รามกร [LINHOON Au :THAI]

ตอนที่ 14 : จบไม่พร้อมกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 489
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    29 มิ.ย. 62

คำเตือน :ราพยายามดราม่าแล้ว แต่สไตล์การเขียนของเราเป็นประเภทสวยและตลกอย่างเป็นทำมาชาดดดด 

อ่านแล้วไม่ดราม่า ก็ถือว่าได้ลดหย่อนภาษีน้ำตาละกันนะคะ

และถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่ารวบรัดไป ก็ไม่ต้องคิดมากค่ะ เราเขียนแบบนี้จริง ๆ หวังว่าในอนาคตเราจะพัฒนาขึ้น

เหมือนความสวยของเรา





รามกร

ตอนที่ 12 จบไม่พร้อมกัน


 

มันเป็นสถานการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นในช่วงวันเวลาเช่นนี้ แต่ความรู้สึกที่อัดอยู่ในอกหลายวันมานี้ทำให้รามควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้แย่มาก


“กลับมาแล้ว? ตั้งแต่เมื่อวาน”


“ใช่แล้วววว” น้ำเสียงของยศกรยังคงร่าเริง เหมือนไม่ได้มีอะไรผิดปรกติ


และใช่.... รามรู้ดีว่ายศกรไม่ได้มีอะไรผิดปรกติ ยศกรเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว


เป็นมาตลอด!


“ถ้ากรไม่กลัวว่าพี่จะตกใจตอนกลับถึงห้องแล้วรถหายไป กรจะบอกพี่ไหมว่ากรกลับมาแล้ว” รามข่มน้ำเสียงของตัวเองอย่างเต็มที่ เขารู้สึกเหมือนข้างขมับเต้นตุบ ๆ มือที่ถือโทรศัพท์มือถือเกร็งจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน ถ้าหักได้ก็คงหักไปแล้ว... คามือของเขานี่แหละ


“อารมณ์ไม่ดีมาจากไหน ทำไมต้องมาลงที่หนู”


“พี่จะอารมณ์ไม่ดีมาจากไหนได้บ้างล่ะกร”


“พี่รามจะบอกว่าอารมณ์เสียแบบนี้เพราะหนูเหรอ” คำถามที่สวนมานั้นทำให้รามต้องฟึดฟัดกับตัวเองคนเดียว เขาบี้บุหรี่ที่เพิ่งจุดยังไม่ได้แม้แต่สูบลงกระบะทราย ก่อนจะยกมือขึ้นเสยลมลวก ๆ


“พี่ขอโทษ”


“...”


“กร... พี่เป็นห่วง” รามพยายามมากที่สุดแล้วตอนนี้ ที่จะไม่ทำให้ทุกอย่างมันพังลงมา เขาแทบเป็นบ้า ระดับความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่มันร่อแร่ ทั้งที่ก็ดูไม่มีอะไรต่างจากเดิม... แต่เพราะเหมือนเดิมนี่แหละ ที่ทำให้รามเหมือนหมาตื่นกลัว


“หนูน่าจะบอกพี่ พี่จะได้ไปรับ” รามลดเสียงลง หลังจากที่คิดว่าตนเองไม่ควรอารมณ์เสียใส่อีกฝ่าย และเขาไม่อยากถูกเมินเฉย แต่ก็เหมือนจะไม่ทันการณ์แล้ว


“แค่นี้ก่อนนะ ผมจะขับรถ”


“กรเดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งวาง” รามรีบแทรกไปก่อนที่ยศกรจะวางสาย


“...”


“เย็นนี้พี่ไปหานะ หนูอยากกินอะไรไหม พี่จะซื้อเข้าไปให้”


“ผมเหนื่อย อย่าเพิ่งมาเลยครับ แค่นี้นะ ไว้คุยกัน” แล้วยศกรก็ตัดสายไปทันที


รามได้แต่มองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ดับสนิท ก่อนจะรีบหันสายตามองต้นไม้ มองหญ้า มองกำแพง หวังจะสงบสติอารมณ์ ทว่าเขาก็ทำไม่ได้ อยากโทรกลับไปอีกครั้งเพื่อง้องอน แต่รู้ตัวดีว่าไม่สามารถทำได้ มาสำนึกได้ตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว เขาไม่ได้มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับยศกร


เขาส่งข้อความไปได้ไหม...


โทรหาได้อีกหรือเปล่า


หรือไปที่บ้านได้อีกหรือไม่


รามไม่มีคำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้...


เพราะเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้แค่คำพูดง่าย ๆ ยศกรจะอยากได้ยินไหม





 

 


มันไม่ใช่ระยะเวลาสองอาทิตย์ที่รามไม่ได้เจอหน้ายศกร แต่เพิ่มวันที่มีปากเสียงกันเล็กน้อยในหลายวันก่อน รวม ๆ แล้วตอนนี้รามไม่เจอหน้าน้องมาเกือบครึ่งเดือนแล้ว


เป็นครึ่งเดือนที่รามใกล้บ้าไปแทบทุกที


ยศกรอ่านข้อความ ตอบข้อความ ไม่เคยไม่อ่านไม่ตอบ โทรไปหาก็รับสาย พูดคุยกัน แต่รามรู้ว่าเกิดช่องว่างระหว่างทั้งสองคนมากขึ้นทุกที มากจนตอนนี้เขาเริ่มทนไม่ไหวแล้ว


“หนูอยู่กับอิผัวอะ เดี๋ยวอิสามีก็จะตามมาพร้อมเมียน้อย มีนัดจิ้มจุ่มกัน”


“หนูกินเสร็จก็กลับบ้านสิ พี่รอได้” รามพยายามหาทางพบเจอยศกร


“อิผัวจะให้หนูค้างด้วยน่ะสิ” ยศกรไม่ได้โกหกเรื่องนี้เพราะก่อนหน้านี้พิมรักษณ์โพสต์รูปในอินสตาร์แกรมส่วนตัวพร้อมแคปชั่นว่ากำลังเลือกซื้อของ เย็นนี้มีปาร์ตี้จิ้มจุ่ม แน่นอนว่าทั้งยศกรและกรรัมภาเป็นเพื่อนสนิทที่แฟนคลับของหญิงสาวรู้จัก

รามคือหนึ่งในคนที่ติดตามอินสตาร์แกรมพิมรักษณ์และกรรัมภา เหตุผลเดียวเลยก็คือทั้งสองเกี่ยวข้องกับยศกร


“หนู... พี่พูดจริง ๆ นะ พี่อยากเจอมาก”


“...” เมื่อความเงียบตอบกลับมา รามได้แต่หลับตาแล้วยืนพิงประตูระเบียงห้อง


“พี่คิดถึง”


“...”


ยิ่งเงียบก็ยิ่งใจหาย รามเม้มริมฝีปาก ลืมตาเหม่อมองตึก อาคาร หลังคาบ้านเบื้องหน้า ทอดสายตาออกไป แต่กลับไม่รู้ว่าควรจับโฟกัสที่อะไรดี


“กร... เจอกันได้ไหมครับ พี่รอได้จริง ๆ”


“ดึกหน่อยนะ...”


