รามกร [LINHOON Au :THAI]

ตอนที่ 15 : ปลายทางที่ว่างเปล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 362
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    30 ก.ค. 62




ปลายทางที่ว่างเปล่า
อ๊อฟ - ปองศักดิ์ รัตนพงษ์



รามกร

ตอนที่ 13 ปลายทางที่ว่างเปล่า

 

ของเล่นชิ้นโปรดในวัยเด็ก... ไม่ใช่หุ่นยนต์หรือตุ๊กตาบาร์บี้ แต่คือชุดเครื่องครัว และอุปกรณ์การแต่งหน้าปลอม ๆ ทว่าสีชมพูสดใส มองอย่างไรก็เป็นที่ถูกอกถูกใจเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ ที่ทุกคนต่างก็เรียกว่า “น้องมะยม”


บ้านของน้องมะยมทำกิจการเกี่ยวกับผ้า ไม่ว่าจะเป็นผ้าทอ ผ้าพื้นเมือง ผ้าไหมจากท้องถิ่นต่าง ๆ ในสุโขไทยไม่มีใครไม่รู้จักร้าน “ไหมประกาย”


น้องมะยมยามอยู่ที่ร้าน ชอบเจื้อยแจ้วช่วยพ่อแม่ขายผ้าในร้าน ขายผิดขายถูกไม่มีใครว่า ใครกันจะถือสาเด็กตัวกระเปี๊ยกเดียวกัน ใครก็ดูชอบที่เด็กน้อยพูดจ้อไม่หยุด สิ่งเหล่านี้น้องมะยมในวัยไม่กี่ขวบคิดว่ามันเป็นเรื่องปรกติ


จนกระทั่งวันหนึ่ง


เคร้ง!!


เสียงข้าวของตกกระแทกพื้นดังไปทั่วบ้าน ตามมาด้วยเสียงร้องไห้สะอื้นของเด็ก ทว่าแทนที่จะได้ยินเสียงปลอบประโลมของผู้เป็นแม่ กลับกลายเป็นน้ำเสียงตวาดเกรี้ยวกราดแทบจะกลบเสียงร้องไห้อย่างตกใจของเด็กไร้เดียงสาคนหนึ่ง


“ใครใช้ให้แกเล่นของพรรค์นี้ ห๊ะ! มะยม! ใครสั่งใครสอนแก!!


“แม่! หนูเจ็บ!” แขนเล็ก ๆ ของมะยมถูกฝ่ามือที่ปลายนิ้วยาวเคลือบสีแสนสวยกำไว้แน่น ทั้งเจ็บทั้งกลัว ปากคอสั่นไปหมด


“หนู? ฉันสั่งแกกี่ครั้งแล้ว ว่าอย่ามาแทนตัวด้วยคำพูดโง่ ๆ แบบนี้! แกเป็นผู้ชายนะมะยม! เด็กผู้ชายไม่พูดหนู ไม่เล่นขายของ!


“ฮืออออออออออออ แม่จ๋า... เจ็บ มะยมเจ็บ ฮือออออ”


“เจ็บแล้วแกจำบ้างไหม! แกเคยจำที่ฉันสั่งฉันสอนบ้างไหม หะ! หยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้! ฉันบอกให้แกหยุด!


“แม่! ฮืออออออออออออออ” ยิ่งตะคอกก็เหมือนยิ่งทำให้น้องมะยมตกใจ ร้องไห้กลัวหนักกว่าเดิม แรงที่ผู้เป็นแม่บีบลงมาที่แขนเล็ก ๆ นั้นก็ยิ่งแน่นตามอารมณ์โมโห


น้องมะยมพยายามแล้ว พยายามไม่ร้องไห้ น้องมะยมกลัว


เวลาแม่โกรธ... แม่น่ากลัวที่สุด ในสายตาและความรู้สึกของเด็กอายุแค่ไม่กี่ขวบ


“ประกาย! พอได้แล้ว เธอทำให้ลูกกลัวนะ!” เสียงห้าวดังไปทั้งห้อง พร้อมกับร่างของผู้เป็นหัวหน้าครอบครัว และมีลูกสาววัยสิบห้าเดินตามเข้ามาด้วย


