รามกร [LINHOON Au :THAI]

ตอนที่ 6 : น้องมีผัวแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 905
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    1 พ.ค. 62



รามกร


ตอนที่ 5 น้องมีผัวแล้ว

 



“ถ้าพี่รามไม่อยากได้เงินคืนจริง ๆ ก็ไม่ต้องไปนะครับ” เสียงของยศกรเอ่ยอีกครั้ง ในขณะที่รามกำลังนั่งคร่อมอยู่บนมอเตอร์ไซค์ “เปลี่ยนใจตอนนี้ กลับเข้าไปในบ้านก็ได้ครับ”

แต่รามส่ายหน้า สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ

“หนูว่าเขาจะคืนเงินไหม” ได้ยินคำถามแล้วยศกรก็กระตุกยิ้ม

“พี่รามจะรับได้ไหมล่ะครับ ถ้าเขาจะคืนเงินไม่ครบ”

“...”

“จุดที่พี่รามยอมรับได้คือตรงไหน เพราะถ้าเป็นหนู หนูจะเอาคืนทุกบาททุกสตางค์ ไม่ว่าเงินนั้นจะถูกแปรรูปไปเป็นอะไรแล้ว”

“...”

“พี่รามยอมได้มากแค่ไหน อันนี้หนูคิดแทนพี่รามไม่ได้ แต่ก่อนที่พี่รามจะตอบ พี่รามนึกถึงจำนวนเงินที่จะได้คืนมา... เงินพวกนั้นจะเป็นค่าเทอม ค่าใช้จ่าย ของน้องเมตอนที่น้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้ หนูยังไม่ได้พูดถึงว่า มันอาจจะได้หยิบมาใช้ตอนจำเป็นเร่งด่วนในบ้านของพี่รามนะครับ”

รามนิ่งงัน ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพยักหน้า

“พี่พูดเรื่องแบบนี้ไม่เก่ง แต่ถ้าหนูไหว หนูช่วยพี่เอาคืนมาให้มากที่สุด เท่าที่หนูทำได้...ได้ไหมครับ”

“นั่นหมายถึง ถ้าหนูร้าย พี่รามจะไม่ขวางหนูใช่ไหม”

รามหันไปมองหน้าของยศกร ที่ฉีกยิ้มน่ารักน่าเอ็นดู... เขามั่นใจว่าน้องร้ายกาจ และแน่นอนว่าการที่อีกฝ่ายคบหากับลูกสาวของเจ้าของไร่หาญนรินทร์ได้ถึงทุกวันนี้คือไม่ธรรมดา

ยศกรมีของ...

ของแรงด้วย

“ถ้าไม่ถึงขั้นทำร้ายร่างกาย แล้วก็หยาบคายมากเกินไป พี่จะไม่ห้ามครับ” ยศกรยิ้มกว้าง ขยับเข้าไปใกล้แล้วหยิกเอวรามให้พอสะดุ้ง

“ประมาณนี้...”

“หึหึ... พี่ก็ขอให้ประมาณนี้จริง ๆ นะครับ ภาพตอนหนูปีนขึ้นไปกระโดนขย่มกิ่งส้มในสวนยังตรึงตาตรึงใจพี่จนทุกวันนี้เลย”

“ลืม ๆ ไปบ้างก็ได้พี่ราม เรื่องตั้งแต่สมัยไหนแล้ว มาจำภาพหนูขย่ม... ไม่พูดละ ไป ๆ ไปทวงตัง ๆ” ยศกรเปลี่ยนเรื่อง แต่รามรู้ว่าเจ้าหนูของเขานั้นทะลึ่งขนาดไหน

“พี่ต้องซื้อหมวกกันน็อคอีกใบไหมนะ” รามพูดลอย ๆ ตอนที่สวมหมวกกันน็อคของตัวเอง แต่ยศกรนั้นไม่มี เลยได้แต่ปีนขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์คันโต

“ขอสีชมพูครับ” น่ะ.. ไม่มีนะ ที่จะบอกว่า หนูซื้อเองก็ได้ครับพี่ราม

 

บ้านจัดสรรที่อยู่เบื้องหน้านี้ รามไม่ได้มาพักใหญ่แล้ว เมื่อก่อนตอนที่ยังคบกับพริ้มพราว เขามาเป็นแขกร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วยหลายครั้ง พ่อแม่ของฝ่ายหญิงคุ้ยเคยกับรามตั้งแต่ทั้งคู่ยังเรียนอยู่

ไม่แปลก หากทางนั้นจะมั่นใจว่า รามจะได้เข้ามาเป็นเขยบ้านหลังนี้

จะว่าไป... เขาดูแลครอบครัวของพริ้มพราวดีกว่าครอบครัวของตนเองด้วยซ้ำ

วันสำคัญ เทศกาลต่าง ๆ ของขวัญของกำนัลไม่เคยขาด เมื่อปีกลายอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นก็เป็นเขาที่จัดการเรื่องค่าใช้จ่ายให้คนรักและครอบครัวไป นั่นก็เพราะตัวเขาติดงาน ไม่สามารถไปด้วยได้

จวบจนเลิกกัน รามยังไม่คิดจะเอาเงินก้อนนั้นคืนมา ทั้งที่ในใจลึก ๆ ก็เสียดาย

ในขณะที่พ่อแม่ของเขานั้น แค่จะไปเที่ยวทะเล พวกท่านยังไม่กล้าเขา เพราะเกรงใจว่าเขาจะให้เงินไปใช้จ่าย

น้องสาวของเขา... วันเกิด หรือเทศกาลต่าง ๆ รามก็แค่ให้เงินไปซื้อของที่อยากได้ แต่ดูเหมือนเมขลาผู้เป็นน้องสาวจะไม่เคยซื้ออะไรแพง ๆ เลย นอกจากเสื้อผ้าและของใช้จำเป็น เงินที่เหลือก็เก็บไว้

หากได้เงินคืนมา แม้เพียงครึ่งเดียว มันสามารถช่วยสถานะทางการเงินของครอบครัวได้อีกระดับหนึ่ง น้องสาวของเขาไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเรียนต่อในมหาวิทยาลัยดี ๆ แล้ว

“พร้อมหรือยังครับ” รามหันมาพูดกับยศกรที่ยังนั่งซ้อนท้ายอยู่ ก่อนหน้านี้พวกเขาตั้งใจจะแวะซื้อหมวกกันน็อค แต่สุดท้ายก็แวะเพียงแค่ร้านเครื่องเขียน เพราะไม่อยากมาถึงบ้านของพริ้มพราวค่ำเกินไป

ยศกรมองเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาพบว่าเพิ่งจะสี่โมงกว่า ๆ พยักหน้าเป็นการตอบรับคำถามของราม ก่อนทั้งคู่จะลงจากมอเตอร์ไซค์

ตอนที่ยศกรเข้าไปซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆ รามโทรหาคนรักเก่าแล้ว ไม่ทนฟังอีกฝ่ายฟ้องเรื่องปัทมา เขาชิงบอกว่าจะเข้ามาหา พริ้มพราวก็เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นหวานหู และบอกว่าจะรอเขาที่บ้าน ทั้งยังเปรยมาว่า อยากจะชวนเขาไปกินข้าวเย็นด้วย

