[Fic One piece] ความต้องการที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้

ตอนที่ 7 : [::ตอนที่ 6::] เรื่องที่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ต้องนึกออกให้ได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 755
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    24 พ.ค. 56

 
 
::ตอนที่ 6::
เรื่องที่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ต้องนึกออกให้ได้
 
 
 
  
          ไฟเออร์บาร์...อาณาจักรไนท์ทูก้า
 
          แม้เวลาจะผ่านไปดึกดื่นแค่ไหน สถานที่แห่งนี้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดแสง สี เสียง และความสนุกสนานลงเลยแม้แต่น้อย เพราะยิ่งดึกมากขึ้นเท่าไร ที่ไฟเออร์บาร์แห่งนี้ก็ยิ่งทวีความเร้าใจ ยิ่งสามารถเติมเต็มอารมณ์ดิบของกลุ่มนักเต้น นักดื่ม นักพนัน และกลุ่มคนอีกมากมายหลายประเภทที่มีเป้าหมายต้องการจะปลดปล่อยตัวเอง
 
          ตึกข้างๆ ที่อยู่ติดกับตึกของไฟเออร์บาร์ คือ ไฟเออร์คาสิโน บ่อนการพนันที่ใหญ่ที่สุดในอาณาจักรไนท์ทูก้า สถานที่แห่งความฝันอีกที่ที่ไม่เคยมีใครหน้าไหนที่เข้ามายังอาณาจักรนี้คิดจะพลาด และแม้จะดึกดื่นแค่ไหน ผู้คนที่กำลังทำกิจกรรมภายในนั้นก็ยิ่งคึกคักยิ่งสนุกสนานขึ้นไปอีก เรียกได้ว่าไม่แพ้ไฟเออร์บาร์ที่อยู่ข้างๆ เลยทีเดียว
 
          และผู้ที่ดูแลกิจการของตึกทั้งสองอยู่ก็คือ ซอว์ ไนท์เบอเร่ หรือที่พวกสมาชิกแห่งไฟเออร์บาร์และไฟเออร์คาสิโน เรียกกันว่า 'บอส'
 
          ย้อนกลับไปเมื่อเวลาสองทุ่มยี่สิบนาทีก่อนถึงเวลาแต่งงาน
 
          เหนือขึ้นไปในคืนที่มีเพียงดวงจันทร์เต็มดวงทอแสงนวลอ่อนหนึ่งเดียวบนท้องฟ้ายามราตรี มังกรเพลิงสีแดงขนาดใหญ่ตัวหนึ่งที่บรรทุกกลุ่มผู้ชายสี่คนกับนักโทษสองคนกับอีกหนึ่งตัวได้เดินทางมาถึงไฟเออร์บาร์แล้ว เจ้ามังกรตัวนั้นบินลงมายังพื้นซึ่งเป็นลานกว้างด้านหลังของไฟเออร์บาร์ โดยมีกลุ่มผู้ชายอีกห้าคนที่มายืนต้อนรับอยู่ก่อนแล้วอย่างรู้หน้าที่
 
          "ยินดีต้อนรับกลับครับ บอส...ท่านรีเจนต์ ท่านบลูโฮป ท่านแซนซี ตอนนี้ท่านเลดี้รออยู่ข้างในแล้วครับ" หนึ่งในผู้ชายห้าคนนั้นพูดขึ้น
 
          ชายที่ชื่อซอว์ หรือ 'บอส' กระโดดลงจากหลังมังกรเป็นคนแรก ก่อนจะเดินเข้าไปออกคำสั่งสั้นๆ กับชายทั้งห้า พลางชี้นิ้วไปที่ ช๊อปเปอร์ แฟรงกี๊ และบรู๊คที่ไม่ได้สติและถูกมัดติดกันบนหลังมังกรนั่น 
 
          "พาเจ้าสามตัวนั่นเข้าไปขังไว้ที่ห้องว่างก่อน" พูดจบเขาก็เดินเข้าไฟเออร์บาร์ไป โดยมีผืนธงสีดำรูปหัวกะโหลกไขว้ใส่หมวกฟางพาดไว้บนใหล่กำลังพลิ้วสะบัดตามแรงเดิน และดีเวนจิ เจ้ามังกรน้อยก็บินตามไปติดๆ
 
          "ง่วงเป็นบ้าเลยเฟ้ย! ฉันไปนอนก่อนล่ะ! -O-" รีเจนต์ว่าพลางหาววอกหลังจากกระโดดลงจากหลังมังกรเป็นคนที่สองแล้วทำท่าจะเดินเข้าไฟเออร์บาร์ไป แต่ก็มีเสียงห้ามไว้ซะก่อน
 
          "เดี๋ยวก่อนครับรุ่นพี่รีเจนต์! พวกเราต้องเข้าไปสมทบกับเลดี้ที่ห้องโถงใหญ่เพื่อฟังแผนการต่อไปของ 'ท่านผู้นั้น' ก่อนนะครับ"
 
          บลูโฮปว่าอย่างเป็นการเป็นงาน แต่คนง่วงก็ยังคงหาววอกอย่างไม่ใส่ใจ
 
          "นายก็ไปฟังแทนฉันก็ได้นี่ ถ้าเป็นแผนเร่งด่วนค่อยไปปลุกที่ห้องแล้วกันนะ ตอนนี้โครตง่วงเลยว่ะ +_+"
 
          ไม่ทันที่ผู้เป็นรุ่นน้องจะร้องค้าน รุ่นพี่ผู้เอาแต่ใจก็เดินเข้าไฟเออร์บาร์หายวับไปแล้ว
 
          "ไอ้รุ่นพี่บ้านั่นพูดอะไรเอาแต่ใจอีกแล้ว -*-" บลูโฮปถึงกับถอนใจเฮือกใหญ่อย่างนึกปลง แต่ความปลงนั้นกลับอยู่ไม่ได้นานนักเมื่อเสียงเสียงหนึ่งพูดขึ้น
 
          "เห~ นายจะไปฟังแทนเราด้วยเหรอบลูจัง งั้นฝากด้วยนะ~" แซนซีที่กระโดดลงมาเรียบร้อยแล้วก็เอื้อมมือมาตบไหล่บลูโฮปเบาๆ ก่อนจะวิ่งหายเข้าไฟเออร์บาร์ไปอีกคนอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้บลูโฮปได้แต่ยืนช๊อค้างอยู่ตรงนั้น
 
          ชายห้าคนที่กำลังแบกร่างโจรสลัดทั้งสามลงจากหลังมังกรถึงกับกลืนนํ้าลายเอื้อกเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่ค่อยๆ พวยพุ่งออกมาจากผู้เป็นเจ้านายได้
 
 
          ...
 
 
          แซนซีที่หนีจากบลูโฮปได้สัมเร็จก็ผิวปากอย่างสบายใจพลางเดินไปตามโถงทางเดินย่อมๆ เพื่อกลับห้องตัวเอง แต่แล้วก็มีเสียงจากลูกน้องคนหนึ่งเรียกไว้จากข้างหลัง
 
          "ท่านแซนซีครับ! หยุดก่อนครับ!"
 
          "หือ?"
 
          "แฮก แฮก...พอดีเลยครับ แฮก ผมมีเรื่องด่วนจากในบาร์มาแจ้งให้รู้" ลูกน้องคนนั้นโทรมเพราะเหงื่อตกและหอบหายใจอย่างแรงเป็นเพราะรีบมาก
 
          "อ๋า~ ทำไมต้องมาบอกด้วยล่ะ เรากำลังจะเข้าห้องนะ" แซนซีหันกลับมาถามเสียงห้วนพลางทำหน้ามุ่ยเพราะคิดว่าลูกน้องคนนี้จะพางานอะไรมาให้อีก ตอนนี้เขาอยากเข้าห้องจะแย่อยู่แล้ว
 
          "คือ...มันเป็นเรื่องด่วนมากนะครับ ผมคิดว่าหากมาบอกท่านซึ่งเป็นผู้บริหารคนใดคนนึงของไฟเออร์บาร์อาจจะ..."
 
