First paragraph ♡

ตอนที่ 7 : ❥ lovable :: MS

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 มิ.ย. 58

















                เงียบ....

            เงียบบ...

            แล้วก็ เงียบบบบบบบบบบบบ

 

            โอ๊ยยยยย ทำไมบรรยากาศในรถมันถึงได้เงียบขนาดนี้ ถ้าพี่สองคนนี้จะไม่ยอมพูดกันขนาดนี้ล่ะก็นะ ถ้าย้อนเวลาได้ล่ะก็นะ มินซอกจะไม่ช่วย จะไม่ชวนให้ขึ้นรถมาด้วยกันเลย!

 

 

 

 

 


ใช่แล้วล่ะ... หลังจากที่ผมเตะบอลเสร็จผมก็ชวนพี่ลู่หานให้กลับบ้านด้วยกัน เพราะยังไงก็หมู่บ้านเดียวกันอยู่แล้ว ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าพี่เขาจะมาด้วยหรอกนะ ก็แค่พูดไปเผื่อๆอ่ะ เพราะผมรู้ดีว่าพี่เซฮุนคงอยากให้กลับด้วยกัน แต่พี่ลู่หานนี่ดิ ยอมกลับด้วยกันเฉยเลย

 

แต่พอมานั่งด้วยกันในรถแล้วเป็นไง...

 

 

เงียบดิ เงียบโคตรๆ  เงียบสงบ เงียบสงัดมาก คือบอกเลยว่าไม่กล้าชวนใครคุย

ผมเลยได้แต่นั่งมองพี่สองคนนี้แหละ สังเกตการณ์ไปเงียบๆแล้วกัน

 

 

 



 

ไปส่งพี่ลู่ก่อนแล้วกันนะมินซอก”

พี่เซฮุนพูดขึ้นมาตอนรถกำลังแล่นเข้าไปในหมู่บ้าน

 

“ได้ฮะ”

ผมตอบกลับไปแล้วก็ได้แต่ค่อนขอดอยู่ในใจแทนพี่ลู่หาน

 

 

 แค่นี้ยังไม่ยอมคุยกันอ่ะคิดดู เรื่องอะไรต้องมาคุยกับผมแทนอ่ะ บอกลอยๆก็ได้มั้ยว่าจะไปส่งพี่ลู่หานก่อน แต่ผมแอบได้ยินนะ เมื่อกี้พี่เซฮุนเรียกพี่ลู่หานว่าพี่ลู่เฉยๆนี่

แหม... แหม...

            อยากคุยกันก็คุยกันดีๆดิ๊

 

           

 

 

 



            “บายนะมินซอก”

พี่ลู่หานหันมาพูดกับผมที่นั่งเบาะหลังก่อนที่จะลงจากรถ

 

            “บายฮะพี่ลู่หาน”

ปากผมก็ตอบกลับไปปกติ แต่ผมมองเห็นนะ

 

 

            ผมเห็นนะว่าตอนที่พี่ลู่หานกำลังชะโงกหน้ามาพูดกับผม พี่เซฮุนก็หันมามองพี่ลู่หานแบบเต็มๆเลย แล้วพอพี่ลู่หานหันกลับก็ชะงักไปสบตากับพี่ชายผมด้วย พี่เซฮุนเองก็คงจะเห็นเหมือนอย่างที่ผมเห็น

            เห็นว่าแววตาของพี่เขา... มีแต่พี่เซฮุนอยู่ในนั้น

            และมันวาววับ...

เหมือนมีหยดน้ำกลิ้งอยู่ภายใน

 

 

 

แต่สบตากันไม่นานพี่ลู่หานก็เปิดประตูลงจากรถไป ทีนี้ก็เป็นคราวของคนที่ยังนั่งอยู่ในรถให้มองตามพี่ลู่หานไปจนสุดสายตา จากที่พี่เขากำลังเปิดประตูรั้วไปจนถึงไฟบนห้องนอนที่เพิ่งเปิดสว่าง หลังจากที่มั่นใจว่าพี่เขาถึงห้องนอนแล้ว พี่ชายผมก็ออกรถขับกลับบ้านเงียบๆ ผมเองก็คงไม่ชวนคุย ไม่ขัดอะไรเขาหรอก


เมื่อกี้ผมเองก็เห็นกับตาเหมือนกันว่าสีหน้าของพี่เซฮุนเป็นยังไง

 

