คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #2 : Chapter 1 : คำโกหก (1)
Chapter 1 : คำโกหก (1)
ณ โรงเรียนรัตติกาลอมตะห้องม.2/2
“เทอม 2 แล้วนะพวกเธอ เชื่อฟังครูซะบ้างสิ ไปนั่งที่ได้แล้ว!!”
“โห่
ครู วันนี้เปิดเทอมวันแรก ขอพวกเราทักทายกันหน่อยสิ
”เด็กนักเรียนชายคนหนึ่งพูดขึ้นก่อนจะหันไปคุยกับเพื่อนของตนต่อ
“เออๆวันนี้ชั้นยอมก็ได้ เอาล่ะ!เทอม 2 นี้มีนักเรียนหน้าตาน่ารักมาเข้าเรียนที่นี่ พวกเธออยากเจอเค้ามั้ย?”
“น่ารักจริงๆหรอครู ไม่ใช่หลอกให้พวกเราดีใจหรอกนะ”
“นักเรียนใหม่จะสวยสู้พวกหนูได้หรอค่ะครู เนอะพวกเรา”
“เน้อออ~~”เด็กสาวอีก 3-4 คนตอบรับผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม
“ไม่รู้สินะ พวกเธอก็ยลโฉมของเค้าเองแล้วกันนะ
Come in”
อาจารย์สุมารีอายุประมาณ 40 ปี เรียกนักเรียนคนใหม่ให้เดินเข้ามาภายในห้องเรียนนั้น และทุกคนก็ต้องตกตะลึงเมื่อบุคคลที่เข้ามานั้น มีผมที่น้ำเงินพลิ้วไหว ดวงตา 2 สีน้ำเงินและแดง กับใบหน้าที่หวานสวยของคนๆนั้น
“เด็กคนนี้ชื่อว่า โรคุโด มุคุโร่ เป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น จะมาเรียนที่นี่เป็นต้นไปนะ”
“ว้าว!ถ้างั้นห้องเราก็มีเด็กลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น 2 คนแล้วสิครับ”เด็กชายร่างสูงคนหนึ่งลุกขึ้นพูดกับครู
“อ้อ
นั้นสินะ ถ้าอย่างนั้น ฮิบาริช่วยดูแลมุคุโร่ทีนะ”
“เข้าใจแล้วครับ”
“แล้วตกลงนี่ผู้หญิงผู้ชายอ่ะครับ”
“ดูจากเครื่องแบบคงไม่รู้สินะ เพราะว่าเด็กลูกครึ่งที่โรงเรียนนี้มีเครื่องแบบต่างกับนักเรียนธรรมดา เด็กคนนี้เป็นผู้ชายทั้งกายและใจ เพราะงั้นผู้ชายคนไหนที่แอบชอบอยู่ก็เสียใจด้วยนะ”
“โห่
!!”เด็กนักเรียนชายต่างพากันร้องโห่ทั้งห้องเมื่อรู้ว่ามุคุโร่เป็นผู้ชาย และมุคุโร่เองก็เหมือนจะเข้าใจความหมายอยู่บ้างจึงได้หัวเราะออกมาเบาๆ
“เอ่อ
You sat with him! He will take care of her. When you is here. What was he at the same consultant. [เธอไปนั่งกับเค้าสิ! เค้าจะช่วยดูแลเธอ เวลาที่เธออยู่ที่นี่ มีอะไรก็ปรึกษาเค้าแล้วกัน]”คุณครูหันมาพูดกับมุคุโร่เป็นภาษาอังกฤษเพราะเข้าใจว่ามุคุโร่เพิ่งมาอยู่ที่ประเทศไทย จึงไม่น่าจะพูดภาษาไทยได้มากเท่าไร
“Understand offline. [เข้าใจแล้วครับ]”มุคุโร่ยิ้มตอบรับ ก่อนจะเดินไปหาฮิบาริที่นั่งอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่างท้ายสุดของห้อง
