The throne of the king กับห้องปิดตายในตำนาน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,646 Views

  • 42 Comments

  • 85 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    138

    Overall
    1,646

ตอนที่ 43 : season2 2กลับเข้าสู่เซนต์ริงโก้อีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    2 ก.พ. 62

2 กลับเข้าสู้เซนต์ริงโก้อีกครั้ง

          เรืออาร์มสตรองยังคงแล่นตามผืนน้ำได้ดีเยี่ยมและอีกไม่นานก็ใกล้ถึงท่าเรือเมืองอควา ตอนยังเด็กแม่ชอบเล่าเรื่องความเลวร้ายให้ฉันฟังเสมอเหมือนความร้ายกาจของตระกูลมหาอำนาจนั่นยังคงเกาะติดหูฉันไม่หยุด ฉันยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่ามีอคติกับมิโมซ่าตั้งแต่แรกเห็น และไม่อยากให้เพื่อนของฉันคนไหนสนิทกับผู้หญิงคนนั้นสักนิด
แวบแรกที่เห็นมิโมซ่าทำให้ฉันนึกถึงสตรีในตำนานอย่างพระนางนานีย่าที่ไม่มีใครสามารถโค่นล้มตำแหน่งหญิงงามอมตะได้แม้แต่ราชินีอลิซาเบธเองก็ตาม ความงดงามของพระนางนานีย่ายังคงตราตรึงในใจของผู้คนเสมอมา
          "ข่าวว่าพิธีคืนตราตั้งท่านหญิงหมายเลขหนึ่งแห่งเวลล์จะจัดขึ้นที่เซนต์ริงโก้ตามที่พ่อเธอขอ" เดวีส์ที่ยืนอยู่ระเบียงพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ
"พ่อตั้งใจให้คฑาเทพยังคงเป็นของชาวอควาอยู่ ต่อให้ตระกูลเวลล์ใช้เล่ห์เหลี่ยมยังไงแต่พวกเราก็รู้กันดีว่าคฑาเป็นของใคร"
          "คฑาเป็นผู้เลือกนายด้วยตัวเอง ถ้าเธอสามารถทำให้มันเลือกเธอได้ก็จะไม่มีใครแย่งมันไปได้"
          "แต่นั่นมันเป็นของบรรพบุรุษนายนะ!"ฉันแย้ง "นายควรเก็บรักษามันไว้สิถึงจะถูก!"
          "ถ้าเขาตั้งใจให้เธอ ฉันเชื่อว่าเขาคิดดีแล้ว มันเคยปกป้องเธอครั้งหนึ่ง ครั้งต่อๆไปเองก็เช่นกัน..."
          ดวงตาสีไพลินจางๆนั่นมองฉันด้วยยากจะอ่านออก หมอนี่มีมุมลึกลับที่ไม่เคยบอกใคร ภายนอกเขาดูเป็นเด็กกนุ่มขี้โกหก เกเร ไม่น่าคบหาแต่อีกมุมหนึ่งของเขากลับเป็นคนฉลาดที่ยากจะคาดเดา
          "รู้จักตำนานผืนน้ำสีเงิมั้ย?" เขาหันมาถาม
          "ทำไม?"
          "เขาว่ากันว่าผืนน้ำแห่งนั้นมีวิญญาณร้ายซ่อนอยู่ เป็นผลพวงมาจากความชั่วร้ายของแมดคิงส์ ที่นั่นคือมหาสมุทรขนาดใหญ่ที่ทุกคนเชื่อว่าแมดคิงส์สร้างมันขึ้นมา หลังจากการล่มสลายของเขามหาสมุทรนั่นเหือดแห้งหายไปเหลือไว้แค่แอ่งน้ำเล็กๆที่หมู่บ้านเมืองทรอย คืนที่แปดเดือนสิบวันที่แมดคิงส์ถูกสังหารวันนั้นจะมีคนตายเพื่อสังเวยชีวิตให้แก่ราชาผู้ไม่เคยตายไปจากผู้คน"
          "เมืองทรอย?"
          "จริงๆแล้วเมืองทรอยเคยเป็นเมืองขึ้นของเมืองอควา แต่หลังจากแมดคิงส์สิ้นบุญพวกเขาก็แยกตัวออกไปเป็นอิสระ ก่อร่างสร้างตัวเป็นเมืองเล็กๆไม่กี่ปีนี่เอง"
          "ฉันเองก็เพิ่งเคยได้ยินชื่อเมืองทรอยจากปากนายนี่ล่ะ" ฉันพึมพำ
          "ผู้ชายคนนั้น...เจ้าชายเอเลนหมอนั่นเคยเป็นคนเมืองอควา แต่ตอนนี้เขาคือเจ้าชายแห่งทรอย เป็นที่รู้กันทั่วว่าเขาคือเจ้าชายที่สมบูรณ์แบบแม้จะมาจากเมืองเล็กๆก็ตาที ผู้หญิงทุกคนล้วนวิ่งตามเขาแต่สุดท้ายแล้วคนที่เหมาะสมกับเขาก็คือเจ้าหญิงมิโมซ่าคนเดียวเท่านั้น"
          "นี่นายอิจฉาเขาเหรอ?" ฉันแหย่เล่น เขาแค่นหัวเราะมองฉันด้วยสายตาหงุดหงิด
          "เธอจะวิ่งตามหมอนั่นอีกคนหรือไง?" ว่าจบก็ถลึงตาใส่
          "แล้วนายจะวิ่งตามมิโมซ่าเหมือนคนอื่นๆมั้ย?" ฉันกลั้นใจถามคำถามนี้ออกไป มันเป็นคำถามที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองดูงี่เง่ามากทีเดียว
          "หึงหรือไง?" เขาเลิกคิ้ว
          "เงียบไปเลย!" ฉันหน้าหงิกสะบัดเสียงใส่
          "ฉันจะไม่วิ่งตามใครทั้งนั้น...เพราะฉันมีเธออยู่ข้างๆแล้ว"