เมื่อผู้เป็นพ่อเข้ามา เห็นสะภาพลูกคนเล็กก็ยิ่งโกรธและโมโห ตรงดิ่งไปแกะมือของภรรยาแล้วสะบัดออกอย่างแรง ก่อนจะอุ้มลูกชายขึ้น


“ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไร” สุริยะปลอบลูกชายที่ปล่อยโฮอย่างน่าสงสาร น้ำเสียงของเขาอ่อนลงมาก แต่แววตาที่จ้องมองภรรยากลับวาวโรจน์อย่างน่ากลัว เห็นสภาพของเล่นที่เรี่ยราดอยู่บนพื้นห้องเขาก็เหมือนควบคุมอารมณ์เดือดดาลของตัวเองไม่ได้


“ไปอยู่กับพี่มะนาวนะครับ เดี๋ยวคุณพ่อตามไป” สุริยะพูด พร้อมกับให้ลูกสาวคนโตรีบมาสานต่อ


มะนาว ผู้เป็นพี่สาวมารับตัวน้องชาย แล้วรีบพาออกจากห้องไปทันที นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เธอต้องคอยปลอบน้องชายที่ขวัญเสีย กระเจิดกระเจิง และเบี่ยงความสนใจ เพื่อไม่ให้รับรู้ว่าหลังจากคล้อยหลังทั้งสองแล้ว ภายในห้องนั้นเกิดการทะเลาะรุนแรงแค่ไหน

แต่มะนาวไม่ทันได้คิด ว่าแม้ตนเองจะหลอกล่อน้องชายเก่งแค่ไหน แต่น้องมะยมก็โตจนรู้ความ และจดจำ ฝังใจแล้ว


“ผมบอกกี่ครั้งแล้ว ว่าคุณอย่าทำแบบนี้กับลูก มะยมยังเด็ก เอาอะไรมาถือสาเด็กสี่ห้าขวบ”


“แต่ไอ้สี่ห้าขวบนี่ก็รู้ความแล้ว คุณไม่เห็นเหรอว่านับวันลูกมันเล่นอะไรเหมือนเด็กผู้หญิงไปทุกวันแล้ว”


“มันก็แค่ของเล่น ของพวกนี้ก็ของเก่าที่มะนาวไม่เล่นแล้ว มันจะเป็นอะไรไปล่ะประกาย ผมไม่เห็นว่ามันจะแย่ตรงไหน มีแต่คุณที่มองว่ามันแย่”


“นี่ฉันผิด? ฉันผิดหรือไงที่ไม่อยากให้ลูกเล่นอะไรที่ไม่สมกับเป็นเด็กผู้ชายน่ะ! ฉันผิดเหรอคุณสุ!


“ไม่อยากหรือไม่ชอบกันแน่ประกาย คุณเอาความรู้สึกของคุณไปยัดเหยียดให้ลูก เอาความโกรธความเกลียดของตัวเองไปลงที่ลูกได้ยังไง มะยมแค่ห้าขวบ!


“ห้าขวบก็วิปริตได้! และฉันไม่ยอมให้มะยมโตมาเป็นพวกวิตถารแน่! คุณสุยอมได้ แต่ฉันไม่ยอม!


นั่นคือเสียงของพ่อและแม่ที่เล็ดลอดมาให้น้องมะยมได้ยิน ก่อนที่มะนาวจะพาน้องชายเดินออกมาจากบ้าน ตรงไปยังสนามเด็กเล่นของหมู่บ้าน



“พี่มะนาว อะไรคือวิตถาร” คำถามของน้องมะยมทำเอามะนาวสะอึก


เธอรู้จักความหมายของคำ ๆ นี้ แน่นอนว่าเธอรู้ว่าลักษณะเช่นน้องชายของเธอมีนิยามเรียกขานกันเช่นไร และเธอไม่ชอบยามที่ได้ยินใครล้อเลียนน้องชายของเธอเช่นนั้น