          "ไม่เอา!" หนึ่งในผู้บริหารแซนซีปฏิเสธอย่างไม่ต้องคิดมาก "ขี้เกียจ น่าเบื่อ ง่วงด้วย อยากนอน =_=" 
 
          พอบอกเหตุผลอันมีค่านั้นแล้วเจ้าตัวก็หันหลังกลับทำท่าจะเดินออกไป
 
          "เอ่อ...ตะ แต่มันเกี่ยวกับพวกโจรสลัดหมวกฟางที่อยู่ในแผนการของ 'ท่านผู้นั้น' นะครับ..." ลูกน้องคนนั้นยังคงเซ้าซี้ให้เจ้านายคนนี้รับฟัง
 
          "งั้นก็ไปบอกพวกบลูจังสิ -_- พวกนั้นอยู่ห้องโถงใหญ่" แซนซียังคงเดินต่อไปอย่างไม่สนใจ
 
          "แต่นักโบราณคดี นิโค โรบิน ลอบเข้ามายังฐานของเราได้แล้วนะครับ!" 
 
          กึก!
 
          ฝีเท้าของผู้เป็นเจ้านายหยุดกึกทันทันทีเมื่อได้ยินประโยคนั้นของลูกน้อง
 
          "หือ? ลอบเข้ามาได้? ไฟเออร์บาร์นี่เนี่ยนะ?" แซนซีพึมพัมอย่างสนใจก่อนจะหันกลับมาหาลูกน้องคนนั้นจนได้
 
          "ครับ ที่นี่จะอนุญาติให้เข้าเมื่อเป็นสมาชิกแล้วเท่านั้น และปากทางเข้าจะตรวจดูบัตรสมาชิกอย่างแน่นหนา ไม่มีทางที่จะลอบเข้ามาได้ง่ายๆ แน่ แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับลอบเข้ามาได้โดยที่พวกเราไม่ทันรู้ตัวเลยครับ!"
 
          "หืม? ผู้หญิงด้วย...O-o" 
 
          แซนซีถึงกับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ ซึ่งหาดูได้ยากมากกับคนที่หน้าซื่อๆ เนือยๆ อย่างเขาคนนี้ และมันเล่นทำเอาลูกน้องคนนั้นรู้สึกหนาวยะเยือกทันทีที่ได้เห็นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 
 
          "...เอ่อ" ลูกน้องคนนั้นกลืนนํ้าลายเอื้อก "ตกลง...ท่านจะไป..."
 
          "ไม่น่าเบื่อน่ะดีแล้ว..."
 
          พูดได้เท่านี้เจ้าตัวก็เดินผ่านลูกน้องคนนั้นกลับไปทางเดิมอย่างไม่คิดจะสนใจอีกต่อไป เพราะอะไรสนุกๆ กำลังรอเขาอยู่ข้างหน้านี้แล้วไงล่ะ
 
 
          ...
 
 
          ณ ห้องโถงใหญ่
 
          "กลับมาแล้วหรือครับท่านบลูโฮป" ชายร่างใหญ่สองคนที่ยืนเฝ้าประตูห้องโถงใหญ่พูดขึ้นพร้อมกัน บลูโฮปได้แต่พยักหน้าเบาๆ ก่อนถาม
 
          "รุ่นพี่ซอว์เข้าไปแล้วใช่มั้ย" 
 
          "ยังครับ พวกผมยังไม่เห็นบอสผ่านมาทางนี้เลย" หนึ่งในสองคนนั้นตอบ
 
          "แปลกจัง..." 
 
          เสียงบลูโฮปพึมพัม เขาเห็นรุ่นพี่ซอว์เข้าตึกมาแล้วนี่ คนอย่างรุ่นพี่ซอว์ที่มีความรับผิดชอบมากที่สุดในหมู่พวกเราน่าจะตรงดิ่งมายังห้องนี้ก่อนแท้ๆ แล้วเขาไปไหนกันนะ...
 
          "ยังไงก็เข้าไปรอข้างในก่อนเถอะครับ ท่านเลดี้กำลังรออยู่" 
 
          แล้วชายทั้งสองก็เปิดประตูบานนั้นทันที บลูโฮปที่เลิกคิดเล็กคิดน้อยแล้วก็ก้าวเข้าห้องไป แต่ทันทีที่เหยียบย่างเข้ามาในห้อง และพอได้เห็นสภาพของห้องพักผ่อนของพวกเขาตอนนี้ชัดๆ ก็ถึงกับเบิกตากว้าง
 
          ปัง! ประตูห้องถูกปิดลง
 
          "นี่มันอะไรกันครับเนี่ย..........!!! O[ ]o"
 
          เสียงของบลูโฮปตะโกนลั่นห้องกว้าง ซึ่งนํ้าเสียงนั้นหาฟังได้ยากมากกับผู้ชายที่ดูสุภาพอย่างเขาคนนี้ มันทำให้หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในห้องต้องละจากการทำงานมาขมวดคิ้วยุ่งใส่คนเสียงดัง 
 
          "พี่คะ กลับมาแล้วก็ช่วยเงียบเสียงหน่อยจะได้มั้ย ฉันกำลังทำงานอยู่นะต้องการสมาธิสูง -*-"
 
          เลดี้ หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในห้องดุเสียงห้วน แต่พอเห็นท่าทางช๊อคของคนที่เพิ่งโวยวาย เจ้าหล่อนก็ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายอย่างไม่คิดสนใจแล้วหันกลับมาทำงานตรงหน้าต่อ
 
          "นี่มันอะไรกันครับเลดี้! ทำไมห้องถึงมีสภาพน่าสยดสยองอย่างนี้!!!" บลูโฮป
 
          "พี่พูดเรื่องอะไร -_-" เลดี้
 
          "ก็เนี่ย! นี่อีก! นั่นอีก! โน่นด้วย! แล้วก็นั่น! นั่น! นั่น!!!" บลูโฮปชี้นิ้วไปทั่วสามร้อยหกสิบองศาเมื่อยังรู้สึกช๊อคไม่หาย
 
          ห้องโถงใหญ่ซึ่งเป็นห้องสำหรับพักผ่อนของผู้มีตำแหน่งเป็นถึงผู้บริหารอย่างพวกเขา จากแต่ก่อนซึ่งเป็นเพียงห้องนั่งเล่นหรูหราโอ่อ่า เรียบง่าย สบายตา นั่นคือความทรงจำของเขาเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนและมันได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว 
 
          เพราะบัดนี้ ห้องที่ว่านั้นกลับเต็มไปด้วยช่อดอกกุหลาบสีขาวสลับชมพูที่ถูกประดับประดาไปทั่ว สายริบบิ้นสีชมพูห้อยประดับลงมาจากเพดานและผนัง พอมองลงข้างล่างบนพื้นที่เขายืนอยู่ก็มีผืนพรมสีแดงที่ถูกปูทอดยาวผ่านเค้กก้อนโต ซึ่งที่ตั้งของเค้กนั้นเขาจำได้ว่ามันเคยเป็นที่ตั้งของโซฟาผ้าเนื้อดีที่พวกเขาใช้สำหรับพักผ่อร ผืนพรมถูกปูขึ้นไปจนสุดบนเวทีขนาดย่อมที่อยู่ข้างในสุดของห้อง และที่มุมห้องข้างๆ กับเวทีนั้นก็มีเลดี้ซึ่งกำลังผูกสายริบบิ้นที่ยังไม่เสร็จดีอยู่ ใครมาเห็นสภาพของห้องตอนนี้ก็คงคิดว่ากำลังจะจัดงานรื่นเริงอะไรอยู่แน่ๆ
 
          ถ้าเป็นคนอื่นมาเห็นสภาพของห้องตอนนี้คงจะคิดว่ามันถูกตกแต่งได้สวยงามและอลังการมาก แต่สำหรับบลูโฮป ชายผู้เกลียดงานสังคมเข้ากระดูกและด้านชากับเรื่องแบบนี้เป็นที่สุดกลับเห็นว่ามันน่าสยดสยองแค่ไหน ในหัวของเขาตอนนี้จินตนาการราวกับมันเป็นห้องผีสิงในความคิดของคนอื่นก็ไม่ปาน
 
          เมื่อคิดถึงต้นเหตุที่ทำให้ห้องพักผ่อนอันมีค่านี้กลายเป็นนรกสำหรับเขาก็ก้าวฉับยาวๆ ตรงไปยังเลดี้ที่กำลังง่วนอยู่กับงานประดิษฐ์ในมือทันที
 
          "อธิบายมาเดี๋ยวนี้เลยนะครับเลดี้! ว่าทำไมห้องนี้มันถึงมีสภาพแบบนี้!" 
 
          "จะอะไรซะอีกล่ะคะ ก็ฉันเองแหล่ะที่ทำให้ให้มันเป็นอย่างนี้ -_-" เลดี้ตอบอย่างหน้าตาย
 
          "เรื่องนั้นผมก็พอจะเดาได้ล่ะน่า! อย่ามาเบี่ยงประเด็นนะเลดี้! ผมถามว่าทำไมถึงได้จัดห้องหน้าตาน่ากลัวแบบนี้!" 
 
