{PRODUCE101} into the forest ♡ │#linho #หลินโฮ

ตอนที่ 11 : f o u r t h . When the stars exploding

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,692
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    13 ก.ค. 60

Title : When the stars exploding

Pairing : Kuanlin x Seonho

Genre : AU

Rate : R-15

 

เขากับซอนโฮคบกันมาร่วม 5 ปีแล้ว

 

ไม่มีอะไรแย่เลยระหว่างนั้น ทุกอย่างราบรื่น เรียบง่ายแบบที่แปลกใจอยู่หน่อยๆ มีกระทบกระทั่งบ้างตามประสาแต่เราผ่านมันมาได้ บางทีมันอาจจะเริ่มจริงจังขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อนหรือมากกว่านั้น—เขาไม่แน่ใจ

 

เราเริ่มรู้จักกันจากงานเลี้ยงรุ่นเล็กๆน้อยๆในมหาลัย เปลี่ยนเป็นเริ่มพูดคุยหลังจากนั้น หยอกเหย้าบ้างพอให้อีกฝ่ายรู้สึกแต่ก็ยอมรับโง่ๆเลยว่าเขาเองก็รู้สึก คราแรกคิดว่ามันเป็นเรื่องเล่นๆแบบที่ตอนเด็กๆก็เคยทำ ควานลินไม่ใช่คนอ่อนประสบการณ์ด้านความรัก ใครๆก็บอกว่าเขานี่เรียกมาสเตอร์เลยง่ายกว่า แต่พอเป็นซอนโฮ ..ทุกอย่างดูยากขึ้น

 

เขาเริ่มปรับตัวในตอนที่คุยกันหลายเดือนแล้วก็รู้ว่าซอนโฮทำมันเหมือนกัน เราเริ่มทิ้งสิ่งแย่ๆที่คิดว่าอีกฝ่ายจะรับไม่ได้เปลี่ยนเป็นหันหน้าเข้าหากัน มองแต่สิ่งดีๆ มันสมบูรณ์แบบนะในความรู้สึกเขา ทุกอย่างโอเค เหมาะเจาะ ในช่วงเวลานั้น

 

แปลกใจตัวเองที่คุยกับคนอื่นได้นานขนาดนี้ เขาไม่ได้บอกว่าตัวเองขี้เบื่อแต่ควานลินเป็นประเภทปากตรงกับใจ ชอบก็แค่ใช่ แต่ถ้าไม่ใช่ก็ไม่สานต่อ ทุกอย่างมันถึงได้รวดเร็วและอยู่ได้ไม่นาน แต่เหมือนถูกพังทลายกฎความสัมพันธ์ห่าเหวนั่นโดยยู ซอนโฮ ทุกอย่างเละเทะไม่เป็นท่าเมื่อเขายอมรับออกมาแบบหน้าไม่อายว่าเขาพ่ายแพ้ต่ออีกฝ่ายแค่ไหน

 

เรื่องราวของเราเริ่มจากตอนนั้น

 

ในความสัมพันธ์ที่ดีเรายังคงรักษามันไว้เหนียวแน่น บางครั้งที่ทะเลาะกันเขารู้สึกแย่เพราะไม่เคยเห็นด้านแบบนั้นของซอนโฮ เขาไม่เคยมองมันหรือเรียกง่ายๆว่ามองข้ามส่วนนั้นตลอด ตอนที่เราเริ่มศึกษากันครั้งแรกเราทิ้งความสำคัญอย่างหนึ่งไป เราสูญเสียตัวตนเพียงเพราะไม่อยากสูญเสียคนที่เรารัก ใช่ มันไม่ผิดหรอก แต่มันก็ไม่ดีมากเหมือนกัน เขาเคยคิดว่าเรากำลังใส่หน้ากากบางอย่างเพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริง ทั้งๆที่มันไม่ควรเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ

 

เพื่อนหลายคนของเรามักบอกเสมอว่าเราเหมาะสมกันมาก หลายๆอย่าง หลายๆปัจจัย การศึกษา ฐานะ หน้าที่การงาน พวกเขาบอกเราว่าเราจะสามารถคบกันได้ยืดยาว ต่อยอดไปถึงการแต่งงาน การมีทายาทหรืออะไรทำนองนั้น ตบท้ายคำพูดตลกกึ่งยินดีว่าถ้ามีแพลนแล้วก็ช่วยร่อนการ์ดด้วย ควานลินก็คิดเช่นนั้น เพราะสุดท้ายสิ่งที่มนุษย์ต้องการที่สุดไม่ใช่เงินทองของมีค่าแต่เป็นการเจอใครสักคนที่พร้อมจะจับมือ สวมแหวน ออกเดินทางไปด้วยกัน

 

ในตอนที่เริ่มรู้จักกับความรัก หลายคนบอกเขาว่ามันสวยงาม เพ้อฝันแล้วก็น่ากลัว นิยามของมันดูประหลาดจนคิดว่านี่น่าจะเป็นสิ่งห่างไกล เขาอ่านหนังสือหลายเล่มและทุกเล่มจะบอกเหมือนกันว่าเราตกหลุมรักแล้วหัวใจจะเต้นแรง เขาเชื่อคำนั้น ตอนที่สบตากลมโต ดวงตาคู่นั้นดึงดูดเขา ตกลงสู่มหาสมุทรกว้างใหญ่ ดำดิ่งและลึกล้ำ หัวใจเต้นแรง นึกย้อนไปถึงหนังสือเล่มนั้น

