รามกร [LINHOON Au :THAI]

ตอนที่ 7 : (ผัว) พ่อค้าหล่อบอกต่อด้วย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 598
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    3 พ.ค. 62

รามกร

บทที่ 6 (ผัว) พ่อค้าหล่อบอกต่อด้วย

 

รามมองใบหน้ามนใสของยศกร ก่อนจะหันไปมองแม่ค้าที่เริ่มทำผัดไทแล้ว เขาขยับตัวเอากระเป๋าเงินออกมา เปิดและจะดึงเอาเงินออกมาวางบนโต๊ะ เพื่อจะกลับบ้าน

ให้เขาเป็นแค่คู่นอน หรือคุยกันไปวัน ๆ เขาก็ทำให้ได้ ในเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่มีพันธะ ถ้ายศกรสะดวกกับความสัมพันธ์แบบนี้ เขาก็ไม่จำเป็นต้องเดือดร้อน

แต่ต้องไม่ใช่การที่ยศกรมีใครอยู่แล้ว ในระดับที่ให้สถานะชัดเจนขนาดนี้ เขาไม่ชอบการลักกินขโมยกินของคนอื่น ที่ร้ายกาจกว่านั้นคือ

น้องมีคนที่จริงจังด้วยถึงสองคน

เขาเป็นคนที่สาม ยิ่งกว่าน้ำใต้ศอกอีก

บ้าชะมัด

“ถ้าพี่รามคิดว่าเดินออกไปโดยที่ไม่ฟังหนูอธิบาย ก็ห้ามพี่รามกลับมาหาหนูอีกนะ”

แล้วดูคำพูดคำจา

“แล้วหนูจะว่ายังไง พี่บอกไว้ก่อนนะกร... พี่ไม่ชอบ”

รามจ้องมองเด็กแสบที่หรี่ตามองเขาด้วยท่าทีเหมือนแมวกำลังจะแยกเขี้ยวขู่ ดูเอาเถอะ ขนาดนี้แล้วยังจะมาทำเหมือนกับว่าเขาเป็นคนชวนตี

“คนที่หนูบอกว่าเป็นสามีน่ะ คือกุ้งแก้ว พี่รามคุ้นไหม”

กุ้งแก้ว...

ภาพในหัวของรามไม่ได้ปรากฏเป็นหน้าตาหญิงสาวคนไหน แต่เมื่อน้องถามว่าคุ้นไหม เขาก็พยายามคิดว่าเขารู้จักคนชื่อนี้ไหม แต่ก็พบว่าตลอดช่วงหลายปีมานี้ เขาไม่รู้จักคนชื่อกุ้งแก้วแน่นอน

แต่... ถ้าเป็นสมัยก่อนล่ะ

ตอนที่ยังอยู่ในไร่หาญนรินทร์... ตอนที่เขายังเป็นเด็กวัยรุ่น

เด็กที่ชื่อกุ้งแก้ว...

“คุณกุ้งแก้ว”

ยศกรพยักหน้า ก่อนจะดูดน้ำอึกหนึ่ง แล้วยืดตัวขึ้น

“ส่วนคนที่หนูเรียกว่าผัว... ชื่อไอ้อ้วน... พี่รามน่าจะคุ้นนะ ไอ้อ้วนรักษณ์”

เวรแล้ว!

รามรู้สึกหนาวไปทั้งร่าง ไขสันหลังเสียววูบ บอกตามตรง ยอมรับเลยว่าปลายเท้าของเขาเย็นเฉียบ ราวกับถูกเอาแช่ไว้ในถังน้ำแข็ง

ไอ้อ้วนรักษณ์ที่ยศกรพูดถึง จะมีใครไปได้ ถ้าไม่ใช่พิมรักษณ์ ภักดี ลูกสาวคนเดียวของพ่อเลี้ยงหิรัญ ภักดี โหดสุดในสุโขทัยแล้วคนนี้

“กร... พ่อเลี้ยงไม่รู้ใช่ไหมว่าหนูกับคุณรักษณ์เป็นอะไรกัน” รามถามด้วยน้ำเสียงเบาหวิว เขามั่นใจว่าหน้าของเขาซีดมาก ไม่อย่างนั้นยศกรคงไม่จ้องเขาตาเขม็งขนาดนั้น

และรามก็ยิ่งมั่นใจว่า พ่อเลี้ยงหิรัญไม่มีทางรู้เรื่องความสำพันธ์ฉันท์ผัวเมียของยศกรและลูกสาวคนเดียว เพราะไม่เช่นนั้น เจ้าหนูนี่คง...

ท้ายไร่หาญนรินทร์มีที่ว่างมากพอที่จะฝังกลบใครสักคน ถ้าคนคนนั้นริยุ่งกับพิมรักษณ์

“เรื่องไอ้อ้วนได้หนูเป็นเมียน่ะเหรอ”

“...”

“ใครจะรู้ล่ะ ก็รู้กันอยู่แค่สามคนผัวเมียสามีเนี่ย”

“...” มันเป็นความสัมพันธ์แบบไหนวะเนี่ย

“พี่ไม่เข้าใจ” รามพูดออกมา เพราะเขาไม่สามารถถอดความ แก้สูตรสมการ สามคนผัวเมียสามีนี้ได้ “คุณรักษณ์กับคุณกุ้งแก้วเป็นผู้หญิงนะ แล้วทำไมถึงมีหนูเป็นเมีย”

“โอ้ยยยย พี่ราม... หน้าอย่างหนูเป็นผัวใครได้อะ”

เออ... ก็ไม่อยากจะเห็นด้วยนะ แต่ให้ค้านก็ไม่รู้จะค้านอะไร

แต่ถึงจะอย่างนั้น รามก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

“แล้วทำไม...” รามไม่รู้จะถามอะไร เขารู้สึกมึนไปหมด

ผู้ชายที่เขามีอะไรด้วย มีผัวสองคน

ซึ่งผัวทั้งสองคนนั้นคือผู้หญิง

แล้วเขาล่ะ...

“ความสัมพันธ์แบบนี้มีแต่ผีที่เข้าใจนะกร พี่ไม่เข้าใจ แล้วชักจะโมโหขึ้นมาจริง ๆ แล้ว” รามพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกว่าไม่พอใจจริง ๆ ถึงจะไม่ใช่การตะโกน ตวาด หรือเสียงตะคอก ทว่ายศกรก็มั่นใจว่า รามเริ่มโกรธจริง ๆ แล้ว

“พี่รามอย่าเพิ่งคิดไปไกล คือคำว่าผัว เมีย สามี ที่หนูใช้เรียกกันในกลุ่มนี่คือเรียกกันเล่น ๆ เป็นชื่อเล่นอะพี่ราม ไม่ได้มีพันธะอะไร แล้ว... หนูก็ไม่อยากเป็นผัวไอ้สองคนนั้นอะ ก็เลยเรียกไอ้แก้วว่าสามี เรียกไอ้รักษณ์ว่าผัว”

“...”

“พ่อเลี้ยงไม่รู้เรื่องนี้หรอก เพราะไม่มีอะไรให้รู้ไง แล้วพวกหนูก็ไม่ได้พูดพร่ำเพรื่อข้างนอก ตะกี้คือหนูหลุดเอง”

“...”

“พี่ราม... หนูไม่มีผัว”

“...”

“สามีก็ไม่มี”

“...”