          "เสียมารยาทจริงพี่นี่! -**- ตาพี่ทำด้วยถั่วแระรึไงกัน! ฉันอุตส่าห์ทำสุดฝีมือทั้งหมดเลยนะ! ระหว่างรอให้พวกพี่ไปจัดการกับพวกหมวกฟางที่เหลือน่ะ!" 
 
          "หน้าตาแบบนี้เนี่ยนะครับ! แล้วจัดไปเพื่ออะไรกันครับ! ผมไม่เห็นได้ยินว่าคืนนี้จะมีกำหนดการงานปาตี้ช่วงดึกอะไรเลย!"
 
          "ฉันล่ะนับถือพี่จริงๆ ตาของพี่ทำด้วยอะไรกันแน่คะ มันคงไม่ใช่แค่ถั่วแระแน่ มันถึงได้กลับผิดด้านผิดมนุษย์มนาขนาดนี้ -_-" 
 
          "ผมคิดจะมองมันยังไงแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอล่ะ!"
 
          "ก็ฉันเป็นหมอนี่ การที่มีผู้ป่วย 'ทางจิต' อยู่ตรงหน้าแล้วจะนิ่งเฉยอยู่ได้ยังไงกันคะ" เลดี้เน้นยํ้าคำว่า 'ทางจิต' เสียงหนักแน่นจนบลูโฮปถึงกับกัดฟันกรอดเมื่อโดนรุ่นน้องจี้จุด
 
          "...แลัวตกลง จะอธิบายเรื่องแผนการของ 'ท่านผู้นั้น' ให้ฟังได้รึยัง" บลูโฮปพูดเสียงรอดไรฟันอย่างพยายามข่มอารมณ์ที่กำลังเดือดปุดๆ
 
          "อ๋อ..." เลดี้ที่กลับไปผูกริบบิ้นต่อเผลอร้องอ๋อขึ้นมาเหมือนเพิ่งคิดได้ "...จะให้ฉันบอกตอนนี้เลยเหรอคะ พี่คนอื่นๆ ยังมากันไม่ครบเลยนะ..."
 
          "ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก รุ่นพี่ซอว์ตอนนี้อาจกำลังไปทำธุระแล้วเดี๋ยวผมบอกเขาเอง ส่วนอีกสองตัวที่เหลือน่ะช่างหัวพวกเค้าเถอะครับ พูดมาเลย -_-"
 
          เท่าที่ฟังมาเธอก็พอจะรู้แล้วล่ะว่าพี่ชายของเธอคนนี้โดนเอาเปรียบมาอีกแล้วสิท่า
 
          "...เรื่องนั้นก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ...ท่านผู้นั้นบอกมาก็แค่...นำต้นหนแมวขโมยนามิของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางที่จับตัวมาได้..."
 
          เลดี้เว้นวรรคครู่นึง 
 
          "...จับแต่งงานกับบอส...ท่านผู้นั้นบอกแค่นี้ล่ะค่ะ แล้วที่ฉันกำลังตกแต่งห้องแต่งงานนี่อยู่เนี่ย พี่เห็นฉันกำลังตกแต่งงานศพอยู่หรือไงกันคะ -_-^" (ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบลูโฮปคิดอย่างหลังแน่นอน)
          
          แล้วเลดี้ก็หรี่ตาแอบมองปฏิกิริยาของผู้เป็นพี่
 
          "เอ่อ...พี่คะ พี่บลูโฮปคะ ^^,,"
 
          เลดี้พยายามเรียกสติของบลูโฮปที่ตอนนี้ช๊อคอ้าปากค้างไปเรียบร้อยแล้ว
 
          "หมายความว่าไงกัน...เรื่องแต่งงาน...ของ...รุ่นพี่ซอว์..." บลูโฮปถามตะกุกตะกักอย่างไม่อยากเชื่อ
 
          "ก็...ก็บอกไปแล้วนี่คะว่ามันเป็นแผนการของ 'ท่านผู้นั้น'" เลดี้
 
          "นี่มันเรื่องอะไรกันครับ!" บลูโฮปพูดใส่อารมณ์พลางกำหมัดแน่น "อยู่ๆ จะให้รุ่นพี่ซอว์ไปแต่งงานกับผู้หญิงโจรสลัดที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้านั้นน่ะเหรอครับ!"
          
          "ใช่ มันเป็นคำสั่ง..."
 
          "แล้วทำไมเรื่องนี้มันต้องกระทันหันขนาดนี้ด้วย ขนาดพวกผมยังไม่เห็นรู้เรื่อง หรือแม้แต่ตัวรุ่นพี่ซอว์เองก็ยังไม่รู้เนี่ยนะ!"
                     
          "..."
 
          "นี่มันแผนบ้าอะไรกันเนี่ย!"
 
          "..."
 
          "ท่านผู้นั้นพูดแบบนั้นจริงเหรอ! เธอฟังมาไม่ผิดแน่นะ!"
 
          "หูของฉันไม่ได้หนวกนะพี่ชาย! แล้วฉันก็ไม่คิดที่จะแปลงสารของ 'ท่านผู้นั้น' ด้วย! ฉันบอกแผนการทั้งหมดไปแล้วมันก็คือแผนนี้! สรุปก็คือผู้หญิงคนนั้นต้องแต่งงานกับบอส! มันก็แค่นั้น!!!"
 
          บลูโฮปนิ่งไปเล็กน้อยขณะมองไปที่เลดี้อย่างอึ้งๆ น้องสาวที่มักใจเย็นกับเรื่องร้ายๆ เสมอๆ ถึงกับขึ้นเสียงใส่เขาแบบนี้ ซึ่งเลดี้เองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องหงุดหงิดขนาดนี้ด้วย
 
          "เอ่อ...พี่ขอโทษนะครับเลดี้ พี่ใจร้อนไปหน่อย" ท่าทางของบลูโฮปเริ่มกลับมาเย็นลง
 
          "ช่างมันเถอะค่ะ ว่าแต่พี่เถอะ ไม่เป็นไรแน่นะ"
 
          "หือ เรื่องอะไร..." บลูโฮปเลิกคิ้วอย่างสงสัย
 
          "ก็โรค 'หวงพี่ชายปานจะกลืนกิน' มันกำเริบอยู่ไม่ใช่เหรอคะ -_-" 
 
          "ผะ!...ผมไม่ได้ป่วยเป็นโรคชื่อบ้าๆ แบบนั้นนะ!!!"
 
          บลูโฮปถึงกับตะคอกลั่นอย่างเก็บอาการไม่อยู่ ส่วนเลดี้ก็ถึงกับหัวเราะอย่างเก็บไม่อยู่เช่น ทำให้เขาต้องลอบถอนใจเมื่อเห็นว่าน้องสาวดูท่าจะหายหงุดหงิดแล้ว แต่พอกลับมาคิดเรื่องงานแต่งงานอีกเขาก็ชักเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาแทน
 
          "...ผมอยากรู้ว่าท่านผู้นั้นกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่" บลูโฮป
 
          "..." เลดี้
 
          "แต่ยังไงเรื่องบ้าๆ พรรค์นี้น่ะ รุ่นพี่ซอว์ไม่มีทางทำตามแผนการแบบนี้ เขาต้องคัดค้าน..."
 
          "เขาไม่ปฏิเสธหรอก...พี่"
 
          เลดี้พูดด้วยนํ้าเสียงเบาหวิวผิดปกติ 
 
          "มะ หมายความว่าไง..." บลูโฮป
 
          "ถ้าเพื่อ 'ท่านผู้นั้น' แล้วละก็ ถึงจะเป็นเรื่องแบบนี้ก็เถอะ บอสน่ะ..." พูดมาถึงตรงนี้เลดี้ก็เงียบไป
 
          บลูโฮปเห็นแบบนั้นก็กำหมัดแน่น ก่อนจะหันหลังกลับทำท่าจะออกจากห้องไป
 
          "พี่จะไปไหนน่ะ!" เลดี้
 
          "ไปพูดกับ 'ท่านผู้นั้น' ไม่สิ 'ท่านไทซาร์ท' กษัตริย์ของไนท์ทูก้าให้รู้เรื่องน่ะสิครับ"
 
          โครม!
 
