รามกร [LINHOON Au :THAI]

ตอนที่ 8 : คนจะรวยช่วยไม่ได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 674
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    4 พ.ค. 62

รามกร

บทที่ 7 คนจะรวยช่วยไม่ได้

 


“พี่ราม... ช่วยหนูด้วย”


นั่นเป็นสิ่งที่รามได้ยิน และบอกได้เลยว่าใจของเขาร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่สิ กองอยู่บนพื้นเลยล่ะ การที่ยศกรโทรมาหาเขาแล้วร้องบอกให้ช่วยด้วยน้ำเสียงเหมือนคนเจ็บหนักแบบนั้น เขาเกือบจะพุ่งออกจากห้องทำงาน บิดมอเตอร์ไซค์ไปหาที่บ้านแล้ว ถ้าไม่เพราะประโยคต่อมา


“หนูแพคของไม่ทันแล้ว พี่รามครับ มาช่วยหนูหน่อยได้ไหม ฮือออออ”


คือ...


คือยศกรขายของเก่งมาก... แต่เก่งเกินไป ขายจนแพคของส่งของไม่ทัน


“รอบนี้ของมันเยอะมากขนาดนั้นเลยเหรอหนู”


“อือ... ก็เซ็ตที่ถ่ายติดแขนพี่รามนั่นแหละ ไม่รู้ว่าขายดีอะไรนัก ขนาดหนูบอกของหมดแล้ว ๆ ยังจะจองสต็อคมาอีก หนูชักสงสัยละ ว่าอยากได้เทียนหอม หรืออยากได้พี่รามกันแน่”


“มอหออีกหรือเปล่าเนี่ย” รามหยอกขำ ๆ ไอ้คำว่ามอหอนี่มันน่ารักจริง ๆ ยิ่งถ้าคนพูดคือยศกรล่ะก็นะ...


“มอหอมาก แต่ได้ตังค์ หนูจะนิยามความรู้สึกตอนนี้ว่า งอแงนิดหน่อยก็พอ”


คนน่ารัก พูดจาหรือทำอะไรก็น่ารัก... สำหรับรามน่ะนะ


“เดี๋ยวบ่ายพี่เข้าไปช่วยนะครับ หนูอยากกินอะไรไหม พี่จะซื้อเข้าไปให้”


“ไก่ทอดหน้าบริษัทพี่ราม ที่พี่รามซื้อมาให้คราวก่อนอะ อร่อย หนูชอบ”


“ให้เลือกระหว่างพี่หรือไก่ทอด”


“แน่นอนว่าหนูต้องเลือกพี่ราม เพราะถ้าเลือกไก่ พี่รามจะหึงหวงหนู และพาลไม่ซื้อมา แต่ถ้าหนูเลือกพี่ราม หนูก็จะได้ทั้งพี่ราม ได้คนซื้อไก่ ได้คนส่งไก่ ได้ไก่ และที่สำคัญ ได้คนช่วยแพคของด้วย”


“หนู.........” รามลากเสียงอ่อนอกอ่อนใจ แต่ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “พี่ขอซีนโรแมนติกหน่อยได้ไหม”


“ก็คืออยากจะหวานแต่เด็กไม่เล่นด้วย น่าสงสารเขานะครับ” เสียงหัวเราะคิกคักที่เล็ดลอดมานั้น ทำให้รามต้องยิ้มกว้าง ยกมือขึ้นเสยผมที่ปรกหน้า ก่อนจะจับปากกาแล้วเคาะลงบนโต๊ะเบา ๆ


“คิดถึงหนูว่ะ”


“แน้...” แค่คิดว่าตอนนี้น้องกำลังนั่งยิ้มแก้มพองอยู่ท่ามกลางกองสินค้าหลากหลาย รามก็อารมณ์ดี และหัวเราะออกมาจนได้ เมื่ออีกฝ่ายพูดกลับมาว่า “หนูก็อยากจะพูดอย่างเขินอายหรอกนะว่า เพิ่งแยกกันเมื่อเช้า ทำไมคิดถึงอีกแล้ว ตามซีนนิยายรักที่เพิ่งอ่านมา แต่ความเป็นจริงก็คือ หนูรู้แหละ ว่าพี่รามหลงหนูมาก หัวปักหัวปำ ไม่แปลกนะถ้าจะคิดถึงหนูอะ แต่เพื่อซีนโรแมนติกตามที่ขอ หนูจะพูดว่า บ้าน่ะพี่ราม เพิ่งเจอกันเอง คิดถึงหนูอีกแล้วเหรอครับ”


“หนู.... หนูโว้ยยยยย”


หมดกัน... หมดแล้วความโรแมนติก


“อันที่จริงหนูตลกกลบเกลื่อนความเขินอาย...”


“ฮ่า ๆ”


“พี่รามเชื่อหนูไหม”


“พี่เชื่อ...”


