ดวงใจยอดขุนพล

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,556 Views

  • 42 Comments

  • 432 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    35

    Overall
    5,556

ตอนที่ 15 : ตอนที่ 13 ไม่ชอบมาพากล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1014
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    27 ม.ค. 62

ขณะที่เส้าหมิงเสียงกำลังจะออกจากจวนจิ้งอานโหว ก็มีเสียงร้องเรียกดังขึ้น "ช้าก่อน น้องรองอย่าเพิ่งไป"

เส้าหมิงเสียงหันมาตามเสียงเรียก เป็นเส้าหมิงกวงพี่ชายคนโตของเขานั่นเอง สีหน้าท่าทางของพี่ชายเขาดูเหมือนมีเรื่องสำคัญจะบอก

"เมื่อครู่มีจดหมายมาจากเจ้าเมืองเจิ้นเฟิง...." เส้าหมิงกวงมองซ้ายมองขวา แล้วพูดขึ้นเบาๆ "เข้าไปคุยกันข้างในดีกว่า" เห็นเส้าหมิงกวงมีสีหน้าร้อนใจอย่างมาก เส้าหมิงเสียงจึงพยักหน้า แล้วเดินตามเข้าไปทันที

หลังจากเดินมาถึงโถงกลางเส้าหมิงเสียงก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย "มีเหตุอันใดหรือพี่ใหญ่"

เส้าหมิงกวงขมวดคิ้วแน่น แววตามีประกายซับซ้อนอย่างเห็นได้ชัด เขามองหน้าน้องชายคนรอง ก่อนจะเอามือวางบนบ่าของเขาราวกับจะปลอบใจ

"ท่านเจ้าเมืองเจิ้นเฟิง ส่งสารด่วนแจ้งมาว่าบ้านสกุลเฉียวที่เจิ้นเฟิงถูกเพลิงไหม้ คนในบ้านหนีไม่ทันตายเกือบทั้งหมด ท่านเฉียว ฮูหยิน และบุตรสาวคนเล็กเสียชีวิตในกองเพลิง มีผู้รอดชีวิตสามคน หนึ่งในนั้นน่าจะเป็นคุณชายเฉียวอวี้หลางบุตรชายคนโตของท่านเฉียว แต่ตั้งแต่เกิดเหตุ ก็ยังหาตัวเขาไม่พบ"

เส้าหมิงเสียงหัวคิ้วขมวดเป็นเกลียว คราแรกเขาตั้งใจว่าหลังจากรับศพเฉียวซื่อ และจัดการงานศพเรียบร้อยแล้ว เขาจะเดินทางไปยังบ้านสกุลเฉียวที่เจิ้นเฟิงเพื่อขอขมาต่อพ่อตาแม่ยายด้วยตนเอง ไม่คิดว่ายังไม่ทันรับศพภรรยา จะมีข่าวร้ายของครอบครัวนางมาถึงก่อน

ว่าแต่..เพลิงไหม้เช่นนั้นหรือ?

เฉียวเจาเพิ่งเสียชีวิตไปไม่กี่วัน บ้านตระกูลเฉียวก็เกิดเพลิงไหม้ตายเกือบทั้งหมด เรื่องนี้ดูจะเป็นเรื่องบังเอิญมากเกินไปหรือไม่? ยังไม่รวมถึง 'การต้อนรับพิเศษ' ทันทีที่เขาเหยียบเข้าเมืองหลวง

"เจ้าคิดจะทำอย่างไรต่อไป?" เส้าหมิงกวงจ้องหน้าน้องชาย

ชายหนุ่มไม่ตอบ แต่ทว่าสีหน้าของเขาเย็นยะเยือกขึ้นเรื่อยๆ แววตาดำมืดดิ่งลึกไม่เห็นก้น สองมือกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เสียงลั่นกรอบ ริมฝีปากบางขบเม้มแน่นนิ่งใช้ความคิดอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะเอ่ยขึ้น

"พี่ใหญ่ เรื่องนี้ไม่ชอบมาพากล ข้าสงสัยว่าจะมีหนอนบ่อนไส้แฝงกายอยู่ในจวนโหวของเรา การตายของเฉียวซื่อและครอบครัวสกุลเฉียว....อาจจะมีบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องหลัง พวกเรามิอาจละเลยได้"

เส้าหมิงกวงดวงตาเบิกกว้างอย่างตื่นตะลึง ความกังวลฉายชัดบนใบหน้าอย่างฉับพลัน
"เราควรจะแจ้งให้ท่านพ่อรับรู้"