 

เชื่อว่าตัวเองตกหลุมรักจริงๆ

 

วันทุกวันของเราไม่มีอะไรไปมากกว่าการตื่นนอนพร้อมกัน ทานอาหารเช้าง่ายๆสองสามอย่าง ดื่มกาแฟที่ใส่น้ำตาลเพียงสองช้อน เราเผื่อเวลารถติดด้วยการเปิดดูโทรทัศน์ ฟังข่าวสาร ดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ถึงเวลาเขาไปส่งซอนโฮที่ทำงาน เราแยกย้าย กลับไปมีพื้นที่ของตัวเองอีกครั้ง มันเรียบง่าย ไม่วาบหวือมากจนสงสัยว่าดีเกินไปหรือเปล่า? เข้ากันเกินไปหรือเปล่า?

 

ตอนเด็กๆเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่าอะไร จำไม่ได้ ไม่สนใจหรือว่าลืมไปแล้ว ตอนเด็กของควานลิน เขาเฝ้าถามแม่ว่าอันไหนคือความรัก เขาชี้ของเล่นทั้งสองอัน ของสองสิ่งที่รักที่สุด แม่ถามเขา หวังให้ได้คำตอบและควานลินเลือกที่จะเก็บหุ่นยนต์กันดั้มเอาไว้ ทิ้งตุ๊กตาหมีลงพื้น บอกว่าเขาเลือกอันนี้ แม่ไม่แปลกใจแต่พูดอะไรที่เขาไม่รู้ เด็กไปเกินจะหาคำตอบ

 

วัฏจักรของเราวนลูปซ้ำๆกลับมาที่เดิม เขาไปรับซอนโฮที่ทำงาน เราขับรถกลับบ้านเหมือนเดิมทุกวัน มองดูการจราจรน่าเบื่อหน่าย รถติดทุกที่ ไฟแดงจากคันข้างหน้าเพิ่มสีสันเข้ามาในรถ ฝนตกจนดูเหมือนแอร์หนาวขึ้นแต่เราไม่ได้จับมือกัน มันเลยจุดนั้น เกินจุดนั้นมาไกลโข เราต่างมีช่องว่างระหว่างกัน โตเป็นผู้ใหญ่ ใช้ความคิดจากโลกภายนอกตัดสิน ในรถเงียบแต่ไม่ได้รู้สึกอึดอัด คำถามแรกของวันนี้เป็นซอนโฮที่ถามเขาว่าทานอะไรหรือยัง

 

เรากลับมาถึงบ้าน ความเหนื่อยล้าเกาะกุมแทบสลัดไม่หลุด ซอนโฮจะทำอาหารเย็นไว้รอ เขาตอบตกลง ขึ้นไปอาบน้ำ กลับลงมาพร้อมกลิ่นอาหารหอมฉุย ลงมือกินทั้งที่แปรงฟันแล้ว มื้ออาหารจบลง เรายังเหลือเวลาอีกเล็กน้อย เปลี่ยนมานั่งดูโทรทัศน์ รายการตลกฉายภาพมายากลง่อยๆที่เดาทางได้ ซอนโฮหัวเราะให้กับมุขตลกนั้นและเขามองว่าน่ารักดี

 

จบวันด้วยการเอนตัวลงนอนบนเตียงกลางห้อง เขานอนฝั่งซ้าย อีกฝั่งมีเจ้าของที่เดินไปปิดไฟกลับมา เขายังคงลืมตา รู้สึกว่าวันนี้เหมือนๆกับทุกวัน มองสติ๊กเกอร์ดาวเรืองแสงบนเพดาน มีอยู่นับสิบชิ้น มันถูกแต่งเติมเข้ามาตอนที่ซอนโฮบอกว่าอยากได้กาแล็กซี่ไว้ในห้อง เขาบอกว่ามันไร้สาระแต่วันรุ่งขึ้นก็แอบไปซื้อมาติดไว้ให้อยู่ดี สีมันเริ่มจางลงแต่ยังคงมองเห็นอยู่

 

“เราควรซื้อมันใหม่” เขาเอ่ยท่ามกลางความเงียบ ยกมือทั้งสองข้างจับดาวในอากาศ พยายามคว้ามัน ดูตลกเป็นบ้า

 

“อะไร”

 

“ดาวพวกนี้”

 

“นายบอกว่าไม่ชอบมัน”

 

“แต่ฉันก็ซื้อมานี่”

 

“อือ”

 

เขาหัวเราะ ซอนโฮขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะขยับตัวเข้ามา แนบใบหน้าลงกับไหล่เขา กอดแขนไว้แน่น

 

“ตอนแรกฉันกะจะซื้อโคมไฟกาแล็กซี่ แต่รู้ว่านายคงจะด่าถ้าซื้อมาไม่ถูกใจเลยรอนายไปเลือกเองดีกว่า พอซื้อดาวมานายดันชอบแต่มันเก่าไปแล้ว—”

 