“ไม่เนียน! พี่รามไม่เนียนเลย” รามฟุบไปกับโต๊ะทำงานแล้ว เขากลั้นหัวเราะไม่ได้ และก็ไม่สามารถหัวเราะดังสุดเสียงได้เช่นกัน แต่ยศกรกลับไม่สงสาร ไม่มีความปรานีเขาเลยสักนิด


“ทำไงให้เนียนล่ะครับ”


“รีบเลิกงาน หิ้วไก่ทอดมาเซ่นหนูก่อน แล้วหนูจะพิจารณาว่าควรสอนเรื่องเนียนดีไหม”


“ทำไมแค่พิจารณาล่ะครับ”


“ก็เพราะพี่รามยังไม่ได้แพคของไงครับ ดังนั้นหนูก็ต้องดูพฤติกรรมก่อน”


“โธ่... พี่ก็ช่วยหนูตลอดแหละ”


“เนาะ พี่รามอะดี๊ดี ช่วยหนูตลอดเลย”


“ดีขนาดนี้ชอบยัง”


“ชอบอยู่แล้ว แต่ไม่ต้องถามต่อนะ เพราะพี่รามไม่เนียนเลย”


“ดักเก่ง” รามต่อว่าไม่จริงจังนัก ขยับตัวลุกขึ้นนั่งให้ตรง เมื่อมองผ่านผนังกระจก เห็นปัทมามายืนอยู่หน้าห้องทำงานของตนเอง “เดี๋ยวพี่รีบเคลียร์งานก่อนนะ แล้วจะรีบกลับไปหา นอกจากไก่หนูเอาอะไรอีก”


“ขนมกับน้ำอัดลมก็ได้”


“โอเค เดี๋ยวพี่ซื้อเข้าไปให้นะ แค่นี้ก่อน”


“ครับผม... คิดถึงพี่รามนะ”


“คิดถึงพี่ตลอดนั่นแหละ เวลาแพคของไม่ทันน่ะ”


“คิก ๆ” รามยิ้มก่อนจะกดวางสาย พอดีกับปัทมาที่เปิดประตูเข้ามา ในสภาพสวมชุดคลุมท้อง


“ไงคุณแม่”


“ลำบากว่ะ” ปัทมาพูด แต่ใบหน้าอิ่มเอิบมีความสุข “ท้องยิ่งโตก็ยิ่งอุ้ยอ้าย”


“กี่เดือนละนะ”


“6เดือนแล้ว” รามเลิกคิ้ว รับและเปิดแฟ้มที่ปัทมาเอาเข้ามาให้


“ใบลาล่วงหน้า... เห็นอย่างนี้แล้ว กูต้องเริ่มคิดแล้วว่าจะรับขวัญหลานด้วยอะไร ว่าแต่กูต้องเป็นลุงหรือเป็นน้าวะ”


“คุณอาไหมวะ นับไปทางพี่เอื้อน่าจะง่ายกว่า” ปัทมาพูดพร้อมรอยยิ้ม รับเอาใบลาที่ลงลายเซ็นของรามเรียบร้อย เพื่อเอาไปยื่นกับฝ่ายบุคคล เธอไม่อยากทำอะไรฉุกละหุก ดังนั้นจึงยื่นใบลาไว้ตั้งแต่ตอนนี้ เพราะอย่างไรวันคลอดก็กำหนดไว้แล้ว


“รุ่นเรานี่มีครอบครัว มีลูกกันเกือบหมดแล้วสิ ตี๋เล็กก็จะแต่งต้นปีหน้า ตี๋ใหญ่ก็คงอีกไม่นาน ส่วนแกก็เป็นคุณแม่แล้ว”


“เหลือแต่มึงอะราม” รามยิ้มรับคำพูดของปัทมา


“กูไม่รีบ”


“ไม่รีบหรือไม่มี? ถามจริง ยังลืมยัยนั่นไม่ได้ หรือแกไม่มีใครเลยจริง ๆ วะ”


“ไม่เกี่ยวกับพริ้มว่ะ ถ้าแกไม่พูดถึง กูก็ลืมไปแล้ว” รามหมายความตามนั้นจริง ๆ เขาเลิกกับพริ้มมานานหลายเดือนแล้ว นับ ๆ ดูก็เกือบจะครบปี เอาเป็นว่า เขาไม่ได้นึกถึงเธอเท่าไหร่ ถ้าไม่มีใครพูดถึง ก็ไม่คิด


“แสดงว่าแกไม่ได้คุยกับใครเลยเหรอ?” รามควรตอบคำถามนี้อย่างไรดี


ใจของเขาอยากจะบอกเพื่อนสนิทแทบตาย ว่าตอนนี้เขามีความสัมพันธ์เช่นไรกับยศกร ไม่ใช่เรื่องทางกาย แต่หมายถึงทางใจ บางครั้งเขาอยากโทรคุยกับเพื่อน อยากปรึกษาเพื่อน


เอาง่าย ๆ เลย.. เวลาน้องทำตัวน่ารักใส่ จนใจของเขามันเหลวแล้วเหลวอีก เขาก็อยากจะโทรไปเล่าให้เพื่อนฟังว่า เออ..ตอนนี้กูโอเคมาก ๆ กับน้องคนนี้ ถึงแม้จะโดนเพื่อนด่ากลับว่าเป็นคนชอบแจกขิงก็ช่าง


แต่นั่นแหละ...