ตกลงพริ้มพราวอยากจะเลิกกับเขาจริง ๆ หรืออย่างไรแน่

“แล้วเมื่อกี้หนูลงไปซื้ออะไรมาเหรอ?” รามถามตอนที่วางหมวกเอาไว้บนตัวถังรถ ก่อนเสยให้เข้าที่เข้าทาง มองซองกระดาษน้ำตาลในมือของยศกร

“เราน่าจะได้ใช้..แน่ ๆ” ยศกรพูด พร้อมทั้งมุ่ยหน้าไปทางบ้านหลังที่รามมองอยู่เป็นนาน

คำพูดของยศกรลอยเข้าหัวรามทันที “พี่รามจะรับได้ไหมล่ะครับ ถ้าเขาจะคืนเงินไม่ครบ”

รับได้ไม่ได้ ตอนนี้ก็คงต้องรับให้ได้แล้ว เพราะไม่รู้จะได้คืนเท่าไหร่ ไม่สิ... เหลือให้คืนหรือเปล่า

รถยนต์คันใหม่เอี่ยม ป้ายแดงที่จอดอยู่ในรั้วบ้านของพริ้มพราวนั้น รามเดาได้ว่าคงไม่ได้ซื้อเงินสด เพราะเงินส่วนของเขาที่อดีตคนรักถือนั้น ไม่พอสำหรับการซื้อ แต่ถ้าดาวน์และผ่อนจ่ายก็คงเหลือเงินบ้าง

แต่ถ้ารวมเงินของเขาเข้ากับเงินของพริ้มพราว... ก็ไม่แน่

“รถยนต์คันนี้ดาวน์แบบต่ำที่สุดสักกี่แสนอะพี่ราม”

“น่าจะประมาณหนึ่งแสนขึ้นไปครับ” แต่คนแบบพริ้มพราว... “แต่พี่ไม่กล้าคิดว่าพริ้มจะซื้อของเงินผ่อน”

“งั้นมีความเป็นไปได้สูงว่าเธออาจจะเอาเงินของพี่เป็นส่วนหลัก แล้วเงินของตัวเองเป็นส่วนเสริม...”

มีความเป็นไปได้สูงเลยทีเดียว

รามไม่รู้ว่าเขาควรจะรู้สึกอย่างไรดี

ตอนแรกเขาตัดใจเรื่องเงินก้อนนี้ไปแล้ว ทว่าเมื่อถูกเพื่อนตื้อหนัก ๆ เข้า เขาก็เริ่มคิด และยิ่งยศกรยกเหตุผลเรื่องน้องสาวของเขาขึ้นมา รามก็ไม่เสียเวลาคิดนานไปกว่านี้เลย

ทว่า... สิ่งที่อยู่เบื้องหน้านี้ ทำให้รามชักไม่แน่ใจแล้วว่าเขาจะได้เงินคืนมากน้อยเท่าไหร่

“พี่อาจจะต้องกลับบ้านของหนูมือเปล่าแล้ว”

“แหม.. ไม่คิดจะกลับห้องตัวเองเลยเนาะ” ยศกรพูดด้วยน้ำเสียงติดขบขัน ช้อนสายตาขึ้นมองราม ซึ่งแม้จะยิ้ม แต่ก็ดูไม่เต็มที่นัก

บางอย่างในสายตาของคนน่ารักตรงหน้า ทำให้รามรู้สึกหัวใจเริ่มฟูขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่มันเหี่ยวจนแห้ง ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เขารู้สึกว่าเรื่องวันนี้... มีทางออก

“พี่ใจเสียมากตอนนี้ ถ้าพี่กลับไปนอนคนเดียวที่ห้อง พี่ว่าพี่เครียดหนักแน่เลยว่ะ”

“เห็นหนูเป็นยาคลายเครียดหรือยังไงเอ่ย” รามยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด ตอนที่ยศกรหันไปมองหน้าบ้านของพริ้มพราว แล้วยกมือขึ้นกดกริ่ง โดยไม่รอให้รามพร้อมสักนิด

“หนูน่าจะดีกว่ายาคลายเครียด” รามได้ยินเสียงยศกรหัวเราะในลำคอ ก่อนที่ทั้งสองจะมองไปยังประตูบ้านซึ่งกำลังเปิดออก

พริ้มพราวในชุดอยู่บ้าน... ที่ดูเหมือนจะพร้อมออกไปนอกบ้านเดินออกมา รอยยิ้มสวยของเธอส่งมาให้ราม ก่อนจะเจื่อนไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่า รามไม่ได้มาคนเดียว เธอจ้องมองยศกร ก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้ราม

“ก่อนหน้ารามจะโทรมา พริ้มนัดเพื่อนจะไปข้างนอก ก็เลยว่าถ้ารามมาเราสองคนค่อยออกไปพร้อมกัน”

“...” รามไม่ได้ตอบรับอะไร เขาแค่ยิ้มบาง ๆ ให้อดีตคนรัก ที่พูดคุยกับเขาเหมือนกับว่า เรื่องเมื่อเกือบสองเดือนที่ผ่านมา ไม่ได้เกิดขึ้น

“เราสองคนไม่ได้ไปกินข้าวด้วยกันนานแล้ว”

“พี่รามจะไม่ให้หนูไปด้วยเหรอ” ยศกรไม่สนใจพริ้มพราว แต่เขาดันหันไปถามราม ซึ่งกำลังคิดว่าจะพูดอะไรดี พอเจอคำถามแบบนี้เขาก็ยิ่งคิดหนัก

ควรตอบอะไรดี ที่ทำให้โอกาสทวงเงินเพิ่มมากขึ้น

สุดท้ายรามก็ยิ้ม แล้วส่ายหน้า พร้อมกับยกมือขึ้นขยี้ผมของยศกรอย่างอดมันเขี้ยวไม่ได้ แล้วจึงหันไปทางพริ้มพราว

“ขอโทษนะพริ้ม แต่วันนี้รามมาคุยธุระกับพริ้มน่ะ คงออกไปกินข้าวกับพริ้มไม่ได้ อีกอย่าง รามนัดกับน้องไว้แล้ว” รามไม่แนะนำยศกรให้พริ้มพราวรู้จัก เพราะไม่คิดว่าหลังจากวันนี้ไป อีกฝ่ายจะอยากรู้จักหนูของเขาอีกไหม และเขาเองก็ค่อนข้างมั่นใจว่า วันนี้น่าจะเป็นวันสุดท้ายที่ระหว่างเขากับคนรักเก่า จบกันไปได้จริง ๆ

“ถ้างั้นรามมาหาพริ้มทำไม” น้ำเสียงของพริ้มพราวไม่ใคร่ดีนัก เธอตวัดสายตามองชายหนุ่มหน้าตาน่าเอ็นดูอีกครั้ง ก่อนจะกวาดตามองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

“รามจะมาคุยเรื่องเงิน” ประโยคนี้ทำให้ใบหน้าสะสวยที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพง สะบัดกลับมาจ้องหน้าหล่อเหลาของรามด้วยแววตาที่เบิกโต ก่อนริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีหวานจะเผยอขึ้น แล้วหุบลง

รามเห็นท่าทางของพริ้มพราวก็ได้แต่ทำใจ และปลอบใจตัวเองว่าวันนี้คงหลับบ้านมือเปล่า แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรผู้เป็นแม่ของอดีตคนรักก็ออกมาหน้าบ้าน