 

 

 

 

 

 




 

ผมเป็นคนกลางมาตั้งแต่เริ่ม ผมเห็นทุกอย่างนั่นแหละ และบางทีก็เป็นผมเองที่คอยสร้างสถานการณ์ช่วยพี่เขาทั้งสองคน เอาจริงๆแล้วพอพี่เขาทะเลาะกันผมก็อยากช่วย อยากให้เขาได้คุยกัน เพราะผมก็เห็นว่าทั้งสองคนเป็นยังไงหลังจากทะเลาะกัน

 

พี่ลู่หานไม่มาที่สนามบอลเลยหลังจากนั้น ไม่มาเล่นบอลอีกเลย โผล่มาอีกทีก็วันนี้เพราะพี่จงอินบังคับ และที่ผมรู้ดีก็เพราะว่าพี่จงอินเองก็เห็นเหมือนที่ผมเห็นนั่นแหละ บางทีอาจจะมากกว่าด้วย ก็พี่จงอินเป็นเพื่อนสนิทพี่ลู่หานนี่นา แล้วพี่เขาก็คงเห็นว่าพี่เซฮุนก็ชอบมานั่งเหม่อที่สนามบอลบ่อยๆ ถึงจะไม่ได้มาทุกวัน แต่พี่เซฮุนก็มา

 

พี่จงอินคงเห็นเลยบังคับพี่ลู่หานให้มา ส่วนผมก็ได้คุยกับพี่จงอินเลยบอกให้พี่เซฮุนมาวันนี้

ถ้าโชคดีคงได้เจอพี่ลู่หาน

 

 

เป็นเดือนแล้วที่พี่เขาไม่ได้เจอกัน

ผมว่ามันน่าจะถึงเวลาที่ต้องคุยกันได้แล้ว

แต่ตัวผมคงได้แค่ช่วย จะไปบังคับอะไรพวกพี่เขาคงไม่ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากกลับถึงบ้าน ผมก็อาบน้ำ กินข้าว ทำการบ้าน เล่นเกมไปตามปกติ จะไม่ปกติก็เพราะตอนเกือบเที่ยงคืนที่พี่ลู่หานโทรมาหาผมนั่นแหละ ส่วนเรื่องที่จะคุยก็ไม่พ้นเรื่องของพี่ชายข้างบ้านที่วันนี้เพิ่งนั่งรถกลับมาด้วยกัน

 

“ไง ว่างมั้ยมินซอก”   เสียงพี่ลู่หานทักมาตามสาย

 


“ว่างฮะ ผมทำการบ้านเสร็จแล้ว”

 


“เอ่อ...”  พี่ลู่หานทำเสียงอ้ำๆอึ้งๆ จนผมทนต้องพูดแทน

 


“พี่อยากรู้เรื่องพี่เซฮุนใช่มั้ย”

 


“เปล่า... แค่จะโทรมาคุยเล่นกับมินซอกเฉยๆ”

 


“อ้าวเหรอครับ งั้นผมคงเข้าใจผิด พี่มีอะไรจะคุยกับผมเหรอ” พูดไปแล้วก็ยิ้ม แหม... แกล้งพี่นี่จะผิดมากมั้ยนะ

 


“เอ่อ... มินซอกเป็นไงบ้างที่โรงเรียน”  พี่ลู่หานพูดตะกุกตะกักเหมือนคนที่คิดคำตอบไม่ทัน



“ก็ดีครับ ช่วงนี้ใกล้จะมีกีฬาสีแล้วผมเลยต้องไปซ้อมต่อกับพี่จงอินที่สนามบอลบ่อยๆไง”

ส่วนผมก็ตอบกลับไปเสียงระรื่น ก็แหม่... ผมรู้จักพี่เขามาก็นานพอตัว จะไม่รู้ได้ยังไงว่าพี่ลู่หานชอบปากไม่ตรงกับใจ ไม่มีทางจะยอมรับง่ายๆหรอกว่าที่โทรมาเนี่ย ตั้งใจจะถามเรื่องใคร

 

 

 

 “อ่อ... แล้วที่บ้านเป็นไงมั่งล่ะ ไม่มีปัญหาใช่มั้ย”

 


“ผมจะมีปัญหาอะไรกับที่บ้านได้ละครับ มีแต่พี่ชายข้างบ้านมากกว่าที่ดูจะมีปัญหา”