“พี่ราม”

“แล้วพี่ล่ะ... เป็นอะไร พี่ถือว่าเป็นผัวได้หรือเปล่า” เมื่อรามถามไปอย่างนั้น ยศกรก็นิ่งงันไป จ้องมองสบตากับรามโดยไม่มีร่องรอยของความขวยเขิน หรืออายม้วนอะไร

ยศกรก็แค่จ้องตากับราม

เหมือนกับที่รามมองตากับยศกร

รามกำลังจะอ้าปากพูดอะไรออกมาอีกสักคำ แต่ว่าผัดไทและก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ถูกยกมาวางไว้ตรงหน้าเสียก่อน เลยทำให้ทั้งสองต้องละเรื่องนี้เอาไว้

ถือว่าดีทีเดียวที่ถูกขัดจังหวะ เพราะรามเพิ่งมาสำนึกได้ในตอนที่ตักอาหารใส่ปาก

ถ้าเขาพูดเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่ออกไป... เขาจะรับกับคำตอบของยศกรได้ไหม

 

ทั้งสองออกจากร้านผัดไทในเวลาต่อมา รามรอจนยศกรขึ้นซ้อนท้าย นั่งจนเรียบร้อยดี ถึงขี่รถออกไป โดยที่แทบจะไม่ได้พูดอะไร

ไม่ได้โกรธกัน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะคุยอะไร จนกระทั้งรามจอดรถอยู่หน้าบ้านของยศกร

รามยังคงไม่พูดอะไร เขารอให้ยศกรยืนบนพื้นได้อย่างมั่นคงแล้ว ถึงได้ถอนหายใจออกมา และไม่ลงจามอเตอร์ไซค์ ท่าทางของเขาก็ชัดเจนมากแล้วว่าค่ำคืนนี้คงไม่อยู่ค้างแน่นอน

ในเมื่อเจ้าของบ้านไม่พูดอะไร รามจึงแค่หันไปพยักหน้าให้แล้วบิดมอเตอร์ไซค์เพื่อกลับที่พักของตนเอง

ให้มันได้อย่างนี้สิ!

รามไม่รู้ว่าตัวเองเป็นบ้าอะไร สิ่งที่ยศกรหยิบยื่นให้เขานั้น มันชัดเจนอยู่แล้วว่าอยู่ในสถานะไหน เขารู้ว่าที่ทั้งสองใกล้ชิดกันและไว้ใจกันได้อย่างรวดเร็วก็เพราะอาศัยว่ารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก

แต่สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่นั้น มันเป็นอะไรที่เอาความสนิทสนมสมัยก่อนมานิยามไม่ได้

รามนอนกับยศกร และทำอะไรหลายอย่างกับน้อง

และมันก็เป็นเรื่องดี ๆ ระหว่างทั้งสองคน

แต่แล้วตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น

มันก็แค่สรรพนามเรียกตัว ที่น้อง ๆ คิดขึ้นมาพูดเล่นกัน เขาดันโยงมาถึงเรื่องตัวเองทำไม

แล้วก็ดันใส่อารมณ์กับน้องอีก

ดี... มึงทำตัวดีมาก!

 

รามตัดสินใจในเสี้ยววินาที ตอนที่เบี่ยงรถเข้าสู่ยูเทิร์น ไม่ต้องถามหรอกนะว่าเขาจะย้อนกลับไปที่ไหน เพราะในตอนนี้ เวลานี้ ก็มีอยู่ที่เดียวนั่นแหละที่เขาอยากจะไป และอยากจะอยู่ที่นั่น

อยู่กับน้อง...

 

รามเห็นยศกรยังคงยืนกอดอกอยู่ที่เดิม เขาชะลอ ลดความเร็วจะจอดสนิท ยังไม่ทันทำอะไร เจ้าของบ้านก็หมุนตัวไปเปิดประตูรั้ว แล้วหลีกทางให้เขา

รามรีบเข็นมอเตอร์ไซค์เข้าไปจอด ในตอนที่ยศกรเดินไปไขประตูบ้าน รามรีบเดินตามน้องเข้าไป ประตูไม่ทันได้ปิดสนิท อ้อมแขนก็ตวัดคว้าร่างนุ่มนิ่มเข้ามากอด พร้อมกับซุกปลายจมูกเข้าที่หลังคอและไล่ไปที่ขมับ

“ถ้าพี่รามทำให้หนูโมโหอีก หนูจะตีพี่ราม คอยดูนะ หนูตีจริง ๆ”

“ขอโทษครับ พี่งี่เง่าเอง” ยศกรจิ๊ปาก แถมยังหยิกลงที่ผิวเนื้อตรงท่อนแขนที่กอดกระชับร่างของเจ้าตัวเอาไว้

“มางอแงใส่หนูแบบไม่มีเหตุผลแบบนี้ คอยดูนะ หนูจะไปฟ้องผัว ฟ้องสามีให้มาดักตีพี่ราม”

“ไหนตะกี้หนูบอกจะตีพี่เองนี่ ทำไมตอนนี้จะฟ้องผัวล่ะ ไม่เอาคุณรักษณ์นะเว้ยกร รายนั้นง้างมาทีกรามโยกเลยนะ”

“ไม่รู้ล่ะ ถ้าพี่รามทำกับหนูแบบตะกี้ หนูจะฟ้องผัว”

“คำก็ผัวสองคำก็สามีนะ” รามชักมันเขี้ยวขึ้นมาจริง ๆ แล้ว

“เฮ้ย!” ยศกรร้องได้แค่นั้น ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะถลาไปที่โซฟาตัวใหญ่ติดผนัง พร้อมทั้งรามที่ตามมาติด ๆ “พี่ราม!

“เรามาตกลงกันให้จริงจังดีกว่ากร พี่ไม่อยากงอแงให้หนูโกรธอีก”

“หนูไม่ได้โกรธ แต่เดี๋ยวจะโกรธแล้ว ถ้าพี่รามไม่พูดดี ๆ อะ”

“นี่พี่ก็พูดดีด้วยแล้วไง”

“พูดก็ส่วนพูด อีมือที่ล้วงมาเนี่ยยังไง หนูตีจริง ๆ นะบอกไว้ก่อน” รามกระตุกยิ้มร้าย ทั้งที่ก็เห็นอยู่ว่าน้องชักเริ่มขมวดคิ้ว แต่ไอ้คนพี่ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ มือล้วงยังไงก็ล้วงขึ้นไปเรื่อย

“ถ้าตีของหนูกับของพี่ความหมายเดียวกัน พี่รอโดนหนูตีแรง ๆ เลย”

“พี่ราม!!!

รามหัวเราะออกมา ก่อนจะปล้ำกอดยศกรบนโซฟา ทั้งฟัดแก้ม เม้มจูบ ซุกไซ้ตามซอกคอ แล้วก็วนมาฟัดแก้มอีก ราวกับว่าน้องเป็นตุ๊กตาสีขาวนุ่มฟู

“พอแล้ว หนูเหนื่อยแล้วเนี่ย” ยศกรบ่นกระปอดกระแปด แต่ก็ไม่ดิ้นหนี ยามที่รามนอนเบียด และซุกใบหน้าหล่อเหลากับซอกคอของตนเอง

หอม... กลิ่นของยศกรหอม รามชอบ

“หนูร้อนแล้ว พี่รามปล่อยก่อน หนูจะเปิดแอร์”

“พี่ไม่ขยับได้ไหม อยากกอดหนูว่ะ”

“กลับไปเลย” ยศกรไล่รามอย่างไม่อาวรณ์สักนิด ทำเอารามต้องรีบเงยหน้าขึ้นมอง แล้วขยับตัวลุกขึ้นนั่ง

เครื่องปรับอากาศทำงานด้วยอุณหภูมิที่ทำเอารามต้องเลิกคิ้ว ไม่เพียงแค่นั้น ยศกรยังเปิดพัดลมอีก ก่อนจะเดินกลับมานั่งบนตักของราม

ใช่... นั่งตักของราม เอนหลังพิงกับอกกว้าง ๆ แน่น ๆ และทำตัวเป็นตุ๊กตานุ่มนิ่มให้อ้อมแขนแข็งแรงกระชับอ้อมกอด

สบายสุด ๆ

“เรื่องที่สำคัญ แบบที่ห้ามลืมเลยนะพี่ราม...”