“ใครมาน่ะพริ้ม ยืนคุยตั้งนานสองนาน” เมื่อเห็นว่าเป็นใคร คุณพรรณรายชะงักเล็กน้อย ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มให้ ราวกับว่าไม่เคยทะเลาะกับแม่ของรามมาก่อน ทั้งยังเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาสองหนุ่มขนลุกแปลก ๆ ด้วย

“รามเองเหรอลูก... เข้ามาในบ้านก่อนสิ มายืนคุยอะไรกันตรงนี้ ยัยพริ้มนี่ยังไงกัน ไม่พาแฟนเข้าบ้าน มา ๆ”

ขนลุกแบบไม่ใช่คำพูด

รามเหลือบไปมองยศกร ที่ยิ้มแป้น พร้อมกับเอ่ยตกลงเสร็จสรรพ “ขอบคุณครับคุณป้า”

ขนาดนี้แล้วรามก็คงปฏิเสธไม่ได้ แม้ว่าพริ้มพราวจะแสดงสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างชัดเจน

“ไม่ได้!” นั่นคือเสียงของคุณพรรณรายที่เอ่ยขึ้น หลังจากที่เข้ามานั่งกันในบ้านและรามเอ่ยถึงจุดประสงค์ที่มา ซึ่งชายหนุ่มก็พูดด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่ค่อนข้างกระอักกระอ่วน

“ทำไมไม่ได้ครับ” ยศกรเอ่ยขึ้น ในขณะที่มือข้างหนึ่งเลื่อนไปตบเบา ๆ ที่ท่อนแขนของรามเป็นเชิงบอกว่า หลังจากนี้ให้เป็นหน้าที่ของตน

“...” เมื่อไม่มีคำตอบจากสองแม่ลูก ยศกรก็หันไปมองที่ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ สาธร บิดาของพริ้มพราว

“ไม่ทราบว่าพอจะบอกเหตุผลได้ไหมครับ ว่าทำไม พี่รามจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะได้เงินฝากก้อนนี้คืน”

“พ่อรามน่ะเขาโอนเงินให้ยัยพริ้มทุกเดือน ๆ เอง ยัยพริ้มไม่เคยขอสักหน่อย” คุณพรรณรายเอ่ยแทรก พยายามจะเล่นเรื่องให้โดยเสน่ห์หา แต่ยสกรไม่ยอมให้เกิดกรณีนี้แน่

“ซึ่งการโอนงินนั้นอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าเป็นเงินเก็บสำหรับใช้จ่ายในครอบครัว ซึ่งในตอนนั้นคุณพริ้มพราวและพี่รามคบหาดูใจกันอยู่ แน่นอนว่าคุณพริ้มพราวมีสิทธิ์ที่จะใช้จ่ายเงินก้อนนี้ได้ แต่...” ยศกรเอ่ยขัดก่อนที่พริ้มพราวจะอ้าปากพูด “ต้องได้รับอนุญาตจากพี่รามก่อน”

ทุกคนนั่งเงียบ ท่าทีของยศกรนั้นไม่ได้ดุดันหรือเกรี้ยวกราด ทว่ากลับให้ความรู้สึกคุกคามจนใจไม่ดี

“เงินก้อนนี้จะมาอ้างว่าให้ด้วยความเสน่ห์หาไม่ได้นะครับ แม้ว่าจะเป็นเงินเก็บเพื่อครอบครัว แต่ในเมื่อคุณไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับพี่ราม เงินก้อนนี้สิทธิ์ขาดก็อยู่ที่พี่ราม ถึงจะอยู่ในบัญชีเงินเก็บของคุณก็ตาม สเตทเม้นต์ของพี่รามก็มี เรามีหลักฐานการโอนเงิน จะมาอ้างไม่รู้ไม่เห็น โอนให้เองไม่ได้” ยศกรเอ่ยชนิดที่ว่าปิดช่องไม่ให้อีกฝ่ายเปิดปากพูด

ที่จริงแล้วเรื่องนี้ถ้าทางพริ้มพราวยืนยันจะไม่ให้เงินนั้น รามก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย แต่ยศกรกลับตีมึน พลิกขาวพลิกดำจนคนฟังงงกันไปหมด แถมยังไม่เปิดโอกาสให้ได้อ้างอะไรด้วย

“มันก็เหมือนฝากเงินไว้กับธนาคารนะคุณ ธนาคารเก็บเงิน ให้ดอกเบี้ย พี่รามมีหน้าที่เอาเงินไปฝาก ถ้าพี่รามต้องใช้ก็ไปถอน แต่นี่คุณจะมาตีมึนเอาเงินพี่รามไปง่าย ๆ อย่างนี้ มันใช้ได้เหรอ ตกลงว่าเป็นเงินเก็บของครอบครัว แต่ไม่ได้แต่งงานกันจะเป็นครอบครัวได้ยังไง”

“ก็รามไม่ยอมแต่งงาน”

“พี่รามไม่แต่ง หรือทำให้พี่รามไม่มีปัญญาแต่ง?” ยศกรย้อนคำพริ้มพราวทันที ก่อนจะตวัดสายตา จ้องมองหญิงสาวไม่วางตา “ตกลงว่าจะคืนเงินของพี่รามได้หรือยังครับ”

“...”

“เงินทั้งหมดอยู่ที่ไหน”

“...”

“หรือตอนนี้ไม่มีแล้ว”

พริ้มพราวเม้มปาก กำมือจนเล็กที่ตกแต่งมาอย่างสวยงามจิกเข้าเนื้อในอุ้งมือ มองยศกรด้วยแววตาไม่เป็นมิตร ก่อนจะหันไปมองราม และเปลี่ยนสายตาเป็นแววออดอ้อนและร้องขอ

“ราม...”

“พริ้มเอาเงินไปซื้อรถใช่ไหม” รามเอ่ยถามออกมาอย่างตรงประเด็น ไม่อยากนั่งฟังคำพูดอ้อมไปมา เขารู้สึกอึดอัดที่ต้องมานั่งอยู่ตรงนี้ และอับอายแทนครอบครัวของอดีตคนรัก

พริ้มพราวไม่ตอบ แต่อาการสะบัดหน้าหนีของหญิงสาวนั้น ทำให้รามรู้คำตอบแล้ว

“เงินของพี่รามเหลืออยู่เท่าไหร่ครับ”

“...”