ผมอยากขำอ่ะ แต่ผมขำไม่ได้ นี่ผมหยอดให้พี่ลู่หานเข้าเรื่องนะ ขอร้องล่ะ เข้าเรื่องเถอะครับพี่ ก่อนที่ผมจะหลุดขำออกมาจริงๆ

 

 

“ทำไมเหรอ เซฮุน... เอ่อ.. เขาเป็นอะไรรึเปล่า”  พี่ลู่หานรีบพูดเสียงร้อนรนทันทีแต่ก็รีบเปลี่ยนมาเรียกเขาแทนทีจะเรียกชื่อ โหย... ผมนี่ขัดใจ เป็นห่วงก็บอกเป็นห่วงสิคนเรา

 

 

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกฮะ พี่ลู่หานอย่าสนใจเลย” ผมพูดแล้วก็กระหยิ่มยิ้มย่อง

 เอ๊ะ... ทำไมรู้สึกชั่วแปลกๆ

 

 

“มินซอกอ่า...” พี่ลู่หานโอดครวญมาตามสาย ผมว่าพี่เขาต้องอยากถามต่อแน่ๆ แต่ก็ไม่อยากยอมรับตรงๆว่าอยากรู้เรื่องพี่เซฮุน

 

 

“ก็ไม่เห็นจะมีอะไรสำคัญเลยนี่นา พี่ไม่ต้องสนใจก็ได้นี่ฮะ” ผมพูดไปแล้วก็อ้าปากเหมือนตะโกนเป็นการระบายความอึดอัดเงียบๆ โอ๊ย... กูนี่ชั่วจั!

 

 

“มินซอกกกกกกกกก” คราวนี้กลายเป็นเสียงเรียกชื่อผมแบบงอแงแทน

 


“ครับพี่~~” ผมขานรับเสียงสดใส

 


“มินซอกอย่าทำแบบนี้...” ผมว่าพี่เขาต้องกำลังเอาหัวไถหมอนแน่ๆ ได้ยินเสียงมาถึงนี่

 


“ผมทำอะไรเหรอพี่ พี่เป็นไรเปล่า” ใสซื่อที่สุดละ ผมเนี่ย

 


“มินซอกกกกกก พี่รู้ว่านายรู้นะมินซอก”

 


“อ้าว นี่ผมรู้อะไรเหรอพี่ลู่หาน” ผมไม่รู้อะไรเลยจริงๆนะเนี่ย

 


“มินซอกกกกกกกกกกกกกกกก”  เอาแล้ว พี่เขาเริ่มเปลี่ยนระดับเสียงการงอแงแบบแอดวานซ์แล้ว

 


“อ่ะๆ ก็ได้ๆ แต่พี่ต้องตอบผมก่อนว่าทำไมวันนี้ถึงยอมนั่งรถกลับมาด้วยกัน” ผมวกเข้าเรื่องแบบตรงๆ หลังจากแกล้งพี่เขาไปนิดหน่อย แหม่... ผมนี่เป็นน้องที่น่ารักนะว่ามั้ย

 

 

“ก็... ก็...” พี่เขาอ้ำอึ้งอีกแล้ว ผมว่าพี่ลู่หานต้องพูดอะไรข้างๆคูๆอีกแน่

 


“ก็...” ผมพูดตาม

 


“ก็กลับทางเดียวกัน ประหยัดน้ำมันไงมินซอก” ผมได้ยินแล้วแทบจะยกมือขึ้นมาตบหน้าผาก ก็เพราะไม่ยอมพูดตรงๆแบบนี้ไงถึงได้ทะเลาะกัน ไม่ยอมดีกันสักที

 


“พี่ลู่หาน...” ผมเรียกชื่อพี่เขาเป็นการกดดันบ้าง

 


“ก็พี่ขี้เกียจกลับเองไง มืดแล้วพี่ก็ขี้เกียจแล้วไง”

 


“พี่...”