เขาไม่มีสิทธิ์นั้น


“ราม... คือจริง ๆ รุ่นเราไม่ถือว่าแก่นะ แต่การที่จะหาใครสักคนเป็นคู่ชีวิต บางที...ก็ต้องใช้เวลาสักพัก แล้วนิสัยอย่างแกน่ะ คบกับใคร กูก็อยากให้ดูสักพักหนึ่งก่อน แกน่ะลองได้หัวปักล่ะก็...จม”


“ก็จริง” รามไม่เถียงเลย “แต่ตอนนี้กูไม่ได้คุยกับใคร”


เพราะกับยศกรมันเกินคำว่าคุยไปแล้ว


“ไหน ๆ ก็พูดแล้ว ปัท...แกว่า... คนเราจะคบกันโดยที่ไม่เปิดเผยหรือบอกใครบนโลกนี้ได้หรือเปล่าวะ”


“มีอะไรในโลกที่เป็นไปไม่ได้บ้างวะ?” ปัทมาไม่ตอบ แต่ถามกลับ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบท้องนูนของตนเอง จ้องมองหน้าเพื่อนสนิท “แต่จะทำได้หรือเปล่าเท่านั้น”


ใช่...จะทำได้หรือเปล่าเท่านั้น


“แล้วถ้า...พฤติกรรมทุกอย่างเหมือนคบกัน แต่ไม่บอกใครว่าคบกัน อันนี้จะมองยังไง” คำถามนี้ทำให้คุณแม่สายบู๊นิ่งเงียบไปก่อน จากนั้นเริ่มมองใบหน้าของรามอย่างถี่ถ้วน


“พฤติกรรมที่ว่ามีอะไรบ้าง”


“ก็... กินข้าวดูหนัง”


“ใคร ๆ ก็ไปกินข้าวดูหนัง เพื่อนกันก็ทำได้”


“กูหมายถึง เดต แชร์เรื่องราวในชีวิตของเรากับของเขา เรียนรู้นิสัยฝ่ายตรงข้าม ปรับตัวเข้าหากัน จูบกัน กอดกัน มีเซ็กส์กัน อยู่ด้วยกัน”


เพราะตอนนี้รามอยู่กับยศกร ใช้คำพูดนี้ไม่ผิดนัก แค่อาจจะเปลี่ยนจากบ้านของยศกรเป็นห้องพักของรามบ้าง แต่ทุกวัน คนที่รามเห็นก่อนหลับตานอนก็คือยศกร และตื่นเช้ามาได้มองหน้าน้องเป็นคนแรก...


“ถ้าขนาดนี้สำหรับกูคือคบกันแล้ว”


“ก็คิดอย่างนั้น” รามไม่ได้คิดไปเอง...


เขากับน้องคบกันแล้ว


“ราม”


“หือ?”


“ใคร...”


รามนิ่ง ไม่ตอบ ยามที่สบตากับปัทมา ครั้นจะบอกเขาถามเฉย ๆ เพราะนึกขึ้นได้ หรือไปเจอตรงนั้นตรงนี้ เขาก็คิดว่ามุกแบบนี้มันไม่มีทางใช้ปับเพื่อนของเขาได้ โดยเฉพาะเพื่อนที่ชื่อปัทมา


ดังนั้นรามจึงตัดสินใจ...


“พวกกูรู้จักไหม”


“แค่ผิวเผิน” ปัทมาพยักหน้า คำตอบเช่นนี้ของเพื่อนทำให้เธอโล่งใจที่ไม่ใช่คนใกล้ตัว


“แล้วตอนนี้ถึงระดับไหนแล้ว”


“กูอยู่กับน้องทุกวันนั่นแหละ อย่างที่บอกมึงไป นั่นคือสิ่งที่กูกับน้องเป็น ขาดก็แค่ กูไม่ได้ขอน้องเป็นแฟน น้องก็ไม่บอกใครว่ากูอยู่ด้วย”


“หมายถึงยังไม่ได้บอก หรือไม่บอก” ปัทมาจ้องหน้าเพื่อน “คิดให้ดีนะราม สองคำนี้มันต่างกันอย่างสิ้นเชิง”


รามหลับตา เสยผมทิ้ง ก่อนจะเม้มปากและตอบ “ไม่บอก”


“...”


“หมายถึงน้องไม่บอกใคร และไม่ให้กูบอกใคร”


“เพราะ?” รามส่ายหน้า


“เหมือนน้องจะไม่ชอบให้ใครรู้เรื่องส่วนตัว” อันนี้รามลองคิดดูแล้ว และเห็นว่าคงมีส่วนค่อนข้างเยอะ ยศกรไม่ได้หวงความเป็นส่วนตัวในบ้าน แต่กลับไม่พูดถึงเรื่องครอบครัว หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับตนเองอย่างลึกซึ้ง และยศกรดูระวังเรื่องเปิดเผยการคบหาใครสักคนมาก


เขาไม่ได้หวังจะให้น้องมาเดินจับมือถือแขน หรือเดินไปกอดกันไป ประกาศให้โลกรู้ว่าคนนี้คบกันอยู่ หรืออะไรทำนองนั้น แต่ราม... รามแค่อยากชัดเจนมากกว่านี้


แค่คำว่าแฟน... น้องไม่เคยเรียกหาจากราม


มีแต่ราม... ที่ชักอยากจะให้อะไร ๆ เป็นรูปธรรมมากขึ้นทุกที


“ถ้าเขาไม่คิดจะเก็บแกไว้เป็นตัวสำรอง ก็แสดงว่ามีปมแล้วล่ะ”


อาจจะ...


“น้องไม่เคยพูดถึงอะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัวมาก ๆ กูเลยไม่รู้ แล้วก็ไม่กล้าขยับเข้าใกล้มากกว่านี้”


“จากที่มึงบอกมา ถ้าใกล้มากกว่านี้ก็สิงเขาแล้วมั้ง” รามกระตุกยิ้ม แล้วก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่


“ไม่ถามเหรอว่าใคร?”