ไม่มีคำตอบ ซึ่งดูแล้วอีกฝ่ายคิดจะเล่นบทเงียบ รามทำท่าจะลุกออกไป แต่ยศกรรั้งไว้ และบอกกับเขาด้วยน้ำเสียงและดวงตาใสซื่อ

“ไปโรงพักกันเถอะพี่ราม”

พอได้ยินคำว่าโรงพัก อย่าว่าแต่พริ้มพราวและครอบครัวที่ตกใจเลย รามก็ตกใจไม่น้อย เพราะคิดไม่ถึงว่าคำ ๆ นี้จะออกมาจากปากของยศกร

“ยักยอกทรัพย์เป็นคดีอาญา ตำรวจไม่นิ่งนอนใจหรอกพี่ ไปเถอะ” ยศกรขยับตัว แต่ไม่ทันลุกคุณสาธรก็เอ่ยขัดเสียก่อน

“เดี๋ยวก่อนนะ อย่าให้ถึงกับต้องทำขนาดนั้นเลย”

“แล้วต้องให้ทำขนาดไหนครับ เงินไม่ใช่ร้อยสองร้อย แล้วทุกบาทพี่รามก็ทำงานเหนื่อยแทบตาย เก็บเงินไว้เพื่อสร้างครอบครัว แต่สุดท้ายก็เหลือแค่เศษสตางค์แบบนี้ มันใช่เรื่องเหรอครับ โต ๆ กันแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของพี่รามเหรอ พี่รามแค่รู้จักประมาณตัว รู้ว่าตัวเองมีแค่ไหน ไขว้คว้าได้แค่ไหน แต่ในเมื่อพวกคุณคิดว่าพี่รามไม่มีค่าคู่ควรเอง แล้วมีสิทธิ์อะไรมาเอาของพี่รามไป ในเมื่อที่ผ่านมาคุณก็ไม่เคยให้อะไรพี่ราม”

ฟังดูแล้วมันสะกิดใจเหลือเกิน คำพูดของยศกรทำให้รามดูน่าเห็นใจมากกว่าน่าสมเพช ความผิดที่เคยแบกรับเอาไว้ ตอนนี้ถูกยศกรผลักคืนกลับไปยังต้นตอ ครั้นจะเถียงว่าที่ผ่านมาก็เป็นฝ่ายหยิบยื่นให้ผู้ชายไม่น้อย แต่ก็คิดไม่ออกว่าให้อะไรมาบ้าง

พริ้มพราวจะบอกว่าตนเองก็อยู่กินกับรามมานานหลายปี เวลาชีวิตที่ลงไปก็ควรจะมีค่าตอบแทน ทว่า... ทบทวนดูแล้ว หากเธอเอ่ยไป ก็ไม่ต่างกับ...

เอาตัวแลกเงิน

ใช่... ยศกรตั้งใจพูดให้อีกฝ่ายรับผิดชอบสิ่งที่ทำกับราม และหากไม่รู้จักหุบปาก หรือพูดจาให้เข้าหู ก็ลองแย้งออกมาสักคำสิ เขาจะตีความหมายให้เจ็บเลย เมื่อเห็นแก่ตัวก่อน ก็ไม่มีสิทธิ์มากล่าวหาว่ารามเห็นแก่ตัว

ยศกรคิดได้ มีหรือรามจะไม่เข้าใจ

เขาจับแขนของยศกรเอาไว้ จนคนน้องเป็นฝ่ายหันมาจับจังดวงตาด้วย คราแรกจะอ้าปากคัดค้าน แต่เมื่อเห็นท่าทีและแววตา รามก็เลือกจะเงียบ

ก่อนหน้านี้ ยศกรเคยถามซึ่งคิดดูแล้ว เหมือนเป็นการเตือนรามเสียมากกว่า

ถ้ายศกรร้าย รามจะห้ามหรือไม่...

“เอาล่ะ ๆ” เป็นคุณสาธรที่เอ่ยอีกครั้ง แล้วหันไปทางลูกสาวของตนเอง ซึ่งคนเป็นพ่อย่อมรู้จักนิสัยของลูกไม่น้อยไปกว่าคนเป็นแม่ “ตอนนี้เงินของรามยังอยู่กับพริ้มเท่าไหร่ แล้วทำไมไม่โอนคืนไปให้รามตั้งแต่ที่พ่อบอกครั้งก่อน”

เรื่องในครั้งก่อน คุณสาธรก็ไม่ใคร่พอใจรามนัก แต่จะบอกว่าเขาไม่รู้เรื่องที่ภรรยาและลูกสาวจัดแจงก็เป็นไปไม่ได้ ทว่าหลังจากที่รามและครอบครัวกลับไปแล้ว เขาเห็นลูกสาวเก็บสมุดบัญชีเอาไว้ เขาจึงเอ่ยซักถาม และสรุปได้ว่าให้ลูกสาวโอนเงินของรามคืนไป แบบนี้เขาก็พอจะรู้สึกว่ายุติธรรมทั้งสองฝ่าย ไม่ติดค้าง ถ้าจะโยนความผิดให้ฝ่ายชายก็ยังพอจะมีศักดิ์ศรีอยู่ พริ้มพราวรับปาก และเขาก็คิดว่าลูกสาวจัดการแล้ว

ทว่า...ไม่ได้เป็นเช่นนั้น

พริ้มพราวเม้มปากแน่น ไม่ยอมตอบผู้เป็นพ่อ และไม่ยอมสบตากับรามด้วย เธอปล่อยให้น้ำตาแห่งความคับแค้นใจไหลรินออกมาเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้าสวย มองดูแล้วน่าสงสาร แต่ใช้ไม่ได้ผลกับยศกรเท่าไหร่

ท่าทางแบบนี้ ไอ้ผัวอ้วนแสดงให้ดูบ่อย แนบเนียนกว่าเย๊อะ

“ยัยพริ้มเพิ่งซื้อรถมา คุณก็รู้ เอาเงินส่วนตัวของยัยพริ้มเพิ่มไปด้วย เพราะเงินก้อนนั้นก็ไม่ได้มีมากพอ”

“หนึ่งล้านบาท...” ยศกรแทรก และยิ้ม “ตัวเลขกลม ๆ นะครับ มั่นใจว่ายอดนี้ไม่มากเกิน แต่ขาดแน่นอน เพราะไม่อยากจะพูดเกี่ยวกับพวกเศษ ๆ ย่อย ๆ” ยศกรเน้นคำว่าเศษมาก

“ไหนคุณบอกว่าดาวน์ไง รถรุ่นนี้มันล้านกว่าไม่ใช่เหรอ” คุณสาธรหันไปถามภรรยาอีกครั้ง เพราะจำนวนเงินที่ยศกรเอ่ยออกไปนั้น มันมากกว่าที่เขาคิด

“ก็ถ้าดาวน์ต้องเสียเวลาผ่อนอีกหลายปี ดอกเบี้ยอีก ลูกซื้อเงินสดก็ดีแล้ว”

“แต่มันเป็นเงินของคนอื่น!” คุณสาธรเสียงดังจนเกือบเป็นตะคอก “พ่อบอกให้โอนคืนเขาไปตั้งแต่เกิดเรื่อง ทำไมไม่ทำ แล้วเอาเงินคนอื่นมาใช้ คิดว่ามันดีหรือไง”

“แต่พริ้มมีสิทธิ์นะพ่อ! คบกับราม พริ้มได้อะไร กี่ปีที่อยู่กับราม สุดท้ายพริ้มก็เสียเวลาฟรี ๆ แบบนี้มันเป็นสิ่งพริ้มควรได้รับเหรอพ่อ! เงินก้อนนั้นควรเป็นของพริ้ม”

“แต่มันเป็นของคนอื่น!” คุณสาธรตวาดใส่ลูกสาว ทำเอาคุณพรรณรายแทบเป็นลม ส่วนรามนั้น หันหน้าไปมองทางอื่น อยากจะออกไปจากที่ตรงนี้เสียให้จบไป แต่ยศกรกลับรั้งเขาเอาไว้