“...”

“หนูขี้ร้อนมาก หนูจะทนไม่ได้ถ้ารู้สึกร้อน ดังนั้นต่อไปถ้าหนูบอกว่าจะเปิดแอร์ หรือร้อน พี่รามห้ามแกล้งหนูเด็ดขาด เพราะหนูจะโกรธยิ่งกว่าโดนแย่งขนมอีก”

“แล้วถ้าแอร์มันเสียล่ะ หนูจะอยู่ยังไง?”

“บนห้องนอน” ยศกรตอบหน้าซื่อ

“พี่หมายถึง เสียทั้งบ้าน ไฟดับ เปิดแอร์ พัดลมไม่ได้อะไรแบบนั้น” เจ้าตัวนุ่มขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะเอียงใบหน้า และใช้แค่หางตามองคนที่ทำหน้าที่เป็นเบาะให้

“ถ้าชีวิตหนูจะโชคร้ายขนาดที่แอร์ชั้นล่างกับชั้นบนเสียพร้อมกันขนาดนั้น ก็ต้องพูดได้เลยว่า ตามหาหนูได้ที่บ้านอีผัวอ้วนกับอีสามี ไม่ก็โรงแรม หนูจะไม่ทนกับบ้านหรือห้องที่ไม่มีแอร์เด็ดขาด”

“อ่อ...” รามพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะก้มลงกดหอมฟอดใหญ่ที่แก้มย้วย ๆ ของยศกร “ต่อไปไม่ต้องไปกวนบรรดาผัวของหนู หรือเสียเงินเปิดห้องในโรงแรมหรอกนะ”

“?”

“แค่หนูโทรหาพี่ เดี๋ยวพี่มารับ ห้องพี่ก็มีแอร์ ไม่ชาร์ตค่าไฟ”

“แต่พี่รามจะชาร์ตหนู หนูรู้ หนูโดนมาแล้ว” ว่าแล้วก็หัวเราะคิกคัก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหันหน้าเข้าหาราม และนั่งคร่อมบนหน้าตัก “มาจริงจังกันก่อน”

รามไม่ว่าอะไร เพราะเขาเองก็รออยู่แล้ว อันที่จริงเขาก็พอจะเดาออกได้ว่า ณ ตอนนี้ยศกรต้องการอะไร ซึ่งรามก็คิดว่าไม่เป็นปัญหา เพียงแต่ก่อนหน้านี้ที่งี่เง่าใส่ เพราะเขา...

เขา...

เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นอะไร แต่สุดท้ายไม่ว่าจะยังไง รามก็คิดว่า ยอมรับในสิ่งที่ยศกรร้องขอได้

 

“เรายังไม่เคยพูดเรื่องสถานะที่เป็นอยู่ให้ชัดเจน หนูก็ว่าอาจจะเพราะพี่รามกับหนูเริ่มกันแบบคนเมาเนาะ ก็เลยตามเลยกันมาเรื่อย”

“ก็เมา... แต่จริง ๆ พี่ไม่ได้เมา” ใช่... คืนนั้นรามไม่ได้เมา เขาอาจจะดื่มแต่เบียร์ไม่กี่แก้วทำให้เขาเมาไม่ได้ ทั้งคืนนั้นยศกรก็เมาหนักขนาดนั้น เขาไม่สามารถดื่มได้อย่างสบายอกสบายใจหรอกนะ

“โอเค ๆ” ยศกรทำท่าทียินยอม แต่ก็กวนประสาทไม่น้อยทีเดียว

อยากกัด!

“แล้วไงต่อ” รามถาม พร้อมทั้งกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ตัวยศกรก็ไม่ได้ขัดขืน ยินยอมตกอยู่ในอ้อมกอด

“ประเด็นคือ ณ ตอนนี้พี่รามเริ่มคิดเรื่องสถานะ ต่อให้แค่คำว่าคู่นอน วิน ๆ ทั้งสองฝ่าย แต่พี่รามก็เริ่มคิดแล้ว”

เถียงไม่ได้เลย... เพราะเหมือนจะจริง

“คนที่พี่รามเจอคืนนั้นกับหนู ก็เพราะเป็นแบบนี้ หนูถึงตัดจบ”

คิ้วเข้มได้รูปของรามขมวดเข้าหากันทันที เขาควรรู้สึกไม่ดีใช่หรือไม่? คำตอบก็คือใช่ เขาชักรู้สึกไม่ดีจริง ๆ ไม่ใช่โกรธยศกรที่พูดออกมาตรง ๆ แต่หงุดหงิดที่น้องพูดถึงผู้ชายคนอื่นต่างหาก

“หนูน่ะ หนูชอบอะไรที่เป็นเราในตอนนี้มากเลยนะ แต่ถ้าให้จริงจัง เปิดเผย เหมือนที่พี่รามเคยคบกับคนอื่น ๆ มา บอกทุกคนว่าคนนี้เป็นแฟนอะไรแบบนี้น่ะ คือหนูไม่เอา หนูไม่ชอบ”

รามว่าเขาพอจะนึกภาพออก และเขาไม่คิดจะแทรกการอธิบายของยศกร

“หนูโอเคกับการที่เรานัดเจอกัน กินข้าว ดูหนัง ไปไหนมาไหนด้วยกัน ค้างด้วยกัน แต่หนูไม่โอเคกับการให้โลกรู้ หรือใครคนอื่นรู้”

“หนูมีแฟนหรือเปล่า พี่หมายถึงผัวที่เป็นผัวจริง ๆ ไม่เอาแบบที่เรียกคุณรักษณ์” ยศกรส่ายหน้าทันที

“ไม่มีครับ”

“คนที่คุย ๆ กันอยู่ล่ะ”

“ไม่มีครับ”

“แฟนเก่า ไม่ก็คนที่อยู่ในใจ หรือใครสักคนที่รอให้กลับมาล่ะ”

“หนูเคยมีแฟนเก่านะ คบจริงจัง แต่เลิกกันไม่ดีเท่าไหร่”

“ฝังใจกับเขาหรือเปล่า”

“ไม่ครับ จำเป็นบทเรียนมากกว่า” รามนิ่ง จ้องมองคนในอ้อมกอด ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปจูบที่ริมฝีปากสวยเบา ๆ

“คนที่รู้สึกชอบ หรือคิดจะจริงจังล่ะ... ตอนนี้หนูมีไหม”

“... ไม่มีครับ”

“ทำไมเงียบก่อนจะตอบครับ” รามถามด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มบางเบา ยิ่งยศกรจิ๊ปากเข้าใส่ เขาก็ยิ่งชอบใจ

“ก็ที่รู้สึกชอบนี่ก็พอมีอยู่ แต่จริงจังไหม อันนี้คิดว่าคนที่หนูชอบ ๆ อยู่คงไม่อยากฟังมั้ง”

“เหรอ... ใครล่ะพี่รู้จักไหม”

มาขนาดนี้แล้ว!