รามแทบทำลูกตาหลุดออกจากเบ้า รอยยิ้มดีใจพุดขึ้นมาบนใบหน้าหล่อเหลา ตอนแรกก็คาดหวังจะได้ยินคำตอบรับ แต่เมื่อพยายามออดอ้อนแค่ไหนก็ได้รับแต่คำบ่ายเบี่ยง ใจเขามันฟีบแฟบลงทุกวินาที กระทั่งได้ยินคำนี้...


“ได้ พี่รอได้ครับ” รามรีบตอบ น้ำเสียงมีความดีใจจนปิดไม่มิด “อีกสักพักพี่ออกไปก็ได้”


“ไม่ต้องรีบหรอกพี่ราม อีกนานเลย”


จะให้รามตอบว่ายังไงเล่า เขาดีใจจนแทบบ้าอยู่แล้ว ให้ออกไปวินาทีนี้เลยยังได้


“หนูจะหาเรื่องตีกับอีผัวแล้วเนียน ๆ กลับบ้านแล้วกัน พักนี้อีผัวมันเป็นบ้า สงสัยเมาบทละคร เลยติดหนูมาก”


“อิจฉาผัวหนูจัง” รามไม่ได้พูดเล่น เขาอิจฉาพิมรักษณ์จริง ๆ


ที่คิดอย่างนี้ เพราะตั้งแต่ยศกรกลับมา ก็เหมือนว่าจะอยู่กับหญิงสาวทุกวัน คนนอกอย่างรามก็ได้แต่มองยศกรผ่านอินสตาร์แกรมของนักแสดงสาว


ไม่ให้รามอิจฉาแล้วจะให้รู้สึกอะไร


“อิจฉาทำไมล่ะ สงสารหนูนี่ อีผัวน่ะนะ ประสาทแดกมาก เป็นบ้ายังนิยามไม่ได้เลย...” จากนั้นยศกรก็บ่นพิมรักษณ์ให้รามฟัง ถึงวินาทีนี้ยศกรจะร้องเพลงผิดโน้ตรามก็ยินดีฟัง และชอบฟังมากด้วย ยิ่งคิดว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าจะได้เจอน้องด้วยแล้ว ใจก็ยิ่งฟู


“หนูวางสายก่อนนะ อีผัวงอแงละ”


“หนูงอแงหรือคุณรักษณ์งอแงกันแน่”


“พี่รามเข้าข้างใคร”


“หนูอยู่แล้ว” ไม่รอให้ยศกรเอ่ยตัวเลือก รามรีบบอกออกไป และสิ่งที่ได้รับตอบมาก็คือเสียงหัวเราะคิกคักพออกพอใจ และคำพูดที่รามเคยได้ยินบ่อยครั้ง แค่ช่วงหลัง ๆ ไม่ค่อยได้ยินอีกฝ่ายพูดเท่านั้น


“ดีมากเลย พี่รามดีที่สุด หนูวางละนะ”


“ครับ เดี๋ยวเจอกัน”


“โอเค”


“พี่รอหนูนะครับ”


“ครับผม”


รามยิ้มจนปากแทบจะฉีก ใช้ปลายลิ้นดุนข้างแก้ม ก่อนจะรีบเดินกลับเข้าไปในห้องพัก เลือกชุดที่จะสวมใส่ออกไปพบยศกรในคืนนี้ ถามว่าจำเป็นต้องพิถีพิถันขนาดนั้นเลยหรือไม่ ก็ตอบเลยว่าอันที่จริงไม่จำเป็นเลย แต่สำหรับรามตอนนี้ ให้ไปตัดผมใหม่ก็ยินดีทำ


อย่าได้ดูถูกความคิดถึงของรามเลยเชียว


 





รามจอดรถไว้หน้าบ้านของยศกร ส่วนตัวเขานั่นเดินข้ามถนนในซอยมานั่งม้านั่งตัวเก่าโทรม ที่ไม่รู้ว่ามันจะพังวันไหน มองเวลาที่ข้อมือก็พบว่าเพิ่งจะสามทุ่ม ก่อนหน้านี้เขาออกจากห้องมาแวะไปเดินเล่นในห้างสรรพสินค้าใกล้กับที่นี่ เพราะใจมันไม่ได้อยู่ในห้องนั่งตรงไหนก็ร้อนไปหมด เลยอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า โกนหนวดเคราจนเกลี้ยงเกลา ทำเอาภาพเถื่อน ๆ หายวับไปทันที แวะเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ สุดท้ายก็เบื่อ จึงมานั่งรอที่หน้าบ้านดีกว่า ไม่รู้ว่าคำว่าดึกของน้องจะดึกแค่ไหน แต่เขาก็รอได้


การไม่ได้พบเจอคนน่ารักมานานนับเดือน ทำให้รามรู้สึกวูบโหวงในอก จนเหมือนตัวเองเป็นโรคหัวใจอ่อนแรง แต่เอาเถิด ตอนนี้คงอีกไม่นานเกินจะรอ เขาก็จะได้พบเจอ ได้ยินเสียง ได้มองใบหน้าน่ารักยิ้มออดอ้อนอยู่ในอ้อมแขนของเขาแล้ว...

ช่วงนี้สถานการณ์ระหว่างเขากับยศกรยังดูแปลกประหลาดนัก ดังนั้นก็จะปรับเปลี่ยนสถานะความผูกพันระหว่างกัน รามจะยอมรออีกสักนิด เขาต้องใจเย็นลงกว่าเดิม และคิดว่าต้องเอาใจน้องอีกสักระยะ ให้ยศกรรู้สึกวางใจในความรู้สึกของเขามากกว่านี้


รามไม่ค่อยเห็นน้องใส่เครื่องประดับอะไร ไม่ใช่ว่าน้องไม่ชอบ แต่น้องมักจะพูดว่าตนเองไม่เหมาะกับของเหล่านั้น นอกจากนาฬิกาข้อมือที่บางวันก็ใส่บ้าง บางวันก็ลืมบ้าง เขาไม่เคยเห็นอีกฝ่ายใส่อะไร


แต่ถ้าวันหนึ่งที่พร้อม... แหวนเงินเรียบ ๆ ที่อยู่ในมือรามในตอนนี้ได้อยู่บนนิ้วของยศกร มันต้องดีมากแน่ ๆ


รามมองแหวนเงินวงเล็กในมือ ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาลูบไล้มันอย่างรักใคร่ เอ็นดู มองแล้วก็นึกถึงหน้าของยศกร เขาอดยิ้มไม่ได้ เขาได้มาตอนที่เดินเล่นในห้างสรรพสินค้านั่นแหละ ไม่ได้คิดว่าจะให้ในวาระพิเศษอะไร แต่ถ้าให้จริง ๆ เขาก็อยากให้พิเศษ...