“ถ้าตรงไหนที่มุคุโร่เค้าไม่เข้าใจ ยังไงฮิบาริช่วยแปลให้เค้าฟังด้วยนะ”
“ครับ”ฮิบาริตอบรับก่อนจะหันไปมองหน้าของมุคุโร่ ใบหน้ายามจ้องมองอะไรบางอย่างนั้นก็สวยไม่แพ้ใบหน้ายามปกติ
“ถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มเรียนก็ได้แล้วล่ะ! เอาหนังสือภาษาไทยขึ้นมา เรียนไปถึงไหนแล้ว
”คุณครูเริ่มสอน แต่มุคุโร่ก็ไม่ได้สนใจที่ครูสอนและไม่สนใจที่ฮิบาริแปลให้ฟัง กลับชวนฮิบาริคุย
“(ภาษาญี่ปุ่น)คุณน่ะ นามสกุลฮิบาริสินะครับ แล้วชื่อล่ะครับ”
“(ภาษาญี่ปุ่น)เวลาเรียนไม่ใช่เวลามาถามชื่อ”
“(ภาษาญี่ปุ่น)ต่อให้ถึงเวลาพัก คุณก็คงไม่ตอบผมสินะครับ ทั้งๆที่ผมอยากทำความรู้จักด้วยแท้ๆ”
“(ภาษาญี่ปุ่น)แต่ชั้นไม่ได้อยากรู้จักนาย ชั้นทำตามหน้าที่”
“ไม่ต้องแปลให้ผมหรอกครับ ผมก็ฟังและพูดได้เหมือนกันครับ”มุคุโร่พูดเป็นภาษาไทยด้วยเสียงที่คล้ายเสียงกระซิบเพื่อไม่ให้คนทั้งห้องได้ยิน พร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานให้กับฮิบาริ
“ถ้างั้นทำไมนายถึงไม่บอกครูเค้าล่ะ ทำไมจะต้องมาเป็นภาระชั้นด้วย”
“เพราะว่าผมชอบคุณ
“อีกอย่าง?”ฮิบาริทวนคำปริศนาของมุคุโร่ซ้ำอีกครั้ง
“
คุณนั่งดูอยู่ไม่ใช่หรือครับ เด็กสาวเลือดโชกที่ยืนอยู่มุมห้องด้านขวาในห้องนี้น่ะครับ”มุคุโร่ว่าพลางมองไปทางเด็กสาวผมสั้นถึงติ่งหูและไว้หน้าม้า ใส่เครื่องแบบโรงเรียนรัตติกาลอมตะที่เป็นสีแดงเพราะเลือดจากศีรษะ และจากภายในปากของเธอเอง
“นายก็เห็น
?”
“ครับ ผมก็เห็น เห็นตั้งแต่เดินเข้ามาภายในห้องนี้แล้วล่ะครับ”
“ถ้าอย่างนั้น นายคงไม่ได้เห็นแค่เด็กคนนี้คนเดียวสินะ?”ฮิบาริถามซ้ำก่อนจะจ้องหน้ามุคุโร่ด้วยการคาดหวังคำตอบ
“ครับ เห็นทั้งที่เพิ่งจะตายเมื่อไม่นานมานี้ และอีกมากมายที่อยู่ในโรงเรียนแห่งนี้ รู้สึกว่าผมจะเข้ามาในที่ๆไม่ควรซะแล้วสิ”
“นายน่ะ
กลัวมั้ย?”ฮิบาริถามอีกครั้งก่อนจะหันไปมองกระดานเพื่อไม่ให้ครูจับตามองพวกเค้า
.
.
.
.
.
.
.
.
“กลัว
สิครับ ผมน่ะ
ไม่มีใครเข้าใจผมซักคน บอกว่าผมตาฝาดบ้างล่ะ ว่าผมบ้าบ้างล่ะ ผมฝันบ้างล่ะ ผมน่ะ
ผมน่ะ
”มุคุโร่พูดซ้ำพลางกลั้นน้ำตาเอาไว้เพื่อไม่ให้ใครได้เห็นน้ำตาของเค้า
“อย่าเพิ่งมาร้องตอนนี้สิ ถ้าจะร้องน่ะ ไว้รอตอนพักค่อยร้องเถอะ เวลาที่คนมีพลังแบบนี้อ่อนแอ สิ่งลี้ลับ หรือวิญญาณจะเข้าสิงหรือทำร้ายได้ง่าย ยิ่งอยู่กันหลายคนแบบนี้ยิ่งไม่ดี”
“เป็นห่วงรึครับ?