ยศกรค้อนฉับเข้าให้ ก่อนจะเอานิ้วจิ้มหน้าอกของราม

“ตอนนี้หนูชอบพี่รามมากเลยแหละ แบบที่เราเป็นอยู่ตอนนี้หนูชอบมาก ๆ ส่วนเรื่องจริงจังไม่จริงจัง ย้อนกลับต้นเทปเลยจ้า” รามสะอึกขำ อดใจไม่ไหวเลยงับปลายจมูกของน้องไปหนึ่งที แล้วทอดถอนหายใจออกมา

“พี่พอเข้าใจสิ่งที่หนูเป็น แล้วพี่ก็ไม่อยากชวนหนูคุยเรื่องที่ทำให้อารมณ์มันตึงแล้ว”

“พี่รามน่ารักตรงนี้”

รามไม่รู้หรอกว่าตัวเขานั้นน่ารักอย่างที่ยศกรพูดหรือไม่ ที่ผ่านมาเขาก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว อาจจะเพราะตอนที่ยังคบหากับแฟนเก่า เขาทำตามใจอีกฝ่ายจนเคยชิน จึงไม่คิดว่าการที่อยากจะให้อะไรกับคนที่ตนเองพอใจเป็นเรื่องยากลำบาก แต่สิ่งที่มอบให้ต้องไม่ทำให้คนอื่น ครอบครัวของเขาเดือดร้อน

ยิ่งกับยศกร นอกจากถูกชะตากันแล้ว การที่ทั้งคู่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก มันก็เหมือนความสัมพันธ์ถูกยกให้เหนือกว่าคนอื่นเท่าตัว

นิสัยคนในอ้อมแขนนี่ก็เหมือนกัน ทำตัวให้รามอยากจะฟัดตลอดเวลาแบบนี้ มีอะไรที่รามต้องไม่เอ็นดู

“แต่พี่ขออะไรอย่างได้ไหม”

ยศกรทำท่าคิด ก่อนจะยิ้มอย่างเจ่าเล่ห์

“หนูต้องรู้ก่อนว่าขออะไร เกิดรับปากแล้วหนูขาดทุน หนูไม่เอานะ”

“หนูเห็นพี่ชอบเอาเปรียบหนูเหรอ”

“เปล่าสักหน่อย แต่หนูก็ตัวแค่นี้ ตัวกระจ้อยหนึ่ง เกิดเรื่องที่พี่รามขอมันใหญ่เท่านี้ หนูทำไงอะ” ใหญ่เท่านี้ ตอนที่พูดยศกรกอดรามเอาไว้ เพื่อเป็นการบอกใบ้ถึงขนาดเรื่องที่ขอ ดูเอาเถอะ... น่ารักแค่ไหน

“โธ่หนู... โอเค ๆ ฟังก่อนก็ได้”

“น่ารัก” หึ...ชมเขาน่ารัก ๆ เดี๋ยวดูสิ คืนนี้จะพูดคำนี้ออกไหม

“เรื่องของเราน่ะ... พี่ไม่ว่าถ้าหนูจะไม่บอกใคร ไม่เปิดเผย แต่พี่ขอความชัดเจนด้วย ว่าพี่ไม่ได้เป็นชู้ใคร พี่ไม่ใช่มือที่สามนะ เรื่องแบบนี้พี่ไม่โอเค ถ้าหนูหนูตกลง พี่จะอยู่ตรงนี้”

“พี่รามดูจริงจังกับเรื่องนี้มาก” รามพยักหน้า

“พี่ไม่ชอบ รับไม่ได้ด้วย”

“หนูไม่มีใครจริง ๆ นะ ยอมรับว่าที่ผ่านมาก็มีแฟน มีคนคุย ๆ แต่พอนานไป หนูซื้อกินอะ สะดวกดี”

“หนู..............” รามเรียกยศกรด้วยน้ำเสียงระโหยโรยแรงเลยทีเดียว

ไอ้คำว่าซื้อกินนี่มัน...

“ไม่ให้ซื้อกินแล้ว ถ้าจะซื้อมาซื้อพี่นี่”

“ไม่เอาอะ ไม่ซื้อ” ยศกรส่ายหน้าหวือ เรียกสายตาดุดันของรามได้ดีเลยล่ะ “เคยได้กินฟรี ๆ แล้ว ทำไมต้องซื้ออะ ไม่จ่ายหร๊อก”

เป็นเด็กแบบนี้! หนูของเขามันร้ายกาจเบอร์ไหนนะ!

“งั้นพี่ซื้อหนูให้มากินพี่เอง”

“โห.......... สายเปย์!!

“เออ! หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วเนี่ย ห้ามโก่งราคาด้วยนะ พ่อค้าหัวหมอ ร้ายกาจนักเชียว” ยศกรหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ ก่อนจะโถมกายเบียดชิดอยู่กับแผงอก ซุกซบอย่างออดอ้อน

“พี่รามน่ารักที่สุด”

อืม... รามน่ารัก เขาจะจำเอาไว้

“หนูก็น่ารัก... น่าตีด้วย”

“ให้ตีอะ” ว่าแล้วก็ยกมือขึ้น ทำท่าโบกไปมาให้เขาตีแปะ... เฮ่ออออ

“ถ้าพี่จับหนูกดที่โซฟานี่ จะเป็นไงวะ เหมือนว่าจะทนให้ถึงเตียงไม่ได้”

“ไม่ว่าไงหรอกครับ... แค่เปลี่ยนบรรยากาศ”

เนี่ย!

เด็กมันซน

“น่าตี”

“พี่รามก็ตีหนูสิ เร็ว ๆ เลย”

เออ!

 

 

หลายเดือนต่อมา

เรื่องของรามและยศกรนั้น จะว่าชัดเจนก็คงไม่มีอะไรชัดเจน แต่มันไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะดูเหมือนว่าเมื่อมีจุดที่ตอนนี้พอใจกันทั้งสองฝ่าย ทุกอย่างจึงดำเนินไปตามเรื่องราว

คุณสาธรคืนเงินหนึ่งล้านบาทให้กับรามตามวันที่นัด รามจัดการโอนเงินก้อนนั้นใส่บัญชีของผู้เป็นแม่ ซึ่งถือว่าได้มาถูกจังหวะมาก เพราะเมขลาน้องสาวของราม สอบติดมหาวิทยาลัย และมีค่าใช้จ่ายเทอมแรกนั้นค่อนข้างสูง เงินก้อนนี้จึงเหมือนเป็นของขวัญที่มีค่ามากสำหรับครอบครัวของชายหนุ่ม

ในตอนที่เมขลาเข้ามาติดต่อเรื่องเรียน รามจึงต้องวิ่งวุ่นหลายอย่าง เพราะน้องสาวไม่ได้อยู่ในกรุงเทพ แต่ต้องเรียนปีหนึ่งที่วิทยาเขตของมหาวิทยาลัย ใช้เวลาเดินทางพอสมควร และเธอต้องพักอยู่ในหอในมหาวิทยาลัยช่วงเทอมแรก ทางครอบครัวเป็นห่วงมาก รามจึงต้องคอยจัดการอะไรให้เรียบร้อย

จะว่าไป ตอนนี้เหมือนเป็นช่วงขาขึ้นของราม งานไม่มีปัญหา เขามีโอกาสไปดูงานด้านวิศวกรรมยานยนต์ที่เยอรมันสองเดือน เมื่อเดินทางกลับมา ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน หรือสวัสดิการต่าง ๆ ก็ปรับขึ้น บอกได้เลยว่าโชคหลายต่อมาก

สุขภาพร่างกาย แม้จะเหนื่อยกับงานบ้าง แต่ก็แข็งแรงดี...

ส่วนเรื่องหัวใจน่ะเหรอ...