“หึ” ยศกรหัวเราะในลำคอ จ้องมองใบหน้าสวยสดของพริ้มพราว จ้องมองให้เห็นเนื้อแท้ของผู้หญิงรูปลักษณ์แสนสวยราวกับเทพธิดาจำแลงคนนี้

“เรื่องในบ้านของพวกคุณก็ไปคุยกันเองเถอะ ตอนนี้เรื่องเงินจะว่ายังไง ถ้าไม่จ่าย ก็ไปโรงพัก ไปจัดการให้จบ แต่ถ้าจ่าย ก็พูดมาว่าสะดวกยังไง แต่บอกไว้เลยนะครับ ไอ้จะมาโอนให้ทีละพันสองพันน่ะ ไม่ต้องนะ มันเสียเวลาชีวิต”

“ราม!” พริ้มพราวหันมาเอาเรื่องกับรามบ้าง หลังจากทนฟังยศกรพูดแทบไม่ได้

อีกฝ่ายไม่พูดเจาะจงเข้ามา แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนโดนเจาะจนพรุนไปถึงจิตวิญญาณแล้ว

“ที่ผ่านมาความรักของรามที่มีให้พริ้ม มันมีแค่เปลือกเหรอ มันมีแค่นี้ใช่ไหมราม รามถึงให้คนอื่นมาชี้หน้าด่าพริ้มว่าเอาตัวแลกเงินขนาดนี้”

“ร้อนตัว” ยศกรแทรก “มีใครในนี้ใช้คำนี้กับเธอไหม หันไปถามพ่อแม่เธอสิ มีแต่คนเขาอยากเอาไปพูดกันเองในบ้าน แต่เธอนั่นหละที่แหกตัวเอง มาใส่ความพี่รามทำไม ความเป็นจริงเป็นยังไงเธอก็น่าจะรู้ดีแก่ใจนะ หรือเพราะรู้ดี ไอ้คำพูดดูถูกพวกนี้มันถึงหลุดออกมา”

ยศกรขยับตัวลุกขึ้น และราดึงให้รามลุก ซึ่งไม่ได้ยากเท่าไหร่ เพราะดูเหมือนอยากจะออกไปจากที่นี่เต็มแก่

“ขอโทษนะพี่ราม หนูทำเกินไป แต่หนูทนไม่ไหว ผู้หญิงคนนี้ใส่ร้ายพี่ราม คำก็ว่าพี่ราม สองคำก็โทษพี่ราม ยักยอกเงินไม่พอ ยังจะหมิ่นประมาท แล้วไหนจะไปโพสต์ว่าพี่รามในเฟชบุ๊คอีก มีความจริงแค่ไหน หาเรื่องให้พี่รามโดนด่าขนาดนั้น”

“พอสักที” คุณสาธรพูด แต่ยศกรไม่สนใจ

“ผมหยุดพูดก็ได้ แต่ไม่หยุดเอาเรื่องแน่นอน” ยศกรไม่หยุดอย่างที่คุณสาธรห้าม แต่พอจะอ้าปากย้อนใส่พริ้มพราวให้เจ็บแสบอีกสักคำ เป็นรามที่ห้ามไว้

“กรหยุดก่อนนะ ใจเย็น ๆ” รามพูด พร้อมทั้งมองยศกรด้วยสายตาห้ามปราม “ถ้า...”

“ถ้าไม่มีคำตอบที่ยุติธรรมให้พี่ราม นับจากวันนี้หนูจะไม่ยุ่งเรื่องของพี่รามอีก”

คำพูดนี้ไม่ได้หมายถึงเรื่องเงินใช่หรือไม่

รามหาคำตอบอย่างรวดเร็ว แต่เขาคงโง่เกินไปถึงคิดไม่ออก นอกจากว่า ถ้าวันนี้รามยอมถอย ยศกรคงถอยเหมือนกัน

ถอยห่างจากตัวเขานี่แหละ!

“ยัยพริ้ม” คุณสาธรเรียกลูกสาว “ไปเอาสมุดบัญชีที่เก็บเงินของรามมา”

“พ่อ!

“พ่อบอกให้ไปเอามา!” น้ำเสียงดุดันของผู้เป็นพ่อทำให้พริ้มพราวตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ก่อนที่เธอจะได้สติ แล้วลุกเดินออกไป ไม่วายที่จะใช้สายตาเกลียดชังจ้องมองยศกร แต่ถามว่าแคร์หรือ.. ก็ไม่

ไม่มีใครพูดอะไร จนกระทั้งพริ้มพราวนำสมุดบัญชีออกมา คุณสาธรรับไปเปิดดูแล้วก็ถอนหายใจด้วยสีหน้าวิตกกังวล ก่อนจะยื่นให้กับยศกรเปิดดู

สมุดบัญชีเกือบจะหมดเล่ม แต่มีบันทึกเงินเข้าทุกเดือนไม่เคยขาดบางเดือนมากถึงสามถึงสี่หมื่น ซึ่งดูแล้วคงเป็นเงินโบนัสที่รามเคยพูดถึง รวม ๆ แล้วยอดเงินที่มีก่อนที่จะมีการเบิกถอนออกเมื่อเกือบสองเดือนที่แล้ว ไปสองครั้ง ครั้งและห้าแสน

รวม ๆ แล้วสมุดบัญชีนี้เคยเก็บเงินนับล้านจริง ๆ

ไม่สิ... ไม่ใช่แค่ล้านนิด ๆ เพราะเมื่อปีก่อนหน้ามีการถอนเงินออกไปหนึ่งแสนบาท ปีก่อนหน้านั้นอีกประมาณห้าหมื่นกว่าบาท

ยศกรชี้ให้รามดู ซึ่งทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ตอนนั้นยังไม่เลิกกัน เขาไม่ว่าถ้าพริ้มพราวจะใช้เงินกับเขา หรือเบิกเงินก้อนนี้ใช้ แต่... ทำไมเขาไม่รู้เรื่องเลย ทั้งที่ผ่านมา ก็ไม่มีเรื่องให้ต้องใช้เงินเยอะขนาดนั้น

แต่หลักฐานอยู่ตรงหน้านี้

“ถ้าไม่นับเงินที่เคยถูกถอนออกไปเมื่อปีสองปีก่อนประมาณแสนหก ก่อนที่คุณจะเอาเงินไปซื้อรถ พี่รามเก็บเงินได้ล้านสอง”

เป็นจำนวนเงินที่ทำให้ครอบครัวของพริ้มพราวนิ่งเงียบ ไม่พูดอะไร

“ตกลงจะคืนเงินยังไง” ยศกรถาม จ้องมองอีกฝ่ายไม่ละสายตา

ไม่มีคำตอบจากพริ้มพราว เธอไม่พูดอะไรสักคำ คุณพรรณรายเองก็เช่นกัน เหลือก็เพียงคุณสาธร

“ยัยพริ้มคงไม่อยากเสียรถคันนี้ไป”

“พี่รามก็ไม่ได้อยากได้รถยนต์เหมือนกันครับ” เพราะไม่เช่นนั้นคงไม่ซื้อมอเตอร์ไซค์คันเฉียดล้านบิดไปบิดมาหรอก

คุณสาธรนั่งนิ่ง สุดท้ายก็หลับตาแล้วพยักหน้า อย่างตัดสินใจได้แล้ว และดูท่าคงเป็นการตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดแล้ว ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยอะไรขึ้น พริ้มพราวก็เอ่ยแทรกขึ้นมา

“พริ้มจะคืนเงินให้รามแค่ห้าแสน เพราะพริ้มถือว่าส่วนหนึ่ง มันคือค่าเสียเวลาของพริ้มที่อยู่กับรามเกือบสิบปี ชีวิตพริ้มควรได้อะไรที่ดีกว่าราม แต่พริ้มก็โง่ที่จะเลือกราม ห้าแสนถือว่าพริ้มซื้อค่าโง่ตัวเองคืนมาก็แล้วกัน”

ถามว่ารามโกรธไหม... บอกได้เลยว่าโกรธมาก เขาถึงกับกำหมัดแน่น

เขารู้ว่าพริ้มพราวควรได้สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต แต่เขาก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นเศษดินเศษหญ้าให้ใครเอาเท้ามาเหยียบย้ำเหมือนกัน

“ยัยพริ้ม!