เส้าหมิงเสียงพยักหน้าเห็นด้วย แต่กลับพูดขึ้นว่า "ท่านพ่อควรรู้ แต่ยังไม่ใช่เวลานี้ ด้วยนิสัยของท่านพ่อ หากรู้ว่ามีคนกล้าเข้ามาถอนเกล็ดใต้คอมังกร จะต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน ข้ายังไม่อยากแหวกหญ้าให้งูตื่น ไม่แน่ว่าคนร้ายก็อาจจะยังอยู่ในจวนโหว เรื่องนี้ข้าจะสืบหาความจริงอย่างลับๆ อาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากพี่ใหญ่ในบางเรื่อง"

"เจ้าวางใจ เรื่องสืบหาตัวหนอนบ่อนไส้ข้าจะช่วยเจ้าอีกแรง" เส้าหมิงกวงตอบรับหนักแน่น

เส้าหมิงเสียงหันหลังเดินกลับออกมา ไม่เอ่ยวาจาใดๆอีก ในหัวครุ่นคิดถึงสิ่งต่างๆมากมาย จนกระทั่งมาถึงกลับมาถึงที่พักในค่ายทหาร

"หลางอี" เส้าหมิงเสียงเอ่ยเรียกชื่อหนึ่งในสี่องครักษ์เงาของตนเองเบาๆ

ชั่วพริบตาเงาร่างหนึ่งก็มาปรากฏ คุกเข่ารอรับคำสั่งอยู่ด้านหลังของผู้เป็นนาย

"ไปตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับสกุลเฉียวอย่างละเอียด ตั้งแต่หลังใต้เท้าเฉียวลาออกจากราชการ กิจการต่างๆของท่านเฉียว รวมถึงคนที่พวกเขาพบปะติดต่อทุกคนด้วย"

"ขอรับ" กล่าวจบเงาร่างของหลางอีก็หายวับไปอย่างไร้สุ้มเสียง

"หลางเอ้อ" เส้าหมิงเสียงเอ่ยเสียงเรียกขึ้นอีกครั้ง สิ้นเสียงเรียกขานเรียก องครักษ์เงาอีกคนก็ปรากฏตัวขึ้น

"ข้าต้องการรู้ทุกเรื่องของเฉียวเจาในช่วงสองปีที่ข้าไม่อยู่ กิจวัตรของนาง นางออกไปไหน พบกับใครบ้าง สนิทสนมกับใครเป็นพิเศษ ตรวจสอบประวัติสาวใช้ทุกคนที่อยู่ใกล้ชิดนาง และตรวจสอบการเข้าออกจวนโหวของนางและผู้ติดตามทุกคน สืบมาให้ละเอียด"

น้ำเสียงของเส้าหมิงเสียงจริงจังเด็ดขาด ในดวงตาสีนิลเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งพันปีที่สามารถแช่แข็งคนได้ในชั่วพริบตา

.............


ณ ตำหนักเสียนอ๋อง เมืองหลวงแคว้นต้าเหลียง

เด็กหนุ่มผู้เฝ้าประตูตำหนักวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงานผู้เป็นนาย "หวางเหย่ขอรับ นายน้อยกลับมาแล้วขอรับ"

ดวงตาคมกริบราวนกเหยี่ยวยังคงจับจ้องอยู่ที่ม้วนตำราในมือ สีหน้าสงบนิ่งราวกับไม่ใส่ใจ "อื้อ"

แต่ก่อนที่บ่าวชายผู้นั้นกำลังจะออกไป เสียงเย็นเยือกทรงอำนาจกลับดังขึ้น "อีกครึ่งชั่วยามให้เขามาพบเปิ่นหวางในห้องหนังสือ"

เสียนอ๋อง จ้าวเสวียนอิง เป็นพระอนุชาต่างมารดาของจักรพรรดิที่เหลืออยู่เพียงพระองค์เดียว เดิมทีเขาเป็นเพียงจวิ้นอ๋อง เมื่อครั้งที่หลี่ชิงอ๋องก่อการกบถหมายชิงบัลลังก์เขาเป็นผู้ช่วยรัชทายาทหรือก็คือองค์จักรพรรดิพระองค์ปัจจุบันปราบปรามกบถได้สำเร็จ หลังทรงขึ้นครองราชย์จึงได้รับบรรดาศักดิ์เลื่อนขึ้นเป็นชินอ๋องที่มีอำนาจสูงสุดมีอำนาจเหนือคนนับหมื่นอยู่ใต้เพียงคนผู้เดียวคือองค์จักรพรรดิ