          "ถึงแล้วบ้านของเรา" เจียกู่ร้องด้วยความยินดี เธอวิ่งไปยังห้องนั่งเล่นที่มีเลดี้แคนดี้จิบชาร้อนๆอยู่บนโซฟา
          "ยินดีต้อนรับเด็กปีสอง" หล่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกียจคล้าน "สวัสดีคฑาเทพ!" หล่อนโบกมือทักทายคฑาเทพที่นอนขี้เกียจอยู่บนจี้ห้อยคอของฉัน มันเป็นนโยบายใหม่ของกระทรวงเพราะพวกเขาไม่อยากให้เด็กๆอย่างพวกเราหิ้วคฑาไปไหนมาไหนเหมือนพวกผู้พิทักษ์ พวกเราทุกคนเลยต้องระเห็ดไปตามหน้าร้านค้าเพื่อหาจี้ห้อยคอเวทย์มาให้ทันก่อนจะขาดตลาด
          "คฑานั่นคงตาบอด!" แคลร์เด็กสาวผมบลอนดัดเป็นลอนเดินกระแทกเท้าเข้ามากระแนะกระแหน่ถึงที่
          "คฑาไม่มีตาคุณเคิร์ก" ฉันพูดเสียงเรียบกระแทกไหล่อีกฝ่ายเดินหนีเข้าห้องไปแล้วต้องชะงักเมื่อบังเอิญไปเจอมิโมซ่าที่วางข้าวของไว้บนเตียงฉัน
          "เตียงนั้นมีเจ้าของแล้ว" ฉันบอก มิโมซ่าหันมามิงด้วยความลนลานแล้วรีบหยิบสัมภาระของตัวเองออกมา
          "จริงๆแล้วห้องนี้มีคนอยู่แล้วน่ะ แต่ห้องฝั่งตรงข้ามยังไม่มี"
          "อ่าาาา ขอบคุณมากค่ะ! ขอโทษนะคะที่รบกวน" เด็กสาวยิ้มให้ฉันอย่างเป็นมิตร "คุณคือว่าที่ท่านหญิงอันดับหนึ่งแห่งเวลล์นี่คะ ยินดีด้วยค่ะ! จริงๆแล้วมิร่าควรจะได้เป็นมากกว่า แต่บังเอิญว่าคฑาเทพอยู่กับคุณพวกเราเลยจำใจยกตำแหน่งนี้ให้คุณก็เท่าเอง" เด็กสาวยิ้มหวานแล้วเอ่ยวาจาเชือดเฉือน ถ้ามิโมซ่ารวมกลุ่มกับแคลร์ล่ะก็ฉันว่าเธอคงไม่ได้มาดีแน่ๆ
          "อืม" ฉันตอบรับสั้นๆแล้วส่งยิ้มจางๆ พอดีกับที่เจียเดินเข้าห้องมาแล้วชะงักเมื่อเจอเพื่อนเก่า มิโม่ซ่าเหลือบตามองเพื่อนสาวของฉีนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาเหยียดหยามก่อนที่มันจะเลือนหายไปในพริบตา
          "เจ้าหญิง..." เจียพูดด้วยน้ำเสียงเบาหวิว ดวงตาเอ่อคลอสายตาและท่าทางทั้งหวาดกลัวทั้งเสียใจ