          พูดจบเขาก็กระแทกประตูออกไปเล่นเอายามทั้งสองที่อยู่หน้าห้องถึงกับสะดุ้ง แล้วเขาก็ก้าวยาวๆ ออกไปตามโถงทางเดินอย่างรวดเร็วกลับไปตามทางที่เขาเพิ่งเข้ามาไปสู่ยังคอกมังกร เพื่อมุ่งหน้าตรงไปยังพระราชวังไนท์ทูก้า สถานที่ที่ 'ไทซาร์ท' กษัตริย์แห่งไนท์ทูก้าประทับอยู่
 
          เมื่อไม่เห็นเงาของพี่ชาย เลดี้ก็ถึงกับถอนหายใจยาวกับเรื่องยุ่งยากที่กำลังตามมา
 
          "วู่วามเกินไปแล้วพี่บลูโฮป พี่จะไปเปลี่ยนความคิดของท่านไทซาร์ทได้ยังไงกัน"
 
          ว่าจบเธอก็หันกลับมาผูกริบบิ้นที่ไม่เสร็จสักทีตรงหน้าต่อ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเงาของร่างสูงทอดมาจากข้างหลัง
 
          "พี่ก็เห็นด้วยเหมือนกันใช่มั้ย..."
 
          เธอพูดโดยไม่หันไปมองว่าผู้มาใหม่นั้นเป็นใคร 
 
          "..."
 
          "แอบฟังเนี่ย ไม่ใช่นิสัยของพี่เลยนะ...บอส" 
 
          "ยังไงก็ต้องรู้อยู่แล้ว" 
 
          ซอว์ตอบสั้นๆ แค่นั้น ก่อนจะมองสำรวจไปทั่วห้องที่มีการตกแต่งแล้วอย่างดี แล้วเดินตรงไปหน้าเค้กชั้นก้อนโตก่อนจะจ้องมันนิ่ง 
 
          "ทำไมต้องเข้าทางลับด้วยล่ะคะ ทางปกติก็มีให้เดินแท้ๆ แล้วดีเวนจิล่ะ พาไปนอนแล้วเหรอคะ"
 
          "ทำทั้งหมดนี่เองเลยรึ"
 
          "เอ๋...เอ่อ ค่ะ" เลดี้พูดอะไรไม่ถูกเมื่ออยู่ๆ เขาก็เปลี่ยนเรื่องถามขึ้นอย่างไม่ทันรู้ตัว
 
          "...สวยดี"
 
          "...!"
 
          สุดท้ายซอว์ก็ไม่ได้ตอบคำถามนั้นของเธอ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้ว่าอะไรอย่างที่เคย และถึงแม้เขาจะพูดชมไปโดยไม่คิดอะไรก็ตาม แต่หัวใจของเธอกลับพองโต พร้อมๆ กับใบหน้าที่กำลังขึ้นสีเรื่อ พูดอะไรไม่ออกอีกไปพักใหญ่ ปฏิกิริยาที่มีให้เฉพาะกับผู้ชายคนนี้เพียงคนเดียว ซึ่งเธอพยายามฝืนมันให้เป็นปกติที่สุดไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้าใครก็ตาม พร้อมพยายามบอกกับตัวเองไม่ให้คิดอะไรบ้าๆ กับคนคนนี้อีก ก็เขากำลังจะแต่งงานแล้วนี่...
 
 
          ...
 
 
          ...ทางด้านนามิ...
 
          "นี่ฉันต้องทนอุดอู้อยู่ในห้องนี้จนกว่าจะถูกจับแต่งงานเลยรึไงนะ!"
 
          นามิบ่นอย่างหงุดหงิด จะไม่ให้หงุดหงิดได้ยังไงก็เธอต้องทนอยู่แต่ในห้องที่ไม่มีอะไรนอกจากเตียงนอนกับห้องนํ้านี่มาตั้งครึ่งชั่วโมงแล้วนะ! ครึ่งชั่วโมงที่ไม่มีอะไรทำสำหรับเธอมันนานโขเลย อย่างน้อยๆ ก็น่าจะมีหนังสืออ่านเล่นหน่อยสิ
 
          "เฮ้อ...ทุกคนจะเป็นยังไงกันบ้างนะ" เธอนึกถึงเพื่อนๆ ที่กำลังมาช่วยเธอขึ้นมา
 
          'พวกนั้นตอนนี้กำลังอยู่ที่ไหนกัน'
 
          แล้วเธอก็ลุกออกจากเตียงเพราะนั่งคิดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ถึงเธอจะเชื่อมั่นว่าเพื่อนๆ ของเธอจะต้องมาช่วยเธอได้ทันเวลาและจัดการกับเจ้าพวกนั้นได้อย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ทำในสิ่งที่พอจะทำได้ก่อน นั่นคือหาทางหนีออกจากห้องนี้ให้ได้ก่อนดีกว่า
 
          'จะบังคับให้ฉันแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่รู้จักเนี่ยนะ เรื่องบ้าๆ พรรค์นั้น! -_-'
 
          คิดมาถึงตรงนี้เธอก็ถอนใจอย่างนึกปลง
 
          "เกิดมาเป็นคนสวยนี่โชคชะตามันลำบากจริงๆ"
 
          นามิเพ้อขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปยังหน้าต่างบานเดียวของห้อง 
 
          หญิงสาวก้มลงดูพื้นข้างล่าง ก็พบว่าตัวเธออยู่ชั้นสี่ ซึ่งสำหรับเธอมันสูงเกินไปที่จะกระโดดลงไปได้ เพราะงั้นจึงต้องมองหาหน้าต่างบานที่ใกล้ที่สุดเพื่อที่จะปีนไปยังห้องอื่นแล้วหลบออกมาจากห้องนั้นได้
 
          คิดได้ดังนั้นก็ชะโงกตัวออกไปดูรอบๆ ซ้ายขวา ก็พบว่าหน้าต่างมันอยู่ไกลเกินไป ส่วนข้างล่างนั้นบานหน้าต่างก็ปิดหมด แล้วพอลองมองขึ้นไปข้างบน...
 
          เจอแล้ว!
 
          นามิคิดอย่างดีใจเมื่อเห็นหน้าต่างด้านบนของหน้าต่างเธอมันดูใกล้กว่าที่คิด คำนวนดูแล้วน่าจะปีนขึ้นไปได้แถมหน้าต่างยังเปิดเอาไว้ด้วย 
 
          ไวเท่าความคิด เธอรีบทรงตัวบนขอบล่างหน้าต่างห้องของตัวเองพลางจับสายท่อนํ้าเล็กๆ ซึ่งทอดขึ้นมาจากข้างล่างที่อยู่ข้างๆ ไว้แล้วค่อยๆ เหยียบที่ขอเหล็กที่ยึดสายท่อนั้นแล้วกระโดดสั้นๆ ขึ้นไปเหยียบขอบหน้าต่างขอบบนโดยมีสายท่อเป็นที่ยึดทรงตัว 
 
          "เอาล่ะนะ" 
          
          เธอบอกกับตังเองเมื่อมองขึ้นไปยังหน้าต่างบานที่อยู่เหนือตัวเธอ ก่อนจะกระโดดรวดเดียวขึ้นไปแล้วใช้มือทั้งทั้งสองข้างเกาะที่ขอบหน้าต่างเอาไว้ก่อนจะยกตัวเองขึ้นพาด ตามด้วยขา ก่อนจะกระโดดตัวลงเข้ามาในห้องอย่างนิ่มนวล
 
          ใครใช้ให้ดูถูกขโมยเก่าอย่างเธอล่ะ!
 
          นามิกอดอกแล้วยิ้มอย่างผู้ชนะ ครั้นพอถือโอกาสมองสำรวจห้องก็พบว่าห้องนี้ดูหราหราและกว้างมากสำหรับห้องนอน ซึ่งมีทั้งเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า ห้องนํ้า รวมไปถึงเครื่องอำนวยความสะดวกครบครันอย่างนึกริษยาในใจว่าทำไมไม่จับเธอขังไว้ในห้องแบบนี้นะ 
 
          แต่พอกำลังก้าวเท้าฉับเดินตรงไปยังประตูห้องก็ต้องชะงักพลันหยุดนิ่งอยู่กับที่ เมื่อได้ยินเสียงขยับตัวของคนอยู่บนเตียง!
 
          'แย่ล่ะสิ! O_o มันมืดจนมองไม่เห็นว่ามีคนนอนอยู่บนเตียงด้วย!'
 
          "อือ~" เสียงคนบนเตียงครางซึ่งรู้ได้ทันทีว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงนี้ต้องเป็นผู้ชายแน่
 
          'ขอล่ะ! อย่าเพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมาตอนนี้เลย!'
 