 


“ก็พี่อยากกลับกับมินซอกไง คิดถึงมินซอก”

 


“พี่คิดถึงใครกันแน่เถอะ” ผมนี่รีบเค้นเลย พี่เขาพลาดละ

 


“อุ้ย... คิดถึงมินซอกสิ จะคิดถึงใครล่ะ”

 


“ก็แล้วแต่พี่เลย”

ผมพูดแล้วก็นึกย้อนกลับไปเมื่อวานว่าได้คุยโทรศัพท์กับใครคนหนึ่ง คนที่ยอมรับกับผมออกมาง่ายๆว่าคิดถึงพี่ลู่หาน

 


ไม่สิ.. ไม่ได้ยอมรับกับผมหรอก คนนั้นน่ะโทรมาโอดครวญให้ผมฟังเลยต่างหาก

 

 

 

 

 

“มินซอกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”

 

“ไม่ไหวแล้ววววววววววววววววววววววววว”

 

“คิดถึงลู่หานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน”

 

“อยากเจอหน้าจนจะบ้าแล้วเนี่ย”

 


“แล้วไหนใครมันทำเข้มไม่ยอมคุยกัน” ผมตอกกลับไปด้วยความหมั่นไส้

รู้หรอกว่าพี่ผมนี่มันทำเท่ไปงั้นแหละ อยากคุยกับเขาจะตายแต่ดันชอบเพ้อเจ้อ ในหัวก็ชอบคิดมากจนสุดท้ายก็ทะเลาะกับพี่ลู่หานอย่างที่เห็น

 


“โหย แกไม่เข้าใจหรอกมินซอกกกกกกก”

 


“เออ ใครจะเข้าใจพี่ครับ เพ้อเจ้อมากๆระวังจะเสียเขาไปเถอะ” ผมบ่นอย่างไม่ถนอมน้ำใจเพราะผมรู้ดีว่าพี่ผมเป็นคนยังไงเหมือนที่มันก็รู้ว่าผมไม่ได้ใสนั่นแหละ

 


“อย่างแช่งดิว้า ก็ดูลู่หานดิ โมโหทีนี่แทบจะซัดหน้าพี่ได้แล้ว น้อยใจเว้ย” นั่นไงเหตุผลออกมาแล้วไง ที่จริงพี่ผมมันน้อยใจพี่ลู่หานเฉยๆครับ ไม่ได้เสียใจอะไรมากมายนักหรอก

 

 

 

 

พี่เซฮุนเป็นผู้ชายขี้น้อยใจ ชอบคิดมาก

ส่วนพี่ลู่หานก็เป็นผู้ชายไม่คิดเล็กคิดน้อย ที่ใจร้อนสุดๆ

แต่ที่เหมือนกันก็คือ สองคนนี้จะมีมุมขี้งอแง

 

ที่ตอนนี้กำลังงอแงใส่กัน...

 

 

 

 

 

 

 

คิดไปคิดมาแล้วก็ยิ้ม เพราะเท่าที่ผมเห็นพวกพี่เขาก็น่ารักกันดีนะ เมื่อวานพี่เซฮุนก็โทรมาโอดครวญว่าคิดถึงอยากเจอ พอเจอแล้ววันนี้พี่ลู่หานก็โทรมาหาผมอยากรู้ว่าพี่เซฮุนเป็นไงบ้าง

 



“ถ้าพี่ตอบผมแค่คำเดียวว่าทำไมพี่ยอมกลับกับพี่เซฮุน ผมจะเล่าให้ฟังเลยว่าเดือนกว่าๆที่ผ่านมานี่พี่เซฮุนเป็นยังไงบ้าง”



ผมพูดให้พี่ลู่หานตัดสินใจ

เพราะผมก็ตัดสินใจแล้วเหมือนกันหลังจากคิดไปคิดมาเรื่องพี่สองคนนี้ ผมว่าตอนนี้คงถึงเวลาที่ผมต้องออกหน้าสานสัมพันธ์ให้แล้วล่ะ

 

 

“งือออ... มินซอก” พี่ลู่หานก็ยังพูดเสียงงอแงเหมือนเดิม

 


“พี่คิดถึงพี่เซฮุนใช่มั้ย” ผมถาม

 


“มินซอก...”