คึหึหึ
ชอบจังคนแบบคุณเนี่ย เข้าใจแล้วครับ ไว้ตอนพักผมจะร้องไห้ทีหลังล่ะกันนะครับ”มุคุโร่พูดขึ้นก่อนจะค่อยๆเช็ดหยดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่กี่หยดออกและตั้งหน้าตั้งตาเรียนต่อ
“เอาล่ะ อีกไม่กี่วันนี้ก็จะถึงวันพ่อแล้วนะ ครูเลยจะให้ทำการ์ดวันพ่อส่งครู ซึ่งจะมีการจัดประกวดของโรงเรียนอีกด้วย แล้วก็การ์ดนี้ได้คะแนนถึง 2 วิชา ไทยกับศิลปะ ออกแบบตามใจชอบ เธออยากจะวาดอะไรให้พ่อของพวกเธอก็ได้ตามใจ อยากเขียนอะไรถึงพ่อก็ตามใจ ทำให้สุดความสามารถก็พอ”
“ครูครับ! แล้วถ้าเกิดชนะไปจะได้อะไรหรอครับ? ผมไม่เห็นจะเข้าใจ”
“ได้เกียรติบัตรน่ะ แค่นั้นล่ะ แต่ว่าถ้าพวกเธอรักพ่อล่ะก็นะ ทำให้เต็มที่ก็แล้วกัน คาบต่อไปเรียนอะไรล่ะ?”ครูสุมารีพูดจบก็ถามถึงชั่วโมงเรียนต่อไปทันที เพราะว่าเวลาในชั่วโมงของภาษาไทยนั้นเหลืออีกประมาณ 20 นาทีเองเท่านั้น
“ศิลปะครับครู!!”เด็กนักเรียนชายคนหนึ่งตะโกนบอกครู
“หรอ เอองั้นก็นั่งทำต่อไปจนหมดคาบ 2 แล้วกัน วันนี้ครูศศิมาขอลาป่วย”
“เย้!!!!”
“แมวไม่อยู่หนูร่าเริงนะพวกเธอ เอาล่ะทำไป ครูจะไปสอนห้องอื่นแล้ว ทำไปอย่าเสียงดังล่ะ ฮิบาริ!ถ้าเกิดว่ามุคุโร่เค้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ช่วยดูแลเค้าทีนะ”
“เข้าใจแล้วครับ”ฮิบาริตอบรับก่อนจะมองตามครูสุมารีผู้สอนวิชาภาษาไทยเดินออกไปจากห้องเรียนของเค้า
“ผมไม่มีพ่อนี่ครับ จะให้ผมทำไปทำไมกัน?”มุคุโร่พูดขึ้นกับฮิบาริเมื่อคุณครูได้ออกไปจากห้องเรียนแล้ว
“นั่นสินะ ชั้นก็ว่ามันไม่เห็นจำเป็นจะต้องทำของแบบนี้เลย พ่อของชั้นก็อยู่ที่ญี่ปุ่น”
“ถ้างั้นก็ขอครูพาผมไปชมโรงเรียนสิครับ ผมไม่อยากที่จะมานั่งทำอะไรไร้สาระแบบนี้”มุคุโร่ว่าก่อนจะลุกขึ้นยืนและพยายามจะพาฮิบาริออกนอกห้อง
“ขอโทษนะ ฮิบาริช่วยบอกเค้าทีว่าชั้นเป็นหัวหน้าของห้องนี้ มีหน้าที่ดูแลเพื่อนๆแทนครู เพราะฉะนั้นชั้นไม่อนุญาตให้พวกเธอออกไปข้างนอกในเวลาเรียน”เด็กสาวร่างเล็กผมสั้นประมาณติ่งหูสวมแว่นดำที่ไม่หนาเท่าไรลุกขึ้นเดินเข้าไปขวางหน้าของฮิบาริและมุคุโร่
“(ภาษาญี่ปุ่น)ยัยนี่บอกว่าเค้าเป็นหัวหน้าห้องของห้องนี้ มีหน้าที่ดูแลเพื่อนๆแทนครู และไม่ให้พวกเราออกจากห้องในเวลาเรียน”
“(ภาษาญี่ปุ่น)ควัน
สีดำ
หัวหน้าห้องนี่
โชคร้ายจังนะครับ”มุคุโร่ส่งยิ้มให้กับเด็กสาวคนนั้น ก่อนจะหันไปทางฮิบาริและส่างสายตาประมาณว่า “ก็แปลไปสิครับ”
“หมอนี่บอกว่า อยากจะคุ้นเคยกับที่นี่ให้เร็วที่สุดน่ะ เวลาพักคงจะมีน้อยเลยอยากจะไปตอนว่าง”
“แล้วงานนี่ล่ะจะทำยังไง?”