เสียงรถโฟล์คเต่าดังเข้าหู รามยิ้มทั้งที่ไม่ต้องหันไปมอง เขาเก็บแหวนเอาไว้ในกระเป๋าสะพายคาดลำตัว ก่อนจะถอดมันออกแล้วถือ ลุกขึ้นยืน


รามเดินยิ้มตรงไปหารถเต่าที่จอดต่อจากรถมอเตอร์ไซค์ของตนเอง เมื่อหยุดยืนก็เท้าแขนคร่อมกับประตูรถเต่าที่กระจกกำลังเลื่อนลง ก้มหน้าลงไปมองเจ้าของรถที่ทำปากมุ่ยปากยื่น


“ชนท้ายเลยดีไหมเอ่ยยยยย จอดขวางทางแบบนี้”


“อย่าเลย พี่เพิ่งผ่อนหมด ชนพี่แทนดีกว่า” ก็เงินที่ถูกล็อตเตอร์รี่นั่นแหละ รามยิ้มและมองใบหน้ามนใสที่กำลังทำน่ารักด้วยการแสดงสีหน้าครุ่นคิด


“ชนของพี่รามกับชนของหนูนี่เหมือนกันไหมอะ” รามยังคงยิ้ม แววตาที่จ้องมองไปนั้นไม่ปกปิดความรู้สึกในใจเลยสักนิดเดียว และถ้าเขาไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไป เขาคิดว่ามองเห็นสีของสองแก้มนวลที่เคยกดฝังปลายจมูกนับครั้งไม่ถ้วนแดงระเรื่อ


“ไม่รู้ครับ แต่พี่อยากให้หนูเข้าบ้านได้แล้ว ไม่งั้นพี่ห้ามปากห้ามจมูกไม่ได้แล้วนะ”


ห้ามใจไม่ให้รักมากกว่านี้ไม่ได้ด้วย


ยศกรทำช้อนสายตาค้อนน่ารักน่าชัง เอากุญแจบ้านให้กับราม ซึ่งชายหนุ่มก็รับมาโดยดี ก่อนจะรีบไปไขประตูรั้วเปิดออก เข็นรถของตัวเองเข้าไปก่อน จอดชิดรัวข้างบ้าน เพื่อไม่แย่งพื้นที่ของรถโฟล์คเต่าสีชมพู


“พักนี้อีผัวมันเป็นบ้าจริง ๆ นะพี่ราม ตั้งแต่หนูกลับมาคือต้องอยู่กับมันทุกวันเลยอะ”


“คุณรักษณ์เครียดเรื่องงานหรือเปล่า”


“ด้วยแหละ กับเรื่องพี่อ้อด้วยแหละ” ยศกรลงจากรถ พูดถึงเรื่องของเพื่อนสนิทไปด้วย ก่อนจะเดินเข้าบ้านที่รามเปิดประตูไว้รอแล้ว


“พี่อ้อคือ?” รามเอ่ยถาม พร้อมกับเดินตามเข้ามา และปิดประตู


“ผู้จัดการส่วนตัวที่เพิ่งลาออกไป เขาสร้างเรื่องไว้ แล้ววงการบันเทิงอะเนาะ ไม่รู้เรื่องยังไงก็เถอะ ไอ้อ้วนก็โดนหางเลขไปด้วยอยู่ดี” ยศกรเอ่ยเพียงเท่านั้น ไม่อยากพูดลงลึกอะไรอีก เพราะถึงรามและพิมรักษณ์จะรู้จักกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเอาเรื่องส่วนตัวมาสาธยายได้สนุกปาก


กระเป๋าถูกวางลงที่โซฟา ซึ่งรามก็ทำแบบเดียวกัน แต่ที่เร็วกว่าที่วงแขนที่ตะหวัดเอวเจ้าของบ้านจนแนบชิดอยู่ในอ้อมอก

ริมฝีปากกดลงที่ข้างแก้ม คลอเคลียมาถึงลาดไหล่ วกกลับไปกดจูบที่ท้ายทอย พร้อมอ้อมแขนที่รัดรึงแน่นขึ้นอีก


“คิดถึงหนูมากเลย” รามพึมพำ ซุกปลายจมูกกับกลุ่มผมบนหัวกลม ๆ ของยศกร ซึ่งเขาได้ยินเสียงคิกคักชอบใจของตัวแสบ แต่ก็ไม่ได้คิดจะเกี้ยวพาราสีอะไรไปมากกว่านี้


ต้องกอดแน่นแค่ไหนกัน ถึงเทียบได้กับความรู้สึกคิดถึงของรามในตอนนี้ได้


“หนูก็คิดถึงพี่ราม แต่ตอนนี้หัวหนูเหม็นจิ้มจุ่มมาก”


“อาบน้ำไหม” ยศกรพยักหน้า ไม่ได้ขัดขืนกับการตอดจูบตรงนั้นตรงนี้ของราม หนำซ้ำยังยิ้มให้ได้เห็น ทำให้รู้ว่าชอบสิ่งที่รามกำลังทำ


“งั้นพี่อาบด้วย”


“แน้... อาบจริงเร้อ”


รามอาบด้วยจริง ๆ หมายถึงอาบน้ำน่ะนะ ในใจของเขานานมากแล้วที่ไม่ได้มีแค่เรื่องเซ็กส์กับยศกร บางครั้ง อันที่จริงก็หลายครั้ง ที่เขาอยากจะแค่มีอีกฝ่ายอยู่ในอ้อมกอดตลอดทั้งคืน


อยากกอดจนกว่าจะรู้ว่ารักมากแค่ไหน ไม่จำเป็นต้องแค่เซ็กส์


“อาบน้ำอย่างเดียวครับ” รามเห็นคนในอ้อมแขนยิ้มพอใจเมื่อเขายืนยันเช่นนี้


ใช่แล้ว... เขาเชื่อ เพราะยศกรทำให้เชื่อแบบนั้น


หลายครั้ง น้องไม่ได้อยากได้เซ็กส์จากเขา


เช่นเดียวกัน


 




ก็ทั้งที่ตั้งใจแล้วว่าค่ำคืนนี้ รามอยากจะนอนกอดเจ้าตัวแสบแสนยุ่งให้แน่น ๆ แล้วนอนหลับไปพร้อมกันก็พอ แต่เอาเข้าจริง คุยกันไปฟัดกันมาอย่างไรก็ไม่รู้ กว่าจะสิ้นฤทธิ์นอนซุกอกก็ดื้อจนเขาต้องตีไปหลายที...


รามยิ้มยามที่มองใบหน้าตัวแสบหลับพริ้ม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ หัวกลม ๆ หนุนนอนอยู่หมอนใบเดียวกัน โดยที่มีท่อนแขนของรองใต้คอ มืออีกข้างกำลังเกลี่ยเส้นผมให้ผมจากแก้มเนียน ก่อนจะเลื่อนมาแตะที่ริมฝีปากอิ่ม ซึ่งขึ้นสีเข้มจัด ก็ฝีมือรามอีกนั่นแหละ


พูดมาก หนูอย่างนั้น หนูอย่างนี้ จ้อไม่หยุดดีนัก...