“คุณพ่อไม่ต้องมาว่าพริ้มเลยนะคะ พริ้มเสียมามากพอแล้ว นี่คือสิ่งที่พริ้มควรจะได้”

“กร” รามไม่สนใจผู้หญิงตรงหน้านี้อีกต่อไป เขาจับข้อมือของยศกรเอาไว้ แล้วดึงเพื่อให้น้องเดินออกจากบ้านหลังนั้น “พาพี่ไปโรงพัก”

ในตอนแรกเป็นยศกรที่อยากจะไปโรงพัก แต่ในตอนนี้เป็นรามเสียอีก ที่อยากจะไปนั่งอยู่ที่หน้าโต๊ะบันทึกประจำวัน

เขาจะไม่ทนกับคำดูถูกนี้

“ราม! รามจะแจ้งความจับพริ้มเหรอ”

“แล้วคิดว่าผมต้องทนให้คุณพูดดูถูกซ้ำ ๆ หรือไงพริ้ม ที่ผ่านมาผมดูแลคุณไม่ดีเลยสักนิดเหรอ กระเป๋า เสื้อผ้า เครื่องประดับ เที่ยว ทุกอย่างที่พริ้มต้องการผมก็ทำให้แล้ว เงินสักบาทผมก็ไม่เคยเอาจากพริ้มมา พริ้มอยากให้ผมเก็บเงินเพื่อสร้างครอบครัว ผมก็เก็บ ถามหน่อยพริ้ม ผมต้องทำอะไรอีก ผมต้องหาอีกเท่าไหร่พริ้มถึงจะคิดว่ามันมากพอที่พริ้มจะพอใจ”

น่าจะเป็นคำพูดที่รามอยากจะพูดมาตลอด เขาสงสัยและอยากได้คำตอบเหลือเกิน มาต้องมากแค่ไหนที่จะพอใจ

“ที่ผ่านมา พริ้มอยู่กับผม เพราะรักผมจริง ๆ หรือพริ้มเห็นผมเป็นแค่ไอ้โง่ที่ต้องหาเงินให้พริ้มเท่านั้น”

คำถามของรามทำให้พริ้มพราวหาปากไม่เจอ ไม่ต้องมีใครถอดความคำพูดเหล่านั้น เพียงเท่านี้ความจริงก็ฉีกทึ้งหญิงสาวจนไม่เหลือคราบเทพธิดาแสนสวย

รามมองใบหน้าอดีตคนรักแล้วก็ได้แต่สมเพชตัวเอง เขาเคยคิดว่าตัวเองโชคดีที่มีคนรักทั้งสวยและเก่ง ทั้งเธอยังเลือกเขาเป็นหลักไม้ใหญ่ในชีวิต เขาเคยภูมิใจในตัวเองมาก

แต่วันนี้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น มันทำให้เขาสมเพชตัวเอง จนยากจะสรรหาอะไรมากอบกู้ความศรัทธาที่เคยมีกลับมาได้

รามมองทุกคนที่อยู่ในบ้านหลับนี้ ก่อนจะหันหน้ามองไปทางอื่น ทรุดกายลงนั่งตามแรงดึงของยศกรอีกครั้ง แต่ไม่มีสักน้อยที่จะเหลือบแลหางตามองผู้ใหญ่ทั้งสอง หรืออดีตคนรัก

“เอาเป็นว่า ทางผมสะดวกรับเงินคืนมากกว่าเป็นสิ่งของ แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็ต้องให้คุณพริ้มพราวเซ็นโอนกรรมสิทธิ์รถคันนี้ให้พี่ราม แล้วพี่รามจะขายต่อเอง ซึ่งส่วนต่างหากขาดไป ทางคุณก็ต้องเติมให้ครบจำนวนเงินที่หายไปด้วย ทั้งหมดนี้พี่รามจะไม่เอาดอกเบี้ย เห็นด้วยไหมครับ” ยศกรยื่นข้อเสนอที่ทำเอาใจหายเลยทีเดียว รถก็ไม่ได้ แถมยังต้องใช้หนี้เพิ่มอีก

อย่างไรรถก็ต้องกายขายทุนอยู่แล้ว แต่จะให้ลดหย่อนกันไป ท่าทีและคำพูดของพริ้มพราวก่อนหน้านี้ คงไม่ได้รับความเห็นใจจากรามแน่นอน

“ทางลุงอยากเก็บรถเอาไว้ แต่อยากให้รออีกสักวันสองวัน พรุ่งนี้เป็นวันอาทิตย์ ลุงไม่สะดวกไปธนาคาร”

“หมายความว่าทางคุณจะจ่ายคืนเป็นเงินสดนะครับ เต็มจำนวนหรือแบ่งจ่ายเป็นงวด” สาธรพยักหน้า

“แต่เงินสดที่ลุงมีอยู่ มีไม่ถึงล้านสอง ลุงจะขอจ่ายหนึ่งล้านก่อน ส่วนที่เหลือ ถ้ายัยพริ้มได้เอกสารรถคันนี้มาเรียบร้อยแล้ว ลุงจะให้เอารถเข้ากู้ แล้วค่อยจ่ายส่วนที่เหลือ”

ยศกรเห็นด้วย เพราะเขาต้องการได้เงินทุกบาททุกสตางค์คืนมาให้กับราม ดังนั้นเขาเกือบจะพยักหน้าแล้ว แต่รามแทรกขึ้นมาก่อน

“แค่ล้านเดียวครับ แล้วจบแค่นี้”

ยศกรหันมามองใบหน้าของราม ซึ่งเต็มไปด้วยอารมณ์อดอัดและรู้สึกแย่อย่างที่สุด แต่ในเมื่อเจ้าของเงินยืนยันเช่นนั้น เขาก็ไม่จำเป็นต้องโวยวายอะไร

“ตกลงอยู่ที่หนึ่งล้านบาทถ้วนครับ แล้วจบเรื่องกัน” ยศกรย้ำ ซึ่งทุกฝ่ายก็ต้องตกลงตามนี้ แล้วซองเอกสารสีน้ำตาลที่ชายหนุ่มถือมาตั้งแต่แรกก็ถูกเปิดออก กระดาษสีขาวซึ่งมีข้อความเรียงรายอยู่ข้างในได้ออกมาให้ทุกคนได้เห็น

หนังสือสัญญาเงินกู้

“ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจหรือมีความคิดไม่ดีนะครับ แต่เรื่องแบบนี้กันไว้ย่อมดีกว่า และไม่มีอะไรเสียหาย”

ทุกคนมองกระดาษสองชุดนั้นด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน คนอื่นไม่รู้ แต่สำหรับรามนั้น เขานึกอยากหัวเราะให้สุดเสียงทีเดียว

เจ้าหนูของเขานี่มัน....