“(ภาษาญี่ปุ่น)ทำไมนายไม่ตอบไปเองเลยล่ะ จะให้ชั้นไปเป็นล่ามทำไม น่ารำคาญ”
“(ภาษาญี่ปุ่น)เพราะว่าทุกๆคนยังคิดว่าผมเป็นเด็กใหม่ที่พูดภาษาไทยไม่ได้ไงล่ะครับ”มุคุโร่ส่งยิ้มและสายตาแบบเดิมให้กับฮิบาริ
“เค้าบอกว่าเดี๋ยวจะไปทำต่อที่บ้านชั้น ชั้นลืมไปว่าเคยเรียนที่เดียวกับหมอนี่ตอนประถมที่ญี่ปุ่นมาแล้ว”
“งั้นหรอ
ถ้างั้นก็ตามสบาย มัธยมต้นมันพักก่อนมัธยมปลายอยู่แล้ว หมดคาบศิลปะก็คงพักพอดี”เด็กสาวคนนั้นอนุญาต พลางมองไปที่ฮิบาริกับมุคุโร่ที่เดินออกจากห้อง ก่อนจะกลับไปนั่งที่
“อยากเป็นฮิบาริจังเลยน้า
จะได้โดดเรียนไปอยู่กับคนน่ารักๆแบบนั้นบ้าง”
“นี่เอ็งชอบผู้ชายตอนไหนเนี่ย!?!”
“ช่วยไม่ได้ ถ้าเกิดว่าผู้หญิงไม่สวย ไม่น่ารัก ชั้นก็ขอผู้ชายแล้วกัน”
“อย่ามาใกล้กูเลยนะมึง”เด็กหนุ่มที่นั่งวาดรูปการ์ดอยู่ก็ถอยออกห่างจากเพื่อนของตนเมื่อได้ยินแบบนั้น
“กูไม่เอาคนอย่างมึงหรอก สู้มุคุโร่จังของชั้นก็ไม่ได้ แล้วพวกคุณมึงว่าไม่น่ารักรึครับ?”
“น่ารักดิ แต่ว่ายังไม่กล้าชอบว่ะ กลัวหน้าตาแบบนี้ แต่นิสัยเป็นอีกแบบน่ะสิ”
“นั่นดิ 5555”เด็กหนุ่ม 5 คนหัวเราะร่วนเมื่อคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่ผู้เป็นหัวหน้าห้องกลับเดินเข้ามาขัด
“พวกนายจะเริ่มทำงานได้รึยัง? จะนั่งคุยเรื่องโฮโมอีกนานมั้ย? ปัญญาอ่อน”
“นี่เธอว่าอะไรนะ!!! อย่านึกว่าเป็นหัวหน้าห้องแล้วกูจะยอมมึงนะ ทำไมยัยแว่นโรคจิตนี่ถึงไม่โดนลักพาตัวไปฆ่าซะทีว่ะ!!!”เด็กหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มลุกขึ้นด้วยอารมณ์โกรธจัดก่อนจะด่าไปที่หัวหน้าห้องคนนั้น เพื่อนๆในกลุ่มก็พยายามจะยุติการทะเลาะกันครั้งนี้
“พอเหอะน่าไอ้เอ็ม! เดี๋ยวก็ถูกเรียกไปฝ่ายปกครองหรอก”
“ช่างหัวสิ! ใครมันจะไปยอมยัยนี่กันล่ะ!! บ้ารึเปล่า!!”
“นายนี่มันปัญญาอ่อนจริงๆนะ สู้ชั้นไม่ได้แล้วยังจะมาเถียงได้หน้าด้านๆอีก ไปทำงานให้เสร็จได้แล้ว ถ้ายังไม่อยากจะไปฝ่ายปกครอง”เด็กสาวพูดตัดจบอย่างมีชัยก่อนจะเดินไปนั่งที่ของตนเพื่อทำงานต่อ
“โธ่เว้ย!!!”
“คุณก็เห็นสินะครับ ไอ้ควันดำๆรอบๆตัวของคุณหัวหน้าห้องน่ะ?”
“อือ
แต่ชั้นไม่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นนักหรอกนะ”ฮิบาริพูดตัดบทก่อนจะพามุคุโร่ไปนั่งใต้ต้นไม้หลังอาคารเรียนเก่า
“แล้ว
ถ้าเกิดว่าเป็นเรื่องของผมล่ะครับ? คุณจะสนใจบ้างมั้ย?”