“กูถามแล้วไง แต่มึงเอาแต่เรียกน้อง ๆ โดนบรีพงานมาแล้วล่ะสิว่าลับสุดยอดน่ะ ดูออก” แล้วรามก็ขำออกมา เป็นจริงอย่างที่ปัทมาพูดนั่นแหละ “กูขี้เสือกนะ แต่รู้ว่าต้องเสือกประเด็นไหน เอาเป็นว่าน้องเป็นใคร ไว้มีจังหวะ เดี๋ยวก็รู้เอง แต่ที่แน่ ๆ เลยตอนนี้...”


รามยิ้มที่บาง ๆ สบตากับเพื่อนสนิท ซึ่งจ้องมองเขามาด้วยแววตาเป็นห่วงปนหมั่นไส้


“กูชอบที่มึงเป็นอยู่ตอนนี้มากว่ะราม มึงดู...มีความสุข”


“..อืม กูมีความสุขจริง ๆ น้องทำให้กูเป็นแบบนี้”


“นี่คือสาเหตุ ว่าทำไมกูถึงชอบน้องของมึง” รามยิ้มกว้าง ความรู้สึกใจฟูมันไม่ใช่แค่คำพูดแล้ว เพราะตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกเช่นนั้น


น้องทำให้เขาเป็นแบบนี้


หนูของพี่รามนี่แหละ


“ไปละ ๆ กูจะรีบเคลียร์งาน เดี๋ยวพี่เอื้อมารับ ว่าแต่มึง เที่ยงนี้ไปกินข้าวกับกูไหม?”


“ไม่ล่ะ น้องรอกินไก่ทอดหน้าออฟฟิตเนี่ย” ปัทมาสะอึกขำ แล้วพยักหน้ารัว ๆ


“มึงกลับไปขู่น้องมันเลยนะ ถ้าทิ้งพี่ล่ะก็ พี่ไม่ให้มากินไก่ทอดหน้าบริษัท! ที่นี่มันถิ่นพี่! ว่างี้เลยนะเว้ย”


“หวานแหววไม่สมเป็นวิธีของมึงเลยว่ะปัท”


“หรือจะให้กูแนะนำให้มึงลากไปขังท้ายไร่ท้ายสวนวะ”


“เออ ๆ ไป ๆ ทำงานทำการ” สองเพื่อนซี้ขบขัน ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงาน


และเที่ยงนั้น ทีมวิศวกรหลายคนที่กำลังเดินออกจากบริษัท บ้างก็ขับรถ แต่ทุกคนก็เห็นผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมยานยนต์ยืนรอไก่ทอดอยู่


ร้อนก็ร้อน ไก่ก็หมดต้องรอทอดใหม่เนี่ย...


หนูจะมีรางวัลอะไรให้พี่ไหมหนอ...


 

 




ตอนนี้กลายเป็นเรื่องชินตาของที่ว่าการไปรษณีย์ใกล้บ้านของยศกรแล้ว ว่ามักจะมีกล่องพัสดุหลายสิบกล่องวางอยู่หน้าอาคารทำการ


เพราะรามต้องทำงานถึงวันเสาร์ ดังนั้นการจัดส่งสินค้ามักจะเป็นเช้าวันจันทร์ แต่ก็มีไปรษณีย์บางเขตที่เปิดทำการทุกวัน ทว่าอยู่ไกลจากบ้านของยศกรมาก


การที่มีรถกระบะสี่ประตูแล่นมาจอดที่หน้าบ้าน หรือจอดค้างคืนไม่ใช่เรื่องแปลกแล้ว นั่นเพราะรามสงสารยศกรที่ต้องค่อย ๆ ทยอยขนของไปส่ง บางทีก็เรียกแท็กซี่ได้บ้างไม่ได้บ้าง จะเรียกไลน์แมนก็เหมือนน้องจะไม่ชอบวิธีการนี้ ดังนั้นรามจึงยืมรถกระบะของปัทมา ซึ่งตอนนี้เพื่อนสาวคนสนิทของเขามีสามีคอยขับรถรับส่ง รามจึงขี่มอเตอร์ไซค์ของตนเองไปจอดที่บ้านเพื่อน แล้วขับรถของเธอมาหายศกร ส่วนมากก็เย็นอาทิตย์ เมื่อยกของไว้ท้ายกระบะแล้ว เช้าตรู่ก็ขับไปที่ไปรษณีย์ใกล้บ้าน


เช้าวันนี้ก็เช่นกัน


“มีอะไรตกค้างหรือเปล่า?”