“พี่รักหนู”


เสียงกระซิบแผ่วเบา พร้อมจูบอ่อนหวานที่หน้าผาก ไม่รบกวนความฝันแสนหวานของคนที่หลับใหล อาจจะทำให้ฝันดีมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ


แววตาที่ทอประกายความรักใคร่ทอดมองไม่หยุด ทั้งที่ความง่วงคืบคลาน แต่เขาก็ยังอยากมองยศกรให้มากกว่านี้อีกนิด

อีกสักนิด.. อย่าเพิ่งหลับเลย


ขอมองให้สมกับความคิดถึงมากมายที่กำลังท้วมใจ


รามฝืนต่อไปแทบไม่ไหว แต่ในตอนที่กำลังจะเคลิ้มหลับ หัวคิ้วต้องขมวดเข้าหากัน เมื่อรู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างรบกวน

มันไม่ใช่เสียงเรียกเข้า แต่เป็นจังหวะสั่นของโทรศัพท์มือถือ เหมือนเป็นข้อความสั้น ๆ ที่ส่งเข้ามา เลยทำให้มันสั่นแล้วหยุด สั่น แล้วหยุด วนเวียนอยู่อย่างนั้น


เขาว่าเขาปิดสัญญาณอินเตอร์เน็ตแล้วนะข้อความแชทต่าง ๆ ไม่ควรมาเด้งในตอนนี้ แต่เมื่อลองใช้มืออีกข้างค่อย ๆ คลำหา สิ่งที่ได้กลับเป็นโทรศัพท์มือถือของยศกร


รามไม่ได้เปิดดู ปรกติเขาไม่ยุ่มย่ามเรื่องส่วนตัวของยศกร ยิ่งเกี่ยวกับมือถือก็ยิ่งไปกันใหญ่ ครั้งนี้ก็เช่นกัน สายตาจ้องมองหน้าจอ เป็นข้อความแชทที่ส่งเข้ามาหลายอัน ป๊อปอัพค้างอยู่อันล่าสุด เป็นข้อความสั้น ๆ


ฝันดีครับ...


 


ผู้ชาย



ใคร






 

 

ก่อนหน้านี้รามก็สงสัยว่าเจ้าของข้อความฝันดีนั่นเป็นใคร แต่ใจก็คิดว่าคงไม่มีอะไรมาก เพราะยศกรมีรายชื่อเพื่อนในการติดต่อค่อนข้างเยอะ อาจจะเป็นหนึ่งในลูกค้าที่ซื้อของบ่อย ๆ อาจจะพอสนิทสนมกันบ้าง อาจจะพูดคุยธุระแล้วก็บอกฝันดี

และใช่...


รามพยายามเชื่อแบบนั้น


แต่... ตอนนี้เขาชักไม่มั่นใจแล้ว


ไอ้เวรนี่มันใคร!


ยศกรยังคงเหมือนเดิม และเพราะเหมือนเดิมเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้รามใจหายไปทุกวัน ๆ หรือเพราะช่วงเวลามันผ่านไปนานเกินไป จึงทำให้อีกฝ่ายรู้สึกชืดชา ทว่าเขาก็พยายามที่จะสร้างบรรยากาศดี ๆ แล้ว ไม่มากก็น้อย ยศกรพอใจแน่นอน


ท่าทีของน้องชัดเจน แต่เพราะชัดเจน ชัดจนรามรู้สึก... บางอย่างมันห่างไป และเหมือนมีบางอย่างที่แทรกเข้ามาระหว่างทั้งสอง


ใครที่เป็นเจ้าของข้อความนั้น และใครที่กำลังเริ่มมีอิทธิพลกับยศกร ใครคนนั้นทำให้รามเริ่มเสียจุดยืนในตอนนี้

ยศกรติดโทรศัพท์มือถือมากกว่าเดิม ใช้มันติดต่อพูดคุยกับใครบางคนมากกว่าเดิม ถี่ขึ้น และแต่ละครั้งนานขึ้น ขนาดรามมาอยู่กับยศกร ยังติดต่อกันขนาดนี้ แล้วช่วงเวลาที่เขาไม่อยู่เล่า


รามเคยถามว่าใคร


และนั่นก็เหมือนกับการจุดชนวนจนทะเลาะกันมาแล้ว...


รามไม่อยากให้มันแย่มากไปกว่านี้ เขาเลือกที่จะไม่ถามอีก...


และเขากำลังรู้สึกเพิ่มมาอีกอย่างหนึ่งแล้ว...


มันเป็นคำถาม คำถามที่รามทั้งอยากรู้ แต่ความไม่อยากรู้ก็มากพอกัน


รามเป็นอะไรในสายตาและความรู้สึกของยศกร


แต่เหมือนว่า... ความจริงจากปากของยศกรจะเป็นอะไรที่รามกลัวที่จะได้รู้


 

“หนู... ยังไม่อาบน้ำเหรอครับ ดึกแล้วนะ”


“จะไปแล้ว ๆ หนูตอบข้อความแป๊บหนึ่ง” ยศกรตอบราม ก่อนจะก้มหน้าก้มตาตอบข้อความในแชท นับสองอาทิตย์ที่เป็นแบบนี้ แต่รามก็ต้องทน


เขาอยากกระชากโทรศัพท์เครื่องนั้นมาแล้วปามันทิ้ง แต่ความเป็นจริง รามก็แค่เดินเข้าไปหาน้ำดื่มในห้องครัว ก่อนที่ยศกรจะวางมือถือลงกับโต๊ะกระจก แล้วเอนกาย บิดตัวไปมา


วันนี้มีสินค้าจากไต้หวันเข้ามาใหม่ ยศกรเพิ่งขนเข้าบ้านมาเมื่อตอนบ่าย เจ้าตัวยังไม่ได้แกะกล่องเลยด้วยซ้ำ เพราะตอบข้อความลูกค้าก็หมดเวลาไปมากโข พอรามกลับมาก็ไปหาอะไรกิน แล้วน้องก็จมอยู่กับข้อความของใครบางคนจนถึงตอนนี้

รามออกมาจากห้องครัว เห็นยศกรกำลังนั่งนับกล่องสินค้าที่ได้มาวันนี้ แกะดูกล่องที่อยู่บนสุด เหมือนต้องการเช็คสภาพของคร่าว ๆ มากกว่ามองหาตำหนิ ครู่ต่อมาก็ลุกขึ้นแล้วเดินขึ้นชั้นบนไป


ร่างสูงไม่ได้รีบตามขึ้นไป หรือทำอะไรต่อ เขาก็แค่ปิดไฟในห้องครัว แล้วตั้งใจว่าจะเดินดูบรรดาประตู หน้าต่างว่าปิดเรียบร้อยหรือยัง แต่เสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือที่วางบนโต๊ะก็เรียกความสนใจของรามอีกครั้ง


ข้อความมันเด้งสว่างวาบ ยามที่ก้มลงไปมอง ทันทีที่ได้อ่านข้อความบางข้อความแล้ว ทำเอารามถึงกับกำหมัดแน่น

 


คิดถึงมาก ๆ เลยนะครับ

จริงสิ รูปตอนมาสุโขทัย พี่ลืมส่งให้


 

รามไม่รอช้าและไม่สนใจอะไรอีก เขาคว้าโทรศัพท์มือถือของยศกรขึ้นมา จากนั้นกดข้อความของแชทนั้น ๆ ขึ้นอ่านอย่างง่ายดาย เพราะอีกฝ่ายไม่ได้ใส่รหัสล็อคอะไร


ความไว้ใจของยศกรต่อรามมีไม่น้อย เพราะไม่เช่นนั้นคงป้องกันมากกว่านี้ แต่คิดอีกแง่หนึ่ง... ยศกรคงไม่แคร์อะไรมาก ถ้ารามจะรับรู้


รามกดดูรูปในอัลบั้มที่อีกฝ่ายส่งมา เป็นรูปของยศกรกับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งดูแล้วอายุมากกว่ารามไปไม่กี่ปี สองสามรูปแรก ทั้งสองอยู่ในอิริยาบถที่ไม่ได้แนบชิดอะไรกันมากนัก แต่มองก็รู้ว่าค่อนข้างมีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกันมากกว่าปรกติ แต่สองรูปสุดท้ายนั่น...