“ได้ข่าวว่าคุณเธอร่อนการ์ดแต่งงานแล้ว ว่าที่เจ้าบ่าวเป็นนายทหารยศร้อยตรี”

“ทำไมแกรู้ดีจังวะไอ้ปัท” ตี๋ใหญ่เอ่ยถาม ขณะที่จิ้มเนื้อสเต็กเข้าปาก

วันนี้แก๊งเมานัดรวมพล แต่ไม่สามารถเข้าร้านเหล้าเช่นทุกครั้งได้แล้ว เนื่องจากปัทมากำลังตั้งครรภ์ สามีอย่างพี่เอื้อจึงไม่อนุญาตให้เธอดื่ม เมื่อปรึกษากันแล้ว ตกลงแค่ว่ามานั่งกินข้าวเย็น หลังจากที่ตี๋ใหญ่และตี๋เล็กไม่ได้เจอหน้ารามหลายเดือนแล้ว

“ก็ว่าที่ผัวนางอยู่ใต้สังกัดเดียวกับพ่อฉันไง พอจะแต่งงานก็เอาการ์ดมาให้ แต่ฉันไม่เจอตอนพวกนางมาหรอกนะ เพิ่งเห็นการ์ดเมื่อวันก่อนนี้เอง”

“ก็เร็วดีนะ” ตี๋เล็กพูด “จำได้ว่าไม่กี่เดือนที่แล้วยังเพ้อเจ้อจนรกเฟชบุ๊คไปหมด”

“ใจเย็นครับพี่ตี๋เล็กครับ” ตี๋ใหญ่แสร้งทำเป็นปลอบตี๋เล็ก พร้อมกับหัวเราะ จำได้ว่าช่วงนั้นหนุ่มใจเย็นคนนี้เดือดเป็นไฟแทนเพื่อนเหมือนกัน

“กูโมโหจริง ๆ นะเว้ยตอนนั้นอะ แม่ง...ลากไอ้ปัทเข้ามาพูดเสีย ๆ หาย ๆ แถมขู่จะแจ้งความอีก กูนี่อยากให้แจ้งจริงๆ ยิ่งคอมเม้นต์เพื่อนแม่งนะ โอ้โห... แนบชิดติดขอบเตียง”

“งี้แหละมึงโลกโซเชียลอะ คิดจะด่าใครก็ด่า ไม่ต้องกลัวอะไร ไม่สนใจหรอกว่าใครจะเดือดร้อนกับเรื่องที่ตัวเองคอมเม้นต์ออกมา” ตี๋เล็กพ่นลมหายใจออกมากับคำพูดของตี๋ใหญ่ เขาเห็นด้วยจริง ๆ

“กูนะ เวลาจะคอมเม้นต์อะไรกูคิดแล้วคิดอีก แล้วที่ยิ่งกว่าคิดคือ คำพูดที่พิมพ์ลงไปอะ ถ้าต่อหน้าเขา กูไม่กล้าพูด กูก็จะไม่พิมพ์นะเว้ย ไอ้ปัทก็เหมือนกัน ถ้าคำไหนไม่กล้าพูดต่อหน้าคู่กรณีก็อย่ามาพิมพ์ด่าใคร มันเข้าตัว” ปัทมากำลังเคี้ยวสเต็ก ถึงกับเลิกคิ้ว ก่อนจะพูดว่า

“พวกแกคิดว่าที่กูพิมพ์ด่าไปน่ะ อยู่ต่อหน้ากูไม่กล้าด่านางเหรอ?”

“ไม่อะ” ตี๋เล็กกับตี๋ใหญ่ตอบพร้อมกัน ก่อนจะเป็นตี๋ใหญ่ที่พูดว่า “อย่างมึงอะ โดดถีบยอดหน้าพริ้มก่อน แล้วค่อยตามไปด่าหน้าโลง”

เอ๊ะ... เพื่อน ๆ มองเธอด้วยภาพลักษณ์ใดนะ

“พูดอะไรให้เกียรติลูกกู หลานพวกมึงที่อยู่ในท้องด้วย ไอ้พวกนี้” ปัทมาว่าแล้วก็ส่ายหน้า “แต่ดีนะ ที่ด่ากันวันนั้นจนพี่เอื้อมาออกหน้า อิรามเลยโมโหจนไปทวงเงินคืนอะ ได้มาตั้งล้านก็ยังดีว่ะ”

“เออ... ตอนแรกก็นึกว่ามันจะแค่โทรไปว่าพริ้มนะ แต่ไม่คิดว่าจะไปทวงเงินด้วย มันไปกับใครนะตอนนั้น”

“กับน้องคนนั้นไง... จำได้ไหมวะที่เจอกันที่ร้านเหล้า เป็นเพื่อนสมัยเด็กของไอ้ราม น้องอะไรนะ ที่น่ารัก ๆ”

“มะยม” เป็นเสียงของรามที่เอ่ยขึ้น หลังจากที่นั่งเงียบมาตลอด อันที่จริงต้องบอกว่ารามนั่งมองแต่หน้าจอโทรศัพท์มือถือมาพักหนึ่งแล้ว

“อุ้ย... คุณราม เขมราช คุณอยู่ในบทสนทนาด้วยเหรอคะ ดิฉันไม่ยักรู้เลย” ปัทมาแกล้งหยอกซึ่งมีนัยประชดประชันแฝงอยู่ ทำเอารามต้องกรอกตามองเพดานร้านเลยทีเดียว

“ก็ฟังอยู่”

“มึงก้มหน้าก้มตาเล่นแต่มือถือไอ้ห่า พวกกูไม่กล้าชวนคุย”

“โทษทีตอบข้อความแยมอยู่น่ะ”

“แยม!!” ปัทมาโพลงขึ้นมา ทำเอาตี๋เล็กและตี๋ใหญ่ตกใจ เพราะไม่รู้ว่าแยมที่พูดถึงคือใคร

“จะอะไรก็ได้ไม่ว่า แต่ช่วยพูดให้คนที่ทำงานคนละที่รู้และเข้าใจด้วยครับ สงสารความเสือกของไอ้ตี๋ใหญ่ด้วย”

“เหี้ยเล็ก เดี๋ยวกูเตะ” ปัทมาหัวเราะ ก่อนจะเริ่มอธิบาย

“น้องแยมเป็น Co-Engineer ของทีมอิราม สวย เก่ง น่ารัก ไทป์ดึงสายตาอิรามนั่นแหละ”

“ว้าวววววว เพื่อน...”

“หยุดเลย หยุดตรงนี้ อย่าไปพูดที่ไหนเชียวน้องเขาเสียหาย”

“จ้า...” ปัทมาหยอกเย้า แต่ก็รู้ว่าไม่มีอะไรในก่อไผ่ ในเมื่อเธอก็ทำงานที่เดียวกัน แม้จะเห็นอาการทอดสายตาดูเชิงของทางฝ่ายหญิง แต่ในเมื่อเพื่อนของเธอไม่มีตามองใคร ก็ดูเหมือนจะทอดสะพานไม่ได้

 “แล้วตกลงยังไง? มึงคุยแชทกับน้องเค้าตั้งนานสองนาน”

“ไม่ได้คุยกับแยมคนเดียว”

“เฮ้ย!” คำตอบของรามทำเอากลุ่มเพื่อนตาลุก

คนอย่างรามเนี่ยนะ คุยหลายคน

“หยุดความคิดพวกมึงก่อน เดินย้อนกลับมาที่ต้นเรื่องก่อนเลยนะ ไม่มีอะไรแบบนั้น”

“แล้วมันยังไงเล่าเพื่อน เล่ามา...”