          นามิสวดอ้อนวอนในใจพลันหัวใจก็เริ่มเต้นแรง เม็ดเหงื่อก็ค่อยๆ พุดขึ้นตามใบหน้า จนถึงขนาดต้องกลั้นหายใจจนตัวเกร็งเพราะกลัวว่าคนบนเตียงจะเผลอได้ยินเสียงลมหายใจของเธอ
 
          "...อืม~...ครอก~"
 
          หลังจากเสียงครางหายไป เสียงกรนก็ดังตามมา บ่งบอกว่าผู้ชายคนนั้นหลับไปจริงๆ แล้ว เธอถึงกับลอบหายใจเบาอย่างโล่งอก พลางทาบมือขึ้นบนหน้าอกของตัวเองเพื่อบรรเทาหัวใจให้เต้นช้าลง
 
          'ตอนนี้แหล่ะ ต้องรีบออกไปจากห้องนี้!'
 
          นามิหันมามองคนบนเตียงอีกครั้งก็พบว่ากำลังนอนกรนได้ที่ ก่อนจะหันกลับมาทางประตู แล้วค่อยๆ ย่องตรงไปเรื่อยๆ 
 
          'เกือบแล้ว! ใกล้ถึงแล้ว!' 
 
          แล้วพอถึงรัศมีที่สามารถเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูได้เธอก็เอื้อมไปอย่างไม่รอช้า
 
          หมับ!
 
          เฮือก!!! O*O!
 
          เสี้ยววินาทีที่มือของเธอกำลังจะแตะลูกบิดอยู่นั้น ก็มีมือปริศนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเธอแล้วดึงให้หันกลับมาในห้อง ตอนนั้นเธอแทบจะอยากร้องกรี๊ดแต่ก็กลัวว่าเสียงของเธอจะดังจนคนข้างนอกได้ยินเข้า จึงได้แต่เม้มปากกัดฟันกลั้นเสียงเอาไว้
 
          "ใครฟะเนี่ย" เสียงผู้ชายคนที่จับข้อมือเธอพูดขึ้น 
 
          รอบตัวมืดมากจนมองเห็นผู้ชายคนนี้เป็นแค่เงาลางๆ เท่านั้น พอลองมองผ่านผู้ชายคนนี้ไปที่เตียงเดิมที่ตอนนี้ว่างเปล่าก็พอจะรู้แล้วล่ะว่าเขาคือคนที่กำลังนอนกรนอยู่บนเตียงเมื่อห้าวินาทีที่แล้ว
 
          แขนของเขาซึ่งเป็นเพียงเงาลางๆ เอื้อมไปที่พนังข้างๆ แล้วกดบางอย่างจนเกิดเสียงคลิก แล้วจู่ๆ ไฟในห้องก็สว่างโร่ขึ้น
 
          "=[]=!" นามิ
 
          "..." ชายแปลกหน้า
 
          ห้องที่สว่างเผยให้เห็นร่างทั้งร่างของผู้ชายคนนั้นชัดๆ เต็มสองตา แต่ก็ไปสะดุดกับสีผมสีทองสว่างโดดเด่นที่ถูกเสยขึ้นไปดูชี้ยุ่งกับตาที่ดูง่วงซึมเล็กน้อยบ่งบอกถึงคนเพิ่งตื่นนอน ร่างกายหนามีหมัดกล้ามในชุดเสื้อกล้ามสีขาว กับกางเกงในบ๊อคเซอร์ตัวเดียว!!!
 
          "เอ่อ สะ สวัสดี! ^^,," เธอพูดทักขณะยิ้มหวานเอาตัวรอดออกไปก่อน
 
          "นี่ยัยสาวน้อย แอบเข้ามาในห้องฉันได้ไงกัน -_-"
 
 
          ...
 
 
          ...ทางด้านช๊อปเปอร์ แฟรงกี๊ และบรู๊ค...
 
          ช๊อปเปอร์รู้สึกตัวจากการหมดสติเป็นคนแรก และรู้สึกได้ถึงความปวดร้าวที่กำลังแผ่ขยายไปทั่วตัว เจ้าตัวกัดฟันก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ แล้วภาพเพดานห้องสีขาวโพลนก็ปรากฏอยู่ในมโนทัศน์แรก ช๊อปเปอร์กระพริบตาปริบๆ หลายๆ ครั้งก่อนจะค่อยๆ พลิกตัวควํ่าลงแล้วค่อยๆ ยันตัวเองให้ลุกขึ้นอย่างช้าๆ ในสภาพเกือบหมดแรง
 
          "เอ๋ ที่นี่...ที่ไหนน่ะ" 
 
          ช๊อปเปอร์มองไปรอบๆ ห้องอย่างงงๆ และยังนึกเรื่องราวก่อนหน้านี้ไม่ออก พอเจ้าตัวเหลือบไปเห็นเพื่อนอีกสองคนที่นอนอยู่บนพื้นห่างออกไปไม่ไกลเขาก็ตกใจก่อนจะรีบตรงเข้าไปหาทั้งสองทันที
 
          "แฟรงกี๊! บรู๊ค! ทั้งสองคนไม่เป็นอะไรนะ!"
 
          ช๊อปเปอร์แปลงร่างเป็นแล้วสำรวจร่างกายของพวกเขาทั้งสอง เมื่อรู้ว่าไม่มีบาดแผลภายนอกเขาก็เริ่มเขย่าทั้งสองอย่างแรงจนกระทั่งบรู๊คค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้นมาคนแรก
 
          "เอ๋? นี่ผมหมดสติไปงั้นเหรอ โอ๊ะ ที่นี่ที่ไหนกันครับเนี่ย..." บรู๊คลุกขึ้นนั่งอย่างงงๆ แต่ก็ไม่วายยกมือทั้งสองข้างกุมลำตัวของตัวเองเมื่อความปวดร้าวเข้ามาแทรก
 
          "บรู๊ค! ไม่เป็นไรนะ!" ช๊อปเปอร์
 
          "เอ๋? นี่ผมเป็นอะไรเหรอครับ" บรู๊ค
 
          "บาดแผลภายนอกไม่มีอะไรก็จริงแต่รู้สึกว่าพวกเราจะโดนจัดการที่ภายในด้วยแรงกระแทกเข้าไปที่กระดูกกันหมดเลยนะ"
 
          "โอ้! งั้นเองเหรอครับคุณหมอ ภายในผมคงปวดร้าวน่าดู โอ๊ะ! แต่ผมไม่มีเนื้อหนังภายนอกนี่! งั้นในกรณีของผมก็คงจะเป็นแต่ที่ภายนอกซินะครับ โยโฮ่!โยโฮ่! ^O^"
 
          บรู๊คยังคงเล่นมุขและหัวเราะออกมาอย่างร่าเริงแม้ว่ายังไม่รู้ถึงสถานการณ์ตอนนร้ก็ตามที
 
          "ยังไงก็เถอะ บรู๊ค ตอนนี้ฉันจำได้แล้วว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นกับพวกเรา เราต้องรีบหนีออกไปจากที่นี่ก่อนแล้วล่ะ! แฟรงกี๊! เฮ้! เเฟรงกี๊! ตื่นได้แล้วน้า! พวกเราต้องรีบหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดน้า!"
 
          ช๊อปเปอร์พยายามเขย่าตัวแฟรงกี๊ไปมาอย่างแรงแต่เขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นเลย
 
          "เอ๋ คุณแฟรงกี๊เค้าขี้เซาขนาดนั้นเลยเหรอครับเนี่ย" บรู๊คพูดอย่างสงสัย
 
          จนทำให้ช๊อปเปอร์หวั่นใจเล็กน้อยว่าแฟรงกี๊อาจจะโดนหนักกว่าพวกเขา เพราะเขาจำได้ว่าทั้งเขาและบรู๊คต่างถูกเล่นงานหมดสติไปก่อน บางทีหลังจากนั้นอาจเกิดจะอะไรบางอย่างชึ้นกับแฟรงกี๊ที่หนักกว่าพวกเขาก็เป็นได้ แต่อาการบาดเจ็บอาจเกิดที่ภายใน จะตรวจดูหรือรักษาตอนนี้ก็ยากมากเพราะเขาดันทิ้งกระเป๋าย่ามพยาบาลไว้ที่เรือซันนี่
 
          "พวกเราต้องรีบกลับไปรักษาแฟรงกี๊ ต้องหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดด้วย!" ช๊อปเปอร์
 
          "งั้นเดี๋ยวผมแบกคุณแฟรงกี๊ไปเองนะครับ" 
 
          "ไม่เป็นไรหรอกฉันแบกเองได้ ถ้าเกิดเจอศัตรู บรูคเก่งกว่าฉัน บางทีอาจจะช่วยคุ้มครองฉันกับแฟรงกี๊เป็นประโยชน์มากกว่าน่ะ แหะๆ ^^"
 
          "งั้นก็ได้ครับ พวกเราก็ออกไปกันเถอะ"
 
          "อื้อ!"
 