ทั้งกอด และหอมแก้ม


รามมือสั่นระริก แต่ก็ยังทำใจเลื่อนขึ้นไปอ่านข้อความก่อนหน้า แต่ก็ไม่กี่ข้อความ ข้อความใหม่ก็เด้งเข้ามา เขาจึงเลื่อนกลับลงไปอ่าน


 

น้องกรไม่น่ารีบกลับกรุงเทพ

น่าจะอยู่ต่อ

จริง ๆ น้องกรย้ายกลับมาอยู่ด้วยกันเถอะ

จะได้ไม่ต้องคิดถึงกันแบบนี้


 

ชวนไปอยู่ด้วยกัน ไม่ได้ทำให้ใจของรามกลวงโบ๋ ขาวโพลน และสะท้านได้เท่ากับสรรพนามที่อีกฝ่ายใช้กับยศกร


กร...


ชื่อนี้มีเพียงรามที่เรียกขาน เพราะไม่ใช่ชื่อตัวอย่างยศกร หรือมะยม


มีเพียงรามเท่านั้นจริง ๆ ที่เรียกน้องว่า กร...


“หนูไม่ได้ชื่อกร หนูชื่อมะยม ถ้าพี่รามไม่เรียกมะยม ต่อไปหนูจะไม่สนใจแล้ว”


นั่นคือคำพูดนานนับสิบปีแล้ว ตั้งแต่ที่เจอกันในวัยเด็ก รามจงใจเรียกยศกรว่ากร เพราะอ่านจากชื่อที่ปักตรงอกเสื้อนักเรียน


ยามมาเที่ยวเล่นที่ไร่หาญนรินทร์ พอมีเด็กในไร่ส้มเรียกยศกรว่ากร หวังจะแกล้งเจ้าตัวแสบเพราะตัวเล็กนิดเดียว เวลาโมโหก็เหมือนแมวที่ขู่ฟ่อ ๆ เป็นราม...ที่ไล่เตะไอ้เด็กแสบพวกนั้น


ใครก็ห้ามแกล้งกร... เด็กตัวกระจ้อยแต่ก็ดันโดนเจ้าอ้วนรักษณ์และจอมห้าวกุ้งแก้วแกล้งปล่อยทิ้งไว้กลางไร่บ่อย ๆ เพราะเดินช้า


เป็นราม... ที่ตามหาเจ้าแสบจนเจอแล้วก็พากลับ


แทนที่จะโกรธเพื่อน ตัวแสบก็แค่งอแงเล็กน้อย โดนง้อนิดหน่อยก็ยอมหายงอน...



ชื่อกร...


“พี่รามดีกับหนูที่สุด ไอ้อ้วนกับกุ้งแก้วก็ชอบแกล้งหนู ดังนั้น หนูจะให้พี่รามเรียกหนูว่ากรได้ ให้พี่รามเรียกหนูว่ากรได้คนเดียว


ห่างเหินกันไปเท่าไหร่.. กลับมาเจอกันอีกครั้ง เป็นรามที่จำน้องได้ในวินาทีแรกที่ได้เห็นด้วยซ้ำ

และก็ยังเป็นรามที่เรียกน้องว่ากร...


แล้ว...



“พี่ราม!!


เสียงของยศกรไม่ได้เบา แต่มันไม่ได้ทำให้รามตกใจอะไรเลย เขาแค่หันไปมองยศกรที่หยุดยืนอยู่ที่กลางบันได ก่อนจะรีบเดินตรงมาหา ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าจะมาคว้าเอาโทรศัพท์คืนไป


ถามว่ารามยื้อไว้หรือ...


ไม่เลย... รามไม่ยื้อ


“มันเป็นใคร”


ยศกรไม่ตอบ แต่ก้มมองหน้าจอแชทที่รามเปิดทิ้งไว้ ก่อนจะเงยหน้ามองคนถาม


“อย่าเรียกเขาว่ามัน”


“ใคร”


“ธีร์... เขาชื่อธีร์” รามจ้องมองใบหน้าหมดจดซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยความไม่พอใจ


“พี่ไม่ได้อยากรู้ว่ามันชื่ออะไร พี่อยากรู้ว่ามันเป็นใคร ทำไมมันถึงมีรูปแบบนี้กับกร” เสียงของรามไม่ดัง แต่แข็งกระด้าง สีหน้าท่าทางของเขาก็แข็งขืนไม่ต่างกับน้ำเสียง จ้องมองยศกรด้วยแววตาดุดัน และเจ็บปวด

“มันมีสิทธิ์อะไรมาเรียกกรว่ากร”


กร...


ชื่อนี้เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้รามรู้สึกว่าเขาพิเศษกว่าทุกคนที่คนตรงหน้าเคยผ่านมา มีเพียงเขาที่นอกจากลึกซึ้งเรื่องบนเตียง เรื่องส่วนตัวก็มากกว่าใคร


แต่วันนี้... ความรู้สึกนั้นมันสั่นคลอนแล้ว เมื่อมีไอ้หน้าไหนไม่รู้มาเรียกยศกรว่ากร


“มันแค่ชื่อปะพี่ราม แล้วทำไมต้องมาพูดอะไรเหมือนว่าหนูทำเรื่องแย่ ๆ ทั้งที่พี่รามเพิ่งแอบดูโทรศัพท์ของหนู”

อาจจะเพราะยศกรยังแทนตัวเองว่าหนู รามจึงคิดว่าอีกฝ่ายยังไม่ถึงกับโกรธ แค่เสียอารมณ์และความรู้สึก แต่วินาทีนี้ของราม... เขาเสียอะไรไปมากกว่าแค่เรื่องชื่อ


ยศกรอยู่กับไอ้ผู้ชายที่ชื่อธีร์ในช่วงที่อยู่สุโขทัย

แล้วไอ้ที่บอกเขาว่าอยู่กับแม่บ้าง พ่อบ้างเล่า...

อยู่กันจริงหรือเปล่า!


“ถ้าพี่ไม่เปิดดู พี่จะรู้ไหมว่ากรมีคนอื่นอีกนอกจากพี่”


รามพูดด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน จ้องมองยศกรด้วยแววตาเหมือนจับได้ว่าเมียตัวเองไม่ซื่อสัตย์ และกำลังมีชู้

ใช่.. รามทำให้ยศกรรู้สึกอย่างนั้น


“กรมีใครอีกกี่คนกันแน่ รับปากพี่แล้วไม่ใช่หรือไง ว่าจะมีพี่แค่คนเดียว แล้วไอ้เวรนี่มันใคร!