          "ท่านหญิงอันดับที่ห้าตระกูลบาร์รอนยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งค่ะ" มิโมซ่ายิ้มกว้างราวกับแสงอาทิตย์สาดส่องและงดงาม
          "เจีย...จัดของเสร็จแล้วไปโรงอาหารกัน" ฉันหันไปถามเพื่อนสาวทำหูทวนลมตัดบทอีกฝ่ายที่พยายามพูดอะไรบางอย่างต่อ
          "อืม..."
          หลังจากมิโมซ่าออกไปเราสองคนก็ไม่ได้พูดอะไรต่อต่างคนต่างจัดของเงียบๆไปสักพัก ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากรู้หรอกนะว่าเพื่อนสนิทของฉันมีปัญหาอะไรกับเจ้าหญิงคนงาม แต่ก็นั่นล่ะฉันไม่อยากพูดอะไรออกไปเพราะเห็นเธอมีท่าทีแบบนั้นของบางอย่างก็ต้องรอให้เจ้าตัวพูดออกมาและเผชิญหน้าด้วยตัวของเขาเอง...
          "วันนี้มีแซนวิชแฮมชีสของโปรดเธอด้วยรีบลงไปกัน!" เด็กสาวผมสีจางยังคงยิ้มสดใสพาเปลี่ยนเรื่องได้อย่างหน้าตาย
          "อืม" ฉันรับคำสั้นๆแล้วพากันเดินตรงดิ่งไปที่ห้องอาหารด้วยบรรยากาศที่ค่อนข้างหม่นหมองจนโอเวนทำสีกน้าไม่สู้ดีนัก เด็กเทพนารินที่มารอกับกลุ่มเพื่อนของเขาอยู่ก่อนแล้วก็พลันเลิกคิ้วมองตามตาปริบๆไปด้วย
          "ให้สิบเหรียญทองเจ้าหญิงมิโมซ่าสวยกว่าพระนางนานีย่าแน่นอน" ริชาร์ดที่แยกตัวออกไปคุยกับพวกดรัมพนันขันต่อกันยกใหญ่
"เงียบน่า! พระนางนานีย่างดงามทะลุภาพวาดขนาดนั้นใครจะไปสู้ไหว!" แคลร์ เคิร์กตะโกนด้วยความหงุดหงิด
          "สู้อะไรกันเหรอคะ ขอฟังด้วยได้มั้ย?" มิโมซ่าเดินเข้ามานั่งไปไกลไปจากพวกเราแล้วเอ่ยถามดรัมด้วยรอยยิ้มจนอีกฝ่ายอ้าปากค้างตะลึงในความงดงามราวกับภาพวาดนั้น...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #40 เฮกเซนเอง (@eyelove123) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:38
    เบ้ปากกับเจ้าหญิงแรงมาก แม่เป็นไงลูกเป็นงั้น...
    #40
    1
    • #40-1 Than (จากตอนที่ 43)
      25 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:01
      เห็นด้วย
      #40-1