ทว่า... แม้เธอจะไม่รู้สึกว่าน้องชายของเธอผิดแปลกต่างจากใคร นั่นคงไม่ใช่สิ่งเดียวกับที่มารดาของเธอมองเห็นเป็นแน่


“หมายถึงคนที่ไม่สบาย” เธออาจจะโตไม่มากพอที่คิดหาคำพูดที่สวยหรูมากกว่านี้ แต่เธอก็โตพอจะรู้ว่า น้องชายคงไม่เข้าใจ “แม่ไม่อยากให้มะยมไม่สบาย แม่เป็นห่วง”


“แต่แม่ทำหนู... ทำ...ยมเจ็บ” เพราะเพิ่งโดนดุด่าไม่ให้ใช้คำว่าหนู เด็กน้องอย่างน้องมะยมจึงสับสน ไม่รู้ว่าควรพูดหรือไม่พูดดี ทั้งที่ตอนพูดกับคุณครูที่โรงเรียน หรือพูดกับเพื่อนสนิทอย่างกุ้งแก้วและน้องรักษณ์ น้องมะยมก็พูดได้


“คุณแม่กำลังอารมณ์ไม่ดี เลยเผลอทำหนูมะยมของพี่มะนาวเจ็บไงจ๊ะ มา.. ไหนพี่ดูหน่อย เป็นแผลไหม” มะนาวแสร้งเปิดตรงนั้นตรงนี้ดู ก่อนจะไปแตะที่แขนเล็ก ๆ ของน้องชาย ซึ่งตอนนี้แดงเป็นปื้นใหญ่ น่ากลัว


“เพี้ยง! เดี๋ยวก็หายนะคะ” น้องมะยมพยักหน้า เช็ดคราบน้ำตาที่อาบแก้ม


“หนูเล่นขายของไม่ได้เหรอ หนูชอบขายของ... ตอนอยู่ร้านก็ขายได้ ทำไมกลับบ้านแม่ไม่ให้หนูเล่นขายของ”


มะนาวเม้มปาก เธอไม่รู้จะหาเหตุผลไหนมาเป็นคำตอบให้น้องชาย ที่เหมือนจะเริ่มร้องไห้อีกครั้ง เธอทำได้แค่ยกตัวน้องชายตัวเล็กขึ้นมานั่งบนตัก แล้วชี้ให้ดูหมา แมวที่อยู่ห่างออกไป


“พี่ก็ไม่รู้... แต่ถ้าหนูมะยมโตขึ้นก็คงเล่นขายได้แล้ว”


ถ้าน้องมะยมโตขึ้น... น้องมะยมก็จะเล่นขายของได้...


เด็กน้อยไร้เดียงสา ย่อมไม่รู้ว่านั่นเป็นเพียงคำปลอบใจของพี่สาว แต่มันก็เหมือนเป็นความหวังยึดเหนี่ยวใจเพื่อเฝ้ารอวันแล้ววันเล่า...

รอวันที่จะโตเป็นผู้ใหญ่...


เมื่อวันนั้นมาถึง มะยมถึงรู้ว่ามันเป็นเพียง...


 

“เรื่องโง่ ๆ”


ยศกรพูดกับตัวเอง แผ่นหลังพิงผนังห้องเย็นเยียบ ดวงตาไร้แววสดใส ทั้งยังเต็มไปด้วยความรู้สึกหม่นหมอง และแสนสมเพชในความโง่งมของตนเอง...