“หยุด! ผมบอกว่าอย่าเรียกพี่ธีร์ว่ามัน!” ยศกรตวาดกลับ จ้องมองรามด้วยสายตาแสดงความโกรธเกรียว “อย่าคิดว่าผมไม่รู้ ว่าพี่รามก็ผิดข้อตกลงของเราเหมือนกัน”


“พี่ไม่เคยเอาเรื่องของเราไปพูดที่ไหน ไม่มีใครรู้ ไม่มีเลยสักคน”


“ที่ผมพูด หมายถึงเรื่องความรู้สึกต่างหาก เราตกลงกันไว้ว่ายังไง ลืมไปแล้วหรือไง”


เหมือนรามถูกโทรศัพท์มือถือในมือของยศกรปาใส่หน้า สีหน้าของอีกฝ่ายไม่ว่าจะหลอกตัวเองยังไงก็ไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ แต่เมื่อมาถึงจุดนี้ รามเองก็สุดแล้วเช่นกัน


รักมากจนเก็บไว้ไม่ได้แล้ว


“ใช่... พี่รัก พี่รักกร พี่รักของพี่ไปแล้ว กรจะให้พี่ทำยังไง พี่ทำตามทุกอย่างที่กรบอกได้ แต่ยกเว้นเรื่องนี้กร... พี่ห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้”


รามพูดออกไปแล้ว เขาไม่คิดว่าการบอกความรู้สึกรักครั้งแรกที่ยศกรน่าจะเดาได้อยู่แล้ว จะอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ แต่ต่อให้มันแย่กว่านี้รามก็จะพูดอยู่ดี


เขายอมอยู่เงียบ ๆ ก็ได้


ไม่ต้องมีใครสักคนบนโลกใบนี้รู้เรื่องของเขากับยศกรก็ได้... แต่เขาขอแค่ได้รัก และยศกรรักเขา


แค่นี้...


“กร... หนูกร.... พี่รัก...”


ทว่าสิ่งที่รามได้รับกลับมาก็คือ...


“ช่วงนี้อย่าเพิ่งเจอกันเลยพี่ราม ห่าง ๆ กันน่าจะดี”


รามคิดว่าตัวเองหูฟาด แต่มันไม่เท่ากับความรู้สึกเหมือนโดนลูกตุ้มเหล็กพุ่งเข้ามาอัด เจ็บปวดจนชาดิกไปทั้งร่าง เขาได้แต่ยื่นโง่ มองยศกรที่เสยผมลวก ๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความรำคาญใจ


“หมายถึงยังไง เราจะเลิกกันเหรอ หนูหมายถึงจะเลิกกับพี่เหรอ”


“เลิกอะไรพี่ราม เราไม่ได้คบกันด้วยซ้ำ” ยศกรย้อนกลับมาในทันที เอาเข้าจริงรามยังพูดไม่ทันได้จบประโยคด้วยซ้ำ อีกฝ่ายก็แทรกแล้ว “ทำไมทุกคนต้องเหมือนกันไปหมดนะ นี่ก็ไม่เคยพูดว่าคบ แต่พอต้องจบต้องลากคำนี้มาทุกที”


“...”


ตัวของรามแข็งทื่อ สมองของเขายังทำงานอยู่ แต่ไม่รู้ว่ามันทำงานประสาอะไรถึงไม่สามารถบอกให้หัวใจยอมรับในคำพูดของยศกรเลย ในขณะที่หาเหตุผลให้กับเรื่องที่กำลังเกิดขึ้น เขาก็ยังคิดทบทวนถึงทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมา ว่ามีอะไรผิดพลาด ทำไมเรื่องถึงเป็นอย่างนี้ และหาทางออกกับการตัดสินใจนี้


“หนู...” รามพูดไม่ออก ยิ่งเห็นยศกรตวัดสายตารำคาญให้ เขาก็จุกอกไปหมด


“ถ้าเป็นไปได้ ก็ห่าง ๆ กันไปเถอะครับ เอาเข้าจริงผมก็ไม่เคยทนอยู่กับใครนาน ๆ ได้หรอก เบื่อ”


รามคว้าจับข้อมือของยศกรทันทีที่พูดจบ แต่สิ่งที่ได้รับตอบกลับมาก็คือการตีมือของเขาและสะบัดข้อมือ


“พี่รามล้ำเส้นผมก่อน”


“ล้ำเส้นเหรอกร พี่แค่รักกร!” รามเอ่ยออกไปด้วยเสียงที่ดังมากขึ้น เขาจ้องมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า


วินาทีนี้รามไม่รู้แล้วว่าตัวเขาต้องจัดการอย่างไรกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เขารู้แค่ว่า ใจของเขาทนไม่ไหว ถ้ายศกรไม่รัก


“พี่ผิดมากเลยใช่ไหม ที่รู้สึกกับกรมากขึ้นทุกวัน กรทำให้พี่รัก กรทำให้พี่เป็นแบบนี้!


“ใจง่ายเองแล้วมาโทษผมทำไม”


รามเหมือนถูกตอกด้วยลิ่มแหลม เขานิ่งงันราวกับคนไม่หายใจ และยศกรไม่ได้ปรานีหรือเมตตาต่อความรู้สึกที่เขามอบให้เลยแม้แต่น้อย


“ผมได้ขอให้มารักไหมก็ไม่ ทำไมต้องมาโยนให้ผมรับผิดชอบสิ่งที่ผมไม่ได้อยากได้ด้วย น่ารำคาญจริง ๆ” ยศกรไม่แคร์เขาสักนิด เมื่อพูดแล้วก็หมุนตัวเดินขึ้นบันใดไปทันที


ทำไมต้องมารับผิดชอบสิ่งที่ไม่อยากได้...


จริงด้วย... น้องไม่เคยพูดสักคำว่าอยากได้ความรักของเขา

รามเป็นฝ่ายมอบให้เอง รู้สึกไปเอง...

มันถึงได้จบลง... ยศกรจบแล้ว

แล้วรามเล่า... จะจบได้ไหม


“กร... กร!!


นอกจากรามจะไม่ยอมจบแล้ว รามยังไม่ไปไหนตามคำเสือกไสไล่ส่งนั้นด้วย ร่างสูงวิ่งตามยศกรขึ้นไปชั้นบน และเพราะเจ้าของบ้านไม่คิดว่าจะตามขึ้นไปจึงไม่ได้ล็อคประตู ดังนั้นเมื่อมันถูกเปิดออกและรามพุ่งตรงเข้าไปกอดรัด ยศกรจึงตกใจ และดิ้นรน


แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วไปหมด รามเหมือนเป็นคนบ้าที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ สติสุดท้ายของเขาขาดสะบั้นเหมือนสาบเสื้อเชิ้ตที่อีกฝ่ายสวมใส่ ภาพสุดท้ายที่สมองรับรู้คือยามที่อ้อมกอดของตนเองมียศกรอิงแอบ มอบรอยยิ้มแสนน่ารักให้กับเขา ไม่ใช่ความเจ็บปวดที่เกิดจากคำพูดไร้เยื้อใยเหล่านั้น


 

รามไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองตัวใหญ่ยักษ์ แต่ยามที่มีน้องอยู่ในอ้อมอก เขาเหมือนตัวเองเป็นหมีตัวใหญ่มีเจ้ากระต่ายขนฟูชอบมาซุก


“พี่รามตัวอุ่นมาก หนูชอบ”

“พี่รามกอดหนูหน่อย เร็วๆ  กอดหนูแน่น ๆ”

“พี่รามจ๋า หนูซุกอกนิดหนึ่งได้ไหม”

“พี่ราม...”


ภาพหนูตัวน้อยที่วิ่งมาซุกมาซบ คลอเคลียในอ้อมกอด้วยคำพูดแสนหวาน


บัดนี้เหลือเพียงร่างกายที่สั่นระริก ฝ่ามือที่เคยลูบไล้บนกายของเขาอย่างพึงพอใจ ตอนนี้กำแน่นจนสั่น ทั้งยังหดเกร็งแนบอก ร่างขดคู่จนเข่าแทบจะชิดอก ไหนจะใบหน้ามนใสที่ตอนนี้แสดงความรู้สึกคับแค้นใจ...