ร้าย!!

“ที่นี้... ผมขอบัตรประชาชนของคุณด้วยนะครับ” ยศกรฉีกยิ้มน่ารักให้กับพริ้มพราว ซึ่งกำลังนั่งหน้าถอดสี ราวกับจะเป็นลมล้มพับไปเสียให้ได้ แต่ท้ายที่สุดก็เลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป เพราะผู้เป็นพ่อทนกับเธอมาจนสุดทางแล้ว

สัญญาเงินกู้ที่มีกำหนดชำระในอีก 48 ชั่วโมงข้างหน้าจึงสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

 

ดีกับฝ่ายรามน่ะนะ

 

“ดีนะได้คืนน่ะ ถึงตอนนี้เงินจะยังไม่มาก็เถอะ” เสียงของยศกรที่งุงงิ้งอยู่ข้างหลังทำให้รามอดยิ้มไม่ได้ ทั้งสองลงจากมอเตอร์ไซค์ แล้วเดินเข้าไปในร้านผัดไทยเจ้าหนึ่ง ซึ่งอยู่อีกฝั่งของทางเข้าบ้านเจ้าหนูของราม

“หนูร้ายมากรู้ไหม”

“จริง ๆ หนูร้ายกว่านั้นอีก ถ้าไม่ติดว่ากลัวพี่รามไม่ประทับใจหนูน่ะนะ”

“หือ...”

“อันนี้หนูยั้งมือไว้สุดความสามารถแล้ว” ยศกรพูดไป ก็ทำหน้าตาเป็นต่อ พร้อมกับจดรายการผัดไทที่อยากกินลงไป “พี่รามกินอะไรครับ คั่วไก่หรือผัดไท”

“เหมือนหนูนั่นแหละ”

“ไม่เหมือนสิ ถ้าเหมือนกัน หนูก็ได้กินอย่างเดียวสิ” เดี๋ยวนะ...

โอ้ยยยย ยศกร!

หนู!!

“อะ... หนูอยากกินอะไรนอกจากผัดไท ก็สั่งอันนั้นให้พี่แล้วกันครับ”

“โอเค ได้เลยยยยย” รามนั่งเท้าคางมองยศกรจดรายการอาหารยุกยิก จากนั้นก็ลุกเอาไปให้ป้าเจ้าของร้าน แล้วถึงเดินไปตักน้ำดื่มที่จัดเตรียมไว้

เห็นท่าทีเหมือนเด็กน่ารัก นุ่มนิ่มของอีกฝ่ายแล้ว เขาไม่คิดเลยว่า เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ อีกฝ่ายเพิ่งจับเขาเซ็นสัญญาเงินกู้มูลค่านับล้าน แถมยังปกป้องเขาจากพริ้มพราวเรื่องการโพสต์เฟชบุ๊คอีก

เนื่องจากท้ายสัญญาเงินกู้นั้นมีการเพิ่มข้อตกลง กรณีพริ้มพราวกับการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับรามบนโลกอินเตอร์เน็ต หากหลังจากนี้ มีข้อความหรือโพสต์ที่เอ่ยถึงรามและเพื่อนโดยตรง หรือทางอ้อมใดใดก็ตามจากหญิงสาว ทางรามจะแจ้งความดำเนินคดีโดยไม่มีข้อยกเว้น สำหรับที่ผ่านมาจะไม่ถือความ แต่หากยังไม่หยุด หรือยังคงมีให้เห็นอีกก็คงต้องจัดการขั้นเด็ดขาด

แต่ชายหนุ่มแอบเห็นนะ ว่ายศกรซุบซิบอะไรบางอย่างกับพริ้มพราว แล้วก็เดินยิ้มหน้าชื่นตามเขามาที่มอเตอร์ไซค์ เขาจะสอบถามแต่ก็รอเวลาอยู่ ซึ่งก็ตอนนี้เลย

“ก่อนออกมาหนูพูดอะไรกับพริ้มครับ” ยศกรอมยิ้ม ช้อนตามองรามอย่างออดอ้อน

เป็นอะไรที่น่ารักน่าเอ็นดูจริง ๆ

“พี่จะไม่ว่าอะไรหนู ดังนั้นรบกวนบอกพี่หน่อยครับ เพราะพี่มั่นใจว่าเกี่ยวกับพี่แน่นอน”

“หนูก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่บอกสักหน่อย” รามยิ้ม ใช้นิ้วบีบจมูกรั้นตรงหน้า

“ว่าไงครับ... พูดอะไร”

“หนูแค่บอกกับนางว่า...”

“ว่า...” รามมองยสกรที่ยิ้มเจ้าเล่ห์

“ถ้าโพสต์ถึงพี่รามอีก หนูจะแฉเรื่องของนางให้ดังทั้งประเทศเลย คนอย่างแม่คนนี้น่ะ รักหน้ายิ่งกว่าอะไร ลองดังขึ้นมา รับรอง ไม่มีหน้าไปพบใครแน่ ๆ”

“...”

“พี่รามเชื่อหนูนะ นางไม่กล้าพูดถึงพี่รามอีกแน่นอน ถ้าพูดหรือโพสต์บอกหนูนะ... หนูรับรองผลได้เลยว่า จะไม่มีใคร ไม่สนใจแม่คนนี้”

“หนูจะทำยังไง”

“แหม... ฟลอโลวเวอร์ไอจีหนูมีเป็นหมื่นนะพี่ราม เฟชบุ๊คคนติดตามหนูก็ไม่น้อย ที่สำคัญ... ผัวหนูน่ะ คนตามมันเป็นล้าน ฟาดนางแล้วให้ผัวหนูกดไลค์สักหน่อยนะ อ๋อ... สามีหนูด้วย แค่คิดนะ วู้ว... คิคิ”

“เดี๋ยวนะ...”

“หืม? อะไรครับ”

“หนูบอกว่าผัว?”

“ใช่ครับ ทำไมเหรอ” ยศกรถามกลับด้วยสีหน้าเหรอหรา

“สามีด้วย”

“อือ...”

“ผัวกับสามี นี่คนละคน”

“ใช่ครับ”

รามนิ่งงัน กระพริบตามองยศกรที่ยิ้มแป้นแล้นตาปริบ ๆ

“หนูมีผัวสองคน”

“ไม่ ๆ ผัวหนึ่งคน สามีหนึ่งคน”

แล้วมันต่างยังไง...

รามไม่ขำ ไม่ขำเลยสักนิด

จะเล่น ๆ สนุก ๆ กันก็ได้ แต่ให้เขาเป็นชู้เนี่ยนะ!

“ถ้าหนูมีผัวแล้ว หนูมายุ่งกับพี่ทำไมกร... พี่เป็นชู้เหรอ”

“...”