แม่ไม่ได้อยากให้เขาโตแล้วค่อยเล่นขายของ


แม่ไม่ได้กลัวว่าเขาจะโตมาแล้วไม่สมเป็นลูกผู้ชาย


แต่แม่กลัวและรังเกียจสิ่งที่เขาเป็นต่างหาก


 



ยศกรในวัยเด็ก ทั้งกลัวและเกรงผู้เป็นแม่ ยิ่งยามที่แม่โกรธ หากหลบได้เขาจะยิ่งหลบหลีกให้ไกล แต่เขามันก็แค่เด็กโง่ ๆ คนหนึ่งจะไปไหนไกลได้... หนำซ้ำ พ่อที่เป็นที่พึ่งให้ตลอด ก็ทนครอบครัวล้น ๆ นี้ไม่ไหว หย่าขาดกับแม่ในที่สุด มีเรื่องฟ้องร้องสิทธิการเลี้ยงดู


แต่สุดท้าย พ่อก็ไม่สามารถดึงเขาให้พ้นจากกรงหนามของแม่ได้


ศาลตัดสินให้พ่อได้สิทธิ์ดูแลพี่สาว เนื่องจากเธอสามารถเลือกว่าต้องการอยู่กับใคร ทว่าในตอนนั้น ยศกรแค่แปดขวบ...หัวสมองโง่ ๆ ของเขาเลือกไม่ได้


ตอนเห็นแม่ร้องไห้แทบใจขาด กับพ่อที่ตีสีหน้าดุดันพยายามพาเขาไปด้วย เขากลับเห็นค่าน้ำตาที่ไหลอาบแก้มนั้นมากกว่าอิสระของตัวเอง


ยศกร...เลือกอยู่กับแม่


แม่กอดเขาเอาไว้แน่น พร่ำบอกแค่ว่าอย่างทิ้งแม่ไป... เพียงเท่านั้น เขาก็ไม่มองหน้าผู้เป็นพ่ออีก


 

เขาในตอนนั้นไร้เดียงสา... แม่ให้ไปซ้ายเขาก็ไปซ้าย ให้ไปขวาก็ไปขวา


เขาในตอนนั้นถ้าไม่โกหกก็จะไม่มีเพื่อน... เพราะแม่บอกว่ากุ้งแก้วและน้องรักษณ์ไม่เรียบร้อย ไม่สมเป็นกุลสตรี ดูผิดแผกแตกต่าง แม่ไม่อยากให้คบ...


เขาต้องบอกแม่ว่า ไม่ได้สนิทกันแล้ว อยู่คนละกลุ่ม ทั้งที่อยู่ในห้องเรียนนั่งชิด สนิทกันเหมือนเดิม เมื่อแม่รู้ความจริง เขาก็ถูกลงโทษให้อยู่แต่ในห้อง


แม่ไม่ชอบให้เขาทำตัวเรียบร้อย หรือนุ่มนิ่ม แต่เขาในตอนนั้น... ทำตัวมาดแมนไม่เป็น ยิ่งกร่างแกร่ง ก็ยิ่งไม่เป็น


เขาแค่เผลอทำตัวไม่สมเป็นผู้ชาย แอบมองแอบสนใจเครื่องสำอาง... แม่โกรธ... โกรธจนไม่ยอมให้เขาเข้าบ้าน ทั้งที่วันนั้นฝนตกหนัก... ฟ้าคะนอง


เขากลายเป็นคนกลัวฟ้ากลัวฝน....



 

นานวันเข้า... เขาถึงรู้ว่า แม่ไม่มีทางยิ้มให้เขาและรักเขาอย่างเต็มใจ หากเขาเป็นน้องมะยม เป็นเด็กน่ารักที่ไม่สมผู้ชาย

ทั้งที่ใจเขา เขารู้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่เขาอยากเป็น


มะยมไม่เคยเป็นสิ่งที่ถูกใจแม่... ไม่เคยเลย


 

แค่คิดถึงเรื่องเก่า ๆ ยศกรก็ได้แต่เค้นเสียงเย้ยหยันความโง่งมในวัยเด็ก เขาไม่อยากโทษตัวเอง แต่เขาก็ขบคิดจนนับครั้งไม่ถ้วน ถ้าวันนั้นเขาเลือกไปกับพ่อ... เขาจะเป็นอย่างไร


ในตอนมัธยมต้น เห็นน้องรักษณ์เรียนรำไทย เขาชอบมาก เขาอยากรำบ้าง หากอยู่กับพ่อ เขาจะได้เรียนรำไทยอย่างที่อยากเรียนหรือไม่