รามถอนหายใจ ก่อนจะขยับตัว แต่ก็ก้มมองโทรศัพท์ในมือซึ่งสั่นเพราะมีข้อความตอบกลับมา เขาจึงรีบอ่านแล้วกดพิมพ์ข้อความตอบกลับ

ทุกคนนั่งรอ จนกระทั่งรามเงยหน้าขึ้นมา สายตาของอีกสามชีวิตไม่จับโฟกัสที่ไหนเลย นอกจากหน้าของเขา

“แกจำวันเกิดของแยมได้ไหม ที่กูซื้อเทียนหอมให้น่ะ”

“จำได้ เทียนหอมจากใต้หวัน กูจำไม่ลืมเลยเพื่อ สี่พันกว่าบาทเนี่ย” ก่อนที่ทุกคนจะตกใจกับราคาเทียนหอม ปัทมายกมือห้ามไว้ก่อน เพื่อรอฟังรามเล่าเรื่อง

“นั่นแหละ แยมเขาชอบ เลยถามกูว่าซื้อมาจากไหน พอกูบอกร้านไป เหมือนน้องเขาจะดีลไม่ได้มั้ง ของหมดบ้าง ไม่มีสต็อคบ้าง กูก็เลยลองถามร้านที่ซื้อ กลายเป็นว่าได้ของ ไป ๆ มา ๆ ตอนนี้แยมเลยฝากกูซื้อเทียนหอมของร้านนี้น่ะ”

“อ่อ... ดีลไม่ได้? เลยติดต่อผ่านมึง?”

“อืม ประมาณนั้น” ปัทมาหัวเราะออกมา ซึ่งตี๋ใหญ่กับตี๋เล็กก็มีสภาพไม่ต่างกัน “โอเค กูดูออกแหละ และกูก็ชัดเจนนะว่าน้องเขาอยู่ตรงไหน ฝากกูซื้อกูก็ซื้อ น้องเขาได้ของ ร้านได้ยอด ก็วิน ๆ ทั้งสองฝ่าย”

“แล้วมึงได้อะไรอะ”

ได้พ่อค้าไง...

รามอยากตอบเหลือเกิน แต่ก็เลือกที่จะส่ายหน้า

“กูรู้จักทั้งสองฝ่าย มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่หว่า ยังไงกูก็เจอเจ้าของร้านเขา กูแค่หิ้วมาให้แยม แยมก็จ่ายเงิน แค่นี้เลย”

“เหรออออออออออออ”

“อือ” รามตอบรับด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ ก่อนจะทำเป็นยกน้ำขึ้นดื่ม

ก็ต้องยอมรับว่าการค้าขายของยศกรตอนนี้แม้จะมีเสียงบ่นว่า ขายได้ยอดน้อยกว่าแต่ก่อน แต่ก็ทำกำไรได้ดีพอสมควร หลังจากที่เขากลับจากดูงาน แทบจะต้องหอบหิ้วสินค้าของร้านมาที่บริษัท เพื่อเอาให้รุ่นน้องในทีม ซึ่งมาพร้อมกับรายการสินค้าหลายอย่าง ทั้งเพื่อนฝากมา ญาติฝากมา ตัวรามนั้นไม่มีปัญหาอะไร เพราะเขาเจอน้องบ่อย ๆ ไม่สิ... ต้องบอกว่าตั้งแต่กลับมาจากเยอรมัน เขาอยู่กับน้องทุกวัน

ดังนั้นถ้ารุ่นน้องในทีมสั่งของ เขาก็แค่หิ้วมาตอนเช้า รับเงินแล้วเอาไปให้ยศกรในตอนเย็น

แค่นั้นเอง

“น้องแยมก็โอเคนะเว้ยราม นิสัยดีทีเดียว” ปัทมาพูด “แต่กูก็ไม่อยากให้มึงยุ่งกับคนนั้นบริษัทเหมือนกัน เดี๋ยวมีปัญหา อีกอย่าง... บอกไม่ถูกว่ะ สงสัยกูเข็ดเรื่องแฟนเก่ามึงแทนมึงมั้ง”

“ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า แค่น้องในทีม” รามพูดเช่นนั้น ก็หมายความตามนั้น “จะว่าไป สนใจปะวะเทียนหอมน่ะ ที่ห้องกูมีเยอะเลย”

“ฟรีไหมล่ะ”

“มีส่วนลดให้แล้วกัน กูเสียเงินซื้อมา” เป็นเรื่องจริง

รามน่ะนะ ชอบเวลาที่เห็นยศกรดีอกดีใจเวลาขายของได้เยอะ ๆ เขาเลยซื้อมาหลายอัน แต่ถามว่าเขาใช้เป็นไหม? ก็ไม่

บางทีซื้อตอนนั้น ก็จุดตอนนั้น จุดเล่นที่บ้านของคนขายนั่นแหละ

แล้วยศกรก็ไม่ได้ขายแค่เครื่องหอมจำพวกนี้ ล่าสุดสินค้าที่สั่งเข้ามาเป็นปิ่นปักผม หวี เครื่องประดับผมศีรษะที่สั่งมาจากเมืองจีน น้องบอกว่าตอนนี้ในกลุ่มคนอ่านนิยายแปลจีนนิยมของเหล่านี้กันเยอะมาก ปิ่นปักผมบางชิ้น เอาใช้เป็นที่คั่นหนังสือได้ด้วย

ราคาก็สวยตามสินค้านั่นแหละ

ยิ่งร้านของยศกรได้รับการสนับสนุนจากพิมรักษณ์และกรรัมภา ก็ยิ่งเป็นร้านตัวเลือกแรก ๆ ของลูกค้าทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่

เวลายศกรชมเพื่อนสนิททีไรบอกตรง ๆ ว่ารามตะหงิดใจทุกที

“ผัวที่ดี ลงของใหม่ที่ไรก็มากดใจให้ ลูกค้าก็ตามมาเป็นพรวนเลย สามีก็อีกคน สั่งทีเป็นล็อต ๆ เยี่ยมไปเลย”

คำก็ผัว สองคำก็สามี...

หึ

ใครทนได้ก็ทนไป รามไม่ทน!

และเพราะไม่ทนนี่แหละ ในห้องของรามเลยมีไอ้เจ้าเทียนหอมเยอะแยะไปหมด ไหนจะชุดตั้ง จานรอง โอ้ย... ใส่กล่องมาแบบไหน ก็ยังอยู่ในกล่องอย่างนั้น พอจะเต็มห้องก็ยกไปให้น้องเมบ้าง เอาไปแจกที่ทำงานบ้าง

ถามว่าใครรวย...

ครับ... ใช่

หนูของพี่รามเอง

“เดี๋ยวนะ... มึงบอกที่ห้องมึงมีเยอะ? หมายความว่ามึงก็ซื้อไว้เยอะเหรอ”

“อืม”

“ตุนสินค้าทำไมวะ? หรือช่วยร้านเขาซื้อ”

“ก็...”

“อิราม... มึงมีอะไรซุกไว้หรือเปล่า”

“...” รามดุนแก้มด้วยปลายลิ้น มีท่าทีขบคิด แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนเป็นส่ายหน้า แต่ถามว่าอีกสามสหายเชื่อไหม...

ไม่ เลย สัก นิด

“กูว่านะ น้องแยมเปย์ผิดทีผิดทางแล้ว” ปัทมาเปิดประเด็น

“หลอกให้หญิงเปย์ตัวเอง แล้วมึงก็ไปเปย์เจ้าของร้านอีกทีใช่ไหม”

“กูว่าใช่!