ควานลินเงียบเมื่อเขาได้ยินเสียงลมหายใจดังเข้าออกสม่ำเสมอจากคนข้างตัว เผลอหัวเราะออกมา พร่ำเพ้อแทบบ้าไปคนเดียว มือยังคงค้างเอาไว้ บางทีหัวข้อของวันพรุ่งนี้ควรเป็นการเลือกซื้อสติ๊กเกอร์รูปอื่นๆหรือไม่ก็ของตกแต่งเล็กๆน้อยๆ

 

“ฝันดี”

 

 

 

 

 

ตอนเด็กๆเคยสงสัยว่าดวงดาวในท้องฟ้าเคยอ่อนแสงลงไหม มันเคยดับบ้างหรือเปล่า? ทุกๆคืนที่ออกมาข้างนอก เขามักจะมองเห็นมัน อยู่กระจายกันไปใกล้ๆกับดวงจันทร์ ไม่เคยนับว่ามีกี่ดวงแต่รู้ว่ามันอยู่ทุกที่บนท้องฟ้า เห็นได้ชัดเจน หนังสือดาราศาสตร์ที่เคยอ่านผ่านตาบอกไว้ว่าดาวหลายดวงตายไปแล้ว พวกมันแตกดับไปแต่ยังคงส่องสว่าง เพราะแสงจากดวงอาทิตย์คอยช่วยเหลือ ดาวเหล่านั้นเดินทางในอวกาศ เราถึงได้มองเห็นมันอยู่ เขานึกสงสัย จะรู้ได้ไงว่ามันตายแล้ว ใช่—เราไม่มีทางรู้ มันเป็นไปไม่ได้เลย จนได้คำนึงว่าพอไม่รู้แบบนี้แล้วก็ดีเหมือนกัน เพราะไม่รู้แบบนี้ทุกอย่างมันถึงได้ดูมีค่ามากมายนัก

 

วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันวัฏจักรเอื่อยๆของเรา เขายังคงทานอาหารรสชาตคุ้นเคยฝีมือซอนโฮ ยังคงอาบน้ำอุ่นภายในอ่างที่ผสมด้วยสบู่เหลว ยังคงฮัมเพลงของแบร์รี่ แมนิโลว์แม้ว่าเพื่อนร่วมงานจะบ่นว่าเชยทุกครั้งเวลาที่เขาร้องมันก็ตาม

 

ทุกๆคืนก่อนนอนเราจะต้องนั่งดูโทรทัศน์ด้วยกัน วันนี้โปรแกรมฉายเป็นภาพยนตร์เรื่อง Kid Auto Races at  Venice หนังเก่าตั้งแต่ปี 1914 ที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังให้กับชาร์ลี แชปลิน เขาค่อนข้างแปลกใจเล็กน้อยแต่มันก็น่าสนใจพอสมควร เรายังนั่งดูด้วยกัน หัวเราะให้มุขตลกฝืดๆ ชาร์ลีในบทคนจรจัดสวมเสื้อคับๆ กางเกงหลวมโพลก สวมหมวกควงไม้เท้ากับหนวดเหนือริมฝีปาก เรายังจำเขาได้ในภาพลักษณ์เหล่านั้น ซอนโฮคว้าเอาถังป๊อปคอร์นมาวางใกล้ หยิบมันป้อนเขาบางครั้ง

 

เสียงโทรทัศน์ยังคงดังขึ้นต่อเนื่อง ภาพเก่าขาดตอน แตกละเอียด ส่งเสียงซ่าๆแทบดูไม่ได้

 

“เราควรหยุดไหม?”

 

เขาเอียงหัว คลับคล้ายคลับคลาว่าควรเปลี่ยนช่อง

 

“นายไม่สนุกหรือไง?”


“เปล่า ก็สนุกดี”

 

“แล้วจะเปลี่ยนทำไมล่ะ?”

 

เกิดเป็นความเงียบ เรายังได้ยินเสียงจากโทรทัศน์แต่ตอนนี้ไม่มีใครสนใจ เขามองลงไปในดวงตากลมโต ถ้าใครมาถาม ก็คงจะบอกได้ว่ายังตกหลุมรักซอนโฮซ้ำๆ

 

“นายรู้ว่าฉันหมายถึงอะไร”

 

เขาถอนหายใจ รับรู้สิ่งที่ซอนโฮจะสื่อ เข้าใจมันทุกอย่าง เป็นสิ่งที่เราทั้งคู่สัมผัสได้มาตลอด

 

ตลอดระยะเวลาหลายปีมันไม่เหมือนเดิม เรารู้จักกันดีเกินไปในตอนแรก ขยับเข้าหากันจนไม่เหลืออากาศหายใจ หลงลืมความเป็นส่วนตัว ในชีวิตจริงๆแล้วทำไม่ได้ ก่อเกิดเป็นความอึดอัด ดึงดันจะไม่พูดเพราะกลัวเสียกันและกันไป วันหนึ่งมันปลดล็อค ทุกอย่างระเบิดและพรั่งพรู เราเริ่มถอยห่างจากกัน เว้นระยะเอาไว้ แต่ละคนได้พัก มีพื้นที่หายใจ กลับมาทบทวนตัวเอง ตอนนั้นพึ่งรู้ มองกลับไป ระยะทางที่เดินออกมา ไกลมากเหลือเกิน

 