ในตอนมัธยมปลาย รุ่นพี่ผู้ชายที่โรงเรียนชมว่าเขาน่ารัก มีขนม มีดอกไม้มอบให้เขา ถ้าอยู่กับพ่อ เขาจะได้เก็บของเหล่านั้นไว้เป็นที่ระลึกในโหลแก้วแสนสวยหรือไม่


ในตอนมหาวิทยาลัย ถ้าเขาอยู่กับพ่อ เขาจะสามารถแนะนำรุ่นพี่อย่างจามิกรว่าเป็นคนรักได้หรือไม่

 


“มาคิดได้ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก”


ใช่... ต่อให้ภาวนากี่ร้อยกี่พันครั้ง ความเป็นจริงก็คือความเป็นจริง


ยศกรไม่มีทางได้เรียนรำไทย เพราะแม่ของเขาเห็นว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชายต้องทำ


ยศกรไม่มีทางได้เก็บของขวัญและดอกไม้เหล่านั้นได้ เพราะแม่ของเขาเอาไปทิ้งถังขยะ บางอย่างก็เผาทิ้งต่อหน้าต่อตาพร้อมคำดุด่าอีกมากมายจนเขายืนร้องไห้เงียบ ๆ


ยศกรไม่มีทางได้แนะนำจามิกรว่าเป็นคนรัก... ไม่ทันได้ทำสิ่งเหล่านั้น เพราะแม่ของเขาส่งคนมารังควานรุ่นพี่แสนดีคนนั้นจนเครียด และครอบครัวต้องจัดการเรื่องลาออกจากมหาวิทยาลัย ย้ายไปอยู่ไกลแสนไกล และสั่งห้ามไม่ให้เขาไปใกล้กับชีวิตอันแสนสงบของครอบครัวอีก

แม่... แม่ของเขาทำทุกอย่าง เพื่อไม่ให้เขาเป็นในสิ่งที่แม่ไม่ชอบ...


และหลายปีมานี้แม่ยังไม่คิดจะหยุด จนเขาหมดสิ้นในความพยายามจะมีความรัก


หมดสิ้นแรงจะยื้อคนรักคนไหนให้อยู่ใกล้ชิด


เพราะไม่อยากให้พังทลายด้วยน้ำมือคนที่ชื่อว่าแม่


เขายอมทำลายความรัก หัวใจของตัวเองด้วยมือของตัวเองยังดีกว่าให้แม่เป็นคนจัดการ...


 



ยศกรไม่อยากโทษว่าเป็นเพราะแม่ เขาจึงมีสภาพอย่างทุกวันนี้ แม่เป็นเพียงเหตุ แต่ผลที่เกิดขึ้นทั้งหมด เขาเลือกจะทำเอง


น้องมะยมในวันนั้นโง่อย่างไร

ยศกรในวันนี้ก็ยังโง่อยู่เช่นนั้น


ไม่เคยเปลี่ยน...



 

 


ภายในบ้านชั้นล่างมืดมิด มีเพียงแสงไฟวับแวมจากไฟหน้าบ้านที่เปิดทิ้งไว้ เจ้าของบ้านเดินลงมาด้วยอาการเหม่อลอย ก่อนจะต้องสะดุ้งสุดตัวจนแทบทรุดลงกับขั้นบันไดเพราะเสียงฟ้าผ่าที่ไม่รู้ว่าผ่าตรงไหน ดีกว่าเกาะราวไว้ได้ทัน


ยศกรเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเกิดอาการประสาทเสีย เขาพยายามลงมาจนถึงพื้นด้วยสภาพทั้งแขนทั้งมือหากพันเป็นเกรียวกับราวบันไดได้คงทำไปแล้ว


ใจของเขาไม่อยากลงมาเลยสักนิด แต่เพราะเมื่อพอจะมีสตินึกคิดได้บ้างว่าตัวเองทำเรื่องโง่ ๆ ไปอีกแล้ว ก็เกิดอาการหวาดวิตก

รามจะไปจากเขาจริง ๆ หรือไม่


หรือรามอาจจะแค่ถอยไปตั้งหลักก่อน


ไม่อย่างนั้น... รามก็อาจจะยังรั้งรออยู่ที่โซฟาตัวเดิม


เขาจึงฝืนลงมา...