“มึงบอกมาว่าใคร!” ประโยคนี้ทั้งสามพูดออกมาพร้อมกัน รามนั้นถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ก็ร้านของมะยม พวกมึงก็รู้จักน้อง เปย์บ้าบออะไร ก็บอกอยู่ว่าซื้อของขายของ พอ ๆ แดกสเต็กแล้วพูดไม่รู้เรื่อง รอบหน้าแดกเหล้าพอนะ” เปลี่ยนเรื่องเลย!

“กูกินเหล้าได้ที่ไหน”

“นี่แหละประเด็น กินไม่ได้ก็ไม่ต้องนัดมาสุมหัวไง พวกมึงนี่นะ” รามเปลี่ยนเรื่องจนได้

เมื่อเป็นเช่นนี้คนอื่น ๆ เลยชวนพูดคุยเรื่องอื่นกันไปเรื่อย จนจบมื้อเย็นของวันนั้น โดยพี่เอื้อแวะมารับปัทมากลับบ้าน ตี๋ใหญ่แยกกลับคนเดียว เพราะตี๋เล็กมีนัดดูหนังกับแฟนสาว

ส่วนราม...

“หนู... ทำไมทำหน้างั้น?”

“หนูไม่ขายแล้วนะเสื้ออะ มอหอ”

“มอหอ? คือไรอะ?”

“มอหอคือ โมโหไงพี่ราม ทำไมแก่อะ” รามต้องทำหน้ายังไงดี... ก็เขา... เขาผิดหรือที่ไม่ค่อยเข้าใจศัพท์ในโลกอินเตอร์เน็ตแบบนี้

“ดูดิ หนูจะขายได้ไง ดูคอมเม้นต์นี้ดิ บวกราคาเสื้อรวมมากับค่าตัวนายแบบเลยละกันนะคะ แจ้งยอดมาค่ะ พร้อมโอนโอนบ้าบออะไร ใครบอกหนูจะขายพี่ราม แล้วดูเม้นต์นี้ ๆ ค่าตัวนายแบบคงสู้ไม่ไหว แต่เสื้อตัวนี้รบกวนถอดแล้วอย่าซักนะคะ ขอซื้อทั้งกลิ่นนายแบบ นี่มันเกินไปแล้วนะพี่ราม หนูไม่ขายแล้ว ตังไม่กี่ร้อยหนูไม่เอา โมโห ๆ”

“แล้วทำไงล่ะ? หนูตั้งใจจะขายนี่”

“ก็ไม่ขายแล้ว” ยศกรทำเสียงแง้ว ๆ เหมือนแมวโมโห สุดท้ายก็เป็นรามที่ใจไม่แข็ง... อีกแล้ว...

“งั้นพี่ซื้อนะ... มันก็ใส่สบายดี”

รามก้มมองเสื้อยืดสีขาวที่สวมอยู่ในตอนนี้ เขาถูกน้องไหว้วานให้สวมเพื่อถ่ายรูปลงในไอจีร้าน ช่วงนี้ยศกรโล๊ะเอาเสื้อผ้าที่ไม่ใส่แล้ว หรือซื้อมาแล้วไม่ใช้ออกมาขายเป็นมือสอง ตอนที่ค้นเจอเสื้อตัวนี้พ่อค้าหัวใสหัวเราะจนปวดท้อง เล่าว่าตัวเองฝากกรรัมภาหิ้วมาจากอิตาลีเมื่อปีก่อน แต่ดันบอกไซส์ผิด ส่วนคุณสามีก็คิดว่าเมียทางนี้ซื้อให้เด็ก และเด็กคงตัวโต ก็เลยไม่ย้ำเรื่องขนาดเสื้อ สุดท้าย...ที่อยู่เจ้าเสื้อตัวนี้ก็คือซอกหลืบของตู้ เพราะยศกรลองสวมแล้ว เหมือนเด็กสามขวบขโมยเสื้อของคุณลุงมาใส่น่ะสิ

ยศกรหันมามองราม ก่อนจะอมยิ้มจนแก้มพอง ขยับไปนั่งใกล้ ๆ แล้วหอมแก้มสากของรามหนึ่งที

“พี่รามน่ารัก”

“รักพี่สิ”

“แน้................” ยศกรทำเสียงเย้าหยอก รามก็ยิ้มกว้าง เพราะรู้ว่าเด็กไม่หลงกล ก่อนจะจูบเร็ว ๆ ที่ริมฝีปากสวย

“ถ้าไม่ขายเสื้อแล้ว ออกไปกินข้าวได้หรือยังครับ ผมรู้นะครับว่าคุณพ่อค้ายังไม่ได้กินข้าวกลางวัน”

“โห... รู้ได้ไงครับ คุณนายแบบรับเชิญเก่งเกินไปแล้ว” รามเดาไม่ถูกได้ยังไงล่ะ เข้ามาในบ้านของน้องก็เจอแต่ข้าวของที่ต้องมาเตรียมแพคใส่กล่องเพื่อจัดส่งเต็มไปหมด ถ้าไม่นั่งห่อตั้งแต่เช้าจะได้เยอะขนาดนี้เหรอ

“ไม่ดีเลยนะ ทำงานจนไม่กินข้าวเนี่ย”

“หนูกินขนมไป ชิมนั่นชิมนี่เลยอิ่ม ๆ ถ้าพี่รามไม่ทัก หนูก็ลืมหิว พอพี่รามทัก หนูหิวเลย” รามยิ้มเอ็นดู

“รู้งี้พี่สั่งสเต็กหิ้วกลับมาด้วยก็ดี” ยศกรยิ้มน่ารัก คลอเคลียเป็นลูกแมวขี้อ้อน “หนูอยากกินอะไร? พี่พาไปแถวเยาวราชไหม” ก็ถ้าบิดมอเตอร์ไซค์ไป ไม่นานก็ถึง แต่ยศกรไม่ใช่คนที่จะมาเรื่องเยอะยามท้องหิว

“หนูอยากกินกระเพาะปลา ฝั่งตรงข้ามถนนอะครับ พี่รามกินไหม”

“ตอนนี้พี่อิ่มมากครับ แต่พี่พาหนูไปได้อยู่แล้ว”

“โอเค... งั้นไปกัน”

ทั้งสองเตรียมตัวกันไม่กี่นาที ก็ออกจากบ้าน ตอนแรกก็ว่าจะเอามอเตอร์ไซค์ไป แต่คิดไปคิดมายศกรก็บอกว่าเดินดีกว่า เพราะไม่อยากไปยูเทิร์นไกล ๆ ดี ไม่ดี เดินจะถึงก่อนด้วยซ้ำ

รามเดินยิ้มตามหลังของยศกรไปเรื่อย ๆ คุณพ่อค้าหัวใสติดการใช้โทรศัพท์มือถือ ชอบเอาออกมาเซลฟี่บ้าง อัดคลิปนั่นคลิปนี่บ้าง อย่างตอนนี้ก็หันมาถ่ายรูปของรามที่เดินอยู่

“เดี๋ยวคอยดูนะ หนูจะเอารูปพี่รามลง แล้วบอกว่า Sold out  มีคนคลั่งตายแน่ ๆ คิคิ”

เสียงหัวเราะแสนซุกซนนั้นทำให้รามยิ้ม ภายใต้ใบหน้าที่ถูกปิดไว้ครึ่งหนึ่งด้วยผ้าปิดปาก เขาไม่ห้าม และไม่ทักท้วงในตอนที่ยศกรมาขอให้เป็นแบบเสื้อ หรืออะไรก็ตามที่ต้องเอาหน้าออกสู่สาธารณชน เขาไม่มีปัญหาขัดข้องสักนิด

เพราะความรู้สึกของรามมันชัดมาสักพักแล้ว

ตั้งแต่ตอนที่ไปดูงานต่างประเทศ... รามคิดถึงยศกรทุกวัน แต่ต้องต่อสู้กับเวลาที่ต่างกัน เขาก็ยินดีที่จะอดนอนเพื่อจะได้วีดีโอคอลกับน้อง

อยากได้ยินเสียง อยากเห็นหน้า อย่างมองทุกอิริยาบถ...