เขาไม่ใช่คนโรแมนติก จำพวกปิดโรงแรมขอแต่งงานหรือซ่อนแหวนไว้ในเค้ก เขาก็แค่มนุษย์คนหนึ่ง รู้สึกรัก รู้สึกชอบ รู้สึกอยากทำอะไรตอบแทนความรักที่ได้มาซักอย่าง เริ่มทำสิ่งที่ไม่ถนัดอย่างการจัดดอกไม้ เดินจับมือ ควงแขน เลือกซื้อของขวัญ ทุกอย่างล้วนแปลกใหม่ เป็นประสบการณ์ เป็นความทรงจำที่ดีในชีวิต ไม่คิดจะทำให้ใครแต่ซอนโฮเป็นคนแรกที่เปลี่ยนแปลงตรงนั้น เขาเคยคิดว่าจะรักใครก็ได้ ชอบใครก็ได้ แบบที่เดินผ่านมาก็สามารถตกหลุมรักได้เลย จนถึงวันหนึ่ง ถึงจุดที่ทำไม่ได้ มองไม่ได้ ถูกจำกัดเอาไว้ ความเชื่อใจค้ำคอ

 

“บางทีมันก็ควรจะหยุดลงได้แล้ว”

 

“เหตุผลล่ะ?” เขาถาม

 

“ไม่รู้สิ ..”

 

ควานลินพยักหน้า ไม่ได้รู้สึกหนักใจ ปล่อยให้ทุกอย่างลื่นไหลเป็นธรรมชาติ ถ้าให้ซอนโฮถามหาเหตุผลกับเขา ก็คงจะตอบอย่างเดียวกันว่า ไม่รู้สิ

 

เริ่มสงสัยอีกครั้งว่าความรักคืออะไร คล้ายกับการเลือกซื้อคุกกี้หนึ่งกล่อง ตอนซื้อมาก็แค่ซื้อมาส่งๆ ไม่รู้หรอกว่าข้างในจะมีรสชาตอะไรบ้าง เปิดมาเจอ เห็นอันไหนน่ากินก็หยิบขึ้น ได้ชิม ได้ลิ้มรส รับรู้รสชาตที่หลากหลาย บ้างเป็นช็อคโกแลตขม บ้างเป็นวนิลาหวาน บ้างก็เปรี๊ยวจี๊ดเพราะเป็นสตรอเบอร์รี่ คล้ายๆกับความรัก ตอนเลือกรักใครสักคน ยอมรับได้แล้วว่าต้องเจออะไรบ้างในชีวิต เจอความแปลกใหม่ เจอมุมอื่นๆที่ไม่เคยมอง

 

ซอนโฮกำลังร้องไห้ เสียงสะอื้นแผ่วๆดังข้างหู เขารวบตัวมากอด เนื้อตัวอุ่นกับกลิ่นครีมอาบน้ำกลิ่นคุ้นเคยไม่ได้ทำให้เราผ่อนคลายในเวลานี้ ขอบตาร้อนผ่าว ปลายจมูกกำลังแดงกล่ำ น้ำตาหยดแรกของเขากลิ้งลงข้างแก้ม เริ่มรู้สึกแย่ หาสาเหตุไม่ได้ว่าเรากำลังเป็นอะไร ทำไมถึงร้องไห้ คลับคล้ายคลับคลาว่ากำลังจะสูญเสียบางสิ่ง ในขณะที่อดีตบางสิ่งนั้นก็ทำให้เราสูญเสียตัวเองไปด้วย

 

เขาปาดน้ำตาที่ข้างแก้มขาว หยดน้ำยังคงพรั่งพรูไม่ขาดสาย เช็ดเท่าไรก็ยิ่งไหลลงเรื่อยๆ มือของซอนโฮแตะแก้มเขา เกลี่ยเบาๆในตอนที่เราจ้องตาไม่ลดละ เขากลับมาคิดอีกครั้ง อะไรทำให้เขาหลงใหลดวงตาคู่นี้เหลือเกิน

 

“แบบนี้ไหวไหม?” เสียงของอีกฝ่ายแหบพร่า ไม่สดใสแบบที่เขาชอบ


“เหมือนจะไหวแต่ก็ไม่” เขาตอบ เอนหน้าผากพิงกับอีกฝ่าย

 

“ยากกว่าที่คิด”

 

ระหว่างเราว่างเปล่า กำลังจ้องเงาตัวเองในตาอีกฝ่าย มองเห็นตัวเองในนั้นซ้ำไปซ้ำมา ตกหลุมรักอีกครั้งหนึ่งแล้วก็อกหักอีกครั้งวนเวียนไม่รู้จบ เริ่มเสียสติ บ้าคลั่ง ทุกอย่างถูกตัดขาด เชื่อมต่อไม่ได้ แอ่งความคิดในหัวแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี เริ่มถามใจตัวเองว่าเราเผชิญกับอะไรอยู่

 

“พอแล้วได้ไหม” เขารั้งร่างซอนโฮมาใกล้ โอบกอดจนเจ็บแต่เราไม่ได้ผละออก ฝ่ามือเล็กลูบแผ่นหลังคล้ายปลอบประโลม กอดตอบแน่นกว่าทุกครั้ง นานกว่าทุกครั้ง เราเริ่มซึมซับความอบอุ่นของกันและกัน

 

“ถ้ามันพังอีกล่ะ” เขาไม่แน่ใจว่าพังในความหมายของซอนโฮคืออะไร

 

“ก็แค่เริ่มมันใหม่”


“.....เอางั้นก็ได้

 