แต่เมื่อพบกว่าความพยายามของตนเองนั้นมีเพียงความว่างเปล่าเป็นคำตอบ เมฆหมอกและห่าฝนที่หนักหนาก็เหมือนจะมากขึ้นเท่าทบทวี


ไร้เงาของรามในบ้านหลังนี้


รามทำตามที่เขาเอ่ยปาก


ก็ควรจะเป็นเช่นนี้


 

เขาเลือกเอง... และเลือกมาโดยตลอด ในรูปแบบความสัมพันธ์จอมปลอมนี้ ตัดจบมันเสียก่อนที่จะเริ่มผูกพัน ถักทอสายใยเป็นคำว่ารัก


เมื่อสัมผัสได้ว่าบางอย่างกำลังจะก่อตัวขึ้น ยศกรจะถอย ปิดกั้น และไม่ยอมให้ทุกอย่างเป็นไปในทางที่ควรจะเป็น แม้จะฝืนใจแค่ไหน แต่เขาก็เมินเฉย เพราะเลือกแล้ว...


ทำลายเสียเองดีกว่าให้แหลกสลายเพราะมือคนอื่น


อีกทั้งที่ผ่านมาเขาแค่ประเมินจากสภาพแวดล้อม เมื่อเห็นเค้าลางก็ชิงตัดบทเสีย จึงไม่มีผลพ่วงใดใดตามมานอกจากอาการตามวอแวของอดีตคู่นอน ซึ่งจะหายไปเมื่อนานวันผ่านพ้น


ทว่ากับรามเหมือนจะไม่ใช่


ไม่ใช่แบบนั้นแล้ว


ยศกรคนโง่...


ปล่อยตัวปล่อยใจมาจนถึงขั้นนี้ได้อย่างไร ก็ไม่สามารถบอกได้ ในตอนไหนที่หัวใจจอมขี้ขลาดของเขาเปิดรับรามเข้ามา เมื่อรู้ตัวก็มีพี่ชายตัวโตอยู่เต็มไปหมด


เจ็บ...


เจ็บยามที่รู้ว่าตัวเองรัก แต่ต้องทำเป็นไม่รักตอบ


เจ็บ ยามที่ต้องหักห้ามใจและทำลายความรักนั้นลงกับมือตนเอง


ไม่ใช่การปกป้อง ไม่ใช้การทำเผื่อใคร...


ยศกรแค่ไอ้โง่ที่แสนขี้ขลาดก็เท่านั้น


“พี่ราม....”


รู้ตัวตอนนี้ ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี


จบแล้ว


.


.


แต่หากยศกรเลิกจอมจมกับความสิ้นหวังที่สร้างขึ้นมาเอง แล้วแค่ติดต่อหาผู้ชายคนนั้น


เพียงแค่โทรศัพท์สั่นไหว ยศกรก็จะได้รามกลับคืนไป


นั่นเพราะ... ร่างสูงของราม ย้อนกลับมายืนตากฝนเปียกปอนอยู่หน้าบ้านหลังน้อยที่มืดมิด ไม่กล้าก้าวเข้าไปหายศกรอย่างที่ใจต้องการ

รามกลัว...กลัวจะรับความเจ็บปวดไม่ได้อีกเป็นครั้งที่สอง

 







---------///

 


ฉันจะไม่ให้เขาโทรหากัน ฉันจะไม่ให้เขาเจอกัน...มีอะไรมะ!!