“พี่ไม่ตลก”

 

 

++++++++++++++++++

นะคะ ๆ พี่ไม่ตลกนะคะ ๆ

ฟาดหนูเลยไหมแม่ 5555555555555555


 

ตอนแรกจะให้น้องฟาดแรง ๆ ก็นะ นี่น้องมะยมเนาะ ไม่ใช่น้องรักษณ์จะได้จิกหัวแล้วกระชากมาตบด้วยอีแตะ

แล้วนี่ก็น้องมะยม ไม่ใช่คุณจันทร์ ที่จะมานั่งเย็นฉ่ำหอมน้ำลอยดอกมะลิ

 

น้องมะยมก็เลยจะซน ๆ น่ารักน่าเอ็นดู... แต่ตอนทวงตังค์นี่หน้าสั่นอยากกับสึนามิบุก

แต่ประเด็นคือ... น้องมีผัวและสามีอะพี่รามมม แล้วพี่รามก็ไม่ตลก ทำไงดี๊!!

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

315 ความคิดเห็น

  1. #287 DewMay (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 16:05
    ตอนแรกก็นึกว่าเรื่องนี้จะออกแนวดราม่า พออ่านมาถึงตอนนี้คือแบบ นายเอกโคตรแสบ 555555555555555
    #287
    0
  2. #277 panwinkinyourarea (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 23:49
    โอ้ยมุงไม่ตลกแต่กุตลกว่ะพี่555 หนูผัว 2 แล้วนะพี่ไหวหรอ เป็นชู้ไม่รู้ตัวว่ะ555555555555555555 เย็นฉ่ำเลยไหมล่ะยัยพริ้มน่าตบซักทีเสียเวลาชีวิตที่คบกันมาแสดงว่าไม่ได้รักเลย
    #277
    0
  3. #194 Ff_mino (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 22:04
    พี่รามบอกว่าไม่ตลก แต่ตอนนี้เราขำพี่รามไม่ไหวแล้วค่ะ สงสารนาง น้องมะยมรีบแก้ข่าวด่วน สงสารคนแก่ 55555555555555555555555
    #194
    0
  4. #193 Ff_mino (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 22:03
    น้องมะยมของแม่ สุดยอด!!!!!! ไม่มีคำไหนจะเหมาะสมเท่าคำว่าสุดยอดอีกแล้ว น้องเก่งมาก น้องกล้าชนเพื่อความยุติธรรมให้พี่ราม อิแม่ปราบปลื้มเหลือเกิน ตอนพี่รามบอกให้มะยมพาไปโรงพักนี่ความอดทนของพี่รามขาดแล้วอ่ะ ชะนีพริ้มม่างโคตรทุเรศ โอ่ยอิน อินมากกกกก อยากไปตบๆๆๆๆ
    #193
    0
  5. #138 ppthana60 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 19:46
    ยัยหนูก็คือแซ่บพริก 10 เม็ด 555555555 คืออ่านตอนนี้มันส์มากพูดเลย แซ่บมากแม่เริด
    #138
    0
  6. #130 fallingforyou. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 05:26
    พี่เขาเข้าใจผิดหมดเเล้วลูก 555 แต่น้องเก่งมากนะดูมีความรู้เเละรู้ว่าจะรับมือกับสถานการ์ณเเบบนี้ยังไง
    #130
    0
  7. #80 Teddybear_EPN (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 09:36
    ยัยหนูมะยมเอ๊ย ร้ายๆ แต่พี่แสนจะเอ็นดู
    #80
    0
  8. #79 kmrllpd (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 01:11

    แง้น้องงง อวสานผัดไทยเลย

    #79
    0
  9. #69 nskjaaa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 23:19
    มะยมหนูลูกทำพี่รามเข้าใจผิดเสยเลยยยย 555555
    #69
    0
  10. #68 zenxia_x (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 14:01
    ปรบมือให้กับยศกร หนูเก่งมากคับคนดี
    #68
    0
  11. #66 BB BOY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 13:27
    มะยมๆๆ หนูจะไม่บอกพี่รามเหรอว่าผัวกะสามีหนูเป็นใคร
    #66
    0
  12. #65 jajams (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 12:33
    เอาแร่วๆๆๆๆ
    #65
    0
  13. #64 YaySIB (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 10:52
    กรรม ถ้ารู้ว่าหลัวและสามีที่ว่านั่นคือ 55555555555555555555555
    พี่รามโว้ย55555555555
    #64
    0
  14. #63 The Hatter (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 08:11

    ง้อดีๆนะหนู????

    #63
    0
  15. #62 bouiii (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 23:42
    เอาแล้ว พี่เขาโกรธแล้วนะ
    #62
    0
  16. #60 tempo_tonight (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 23:18
    น้องกรเก่งมากๆๆๆ. ประทับจัยยย
    #60
    0
  17. #59 jogod (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 23:03
    นุ้งกร...แรงส์น่ารักได้ใจที่สุดอ่ะ
    #59
    0
  18. #56 ♡lllllll♡ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 22:30
    น้องงงง อธิบายให้พี่รามเค้าเข้าใจก่อนเร็ว55555555 แต่อ่านแล้วโกรธแทนมากจริงๆ ถ้าเราเป็นยศกรก็คงทำแบบนี้ พริ้มพราวคือบ้าไปแล้วววว สมควร!!!
    #56
    0
  19. #55 minmiinz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 22:21
    พี่รามถึงกับลืมเรื่องทวงตังไปเลยค่ะ น้องมีทั้งผัวทั้งสามีแล้ว มาหลอกพี่รามทำมายยย!!55555 ขำตรงให้พี่เป็นชู้หรอ พี่ไม่ตลก 555555 ฟาดๆๆ พี่รามต้องแก้เผ็ดหนูซะให้เข็ด เด็กมันร้ายยยย
    #55
    0
  20. #52 pwp0nd (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 21:55
    ผัวกับสามีก็คือเพื่อนน้องใช่มั้ยเนี่ยแงงงงง กลัวใจพี่รามเลยเนี่ย
    #52
    0
  21. #51 Pitchayada Khethamma (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 21:55
    ตลกพี่รามมมมมม55555555 โอเคค่ะแต่พี่รามไม่ตลก คุณไรท์สู้ๆนะคะรอตอนต่อไป!!
    #51
    0
  22. #50 kataiy11 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 18:42
    สรุปพี่รามเป็นชู้ 5555
    #50
    0
  23. #49 iiQ_2910 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 15:57
    โอ้ยยยน้องเก่งงงง แค่อ่านชื่อตอนตอนแจ้งเตือนก็รับรู้ถีวความหรรษา 555555
    #49
    0
  24. #48 LYR_. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 15:41
    เเหม ผัวกะสามี5555555+
    #48
    0
  25. #47 cbhmb (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 15:39
    หนูลูกกกกก เด็ดขาดมาก ให้ร้อยคะแนนเต็ม เรื่องเงินนี่ว่าไม่ได้นะ ได้กลับมาคืนล้านนึงก็ยังดีนะอิพี่ราม แล้วช่วยฟังน้องเล่าให้มันจบๆก่อน ว่าผัวและสามีคือใครยังไง อย่าพึ่งด่วนตัดสินใจ จะรอต่อนต่อไปด้วยใจจดจ่อนะคะ ❤️
    #47
    0