สายลมยามเช้าพัดเป็นระยะๆ พาฝุ่นละอองเศษเล็กๆปลิวมา และยังมีใบไม้แห้งและใบไม้ที่เป็นสีเหลืองปลิวมาพร้อมกับสายลม เมื่อคำถามนี้ได้ถูกถามขึ้นทั้งสองก็ปล่อยให้ความเงียบครอบงำ ไม่คิดจะพูดหรือตอบอะไรหลังจากนั้น
“ทำไมชั้นจะต้องสนใจด้วยล่ะ? นั่นมันก็เรื่องของนาย ไม่ใช่เรื่องของชั้น แล้วอีกอย่างเราไมได้เกี่ยวข้องอะไรกันซักหน่อย”
“แล้วทำไมถึงไปบอกคุณหัวหน้าว่าจะให้ผมไปบ้านคุณล่ะ? เสียแรงที่อุตส่าห์ชอบ”มุคุโร่ว่าก่อนจะอมลมไว้ในปากเป็นแก้มป่องๆเป็นสัญญาณบอกให้ฮิบาริรู้ว่าเค้ากำลังงอน
“ทำไปก็ไม่ได้ช่วยให้นายน่ารักขึ้นหรอก ถ้าอยากนั่งอยู่ตรงนี้ก็ตามใจนาย
“ดะ
เดี๋ยวสิครับ! คุณจะทิ้งเด็กหนุ่มสุดน่ารักอย่างผมได้ลงคอหรอครับ?”มุคุโร่ไม่ว่าเปล่า รีบจับมือของฮิบาริไว้ก่อนที่ฮิบาริจะเดินหนีไป
“เออ
ชั้นเอียนคำพูดของนายเลยอยากจะกลับไปที่ห้องแล้วน่ะสิ”
“ทำไมล่ะ ผมยังไม่ได้เดินชมโรงเรียนเลยนะ คุณพาผมมาชมวิญญาณอย่างเดียวหรอครับ เนอะ! คุณวิญญาณ”
“วิญญาณ!!!”เมื่อฮิบาริรู้ว่ามุคุโร่มีวิญญาณมาใกล้ตัว ก็รีบดึงร่างบางๆของมุคุโร่เข้าหาตัวเองทันทีโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าทำไปได้ยังไง
“ช่วย
ช่วย
ที
ช่วย
นัน
”
“ช่วย
นัน?”มุคุโร่ทวนคำในขณะที่ร่างของเค้ายังอยู่ในยังอยู่ในอ้อมกอดของฮิบาริ
“นันทนาสินะ
เธอเป็นใครน่ะ
”
“ชั้น
พูดได้แค่นี้ ช่วยปกป้องนันด้วย
ฮือ
ช่วย
นัน”เด็กสาวเลือดโชกเลือดเปรอะเครื่องแบบของรร.รัติกาลอมตะว่าด้วยเสียงที่เศร้าก่อนจะหายไปต่อหน้าของฮิบาริและมุคุโร่
“นันทนา
ตกลงเจ้าของชื่อนั้นมันใครน่ะครับ?”
“หัวหน้าห้องของพวกเราไง ควันสีดำๆรอบๆตัวของยัยนั่น คงจะเป็นเรื่องแบบนี้ล่ะมั้ง”ฮิบาริเล่าไปพามุคุโร่เดินไปรอบๆโรงเรียน
“แล้วคุณคิดว่าควันนั่นมันคืออะไรกันล่ะครับ”
“ช่วงนี้แถวนี้มีคดีลักพาตัวเด็กผู้หญิงเกิดขึ้นบ่อยๆ เด็กส่วนใหญ่ที่ถูกลักพาตัวไปก็เป็นนร.ของรร.นี้แล้วก็รร.ข้างเคียงบ้างเล็กน้อย จำนวนเด็กที่ถูกลักพาตัวไปคือ 12 คน”
“คุณคิดว่ามันต้องเกี่ยวกับคุณหัวหน้าห้อง? คุณคิดว่าเค้าอาจจะถูกลักพาตัว?”
“ชั้นไม่ได้ปักใจเชื่อ ก็แค่บอกเท่านั้น”ฮิบาริเดินเข้าสหกรณ์ร้านค้าประจำโรงเรียนที่ไม่ใหญ่มากเท่าไร เพื่อเข้าไปซื้อน้ำอัดลมมาดื่มแก้กระหาย
“(ภาษาญี่ปุ่น)ผมเอาน้ำเปล่าขวดนึงนะครับ จ่ายให้ผมด้วยล่ะ ผมไปรอข้างนอกนะครับ”
“เฮ้อ
เอานี่ครับ”
“เด็กใหม่หรอจ้ะ ฮิบาริ”คุณป้าหน้าตาใจดีที่เป็นคนเก็บเงินในสหกรณ์ของโรงเรียนชวนฮิบาริคุยเมื่อมุคุโร่ได้เดินออกไปรอที่ด้านหน้าประตู
“อื้อ
เด็กใหม่สุดแสนจะกวนพระบาท”
“ไม่เอาน่าๆ น่ารักออกแบบนั้นน่ะ แต่ว่านะช่วงนี้ฮิบาริรู้เรื่องคดีลักพาตัวรึเปล่า?”