เสียดาย...บุรุษวัยสามสิบหกปีผู้พรั่งพร้อมไปด้วยยศฐาบรรดาศักดิ์ และแก้วแหวนเงินทองผู้นี้กลับอยู่อย่างเดียวดายในตำหนักหรูหรา

ข่าวลือว่ากันว่าเขาปักใจรักกับสตรีต้องห้ามนางหนึ่ง เขาไม่สามารถแต่งนางเป็นชายา หรือแม้แต่อนุก็มิอาจเป็น หลังจากสตรีผู้นั้นเสียชีวิต เขาก็ครองตัวเป็นโสดมาตลอด แม้ว่าจักรพรรดิจะทรงพระราชทานสาวงามมาให้มากมาย แต่สตรีเหล่านั้นล้วนอายุสั้น เข้ามาในตำหนักได้ไม่นานก็มีอันเป็นไปจนหมดสิ้น

ต่อมาเขารับบุตรของสหายคนหนึ่งมาเป็นโอรสบุญธรรม แน่นอนว่าโอรสบุญธรรมผู้นี้ย่อมไม่อาจสืบทอดบรรดาศักดิ์ของเขาได้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีกระแสข่าวลือว่า แท้จริงแล้วโอรสบุญธรรมผู้นี้ก็คือโอรสแท้ๆของเขากับสตรีนางนั้น แต่ความจริงเป็นเช่นไรก็หามีผู้ใดล่วงรู้

"คารวะท่านพ่อบุญธรรม" ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาเกลี้ยงเกลา ท่าทางสง่างามเดินเข้ามาประสานมือโค้งกายคารวะอย่างนอบน้อม

"หลายวันนี้เจ้าไปไหนมา?" เสียนอ๋องถามเสียงเข้ม

"ลูกเพียงไปท่องเที่ยวเตร็ดเตร่เหมือนเช่นเคย ยังซื้อสุราหอมหมื่นลี้มาฝากท่านพ่อบุญธรรมด้วย"

"มิใช่ว่าไปก่อเรื่องอะไรเข้าอีกรึ?" เสียนอ๋องหรี่ตาลงเล็กน้อย จ้องมองโอรสอย่างพิจารณาราวกับจะค้นหาคำตอบ

ชายหนุ่มรีบคุกเข่าลง ประสานมือโค้งศีรษะลงต่ำ "ชิงเอ๋อร์มิกล้านำความเดือดร้อนมาให้ท่านพ่อบุญธรรมหรอกขอรับ พรุ่งนี้วันครบรอบวันตายของมารดา ชิงเอ๋อร์เพียงแค่ออกไปเสาะหาสิ่งของที่มารดาชอบเพื่อมาเซ่นไหว้ด้วยตนเองเท่านั้น" น้ำเสียงของชายหนุ่มสั่นเล็กน้อย สีหน้าเจือไปด้วยความโศกเศร้า

"หึ! เจ้าทำอะไรอย่านึกว่าข้าไม่รู้ ข้าไม่อยากให้เจ้าไปเกี่ยวข้องกับคนผู้นั้นอีก ในใต้หล้านี้ไม่มีใครหวังดีกับเจ้าเท่าบิดาคนนี้อีกแล้ว อยู่ในจวนเสียนอ๋องมีอะไรที่เจ้าอยากได้แล้วไม่ได้บ้าง? เจ้าทำตัวเช่นนี้ วิญญาณแม่ของเจ้าจะสงบสุขได้หรือ?" เสียนอ๋องตบโต๊ะดังปัง แผดด้วยความโมโห ดวงตาแดงก่ำ กำมือแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน
ลมหายใจฟืดฟาด หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างแรงด้วยโทสะ

"หลายปีที่ผ่านมาข้าเพียรพยายามจะดึงเจ้าออกมาจากวังวนอำนาจมืดที่น่ากลัว แต่ไม่คิดว่าเจ้า.... เฮ่ย!" เสียนอ๋องสะบัดชายแขนเสื้ออย่างแรงแล้วหมุนตัวหันไปด้านหลัง ดวงตาหรุบลง นิ่งคิดถึงสตรีผู้มีดวงตางดงามราวกับดวงดาวยามราตรี งดงามอ่อนหวานแต่ทว่าแข็งแกร่งราวกับดอกเหมยกลางหิมะ สตรีหนึ่งเดียวใจดวงใจของเขาตลอดมา และตลอดไป...