          บรู๊คตรงเข้าไปยังประตูห้องแล้วเอื้อมมือขึ้นบิดลูกบิดประตู 
 
          "เอ๋!?" บรู๊ค
 
          "มีอะไรเหรอบรู๊ค! ประตูนั่นมันมีอะไรแปลกๆ เหรอ! หรือจะเป็นกับดักอ่า OoO!" ช๊อปเปอร์
 
          "เปล่าครับ ผมแค่สงสัยว่าทำไมห้องที่ดูเหมือนจะขังพวกเรามันเปิดออกไปง่ายกว่าที่คิด"
 
          "เฮ้อ อย่าทำให้ตกใจเซ่ เปิดออกไปได้มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ T^T"
 
          "นั่นสิครับ..."
 
          "ยังไงก็เถอะ เจ้าพวกสี่คนแปลกๆ บนมังกรนั่นอาจจับพวกเรามาเพื่ออะไรบางอย่างก็ได้" 
 
          "ผมก็เห็นด้วย ผมจำได้ว่าผู้ชายคนที่นั่งอยู่บนหน้าต่างห้องสังเกตุการณ์คนนั้นใช้วิชาดาบแปลกๆ ซึ่งผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลย"
 
          "บางทีเจ้าพวกนั้นอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับพวกที่ลักพาตัวนามิไปก็ได้ เราต้องรีบออกตามหาพวกลูฟี่แล้วไปช่วยนามิออกมาให้ได้"
 
          "ครับ! แล้วก็ธงโจรสลัดที่เป็นเครื่องหมายของพวกเราด้วย ผมไม่ยอมให้สิ่งที่กลุ่มของเรายึดมั่นถูกแย่งชิงไปหรอก!"
 
          แล้วพวกเขาก็เปิดประตูออกไป พลางมองซ้ายมองขวาอยู่ครู่นึงก่อนจะค่อยๆ พากันเดินไปตามโถงทางเดินกว้างๆ นั้น โดยที่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ขอแค่เจอทางออกแล้วหนีออกไปอย่างปลอดภัยให้ได้ก็พอ
 
 
          ...
 
 
          ...ทางด้านลูฟี่...
 
          ภายในห้องอาหารของพระราชวัง
 
          "งํ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แจ๊บๆๆๆๆๆๆๆๆ"
 
          ฮึ่ย...เจ้าคนไร้มารยาทเอ๊ย...!!!
 
          ซีค คนแคระเคราแดง ทหารองครักษ์คนสนิทผู้อารมณ์ร้อนแห่งจักรพรรดินีอาณาจักรเดทูก้า กำลังยืนนิ่งเคร่งขรึมอยู่ข้างๆ เก้าอี้หัวโต๊ะซึ่งคาเรนกำลังนั่งประทับเสวยอาหารอย่างร่าเริงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อครั้งนี้เจ้าหมวกฟางลูฟี่หรือเจ้าอาชญากรสุดร้ายกาจอันดับหนึ่งของประเทศมันมานั่งกินตีเสมอภาคองค์จักรพรรดินีของเขาด้วย 
 
          ภายนอกของเขาอาจกำลังยืนสงบเฝ้าดูท่านคารินนั่งเสวยอาหารอย่างไม่มีอะไรคาดตกบกพร่องอย่างเช่นทุกวัน แต่หารู้ไม่ว่าภายใต้ภูเขาอันแสนสงบนั้นภายในกำลังคุกรุ่นไปด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรงของลาวาที่พร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ
 
          และเหล่าคนที่สามารถรู้ถึงความจริงได้ดีที่สุดตอนนี้ก็คือ เหล่าทหารรักษาพระองค์ที่กำลังยืนเรียงกันเฝ้ารักษาความปลอดภัยให้คาเรนอยู่ข้างหลังตรงผนังห้อง เวลานี้พวกเขาเหล่านั้นกำลังเหงื่อตกเมื่อพวกเขามองไปที่แขนทั้งสองข้างที่กำลังไขว่หลังอยู่ของซีคมันกำลังซั่นถี่รุนแรงอย่างพยายามจะระงับอารมณ์ของตัวเองต่อเจ้าหนุ่มหมวกฟางผู้นั้น
 
          แกเคยหัดเรียนมารยาทมาบ้างไหมเนี่ย...!
 
          ภาพของลูฟี่ที่กำลังยืดแขนยืดขาขึ้นไปหยิบอาหารบนโต๊ะเสวยอย่างไม่เกรงใจ ทั้งยังยัดอาหารเหล่านั้นเข้าปากไปไม่ยั้ง พลางกินมูมมามอย่างไร้มารยาท แถมกินเท่าไรก็ไม่รู้จักอิ่ม กินได้เรื่อยๆ จนพ่อครัวแม่ครัวของวังพากันสลบเพราะต้องรีบเร่งทำอาหารมาให้ทันอย่างไม่หยุดหย่อน
 
          "อิ่มแล้วววววววววว!!!" ลูฟี่ตะโกนลั่นเมื่อเนื้อชิ้นสุดท้ายเข้าปากลงท้องไปอย่างกู้ไม่กลับ
 
          "อร่อยมากเล๊ย!!! ขอบคุณที่เลี้ยงคร้าบ!!!" ลูฟี่
 
          "อิ่มแล้วสินะลูฟี่! อยากทำอะไรต่อล่ะ ให้ฉันพาเธอทัวน์พระราชวังต่อดีไหม! ^O^" คารินรีบเสนอความเห็นทันที แต่คำพูดนั้นทำเอาซีคถึงกับชะงัก
 
          "หืม งั้นก็ได้ เพราะตอนนี้ฉันอิ่มแล้ว" 
 
          "ไม่ได้นะพะย่ะค่ะ! ท่านสัญญากับกระหม่อมแล้วว่าจะพาคนผู้นี้เข้าห้องขังทันทีที่ทรงเสวยเสร็จ!" ซีคพยายามขัดขวางความใกล้ชิดของทั้งสองเต็มที่โดยการหยิบข้อสัญญาที่เคยต่อรองกันไว้มาเถียง แต่คารินทำเพียงก้มหน้ามองเจ้าคนแคระแล้วยิ้มใสซื่อก่อนจะพูดกลับไป
 
          "พูดเรื่องอะไรของเธอน่ะ ซีค ฉันไม่เห็นเคยรู้เรื่องมาก่อน ^^" 
 
          "ทะ ท่าน...!" ซีค
 
          "ไปกันเถอะลูฟี่! ฉันจะพาไปดูอะไรสนุกๆ" เสียงคาเรนชวนลูฟี่ก่อนที่เจ้าหล่อนวิ่งพรวดเปิดประตูออกไปก่อน
 
          "เฮ้! รอด้วยเซ่!" 
 
          ลูฟี่ที่กำลังวุ่นกับท้องลูกโป่งเด้งๆ ของตัวเองก็รีบลุกจากเก้าอี้แล้วตามคาเรนออกไปทันที ปล่อยให้ซีคที่กำลังกำหมัดทั้งสองแน่นไปพร้อมๆ กับร่างกายที่กำลังขึ้นสีแดงจัด กับเหล่าทหารผู้น่าสงสารที่ต้องคอยรับเคราะห์บางอย่างแทนที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า
 
          "เฮ้! เธอน่ะบอกจะพาไปดูอะไรสนุกๆ งั้นเหรอ!" ลูฟี่ถามขณะวิ่งอุ้มท้องโยกเยกอุ้ยอ้ายของตัวเองไล่ตามคารินไปตามระเบียงทางเดินจนทัน
 
          "บอกตอนนี้ก็ไม่สนุกน่ะสิ! ^O^" คารินหัวเราะ
 
          "เห!?" ลูฟี่เลิกคิ้ว
 
          "ไปถึงแล้วก็รู้เอง!"
 