“รู้ครับ ทำไมล่ะครับ?”
“ก็ระวังเด็กใหม่คนนั้นโดนลักพาตัวไปล่ะ ยิ่งน่ารักๆอยู่ด้วย ฮิบาริก็ปกป้องเค้านะจ๊ะ! 19 บาทจ้า”
“นี่ครับ แล้วทำไมผมจะต้องไปปกป้องหมอนั่นด้วยล่ะครับ”ฮิบาริทำหน้าไม่พอใจเล็กน้อยก่อนจะยื่นเงินให้คุณป้า
“ก็เดี๋ยวเค้าถูกลักพาตัวน่ะสิ!!”
“เมื่อไรจะเสร็จล่ะครับฮิบาริ ผมรอจนเมื่อยเลยนะครับ”มุคุโร่เดินเข้ามาในสหกรณ์และพูดโวยวายเป็นภาษาไทยเมื่อเค้าต้องยืนรอฮิบารินาน
“อ้าว! หนูเป็นผู้ชายหรอกหรอ? ป้าก็นึกว่าเป็นผู้หญิง เห็นหน้าสวยๆ ตัวเล็กๆน่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ แต่ว่าอย่าไปบอกใครนะครับว่าผมพูดภาษาไทยได้น่ะครับ”
“อ่อ
ได้จ้า ว่าแต่หนูชื่ออะไรล่ะจ๊ะ”คุณป้าเบี่ยงประเด็นไปคุยกับมุคุโร่แทนการคุยกับฮิบาริด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“โรคุโด มุคุโร่ครับ เรียกว่ามุคุโร่ก็ได้ครับ”
“อ่อ
มุคุโร่ กำลังเดินสำรวจโรงเรียนหรอจ๊ะ”
“ครับ ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะครับ”มุคุโร่พูดกับคุณป้าก่อนจะเดินออกจากสหกรณ์ไปหาฮิบาริที่ยืนรออยู่หน้าประตูเมื่อไรก็ไม่รู้
“แล้วเจอกันใหม่นะจ๊ะ!”คุณป้าส่งยิ้มหวานให้กับมุคุโร่ก่อนจะหันไปจัดของที่เคาน์เตอร์
“ที่นี่เค้าเป็นกันเองจังนะครับ”
“หรอ
แล้วยังไงล่ะ”
“คุณนี่มันไม่มีมนุษยสัมพันธ์เลยนะครับ แบบนี้สินะถึงได้ไม่มีคนคบ”
“ชั้นไม่ต้องการยุ่งกับคนอื่นอยู่แล้ว ตอนนี้ชั้นก็รำคาญนายพอๆกับพวกคนในห้องนั่นล่ะ”ฮิบาริว่าจบก็ยกกระป๋องน้ำอัดลมดื่มน้ำเพื่อแก้กระหาย
“นี่คุณบังอาจรำคาญเด็กหนุ่มสุดน่ารักอย่างผมหรอครับ จำไว้นะ!”มุคุโร่กลับมางอนอีกครั้งเมื่อฮิบาริพูดไม่รักษาน้ำใจของมุคุโร่
“เออสิ! หือ? มันจะได้เวลาพักของมัธยมต้นแล้ว ไปโรงอาหารไป”
“ใจร้าย!!!”มุคุโร่ตะโกนตามหลังฮิบาริก่อนจะรีบวิ่งตามฮิบาริไป
“มุคุโร่จัง~~ชั้นขอกินข้าวด้วยคนได้มั้ย?”
“(ภาษาญี่ปุ่น)คืนนี้นายจะไปหาคนร้ายคดีลักพาตัวกับชั้นมั้ย?”
“(ภาษาญี่ปุ่น)ไปสิครับ น่าสนุกดีออก ผมจะได้คุยกับคุณวิญญาณอีกด้วย ว่าแต่คุณช่วยไล่พวกเค้าไปทีสิครับ ผมอยากนั่งกินกับคุณ 2 คน”
“เค้าบอกว่าถ้าพวกนายอยากนั่งกินกับเค้าก็ได้ เค้าก็อยากนั่งกับพวกนายเหมือนกัน”
“จริงๆหรอเนี่ยมุคุโร่จัง แบบนี้สิน่ารักที่สุดเลย!!!”เด็กหนุ่มที่เป็นเพื่อนห้องเดียวกับฮิบาริ และมุคุโร่เอ่ยขึ้นเมื่อได้รับคำตอบที่ฮิบาริตั้งใจแกล้งมุคุโร่ แต่คิดว่าเป็นคำตอบจากปากของมุคุโร่จริงๆจึงตกลงกันนั่งรายล้อมมุคุโร่ มุคุโร่ส่งยิ้มให้กับเพื่อนๆคนอื่นๆและหันไปแยกเขี้ยวใส่ฮิบาริ
“(ภาษาญี่ปุ่น)นี่คุณตั้งใจจะแกล้งผม?”