ยศกรตัวแค่นี้ จะสู้แรงคนตัวโต ๆ เช่นรามได้อย่างไร


ริมฝีปากบากเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง แน่นจนกลายเป็นเส้นสีขาว ขอบตารูปหงส์ที่เคยงดงามตอนนี้แดงก่ำ และร้อนรือ...


“กร...”


รามเป็นบ้าไปแล้วจริง ๆ



 

รามหยุดทุกการกระทำที่หยาบช้า เขาเหมือนคนสิ้นเรี่ยวแรงยามที่เห็นสภาพจำใจยอมทนของยศกร เขากำลังจะยัดเหยียดความน่ารังเกียจแบบไหนให้ยศกรกันเล่า


“พี่ขอโทษ... พี่ขอโทษ” รามกระซิบเสียงสั่นไหว พรมจูบตามขมับและข้างแก้ม ปล่อยให้น้ำตาไหลหยดลงบนผิวเนียนนุ่มนั้น ไม่หยุดเอ่ยคำขอโทษ ราวกับว่าใจจะขาดเสียให้ได้


ฝ่ามือลูบลงไปที่ข้อมือ ซึ่งเกร็งแนบอยู่กับอก ทั้งยศกรยังกำมือเอาไว้แน่นเสียจนรามไม่กล้าแกะ ทำได้แค่จูบครั้งแล้วครั้งเล่า หวังว่าจะปลอบ ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าตนเองเป็นคนทำให้อีกฝ่ายต้องเป็นเช่นนี้


“กร... พี่ขอโทษ”


เพี๊ยะ!


เสียงผ่ามือกระทบผิวหน้าดังขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาของรามชาดิก ไม่ได้เจ็บมากนัก เพราะสิ่งที่ตามมามันสาหัสกว่าโดนตบ เมื่อยศกรพลิกกายหันหลังให้ พร้อมกับประโยคไร้เยื้อใย ที่แสนเย็นชา


“อย่ามาให้ผมเห็นหน้าอีก ไปซะ”


รามจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนจากคนคนนี้ไปได้ ในเมื่อใจของเขาตัวของเขาสยบอยู่แทบเท้า ทั้งที่ร้องไห้ ซบหน้ากับแผ่นหลังจนเสื้อเปียกชื้น แต่ก็ไร้ซึ่งท่าทีอ่อนลงของยศกร


แต่ท้ายที่สุด... รามก็ดื้อดึงและยื้อต่อไปไม่ได้




 

 

อ้อมแขนกอดรั้งร่างของยศกรเอาไว้ ใบหน้าซุกอยู่ที่แผ่นหลัง น้ำเสียงแหบพร่าที่แสนอู้อี้ ยอมรับอย่างหมดสินหนทาง และกระซิบบอกลา


“ดูแลตัวเองด้วยนะครับ... พี่...ขอโทษ” รามกดจูบลงบนแผ่นหลังผ่าเสื้อที่เปียกชื้น พยายามทำใจ และตัดใจ


เขารู้สึกไปเอง เขาคิดไปเอง ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ เขาก็ต้องยอมรับให้ได้


“พี่รักหนูนะ... พี่รักกร”


แม้ว่าอีกคนจะไม่อยากฟังก็ตาม

 




รามเดินลงมาจากชั้นสอง เขาเดินวนอยู่ในบ้านของยศกร ตรวจดูกลอนความเรียบร้อย ก่อนจะปิดไฟชั้นล่าง และเดินออกมา สวมหมวกกันน็อค ถุงมือ เข็นรถออกไปนอกรั้ว ปิดรั้ว ล็อคกุญแจ จากนั้นขี่รถออกไป เหมือนเวลาที่กลับห้องตัวเอง หรือไปทำงาน.....


ทำเหมือนทุกครั้ง แต่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว


รามไม่รู้ว่ามีอะไรที่เปลี่ยนไป หรือมีอะไรที่ผิดพลาด ในขณะที่ความรู้สึกของเขามันมากขึ้นทุกวัน แต่กับยศกร มันไม่เคยเพิ่มขึ้นเลยสักนิดหรือ


ทุกอย่างระหว่างทั้งคู่ ไม่มีเรื่องไหนที่ทำให้หัวใจของยศกรหวั่นไหวบ้างเลยหรือ


เขาขี่รถต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว มันถูกจอดลง พร้อมกับร่างของเจ้าของที่ฟุบลงกับตัวถังรถ สองบ่ากว้างที่เคยเข้มแข็ง และมั่นคง ตอนนี้มันสั่นไหวตามมาด้วยเสียงสะอื้น


รามจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่ร้องไห้โฮแบบนี้คือเมื่อไหร่


แต่ครั้งนี้... เขาคงลืมไม่ได้อีกเลย

 




+++++++++++++++

 

 

จบไปตอนไหน ทำไมไม่เห็นรู้เรื่องงงงงงงงงงงงงงงง

เธอบอกเลิกฉัน ทั้ง ๆ ที่ฉันยังรักเธอ....

 

 

ฮา ๆ ๆ

อยากให้ฟังเพลง จบไม่พร้อมกัน ของ อ๊อฟ ปองศักดิ์ ระหว่างอ่านไปด้วยจริง ๆ

 

เอาเถอะค่ะ อย่างที่บอกไปนะคะ เราเป็นประเภทห้วน ๆ เราไม่เก่งเรื่องการบรรยายฉากดึงอารมณ์ประมาณนี้จริง ๆ ดังนั้น... ไม่อินก็ อินแกล้ง ๆ หน่อยนะคะ

 

ถ้านับดูแล้ว ตอนนี้... ก็เหลือตอนหน้าอีกตอน ที่ไทม์ไลน์จะวนกลับสู่ปัจจุบันนะคะ...

ทีมแม่ยัยหนู อิช้อยบอกไว้เลยนะคะ การกลับมาของพี่รามรอบนี้...

พ่อมาเพื่อฟาด

 ................ฟาดแบบไหนอีกเรื่อง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

315 ความคิดเห็น

  1. #288 DewMay (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 22:15
    สงสารพี่รามㅠㅠ น้องกรหนูมีปมอะไรในใจคะลูก
    #288
    0
  2. #285 panwinkinyourarea (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 13:23
    พี่รามจ้ะ มาซบอกนุมา ใครพูดไรไว้จำไว้ให้ดีนา กรเป็นตัวละครที่ความคิดลึกมากและไม่สามารถเข้าใจได้เพราะคนแต่งไม่ได้อธิบายถึงความคิดน้องเลยอิอิ ถึงตัวเองจะขีดเส้นไว้แค่นั้นแต่การกระทำเวลาอยู่กับรามตัวเองก็น่าจะรู้ดีไหมว่ามันต้องทำให้เขาหลงรัก คำพูดประเภทที่ว่าไ้ด้ขอให้มารักเหรอได้ขอให้มาทำให้เหรอได้ขอให้มาอยู่ใกล้เหรอนี่โทดทีนะ ควรหมดไปซักที!!!!!! อิ flower!!! ความรู้สึกคนไม่ใช่เรื่องตลกถ้ารู้ว่าต่อให้เขาทำดีไปด้วยอีกสิบปีก็รักเขาไม่ได้ก็ตัดไปซะให้มันจบๆแต่แรกดิวะ!!! ม่างเอ้ย ขึ้น กุนี่ขึ้นเลย ไปพี่รามกลับไร่ไปไถนาดีกว่า น้องเขาจะไปมี ผัวที่ไม่ใช่ผัวที่ไหนก็เรื่องของน้องมันเลย บางทีน้องมันอาจจะถือว่าใครที่เริ่มต้นด้วยเรื่องอย่างว่ามันจะไม่มีทางรักคนคนนั้นก็ได้ บางทีคนชื่อธีร์อาจเป็นพระเอกในเรื่องนี้
    #285
    0
  3. #251 029809731 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 06:00
    น้ำตามา​ พี่รามคงเจ็บมากๆ​ ยัยหนูทะไมจัยรั้ยย
    #251
    0
  4. #232 Mun (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 23:09