 


“คิดถึงใช่มั้ย” ผมย้ำอีกที

 


“อือ...”  แล้วพี่ลู่หานก็ตอบกลับมาเสียงเบาเหมือนกระซิบ ผมล่ะอยากให้พี่เซฮุนมานั่งฟังด้วยกันจริงๆ

 


“อย่าไปบอกเซฮุนล่ะ” พี่เขาพูดตามมาอีก

 


“ทำไมอ่ะ” ผมรู้ว่าพี่ลู่หานคงเขิน แต่มันอาจจะมีอะไรมากกว่าที่เราเห็นก็ได้นี่จริงมั้ย

 


“พี่ยังไม่พร้อมคุยกับเซฮุน” นั่นไง... ผมว่าแล้ว

 


ผมรู้ว่าฝั่งทางพี่เซฮุนเรื่องราวเป็นยังไง แต่ผมไม่รู้เรื่องทางฝั่งพี่ลู่หาน เพราะหลังจากวันนั้นพี่เขาก็ไม่มาสนามบอลอีก ผมจะทักไปคุยมันก็คงจะก้าวก่ายเกินไป ผมว่ามันอาจจะมีอะไรบางอย่างที่ผมกับพี่เซฮุนไม่รู้อยู่ก็ได้ หรือไม่พี่เขาก็คงคิดอะไรสักอย่างอยู่ในใจ ผมคงต้องไซโคพี่เซฮุนให้เข้าไปคุยกับพี่ลู่หานแทนมากกว่า

 

 

 

“ก็ได้ฮะ... งั้นผมจะเล่าให้ฟังแล้วกันเรื่องพี่เซฮุน”

 

 

ผมเล่าให้พี่ลู่หานฟังทุกเรื่องเท่าที่ผมรู้ แต่ผมจะเว้นไว้แล้วกันว่าพี่เซฮุนคิดยังไง เพราะเรื่องความรู้สึกมันก็เป็นเรื่องของคนสองคน จะให้ผมเข้าไปยุ่มย่ามก็คงไม่ดี ให้พวกพี่เขาปรับความเข้าใจกันเองแล้วกัน ก็ได้แต่หวังว่าพี่ลู่หานจะพร้อมคุยกับพี่เซฮุนในเร็วๆนี้ และพี่เซฮุนก็ควรจะเลิกน้อยใจเป็นเด็กๆได้แล้ว

 

 


                                                                                  --  55%  --

 

 

 

“แกไม่เบื่อเหรอมินซอก” คยองซูเพื่อนตาโตของผมหันมาถามตอนที่เรากำลังเก็บกระเป๋ากลับบ้านกัน

 

“...”

 

 

“แกไม่เบื่อเหรอที่พี่เขาผลัดกันโทรมาหาแกถามเรื่องอีกคนน่ะ”

 

 

“....”

 

 

“ทำไมเขาไม่ยอมคุยกันเองวะ”

 

 

“เบื่อดิถามได้”

หลังจากผมเงียบฟังมันถามจนจบ ผมก็หัวเราะนิดหนึ่งก่อนจะตอบ ผมเบื่อนะบอกเลย ก็พี่สองคนนั้นนั่นแหละ โทรมาถามเรื่องอีกคนจากผมตลอด นี่ผมไม่ใช่คอลเซ็นเตอร์นะ ไม่ได้รู้ทุกอย่างด้วย!

 

 

       นั่นไงเพิ่งพูดถึงไปหยกๆ

            พี่เซฮุนก็โทรมาหาผมละ ผมเลยต้องคุยโทรศัพท์ไปลงจากตึกเรียนไปด้วย

           

“มินซอกกกกกกกกก” เปิดมานี่ก็ทำเสียงโอดครวญเลยพี่ผม

 

 

            “อะไรของพี่อีก”

 

 

            “คิดถึงลู่หานนนนนนนนนน”

 

 

            “คิดว่าผมควรจะพูดอะไรตอบ”

 

 

            “ไม่ต้องตอบก็ได้ แต่คิดถึงอ่ะไม่ได้คุยกันตั้งนานแล้วนะ นี่ก็จะสองเดือนแล้ว”

 

 

          “...” ผมได้แต่ทำหน้าเหม็นเบื่อ ก็ไม่ยอมคุยกับเขาสักทีไหม แล้วมันจะได้คุยมั้ยฮึ

 

 

            “ลู่หาน ลู่หาน ลู่หาน ลู่หาน ลู่หาน ลู่หาน ลู่หาน” นั่น... มางอแงใส่ผมอีก

 

 

            “เออๆ งั้นวันนี้มารับพาไปกินไอติมหน่อย มาที่โรงเรียนเลย เดี๋ยวจะนัดพี่ลู่หานมาให้ โอเคมั้ย”

 

 