เราก่อปราสาททราย ถูกทะเลซัดมันจนพังสิ้นท่า เราเริ่มต้นใหม่ ก่อมันให้ใหญ่กว่าเดิมด้วยหวังว่ามันจะแข็งแรง ต้านทานพายุคลื่นได้

 

สมองพาลนึกไปถึงตอนที่เพื่อนอวยพร บอกว่าเราเป็นคู่ที่โชคดีที่สุดในโลก เราต่างจับมือแน่น ค่อยๆเดินทีละก้าวจนยาวไกล มองไม่เห็นจุดเริ่มต้น ระยะห่างมากพอควร เขาเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เราขยับเข้าหามัน แต่พอใกล้เรื่อยๆแสงนั้นเริ่มเล็กลง เราหวั่นกลัว มองเห็นทางตันลางๆ เราทั้งคู่ต่างแก้ปัญหา เดินให้ช้าลงไม่ให้เข้าใกล้มันไปมากกว่านี้ อะไรคือสิ่งที่คงอยู่ตลอดไป คำตอบคือจักรวาล แต่หนังสืออีกเรื่องบอกเขาว่านอกเหนือจากนั้นยังมีความโง่ของมนุษย์ เขาพึ่งเข้าใจ เราไม่ได้ฉลาดขึ้นแต่เราแค่โง่น้อยลงถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ได้ฉลาดอยู่ดี

 

ตอนที่ขยับเข้าใกล้ความรัก เขารู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าใคร โอ้อวดได้เต็มปากว่าตกหลุมรักแล้วจะเป็นอย่างไร จนมาวันนี้ คิดว่ารู้จักความรักดีแล้ว คิดว่าจะไม่เป็นไร ต่อจากนี้จะไปรักใครคนอื่นที่ไหนอีกก็ได้

 

แต่เปล่าเลย ..

 

เขาพึ่งได้รู้จักความรักครั้งแรกต่างหาก






talk

สวัสดีค่ะ .. สำหรับฟิคนี้ไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากเกิดอยากแต่งขึ้นมา ถามหาอินสไปเรชั่นคืออะไร คำตอบคือความผีบ้าในตัวเราเอง

ตอนจะแต่งเรื่องนี้เราคิดว่า เห้ย อะไรทำให้คนสองคนที่ดูแนวโน้มไม่น่าจะเลิกกันเลิกรักกันได้วะ ประมาณว่าทุกอย่างดีมาตลอด

เพื่อนเชียร์มาก ทุกคนแบบคิดแน่ๆว่าต้องแต่งงานกันอะไรแบบนี้ แต่สุดท้ายเขาเลิกกันซึ่งไม่มีเหตุผลอะไรเลย มือที่สามหรือปัญหา

เงินทองอะไรแบบนี้ไม่มี ตรงนี้เ็นจุดที่แบบ เออ ทำไมวะ ทำไมถึงเลิกกัน ประกอบกับการดูหนังรักเรื่องหนึ่งแล้วเกิดแรงบันดาลใจ

จริงๆเพื่อนแนะนำ About time เลยว่าจะลองดูซักครั้งหนึ่ง ไม่แน่ใจว่าทุกคนรู้จักแบร์รี่ แมนิโลว์มั้ย เพราะเก่ามาก แต่เราชอบ

ถามว่าร้องได้ทั้งอัลบั้มมั้ย? ตอบได้เลยว่า ไม่ค่ะ ร้องได้เพลงเดียว ชื่อเพลง Can't smile without you ร้องได้แค่ท่อนฮุคด้วย

หลายคนคงสงสัยว่าเออ ทำไมเหมือนจะดราม่าแต่ก็วกกลับมาที่ทั้งคู่เริ่มใหม่ คือเราอยากให้ฟิลเรื่องมีความหม่นๆนิดนึง

ยังคงคอนเซปท์หัวตันๆเหมือนเดิม ฟีทแบ็คสวีท ซีตรัสชนะทุกเรื่องเลยจริงๆค่ะ ขอบคุณทุกคนมากจริงๆนะคะ ตอนนี้พยายาม

หาพล็อตลงหัวอยู่เหมือนกัน หลายพล็อตตีกันวุ่นวายในหัวมาก 555555 แต่ไม่เป็นไรค่ะ เราสู้เพราะใจเราสู้ ไปเล่นแท็กกันได้นะคะ

#ป่าหลินโฮ นี่อ่านทุกคอมเม้นต์ ทุกทวีต แฮปปี้มากๆเลย มาหลงป่ากันนะคะ รักกก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,495 ความคิดเห็น