    แงงงงงงง พี่รามจ๋าของหนู ไม่ชอบแล้วยัยเด็กดื้อนี่

    #232
    0
  5. #231 Ff_mino (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 09:24
    น้องกรใจร้ายมากเลยนะ เย็นชาเหมือนไม่มีเยื่อใยใดๆให้พี่รามเลยสักนิด แต่ลูกก็คือรู๊กกกกกกกกกกกกกกกกก แม่ก็โกรธหนูได้แค่แปปเดียวนั่นแหละ เฮ้อ แต่สงสารพี่รามอ่ะ สงสารมากๆๆๆๆๆๆ เป็นฝ่ายให้โดยแท้จริง พี่รามมาซบอกหนูไปพรางๆก่อนก็ได้นะคะ แล้วค่อยกลับไปผงาดฟาดๆอีกครั้งให้น้องกรต้องเป็นฝ่ายร้องขอทุกอย่างจากพี่รามเลย!!!!!
    #231
    0
  6. #229 Greenyepp (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 10:15

    สงสารพี่รามมมม ฮือออออออ ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ

    #229
    0
  7. #228 FernChanbaek (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 23:33
    สงสารพี่ราม ฮืออ น้องกรก็ดูเหมือนจะชอบพี่เขาไม่ใช่หรอทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้ แงงง
    #228
    0
  8. #227 4reverLH (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 20:53
    น้องกรไม่รู้สึกอะไรกับพี่รามจริงๆ หรอ สงสารพี่รามเหลือเกิน
    #227
    0
  9. #225 Graff Yanin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 15:19
    สงสารรามมากอ่ะ โดนอะไรแบบนี้ซ้ำไปมา เค้าไม่รักก็ช่างนะราม อยู่คนเดียวก็ดี โกรธมะยมแล้ว อย่ามาเรียกร้องหาอ้อมกอดอะไรอีก เทอมันคนใจดำ!
    #225
    0
  10. #224 kuanp_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 13:11
    อยู่ด้วยกันทำอะไรด้วยกันตั้งเยอะแยะแต่น้องกรไม่มีความรู้สึกดีๆเพิ่มขึ้นให้พี่รามเลยหรอ
    #224
    0
  11. #222 atit9494 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 23:52
    น้องกรทำเกินไปแล้วนะ
    #222
    0
  12. #221 bouiii (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 16:18
    ทำไมเป็นแบบนี้ น้องไม่รักพี่เขาหรอ
    #221
    0
  13. #219 Momomo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 16:09
    น้องกรใจร้ายมากกกกกก พี่ต้องฟาดดด!!!
    #219
    0
  14. #218 jaeoy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 16:03
    ฟาดเต็มที่เลยลวกเพ่......
    #218
    0
  15. #217 Pangpp24 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 13:47
    แงงงงยัยหนูทำไมทำแบบนี้ลูก สงสารพี่ราม แงงง ไม่เข้าใจสิ่งที่น้องทำเลย ถ้าหนูไม่ต้องการทำไมทำแบบนี้ล่ะ เลิกยุ่งตั้งแต่ทีแรกไปเลย หนูมีปมอะไรอยู่ในใจทำไมไม่เอาออกมาพูดมาเคลียร์กันดีๆล่ะ พี่รามเค้าไม่รู้เรื่องด้วยเลย แล้วแบบนี้คือสิ่งที่หนูตอบแทนเค้าหรอ อยู่ด้วยกันมันก็ดีไม่ใช่หรอ ไม่รู้จะพูดยังไงสงสารพี่ราม แงงงง
    #217
    0
  16. #215 YOONEYEGIGA (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 09:27
    แงงงงงงงงงง ยัยเด็กดื้อ
    #215
    0
  17. #214 lalinsa_p (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 08:29
    โอ้ยยยยจะโกรธน้องก้โกรธไม่ลงลูกอะนะ ลูกฉันเป็นคนดีเข้าใจความรู้สึกนี้เลยเเต่สงสารพี่รามมากเเงงงงงร้องให้ตามพพี่รามเลยตอนจอดรอร้องไห้อะสงสารฮือออออออออ
    เเต่ร้องกรต้องมีปมอะไรกับความรักรึเปล่าถึงร้ายใส่พี่เขาขนาดนี้โอ้ยยยยสงสารรรรรทั้งคู่
    #214
    0
  18. #213 ~ แพร ~ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 04:10
    โอ้ย โกรธน้องกรร เอาตูดมาให้ตีเปี๊ยะๆเดี๋ยวนี้เลย ㅠㅠ
    #213
    0
  19. #212 ♡lllllll♡ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 00:30
    แง ไม่โกรธใช่มั้ยคะ แต่เราอยากแสดงความเห็นว่าตอนนี้เราเกลียดกรมากเลยอะ55555 คือเข้าใจนะว่าไม่พร้อมจะรักใคร ไม่พร้อมคบใครทั้งนั้น แต่ที่ทำอยู่ก่อนหน้านี้ก็เห็นแก่ตัวเล็กๆมั้ย ได้ประโยชน์จากเค้า ไม่เคยปฏิเสธ โอเค เข้าใจได้ว่าก็พี่รามอยากให้เอง ไม่เคยร้องขอ แต่ไม่ปฏิเสธแสดงว่าตัวกรไม่มีความเกรงใจในตัวเลยปะ โกรธๆๆๆๆอะ แล้วไหนจะคำพูดแบบนั้นอีก คือ ไม่รักไม่ว่านะ พูดกันตรงๆยังพอได้ แต่ดูใช้คำ โอโหหหหหหหความเห็นแก่ตัวของเธอนี้ จริงๆก็แอบคิดว่าจะมีอะไรมากกว่านี้มั้ย เพราะกรจะร้ายได้ขนาดนี้เลยหรอ เพราะนี่มันแอบเห็นแก่ตัวละอะ คืออยากให้รามกลับมาแบบหมดเยื่อใยไปเลยจัง(แต่น่าจะยาก เพราะดูรักมาก) ฮือออ อินมากค่ะ โกดๆๆๆ อยากดามใจให้พี่ราม
    #212
    1
    • #212-1 004-700(จากตอนที่ 14)
      30 มิถุนายน 2562 / 09:14

      ไม่โกรธฮับ
      #212-1
  20. #211 YaySIB (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 23:23
    โห แบบ กร แบบ ยังไงดี กร พี่แบบ โอ๊ะ
    #211
    0
  21. #210 ploythanaa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 21:57
    หึอีหนูต้องโดนนบ้างแล้วว อยากรู้พาทความคิดหนูบ้างจังงค่ะแม้จะอยากตีก็ตาม 5555555555 พี่รามพี่ขอไม่ได้หรอ
    #210
    0