“ไม่มีอะไรแล้วครับ ขอบคุณพี่รามมากเลยนะ แล้วก็ฝากขอบคุณพี่ปัทด้วยที่ให้ยืมรถบ่อย ๆ”


“ไม่ต้องเกรงใจหรอก ตอนนี้รถจอดทิ้งไว้เฉย ๆ เลย พี่เอื้อไม่ยอมให้ปัทขับรถเอง” ยศกรยิ้มกว้าง ในมือมีถุงหมูปิ้งพร้อมข้าวเหนียวสองชุด หนึ่งของเจ้าตัว อีกหนึ่งเป็นของราม คุณพ่อค้าเพิ่งซื้อมาเมื่อสักครู่นี้เอง


“หนูคงต้องคิดเรื่องซื้อรถจริง ๆ จัง ๆ แล้วล่ะพี่ราม” รามจัดกล่องที่ตั้งเรียงกันให้สมดุล พร้อมกับหันมามองใบหน้ามนใส


“อยากได้รุ่นไหนล่ะครับ” ยศกรส่ายหน้า หยิบหมูปิ้งขึ้นมาหนึ่งไม้ “ถ้ายังไม่รู้ ก็ลองดูจากโบชัวร์ของแต่ละยี่ห้อก่อนก็ได้นะ เลือกที่เข้ากับเรา ค่อย ๆ เลือกไม่ต้องรีบ”


“หนูอยากได้รถเต่า”


“โฟล์กเต่า?”


“ครับ”


“ปีไหนครับ?” รามไม่ถามสี ชื่อยี่ห้อรถที่น้องเอ่ยออกมานั้น ไม่มีทางเป็นรถรุ่นใหม่ ๆ ได้เลย


“หนูไม่ค่อยรู้เรื่องรุ่นอะพี่ราม แต่หนูชอบทรงของรถเต่าตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว อยากได้”


โธ่... หนูของพี่ราม


“ไม่รู้รุ่น หรือสมรรถภาพของรถแบบนี้จะไหวเหรอหนู... หื้ม?” ยศกรยิ้มเผล่ ก่อนจะยื่นหมูปิ้งมาตรงหน้าของราม แล้วทำไมเขาต้องปฏิเสธ


“หนูว่าจะลองปรึกษาพี่รามอยู่นี่ไง... พี่รามว่ารุ่นไหนดีที่สุด”


รามส่ายหน้า “โฟล์กเต่าเป็นรถเก่า ดีไม่ดีตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่รุ่นนะพี่ว่า มันอยู่ที่เครื่องมากกว่า ถ้าหนูจะซื้อจริง ๆ เดี๋ยวพี่ช่วยหาข้อมูลให้ ว่าแต่... รถเต่าคันกระจ้อยเดียว จะขนของหนูหมดเหรอ”


“ก็ขนหลาย ๆ รอบ” เออเนอะ... ทำไมรามคิดไม่ได้ล่ะ


กินหมูปิ้งไปคำหนึ่งแล้ว ไอ้ครั้นจะยืนกินข้าวเหนียวเลย รามก็เหมือนจะเกรงใจสถานที่ ทว่ายศกรหาได้แคร์ไม่ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อยที่คุณพ่อค้าต้องมายืนจกข้าวเหนียวหมูปิ้งหน้าไปรษณีย์


“อันนี้พี่รามเอาไปกินที่บริษัทนะ เดี๋ยวพี่รามไปก่อนก็ได้ เอารถยนต์มางี้ยังไงรถก็ติด เผื่อเวลาไว้ดีกว่า” รามรับถุงหมูปิ้งและข้าวเหนียวที่ยศกรมัดปากไว้อย่างดี เพื่อกันไม่ให้กลิ่นติดรถของปัทมา ยังไม่ทันเอ่ยขอบคุณก็มีคนพูดแทรกขึ้นมาว่า


“ล็อตเตอรี่บ่จ้า วันนี้หวยออกเด้อ” รามไม่ได้สนใจ เพราะเขาไม่ใช่คนชอบเสี่ยงดวง แต่ยศกรที่กำลังงับหมูปิ้งนั่นต่างหาก ที่หันไปมอง “เหลือแค่สองเลขจ้า ช่วยซื้อได้บ่จ้า”


“เลขอะไรอะครับ” ล็อตเตอร์รี่เหลือนี่น่าสนใจไม่น้อย แต่พอเห็นจำนวนแล้วยศกรเกือบจะส่ายหน้า


ชุดสิบใบเนี่ยนะ


“ดูก่อนจ้า เหลือสองชุดจ้า ชุดสิบใบ ส่วนชุดนี้เหลือสองใบจ้า” ยศกรไม่ได้รับมาดู เขาแค่มอง ก่อนจะหันไปทางราม ซึ่งเลิกคิ้วจ้องหน้าเขาอยู่


“พี่รามซื้อไหมอะ”


“ถ้าหนูจะซื้อก็ซื้อสิ”


“คือหนูอยากได้ทั้งสองเลขอะ แต่ 27 มันเหลือตั้งสิบใบเลยนะ แล้วอันนั้น 24 สองใบ...”


“เหมาหมดเลยบ่ค้า ชุด10ใบ 800 ชุด 2 ใบ 160 บาทจ้า”


“อุ้ย.. ไม่เกินราคาด้วย”


“จ้า ทำมาหากินสุจริต ป้าขายแบบนี้มาตลอดแหละจ้าพ่อ” ยศกรยิ้ม มือชี้ไปที่ล็อตเตอร์รี่ชุดสองใบที่เหลือ


“เอาชุด 24 ครับ”


“27 บ่เอาละพ่อ ป้าเดินขายมาหลายวันแล้วไม่หมดจักเทื่อ วันนี้กะตื่นตั้งแต่เซ่า อยากขายฮื้อเมิด ๆ”


อะ... ใจอยากได้อีกเลขแต่มันเหลือเยอะเกิน


“ป้าแบ่งได้ไหมล่ะ ผมไม่ค่อยมีเงิน”


เหรอออออออออออออ ยศกรเนี่ยนะ ไม่ค่อยมีเงิน


รามกลั้นยิ้มยากลำบาก จนสุดท้ายก็ไม่ทนแล้ว เพราะยืนฟังยศกรอ้อนให้แม่ค้าล็อตเตอร์รี่ชาวอีสาน ยอมแบ่งขายหวยชุดสุดท้ายให้ได้


ไม่ไหวแล้ว...