  1. #1236 N_udaen_G (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 17:25
    หน่วงมากอะ ตอนแรกกลัวไม่เริ่มต้นกันใหม่ แต่เลือกที่จะปล่อยมือกันมากอะ ;(
    #1,236
    0
  2. #1219 helloangle (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 19:40
    ชอบการเปรียบเทียบความรู้สึกของคน 2 คนแบบนี้ ชอบภาษาที่บรรยายความสัมพันธ์ของ 2 คน เรียบง่าย ไม่หวือหวา
    ชอบพล็อตแบบนี้มากๆเลย
    #1,219
    0
  3. #1172 Neung Q (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 20:42
    ไม่เคยอ่านแนวหม่นๆจะแบดเอนด์ไหม...ก็ไม่ ส่วนตัวแล้วชอบมากเลยค่ะ ภาษาสวยมากเหลือเกินค่ะ
    #1,172
    0
  4. #1002 arywtd (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 22:47
    ขอบคุณจริงๆที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมานะคะ จริงๆเป็นเรื่องที่สงสัยและรู้สึกว่ามันคลุมเครือจริงๆกับเรื่องราวทำนองนี้ ตอนเราอ่านเราได้เรียนรู้ได้เข้าใจสัมผัสถึงความรู้สึกของคนทั้งสองคนไปในตัวเลย การบรรยายของคุณเราอ่านไปเเล้วดำดิ่งไปกับทุกตัวอักษรที่คุณสื่อออกมาเลยค่ะ เราชอบทุกเรื่องราวที่คุณเขียนมากเลยจริงๆ
    #1,002
    0
  5. #798 Mmch (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 18:10
    ชอบที่ได้เข้าไปในความรู้สึกแล้วบรรยายมันออกมา ชอบที่ไม่ต้องพูดเป็นร้อยประโยคก็เข้าใจว่ารู้สึกยังไง ชอบที่มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆกับความรัก ชอบๆๆ อินว้อยย ฮืออ
    #798
    0
  6. #796 yayimacool (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 17:18
    เราชอบที่ไรท์เขียนเรื่องนี้มากๆเลย (จริงๆก็ชอบทุกตอน) แต่เรื่องนี้เราชอบการอธิบายทุกอย่างมากๆ เราว่าเรารู้สึกได้เลยจริงๆผ่านตัวอักษรทั้งหมด ขอบคุณที่แต่งเรื่องดีๆมาให้อ่านนะคะ
    #796
    0
  7. #783 modloveexonct (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 11:08
    ภาษาไรท์ดีมากกก มันทั้งหอมหวานแล้วก็แอบหม่นๆอ่ะ งื้ออออออ เศร้าอ่ะ ปกติอ่านแล้วยิ้มเหมือนคนบ้าเลย
    #783
    0
  8. #738 aompnt_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 21:32
    เป็นฟิคที่เกือบหน่วง ฮืออออ จะร้องไห้ คือคบไปนานๆมันก็มีจุดที่เราคิดเล็กคิดน้อยอะเนาะ แต่ดีแล้วนะที่จะกลับไปเริ่มต้นใหม่ ฮืออออออ
    #738
    0
  9. #731 want wish dream (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 10:43
    ไรท์รู้ไหมพอเราอ่านเรื่องนี้ ตอนแรกเราไม่ค่อยรู้สึกว่ามันมีอะไร แต่พอเราอ่านไป เราเริ่มเข้าใจเนื้อความ เราเริ่มเข้าใจบทบาท ความรู้สึกของตัวละครที่ดีมาทุกอย่างแบบที่ไรท์ทอลค์แต่หาเหตุผลที่หมดรักไม่เจอ มันไม่ได้มีประโยคไหนหวือหวาชวนใจเต้น หรือประโยคไหนที่พาน้ำตาไหลพราก ไม่ได้จะบอกว่ามันไม่ดีเลยไม่ร้องนะ55 แต่มันหม่นตามคอนเซปอารมณ์ที่ไรท์อยากได้ล่ะ ไรท์ทำมันสำเร็จ ไม่รู้ว่าอีกเหตุผลหนึ่งจะเป็นเพราะเราก็คล้ายแบบนี้รึเปล่า ขออนุญาติเล่าเรื่องตัวเองนะถ้าไรท์ผ่านมาเจอคอมเม้นต์เรา เราอายุ19ล่ะตอนนั้น เต็มที่เรื่องความรักมากเลย เราจีบผช.ที่หล่อคนนึง ตอนแรกเขาไม่เห็นเราในสายตาแต่ก็ไม่ได้ผลักออก พอเราได้คุยกันก็มีแต่อัไรดีๆ เราไม่เคยทะเลาะเพราะมือที่สามหรือเรื่องอะไรแบบที่ไรท์เขียนเลย ทุกอย่างมันดีจนเอื่อยจริงๆไรท์ เกือบครึ่งปีที่คุยกับเขา พอเราคบกันได้4เดือนตอนนี้เราอายุ20 เราไม่ต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ แต่เราก็ผ่านอะไรมาเยอะเหมือนกัน อายุ20ของเราเลยรู้ว่าควรรักแบบไหน เขาดีกับเรา แต่เขาต้องให้เราบอกว่าอยากให้ดีแบบไหน เราต้องบอกเขาทุกอย่าง ทุกอย่างจริงๆว่ารู้สึกอะไรอยู่ ลองทำแบบนี้ดูสิประมาณนั้น จนเราทนไม่ไหว มันเริ่มอึดอัด เราคิดอยากจะพอแต่ก็ลองดูว่าเขาจะเปลี่ยนอะไร เราบอกน้อยลงให้เขาตัดสินใจเอง เขาก็ดีขึ้นแต่มันก็ไม่ทำให้เรารู้สึกว่าอยากอยู่เรียนรู้ไปกับเขาแล้ว หน้าที่ที่ผญ.