            สุดท้ายผมก็ทนไม่ไหว เลยต้องจัดการให้อยู่ดี ตอนแรกผมตั้งใจจะช่วยพวกพี่เขาจริงๆ แต่ไปๆมาๆผมว่าท่าจะยาก เพราะเขาไม่ยอมคุยกันเลยอ่ะ กลับบ้านด้วยกันก็ออกบ่อย แต่ไม่ยอมปริปากคุยกันเลยสักคำ ปล่อยให้บรรยากาศในรถมันเงียบอยู่อย่างงั้นแหละ แล้วพอกลับบ้านแล้วพี่ผมก็จะโทรมาอวดครวญว่าอยากคุยกับพี่ลู่หาน ส่วนพี่คนที่ถูกถามถึงก็สองสามวันโทรมาทีว่าเซฮุนเป็นยังไงบ้าง

           

เอามาบ่นให้คยองซูฟัง มันยังเบื่อแทนผมเลย...

 

 

            “ดีมากน้องรัก วันนี้พี่เลี้ยงเอง” พี่เซฮุนตอบกลับมาเสียงดีใจแล้วก็วางสายไป ผมเลยได้เดินไปส่ง คยองซูที่หน้าประตูโรงเรียนอย่างสงบสุขสักที

 











คยองซู... เพื่อนผมนี่มันร้ายครับ

มันบอกพี่คนหนึ่งไว้ว่ามันไม่กล้ากลับบ้านเองต้องมีคนเดินไปเป็นเพื่อน คือมันจะให้พี่เขาเดินไปส่งมันที่บ้านทุกวันครับ เลยลำบากผมต้องมาเนียนกับมันด้วย ต้องเดินเป็นเพื่อนมันมาส่งให้พี่เขาต่อที่หน้าโรงเรียน

 

 

            “มาโน่นแล้ว พี่สุดหล่อของมึง” ผมพูดแล้วก็สะกิดคยองซูให้มองไปทางประตูรั้ว

           

 

“อย่าหยาบคายสิมินซอก” คยองซูหันมาตอบพร้อมกับยิ้มที่ผมว่ามันดูตอแหลสุดๆ

           

 

“อย่าเล่นละครเลยคยองซู” ผมแค่นยิ้มกลับคืนไปด้วยความหมั่นไส้

 

 

“ฮิ” คยองซูหัวเราะใส่ผมอย่างอารมณ์ดี

 

ก่อนจะยิ้มหน้าบานใส่ผมแล้วก็เดินลั้ลลาไปทางหน้าโรงเรียน แต่พอหลุดประตูออกไปมันก็ทำท่าเป็นเดินมองพื้นไม่สนใจทางข้างหน้าจนเดินไปชนอกพี่คนหล่อของมันด้วยความบังเอิญ...

           


บังเอิญได้พอดิบพอดีเหลือเกินคยองซู...

           

 

 

 

 






 

            หลังจากผมส่งเพื่อนให้เข้าสู่อ้อมอกผู้ชายเรียบร้อยแล้ว ผมก็กลับเข้ามานั่งบนม้าหินหน้าอาคารรอพี่เซฮุนมารับ พลางโทรนัดแนะให้พี่ลู่หานมาหาผมด้วย วันนี้ผมก็หลอกพี่ลู่หานอีกแล้วว่าผมอยากกินไอติมกับพี่เขา ไม่ได้พูดถึงพี่เซฮุนเลยสักนิดว่าจะมาด้วย


แหม่... มันจำเป็นนี่เนอะ

 

 

 

 

 

 

 

 

เงียบครับ...

 

สรุปว่ามันเงียบอีกแล้วครับทุกคน...

พี่ลู่หานไม่ได้โวยวายว่าผมเลยที่พอมาถึงร้านไอติมแล้วเห็นพี่เซฮุนนั่งกับผมอยู่ก่อนแล้ว พี่เขาทำเหมือนไม่เห็นพี่เซฮุนด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่ถึงขั้นมองเป็นอากาศธาตุอะไรแบบนั้น ผมเห็นพี่ลู่หานมองพี่เซฮุนอยู่นะ แต่ไม่พูดด้วย เลยต้องเป็นผมนี่แหละที่จัดการสั่งไอติมให้ว่าใครจะกินรสอะไร ก็พวกพี่เขาไม่ยอมคุยกันอ่ะ

 

 

กินไปจนหมดถ้วย ช่วยพี่เขาคุยจนผมหมดมุกละ พี่เขาก็ไม่คิดจะคุยกันอยู่ดี ผมเลยเล่นละครว่าคยองซูโทรมา มีเรื่องด่วนอยากให้ผมไปหา แล้วผมก็เผ่นออกมาด้วยความรวดเร็วทิ้งคนใบ้ทั่งสองคนให้ดูแลกันเอาเองละกันนะ จะตัดสินใจอะไรยังไงก็ตามสบาย

ผมรีบหนีกลับบ้านให้พวกพี่เขาได้อยู่กันสองคนจะดีกว่า

 

 

 

คุณอยากรู้เหรอว่าจะเป็นยังไง ?