55555555555555


ออกตัวเลยนะ ว่าดราม่าได้เท่านี้

และเราอาจจะมือไม่ถึงจริง ๆ กับเนื้อหาอะไรแบบนี้ อาจจะด้วยที่เป็นคนสวยแหละ เลยเข้าไม่ถึงความเจ็บปวดนี้เท่าไหร่ 55555 แต่ปมของหนูจะค่อย ๆ คลายออกอีกนะคะ ยังมีเรื่องราวสภาพแวดล้อมเล็ก ๆ น้อย ๆที่เรายังไม่ได้เอ่ยถึง ไว้ให้เป็นไปตามจังหวะของเรื่องนะคะ ใจเย็น ๆ


 

แต่เราเชื่ออยู่อย่าง

การกระทำของคนคนหนึ่ง จะเล็กน้อย หรือมากมาย ล้วนเป็นเหตุผลที่ไร้เหตุผลแต่ก็คือเหตุผล และมันเป็นก้อนตะกอนในใจของคน ๆ นั้น

บางคนเรื่อง ๆ หนึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่กลับเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยบางเบาในสายตาคนอื่นยามรับรู้และมองเข้ามา

แต่บางเรื่องที่ช่างไร้สาระ ขี้ปะติ๋วสำหรับเรา กลับเป็นเรื่องที่ไม่มีทางสลัดออกจากใจของคนอีกคน

 

ใดใดก็ตาม หากไม่เจอกับตัว อย่าเอาความรู้สึกของตนเองตัดสินคนอื่น

 

ทอล์คจบสวย เพราะพี่สวย

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

315 ความคิดเห็น

  1. #286 panwinkinyourarea (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 13:43
    อ่าพอจะเข้าใจ แล้วธีร์ที่สุโขทัยอ่ะ ข้องใจตรงนี้อีก ก็คือพยายามตัดรามแล้วตั้งแต่เขาบอกรักเหรอ พอไปสุโขทัยคุยกะคนใหม่ เอ้ะหรือคนเก่า เอ้ะ
    #286
    0
  2. #269 mameeeeee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 13:07
    น้องน้อยของแม่ อยากจับไม่เรียวฟาดก็ไม่กล้า
    #269
    0
  3. #267 Ff_mino (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 09:53
    อิแม่น้ำตาจุกอยู่ที่ขอบตาจนตาพร่าไปหมด ทำไมชีวิตหนูถึงต้องมาเจออะไรแบบนี้ตั้งแต่เด็กด้วยล่ะลูก สงสารน้องไม่ไหวแล้ว อยากกอดปลอบน้องมะยมสุดหัวใจ เพราะแบบนี้เอง น้องมะยมถึงต้องมีกำแพง ทั้งๆที่ตัวเองก็เจ็บแทบตายเหมือนกัน ฮือออออออออออ
    #267
    0
  4. #263 Pangpp24 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 23:07
    โถ่ๆน้องมะยมลู้กกกมาๆแม่เอ้เอ๊นะลู้กกก ใจชุ้นคนเปงแม่อ่ะเนาะ เห็นลูกร้องไห้เรากะไท่ไหว แงงงงTT^TT
    #263
    0
  5. #247 omona (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 14:55

    อ่านตอนที่ผ่านๆมาก็คือสงสารรามสุดหัวใจ คือยอมทุกอย่างแล้ว ไม่ว่าความสัมพันธ์นี้จะมีคำจำกัดความแบบไหน แต่ขอแค่ให้ได้อยุ่ด้วยกัน และอย่ามีใครอื่น ถึงแม้น้องมะยมช่วงหลังๆจะเริ่มสร้างกำแพง รามก็พยายามเข้าใจ ไม่เข้าไปทำตัววอแว ยอมอยุู่กับความคลุมเครือแบบนี้ แต่ทุกสิ่งที่น้องมะยมทำไปเพราะน้องมีความหลัง ว่าคุณแม่จะไปตามรังควานทำลายความรัก แต่รีดเดอร์มั่นใจว่า ในตอนต่อๆไป น้องมะยมจะเข้มแข็งขึ้นนะ แล้วก็กล้าที่ยืนหยัดจุดยืน แตกเป็นแตกไปเลยค่ะ เอาคุณสามีคุณผัวและคุณคนรัก(พี่ราม)ไปสู้ค่ะ แต่รู้เลยว่าจากตอนที่ 1 คือ รามยังคงรักน้องมะยมเหมือนเดิมมมมม แต่รีดเดอร์ยังข้องใจว่า ช่วงนู๋มะยมไปสุโขทัยเนี่ย ตาธีร์คือใครคะ ฮือออ มาทำคุณพี่รามเจ็บช้ำไปแบบนี้ รออ่านตอนต่อๆไปนะคะ ถ้ามีการรวมเล่ม เราก็รอคอยอยุ่นะคะ ^^