อย่างเราที่ทำได้ เราพยายามไปหมดแล้ว 555 เลยสะดุดกับประโยคของไรท์ที่ว่า เหมือนกลัวสูญเสีย แต่ในอดีต(ช่วงคบแรกๆ)กลับเสียความเป็นตัวเองไป เราชอบประโยคนี้มากเลยล่ะ มันใช่ เราเสียไปแล้วสิ่งที่ตัวเราเป็น เรายอมกันคนละครึ่งทาง แต่มันไม่มีอะไร เราก็เริ่มใหม่กับเขาหลายรอบอยู่ จนเราไม่ไหวแล้ว เราเลยจบกับเขาแบบจริงจัง แปลกตรงที่เราไม่ร้องไห้ เขาเองก็ไม่ทำร้ายตัวเองแบบที่เคยเพราะจำได้ว่าเราบอกว่าถ้าเขาทำร้ายตัวเองไม่ใช่แค่เขาที่เจ็บ 555ไงก็ขอบคุณถ้าได้อ่านเมนท์นี้นะคะ ขอบคุณมากที่แต่งบทนี้มา ชอบมากจริงๆ เราไม่ค่อยอ่านเจอเลย สู้ๆค่ะ ติดตามต่อไป
    #731
    0
  10. #726 teammiiyys (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 02:28
    ภาษาไรท์ดีมากจนเราที่พยายามจะกั้นตัวเองไม่ให้ถลำไปกับฟิคหน่วงๆ ยังไม่ได้เลย น้ำตาไหลอีกตามเคย5555555555
    #726
    0
  11. #710 yuma ea (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 21:53
    เราชอบภาษาของไรท์จังเลยค่ะ ภาษาสวยมากๆเลยย;///;
    อ่านแล้วรู้สึกเศร้าๆฮืออ ปกติไม่ค่ิยอยากอ่านอะไรเศร้าๆเลยค่ะ แต่ภาษาของไรท์ดีมากก ชอบบ ><
    #710
    0
  12. #709 deadlybullet_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 16:04
    ดีพมากค่ะ ใจคนเรามันไม่แน่นอนจริงๆ
    #709
    0
  13. #706 iloveu68 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 15:12
    บางทีก็เคยคิดเรื่องแบบนี้เหมือนกัน มันเป็นเรื่องที่พูดยากจริงๆ และไม่แน่นอน
    #706
    0
  14. #695 quffniw (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 07:42
    เราเข้ามาอ่านแบบงงๆ เห็นหลายรอบแล้วสุดท้ายก็เลยตัดสินใจกดเข้ามาอ่านก็แล้วกัน แล้วก็คิดว่าเหมือนเข้ามาเจอฟิคที่รออ่าน แงงงง เป็นหนึ่งในไรเตอร์ของหลินโฮที่ภาษาสวยอีกคน ขอบคุณที่เลือกแต่งหลินโฮนะคะ แงงงง แบบว่าเราชอบการบรรยามากๆเลย ปกติเป็นคนชอบอ่านบรรยายเยอะๆอยู่แล้วด้วย ภาษาสวยทุกเรื่องเลยค่ะ ตั้งแต่เรื่อง cotton candy / sweet citrus จนมาถึงเรื่องนี้ ขอโทษที่ไม่ได้คอมเม้นทุกตอนนะคะ อ่านเพลินไปหน่อย แต่เราจะขอบอกความประทับใจของแต่ละเรื่องในคอมเม้นนี้แทนนะคะ เรื่องแรกประทับใจเรื่องความค่อยเป็นค่อยไปของเรื่อง ทำให้เราลุ้นว่าเมื่อไหร่ซอนโฮจะหายเขินหลินสักที 5555 อ่านง่าย สบายๆเพลินไม่คิดมาก พอเรื่องที่สองเป็นแนวใหม่ที่เรายังไม่คุ้นเคย แต่ไรท์ก็ทำออกมาได้สมบูรณ์แบบสำหรับเรามาก ไม่ว่าจะเป็นพล็อต การบรรยาย คาแรกเตอร์ตัวละครต่างๆ ชอบภาษาเรื่อง sweet citrusมากๆ เป็นความงดงามทางภาษาที่ค่อนข้างหาอ่านได้ยากในคู่นี้ อ่านแล้วต้องกุมใจเลย มัวเมาไปกับภาษาของเรื่องนี้สุดๆ หลงทั้งหลินทั้งซอนโฮเลยค่ะ มาถึงเรื่องนี้ถึงเราจะไม่เคยมีความรักมาก่อน ทุกวันนี้ก็ยังถามตัวเองว่าความรักคืออะไร แต่พอมาอ่านมุมมองความรักแบบนี้ก็รู้สึกอินได้ เรื่องนี้เหมือนเรามองผ่านสายตาควานลิน เล่าถึงกิจวัตรประจำวันที่เรียบง่ายกับคนรักแล้วคือไรท์ทำให้เราอินอีกแล้ว เราอ่านทุกตัวอักษรเลยนะ ชอบการบรรยายเปรียบเทียบมากค่ะ อินสุดตอนบรรยายเรื่องหาแสงปลายอุโมงค์ ชอบเรื่องดวงดาวที่ไม่มีชีวิตเป็นพิเศษเพราะไม่เคยมองถึงเรื่องนี้มาก่อน น่าสนใจดีค่ะ ตอนท้ายๆเรื่องที่ถามว่าจะหยุดมั้ย ใจกระตุกเลย ฮือออ มันหน่วง มันหม่นๆไปหมด แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็เลือกจะเริ่มต้นมันใหม่ / สรุปก็คือชอบฟิคทุกเรื่องเลยค่ะ ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้ ได้ซึมซับแพชชั่นของไรท์ที่ส่งผ่านตัวอักษรทำให้เราก็อ่านแล้วอินไปด้วย ขอชมเรื่องที่แต่งแล้วทำให้คนอ่านอิน การดึงคาแรกเตอร์ของตัวละครออกมาได้เห็นภาพทั้งหมดกับการบรรยายที่เฉพาะตัว การเลือกสรรคำมาใช้ได้เข้ากันสุดๆ มีเสน่ห์จนหยุดอ่านไม่ได้ค่ะ อยู่กับเรือหลินโฮไปนานๆนะคะ จะติดตามเรื่องต่อไปค่ะ._.