 

 

 

เดี๋ยวก็รู้...

เพราะผมมั่นใจว่าต้องมีสักคนโทรมาคุยกับผม

 

 

แหม... นี่ผมไม่ได้ขี้เสือกเลยนะ จริงๆ

 

 

 

 

 






แล้วก็เป็นไปตามคาดพี่เซฮุนรีบแจ้นโทรหาผมทันที่ที่พี่เขาถึงบ้าน

 

“มินซอกกกกกกกกก” เริ่มมาด้วยเสียงโหยหวนเหมือนเดิม

 

 

“มีอะไรก็พูดมา”

 

 

“อยากคุยกับลู่หานอ่ะ ฮือออออ”

 

 

“อ้าว นี่ยังไม่ได้คุยกันอีกเหรอ” ผมตอบไปเสียงตกใจ นี่ผมคิดว่าพี่เขาจะได้คุยกันบ้างแล้วนะเนี่ย อุตส่าห์ทิ้งให้อยู่ด้วยกันสองคนแล้ว ทำไมพี่เซฮุนถึงได้งอกง่อยขนาดนี้

 

 

“ยังอ่ะ พี่ลู่ดูยังไม่อยากคุยกับพี่เลย ยังทำหน้าโกรธใส่พี่ด้วยซ้ำ”

 

 

“...”

 

 

“จนสงสัยแล้วเนี่ยว่าพี่ไปทำอะไรผิดไว้ปะวะ”

 

 

“...”

 

 

“แกก็รู้ใช้มั้ยมินซอกว่าพี่แค่น้อยใจพี่ลู่ที่ใจร้อนอ่ะ แบบเฮ้ย...จำเป็นต้องโกรธพี่จนแทบจะตั๊นหน้ากันได้แบบนั้นเลยเหรอ พี่พยายามกับพี่ลู่มากนะเว้ย เรื่องแค่นี้ไม่ได้ทำให้พี่เลิกชอบเขานะ”

 

 

“...”

 

 

“จริงๆมันควรจะเป็นพี่ลู่ไม่ใช่เหรอที่ต้องมาง้อพี่อ่ะ แต่ดูเขาดิ พี่ไม่พูดด้วยเขาก็ไม่ยอมพูด ถ้าพี่ลู่แค่อ้าปากขอโทษคำเดียวอ่ะ ไม่ต้องขอโทษก็ได้แค่พูดกับพี่อ่ะ พี่ก็พร้อมจะคุยกับเขาแล้ว แต่นี่มันอะไรวะมินซอก เหมือนกลายเป็นเขาโกรธพี่ กลายเป็นพี่ต้องเป็นคนง้อเขาอ่ะ”

 

 

“...”

 

 

“ไม่เข้าใจว่ะมินซอก”

 

 

“...”

 

 

“แต่โคตรอยากคุยกับพี่ลู่เลย อยากบอกจะตายแล้วว่าน้อยใจเฉยๆ กลับมาเป็นคนเดิมให้พี่จีบต่อเถอะ อยากทำให้เขายิ้มอีกครั้งจะแย่อยู่แล้ว ไม่ได้ยินเสียงเขาหัวเราะแล้วมันนอนไม่หลับ”

 

ผมเงียบฟังให้พี่เซฮุนระบายอะไรที่อยู่ในใจออกมาให้หมด ตั้งใจฟังมาจนถึงประโยคสุดท้ายที่มาพร้อมกับเสียงหงอยๆ แล้วตามด้วยเสียงสูดน้ำมูกเบาๆนั่นด้วย

 


โถ... พี่ชายที่น่าสงสารของผม

ถ้าแค่พี่ยอมพูดกับเขาก่อนสักคำมันก็ไม่เป็นแบบนี้หรอก!