“ผมเอา 27 ทั้งชุดนั้นแล้วกันครับ ป้าจะได้ไปนอนพัก” รามแทรกเข้ามา ซึ่งก็ลงตัวพอดีเป๊ะ แม่ค้าได้ขายหวยก็เดินจากไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ส่วนไอ้หวยเลขที่ยศกรชอบ ถามว่ารามได้ไปแล้วจะให้ใคร...


“ไม่เอา พี่รามซื้อพี่รามก็เก็บดิ หนูซื้อ 24 ต่างหาก” พูดไปก็ทำปากยื่นไป ไม่ยอมรับล็อตเตอร์รี่เลขที่ตัวเองอยากได้ แม้รามจะคะยั้นคะยออย่างไรก็ตาม


“แล้วถ้าพี่ถูกรางวัลที่หนึ่งล่ะ หนูไม่เสียดายเหรอ 60ล้านเลยนะ”


“60ล้านอะไร นี่...รางวัลที่หนึ่งคือสิบสองล้านในมือของหนูนี่ต่างหาก”


“อะ ๆ พูดอย่างนี้พี่ไม่แบ่งนะ ถ้าบ่ายนี้หวยออก 6 เลขในมือพี่เนี่ย”


“มันจะออกหกเลขในมือหนูต่างหาก ถ้าใครถูกหวยคนนั้นเลี้ยงข้าว เอาไหม ๆ”


“ได้”


ยศกรทำเป็นสู้ ยื่นหน้ายื่นตาให้รามมันเขี้ยวเล่น ก่อนจะรีบไล่ให้รามไปขึ้นรถเพื่อทำงาน


“ไป ๆ พี่รามไปทำงานได้แล้ว หนูจะยืนรอไปรษณีย์เปิด”


“ครับ ๆ” รามขำเบา ๆ ไม่อิดออดยามต้องขึ้นไปนั่งบนรถ “หนูกลับถึงบ้านก็ส่งข้อความบอกพี่ด้วยนะ”


“ได้เลย”


“พี่ไปล่ะ” รามยิ้มรับการโบกมือของยศกร ก่อนจะขับรถออกไป มองกระจกส่องหลัง เห็นน้องเก็บล็อตเตอร์รี่ แล้วก็ไปหาที่นั่งสนใจกับหมูปิ้งก็คลี่ยิ้ม


มารอดูบ่ายนี้ว่าใครจะได้เลี้ยงข้าว หรือรามจะเสียเงินแปดร้อยฟรี ๆ หรือร้อยหกสิบของยศกรที่จะลอยหาย ไม่ก็.. ปิ๋วกันทั้งคู่


 





คิดว่าในหนึ่งปีนี้ ชีวิตของรามเหมือนดวงอุดมทรัพย์ตกกลางกระหม่อมหรืออย่างไรไม่ทราบ ทำงานก็ก้าวหน้า เงินเดือนขึ้น โบนัสเต็มกระเป๋า และวินาทีนี้... เขาเพิ่งรู้สึกเข้าใจคำว่าบุญหล่นทับแล้ว


“พี่รามได้รางวัลที่2 รางวัลที่2 สิบใบ! สองล้าน พี่ราม!! พี่รามได้เงินสองล้าน!!” รามรู้สึกตัวเองหูอื้อตาลายขึ้นมากะทันหัน นั่งกระพริบตาปริบ ๆ มองหน้าของยศกรซึ่งนั่งตกใจไม่แพ้กันอยู่ข้างกาย


เมื่อเลิกงานแล้ว รามก็ขับรถกระบะของปัทมาไปคืน แล้วขับมอเตอร์ไซค์ของตนเองมาหายศกรที่บ้าน ยังไม่ได้คิดว่าจะออกไปหาอะไรกินเป็นมื้อเย็น ยศกรที่เพิ่งตื่นไม่นานก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ตรวจล็อตเตอร์รี่ที่ซื้อเมื่อเช้า เลยพากันมานั่งสุมหัวที่โซฟา


ยศกรตรวจล็อตเตอร์รี่ของรามก่อน ด้วยเหตุผลที่ว่า “ถ้าพี่รามไม่ถูกหนูจะได้ปลอบใจพี่รามไง”


น่ารักไหม?


แต่ผลที่ออกมาทำเอาทั้งสองคนนั่งอ้าปากเหวอ กระพริบตาคนละทีสองที รามก้มมองล็อตเตอร์รี่ในมือ สลับกับหน้าของยศกร แล้วถามว่า...


“จริงเหรอหนู...”