    #247
    0
  6. #246 SineHwa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 21:52
    เพิ่งเห็นว่ามาต่อแล้วววว ชอบเรื่องนี้มากๆๆๆๆๆๆ สงสารน้องกรรรร หนูมะยมของพิ ;-;
    #246
    0
  7. #245 ~ แพร ~ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 08:39
    สงสารน้อง ฮือ
    #245
    0
  8. #244 ♡lllllll♡ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 13:12
    ฮือ ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ ;-; เข้าใจกรมากขึ้นเลย เหมือนมันเป็มปมใช่มั้ย มันคงแก้ได้ยากแล้ว สงสารทั้งคุ่เลยแฮะ
    #244
    0
  9. #243 Munah (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 07:07

    คุณแม่ใจร้ายมากๆ น้องกรลูกกกก;-;

    #243
    0
  10. #242 kuanp_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 18:22
    อ่านตอนนี้แล้วร้องไห้เลยสงสารน้องกรมากๆ ตัวแค่นี้แต่เจอเรื่องที่ใหญ่กว่าตัวตั้งหลายเท่า เข้าใจน้องแล้วที่ต้องทำแบบนี้เพราะไม่อยากให้แม่มาทำอะไรพี่รามใช่มั้ย สงสารน้องกรกับพี่ราม คุณแม่น้องกรใจร้ายเกินไปมากๆ
    #242
    0
  11. #241 FernChanbaek (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 19:24
    น้องกรลูกกก กอดนะลูกㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ
    #241
    0
  12. #240 aumim_kh (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 01:21
    คูมแม่น้องใจร้ายมากๆๆๆ
    #240
    0
  13. #239 Graff Yanin (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 00:12
    มะยม เทอต้องเข้มแข็งนะ เทอต้องก้าวผ่านมันไป พี่รามรออยู่ ไปลูก!
    #239
    0
  14. #238 4reverLH (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 23:58
    สงสารน้องมะยม ปกป้องพี่รามใช่มั้ยคนดี พี่รามก็น่าสงสาร เห้อออ!!
    #238
    0
  15. #237 phasm (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 22:12
    น้องไม่อยากให้แม่มายุ่งกับพี่แน่ๆ ฮื่อออ สงสารน้องงง โดนแม่เลี้ยงมาแบบดุมาก;-;
    #237
    0
  16. #236 khunjued (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 20:27
    น้องสู้ๆๆๆๆ
    #236
    0
  17. #235 lalinsa_p (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 19:11
    สงสารอะสงสารทั้งน้องมะยมทั้งพี่รามเลยเเงงงงงงงงฮืออออ
    #235
    0
  18. #234 Momomo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 17:01
    สงสารน้องมะยมเลยค่ะ เข้าใจน้องแล้วตอนนี้ TT
    #234
    0
  19. #233 ploythanaa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 14:10
    เสียงพี่อ้อยพี่ฉอดคือลอยมามากตอนจบ 5555555555555 ใบไม้ที่ปลิดปลิวหนูมะยมเข้าใจน้องมากขึ้นจริงๆค่ะ ตอนแรกก็เดาว่าน้องน่าจะต้องปิดตัวตนจากครอบครัวซึ่งพอมาเฉลยมันหนักกว่าที่คิดคุณแม่ต้องมีปมในใจแน่ๆ เอาใจช่วยน้องมะยมน้าาส่วนพี่รามทำอะไรไม่ได้น้องจากขอกอดปลอบใจพี่ไปก่อนอ้อมกอดหนูมีให้พี่ได้พักนะคะ แฮ่ะๆ
    #233
    0