    #695
    0
  15. #690 bynotexo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 01:15
    อ่านแล้วได้แต่ร้อง อ้าว..... อ้าววววววว
    คือแสดงว่าวนลูปรักคนเดิมซ้ำๆ
    พอถึงจุดๆหนึ่งความรู้สึกเริ่มจางหาย
    กลายเป็นความเคยชิน แล้วถึงจุดอิ่มตัว
    เลยกลับไปเริ่มใหม่ ค่อยๆสร้างความรู้สึกเดิมกลับมา
    อันนี้ที่เราเข้าใจนะ เราค่อนข้าง งงนิดหน่อย
    ภาษาดีเกินไป อ่านแล้วแบบจะโกรธก็โกรธไม่ลง 555
    #690
    0
  16. #682 trick me ★ S (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 18:25
    พาร์ทบรรยายเปรียบเทียบทำเราอินมากเลยค่ะ ความรักของคนทั่วไปมันก็แบบเนี้ย เรียบง่าย ธรรมดา ว่างเปล่า จนถึงจุดๆ นึงที่แต่ละคนจะได้กลับไปทบทวนว่าสิ่งที่เป็นอยู่นี้ใช่ความสุขของตัวเองจริงๆ รึเปล่า
    #682
    0
  17. #681 bouejunior (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 17:31
    มันคือความรู้สึกที่เราเป็นอยู่ตอนนี้เลยค่ะ
    #681
    0
  18. #680 ;Pocky (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 16:26
    คุณพระ มันแปลกใหม่มากๆ
    เหมือนคนเราอะ บางครั้งก็แค่ไม่อยากเสียตัวตนอีกครึ่งหรือโหยหาสิ่งแปลกใหม่ คือไม่ได้หมดรัก ไม่ได้เบื่อ เรียกว่าถึงจุดอิ่มตัวได้ป่าวนะ
    #680
    0
  19. #673 อู๋อี้แองกี้เบิร์ด (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 10:34
    อ่านไปแล้วน้ำตาซึมเลยค่ะ ไรท์บรรยายได้ดีมากๆ อ่านแล้วได้ฟิลแบบว่างเปล่ามากกกก แล้วก็รู้สึกว่าอารมณ์หม่นๆ
    #673
    0
  20. #672 klyPuKu (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 10:28
    เข้าใจปนสับสน ฟีลลิ่งนี้เลย
    เราเข้าใจ อตาก็สับสนที่จะตัดสินใจ มันชินกันจนเฉยชา แต่เสียกันไปไม่ได้
    เขียนดีมาก เราอินเลย
    #672
    0
  21. #671 pynex_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 10:10
    อ่านไปน้ำตาซึมไป ฮืออออออ
    #671
    0
  22. #669 MBVK99 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 09:35
    เป็นความรักที่มาถึงจุดอิ่มตัวแล้ว ก็เลยเลิก แล้วก็เริ่มใหม่กับคนเดิม ตอนนี้อ่านแล้วมันแอบหม่นๆแฮะ
    #669
    0
  23. #667 SMASH (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 09:24
    ชอบเรื่องนี้มากที่สุดเลยค่ะ อินมากเหมือนมันเคยเกิดขึ้นจริง ความรู้สึกเราเหมือนดาวที่ดับไปแล้วแต่ไม่มีใครรู้ แต่ต่างกับเรื่องนี้ตรงที่เราไม่ทนที่จะเริ่มใหม่ แล้วก็เสียใจทีหลัง ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็อยากให้จบแบบเรื่องนี้ค่ะ 555
    #667
    0
  24. #666 해' (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 08:47
    ความรู้สึกนี้แบบ คือเหมือนความรักถึงจุดอิ่มตัว มันเลยอยากจะเลิก แต่พอเอาเข้าจริงๆมันก็ไม่ไหว พังแล้วเริ่มใหม่กับคนเดิม(ที่ยังรักนะ)5555
    #666
    0
  25. #665 Sunglass_14 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 08:45
    ไรท์คะ ไรท์เขียนถึงความรักได้ดีมากกเลยค่ะ หลายครั้งที่พอเวลาหนึ่งผ่านไป ความหลงก็จะหายไป ชอบที่ทั้งคู่ยังเลือกที่จะจับมือกันต่อ แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อาจจะเป็นแค่อุดมคติที่เราคาดหวังไว้ โดยบางทีเราก็ลืมสนใจว่าคนที่อยู่กับเราระหว่างที่เดินไป ให้อะไรกับเราบ้าง (อินมากเลยค่ะ)
    #665
    0