“ก็ใช่น่ะสิ นายมันน่าหมันไส้ซะไม่มี เพราะอย่างนั้นก็นั่งอยู่อย่างนั้นล่ะ”ฮิบาริพูดจบก็นั่งกินข้าวหน้าตาเฉยไม่สนใจมุคุโร่
“หมอนี่พอจะฟังภาษาไทยออกอยู่บ้าง แต่ยังพูดไม่คล่อง เพราะงั้นพูดอะไรไปเค้าก็อาจจะเข้าใจ ชั้นไปก่อนล่ะ”
“ชะ
ชั้นไป
นะ”ฮิบาริเดินหนีไปหน้าตาเฉยเมื่อเค้ากินข้าวหมดราวกับสูดเข้าเป็นอากาศธาตุจนมุคุโร่ต้องแกล้งทำเป็นพูดภาษาไทยไม่เก่งและวิ่งออกมา
“เดี๋ยวสิ!!! มุคุโร่จัง!!”
“คุณทำอะไรของคุณเนี่ย?”
“ชั้นจะกลับแล้วน่ะสิ ชั้นเบื่อคนอย่างนาย”ฮิบาริว่าไปพลางเดินขึ้นบันไดอาคารตึก 4 ชั้นที่ทาสีด้วยสีเนื้อนวลๆเพื่อกลับไปที่ห้องและเอากระเป๋า
“ผมไปด้วยสิครับ ผมอยากจะลองไปที่ๆมีคนโดนลักพาตัว คุณช่วยเล่ารายละเอียดที่มากกว่านี้หน่อยสิครับ”
“ชั้นไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น แล้วก็ออกไปห่างๆตัวชั้นซะที”
“ทำไมอยู่ๆนิสัยก็เปลี่ยนไปล่ะครับ? ผมจะไปด้วย!!”เมื่อฮิบาริหยิบกระเป๋าได้ก็เตรียมจะเดินออกจากห้อง แต่มุคุโร่ที่หยิบกระเป๋าได้ก็รีบวิ่งมาขวางหน้าไม่ให้ฮิบาริออกจากห้องเรียนไป
“อย่ามายุ่งกับชั้นได้มั้ย!?! นายมันเป็นแมลงสาปรึยังไง ไล่ก็ไม่ไป”
“ผมจะเป็นอะไรก็ช่างผมสิครับ! ก็ผมจะไปด้วย
”อยู่ๆมุคุโร่ก็ทรุดตัวลงเหมือนมีอะไรบางอย่างกระชากขาของเขาให้ต้องลงไปนั่งกองกับพื้นห้อง
ผู้ที่ถูกกระชากขาก็ทำหน้าตกใจและหวาดกลัว ก่อนจะพยายามหันไปด้านหลังของตนเอง โดยที่ไม่หันไปมองสีหน้าของคนร่างสูงที่กำลังทำหน้าตกใจกับสิ่งที่เห็นไม่แพ้กัน
“อย่าหันไปนะ!!”ฮิบาริว่าก่อนจะกระชากแขนบอบบางของมุคุโร่และจะพาวิ่งออกจากห้องเรียน แต่แล้วประตูห้องเรียนและหน้าต่างภายในห้องก็ปิดพรวดเข้ามาอย่างแรงเหมือนลมพัด ท้องฟ้ามืดคล้ายฝนตก แต่สำหรับเค้าทั้งสองไม่คิดเช่นนั้น
“กะ
เกิดอะไร
ขึ้นน่ะ
ครับ”
“ชั้นจะไปรู้ได้ยังไงกันล่ะ!! ยังไงนายก็ห้ามห่างจากชั้นเด็ดขาด!! เข้าใจมั้ย!?!”
“ขะ
เข้าใจแล้ว
ครับ”มุคุโร่ยิ้มรับ ก่อนจะทำหน้ามีความสุขที่ฮิบาริยังเป็นห่วงเค้าอยู่บ้าง ถึงแม้นี่อาจจะเป็นอารมณ์ชั่ววูบไปบ้างก็ตาม
เค้าเป็นห่วงเรา
ดะ
ดีใจจัง
“มันเกิดอะไรขึ้นกันล่ะเนี่ย!?!”