ในที่สุดก็ถอนหายใจออกมายาวๆ

'ฉิงเอ๋อร์ ข้าผิดต่อเจ้านัก ที่ไม่สามารถกันเขาออกมาจากคนผู้นั้นได้'

เสียนอ๋องพยายามสงบจิตใจ และกล่าวกับบุตรชายด้วยน้ำอีกครั้ง

"ชิงเอ๋อร์ ข้ารับปากกับมารดาเจ้าว่าจะปกป้องเจ้า ดูแลเจ้าอย่างดี และไม่ให้เจ้าต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่เป็นอันตราย ไม่ว่าตอนนี้เจ้ากำลังทำอะไรอยู่ จงหยุดเสีย บิดาไม่อยากเห็นเจ้าต้องตกเป็นเม็ดหมากในกระดานของผู้อื่น สิ่งที่เจ้ารู้ สิ่งที่เจ้าเห็นอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิด......"

"เงาจันทร์สะท้อนน้ำแม้งดงามแต่มิอาจไขว่คว้า ไม่สู้ชื่นชมอยู่เงียบๆ เพียงสุราหนึ่งไหใต้เงาจันทร์ก็เป็นสุขได้ เจ้าเข้าใจหรือไม่"

ชายหนุ่มเม้มปากแน่นก้มหน้านิ่ง ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากของเขา แววตาดื้อรั้นมองต่ำลง คิ้วขมวดแน่น ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้ใครๆจะเรียกเขาว่าท่านชาย ปฏิบัติต่อเขาด้วยความเคารพประดุจเป็นอ๋องน้อยของตำหนักเสียนอ๋อง แต่เขารู้ดีว่าในใจของเหล่าข้าทาสบริวารเหล่านั้นล้วนดูถูกว่าเขามีชาติกำเนิดที่ต่ำต้อย จนกระทั่งเขาได้พบกับ 'คนผู้นั้น' ทำให้เขารู้ชาติกำเนิดที่แท้จริง

เขาไม่ควรจะมาอยู่ในสถานที่แห่งนี้ เป็นเพียงท่านชายธรรมดาที่ไร้อำนาจบารมี หากเขาทำงานนี้สำเร็จ เขาก็จะได้สิ่งที่ควรจะเป็นของเขามาตั้งแต่ต้น แต่ตอนนี้เขาต้องใจเย็น และอยู่ในจวนเสียนอ๋องอย่างสงบ

"ลูกเข้าใจขอรับท่านพ่อบุญธรรม" แม้น้ำเสียงจะอ่อนโยน เต็มไปด้วยความเคารพเชื่อฟัง แต่ในดวงตาของชายหนุ่มกลับเรียบนิ่งเฉยชาเป็นดังน้ำบ่อลึกที่ไร้ก้นบึ้ง 



...............


แจ้งข่าวสาร นิยายดวงใจยอดขุนพล.....


ต้องขออภัยรีดทุกท่านที่ติดตามเรื่องดวงใจยอดขุนพลอยู่นะคะ เนื่องจากตอนนี้ไรท์ติดงานแปลนิยายจีนที่ค่อนข้างเร่งด่วนกับสนพ.แห่งหนึ่ง ซึ่งจะต้องแปลให้จบภายในหกเดือน ค่อนข้างกดดันพอสมควร จึงต้องขอหยุดอัพเดทดวงใจยอดขุนพลไปก่อน


ความจริงเรื่องนี้วางพล็อตเรื่องเอาไว้จนจบแล้ว ช่วงที่เริ่มต้นเขียนเป็นช่วงที่ว่างจริงๆ คิดว่าไม่น่าจะมีจะไรติดขัด แต่บังเอิญมีงานแปลที่ค่อนข้างด่วนเข้ามาแทรกพอดี จึงต้องเอางานหลักไว้ก่อนค่ะ ครั้นจะเขียนลงบ้างเป็นครั้งคราวก็กลัวว่าจะไม่ต่อเนื่อง และมาๆหายๆแน่นอน จึงคิดว่าหยุดไปก่อนจนกว่าจะมีเวลาจริงๆดีกว่า คนอ่านจะได้ไม่ค้างเติ่งตอนสำคัญ


แต่สัญญาว่าหลังจากเสร็จภารกิจแล้วจะกลับมาเขียนนิยายให้อ่านกันต่อแน่นอนค่าาาา....


☆เก๋☆



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #40 Hudralia (@Hudralia) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 19:08
    อย่าหายไปนานนะคะไรท์...รีดรออ่านค่ะ
    #40
    0
  2. วันที่ 5 มกราคม 2562 / 18:33

    เย้ๆมาแล้ว
    #39
    0