          "แล้วมันน่าสนุกมากเลยงั้นเหรอ" ลูฟี่
 
          "เธอนี่น้า จะยอมตามมาเงียบๆ ได้มั้ยเนี่ย -_-" คาริน
 
          "ก็ฉันอยากรู้นี่! -O-" ลูฟี่
 
          "ก็บอกว่าไปถึงแล้วก็รู้เองไงเล่า!" คาริน
 
          "ฮะ ฮะ ฮะ งั้นเหรอ ^O^" ลูฟี่ตัดสินใจวิ่งตามหญิงสาวไปเรื่อยๆ อย่างตื่นเต้นที่จะได้เห็นอะไรสนุกๆ

          "อึ่ก!" แต่แล้วเขาก็ชะงักเมื่อจู่ๆ ก็มีความรู้สึกบางอย่างกำลังแผ่ขยายอย่างรวดเร็วจนสะท้านไปทั่วร่างทำให้เขาต้องหยุดวิ่งทันทีทันใด คารินซึ่งวิ่งนำไปช่วงนึงต้องหยุดชะงักตามเช่นกัน
 
          "มีอะไรเหรอลูฟี่" คารินหันกลับมาถามอย่างสงสัย
 
          ลูฟี่ไม่ตอบแต่กลับยืนนิ่งพลางหันหน้าออกไปยังทิวทัศน์ของระเบียงด้านข้าง มองเลยบ้านเมืองไปที่ป่าทึบสีดำที่อยู่ไกลลิบๆ นั่นอย่างรู้สึกคิดถึง
 
 
          ...
 
 
 
          ...ทางด้านโซโล...
 
          "...อะไรล่ะเนี่ย..." โซโลที่เพิ่งเดินออกมาจากชายป่าก็ต้องมาตกใจกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า
 
          ภาพเมืองยามคํ่าคืนแสนสงบไร้ผู้คนอันแสนคุ้นเคยตั้งตร่ะหง่านอยู่เบื้องหน้า ทั้งๆ ที่เขาตั้งใจพยายามจะวิ่งตามไอ้ลิงจ๋อพวกนั้นเพื่อตามไปเอาตัวลูฟี่กลับมาในป่าลึกแท้ๆ แต่ทำไมถึงกลับออกมาที่เดทูก้านี้ได้ล่ะเนี่ย
 
          "แปลกแฮะ แล้วไอ้จ๋อพวกนั้นมันหนีไปไหนแล้ว" โซโลเกาหัวแกรกๆ พลางมองซ้ายมองขวาแต่ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของสิ่งมีชีวิต 
 
          "เราตามมาก็ไม่น่าจะคลาดสายตานี่นา ต้องมาทางนี้แน่ๆ =_=" โซโลมองไปรอบๆ เมืองอีกครั้ง "แต่ยังไงก็ลองสำรวจดูหน่อยท่าจะดีกว่า"
 
          พูดจบเจ้าตัวก็ปีนขึ้นขึ้นไปบนหลังคาบ้านหลังหนึ่งเพื่อที่จะได้กวาดสายตาได้กว้างขึ้น โซโลกระโดดไปตามหลังคาบ้านหลังแล้วหลังเล่าพลางเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์เต็มดวงที่กำลังสุกสกาวได้ที่เบื้องบนก่อนจะพึมพัมออกมา
 
          "หือ ถ้าเอาเหล้ามาด้วยก็ดีสิ บรรยากาศเงียบๆ แบบนี้สิถึงจะเหมาะกับการดื่มเหล้า...เฮ้ ไม่สิไม่ ถึงจะมีขวดเหล้าอยู่ในมือแต่ก็ต้องไปช่วยลูฟี่ก่อน"
 
          "เจอตัวแล้ว! มันอยู่นั่น!!!" เสียงของผู้ชายดังมาจากข้างล่าง
 
          โซโลชะงักเสียงนั้นแล้วหันกลับลงไปดู ก็พบกับชายในชุดเครื่องแบบอะไรสักอย่างที่เขาคุ้นตากำลังวิ่งถือดาบกับปืนไล่ตามเขามาติดๆ ตรงพื้นเบื่องล่าง
 
          "หือ ชุดแบบนั้นมันแบบเดียวกับพวกทหารที่ด่านสัมภาษย์นี่" โซโลเพิ่งนึกได้
 
          "เจ้านั่นคือนักล่าโจรสลัดโรโรโนอา โซโล ไม่ผิดแน่!!!" ทหารอีกคนที่วิ่งตามมาตะโกน
 
          "เจ้าพวกนี้ไม่หัดเกรงใจชาวบ้านชาวช่องเค้าจะหลับจะนอนรึไงนะ ตะโกนหนวกหูอยู่ได้ =_=" โซโล
 
          "เจ้านั่นคือหนึ่งในอาชญากรอันดับท๊อปของประเทศ!!!"
 
          "ต้องจับมันมาประหารให้ได้!!!" 
 
          ไม่นานทหารจำนวนมากก็วิ่งตามมาสมทบเพื่อที่จะจับโซโลให้ได้
 
          "คืนนี้มีแต่เรื่องวุ่นวายจริงนะ -_-" โซโลพูดอย่างเบื่อหน่าย
 
          "เจ้าหมวกฟางถูกพวกเราจับแล้วที่เหลือก็แค่จับพวกแกทุกคน!!!"
 
          ทหารคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาอีกเช่นกัน แต่ประโยคของทหารผู้นั้นทำให้โซโลชะงักแล้วหยุดวิ่งเอี๊ยดที่หลังคาของบ้านหลังหนึ่ง ก่อนที่จะตะโกนลงไปถามทหารพวกนั้น
 
          "เฮ้ พวกแก! เป็นความจริงเรอะที่บอกว่าลูฟี่ถูกพวกแกจับไปน่ะ!"
 
          "ใช่! และอีกไม่นานเจ้านั่นก็จะถูกประหารที่พระราชวังนี้!"
 
          "พระราชวังงั้นรึ?" โซโล
 
          "และพวกแกทุกคนก็ต้องพบจุดจบเดียวกับเจ้าหนุ่มหมวกฟางนั้น!"
 
          "งั้นเรื่องก็ง่ายขึ้นหน่อยนึงแล้วสินะ -_-" โซโล
 
          "แกยอมให้พวกเราจับดีๆ ตอนนี้เถอะน่า เพราะถึงยังไงแกก็ไม่รอดอยู่ดี!"
 
          "งั้นรึ งี้นี่เอง" โซโล
 
          ฟุ่บ!
 
          ชั่วพริบตาโซโลก็หายไปจากบนหลังคาอย่างรวดเร็ว เล่นเอาเหล่าทหารตกใจอย่างมาก ก่อนจะมองขึ้นไปหาบนหลังคาของทุกบ้านเผื่อว่าโซโลจะหนีไปที่อื่น
 
          ชิ้ง!
 
          "งั้นรึ พวกแกนำทางฉันไปพระราชวังได้สินะ" 
 
          อยู่ๆ ร่างของโซโลก็มาปรากฏกลางเหล่าทหารจนทุกคนพากันตกตะลึงหนักเข้าไปอีก โดยเฉพาะทหารนายหนึ่งที่ถูกโซโลจ่อดาบจากข้างหลังข้ามไหล่มาที่คอ
          
          "แต่ฉันไม่ชอบให้ทำเหมือนถูกจับ เอาเป็นว่าฉันขอร้องให้พวกแกนำทางฉันไปหากัปตันของฉันดีๆ แลัวก็เงียบๆ ด้วยแล้วกัน"
 
 
          ...
 
 
          
           "..."
 
           "ลูฟี่..."
 
           "..."
 
           "ลูฟี่!"

           "..."
 
           "ลูฟี่! ลูฟี่! นี่ลูฟี่!"
 
           ลูฟี่ชะงักและตื่นจากผวังค์เมื่อคารินเขย่าตัวเขาแรงๆ เป็นการเรียกสติ พอเขาได้สติกลับมาแล้วก็หันกลับมาหาคารินทันที
 
           "นายเหม่อๆ ไปนะ เมื่อกี๊ก็หยุดวิ่งไม่บอกกล่าว..."
 
           "..." ลูฟี่นิ่งเงียบไม่ยอมตอบ
 
           "แล้วหันไปดูอะไรเหรอ อยู่มาตั้งหลายปีฉันไม่เห็นว่าวิวตรงนี้มันจะสวยตรงไหนเลย"

           "..."

           คารินเดินไปจับที่ริมระเบียงแล้วยื่นตัวรับสายลมอ่อนๆ ยามคํ้าคืนพลางมองไปยังทัวทัศน์ที่คิดว่าลูฟี่มองไป ก็เห็นเพียงแค่ตึกรามบ้านช่องที่ทั้งมืดและเงียบสนิิทแถมยังสร้างเรียงเหมือนกันอย่างเป็นระเบียบอีก ความเป็นระเบียบจนเกินไปนี่แหล่ะที่ทำให้เธอรู้สึกเบื่อหน่ายอาณาจักรนี้ยามคํ่าคืน

           "...เธอมองเห็นอะไรงั้นเหรอ" คารินถามในขณะที่สายตาเลื่อนลอยเมื่อมองภาพอาณาจักรของตัวเองจากทางด้านบนนี้
 
           "เหมือนฉันลืมอะไรไปเลย..." 