ขนาดนี้มันก็ชัดมากแล้ว

อะไรที่ทำแล้วยศกรชอบ

อะไรที่ทำแล้วยศกรพอใจ

รามทำหมด

และเขาจะไม่มีทางห้ามน้องเรื่องเปิดเผยรูปลักษณ์ของเขาเด็ดขาด...

รามไม่ได้คิดจะร้ายกาจ...

แต่เขาไม่ได้เป็นคนออกสื่อนี่... น้องทำเองทั้งนั้น รามก็แค่ยิ้มรับผลที่ตามมา

เท่านั้นเอง


 

+++++++++++++++++



พี่รามไม่ร้ายยย

หนูของพี่รามต่างหากที่ร้าย ๆ อยู่คนเดียว

 

เนาะ ๆ  ๆ ๆ ๆ ๆ

 ขอบคุณรูปไอจีร้านเครื่องหอมของยัยหนูนะคะ จากคุณ @Arale_Land 


ไหน ๆมาดูหน่อย แม่คนไหนเปยืหนักได้เท่าพี่รามมั่ง 5555



เรื่องดำเนินไปเร็วนะคะ เพราะว่านิยายเรื่องนี้ไม่ได้ยาวมาก เราเขียนขึ้นมาเพราะว่าเราสวยล้วน ๆ ไม่มีขี้เหร่ผสมแต่อย่างใด

และนั่นแหละค่ะ...

พี่รามรักน้อง

ส่วนน้องรักพี่รามไหม...

มันคงเป็นปัญหาของความสวยของเราอีกเหมือนกันที่มีมากเกินไป

ฮริ้ววววววว

 

ปล.

รูปนายแบบรับเชิญ คือแบบนี้ไหมนะ...

 

เราเขียนตอนขายเสื้อทิ้งไว้ แต่ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะมีรูปนี้ออกมา กรี๊ดแทบตายอะ 55555

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

315 ความคิดเห็น

  1. #278 panwinkinyourarea (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 10:46
    Sold out ไวกว่าบัตรคอนวนวอีกนะคะนายแบบคนนี้ ขี้หวงจังหนาจ้ะชั้นกลัวว่ามะยมจะยังไม่โอเคกับความรักของรามน่ะสิ เป็นพี่พี่ไม่คิดมากนะคะกำไรจากการขายได้มาจากชายคนนี้ล้วนๆขนาดนี้
    #278
    0
  2. #195 Ff_mino (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 22:40
    ยัยน้องมะยมโว้ยยยยยย ขำที่บอกว่า ซื้อกิน 5555555555555555555 นึกหน้าพี่รามหน้าซีดออกเลยค่ะ ชอบๆๆๆ ยัยหนูของแม่แสบจริง แต่ก็นะ นานวันความรู้สึกของพี่รามมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นๆเริ่มเห็นแก่ตัวขึ้น อยากครอบครอง อยากเป็นเจ้าของ ในขณะที่น้องมะยมไม่ได้คิดถึงจุดนั้นเท่าพี่รามเลย เฮ้ออออออออออ
    พี่รามสายเปย์เมียนะคะ เงินไม่รั่วไหลออกไปไหนเลย เข้าร้านน้องมะยมรัวๆ
    #195
    0
  3. #139 ppthana60 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 20:16
    แงะเห็นใจพี่รามจริงๆ มันหน่วงๆในใจ มันจะว่าสุขก็สุข เฮ้ออออ ยัยแด๊ะแด๋อยากเห็นหนูทุกข์ร้อนกับพี่เค้าบ้างงงง
    #139
    0
  4. #131 fallingforyou. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 05:39
    แบบนี้คือแสดงความเป็นเจ้าของชั่ยมะชั่ยยย
    #131
    0
  5. #111 zenxia_x (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 08:05
    น่ารัก มุ้งมิ้งเชียว แล้วหนูไปทำอะไรให้พี่รามเฮิร์ตหนักขนาดนี้เนี่ยหนู
    #111
    0
  6. #109 minmiinz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 23:43
    น้องกรรร เทอมันร้ายกาจจจ น่าตีจริงๆทำให้พี่รามเขามารักมาหลงแล้วไม่ให้สถานะเนี่ย 5555 มีสายเปย์มาติดกับขนาดนี้น้องกรว่ายังไงคะ ไม่หลงกลหน่อยหรอ น่ารัก น่าหยิกจริงๆเชียว พี่รามรักน้องไปแล้ว ทำไงดีเนี่ย
    #109
    0
  7. #108 phasm (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 18:29
    ใครจะไม่หลงบ้างงงงงงง ยัยน้องน่ารักขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่พี่รามจะรักหัวปักหัวปำ
    #108
    0
  8. #101 mameeeeee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 20:01
    น้องมันร้ายขนาดไหนกันนะทำให้พี่รามกลับไปนอนร้องไห้ที่สุโขทัย อิอิ
    #101
    0
  9. #96 ladawu00 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 08:33
    ลูกแม่ทำอะไรให้อิพี่หนีกลับไร่คะเนี่ย
    #96
    0
  10. #93 Pangpp24 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 23:32
    เก่งมากรู้ก ทำดีค่ะ อิพี่รามก็คือลืมทางกลับบ้านไปแล้ว5555
    #93
    0
  11. #81 Teddybear_EPN (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 09:57
    ทำไมน่ารักขนาดนี้ละยัยหนูมะยม อยากจะจับมาฟัดๆๆๆๆๆๆๆ พี่รามรักยัยหนูเข้าซะแล้ว อวยพรให้พี่นะ
    #81
    0
  12. #78 iiQ_2910 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 00:47
    น้องรักพี่รามมั้ย แน้...... 55555555 น้องมันร้าย
    #78
    0
  13. #77 ♡lllllll♡ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 00:07
    อยากรู้เลยว่าอะไรที่ทำให้พี่รามคนดีต้องกลับไปสุโขทัยยยย ฮือ
    #77
    0
  14. #76 Laimaprang (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 23:38
    ชอบน้องมากเลย ร้ายๆแสบๆน่ารักก ไม่แปลกถ้าพี่รามจะรักจะหลงเปย์น้องขนาดนี้555555
    #76
    0
  15. #75 KiM RyEo WooK (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 21:13
    กลัวดราม่าา แต่ตอนนี้น่ารักมากก
    #75
    0
  16. #74 The Hatter (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 17:45

    ยัยหนูน่ะร้ายจริง!

    #74
    0
  17. #73 Narayar (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 17:31
    น้องน่ารักค่ดด
    อิพี่รามคือเปย์หนักมาก
    #73
    0
  18. #72 YaySIB (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 17:14
    พอกันอะ55555555 กินกันไม่ลงจริงๆ ถึงจะกินไปแล้วก็เถอะ เอ๊ะ....
    #72
    0
  19. #71 kataiy11 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 15:08

    มาไวๆๆนะ
    #71
    0
  20. #70 khunjued (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 14:31
    น้องร้ายๆกับพี่ร้ายๆ 555555 พอๆกันเลยจ้าาาา
    #70
    0