ก็ยอมลดอะไรที่ถืออยู่แล้วเป็นฝ่ายคุยก่อนเรื่องมันก็จบแล้วมั้ยเนี่ย

 

 

 

“ทำไงดีอ่ะมินซอก” พี่เซฮุนส่งเสียงหงอยๆมาอีก จากที่อยากบ่นเลยเปลี่ยนมาเป็นพูดดีๆ

 

 

“ก็คุยกับพี่ลู่หานก่อนสิ ถ้าพี่ยอมพูดกับพี่ลู่หานแล้ว พี่เขาจะใจร้ายถึงขั้นไม่ตอบอะไรเลยงั้นเหรอ”

 

 

“ที่จริงวันนี้ก็กำลังจะพูดด้วยแล้วเถอะ อยากได้ยินเสียงพี่ลู่จะตาย แต่พอกำลังจะอ้าปากพี่ลู่ก็หันมามองหน้าอ่ะ เหมือนไม่อยากให้พูด เลยได้แต่หุบปากกลับ”

 

 

“เอ่อ...” ผมขอถอนคำพูดข้างบนนะ อะไรที่ผมบ่นๆไปในใจก็อย่าไปสนใจเลยนะทุกคน ผมขอโทษครับ ผิดไปแล้วครับ

 

 

“ที่จริงหลังจากมินซอกกลับไปแล้ว พี่กับเขากินไอติมกันต่อนะ เห็นพี่ลู่เขาสั่งไอติมเพิ่มพี่เลยสั่งด้วย ก็นั่งกินกันเงียบๆอย่างงั้นแหละ”

 

 

“อ้าว... แล้วกลับมาด้วยกันป่ะ”  นี่ผมสงสัยนะเนี่ย ไม่ยอมคุยกันแล้วจะไปด้วยกันรู้เรื่องได้ยังไง

 

 

“อือ พี่ไปส่งที่บ้านเขาเองแหละ” พี่เซฮุนทำเสียงหงอยอีกแล้ว

 

 

“พี่คุยกันรู้เรื่องได้ไงเนี่ย ไม่พูดกันเลยสักคำเนี่ยนะ” ผมทำเสียงแปลกใจ

 

 

“ไม่รู้ดิ ที่จริงเขากินไอติมหมดก่อนนะ แต่นั่งรอพี่กินอ่ะเพราะพี่เอาแต่เหม่อ พอกินหมดก็ลุกไปจ่ายตัง พี่ชิงจ่ายทั้งหมดเขาก็ไม่ว่าอะไร แล้วก็เดินตามมาขึ้นรถนั่นแหละ พี่เลยขับไปส่งที่บ้าน”

 

 

“อืม...” ผมครางในคอรับคำพี่เซฮุน

 

 

แปลกนะ... ผมสังเกตมาตั้งนานแล้วว่าพี่ลู่หานไม่ได้หนีพี่เซฮุนเลยอ่ะ ตั้งแต่วันนั้นที่กลับบ้านด้วยกันครั้งแรก เจอกันอีกพี่เขาก็ขึ้นรถกลับมาด้วยกันทุกครั้ง ไม่ได้โวยวาย ไม่ได้ทำหน้าโกรธด้วยแค่ไม่พูดอะไร แล้วอย่างวันนี้อีกพี่เขาก็ยอมอยู่กับพี่เซฮุนสองต่อสองนะ แค่อยู่ด้วยกันเงียบๆ

 


งั้นผมจะคิดเอาเองได้มั้ยอ่ะ รวบรวมจากหลายๆอย่างที่ผมเห็นที่ผมได้ยินมา พี่ลู่หานโทรมาหาผมสองสามวันครั้ง เพื่อถามว่าพี่เซฮุนเป็นยังไงบ้าง ไปไหนทำอะไร ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่ค่อยยอมรับก็เถอะ

 

 

แต่ผมว่าพี่ลู่หานคิดถึงพี่เซฮุน

แค่ไม่ยอมพูดออกมาก็เท่านั้น

อาจจะถึงขั้นอยากมาเจอด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่ยอมรับตรงๆสักที...

 

















- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ครบแล้วเตงงงง (人゛ ∀゛)。
(*≧▽≦)ノシ))


ตอนหน้าจบแล้ว เชื่อเราป้ะ ?



20 ความคิดเห็น

  1. #16 Mlu.เอ็ม (@hollybeauty) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2558 / 17:07
    ดีกันสักที
    #16
    0