           ในที่สุดลูฟี่ก็ยอมพูดออกมาหลังจากเงียบไปนานจนน่ากลัว
 
           "เอ๋?" คาเรนหันกลับมามองลูฟี่อย่างสงสัย

           "ฉันจำได้นะ เรื่องทุกอย่างตอนที่มาเกาะนี้น่ะฉันจำได้นะ!"  ลูฟี่พยายามพูดยืนยัน

           "..."
 
           "จำได้ว่าฉันกับเพื่อนๆ มาเกาะนี้..." ลูฟี่เริ่มเล่าเรื่อง "แต่ก่อนหน้านั้นอยู่ๆ ฉันก็ไม่สบายขึ้นมา ช๊อปเปอร์ก็บอกว่าไข้งี้ขึ้นสูงจนน่ากลัวเลยล่ะ"

           "..." คารินพยายามฟังอย่างตั้งใจเพราะคิดว่าลูฟี่อาจอยากจะระบายเรื่องบางอย่าง

           "ช๊อปเปอร์ห้ามไม่ให้ฉันเข้าไปในเกาะ คงคิดว่าฉันยังไม่หายดีมั้ง ตอนนั้นพวกอุซป ช๊อปเปอร์ โรบิน แฟรงกี๊ แล้วก็บรู๊ค..." ลูฟี่เว้นครู่นึงเหมือนกำลังสับสนบางอย่าง แต่ไม่นานก็เริ่มเล่าต่อ "...พวกนั้นพากันขึ้นเกาะกันไปหมด ยกเว้นโซโลกับซันจิ ฮะ ฮะ ตอนนั้นฉันยังงงๆ อยู่เลยว่าพวกนั้นเฝ้าเรือด้วยกันได้ยังไงทั้งๆ ที่ไม่ค่อยถูกกันแท้ๆ"

           "..."

           "ตอนนั้นจู่ๆ ฉันล้มป่วยลงไปอีกไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่หลังจากนั้นอุโซปก็กลับมาที่เรือแล้วโวยวายเรื่องอะไรสักอย่าง แล้วหลังจากนั้นฉัน อุซป โซโล แล้วก็ซันจิก็ต้องเข้าเกาะไปตามหา...อะไรสักอย่าง"

           ลูฟี่กลับมาทำหน้าสดใสอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ภายในยังสับสนไปหมด

           "แต่ฉันก็ดันสัมภาษณ์ไม่ผ่านแล้วก็ดันไม่สบายตรงนั้นอีก ฮะ ฮะ ฮะ อ๋อ แล้วฉันก็ทะเลาะกับซันจิถึงขั้นสู้กันด้วยล่ะ ด้วยเรื่องอะไรก็ไม่รู้อีกนั่นล่ะ แต่ฉันก็แพ้แล้วโดนซันจิน๊อคจนสลบไปเลย ฮะ ฮะ ฮะ"

           "..."
 
           "เหมือนเรื่องนั้นมันจะสำคัญมาก..."

           "..."

           "ฉัน...จำเรื่องนั้นไม่ได้"

 
           จู่ๆ ลูฟี่ก็ก้มหน้านิ่งแล้วไปอีกครั้งเป็นพักใหญ่ๆ จนคารินเริ่มรู้สึกเป็นห่วง แต่ไม่ทันที่จะได้พูดอะไร ลูฟี่ก็เงยหน้าขึ้นมาพลางยิ้มกว้าง

           "แปลกจังเลยน้าทั้งๆ ที่กินเนื้อไปตั้งขนาดนั้นแล้วแท้ๆ แต่ยังรู้สึกไม่สบายอยู่เลย"
 
           ลูฟี่กลับมาหัวเราะอีกครั้งเหมือนเรื่องที่เพิ่งพูดออกไปมันเป็นเรื่องที่ดูตลกเอามากๆ แต่หัวเราะไปได้เพียงไม่นานเสียงหัวเราะก็เริ่มเบาลงเรื่อยๆ

           "...ฮะ...ฮะ"

           ท่าทางมันเหมือนกับเจ้าตัวกำลังฝืนอะไรบางอย่างแต่ไม่สำเร็จ จนต้องกลับมาเงียบลงอีกครั้งพลางกัดฟันกรอดก่อนจะเริ่มกระแทกเสียงสั่นอย่างหมดความอดทน
 
           "โธ่เว้ย! ทำไมจำไม่ได้นะ!" ลูฟี่เริ่มยกมือทั้งสองข้างขึ้นกุมหัวพยายามที่จะจำให้ได้

           "ลูฟี่!" คารินร้องอย่างเป็นห่วงแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากอยู่ข้างๆ ตรงนั้น

           ไม่รู้ว่าทำไม แต่เขารู้สึกว่าหากจำเรื่องบางอย่างนี้ไม่ได้ตอนนี้จะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต แต่ไม่ว่าจะขยี้หรือทุบหรือต่อยหัวตัวเองยังไงความทรงจำมันก็ไม่ผุดออกมา ถึงตัวเขาจะเป็นยาง จะตบจะต่อยยังไงก็ไม่เป็นผล แต่ทำไมตอนนี้เขารู้สึกปวดข้างในเหลือเกิน
 
           ...นี่เขาไม่สบายหนักขนาดนั้นเลยเหรอ...

           จะต้องกินเนื้อมากเท่าไรถึงจะหายกัน!
 
          เหลือเวลาอีกเพียงห้าสิบนาทีจะถึงพิธีแต่งงาน
 
 
          
 
         
 
          
           
 
         

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #89 angel90 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 17:22
    กลับมาอัพเร็วๆนะคะรออยู่
    #89
    0
  2. #86 mameaweverytime (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 16:55
    นึกให้ออกสิลูฟี่ เอาใจช่วยนะ #อัพต่อค่ะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 21 ตุลาคม 2560 / 20:10
    #86
    0
  3. #85 NATDANAI0 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 19:38
    ลูฟี่ คิดสิคิดๆ
    #85
    0
  4. #78 Onetail (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 เมษายน 2557 / 20:39
    O M G
    #78
    0
  5. #75 Harm (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2556 / 22:16
    ลืมเหรอ ย๊าาา พลอตเรื่องสนุกมากเบยยย >< 
    #75
    0
  6. #67 ✿.。Aom love niyay.。 ✿ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2556 / 16:32
    ลืมนามิซังงั้นรึ>[   ]<
    #67
    0
  7. #60 GT.OP.PS.B.BE.N.P (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2556 / 15:01
    อ๊ากกกกก ลืมได้ลงคอนะลูฟี่!!
    เรื่องของนามินี่บังอาจลืมได้ยังไงกัน!?!?
    แล้วถ้าป่วยก็ต้องกินยาสิไม่ใช่เนื้ออออออออ =[ ]=!!!
    นึกให้ออกเดี๋ยวนี้เลยนะ! นี่คือคำสั่งนะลูฟี่บ้า!!!!
    #60
    0
  8. #59 GT.OP.PS.B.BE.N.P (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2556 / 15:01
    อ๊ากกกกก ลืมได้ลงคอนะลูฟี่!!
    เรื่องของนามินี่บังอาจลืมได้ยังไงกัน!?!?
    แล้วถ้าป่วยก็ต้องกินยาสิไม่ใช่เนื้ออออออออ =[ ]=!!!
    นึกให้ออกเดี๋ยวนี้เลยนะ! นี่คือคำสั่งนะลูฟี่บ้า!!!!
    #59
    0
  9. #58 Evil Master (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2556 / 01:45
    นายจะต้องนึกออกแน่.. ลูฟี่.... //ทำเสียงซึ้ง~
    #58
    0
  10. #56 Cat Burglar (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2556 / 17:11
    โซโล!!! ช่วยมาลากลูฟี่ไปหานามิที!!! >o<
    #56
    0
  11. #54 sweet candy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2556 / 16:51
    ต้องนึกให้ออกนะลูฟี่
    #54
    0
  12. #53 เจ้าแมวซึน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2556 / 11:26
    ลูฟี่!!! =[]= ถ้านายยังไม่รีบนึกให้ออกจะมีใครบางคนที่ต้องเสียใจมากๆ นะ!
    #53
    0
  13. #52 Bow Chan !! (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2556 / 09:24
    ลูฟี่นึกให้ออกสิ เครียดแทนน่ะโว๊ย
    #52
    0