“วิญญาณของโรงเรียนนี้รึเปล่าครับ
”
“มันก็ไม่แน่ แต่ว่า
มันไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย หรือมันอาจจะเกี่ยวกับเรื่องของยัยหัวหน้าห้องนั่น”ฮิบาริว่าก่อนจะพยายามเปิดประตูห้องด้วยวิธีต่างๆ ไม่ว่าจะผลัก ถีบก็ไม่เป็นผล เขาจึงจับพามุคุโร่ไปประตูหน้าห้องเพื่อจะเปิดประตูออกไปข้างนอก แต่ผลก็เป็นแบบเดิม
“ฮิ
ฮิบาริ
นะ
นั่น”
“อะไของนายอีก
”มุคุโร่พูดด้วยเสียงที่สั่นเครือทำให้ฮิบาริตกใจนิดๆก่อนจะหันไปตามนิ้วเรียวยาวของมุคุโร่ที่ชี้ไปทางหลังห้อง
ก็พบกับหญิงสาวที่ผูกผมรวบไว้ด้านหลังด้วยโบว์สีแดงสด กับเครื่องแบบของโรงเรียนรัตติกาลอมตะที่เป็นสีแดงเฉกเช่นเดียวกับโบว์นั้น ใบหน้าของเธอเละไปถึงครึ่งหน้าตามด้วยเลือดที่ไหลออกมาเป็นจำนวนมากที่หยดเป็นทางในขณะที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ฮิบาริและมุคุโร่
“พวกแก
ออกไป๊!!!!”
“โธ่เว้ย!!”ฮิบาริกระชากแขนของมุคุโร่เข้ามาอ้อมกอดก่อนจะกดให้หน้าของมุคุโร่ซบลงที่อกของเค้าและหันหลังให้กับวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวนั้น
“พวกแก
จะมาขัดขวางชั้น!! พวกแกจะไม่ให้ชั้นแก้แค้นยัยนันใช่มั้ย!!!!”
“แกจะทำอะไร
นั่นก็เรื่องของแกสิ มาเกี่ยวอะไรกับพวกเรา นั่นมาเรื่องของพวกแก!!”
“ไม่ต้องมาพูดดีเลย พวกแกมันก็สวะทั้งนั้นแหละ!!!”วิญญาณสาวคนนั้นยกมือขึ้นเตรียมจะเข้ามาบีบคอของฮิบาริ และพยายามเร่งความเร็วในการเดิน
“อย่าทำอะไรคุณฮิบารินะ!!!”
ดีจ้า!
ห่างหายไปนานโขเลย ก็คนเรามีเรียนบ้าง อะไรบ้าง เรียนพิเศษบ้างด้วย
แล้วยิ่งเราใกล้ขึ้นม.1 เลยยิ่งต้องพยายามมากขึ้น ก็เลยไม่ค่อยจะมีเวลามาอัพเท่าไร
แต่ก็ได้อัพ ตอน ‘ลักพาตัว’ นี้มาจากความแค้นส่วนตัวของเราเองกับเพื่อนคนนึง ก็เลยเอามาแต่ง มี 2 ตอนเน้อ ส่วนตอนอื่นๆอาจจะมาจากเค้าโครงเรื่องจริงบางส่วน เพราะโรงเรียนจะต้องมีเรื่องพิศวงบ้างแหละ โรงเรียนเราอ่ะเยอะเลย
บางเรื่องต่อไปเรื่อยๆ เราอาจจะเล่าเรื่องจริงที่ได้ยินมาจากโรงเรียนของตัวเองมาเล่าให้ฟังกันบ้าง สยองมากๆเลย ฟังเองยังขนลุกเอง แต่ว่าตอนนี้เป็นเพียงความแค้นส่วนตัว+จินตนาการ เลยไม่มีเรื่องจริงเท่าไร ยังไงก็รอเรื่องต่อไปอ่ะเน้อ ถึงจะมี
เราก็กลับจากเข้าค่ายมาอัพให้หลังจากเขียนเสร็จก่อนเข้าค่ายวันเดียว แล้วเจอกันตอนหน้าเน้อ ถ้ามีเวลาว่างก็จะพยายามมาอัพเร็วๆ อ้อ!แล้วก็กลับจากเข้าค่ายก็ปีใหม่ แล้วก็กีฬาสีเลย อ๊ากก!!(พ่นไฟ)
เหนื่อยมาก แล้วจะกลับมาอัพเน้อ บ๊ายบาย
ความคิดเห็น