู้ดดี้ขยับตัวเป็นคนแรกและสกิดเพื่อนทั้งสอง

"ห๊ะ!!!!!"  แมสกี้
"ก็ จะเรียกว่าอมตะก็ได้"
"(=_=).....x3"
"งั้นแสดงว่าเธอไม่ใช่มนุษย์รึไง?"

โทบี้พูดขึ้นกวนๆ

"ทำนองนั้น...."

เสียงหวานนิ่งเรียบไร้โทนสูงตํ่าตอบกลับ ส่วนหนุ่มๆก็เงิบกินไปแล้ว

"เอาจริงดิ"

โทบี้ครางก่อนจะหันมองหน้าเพื่อนทั้งสอง

"งั้น ลองพาไปหามาสเตอร์ไหม? รายนั้นน่าจะอยู่มานานพอดู น่าจะรู้เรื่องอะไรไม่มากก็น้อย"

ฮู้ดดี้ถามความเห็นทั้งสองซึ่งคำตอบคือการพยักหน้า เป็นอันเอกฉันท์

"งั้นเธอจะไปกับพวกเราไหมล่ะ เรารู้จักคนที่น่าจะรู้เรื่องของเธออยู่"

ฮู้ดดี้ถามร่างบาง

"ก็ดี อย่างน้อยฉันก็ได้รู้ว่าตัวเองไม่ได้แปลกประหลาดอยู่คนเดียว..."

ร่างในชุดดำจนแทบกลืนไปกับความมืดเดินไปหาชายทั้งสามคน

"จากนี้ก็ขอฝากด้วยนะ..."
"อ่า ฉันชื่อฮู้ดดี้"
"ฉันแมสกี้"
"ฉันชื่อโทบี้นะ!!"
"มาสเตอร์เรียกพวกเราว่า'พร็อคซี่(Proxy)'น่ะ แล้วเธอล่ะ?"

ฮู้ดดี้ถาม ร่างบางนิ่งไปนิดก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงที่ไร้โทนเช่นเคย

"ไพร์ม ไพร์ม เอ็นด์เลส..."

ไพร์มหยุดมองคนทั้งสามสักพักแล้วเอ่ยต่อ

"และฉัน เป็นผู้ชาย"

พูดจบร่างบางก็เดินไปทันทีโดยไม่เหลียวกลับมามองสามหนุ่มที่ยืนค้างอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

"ผ ผู้ชายหรอ!!!!x3"
"งี่เง่า(- -)..."
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น

  1. #23 มารี (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 23:55
    สนุกมากกกกกก ที่ผ่านเห็นแต่ตัวหลักเป็นผู้หญิง ในที่สุดก็เจอผู้ชายยยยยยยยยย!! ดีใจมาก! TwT

    //สวรรค์ของคนที่เกลียดผู้หญิงชัดๆ
    #23
    0
  2. #22 มารี (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 23:53
    สนุกมากกกกกก ที่ผ่านเห็นแต่ตัวหลักเป็นผู้หญิง ในที่สุดก็เจอผู้ชายยยยยยยยยย!! ดีใจมาก! TwT

    //สวรรค์ของคนที่เก็บผู้หญิงชัดๆ
    #22
    1
    • #22-1 Hikari Yuu(จากตอนที่ 1)
      3 เมษายน 2559 / 03:49
      อ่ะ 555+ ไรท์ก็เช่นกัน เจอแต่ผู้หญิง เราก็สาววายเลยแต่งเองแม่ม(?)
      #22-1
  3. #15 0850715756 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2559 / 13:07
    すごい  楽しいです
    สุดยอด สนุกมากเลยค่ะ


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 17 มีนาคม 2559 / 13:08
    #15
    0
  4. #2 Yukipine (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:02
    กริ๊ดดดดดดดด!!! สนุกโครตตตต หาอ่านของ creepypasta มาตั้งนาน อ่านไปขำพวก proxy ไป สนุกมาเลยค่ะไรท์ จะรอติดตามนะคะ!

    ป.ล. ไรท์พิมพ์ผิดตรง อนุญาตินะ (ที่ถูกเป็น อนุญาต)
    #2
    2
    • #2-1 Hikari Yuu(จากตอนที่ 1)
      27 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:34
      ขอบคุณน้าาา ไม่คิดว่าจะมีคนเม้นเยอะขนาดนี้(TwT) ไรท์ซาบซึ้งอ่ะ
      แล้วก็จะพยายามแต่งต่อนะ แต่อาจช้าหน่อยเพราะช่วงนี้มีสอบเยอะ(มว้าก//วิบัติเพื่อเสียง)
      #2-1