ยศกรพยักหน้ารัว ๆ ก้มเช็คหมายเลขทั้งหกหลักนั้นอีกครั้ง ซึ่งหน้าจอโทรศัพท์มือถือมันก็ขึ้นชัดเจนว่าถูกรางวัลที่ 2 แล้วแบบนี้จะไม่จริงได้อย่างไร


“สองล้าน...” รามเอ่ยด้วยความรู้สึกเหม่อลอย แม้ว่ามันจะไม่ใช่จำนวนที่มากที่สุด ซึ่งหลาย ๆ คนวาดหวังเอาไว้ แต่สำหรับคนที่ทั้งชีวิตไม่เคยซื้อล็อตเตอร์รี่เลยอย่างราม มันก็มากเกินพอแล้ว


“อือ... หักภาสงภาษีก็เหลือล้านกว่า ๆ อะพี่ราม”


“ทำบุญเนาะ... แล้วค่อยโปะงวดรถ” ยศกรพยักหน้าเห็นด้วย


“ไม่สิ... เลี้ยงข้าวหนูด้วย พี่ต้องแบ่งเงินให้หนูด้วย เพราะถ้าไม่เพราะหนู พี่คงไม่ซื้อ” คราวนี้ยศกรส่ายหน้ารัว


“พี่รามซื้อ มันต้องเป็นของพี่ราม พี่รามแค่เลี้ยงข้าวหนู อ่อ... พาหนูไปทำบุญด้วย พอแล้ว แค่นี้พอ”


“แต่...”


“ไม่มีแต่... นี่คือเงินของพี่ราม โชคของพี่รามนะ” ยศกรจับมือของรามให้กำล็อตเตอร์รี่ชุดนั้นไว้ พร้อมกับยิ้มกว้าง ก่อนจะต้องถลาเข้าไปหา เพราะถูกรามดึง และหน้าผากก็ถูกจูบหนัก ๆ หนึ่งที


“ตั้งแต่เจอหนู พี่มีแต่เรื่องดี ๆ แบบนี้พี่จะไปไหนรอดวะ”


“หนูไม่ได้บอกให้พี่รามไปไหนสักหน่อย มีแต่บอกพี่รามไปไหนก็พาหนูไปด้วยอะ” รามถึงกับยิ้ม ดึงให้ยศกรเข้าหาตัวอีก เพื่อจะกอดอีกฝ่ายแน่น ๆ


“ให้จริงเถอะ”


“จริงซี่” ยศกรพูด ก่อนจะหัวเราะ “เนี่ย.. พี่รามจะพาหนูไปกินกุ้งตัวใหญ่ ๆ น้ำจิ้มซีฟู๊ดแซ่บ ๆ จิบแป๊บซี่เย็น ๆ ตู้หูววววว”


มาอีกแล้วศัพท์แปลก ๆ แต่รามก็ไม่ได้คิดจะแย้งอะไร


ตอนนี้น้องอยากกินฟ้ากินดาวก็ได้หมดทุกอย่างแล้ว


“ไปกันเลยไหม พี่พาไปกิน” แล้วมีหรือยศกรจะปฏิเสธ เขารีบพยักหน้า ก่อนจะขยับตัวดุ๊กดิ๊กเพื่อจะขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อแต่รามทักขึ้นก่อน


“หนูยังไม่ได้ตรวจของหนูเลยนี่”


“จริงสิ...ลืมได้ไง แต่โชคดีกันไปแล้วคงไม่มีรางวัลที่หนึ่งมาหล่นทับหรอก หนูนะ คงจะต้องกินกุ้งตัวโตด้วยใจเฉ้าฉ้อย” เสียงสองเพื่อ!!


เพื่อให้รามรัก ให้รามเอ็นดูมากกว่าเดิมใช่ไหม


“ไหน ๆ พี่กดให้” รามเป็นฝ่าเอาโทรศัพท์มือถือมากดตัวเลขหกหลักบนล็อตเตอร์รี่ของยศกรเอง ทั้งสองไม่ได้คาดหวังอะไรอยู่แล้ว บอกตรง ๆ ว่าสองล้านที่ลอยอยู่ตรงหน้ามันกลบความตื่นเต้นอย่างอื่นไปหมดแล้ว


จนกระทั้งรามกดตรวจสอบ และคำยืนยันแสดงอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ...

 



คิดว่าคนถูกล็อตเตอร์รี่รางวัลที่หนึ่ง 2 ใบ...ควรมีอาการอย่างไร



 

หนูของพี่รามเป็นลมแป๊บ




................

 

 

ทีนี้ก็รู้ที่มาของชื่อรถของหนูละนะ ว่าทำไมชื่อ “พี่หวย”

5555555555555555

 

ดวงอุดมทรัพย์กันจริงจริ๊งงงง คู่นี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

315 ความคิดเห็น

  1. #279 panwinkinyourarea (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 12:09
    ในความเป็นจริงไม่มีงี้เรยเวนเอ้ย /ฉีกซองมาม่า
    #279
    0
  2. #196 Ff_mino (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 23:43
    ยัยหนูของแม่เข้าใจพูด แบบนี้พี่รามก็หลงจนไปไหนไม่รอดละค่าาาา ให้พี่รามช่วยแพคของตลอดชีวิตยังได้เลยงี้ พี่รามเป็นคนดีนะ ซื่อสัตย์ด้วย เราอยากให้พี่รามมีความสุข เราไม่รุ้ว่าน้องมะยมมีอะไรในใจ ทำไมถึงไม่อยากบอกใคร หรือคนเก่าของน้องมะยมสร้างแผลไว้เหวอะหวะหรือเปล่านะ แต่อยากให้ลองเปิดใจคุยกันดูอ่ะ ;-; เราว่ายังไงก็ไปกันรอด ดูซิดวงพากันรวยจริงๆ น้องมะยมรับทรัพย์รัวๆแล้วววววว
    #196
    0
  3. #150 fallingforyou. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 01:13
    งวดหน้าขอให้ถูกรางวัลที่หนึ่งนะจ๊ะ 55555 พากันรวยจริงคู่นี้
    #150
    0
  4. #140 ppthana60 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 20:36
    บทคนมันจะรวยบบเนอะะะ 5555555 อยากรวยบ้าง เฮ้อนึกถเรื่องสองคนในอนาคตอันใกล้ละก็หน่วงใจ หนูคะหนูมีอะไรรในใจจแง
    #140
    0
  5. #114 นวาฬ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 01:10
    ไรท์สู้ๆนะค้าบบ​ ต้องมาต่อนะ​ เราเพิ่งเจอเรื่องนี้แล้วก็อ่านที่เดียวรวดเลย​ ชแบวิธีการเล่าเรื่องมากๆ​ น้องก็น่ารักมากแทนตัวว่าหนูอย่างนั้นหนูอย่างนี้​ เป็นเอ็นดูมาก​ แต่หนูไปใจร้ายกับพี่รามจนต้องหนีไปรักษาแผลใจตั้งไกลได้ยังไง​ ฮือ​ อยากรู้แล้ววว
    #114
    0
  6. #113 ฮย. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 00:02

    พากันรวยจริงๆ55555

    #113
    0
  7. #112 zenxia_x (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 08:31
    น้องมะยมมีปมอะไรหนอ~ ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันนี่มีความสุขที่สุดแล้ว อิน้องและพี่รามมีความสุข คนอ่านก็มีความสุข
    #112
    0
  8. #110 kuanp_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 01:23
    คูมไรท์คะ เราหนีไฟนอลมาอ่านพี่รามกับน้องกรรวดเดียว คิดถูกมากที่หนีไฟนอลมาอ่าน สนุกมากๆๆๆๆๆๆเลยค่ะ น้องกรแทนตัวเองว่าหนูคือใจบางยิ่งมีพาสาเหนืออีกมันน่ารักมาก น้องกรมีปมอะไรน้ออยากรู้จังทำไมถึงไม่อยากให้ใครรู้ ส่วนพี่รามคือแบบหลงน้องอะไรขนาดนั้นวะพี่ แต่ก็เข้าใจอยู่เจอคนน่ารักแบบน้องกรเป็นชั้นชั้นก็คงเป็นแบบพี่ราม55555 แล้วสองคนถูกหวยรางวัลใหญ่ไปอี้กทำบุญด้วยอะไร จะไปทำบ้างอยากถูกหวย รอตอนต่อไปนะคะคุณไรท์ ถ้าไรท์มาอัพเมื่อไหร่จะรีบปิดหนังสือมาอ่านก่อนเลย
    #110
    0
  9. #107 salmon_mb (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 15:50
    ชีวิตจริงขอแบบนี้ซักคน
    #107
    0
  10. #103 iiQ_2910 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 03:26
    โอ้ยยย น่ารักกกก
    #103
    0
  11. #102 mameeeeee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 20:22
    อยู่ด้วยกันแล้งพากันรวยแลบนี้ อย่าทิ้งกันไปไหนเลยนะจ๊ะพี่จ๋าาา
    #102
    0
  12. #97 The Hatter (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 08:50

    ทำไมดวงดีกันขนาดนี้ ยืมมาไว้ที่บ้านได้มั้ยฮือออออ

    #97
    0
  13. #95 ♡lllllll♡ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 00:59
    ฮือ ขอน้องมาบ้านเราสักวันได้มั้ยคะ อยากถูกกกก!!!! รางวัลที่3/4/5 ก็เอาค่ะ!!!! ขอซื้อจากพี่รามวันนึงได้มั้ย
    #95
    0
  14. #94 Pangpp24 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 23:51
    โอ๊ยยรู้กกกกน่ารักไปไหนเนี้ยยยมามะมาอยู่กะแม่บ้านนี้เร๊ววว
    #94
    0
  15. #92 Laimaprang (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 23:27
    รถเต่ากี่คันดีน้องมะยม เลี้ยงข้าวพี่เขาด้วยนะ55555
    #92
    0
  16. #91 Pitchayada Khethamma (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 23:03
    คุณไรท์มาอัพอีกแน้วพักผ่อนด้วยนะคะงิ คู่นี้เขาส่งเสริมดวงการเงินกันรึป่าวเอ่ยแหมะ5555555
    #91
    0
  17. #87 BB BOY (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 21:40
    ทำยังไงจะโชคดีเหมือนคู่นี้...555
    #87
    0
  18. #86 Teddybear_EPN (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 20:52
    หลังจากนี้ม่าหนักแน่ๆ เบย ไรท์เอาโชคดีมาไว้ตอนนี้หมดแล้ววววว
    #86
    0
  19. #85 atit9494 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 20:10
    ติดเรื่องนี่แล้วววววววว
    #85
    0
  20. #84 khunjued (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 19:55
    5555555 โชคดี บุญเก่าเยอะจริงเลยยย ทั้งพี่ทั้งหนู
    #84
    0
  21. #83 jajams (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 19:47
    เอ้า มะยมเลี้ยงพี่เขาแล้วสิงานนี้555555555
    #83
    0